Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ว.วชิรเมธี’แนะเพื่อน 3 ประเภท ถามตัวเองให้ดีเรามีเพื่อนแบบไหนอยู่ข้างตัว

Posted on March 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639086

'ว.วชิรเมธี'แนะเพื่อน 3 ประเภท ถามตัวเองให้ดีเรามีเพื่อนแบบไหนอยู่ข้างตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.17 น.

วันที่ 3 มีนาคม 2565 พระเมธีวชิโรดม หรือ ว.วชิรเมธี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เพื่อนมี 3 ประเภท ได้แก่ 1. ปาปมิตร = เพื่อนเทียม/เพื่อนเลว-ควรหลีกเลี่ยง 2.กัลยาณมิตร = เพื่อนแท้/เพื่อนดี-ควรคบ และ 3.พันธมิตร = เพื่อนเพราะผลประโยชน์-ควรระวัง

ถามตัวเองให้ดีว่าเรามีเพื่อนแบบไหนอยู่ข้างตัว ?
(ว.วชิรเมธี)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่ง! หนุ่มเมืองพะเยาหัวใสทำน้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านขายสร้างรายได้ 2 เด้ง

Posted on March 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639082

ทึ่ง! หนุ่มเมืองพะเยาหัวใสทำน้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านขายสร้างรายได้ 2 เด้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.55 น.

ทึ่ง! หนุ่มขายปลาเผาเมืองพะเยาหัวใสทำน้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านขายสร้างรายได้ 2 เด้ง

นายปิยวัฒน์ หาญสุข อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 145/1 ม.2 ต.แม่ใส อ.เมือง จ.พะเยาได้ทำสารสกัดน้ำส้มควันไม้ขึ้นจากการเผาถ่านหลังจากที่ได้ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง จนกระทั่งประสบผลสำเร็จได้น้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านไม้แบบภูมิปัญญาชาวบ้านและนำออกจำหน่ายจนสร้างรายได้ขายได้ทั้งถ่านที่เผาและน้ำส้มควันไม้แบบมีคุณภาพสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้สองทาง 

ส่วนน้ำส้มควันไม้นั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ผสมกับน้ำสะอาดใช้ฉีดแทนสารเคมีที่ใช้ในการเพาะปลูกพืชผัก และฉีดพ่นกันแมลงได้ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายทั้งคนใช้และพืชผัก

นายปิยวัฒน์ หาญสุข เล่าว่า ตนขายปลาเผาอยู่ที่ตลาดในหมู่บ้าน โดยใช้ถ่านในการสุมไฟ จึงได้ลองผิดลองถูกทดลองทำสารสกัดน้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านขึ้น จากนั้นจึงได้ลงมือปฏิบัติทำน้ำส้มควันไม้แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างสารอินทรีย์ขึ้นมาโดยนำไม้ที่กรมทางหลวงตัดทิ้งจากการตัดแต่งต้นไม้ริมถนน หรือใช้ไม้ในสวนบ้างมาทำการเผาเอาน้ำสัมควันไม้แล้วเอาถ่านมาเผาปลาขาย

สำหรับขั้นตอนในการทำน้ำส้มควันไม้นั้น เริ่มจากการทำโครงสร้างก่ออิฐบล็อกกว้างและสูงประมาณ 1.5 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร นำถังน้ำมัน 200 ลิตรที่ตัดปากให้กว้างและเจาะปลายถังให้เท่ากับกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาวางแล้วใส่ตะแกรงนำไม้ที่จะเผาใส่ลงไปในถังแล้วจุดไฟเผาจนไม้ในเตาเผาติดไฟแล้วจึงปิดปากเตาพอประมาณฝ่ามือเพื่อปล่อยอากาศเข้าไป 

เมื่อดูควันเป็นสีน้ำตาลจึงนำไม้ไผ่ไปครอบไว้กับท้ายเตาเผาที่มีปล่องเจาะไว้เพื่อจะให้อากาศออก เมื่อความร้อนที่เผาไหม้ลอยออกทางปลายไม้ไผ่กระทบกับความเย็นรวมตัวกันเป็นหยดน้ำแล้วทิ้งไว้จนเตาเผาดับใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงก็จะได้น้ำส้มควันไม้ โดยเตาหนึ่งจะได้น้ำส้มควันไม้ประมาณ 17 ลิตรนำมาตั้งวางไว้ให้ตกตะกอนประมาณ 3 เดือนก็จะเหลือประมาณ 12 ลิตรซึ่งจะบรรจุขวดขายอยู่ขวดละ 70 บาทจึงนำออกมาใช้ 

ส่วนถ่านที่ได้ก็สามารถนำไปขายกระสอบละ 180 บาทถือว่าได้กำไรสองต่อ ซึ่งน้ำส้มควันไม้นำมาใช้ประโยชน์ผสมน้ำสะอาดใช้ฉีดแทนสารเคมีที่ใช้ในการเพาะปลูกพืชผักและฉีดพ่นกันแมลงได้ผลดีและไม่ก่อให้เกิดอันตรายทั้งคนใช้และพืชผัก หากใครที่สนใจสามารถสั่งจองได้ที่เบอร์โทร 0998790203 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 3 มีนาคม 2565

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639038

ลึกลับในสนามข่าว : 3 มีนาคม 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…แน่นอนเมื่อปิดสมัยประชุมสภาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน บรรดาผู้แทน สส.ก็ต้องลงไปดูแลปัญหาในพื้นที่ ใครที่มีงานกมธ.ก็ต้องทำงานกันไป แต่ต้องระมัดระวังกันหน่อยโควิดกลับมาระบาดอีกระลอก อย่าประมาท การ์ดอย่าตกเด็ดขาด…อย่าง“ท่านชวน หลีกภัย”ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนฯใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุม พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พาคณะ “น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ”ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎร“น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร”ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานโครงการปลูกป่าโกงกางเฉลิมพระเกียรติฯ มี“สิทธิชัย พลายแดง”ผอ.โรงเรียนบางตะบูนวิทยา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พร้อมคณะครูและนักเรียนต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยได้เดินเยี่ยมชม“ศูนย์อนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน”ของโรงเรียนบางตะบูนวิทยา…ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับประเทศซึ่งมีโรงเรียนจากทั่วประเทศ นำคณะครูและนักเรียนมาศึกษาเรียนรู้ร่วมกิจกรรมของศูนย์ฯในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก…ที่สำคัญ“ท่านประธานฯชวน”ได้ติดตามงานพร้อมถ่ายภาพกับ“ต้นไทรน้อย”ซึ่งท่านได้ปลูกไว้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2537 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี”ได้เดินทางมายังศูนย์ดังกล่าวและได้ปลูกต้นไม้ไทรน้อยไว้เป็นที่ระลึก

…อย่างไรก็ดี ท่านชวนได้ลงนาม ในสมุดบันทึกของโรงเรียนด้วยว่า“วันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยมต้นไทรน้อยและป่าโกงกาง ที่ได้ปลูกไว้ที่โรงเรียนในโอกาสเดียวกันเมื่อ 28 ปีก่อน ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ได้สละเวลาวันหยุดมาต้อนรับ ขอบคุณที่ให้การดูแลป่าโกงกางและต้นไม้เป็นอย่างดีและขอชื่นชมการรักษาสภาพแวดล้อม ทำให้บรรยากาศของโรงเรียนให้เป็นสถานที่ที่น่าพักผ่อนเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติที่แท้จริง อนึ่งเนื่องจากจำนวนนักเรียนมีเพียง 64 คน จึงแนะนำและเป็นกำลังใจให้ส่งเสริมและสร้างเด็กนักเรียนให้มีความรอบรู้ในทุกด้านได้ดีเท่าในเมืองที่มีนักเรียนจำนวนมากเกินความพอดีที่ครูจะดูแลได้”…ก่อนกลับท่านชวน ยังได้มอบหน้ากากอนามัยที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนต่างๆ ให้คณะครูเพื่อใช้ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงในขณะนี้ ..นี่แหละกิจกรรมช่วงปิดสมัยประชุมท่านประธานสภาฯ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘ภัยคุกคาม’ที่ไม่อาจรุกโต้กลับ ‘พนันออนไลน์’ตั้งรับ..ลดพ่าย

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639005

สกู๊ปพิเศษ : ‘ภัยคุกคาม’ที่ไม่อาจรุกโต้กลับ  ‘พนันออนไลน์’ตั้งรับ..ลดพ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ไม่ใช่เราที่มอนิเตอร์แล้วเห็นเขา เขาก็มอนิเตอร์เราเหมือนกันกลยุทธ์ทุกอย่างถูกเปลี่ยนผ่าน ถูกอัพเดตเพื่อที่จะให้เราไล่ตามเขาไม่ทันเช่นเดียวกัน”

พชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานแถลงข่าว “1 ปีที่พ่ายแพ้ กับการแก้ปัญหาพนันออนไลน์” เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาการพนันออนไลน์ ซึ่งในขณะฝ่ายคนทำงานป้องปรามพยายามหาหนทางเฝ้าระวัง ฝ่ายธุรกิจพนันออนไลน์ก็สรรหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาหลอกล่อ ราวกับสถานการณ์นี้เป็นการต่อสู้ซึ่งมีแนวรบคาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่โลกจริง (ออฟไลน์) กับโลกเสมือน (ออนไลน์)

ซึ่งฝ่ายธุรกิจพนันออนไลน์มีกลยุทธ์ใหม่ๆ มาหลอกล่อผู้คนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้เข้าไปเล่น ไล่ตั้งแต่ 1.เปลี่ยนจากใช้คนดังในสังคมเป็นสร้างกระแสในกลุ่มคนทั่วไป เช่น ให้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์สักบัญชีหนึ่งตั้งคำถามในช่องแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ จะหาเว็บพนันดีๆ ได้ที่ไหนบ้าง จากนั้นก็จะให้บัญชีอื่นๆ เข้ามาแนะนำพร้อมแปะลิงก์ที่จะพานักท่องเนตไปยังเว็บไซต์ดังกล่าว

2.ทำเว็บไซต์หรือเพจเฟซบุ๊คปลอม มีทั้งเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ เพจรีวิวอาหาร โดยเนื้อหาในเว็บหรือเพจนั้นสอดแทรกคำที่เกี่ยวกับการพนันไว้ อาทิ สล็อต บาคารา ซึ่งคำเหล่านั้นสามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงระบบการตรวจจับของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเฟซบุ๊คมีนโยบายไม่อนุญาตให้ธุรกิจพนันออนไลน์จ่ายเงินค่าโฆษณาเพื่อกระจายเนื้อหาให้มองเห็นได้อย่างกว้างขวาง

3.ใช้คำอื่นแทนคำว่าพนัน อาทิ คำว่า เกม ซึ่งนอกจากเปลี่ยนคำแล้วยังทำหน้าตาเพจหรือเว็บไซต์ให้เหมือนกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับของเฟซบุ๊คเช่นกัน และ 4.สร้างรางวัลปลอม อวดอ้างว่าเว็บไซต์ของตนเป็นเว็บพนันที่มีคุณภาพดีที่สุด โดยลงทุนทำโล่รางวัลขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่ภาพตัดต่อ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้พบเห็น คำถามคือมีใครหรือหน่วยงานใดให้รางวัลเว็บไซต์เหล่านี้จริงหรือ

ทำไมพนันออนไลน์ถึงเป็น “ภัยคุกคาม” สำคัญ?..ประเด็นนี้ สุรเชษฐ์ โพธิ์แสง รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ยกผลการศึกษา “การเฝ้าระวังธุรกิจพนันออนไลน์ในช่วงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ปี 2564” ซึ่งเผยให้เห็นผลกระทบหลายด้าน อาทิ อาชญากรรมหลากรูปแบบ ทั้งลักวิ่งชิงปล้น (โดยมีร้านทองในห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ เป็น 2 เป้าหมายยอดนิยมในการก่อเหตุ) การฉ้อโกงหลอกลวง ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย (ซึ่งรวมถึงการทวงหนี้ด้วยวิธีรุนแรงจากแหล่งทุนนอกระบบ) ยาเสพติด
ไปจนถึงปัญหาสุขภาพจิต เครียดและฆ่าตัวตาย เป็นต้น

“การทำธุรกิจเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทุกคนทราบกันดี ถ้าพูดกันภาษาเล่นๆ คือเซิร์ฟเวอร์หลักอยู่ต่างประเทศแต่เว็บไซต์ที่เราบุกกันไปปิดมันเป็นเพียงช่องทางหน้าบ้านเท่านั้น ผมเปรียบเสมือนบ้านหนึ่งหลังมีหลายประตูณ ปัจจุบัน ต้องตั้งคำถามให้กับหน่วยงานที่ไปปิดหรือไม่จับกุม ว่าจริงๆ แล้วคุณกำลังปิดแค่ประตูบ้านหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงนั้น คุณไม่เคยเข้าไปถึงตัวบ้านจริงๆ เลยด้วยซ้ำ” สุรเชษฐ์ กล่าว

แม้กระทั่งหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ก็ยังยอมรับว่าการต่อสู้กับปัญหาพนันออนไลน์เป็นเรื่องยาก โดย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ชุดที่ 4 อธิบายว่า บ่อนการพนันแบบดั้งเดิมจะมีองค์ประกอบ 1.มีสถานที่ตั้ง กับ 2.มีคนมาเล่น การจับกุมก็จะดำเนินการได้ในระดับหนึ่งโดยมีประชาชนแจ้งเบาะแสบ้าง ตำรวจสืบทราบเองบ้าง และหากจะกลับมาลักลอบเปิดใหม่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อหาสถานที่

แต่เมื่อการพนันย้ายไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ผู้ร่วมกระทำผิดตั้งแต่เจ้าของหรือนายทุน ฝ่ายตอบคำถามลูกค้า ฝ่ายชักชวนคนมาเล่นพนัน (ซึ่งอาจประสานบุคคลผู้มีชื่อเสียงมาช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์) จนถึงผู้รับจ้างเปิดบัญชีรับโอนเงินให้กับเว็บพนัน หรือที่เรียกว่า“บัญชีม้า” ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่กันคนละพื้นที่ ขณะที่การทำงานของเครือข่ายพนันออนไลน์ จะอาศัยวิธีเช่าบ้านบ้าง ห้องพักในคอนโดมิเนียมบ้าง ทำสัญญาระยะสั้น 2-3 เดือน ระหว่างนั้นแทบไม่ออกจากที่พัก โดยสั่งอาหารมาส่ง เมื่อครบกำหนดก็ย้ายจุดไปเรื่อยๆ จึงไม่ง่ายในการสืบสวนจับกุม

อีกทั้งเมื่อฝ่ายเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ ตามด้วยการประสานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อปิดเว็บไซต์ ขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้เวลา และถึงแม้จะปิดได้ หรือแม้แต่เมื่อบัญชีรับโอนเงินพนันถูกอายัด เพียงไม่กี่อึดใจ เว็บไซต์แห่งใหม่ก็ถูกเปิดพร้อมกับบัญชีรับโอนใหม่ “เพราะมีผลประโยชน์สูง (จากการหลอกคนมาเล่น) จึงคุ้มค่าในการลงทุน” ทั้งการจดทะเบียนที่อยู่เว็บไซต์ (ยูอาร์แอล) สำรองไว้เผื่อเว็บเดิมถูกปิด ทั้งการจ้างคนมาเปิดบัญชีม้า

“ปกติการเล่นการพนันไม่ทำให้คนรวยอยู่แล้ว คนรวยจากการพนันมีกลุ่มเดียวคือกลุ่มเจ้าของ สมัยก่อนเรียกเจ้าของบ่อน ตอนนี้ก็คือเจ้าของเว็บ เหตุที่เขารวยเพราะอะไร ขนาดเราเล่นการพนันแบบโบราณ เราคงได้ยินคำว่าทำตำหนิที่ไพ่ ถ่วงน้ำหนักที่ลูกเต๋า การพนันแบบอนาล็อกดั้งเดิมยังมียุทธวิธี กลวิธีการโกงเลย ขนาดเราไปเล่นกันอยู่ตรงหน้าเขาโกงเรายังไม่รู้เลย แต่ปัจจุบันอยู่บนอากาศ อยู่ในเว็บ เขาตั้งโปรแกรมได้ เขาให้น้องกินไปก่อน 10% หลังจากนั้นเขาจะกินคืน อย่างไรเราก็หมดตัว” รอง ผบช.น. กล่าว

เมื่อไม่อาจปฏิบัติการเชิงรุกโต้กลับ เนื่องจากต้นทางของธุรกิจพนันออนไลน์อยู่ในต่างประเทศซึ่งเกินขอบเขตอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐไทย “การสร้างภูมิคุ้มกันภายใน” เสริมแนวรับให้กับประชาชน คงเป็นหนทางที่พอจะทำได้ โดย ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงปัจจัยที่ต้องป้องกันหรือแก้ไขความเสี่ยง 1.ทัศนคติ คิดว่าเคราะห์จะไม่มาถึงตัว เช่น เล่นพนันโดยเชื่อว่าจะไม่ถลำลึกถึงขั้นไปก่ออาชญากรรม ทั้งนี้ พนันออนไลน์จัดเป็นการพนันที่ส่งผลกระทบรุนแรง เพราะเข้าถึงง่ายจึงมีความถี่ในการเล่นสูงเท่ากับยิ่งเสี่ยง “ติดพนัน” ด้วย

2.ขาดระบบคัดกรอง นอกจากการทำแบบประเมินตนเอง ประเทศไทยยังไม่มีระบบวินิจฉัยผู้เล่นการพนันที่เข้าข่ายติดพนันโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ 3.ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ “บล็อกเชน” โอนเงินระหว่างกันโดยไม่มีตัวกลาง ทำให้ธุรกิจพนันออนไลน์หลบหลีกการตรวจสอบได้มากขึ้น และ 4.สังคมเริ่มยอมรับอบายมุขได้มากขึ้น นำไปสู่การเรียกร้องให้มีกฎหมายรับรอง เช่น สื่อที่มีเนื้อหาเรื่องเพศ บ่อนกาสิโน เป็นต้น

“เราอยู่กับสงครามที่ไม่ชนะอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเขาก็ไม่หยุด ธุรกิจพนันไม่มีทางหยุด แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย คนของเราจะเป็นผู้พ่ายแพ้ที่มากขึ้น คนแพ้ไม่ใช่แค่ฝ่ายจัดการหรือแก้ปัญหา แต่คนที่เป็นผู้แพ้ที่แท้จริงก็คือประชาชน คือชาวบ้าน คือน้องๆ เด็กและเยาวชน” ธนากร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดอกสามีแรงงานนวดแผนไทยในยูเครน เห็นคลิปนาทีหนีตาย ห่วงภรรยาจับใจ

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639055

เปิดอกสามีแรงงานนวดแผนไทยในยูเครน เห็นคลิปนาทีหนีตาย ห่วงภรรยาจับใจ

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.40 น.

สามีแรงงานชาวบุรีรัมย์ที่ไปทำงานนวดแผนไทยในยูเครน เตรียมผูกแขนรับขวัญกลับบ้านปลอดภัย พร้อมเผยคลิปนาทีภรรยาและเพื่อนแรงงานอพยพหนีตาย ส่วนตัวไม่อยากให้กลับไปทำงานอีก แต่ไม่รู้จะหาเงินไหนใช้หนี้ วอนรัฐช่วยเหลือ

2 มีนาคม 2565 นายสมควร ดีปราไสย อายุ 44 ปี ชาวตำบลยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ สามีของ น.ส.อำพร พาหา อายุ 41 ปี หนึ่งในแรงงานชาวไทยที่ไปทำงานเป็นพนักงานนวดแผนไทยที่ประเทศยูเครน ที่เกิดเหตุการณ์สู้รบรุนแรง และถูกอพยพกลับไทย ได้พยายามโทรวีดีโอคอลติดต่อหาภรรยา หลังทราบว่าได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แต่ได้พูดคุยกับภรรยาเพียงสั้นๆเท่านั้นว่ากำลังทำเรื่องเอกสารกับหน่วยงานราชการ รวมถึงการตรวจหาเชื้อโควิด และมาตรการต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข คาดว่าน่าจะได้เดินทางกลับบ้านภายใน 1-2 วันนี้​ รอทางการแจ้งอีกครั้ง  

นายสมควร กล่าวว่า ดีใจที่ภรรยาเดินทางกลับมาถึงไทยอย่างปลอดภัย และหากภรรยากลับมาถึงบ้านวันไหนทั้งตนเอง และครอบครัว จะผูกแขนรับขวัญตามความเชื่อชาวบ้าน

นายสมควร ยังได้ให้ผู้สื่อข่าวดูคลิปวินาทีที่ภรรยาและเพื่อนแรงงานชาวไทยอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีการสู้รบ ซึ่งภรรยาเป็นคนส่งมาให้ดูช่วงที่เกิดเหตุสู้รบ โดยนายสมควร ยอมรับว่า​ ตอนที่เห็นคลิปก็เป็นห่วงภรรยามาก พยายามติดตามถามข่าวคราวหาภรรยาตลอดทั้งกลางวันกลางคืน 

นายสมควร กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ภรรยาไปทำงานต่างประเทศเพราะครอบครัวมีหนี้สินเยอะ ก่อนหน้านี้ภรรยาเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่กรุงเทพฯ แต่พอเจอสถานการณ์โควิดก็ตกงาน จึงตัดสินใจไปทำงานนวดแผนไทยที่ยูเครนกับเพื่อน เพราะเชื่อว่าจะมีเงินมาใช้หนี้สินทั้ง ธ.ก.ส. และหนี้ที่ก่อนหน้านี้ภรรยาเคยกู้ยืมไปทำงานที่มาเลเซียก็ยังใช้ไม่หมด เป็นหนี้สะสมหลายแสนบาท และล่าสุดที่เดินทางไปทำงานนวดแผนไทยที่ยูเครนก็กู้ยืมเงินเป็นหนี้อีก 100,000 บาท

“แต่พอเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นต้องอพยพกลับ   ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนใช้หนี้ แต่ส่วนตัวตนไม่อยากให้ภรรยากลับไปทำงานที่ยูเครนอีก เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือหางานที่ประเทศอื่นให้ทำ เพื่อจะได้มีเงินมาใช้หนี้ เพราะลำพังตัวเองทำไร่ทำนาคงไม่พอจะชำระหนี้สินที่มีอยู่” นายสมควร กล่าว -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทวดส้มนวล’ 5 แผนดิน อายุ99ปี โชว์ท่องสูตรคูณภาษาจีนคล่องแคล่ว

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639032

'ทวดส้มนวล' 5 แผนดิน อายุ99ปี โชว์ท่องสูตรคูณภาษาจีนคล่องแคล่ว

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.06 น.

2 มีนาคม 2565 ที่บ้านนางส้มนวล นางนวล หรือคุณทวดส้มนวล อายุ 99 ปี เลขที่ 19 หมู่ 3 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีลูกหลาน เดินทางมาเยี่ยมคุณทวดส้มนวล ซึ่งป่วยเป็นโรคราและอัมพฤกษ์ แต่ยังจำลูกหลานที่ใกล้ชิดได้ ยกเว้นลูกหลานที่อยู่ห่างไกลนานๆ จะมาเยี่ยมสักครั้ง คุณทวดส้มนวล จะจำไม่ได้ต้องนึกทบทวนความจำระยะหนึ่งจึงจะจำได้ 

โดยทั้งคุณทวดส้มนวล จะมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจา ทักทายให้พรลูกหลาน นอกจากนี้คุณทวดส้มนวล ยังโชว์บทสวดต่างๆของพุทธศาสนาได้อย่างคล่องแคล่ว รวมทั้งเล่าเรื่องราวในอดีตตั้งแต่สมัยคุณทวด ยังเด็กๆได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตามลูกหลานที่มาเยี่ยมจะพูดคุยอยู่ห่างๆ ด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดัง เนื่องจากคุณทวดส้มนวล หูหนักกว่าคนปกติ หากพูดเสียงเบาจะไม่ค่อยได้ยิน ส่วนสายตราก็พร่ามัวมองเห็นไม่ค่อยชัด โดยลูกหลานส่วนใหญ่จะยืนหรือนั่งคุยกับคุณทวดนวลห่างๆ 1 – 2  เมตร ตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับประวัติคุณทวดส้มนวล มีสามี ชื่อนายกล่อม นางนวล เสียชีวิตตั้งแต่คุณทวดนวล อายุ 40 ปี คุณทวดนวล จึงรับภาระเลี้ยงลูกๆทั้งชายและหญิงมากถึง 10 คน เพียงคนเดียว ซึ่งคุณทวดส้มนวล เป็นคนขยัน อดทน ประหยัด อดออม เรียนหนังสือจนสามารถอ่านออก เขียนได้ และส่งเสียให้ลูกเล่าเรียนอ่านออกเขียนได้ทุกคน โดยลูกคนที่ 9 กับคนที่ 10 เรียนจบปริญญาตรี ส่วนอุปนิสัยคุณทวดส้มนวล จะเป็นคนอารมณ์ดี ชอบแสดงศิลปะพื้นบ้าน หนังตะลุงโนราห์ เพลงลูกทุ่ง และเป็นคนธรรมมะธัมโมไปวัดทุกวัดพระ เพิ่งหยุดเมื่อ 3 – 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากชรามาก ประกอบกับเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สะดวกเดินทาง หากนั่งรถจะวิงเวียนศีรษะ แต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามสมควร

คุณทวดส้มนวล เล่าว่า ตอนยังเด็ก คุณพ่อและญาติผู้ใหญ่ มีอาชีพค้าขาย โดยศูนย์การค้าขาย และคมนาคมอยู่ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จะมีคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน นำสินค้าบรรทุกเรือสำเภา ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ มาจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนกันคนในท้องถิ่น ซึ่งการคมนาคมสัญจรไปมาจะใช้ทางเรือเกือบทั้งหมด ตนจะขอตามคุณพ่อ ไปด้วย โดยคุณพ่อ จะพูดภาษาจีนได้อย่างดีเพราะสื่อสารค้าขายกับชาวจีนมาตลอด เมื่อคิดเงินก็จะท่องสูตรคูณ โดยเฉพาะสูตรคูณภาษาจีน เพื่อรับเงินจ่ายเงินค่าสินค้ากัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างพูดคุยกับคุณทวดส้มนวล ลูกหลานขอให้คุณทวดส้มนวล ท่องสูตรคูณเป็นภาษาจีนให้ฟัง แต่คุณทวดนวล บอกว่า จำไม่ค่อยได้ แต่จำได้แม่นยำคือ  “ แม่  2 ”  จากนั้นก็เริ่มท่องสูตรคูณแม่ 2 เป็นภาษาจีน พร้อมอธิบาย แปลเป็นภาษาไทยให้ด้วย ท่ามกลางความชื่นชมของ

สำหรับคุณทวดส้มนวล เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2466 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 6  อายุย่าง  99 ปี โดยจะมีอายุครบ 100 ปี ในวันที่ 2 สิงหาคม 2566  และมีลูก ๆ หลาน รวมทั้ง เหลน ลื่อ ลืบ รวมกว่า 100 คน โดยลูกหลานจะเรียก นางส้มนวล หรือ คุณทวดนวล ว่า แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด และเทียด ที่ผ่านมาช่วงวันหยุดสำคัญโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีลูกๆ หลานๆ เดินทางมารดน้ำขอพรจากคุณทวดส้มนวลจำนวนมาก รวมทั้งประกอบอาหารจัดเลี้ยงกันในหมู่เครือญาติกันอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตามช่วงแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง 2 ปี ทำให้การเดินทางมาเยี่ยมกราบไหว้ขอพรคุณทวดส้มนวลยากลำบาก จึงมีลูกหลานเดินทางมาหาน้อยลง และไม่สามารถเข้าสัมผัสใกล้ชิดได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมาธิในการศึกษาเล่าเรียน ให้เพ่งสายตาส่งใจไปที่ตัวครู: หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639001

สมาธิในการศึกษาเล่าเรียน ให้เพ่งสายตาส่งใจไปที่ตัวครู: หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

วิชาความรู้ที่นักเรียนนักศึกษาเรียนกันอยู่ในปัจจุบันนี้ มันเป็นสิ่งที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจ สิ่งใดที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจ สิ่งนั้นคือสภาวธรรม สภาวธรรมอันนี้มันทำให้เราดีใจ เสียใจเพราะมัน เราท่องหนังสือไม่ได้เราเกิดเสียใจ น้อยใจในตัวเอง หนังสือที่เราท่องนั่นคือสภาวธรรม เราจำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา มันเข้าหลักอนัตตา บางทีอยู่ดีๆ เกิดเจ็บไข้ เราไปของเราไม่ได้ มันก็ส่อถึงอนัตตา อนิจจัง ทุกขัง นั่นเอง

เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาฝึกสติสัมปชัญญะของเรานี้ให้มันรู้พร้อมอยู่กับปัจจุบัน มันเป็นการปฏิบัติธรรม เดิน เรารู้ ยืน เรารู้ นั่ง เรารู้ นอน เรารู้ รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เรารู้ เอาตัวรู้คือสติตัวเดียวเท่านั้น แม้ในขณะเรียนหนังสืออยู่ เราตั้งใจต่อการเรียนในปัจจุบัน นั่นก็เป็นการปฏิบัติสมาธิ

ทีนี้ ความรู้ ความเห็นที่เราจะพึงทำความเข้าใจมันอยู่ที่ตรงไหน มันอยู่ที่กายกับใจของเรานี่ ทำอย่างไรกายของเราจึงจะมีสุขภาพอนามัยเข้มแข็ง ทำอย่างไรจิตของเราจึงจะมีสติปัญญาแก้ไขปัญหาหัวใจของเราได้นี่มันอยู่ตรงนี้ที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้

วิธีทำสมาธิในห้องเรียน

ขณะนี้นักเรียนทั้งหลายกำลังเรียน ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ว่าทำอย่างไรเราจึงจะได้พลังของสมาธิ พลังของสติ เพื่อสนับสนุนการศึกษา หลวงตาจะสอนวิธีทำสมาธิในห้องเรียน สมมติว่าขณะนี้หลวงตาเป็นครูสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลายเพ่งสายตามาที่หลวงตา ส่งมาที่หลวงตา แล้วสังเกตดูให้ดีว่าหลวงตาทำอะไรบ้าง หลวงตายกมือ หนูก็รู้ เขียนหนังสือให้ หนูรู้ พูดอะไรให้หนูตั้งใจฟัง ถ้าสังเกตจนกระทั่งกระพริบหู กระพริบตาได้ยิ่งดี

เวลาเข้าห้องเรียน ให้เพ่งสายตาไปที่ตัวครู ส่งใจไปที่ตัวครู อย่าเอาใจไปอื่น พยายามฝึกให้คล่องตัวชำนิชำนาญ เพราะในขณะที่อาจารย์สอนเรา ท่านรวมกำลังจิตและวิชาความรู้ที่จะถ่ายทอดให้เรา เมื่อเราเอาจิตจดจ่ออยู่ที่ตัวอาจารย์ เราก็ได้รับพลังจิตและวิชาความรู้จากอาจารย์ เพียงแค่นี้วิธีทำสมาธิในห้องเรียน ถ้าพวกหนูๆ จำเอาไปปฏิบัติตาม จะได้สมาธิตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนเล็กๆ ชั้น อนุบาล

ในตอนแรกนี่ การควบคุมสายตาและจิตใจไปไว้ในที่ตัวครูอาจจะลำบากหน่อย แต่ต้องพยายามฝึก ฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญ ภายหลังแม้เราไม่ตั้งใจ พอเห็นใครเดินผ่านหน้ามันจะจ้องเอาๆ พอเข้าในห้องเรียนแล้ว พอครูเดินเข้ามาในห้อง สายตามันจะจ้องปั๊บ ใจมันก็จะจดจ่ออยู่กับตรงนั้น หนูลองคิดดูสิว่าการที่มองครูและเอาใจใส่ตัวครูนี่เราเรียนหนังสือเราจะเข้าใจดีไหม ลองคิดดู

ในระยะแรก ให้สังเกตดูว่าถ้าจิตของเราไปจ้องอยู่ที่ตัวอาจารย์ สายตาจ้องอยู่ที่ตัวอย่างไม่ลดละ นั่นแสดงว่า เราเริ่มมีสมาธิขึ้นมาแล้ว แล้วสังเกตดูความเข้าใจ ความจดจำของเราจะดีขึ้น ในตอนแรกๆ นี้ ความรู้สึกของเราจะไปอยู่ที่ตัวอาจารย์หมด ทีนี้เมื่อฝึกไปนานๆ เข้าจนคล่องชำนิชำนาญ จิตของเรามีกำลังแกร่งกล้าขึ้น มีความมั่นคงมากขึ้น มีสติดีขึ้น ความรู้สึกมันย้อนจากตัวอาจารย์มาอยู่ที่ตัวเอง ทุกขณะจิตเรามีความรู้สึกอยู่ที่จิตของเราเท่านั้น

ภายหลังมา อาจารย์ท่านพูดอะไร สอนอะไร สติสัมปชัญญะจะรู้พร้อมอยู่หมด เพียงกำหนดจิตรู้อยู่ที่จิตอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนั้น อะไรผ่านเข้ามาก็สามารถรู้ทันหมด บางทีพออาจารย์พูดประโยคจบปั๊บ ใจของเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าต่อไปท่านจะพูดอะไร เมื่อก่อนหน้าจะสอบจิตจะบอกว่าให้ดูหนังสือเล่มนั้น จากหน้านั้นไปถึงหน้านั้น แล้วเวลาสอบมันก็ออกมาจริงๆ เวลาไปสอบ พออ่านคำถามจบแต่ละข้อๆ จิตมันจะสงบลงไปนิดหน่อย ใจของเราจะวูบวาบ แล้วคำตอบมันก็ผุดขึ้นมา เขียนเอาๆ

หลักและวิธีอันนี้เป็นสูตรที่หลวงตาทำได้ผลมาแล้วตั้งแต่เป็นสามเณร เรียนหนังสือ หลวงตาถือหนังสือเดินท่องไป ท่องมาแบบเดินจงกรม อาจารย์สุวรรณ สุจิณโณ ลูกศิษย์ต้นของหลวงปู่มั่น ท่านเห็นก็ทักว่า “เณร ถ้าจะเรียนก็ตั้งใจเรียน จะปฏิบัติก็ตั้งใจปฏิบัติ จับปลาสองมือมันไม่สำเร็จหรอก”

ทีนี้เราก็อุตริขึ้นมาว่า “เอ๊…..หลักของการเพ่งกสิณนี่ ปฐวีกสิณ เพ่งดิน อาโป เพ่งน้ำ วาโย เพ่งลม เตโช เพ่งไฟ อากาศ เพ่งอากาศ วิญญาณ เพ่งวิญญาณ เราเอาตัวครูเป็นเป้าหมายของจิต ของอารมณ์ เอาตัวครูเป็นอารมณ์ของจิต เป็นที่ตั้งของสติ เอามันที่ตรงนี้แหละ

เวลาสอบสามารถรู้ข้อสอบล่วงหน้าได้ทุกวิชา วิชาที่หลวงตาสอบมันมี ๔ วิชา วิชาแปลภาษาบาลี สัมพันธ์คำพูด หลักภาษาและเขียนตามคำบอกรู้ล่วงหน้าหมดทุกวิชาเลย

ตัวอย่างผู้ปฏิบัติได้ผลจริง

ขอยกตัวอย่างบุคคลที่สามารถทำได้แล้ว และทำสมาธิเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาจริงๆ ซึ่งพร้อมๆ กันนั้นเขาก็สามารถรู้ธรรมเห็นธรรมตามหลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ด้วย คนๆ นั้นเป็นนักเรียนระดับมหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนในทุนที่หลวงพ่อส่งไปเรียนเอง ตอนแรกเขาไม่อยากไปเรียนเพราะเขาคิดว่ามันสมองของเขาไม่สามารถจะเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ หลวงพ่อก็เคี่ยวเข็ญให้เขาไป ในเมื่อเขารับปากว่าจะไปเรียน

หลวงพ่อก็บอกว่า “หนูไปเรียนมหาวิทยาลัยต้องฝึกสมาธิด้วย” เขาก็เถียงว่า “จะให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วให้ทำสมาธิเอาเวลาที่ไหนไปเรียน” นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาคนนั้น

หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำว่า การฝึกสมาธิแบบนี้ไม่ขัดต่อการศึกษา หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า “เมื่อเวลาหนูเข้าไปอยู่ในห้องเรียน ให้กำหนดจิต มีสติรู้อยู่ที่จิตคือระลึกรู้อยู่ที่จิตของตัวเอง ถ้าหากมีจุดใดจุดหนึ่งที่จะต้องเพ่งมอง ก็เพ่งมองไปที่จุดนั้น เช่น กระดานดำ เป็นต้น เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียน ให้เอาความรู้สึกและสายตาทั้งหมดไปรวมอยู่ที่ตัวอาจารย์ ให้มีสติรู้อยู่ที่ตัวอาจารย์เพียงอย่างเดียว อย่าส่งใจไปอื่น แล้วคอยสังเกตจับตาดูความเคลื่อนไหวไปมาของอาจารย์ที่แสดงออกทุกขณะจิตของเรา เมื่ออาจารย์ท่านพูดอะไรก็ให้เราฟัง เรากำหนดหมายเอาเสียงที่ได้ยินเป็นอารมณ์จิต ให้มีสติรู้อยู่กับเสียงที่อาจารย์พูดออกมาแต่ละคำ เมื่ออาจารย์เขียนอะไรให้ดู ให้เอาสติและสายตาจดจ่อดูอยู่ที่สิ่งที่อาจารย์ทำให้ดู ให้ฝึกหัดทำอย่างนี้”

เขาก็พยายามไปทำ ทำในระยะแรกๆ ก็รู้สึกว่าลำบากหน่อย

เมื่อก่อนนี้เขาคิดว่าสมองหรือกำลังใจในการศึกษาของเขานี่ ไม่สามารถจะรับรู้ในระดับมหาวิทยาลัยได้ เขาไม่อยากไปเรียนในหลักสูตรที่เขาเ รียนใช้เวลาเพียง ๔ ปีก็จบแล้ว ทีแรกเขาคิดว่าเขาอาจจะเรียนถึง ๖ ปีกว่าจะจบได้ แต่มันก็ผิดคาด ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนหมด ความรู้สึกว่ามันสมองไม่ดีมันเปลี่ยนเป็นดีขึ้นมาหมด ก็เป็นอันว่าเขาสามารถฝึกสมาธิให้จิตมีสมาธิ มีสติสัมปชัญญะเพื่อเป็นการสนับสนุนการศึกษาที่เขาเรียนอยู่ในปัจจุบันได้

นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาที่เรียนสำเร็จปริญญาโทแล้ว เขาเริ่มฝึกสมาธิแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเรียนปริญญาตรี เมื่อเขาปฏิบัติต่อเนื่องกันจนกระทั่งจบปริญญาโท ครั้งสุดท้ายตอนสอบวิทยานิพนธ์ ก่อนวันที่เขาจะสอบสัมภาษณ์ เขามานั่งนึกว่าวันนี้จะถูกสัมภาษณ์เรื่องอะไรพอคิดขึ้นมาเท่านั้น คำถามมันก็ผุดขึ้นมา คำตอบก็โผล่ขึ้นมาตอบรู้ล่วงหน้าหมด ทุกข้อที่กรรมการเขาถาม พอมาถึงสนามสอบ พอถามปั๊บตอบปุ๊บๆ จนกระทั่งกรรมการสอบเขาแปลกใจ เขาบอกว่าเราก็สอบคนมามากต่อมากแล้ว ทำไมไม่เหมือนเด็กคนนี้สักคน เจ้าคนนี้ถามแล้ว เหมือนกับว่าไม่ต้องคิด พอถามจบตอบปั๊บ เขาเลยถามดูว่าทำไมหนูถึงได้เก่งนัก หนูบอกว่า “หนูฝึกสมาธิ”

เพราะฉะนั้น หลักการนี้นักเรียนทุกคนขอได้โปรดจำเอาไปปฏิบัติไปทุกวันๆ ในที่สุดเราจะได้กำลังสมาธิสนับสนุนการเรียนการศึกษาเป็นอย่างดี ถ้าหากเรามีเวลาที่จะมานั่งสมาธิ พอเริ่มลงไป ไม่ต้องบริกรรมภาวนาหรือไปท่องมนต์อะไรทั้งสิ้น ให้เอาบทเรียนที่เราเรียนมาในแต่ละวันๆ มาคิดทบทวนดูว่าเราจะจำได้กี่มากน้อย ถ้ามีหนังสือมาวางข้างๆ ยิ่งดี พอคิดเรื่องนี้ คิดไปๆ มันติดตรงไหนเราคิดไม่ออก เปิดหนังสือมาแล้วเอาดินสอขีดเส้นใต้เอาไว้ พอเลิกนั่งสมาธิแล้วมานั่งท่องเอาแต่ตรงที่เราจำไม่ได้ ให้ปฏิบัติอย่างนี้

สำหรับครูอาจารย์ ก่อนที่จะเริ่มทำการสอน ถ้าหากว่าไม่ถือว่าเป็นวิธีที่แปลกใหม่เกินไป จะกล่าวเตือนนักเรียนในห้องเรียนทุกคนว่าให้มองจ้องมาที่ตัวข้าพเจ้า ส่งจิตมารวมไว้ที่ตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะถ่ายทอดพลังจิต และวิชาความรู้จากข้าพเจ้าอย่างตรงไปตรงมา อย่าบิดพลิ้ว มีอะไรก็สอนไปๆ และเตือนเป็นระยะๆ ในทำนองนี้ ปฏิบัติ ต่อเนื่องกันทุกวัน ทุกชั่วโมง เราจะได้สมาธิในการเรียน ในห้องเรียน อันนี้คือวิธีปฏิบัติสมาธิให้สัมพันธ์กับการเรียนการศึกษา นอกจากที่เราจะทำสติในขณะที่เรียน

ถ้านักเรียนนักศึกษาพยายามฝึกสมาธิแบบนี้ สิ่งที่จะบังเกิดขึ้นในจิตในใจเราอีกอย่างหนึ่ง คือ เราจะรู้สึกสำนึกในพระคุณของบิดา มารดา ครู อาจารย์ ความเคารพ ความเอาใจใส่ ความกตัญญูกตเวที ความรู้สึกซึ้งในพระคุณของครูบาอาจารย์มันจะฝังลึกลงสู่จิตใจ เราจะกลายเป็นคนกตัญญูกตเวที ไม่อาจลบหลู่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ได้ เราจะมีพลังจิตในการเรียนหนังสืออย่างเข้มแข็ง เมื่อครูบาอาจารย์ว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร เราจะเป็นผู้เชื่อฟังเป็นผู้ว่านอนสอนง่าย และผลประโยชน์มันก็จะเกิดขึ้นกับเราเอง

อันนี้ขอให้นักเรียนจงจำเอาไปปฏิบัติจริงๆ เมื่อเราปฏิบัติได้คล่องตัวชำนิชำนาญ ประโยชน์มันไม่เฉพาะแต่อยู่ในห้องเรียนนะ เมื่อเราเรียนจบไปแล้วเรายังจะนำสมาธิดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อันเป็นเรื่องชีวิตประจำวันของเรา 

………………..

คิดลอกจากหนังสือหนังสือ ฐานิยปูชา ๒๕๔๒ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา) และ ลานธรรมจักร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638995

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.46 น.

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น..ไม่นึกฝันจะกลับถึงมาตุภูมิ

2 มีนาคม 2565 ความคืบหน้าหลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คนไทยในยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้พากันอพยพกลับประเทศไทย ชุดแรกจำนวน 38 คน โดยได้รับการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันนี้ (2 มีนาคม 2565) นายนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล , พล.ท.ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันต้อนรับคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยชุดที่ 2 ของวันนี้จำนวน 58 คน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 เดินทางจาก Dubai มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพเช่นเดียวกัน โดยผ่านขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้มีการนำรถบัส 3 คันมารอรับคนไทยทั้งหมดเดินทางไปตรวจคัดกรองอีกครั้ง และรอผลตรวจจากแลปที่สถาบันบำราศนราดูร

คนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศยูเครน เล่าถึงสถานการณ์ในขณะที่อยู่ในยูเครน ว่า สถานการณ์ในยูเครนยังไม่สงบ น่ากลัวมาก ทุกคนหนีมาด้วยรถไฟ แล้วแต่ใครจะกระโดดขึ้นรถไฟได้ เพื่อที่จะมาพบท่านทูต ทุกคนต้องเอาตัวรอด และต้องตัดสินใจเอาเอง ณ เวลานั้น บางทีไปเป็นกลุ่มก็อาจจะแตกแยกกันเองในเรื่องความคิดเห็น แล้วแต่ว่าใครอยากอยู่ใครอยากไป เพราะจริงๆสถานทูตตั้งใจที่จะมีรถมารับแล้ว แต่ด้วยว่าเข้าไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องหนีขึ้นรถไฟกันมาเอง ซึ่งทุกอย่างท่านทูตซัพพอร์ตมาเป็นลำดับ ส่วนที่ดูไบก็มีคนมาดูแลตามขั้นตอน

ขณะที่พวกตนต้องพากันอพยพมาที่ศูนย์ จะมีเสียงหวอดังตลอดเวลาเพราะนั่นคือโดนโจมตีแล้ว ซึ่งคนยูเครนที่นั่นก็เริ่มทยอยออก และเราเป็นคนไทยพูดภาษายูเครนไม่ได้ เวลาเราสื่อสารหาเขา เขาจะฟังไม่รู้เรื่อง และเขาก็พาพวกเขาออกมา แต่พวกตนซึ่งเป็นคนไทย พอออกมาก็ไม่รู้จะไปทางไหน ทุกอย่างมันบีบหัวใจมากเลยในขณะนั้น และเสียงหวอที่เตือนให้ทุกคนออกจากพื้นที่ดังตลอดเวลา และเราก็ได้ยินเสียงระเบิดตลอด บางคนที่หนีออกมาแทบจะไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลย ทุกคนต้องออกมาที่สถานีรถไฟให้ได้ เพื่อที่จะเดินทางมาเมืองลวิฟ เพราะทางการไม่สามารถเอารถเข้าไปรับได้ การที่เราหนีระเบิดไม่เหนื่อยเท่ากับการแย่งกันขึ้นรถไฟ มีบางคนตกลงไปในรางรถไฟต้องพากันดึงขึ้นมา บางคนช่วยไม่ทันก็โดนเหยียบกันเองจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหน้า มีทั้งผลักทั้งดันคิดว่าจะไม่ได้กลับประเทศไทยแล้ว

“โดยเฉพาะตอนที่หลบในหลุมหลบภัย ข้างบนก็ปล่อยระเบิด และไม่มีน้ำกินเลย แต่ทุกคนก็ฮึดสู้กันมา ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาถึงประเทศไทย วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านคิดถึงลูกมาก ถ้าไม่ลูกคงไม่มีแรงกลับมาวิ่งกันจนหมดแรง แต่ก็ต้องวิ่งเอาชีวิตให้รอดข้างบนก็ระเบิดข้างรถก็คนเยอะมาก ซึ่งสถานทูตได้ให้การช่วยเหลือเราอย่างมาก โดยมีการติดต่อกันทางไลน์แจ้งให้เราไปรอที่ไหนอะไรแบบนี้ ตนตัดสินใจทันทีตั้งแต่เขาบอกเก็บของ ตัดสินใจกลับบ้านเลย อยู่ไม่ได้แล้ว เสียงเตือนมันทำให้ใจสั่นมาก ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่สามารถพาพวกตนกลับมาได้ ขอบคุณท่านทูตขอบคุณคนไทยทุกคนที่เอาใจช่วย ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถึงเหตุการณ์ทางด้านโน้นจะสงบลงก็คงไม่ไปอีกแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นกันแล้วว่าไม่อยากไปกันแล้วมันอันตรายมาก” คนไทยในยูเครน ที่กลับถึงมาตุภูมิ กล่าว

ด้านนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา หัวหน้าด่านควบคุมโรคท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า วันนี้เรารับในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง เราได้มีการตรวจแลปสวอบ RP-CCR ซึ่งทุกท่านจะได้รับการตรวจ และไปรอผลที่บำราศนราดูร เพื่อจะดูว่ามีผลบวกหรือไม่ ถ้าเป็นผลบวกก็จะมีการดูแล และถ้าผลเป็นลบทุกคนก็สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลย และไปสังเกตอาการที่บ้านตัวเอง ซึ่งทุกคนจะถูกกักตัวไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพราะว่าผลแลปจะออกภายใน 4 ชั่วโมงก็รู้ผลแล้ว ซึ่งทุกคนก็เหมือนเดินทางเข้าประเทศทั่วไปเพราะไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรที่ต่างจากคนทั่วไปที่มาจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเรา

ส่วนนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เคสที่เรารับคนไทยมาจากยูเครนทั้งหมดทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงาน เรามีการประสานความร่วมมือกัน มีการวางแผนการรับคนไทยที่กลับมาด้วยความเรียบร้อย เที่ยวบินที่เห็นเป็นEK 384 เป็นรอบที่ 2 ของวันนี้ เมื่อช่วงเช้าเป็นเที่ยวบินที่มาจากการบินไทย มีผู้โดยสารทั้งหมด 38 คน ก็ผ่านการคัดกรองไปถึงโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นที่เรียบร้อย และรอบนี้เป็นรอบที่สองที่มีคนไทยเดินทางมาทั้งหมด 58 คน การปฏิบัติในภาพรวม การคัดกรองทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการรับคนไทยทั้งหมดที่จะมีอีกทั้งหมด 2 วัน ที่เราประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศต้องเรียนว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการปฏิบัติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมสุขภาพจิตแนะหลัก‘2ไม่ 1 เตือน’ เสพข่าวสูญเสีย‘แตงโม’

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638980

กรมสุขภาพจิตแนะหลัก‘2ไม่ 1 เตือน’ เสพข่าวสูญเสีย‘แตงโม’

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.51 น.

‘กรมสุขภาพจิต’วอนสังคมและสื่อให้กำลังใจครอบครัว‘แตงโม’ พร้อมเสนอแนะหลักการ‘2 ไม่ 1 เตือน’ลดผลกระทบทางจิตใจแก่ครอบครัว แนะประชาชนรับข้อมูลอย่างเป็นกลาง เลี่ยงใช้อารมณ์-ถ้อยคำรุนแรง

2 มีนาคม 2565 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ท่ามกลางความเศร้าโศกจากการเสียชีวิตของ “คุณแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” นักแสดงชื่อดัง จากเหตุการณ์พลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นกระแสสังคมที่สื่อทุกแขนงต้องการที่จะเผยแพร่ข่าวสารของนักแสดงสาว ประวัติของคนใกล้ชิด ครอบครัวรวมไปถึงประวัติของผู้ที่เกี่ยวข้อง  จนอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างคาดไม่ถึง  แม้สื่อมวลชนจะมีเจตนาดีในการทำงานที่ต้องการให้ประชาชนเข้าใจข่าวสารในหลายๆ แง่มุม  ซึ่งในบางประเด็นอาจจะทำให้เกิดการตีตราและ ตกเป็นจำเลยโดยที่การดำเนินการยังอยู่ในระบบยุติธรรม

แพทย์หญิงอัมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสุขภาพจิต อยากให้สังคมได้เรียนรู้จากการสูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะยังมีประเด็นที่สังคมยังมองข้าม เช่น ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุทางน้ำ การจัดการกับเรือที่ใช้ความเร็วสูง การควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการขับขี่และโดยสารเรือ จึงขอความร่วมมือสื่อและสังคมช่วยกันใช้หลัก “2 ไม่ 1 เตือน” คือ

2 ไม่ ได้แก่ 1. ไม่ผลิต 2. ไม่ส่งต่อข่าวที่ไม่สร้างสรรค์ และ 1 เตือน คือ เตือนภัยและช่วยกันสะท้อนความผิดปกติเหล่านี้จากเหตุการณ์เพื่อเป็นบทเรียน  และขอเน้นย้ำกับประชาชนว่า การพาตัวเองเข้าไปในเนื้อข่าวตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมไปกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งที่มองแง่บวกหรือลบ ทำให้เกิดความสับสน เกิดความวิตกกังวลต่อเนื่อง บางรายอาจถึงขั้นเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กรมสุขภาพจิตขอให้การจากไปของคุณแตงโมไม่เป็นเพียงข่าวสารที่สะเทือนใจเรื่องหนึ่ง  แต่เป็นบทเรียนที่สังคมต้องเรียนรู้ปัญหาทั้งในเรื่องของการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลาง และความปลอดภัยและอุบัติเหตุการจราจรทางน้ำ และที่สำคัญขอสื่อเผยแพร่ข่าวสารอย่างประนีประนอมใช้ถ้อยคำและเนื้อหาเพื่อให้เกียรติครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะที่สุดแล้วย่อมไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง’ไป่ ทาคน’ หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร (คลิป)

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638966

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง'ไป่ ทาคน' หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร (คลิป)

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.22 น.

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง’ไป่ ทาคน’ เผยภาพแรก หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร

โลกโซเซียลแห่แชร์ ‘ ไป่ ทาคน’ (Paing Takhon) นักแสดงนายแบบดังของเมียนมา และผู้ครองตำแหน่งผู้ชายที่หล่อสุดในโลก กลับมามีอิสรภาพแล้ว หลังมีรายงานว่า กองทัพพม่าประกาศปล่อยตัวดารานักแสดงจำนวน 6 คน เมื่อเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ไป่ ทาคน’ สร้างความยินดีให้กับแฟนคลับทั้งในเมียนมาและต่างประเทศ

จากนั้นโลกโซเซียลอย่างเพจเฟซบุ๊ก Paing Takhon ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 ล้าน ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อนายแบบหนุ่มได้อัพเดทรูปโปรไฟล์ หลังจากถูกปิดไปนานเกือบ 1 ปี ทำให้บรรดาแฟนคลับเข้าไปกดไลก์ภาพโปรไฟล์ใหม่อย่างคึกคัก

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Lucas Dewar ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอแรก ขณะกำลังพูดคุยกับไป่ ทาคน อีกด้วย

ทั้งนี้ ไป่ทาคน ถูกกองทัพเมียนมาจับตัวไปเมื่อเมษายน 2564 หลังจากร่วมประท้วงและโพสต์โซเชียลฯต่อต้านรัฐประหารของเมียนมา ศาลตัดสินจำคุกเขา 3 ปี ก่อนจะปล่อยตัวนายแบบหนุ่มก่อนกำหนด. 012

ขอบคุณคลิป : Lucas Dewar 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Flucas.holylove%2Fvideos%2F434702985072904%2F&show_text=true&width=222&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,285,663 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
สรุปข่าวเด่นรอบดึก ประจำวันที่ 7-8 มิ.ย. เวลา 18.00 - 06.00 น.
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ครม.ตั้ง "บุญรักษ์ ยอดเพชร"เป็นเลขากพฐ.
'FriendZSpace ก๊วน3ซ่าตะลุยจักรวาล'พาทะยานสู่อวกาศกับ2ตอนใหม่'วูปอีวิลส์'และ'เด็ก ๆ แห่งดาวไอคอร์'
ตรีผลา...ยาสมัยพุทธกาล
"วรพร" มะม่วงแปรรูป รสอร่อย แห่งเมืองแปดริ้ว
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
อ่อนประชาสัมพันธ์! นักท่องเที่ยวไม่รู้บังคับใช้กม.ห้ามสูบบุหรี่24ชายหาด

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d