Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รักขม…วิวาห์ล่ม!ชายนอร์เวย์ครวญ เจอสาวเขมรคบซ้อน ลวงรัก เชิดเงิน

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627414

รักขม...วิวาห์ล่ม!ชายนอร์เวย์ครวญ เจอสาวเขมรคบซ้อน ลวงรัก เชิดเงิน

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.20 น.

ชายนอร์เวย์รักขม แจ้งตำรวจถูกสาวเขมรลวงให้รัก หลอกให้โอนเงินนับแสนหวังแต่งงาน สุดท้ายจับได้คบซ้อน

9 มกราคม 2565 นายไคร์เร วิกดาเฮ อายุ 55 ปี สัญชาตินอร์เวย์ ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากนายวินน์ ชัยเนตร ผู้ประกอบการร้านอาหารอร่อยคิดเช่นบางเสร่ และผู้ช่วยเหลืองานประชาสัมพันธ์ชุมชนตำบลบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้ช่วยพามาร้องขอความช่วยเหลือกับนายประทีป นาคบังเกิด ทนายความศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจังหวัดชลบุรี ให้พามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สำราญ สุขโต สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ ให้ดำเนินคดีกับนางสาวเอ (นามสมมุติ) ชาวกัมพูชา อายุ 29 ปี ในข้อหาฉ้อโกงเงิน จำนวนเกือบ 200,000 บาท โดยการหลอกลวงและให้สัญญาว่าจะแต่งงาน จดทะเบียนสมรสด้วย สุดท้ายเชิดเงินหนี 

นายไคร์เร กล่าวว่า ได้พบกับนางสาวเอ และสานสัมพันธ์รักกันทางเฟซบุ๊ก และได้เดินทางมาพบกันครั้งแรกเมื่อต้นปี 2562 ที่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ เมื่อได้พบกับนางสาวเอ และเกิดความพอใจ จึงตกลงคบหาดูใจเป็นคู่รักกันและตกลงจะพานางสาวเอ ไปแต่งงานกันที่ประเทศนอร์เวย์ หลังจากนั้นได้บินกลับประเทศ ซึ่งต่อมาในช่วงนั้นได้เกิดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก จึงไม่ได้เดินทางมาพบกัน แต่จะพูดคุยกันผ่านทางวีดีโอคอลไลน์ ตลอดระยะเวลามาปีกว่า และนางสาวเอ ได้บอกให้โอนเงินมาให้ครั้งละประมาณ 1,000 ดอลลาร์ อ้างว่าจะนำไปทำเอกสารเรื่องการแต่งงานกับทางสถานทูตนอร์เวย์ รวมแล้วเป็นเงินไทยเกือบ 200,000 บาท 

ต่อมาเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2564 ก่อนวันคริสต์มาสได้ติดต่อกับนางสาวเอให้มาพบกันที่ชายหาดบางเสร่ จุดที่พบรักกันครั้งแรก แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายนางสาวเอ กลับไม่มาตามนัดทำให้เกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ออกตามหา และพบว่ามาทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน ต.บางเสร่ และยังทราบอีกว่านางสาวเอ ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายชาวต่างชาติอีกคนหนึ่งด้วย จึงได้เข้าไปพูดคุยและทวงถามสัญญาเรื่องการแต่งงานและเรื่องเงินที่โอนมาให้ เพื่อทำเรื่องขอแต่งงานกับทางสถานทูตนอร์เวย์ แต่นางสาวเอ ไม่ยอมพูดคุยด้วยพร้อมบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงอย่างไม่ใยดี 

นายไคร์เร กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกเสียใจมากกับการโดนหลอกในครั้งนี้ ทั้งที่ได้เตรียมงานแต่งงานที่ประเทศนอร์เวย์ และซื้อรถยนต์คันใหม่หวังใช้ชีวิตคู่กับนางสาวเอ แต่สุดท้ายมาเจอนางสาวเอ หลอกลวง ตนรู้สึกเสียใจมาก จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีกับนางสาวเอ ให้ถึงที่สุด

ด้านนายประทีป กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่ถูกหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย โดยการโอนเงินให้ถือว่าไม่เป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย และเช่นเดียวกันหญิงไทยก็ถูกหลอกในลักษณะเช่นเดียวกันนี้เหมือนกัน เมื่อได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ จึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสังคมต่อไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้นเกจิดังกรุงเก่า! ‘หลวงพ่ออุดม’วัดพิชัยสงคราม สิริรวมอายุ85ปี 66พรรษา

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627413

สิ้นเกจิดังกรุงเก่า! 'หลวงพ่ออุดม'วัดพิชัยสงคราม สิริรวมอายุ85ปี 66พรรษา

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.00 น.

สิ้นเกจิดังกรุงเก่า ‘หลวงพ่ออุดม’ วัดพิชัยสงคราม พระนักพัฒนาแห่งกรุงศรีอยุธยา สิริรวมอายุ 85 ปี 66 พรรษา 

วันที่ 9 มกราคม 2565  พระปลัดตรีพรหม รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดพิชัยสงคราม ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.30 น.พระครูวิชัยกิจจารักษ์ หลวงพ่ออุดม อุตฺตมปญฺโญ เกจิสายพัฒนา ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ เวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 9 ม.ค 65 หลังจากมีอาการป่วยโรคหัวใจ โรคเบา และโรคไต ต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง และรักษาตัวทั้งในโรงพยาบาลและกลับมาพักที่กุฎิภายในวัดพิชัยสงคราม พระครูวิชัยกิจจารักษ์ โดยในช่วงเวลา 06.30 น. พยาบาลที่เฝ้าดูอาการได้มาเรียกหลวงพ่ออุดมเพื่อให้ฉันภัตตราหารเช้า แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้เขย่าตัวพบว่า หลวงพ่ออุดมได้ละสังขารแล้ว จึงได้แจ้งรักษาการณ์เจ้าอาวาส 

โดยพระครูวิชัยกิจจารักษ์ ได้บรรพชาเป็นสามเณรกับ พระครูศีลกิตตุคุณ (หลวงพ่ออั้น) วัดพระญาติการาม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2494 สามเณรอุดม ได้ศึกษาหาความรู้ และศึกษาพระกัมมัฏฐานกับท่านอาจารย์จาบ สุวรรณ วัดประดู่ทรงธรรม ต่อมาเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ สามเณรอุดมได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2499 โดยมี พระครูศีลกิตติคุณ (หลวงพ่ออั้น) วัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการทองดำ ปิยกโร วัดพิชัยสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เฉลิม เขมทสฺส วัดพระญาติการาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “อุตตมปญฺโญ” แปลว่า ผู้อุดมไปด้วยสติปัญญา และในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2511 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดพิชัยสงคราม ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญบัตรชั้นโท ได้รับพระราชทินนาม “พระครูวิชัยกิจจารักษ์”  

ด้วยความเมตตา ความเอื้ออาทรช่วยเหลือชาวบ้านทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จึงมีผู้เคารพศรัทธาเลื่อมใสมากราบไหว้ท่านเป็นประจำ หลวงพ่อได้พัฒนาศาสนสถานต่างๆในวัด จนเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก อาทิ งานบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถ งานสร้างถนนเข้าวัด เมรุเผาศพ เทพื้นรอบอุโบสถ สร้างศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิ ศาลาอเนกประสงค์ หอฉัน โรงเรียนพระปริยัติธรรม รั้วกำแพง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตำหนักพระเจ้าตากสิน ศาลวีรชน เขื่อนกั้นน้ำ และถาวรวัตถุอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ หลวงพ่อยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และคุมสอบธรรมศึกษา ตั้งทุนสนับสนุนพระภิกษุสามเณรในการศึกษาธรรม และเป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ให้ความรู้ธรรมะแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยอด! นักดำน้ำช่วยหาจนเจอ’แหวนทองฝังเพชร’ ร่วงน้ำตกอุทยานฯคลองลาน

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627408

สุดยอด! นักดำน้ำช่วยหาจนเจอ'แหวนทองฝังเพชร' ร่วงน้ำตกอุทยานฯคลองลาน

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.30 น.

9 มกราคม 2565 จากกรณีเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวได้พลัดลื่นล้มระหว่างเดินชมน้ำตกจนทำให้แหวนทองฝังเพชร จำนวน 10 เม็ด น้ำหนักประมาณ 1 กะรัต หลุดลงน้ำบริเวณธารน้ำหน้าน้ำตกคลองลาน

ล่าสุดในวันที่ 8 มกราคม นายสุระชัย โภคะมณี หัวหน้า อช.คลองลาน ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมน้ำตกได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำภารกิจอะไรอยู่ และได้อนุญาตให้ นายแพ๊ก ขันหยก นักดำน้ำ และอาชีพนักค้นหาอิสระ ให้เข้าทำการค้นหาแหวนวงดังกล่าว และซึ่งบริเวณที่แหวนหล่นนั้นเป็นจุดที่มีโขดหินจำนวนมาก น้ำไหลแรงและลึก ยากต่อการค้นหา จึงใช้วิธีการคำน้ำและใช้เครื่องแสกนโลหะค้นหา ใช้เวลาค้นหาอยู่ประมาณ 35 นาที จึงพบแหวนวงดังกล่าว โดยเจ้าของแหวนคือ คุณนิตย์ โพธิ์กุล อาศัยอยู่ที่เขตห้วยขวาง กทม. ที่เข้ามาเที่ยวชมน้ำตก เป็นเจ้าของแหวน

‘ขอขอบคุณ คุณแพ๊ก ขันหยก นักดำน้ำ และอาชีพนักค้นหาอิสระ ที่ช่วยค้นหาแหวนจนเจอ และมอบความสุขกลับคืนสู่คุณนิตย์ โพธิ์กุล อย่างสูงครับ’ นายสุระชัย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘​เชียงใหม่’​ชวนเที่ยวงาน‘ข่วงฟื้นผญา’นำคุณค่าสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627406

‘​เชียงใหม่’​ชวนเที่ยวงาน‘ข่วงฟื้นผญา’นำคุณค่าสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.10 น.

‘​เชียงใหม่’​ชวนเที่ยวงาน‘ข่วงฟื้นผญา’นำคุณค่าสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่,ลำพูน,ลำปางและแม่ฮ่องสอน) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมศิลปินขับซอล้านนา , สมาคมกลองและศิลปการแสดงล้านนา และเครือข่ายทางวัฒนธรรม  ขอเชิญเที่ยวงาน “ข่วงฟื้นผญา ศิลปวัฒนธรรมล้านนา”  กิจกรรมฟื้นผญาล้านนา ศิลปวัฒนธรรมล้านนา นำคุณค่าสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการจัดแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้า Lanna Expo 2021   ณ บริเวณโถงท่าแพ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 7 – 16 มกราคม 2564

โดยเมื่อวันที่  8 มกราคม​ 2565 เวลา 17.00 น.นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็น​ประธาน​เปิดงาน​ร่วมกับนางสิริรัตน์  โอภาพ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำเสนอผลติภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑  เพิ่มโอกาสการสร้างงานและการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมทั้งให้ผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เข้าใจถึงความต้องการของตลาด เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของตน รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในระดับนานาชาติ

ภายในงานพบกับภายในงานพบกับ : การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ จำนวน ๕๒  ภูมิปัญญา อาทิ ผ้าทอ ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าย้อมสีธรรมชาติ  ผ้ากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ งานไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องจักสาน สาดแหย่ง น้ำมันงา และผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายชุมชนคุณธรรม ที่นำเสนอรูปแบบวิถีเสน่ห์ชุมชนขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” (บ้าน-ชุมชน/วัด – ศาสนาสถาน/โรงเรียน-ราชการ) น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังพบกับการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจากสมาคมศิลปินขับซอล้านนา, สมาคมกลองและศิลปะการแสดงล้านนาและเครือข่ายทางวัฒนธรรม ตลอดการจัดงาน และอีกหนึ่ง ไฮไลท์ของงานคือ ข่วงกาดหมั้วอาหารล้านนาที่มีอาหารและขนมพื้นเมือง ให้ลิ้มลองกว่า ๓๐ ร้านค้า รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม(CPOT) / นาทีทอง-ชั่วโมงทอง

พิเศษปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ร่วมกิจกรรมในงานนี้ได้รับการตรวจโควิด (ATK) ก่อนเข้างานทุกคน และนำเสนอกิจกรรมผ่านการ LIVE ทาง Facebook Page : ข่วงฟื้นผญาล้านนา  และ Facebook Page: สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด ถ. โชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053 112 595

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’เตือนจำไว้ตรวจATK ต้องอ่านในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627396

‘หมอแล็บแพนด้า’เตือนจำไว้ตรวจATK ต้องอ่านในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.09 น.

‘หมอแล็บแพนด้า’เตือนจำไว้ตรวจATK ต้องอ่านในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

9 มกราคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของนักเทคนิคการแพทย์ (ทนพ.) ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง โพสต์ข้อความมีเนื้อหาดังนี้…

“จำไว้นะครับ การตรวจ ATK ต้องอ่านภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น ถ้าชุดตรวจที่เราซื้อมา เค้าบอกให้อ่านผลภายใน 10-15 นาที ก็ต้องรีบอ่านตามนั้น แล้วเอาทิ้งไปเลย!!!

อย่าไปนั่งจ้องนั่งพิจารณาเป็น 2-3 ชั่วโมง นั่งเบิ่งเมิ้ดมื้อ ถ้าปล่อยไว้นานส่วนใหญ่มันจะเริ่มเข้มขึ้น เป็นผลบวกปลอมทั้งนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับตรวจในบริษัทก็ต้องมีความรู้นะครับ ไม่งั้นจะเปลือง ATK เสียเวลา เสียสุขภาพจิตกันเปล่าๆ

อ่านผล ATK ต้องอ่านในเวลาที่กำหนดเท่านั้น หยิบคู่มือในกล่องมาอ่านให้ละเอียดนะครับ เพราะแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกันเด้อออ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ละมุด’เกาะยอ ชาวสวนทยอยเก็บขาย สร้างรายได้ทั่วทั้งเกาะ

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627384

'ละมุด'เกาะยอ ชาวสวนทยอยเก็บขาย สร้างรายได้ทั่วทั้งเกาะ

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.01 น.

“ละมุดเกาะยอ” หรือคนภาคใต้เรียกว่า “สวา” เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวสวนละมุดเกาะยอต่างทยอยเก็บผลผลิต ซีงเป็นช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม  สร้างรายได้ให้ชาวสวนละมุดเกาะยอทั่วทั้งเกาะ  

นายวิสุทธิ์ สวัสดิ์มณี หรือลุงสุด วัย 67 ปี เกษตรกรบ้านในบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ก็เป็นเกษตรกรกรชาวสวนละมุดอีกรายหนึ่ง ที่ปลูกละมุดหรือสวาเกาะยอ ในสวนของตนเองกว่า 2.5 ไร่ ทยอยเก็บผลผลิตละมุดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดีตลอดปี   

โดยชาวสวนละมุดเกาะยอ จะเริ่มเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป และสามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ด้วยรสชาติที่ต่างจากละมุดที่อื่นทำให้ผลผลิตละมุดเกาะยอขายดีตลอดปี ไม่พอกับความต้องการของลูกค้า เนื่องจากมีลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนเกาะยอ แวะชิมและซื้อเป็นของกินของฝาก สร้างรายได้ให้แก่ชาวสวนละมุดเกาะยอทั่วทั้งเกาะ  

นายวิสุทธิ์ สวัสดิ์มณี หรือ ลุงสุด กล่าวว่า ตนและครอบครัวทำเกษตรผสมผสานโดยมีพื้นที่ปลูกละมุดประมาณ 2.5 ไร่ จำนวน 150 ต้น มี 2 สายพันธุ์คือพันธุ์ไข่ห่าน 50 ต้น อายุ ประมาณ 13 ปี ลักษณะผลกลมโต และพันธุ์กระสวยหรือชาวบ้านเรียกพันธุ์ลูกแขก 100 ต้น ลักษณะผลเรียวยาวและปลูกมากว่า 40 ปีแล้ว หลังปลูก 3 ปี เริ่มให้ผลผลิต และเมื่อละมุดออกดอกหลังจากนั้น 4 เดือนสามารถเก็บผลผลิตบริโภคและจำหน่ายได้ ละมุดเกาะยอ มีรสชาติ หอม หวาน กรอบ เนื้อละเอียด มีสีน้ำตาลเมื่อสุกเต็มที่ เนื่องจากเกาะยอมีสภาพพื้นที่เป็นเกาะมีทะเลล้อมรอบทำให้เกิดช่วงน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย (3น้ำ) ส่งผลให้ละมุดเกาะยอ (สวา)เกาะยอมีรสชาติต่างจากละมุดที่อื่น  

ช่วงนี้สวนลุงสุดจะเก็บผลผลิตละมุดทุกวันวันละประมาณ 100 กิโลกรัม หลังจากนั้นนำมาแช่น้ำสะอาดเพื่อล้างยางของละมุดออก แล้วนำผลละมุดมาขัดล้างอีกครั้ง นำออกมาผึ่งลมให้แห้งแล้วคัดแยกผลที่ไม่ได้ขนาดและผลมีตำหนิออกไป แล้วนำไปบ่มประมาณ 2 วัน ผลละมุดจะสุกพร้อมรับประทาน จึงนำมาบริโภคและจำหน่ายได้ โดยลุงสุดและครอบครัว จะจำหน่ายเองที่หน้าบ้านและจำหน่ายให้แก่แม่ค้าที่มารับซื้อถึงบ้านโดยราคาจำหน่ายจะคัดเกรดตามขนาดและน้ำหนักผล เบอร์ 1 ขนาด 8-9 ผล/ก.ก.ราคา 60 บาท เบอร์ 2 ขนาด 10-12 ผล/ก.ก.ราคา 50 บาท และเบอร์ 3 ขนาด 15 ผลขึ้นไปราคา กก.ละ 40 บาท และขนาดผลเล็กสุด 25 ผล/ก.ก. ขี้นไปราคา 30 บาท  นอกจากนี้ลุงสุดได้ตอนกิ่งพันธุ์จำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคากิ่งพันธุ์ละ 200 บาทอีกด้วย  

ละมุดสวนลุงสุด ใครได้กินจะติดใจและรับรองความปลอดภัย ซึ่งได้ผ่านการรับรองแปลงมาตรฐานเกษตรปลอดภัยGAP (จี เอ พี ) จากกรมวิชาการเกษตร ทั้งยังเป็นแปลงเรียนรู้ไม้ผลอัตลักษณ์ละมุด(สวา)เกาะยอของอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา  สำหรับผู้สนใจติดต่อเบอร์ 08 2436 2781 ละมุดเกาะยอของสวนลุงสุด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการ‘มหิดล’คิดค้น เซ็นเซอร์วัดกลิ่นเพื่อโรงงานสีเขียว

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627335

นักวิชาการ‘มหิดล’คิดค้น  เซ็นเซอร์วัดกลิ่นเพื่อโรงงานสีเขียว

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ (ซ้าย)

ปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับ “กลิ่น” ได้มีความก้าวหน้าไปจนถึงระดับที่สามารถวัดค่าและส่งต่อได้ในระบบดิจิทัล ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเคมีอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงการตรวจสอบใดๆ ที่ต้องใช้กลิ่นเป็นโจทย์สำคัญ เช่น โรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้เขตชุมชน ที่ผ่านมาพบปัญหามลพิษทางอากาศ จากกระบวนการผลิตซึ่งส่งกลิ่นที่เป็นอันตราย หรือรบกวนคนในชุมชน จนต้องมีการคิดค้นและพัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจวัดกลิ่นขึ้นเพื่อการตรวจสอบที่แม่นยำและชัดเจนยิ่งขึ้น

ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ภาควิชาฟิสิกส์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565 : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย จากผลงานประดิษฐ์คิดค้น เรื่อง “แพลตฟอร์มเซ็นเซอร์ตรวจวัดกลิ่นแบบ ioT สำหรับโรงงานสีเขียว และสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ”ได้กล่าวถึงมาตรฐานของโรงงานสีเขียวว่า

จะต้องมีการบริหารจัดการการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องไม่ส่งกลิ่นที่เป็นอันตราย หรือรบกวนคนในชุมชนที่ผ่านมาได้มีวิธีตรวจวัดกลิ่นด้วยการสูดดมโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้ผลการตรวจสอบที่อาจกลายเป็นข้อโต้แย้งได้ เนื่องจากผลที่ได้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญส่วนบุคคลซึ่งไม่สามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลขเทียบวัดได้อย่างแม่นยำและชัดเจน จึงได้คิดค้นและพัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจวัดกลิ่นแบบ ioT ซึ่งสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลข และสามารถส่งผลไปยังอุปกรณ์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อได้ทันที

อย่างเช่นกรณีปัญหาจากฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ที่ชาวบ้านในชุมชนร้องเรียนว่าส่งกลิ่นเหม็น แต่เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญไปประเมินกลับได้ผลสรุปออกมาว่ายังไม่ส่งกลิ่นถึงระดับที่รบกวนชุมชน ด้วยเซ็นเซอร์ที่คิดค้นขึ้นนี้ นอกจากจะสามารถวัดออกมาได้เป็นตัวเลขว่าส่งกลิ่นเหม็นในระดับใดมีความเร็วของกลิ่นมากน้อยเพียงใดแล้ว ยังจะสามารถระบุได้เลยทันทีว่าที่มาของกลิ่นอยู่ที่ใดและสภาพอากาศในตอนนั้นเป็นอย่างไร

“ที่ผ่านมาได้มีการทดลองแล้วโดยใช้กับโรงงานกระดาษแห่งหนึ่งในจังหวัดชานเมืองพบว่าได้ผลดี แม้การวัดกลิ่นด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่ถูกรับรองผลโดยกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย แต่ต่อไปจะได้มีการผลักดันสู่ระดับนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนต่อไป ซึ่งหากได้รับการพัฒนาจนสามารถใช้ได้จริง จะช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างมหาศาล อีกทั้งเป็นนวัตกรรมที่ผลิตโดยคนไทยเพื่อโรงงานสีเขียวของไทยครั้งแรก จึงใช้งานได้ง่ายและตอบโจทยมากกว่า” ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ กล่าว

ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ ยังได้รับการอ้างอิงเป็นร้อยละ 2 ของนักวิทยาศาสตร์โลกจากการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปี 2564 (World’s Top2% Scientists by Standford University 2021) โดยผู้วิจัยมองตัวเองว่าเป็น “นักเทคโนโลยี” ซึ่งมองไปที่ผลของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยมากกว่าจะเป็นนักวิชาการที่ทำวิจัยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองสนใจ

นอกจากจะมีเครือข่ายซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้ใช้จริงแล้ว ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ ยังได้ต่อยอดให้นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ และยังได้ส่งเสริมสตาร์ทอัพสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติได้ต่อไป!!!

มหาวิทยาลัยมหิดล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ‘ของขวัญวันเด็กที่หนูอยากได้’

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627328

สกู๊ปพิเศษ : ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน  ‘ของขวัญวันเด็กที่หนูอยากได้’

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เด็กคือผ้าขาว”จึงอยู่ที่ผู้ใหญ่จะปลูกฝัง และเป็นแบบอย่างเพื่อปูทางให้เด็กเหล่านี้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศไทยได้ในอนาคต

แต่เป็นที่น่าตกใจเมื่อ “มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว” ร่วมกับ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)” ซึ่ง จัดเสวนา “ของขวัญของหนู” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจ !

โดย นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ได้หยิบยกเอารายงานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2564 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี อยู่ที่ 12.7% อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน คิดเป็น0.14% ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป และในเยาวชนกลุ่มดังกล่าวมีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 1.9 ล้านคน หรือ 20.9% นำมาซึ่งปัญหาเมาแล้วขับ บาดเจ็บ เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังสำรวจพบเยาวชนที่อายุระหว่าง 15-25 ปีเล่นการพนันอยู่จำนวน 4.3 ล้านคน และมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นปัญหาอยู่ถึง 6 แสนคน ที่น่าตกใจคือมีเยาวชนเป็นนักพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้นจาก 6.28 แสนคน ในปี 2560 เป็น 7.95 แสนคน ในปี พ.ศ.2564 ยังไม่นับรวมผู้ที่ติดยาเสพติดอีกมหาศาล ซึ่งบางรายอาจจะมีแทบทุกพฤติกรรมเสี่ยงที่กล่าวมา

ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อเด็กและเยาวชน ครอบครัว ผู้ปกครอง คนรอบข้างตัวเด็กจึงมีความสำคัญยิ่งในโอกาสวันเด็กที่จะถึงนี้ จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง เป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กๆ เพื่อเดินทางไปสู่เส้นทางการมีอนาคตที่ดีต่อไปด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองมาลด ละ เลิก ใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากอบายมุข ปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ เพื่อให้มีชีวิตอยู่กับลูกหลาน คนที่เรารักไปนานๆ และเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อเป็นของขวัญที่มีค่าสำหรับเด็กและเยาวชน

“เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2565 ทาง สสส. ให้ความสำคัญต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทุกชนิดเพราะส่งผลกระทบต่อชีวิตและจิตใจของเด็ก จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง หันมาเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กๆ เพื่อเดินทางไปสู่เส้นทางการมีอนาคตที่ดีต่อไป และหากครอบครัวใดทำได้ จะเป็นของขวัญที่มีคุณค่า มีความหมายอย่างยิ่ง ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปีนี้”น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว

ขณะที่ นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวระบุว่า ถึงแม้สถานการณ์โควิดจะทำให้การจัดกิจกรรมวันเด็ก ไม่สามารถจัดได้อย่างครึกครื้นเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ภาคีเครือข่ายมองเห็นถึงความสำคัญ จึงเดินหน้าจัดกิจกรรม “วันเด็กออนไลน์” ในหัวข้อ “ของขวัญของหนู” มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเป็นของขวัญของบุตรหลาน หันกลับมาดูแลรักษาสุขภาพ ลด ละ เลิก เหล้า บุหรี่ การพนัน อบายมุขทุกชนิด หยุดทุกพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางกลับมาให้เวลากับครอบครัว บุตรหลาน คืนความสุขให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินทองซื้อหามา เพราะ“ของขวัญที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ ของเล่น หรือสิ่งของใดๆแต่มันคือการที่คุณได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปนานๆ ให้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกหลาน”

นายขจร ฉูตรสูงเนิน หรือลุงจ้อน ผู้รับเหมาย่านพระประแดง อดีตผีพนันที่ตระเวนเล่นทั่วราชอาณาจักรข้ามวันข้ามคืนทำเอาครอบครัวเกือบล่มสลายบอกเล่าประสบการณ์ในช่วงนั้นให้ฟังว่า นับตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ทำงานในโรงงานก็เริ่มเรียนรู้การเล่นการพนันทุกรูปแบบ เงินออกเมื่อไหร่ก็เอาไปเล่นการพนันจนหมด ส่วนใหญ่เสียเงินมากกว่าได้เงิน ไม่เคยมีเงินเก็บ ไม่เคยส่งเงินให้กับทางบ้าน ขาดการติดต่อจนญาติๆ นึกว่าเสียชีวิตไปแล้ว จนกระทั่งมีภรรยา 2 คน แต่ก็ต้องเลิกกันเพราะทนพฤติกรรมดื่มเหล้า เล่นการพนันข้ามวันข้ามคืนไม่ไหว เงินหาได้ก็หมดไป

ต่อมามีภรรยาคนที่ 3 มีลูกด้วยกัน 1 คน ก็ยังไม่เลิกเล่นการพนันทั้งบ่อนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้ ถูกตำรวจจับหลายครั้ง ภรรยาต้องอุ้มลูกไปประกันตัวตอนตี 1 ตี 2 จนเกือบจะทนไม่ไหว

หลังจากนั้นเพื่อนที่เข้าโครงการเลิกเหล้าเลิกบุหรี่กับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลสำเร็จก็มาชวนให้เราร่วมโครงการด้วยเมื่อปี 2557 ทำให้ตนได้แง่คิด ชีวิตเปลี่ยน เพราะถ้าไม่มีโครงการนี้ของมูลนิธิฯ ตนเองก็คงคิดไม่ได้ และที่สำคัญคือสงสารภรรยาที่เคยเจอคนติดสุรามาก่อน และสงสารลูกจึงตัดสินใจเลิกเล่นการพนันเด็ดขาด ทำให้ตอนนี้ชีวิตดีขึ้น มีงานทำ มีเงินดูแลตัวเองและครอบครัว จึงปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่กลับไปสู่วังวนของการพนันอีก

“ถึงแม้เราอ่านหนังสือไม่ได้ เขียนไม่ได้ แต่ประสบการณ์จากการทำงานที่ผ่านมาเยอะ หลายรูปแบบ โดยเฉพาะงานช่างต่างๆ ทำให้เรามีทักษะอาชีพ เพราะฉะนั้นพอเลิกการพนันได้แล้วเดินหน้าทำงาน เก็บเงิน รับซ่อมบำรุงทุกอย่าง ส้วมแตก ไฟดับ น้ำประปาไม่ไหล บ้านทรุด ทาสี ทำประตู ซ่อมทุกอย่าง มีเงินส่งเลี้ยงดูลูกและภรรยา จนตอนนี้ไม่ต้องลำบากอีก ส่งเสียลูกเรียนจนจบเราก็ไม่มีห่วงอะไรอีก” ลุงจ้อน ระบุ

ขณะที่ นายพิไชย ภิญโญยิ่ง ชาวประมงอำเภอละอุ่น จังหวัดระนองเล่าว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ที่เข้าวงการนักดื่มตั้งแต่เพิ่งเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม พอเริ่มมีความรัก อยู่กับแฟนก็ยังไม่ได้ดื่มหนักมาก แต่พอหลังจากนั้นราวๆ 2-3 ปี ก็เริ่มดื่มมากขึ้น บางครั้งดื่มไปด้วย ทำงานไปด้วย แฟนกลับมาจากทำงานก็จะเห็นเมาเป็นประจำจนเขาต้องขอให้เราหยุดดื่ม แต่ส่วนตัวยังคิดไม่ได้ทำให้ช่วงหลังเริ่มมีปัญหาทะเลาะกัน ผสมผสานกับปัญหาอื่นๆ ที่เข้ามาในช่วงนั้น

นายพิไชยเล่าต่อไปว่า สุดท้ายชีวิตครอบครัวไปไม่รอด แฟนก็พาลูกหนีไป รู้สึกโกรธมาก และคิดถึงลูกมาก แอบไปพาลูกกลับมาอยู่ด้วย แต่ระหว่างนั้นก็เริ่มดื่มหนักขึ้นๆ พอครอบครัวแฟนรู้ว่าดื่มหนัก เมาแล้วตีลูก พาลูกไปเกิดอุบัติเหตุ จึงกลัวเด็กจะเป็นอันตรายก็พาลูกกลับไปอีก

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ตัดสินใจว่าต้องหยุดดื่มจริงๆ โดยเริ่มงดเหล้าช่วงก่อนเข้าพรรษาปีที่แล้ว (ปี 2564) ก็เริ่มเห็นผลเลยว่าทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น และทีมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าระนองซึ่งเคยชวนให้เลิกก็เข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ จึงบอกกับตัวเองว่าต้องหยุดจริงๆ เพราะผลกระทบมันหนักไม่คุ้มกับการที่ต้องสูญเสียครอบครัวไป

“พอเราเลิกดื่มเหล่านี้ ปัจจุบันภรรยาจึงยอมให้ลูกได้กลับมาอยู่ด้วยเป็นช่วงๆ จากนี้ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองอีกสักพัก เพื่อให้ทุกฝ่ายไว้วางใจ ว่าเราเลิกแล้วจริง และให้ลูกกลับมาอยู่ด้วยตลอดไป ดังนั้น จากประสบการณ์ของผม จึงอยากเชิญชวนคนที่ยังดื่มอยู่ให้ลองลด ละ เลิก เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเพื่อเป็นของขวัญวันเด็กปีนี้ให้กับลูกหลานเพื่อเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่สุดของลูก” นายพิไชย ย้ำในตอนท้าย

ของขวัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครองมอบให้กับเด็กๆ นั้น มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด ที่จะทำให้เด็กมีความสุขได้ แต่สำหรับของขวัญชิ้นนี้ จะเป็นของขวัญที่สร้างความประทับใจ มีคุณค่า รวมทั้งเป็นประโยชน์กับผู้ให้และผู้รับได้อย่างมหาศาล ไม่น้อยไปกว่าของขวัญชิ้นใดๆ เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘แนะแนวชีวิต’ บทบาทของ‘ครูแนะแนว’

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627344

บทความพิเศษ : ‘แนะแนวชีวิต’  บทบาทของ‘ครูแนะแนว’

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เด็กที่เข้ามาหาส่วนใหญ่เราพบว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว บางปัญหาเกินกว่าที่เราจะช่วยเหลือเยียวยา บางปัญหาที่วนเวียนเข้ามาและยากแก่การแก้ไข ทำให้ต้องปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงานของตัวเองใหม่คิดว่าจะทำอย่างไรจะป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่ามาตามแก้ปัญหา เพราะงานแนะแนวจริงๆ แล้ว คืองานป้องกันมากกว่างานแก้ปัญหา”

คำกล่าวของ “ครูเป้า” จุฑาทิพย์ ยงพาณิชย์ ครูแนะแนวประจำโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเดิมเป็นนักวิชาการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เมื่อได้เห็นว่าใช้ความรู้ได้ไม่คุ้มค่าเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยได้ประโยชน์จากครูแนะแนวน้อยมากเนื่องจากเวลามีปัญหาส่วนใหญ่จะคิดแก้ไขปัญหากันเอง ขณะที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาต้องการครูแนะแนวมากกว่า เพราะเด็กๆ เหล่านี้ไม่รู้จะไปพึ่งใคร และบางเรื่องก็ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่เพื่อนรุ่นเดียวกันจะเข้าใจ

นั่นทำให้ จุฑาทิพย์ ตัดสินใจโอนย้ายมาเป็นครูแนะแนวในโรงเรียนแห่งนี้ แต่เส้นทางการเป็นครูแนะแนวตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ไม่มีคำว่าง่าย ต้องพบเจอสารพันปัญหา และเมื่อได้ข้อสรุปว่าต้องเริ่มจากการป้องกัน จึงเสนอขอให้ผู้บริหารโรงเรียนก่อตั้ง “ศูนย์ให้บริการให้คำปรึกษาวัยรุ่น” หรือ “ศูนย์วัยใสเพื่อนใจวัยเรียน” ขึ้นเมื่อปี 2551 ซึ่งระยะแรกเด็กมักจะมาด้วยปัญหาเรื่องการเรียน แต่ช่วงหลังๆ กลับพบว่าเด็กเข้ามาขอคำปรึกษาด้วยเรื่องส่วนตัวและปัญหาชีวิตมากกว่าเรื่องเรียนต่อ ซึ่งบางเรื่องก็ซับซ้อนและยากเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว

“จริงอยู่ที่เด็กเดินมาหาเราเพราะปัญหาบางอย่าง แต่เป็นปัญหาปลายน้ำแล้ว ไม่ใช่ต้นเหตุแห่งปัญหา เช่น เราไปเยี่ยมบ้านเด็กคนหนึ่งด้วยเหตุผลเพราะโรงเรียนกำลังจะให้ทุนการศึกษากับเขา แต่เมื่อไปเยี่ยมบ้านเด็กๆ จริง กลับพบว่า เขาอยู่ในสภาพครอบครัวที่แตกแยก สภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีเราก็ต้องรีบช่วยเหลือและป้องกันให้เพื่อให้พ้นจากสภาพปัญหาดังกล่าว หรือบางครอบครัวเราเจอทั้งปัญหาละเมิดสิทธิเด็ก ทั้งเรื่องการใช้แรงงานเด็ก เรื่องยาเสพติด เราต้องให้คำแนะนำเด็กอย่างเร่งด่วน” ครูเป้า ระบุ

ข้อค้นพบนี้ทำให้ “การเยี่ยมบ้าน” กลายเป็นสิ่งที่ครูเป้าให้ความสำคัญ โดยเวลาลงพื้นที่แต่ละครั้งจะดูทั้งสภาพแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ บรรยากาศ การปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัว รวมถึงสอบถามถึงวิถีชีวิตในบ้าน สถานที่การนอน นอนกับใคร ใครอยู่บ้านบ้างการอาบน้ำ แต่งตัว อนึ่ง “เด็กที่มีปัญหาหรือเสี่ยงส่วนใหญ่จะอยู่ห้องเช่า นอนรวมกัน” ซึ่งจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง เช่น พ่อแม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ หรือนักเรียนหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้าและนอนตรงไหน จากนั้นต้องรีบให้ความรู้กับเด็กในเชิงป้องกัน

จุฑาทิพย์ เล่าต่อไปว่า “เรื่องเพศ” เป็นหัวข้อที่เด็กๆ มักจะเข้ามาขอคำปรึกษา ทั้งการมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์และโรคติดต่อที่เกี่ยวข้อง “เด็กนั้นกล้าที่จะเล่าหากเขาไว้ใจ” ซึ่งก็จะมีหลายกรณี เช่น หากเพิ่งไปมีเพศสัมพันธ์มาก็จะแนะนำให้รีบกินยาคุมฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง หรือผู้ที่เป็นชายรักชายก็แนะนำเรื่องการป้องกัน
สถานที่ตรวจโรค ฯลฯ ทั้งนี้ “ในฐานะที่เป็นครูแนะแนว การที่เด็กกล้าเดินมาถามตรงๆ แสดงว่าไว้ใจและต้องการความช่วยเหลือ” เพราะเรื่องเพศเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมาก

ขณะที่ “ปัญหาครอบครัว” เป็นหัวข้อรองลงมา ซึ่งมักเกิดกับเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจน พ่อแม่มีความเครียดสูงเกิดความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายร่างกาย หรือการสื่อสารเชิงลบทำให้พูดคุยกันไม่เข้าใจ ซึ่งเมื่อมองให้ลึกถึงต้นเหตุแห่งปัญหาก็คือ “ความไม่พร้อม” ของพ่อแม่ โดยต้องยอมรับว่าบางคนเรียนไม่จบ บางคนมาแต่งงานมีลูกทั้งๆที่ไม่มีอาชีพ ทำให้เลือกงานไม่ได้ ส่วนใหญ่มีรายได้น้อยไม่เพียงพอต่อการสร้างคุณภาพชีวิตลูก เมื่อโตขึ้นก็มีโอกาสที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาสูง และสุดท้ายปัญหาก็จะวนกลับมาที่ความเหลื่อมล้ำในสังคม

ซึ่งในเวลาต่อมา ครูเป้า ได้รู้จักกับ “โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดพิษณุโลก” ที่สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็น“ผู้จัดการรายกรณี (Case Manager : CM) และสหวิชาชีพ” ในปี 2562 เพราะด้วยการทำหน้าที่เป็นครูแนะแนวมากว่า 1 ทศวรรษ ก็ด้วยความหวังว่าหากเด็กได้รับการศึกษาที่ดีอย่างเสมอภาค ปัญหาสังคมก็จะลดลง

“หัวใจเราเบิกบานเหมือนเราเห็นแสงสว่าง เห็นความหวัง เหมือนว่าเรามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เราก็เทหมดใจให้กับการทำเพื่อเด็ก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคให้กับเด็ก ไม่ใช่แค่ความเสมอภาคทางเพศหรือความเสมอภาคทางสังคม แต่เราพยายามทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ตัวเองและไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นเพื่อภาพรวมของสังคมไทยที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ถ้าทุกคนรู้บทบาทของตัวเองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง” จุฑาทิพย์ กล่าว

ครูเป้า ยังกล่าวอีกว่า ในการเข้าร่วมกับโครงการนี้ไม่ได้ทำงานลำพังเพียงคนเดียว แต่ยังมีภาคีเครือข่ายที่เข้ามาช่วยเหลือเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาอีกหลายหน่วยงาน เช่น หากเป็นปัญหา เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ท้องไม่พร้อม ภาวะซึมเศร้า จะมีสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ศูนย์สุขภาพจิต เข้ามาช่วยเด็กทั้งด้านความรู้และสุขภาพกายใจ หรือในกรณีเด็กตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและถูกผลักออกจากครอบครัวจะมีบ้านพักเด็กเข้ามารับหน้าที่ดูแลต่อหรือบ้านเด็กที่เข้าข่ายถูกค้ามนุษย์บ้านสองแควรับไป

ส่วนกรณีปัญหายาเสพติด ครูเป้าจะส่งไปยังสถานบำบัดภาคเหนือบ้านพระเมตตา ให้โอกาสเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เมื่อเด็กพึ่งตนเองไม่ได้ไม่ว่าจะปัญหาใดก็ตาม จะต้องมีผู้ใหญ่หรือมีองค์กรภายนอกโรงเรียนเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ และหากมองเรื่องความยั่งยืน ก็จะต้องมีกองทุนของจังหวัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กโดยเฉพาะ นอกเหนือจากกองทุนของโรงเรียน

“แท้จริงแล้วครูอาจจะไม่ใช่ผู้แก้ไขปัญหาให้เด็กได้ทุกเรื่อง แต่สิ่งที่ครูปฏิบัติต่อเด็กเท่าเทียมกันคือการเป็นผู้รับฟังที่ดี และชี้แนะให้เห็นทางทั้งมืดและสว่าง เพราะสุดท้ายเด็กต้องเป็นผู้เลือกทางของเขาเอง ไม่ใช่ครูแนะแนว” ครูเป้า กล่าวในท้ายที่สุด

SCOOP@NAEWNA.COM

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไร้น้ำใจ! เก๋งขับรถชนลุงขาไม่ดีขณะข้ามถนนหน้า รพ. ชาวต่างชาติเห็นยังทนดูไม่ได้ (คลิป)

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627363

ไร้น้ำใจ! เก๋งขับรถชนลุงขาไม่ดีขณะข้ามถนนหน้า รพ. ชาวต่างชาติเห็นยังทนดูไม่ได้ (คลิป)

วันเสาร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.31 น.

วันที 8 มกราคม 2565 เฟซบุ๊กเพจ เฮียขับรถ ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าโรงพยาบาลพะเยา จ.พะเยา ขณะลุงคนหนึ่งกำลังเดินขากะเผลกข้ามถนน จากนั้นรถเก๋งโตโยต้าที่จอดรอเลี้ยวอยู่กลางถนน ได้ขับข้ามถนนมายังฝั่งโรงพยาบาลพะเยา แล้วพุ่งตรงเข้ามาชนลุงจนหน้าคะมำ ก่อนเบรกและชะลอจอด 

ซึ่งช่วงนั้นมีชาวต่างชาติที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาต่อว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ส่วนรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับออกไปทันที

หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าคนขับรถเป็นจำนวนมาก พร้อมกล่าวชมชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,201 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
นายกฯ เวียดนามสั่งรับมือด่วน "ไต้ฝุ่นรากาซา" จ่อถล่ม รุนแรงสุดนับจากปี 2024
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d