Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ป้ายอุทยานโดนติง ใช้ภาพประกอบผิดหรือไม่ แบบนี้อันตรายหนัก!

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705057

ป้ายอุทยานโดนติง ใช้ภาพประกอบผิดหรือไม่ แบบนี้อันตรายหนัก!

ป้ายอุทยานโดนติง ใช้ภาพประกอบผิดหรือไม่ แบบนี้อันตรายหนัก!

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.57 น.

ป้ายอุทยานโดนติง ใช้ภาพประกอบ ‘งู’ ผิดหรือไม่ แบบนี้อันตรายต่อนักท่องเที่ยว

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที เมื่อผู้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพและข้อความในกลุ่ม งูไทย…อะไรก็ได้ all about Thailand snakes โดยมีข้อความว่า “…ทำไมในอุทยานถึงใช้รูปผิดครับ (น้ำตกเอราวัณ)…”

โดยที่ติดตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ในป้ายให้ข้อมูลความรู้ของ ‘งูเขียวหัวจิ้งจก หรือ งูเขียวปากจิ้งจก’ แต่ปรากฎว่ามีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า แต่ภาพประกอบที่ใช้ในป้ายคือ ‘งูเขียวหางไหม้’ ซึ่งมีพิษรุนแรง

ขณะที่โพสต์ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแสดงความเห็นว่า เคยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ต่อมาก็มีการแชร์ข้อมูลกันว่า เรื่องนี้เคยมีนักท่องเที่ยวนำมาโพสต์แล้วเมื่อช่วงปี 2021 แต่ก็ยังพบว่าปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข 

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ” อันตรายนะครับ ข้อมูลผิดปะเนี่ย ภาพประกอบคืองูเขียวหางไหม้ไม่ใช่เหรอ  พิษอ่อนมาก=สู่ขิต ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหลืออดโพสต์จวกการไฟฟ้านครพนมตัดไฟยกหม้อแปลงผิดบ้าน ขอโทษสักคำไม่มี

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705048

เหลืออดโพสต์จวกการไฟฟ้านครพนมตัดไฟยกหม้อแปลงผิดบ้าน ขอโทษสักคำไม่มี

เหลืออดโพสต์จวกการไฟฟ้านครพนมตัดไฟยกหม้อแปลงผิดบ้าน ขอโทษสักคำไม่มี

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.12 น.

สองแม่ลูกชาวนครพนมเหลืออดโพสต์จวกการไฟฟ้านครพนม ตัดไฟยกหม้อแปลงผิดบ้าน ขอโทษสักคำไม่มี เจ้าหน้าที่กางข้อมูลบ้านที่ติดค้างค่าไฟพบค้างชำระ 1 เดือน

สืบเนื่องจากมีผู้ใช้เฟสบุ๊กบัญชีหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “ทำงานแบบนี้ไม่เช็คให้ดี บ้านกูจ่ายค่าไฟทุกเดือน ไม่มีเลื่อนจ่ายแต่มาเอาหม้อไฟบ้านกูส่วนข้างบ้านค้าง 3 เดือนไม่ยกหม้อไฟออก พอไปบอกต้องเสียค่าหม้อไฟอีกทั้งที่ไม่ใช่ความผิดบ้านกู แย่มากกับหน่วยงานนี้” โดยมีคนแชร์ กดไลค์ และคอมเมนต์ กันเป็นจำนวนมาก บางคนถึงขั้นแนะนำให้ฟ้องร้องดำเนินคดี อีกทั้งใต้คอมเมนต์ผู้โพสต์ยังระบุว่า แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มี

เพื่อความกระจ่างชัด วันที่ 18 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ในพื้นที่ถนนพินิจรังสรรค์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นบ้านที่ถูกเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนมมายกหม้อแปลงไป พบกับนางรัตนพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี และลูกสาวชื่อ น.ส.พรชนก หรือเนย์ อายุ 36 ปี สองแม่ลูกกำลังนั่งทำหม่ำหมูอยู่ภายในอาณาเขตบ้าน โดย น.ส.เนย์ พาไปชี้เสาไฟฟ้าที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟ พร้อมกับเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ขณะนั่งปั่นเนื้อหมูเพื่อทำหม่ำส่งขายร้านของฝาก จู่ๆเกิดไฟฟ้าดับกะทันหัน ทำให้ในบ้านมืดสนิท เมื่อออกมาดูข้างบ้านก็ไม่มีหลังไหนดับ แต่ทราบจากเพื่อนบ้านว่ามีคนของการไฟฟ้ามายกหม้อแปลงไป จึงไปติดต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า มีการตรวจสอบการชำระค่าไฟ พบว่าบ้านของตนไม่มีการค้างชำระ คาดเป็นการตัดไฟผิดบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ตนจ่ายค่าไฟฟ้าที่ยังไม่มีบิลเรียกเก็บจำนวน 632 บาทก่อน หลังจากจ่ายแล้วเจ้าหน้าที่ก็นำหม้อแปลงมาติดตั้งคืน รวมระยะเวลาไปไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง

น.ส.เนย์ยืนยันว่า ไม่เคยค้างชำระค่าไฟฟ้า การที่เจ้าหน้าที่มายกหม้อแปลงไฟผิดบ้าน ควรจะมีคำขอโทษออกมาบ้าง จึงอยากให้การไฟฟ้ามีการปรับปรุงพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายนี้

ด้านนางรัตนพร เปิดเผยว่าตอนมาตัดไฟมืดไปหมด ทำงานก็ต้องคลำเอา ซึ่งหากมีบิลชำระค่าไฟฟ้าเจ้าหน้าที่จะมาเสียบไว้ที่หน้าบ้าน แม้คำขอโทษก็ไม่มี ควรมีการอบรมมารยาทเจ้าหน้าที่เสียใหม่

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนม เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง ปรากฏว่านายมนตรี บุญศรี ผู้จัดการฯ และนางมาธินีย์ แสนนาม หัวหน้าแผนกบัญชีประมวลผล มีภารกิจที่ อ.ธาตุพนม เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่ดูจากฐานข้อมูลของผู้ใช้ไฟฟ้ารายนี้พบว่ามีการค้างชำระค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2565 โดยมีกำหนดต้องชำระภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2565 แต่ไม่มีการชำระแต่อย่างใด ซึ่งผู้ใช้อาจมีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการชำระค่าไฟฟ้า ส่วนรายละเอียดต่างๆต้องให้ทางผู้จัดการเป็นคนชี้แจง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คด่วน!!!วิธีตรวจสอบ‘มือถือ’ ถูกติดตั้งแอพฯ‘ดูดเงิน’หรือยัง?

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705025

เช็คด่วน!!!วิธีตรวจสอบ‘มือถือ’ ถูกติดตั้งแอพฯ‘ดูดเงิน’หรือยัง?

เช็คด่วน!!!วิธีตรวจสอบ‘มือถือ’ ถูกติดตั้งแอพฯ‘ดูดเงิน’หรือยัง?

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.02 น.

เช็คด่วน!!!วิธีตรวจสอบ‘มือถือ’ ถูกติดตั้งแอพฯ‘ดูดเงิน’หรือยัง?

18 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก “กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท. – CCIB” โพสต์ข้อความเตือนภัย มีเนื้อหาดังนี้…

ตำรวจไซเบอร์ แจ้งเตือนภัย มือถือ Android

เช็คด่วน!? วิธีการตรวจสอบว่ามือถือ…ถูกติดตั้งแอพฯ รีโมทดูดเงินหรือยัง?

+ กดเลือกที่เมนูการตั้งค่า (รูปฟันเฟือง) -> แอพ

แล้วกดที่จุด 3 จุด มุมขวาบน เลือกเมนูย่อย การเข้าถึงพิเศษ

+ หากไม่สามารถเปิดดูเมนูดังกล่าวได้…โดยหน้าจอจะเด้งออกไปที่หน้าหลักทันที..แสดงว่ามือถือเครื่องนั้น..ถูกฝังแอพฯ รีโมทดูดเงินเรียบร้อยแล้ว

+ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ให้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที แล้วสำรองข้อมูลที่สำคัญ จากนั้นล้างเครื่อง โดยรีเซตเครื่องกลับสู่ค่าเริ่มต้นที่มาจากโรงงาน

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FCybercopTH%2Fposts%2Fpfbid02is9p8SnoFdqmKERFfGXv2RLHNq2pqUeTXBUKtQSe3qGBGc7qLgKagU63jzQhSCqZl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอ็นดู’น้องอายตา’คว้ารางวัลสำเร็จ รีบนำเงินไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้3ปี

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705024

เอ็นดู'น้องอายตา'คว้ารางวัลสำเร็จ รีบนำเงินไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้3ปี

เอ็นดู’น้องอายตา’คว้ารางวัลสำเร็จ รีบนำเงินไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้3ปี

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.50 น.

เป็นปลื้ม ‘น้องอายตา’ สาวน้อยวัย 20 คว้ารางวัลมิสแกรนด์กาญจนบุรี สุดเอ็นดู! หลังรับเงินรางวัล รีบไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้นาน 3 ปี ก่อนโพสต์ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนจนสำเร็จ

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.66 ที่ผ่านมา นางนภัสนันท์ กมลสิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี ได้จัดเวทีการประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023 รอบตัดสินที่ศาลา 60 พรรษา มหาราช ถ.ริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประกวดบนเวทีจำนวน 8 คน ผลการประกวดปรากฏว่า มงลงที่ น.ส.อารยา เยี่องเสือ หรือ น้องอายตา อายุ 20 ปี

ความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่า น.ส.อารยา เยี่องเสือ หรือ น้องอายตา มิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023 ได้นำรูปภาพขณะนำเงินไปจ่ายค่าเทอมให้กับทางโรงเรียนมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Araya Yuangsua พร้อมกับเขียนข้อความระบุว่า

“จบแล้วววนะคะทุกโค๊นนนนนนนนนนน…อายตา มาพร้อมวุฒิการศึกษาเเล้วนะค้า หลังจากที่ค้างค่าเทอม มาเกือบ 3 ปี ได้มงปุ๊บ จ่ายเงินปั๊บ หลังจากที่ต้องสู้ชีวิตมานาน อายตาขอขอบคุณ เเม่นิ Napasanan Kamolsitthiphan นภัสนันท์ กมลสิทธิพันธุ์ สำหรับโอกาส เเละตำเเหน่งมิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023

หนูอาย พร้อมเรียนต่อเเล้วนะค้า วันนี้ทำเอาน้ำตาหนูไหลเลย วันนี้หนูทำได้เเล้วนะพ่อกับเเม่ ขอบคุณเเม่ริต้า เเละพี่ๆสื่อทุกๆคน สำหรับการแนะนำ การปรับลุคหรือการใช้ชีวิตในกอง การเเนะนำต่างๆ ทำให้หนูประสบความสำเร็จ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับนักเรียน คนนี้นะคะคุณครูของหนู เหมือนย้อนวัย น่ารักเหมือนเดิมเลย ทุกๆโอกาสที่ทุกคนมอบให้หนู จนทำให้หนูมีเงินจ่ายค่าเทอม  วันนี้หนูทำได้เเล้วนะคะ”

ต่อมา นางนภัสนันท์ กมลสิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี (PD.) ได้แชร์เฟซบุ๊กของ น.ส. อารยา เยี่องเสือ หรือ น้องอายตา มิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023 ออกไป พร้อมกับระบายความรู้สึกว่า

“ ดีใจและยินดีกับลูกสาวและเต็มใจที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จ แม่นิพร้อมรับเด็กดี ไม่ดื้อ อ่อนน้อม เข้ามาเป็นครอบครัว #มิสแกรนด์กาญจนบุรี พวกเราจับมือ ไปต่อทางที่ต้องเดิน อาจจะไม่ใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบ  บางทีอาจมีฝ่าหนามไปด้วยซ้ำ ถ้าหนูพร้อม แม่นิก็พร้อมจูงมือ หนูและทีมพี่เลี้ยงหนูไปด้วยกัน  #แม่นิ pd มิสแกรนด์กาญจนบุรี #อายตา อารยา เยื่องเสือ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทางเพจเฟซบุ๊ก มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นด้วยการให้กำลังใจและร่วมยินดีกันเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส. อารยา เยื่องเสือ หรือ น้องอายตา มิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023 อายุ 20 ปี สูง 175 ซม.หนัก 45 กก. สัดส่วน 33-23-35 ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางเข้าประกวดบนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 ที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศในเร็วๆนี้

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถไฟหรรษามาถึงเบตงแล้ว ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705013

รถไฟหรรษามาถึงเบตงแล้ว ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน

รถไฟหรรษามาถึงเบตงแล้ว ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.02 น.

วันที่ 18 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟหรรษาจากเมืองยะลา เตรียมเปิดบริการให้พี่น้องชาวอำเภอเบตง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้นั่งชมเมืองเบตง โดยเปิดให้บริการในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งได้วิ่งรอบเมืองเบตง โดยมีนายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง นำส่วนราชการ ตัวแทนสมาคมท่องเที่ยวอำเภอเบตง สมาชิกกิ่งกาชาด และจิตอาสา นั่งชมวิวเมืองเบตง ชื่นชมความสวยงามของโคมไฟจีนรอบเมืองเบตง  โดยมีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจ

โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ศาลาประชาคม) และบริเวณหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตงและเป็นจุดจำหน่ายตั๋ว ค่ารถไฟโดยค่าโดยสารเด็ก3 ขวบขึ้นไปจนถึง 15 ปี คนละ 20 บาท  ส่วนผู้ใหญ่  อายุไม่ถึง 60 ปี ราคา 40 บาท ผู้สูงอายุ 60 ขึ้นไป ราคา 20 บาท ก็สามารถนั่งรถไฟชมวิวและวิถีชาวเมืองเบตงได้แล้ว ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่

ขณะที่นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง นำ จิตอาสาพระราชทานอำเภอเบตง จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาล ร่วมทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ กิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อความสะอาดของถนน และจัดระเบียบ โดยทำการเก็บขยะ ฉีดล้างถนน และปรับปรุงภูมิทัศน์ รอบเมืองเบตง ทั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณรีนารีรัตนราชกัญญา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติครบ 3 รอบ วันที่ 8 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา และเพื่อรวมความสามัคคี ในการทำกิจกรรม สาธารณประโยชน์ รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาความสะอาดบ้านเมืองต้อนรับเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อนุสาวรีย์จิ๋ว’ เล็กที่สุดในโลกสูงเพียง 43 เซนติเมตรในเขตพิทักษ์ป่าตรัง

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705008

'อนุสาวรีย์จิ๋ว' เล็กที่สุดในโลกสูงเพียง 43 เซนติเมตรในเขตพิทักษ์ป่าตรัง

‘อนุสาวรีย์จิ๋ว’ เล็กที่สุดในโลกสูงเพียง 43 เซนติเมตรในเขตพิทักษ์ป่าตรัง

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.38 น.

หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่าตรัง จังหวัดตรัง พาชมอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ที่เล็กที่สุดในโลกก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี มีความสูงจากเท้าถึงศีรษะเพียง 43 เซนติเมตรและกว้าง 12 เซนติเมตร มีประชาชนและนักท่องเที่ยวแวะกราบไหว้ ขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย

วันนี้ (8 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณด้านหลังอันดามันเกตเวย์ ภายในเขตพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง นายอุดมการณ์ พุมนวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ นำผู้สื่อข่าวไปดูอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี อดีตเจ้าเมืองตรัง และเป็นบิดาแห่งยางพาราไทย ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่เล็กที่สุดในโลก หรืออนุสาวรีย์จิ๋ว มีความสูงจากเท้าถึงศีรษะเพียง 43 เซนติเมตรและกว้าง 12 เซนติเมตร ซึ่งปั้นโดยนายเดชา เขียวสี ครูสอนศิลปะโรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อปี 2535 หรือกว่า 30 ปีมาแล้วเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของพระยารัษฎาฯ ที่เป็นผู้ริเริ่มนำยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่ จ.ตรัง จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวตรังและประชาชนทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ยังเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มักจะเข้ามากราบไหว้พร้อมด้วยพวงมาลัย เพื่อขอโชคลาภและขอให้ลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิต เมื่อสมหวังแล้วจึงนำดอกไม้ธูปเทียน นำเหรียญมาวางพร้อมของเซ่นไหว้มาแก้บนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เตรียมจัดภูมิทัศน์ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยเปิดให้บริการทุกวัน และเก็บค่าเข้าชมภายในเขตอุทยานฯ ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี คนพิการและคนชราเข้าฟรี สนใจสามารถติดต่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-8317961

นายอุดมการณ์ พุมนวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่ากล่าวว่า อนุสาวรีย์พระยารัษฎาก่อสร้างเมื่อปี 2535 เนื่องจากท่านมีคุณูปการในการนำยางพารา มาเป็นพืชเศรษฐกิจของ จ.ตรัง นับเป็นอนุสาวรีย์ที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีความสูงจากเท้าถึงศีรษะ 43 เซนติเมตรและกว้าง 12 เซนติเมตร มีคนมากราบไหว้บูชาและขอพรเกือบทุกวัน ส่วนมากจะขอด้านการงานและให้ลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิต โดยมีการแก้บนด้วยพวงมาลัยและเหรียญ เพื่อตอบแทบถึงคุณูปการของท่าน ถ้าประชาชนมาเที่ยวชมก็สามารถขึ้นมาทางเขาพับผ้าถ้ามาจาก จ.ตรัง แต่ถ้ามาจาก จ.พัทลุง ด้านขวามือตรงอันดามันเกตเวย์ ด้านหน้าจะมีด่านเก็บค่าธรรมเนียม เด็ก 10 บาทผู้ใหญ่ 20 บาท

ส่วนคนที่เข้ามาเที่ยวจะเป็นคนผ่านทาง คนแวะเข้าห้องน้ำ หรือคนเข้ามาเที่ยวในห้อง 3 มิติแล้วแวะมาสักการบูชาอนุสาวรีย์จิ๋วและชาวต่างชาติ เช่นชาวมาเลเซียและชาวบ้านใกล้เคียง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : จะสร้างบ่อนถูกกฎหมาย เมื่อปลายสมัย

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704935

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปลายสมัยรัฐสภาปัจจุบัน คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร หยิบยกเรื่องการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทยขึ้นมาศึกษา

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เพียงการตั้งชื่ออนุกรรมาธิการก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการตั้งเพื่อสนับสนุนให้เปิดบ่อนอย่างถูกกฎหมาย ยิ่งกว่านั้นยังได้นำเสนอผลการศึกษา “กาสิโน” แบบถูกกฎหมาย ซึ่งในรายละเอียดมีการระบุว่าประชาชนกว่า 36.38% เห็นด้วยกับการมี “กาสิโน” แบบถูกกฎหมาย และเห็นด้วยกับการที่ภายใน กาสิโนถูกกฎหมาย ควรมีสถานบันเทิงแบบครบวงจรกว่า 80.67%

อีกครั้งกับความพยายามทำอบายมุขให้ถูกกฎหมาย

1) ตั้งแต่อดีต มักอ้างกันว่า หากเปิดบ่อนการพนันแล้ว จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติอ้างว่า ธุรกิจการพนันมีเงินหมุนเวียนสูงนับแสนล้านบาท แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินหมุนเวียนในการพนันนั้นไม่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจเท่าใดนัก

คนละเรื่องกับเงินหมุนเวียนที่เกิดจากการซื้อสินค้าและบริการในตลาดค้าขายทั่วไป เพราะการเล่นพนันในบ่อน เงินได้เสียระหว่างคนเล่นกับเจ้ามือ เป็นเพียงการโอนเงินจากคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่ง โดยเงินของคนเล่นเสียก็ตกไปเป็นของคนที่เล่นได้ จำนวนเงินรวมทั้งหมด จึงเท่าเดิม

มิได้ผลิตสินค้าหรือบริการใดเพิ่มขึ้น จึงไม่เพิ่มรายได้ของระบบเศรษฐกิจส่วนรวม หรือไม่เพิ่มรายได้ประชาชาติ ไม่เหมือนกับการซื้อสินค้า ที่จะทำให้เกิดการผลิตสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งเกิดการหมุนเวียนของรายได้และการผลิตอื่นๆ ตามมา

การพนันจึงไม่เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ แก่สังคมส่วนรวมมากอย่างที่เข้าใจ

หากภาครัฐจะได้ รายได้บ้าง ก็คงจะเป็นภาษีที่เก็บได้จากเจ้ามือที่ไปเอาเงินของผู้เล่นมาอีกต่อหนึ่ง หรือถ้ารัฐเป็นเจ้ามือเองก็คงเพียงแต่กินเงินชาวบ้านมาเข้ากระเป๋าตนเท่านั้นเอง

ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับต้นทุนทางสังคม ผลกระทบและความเสียหายที่มีต่อทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องเสียเวลา เสียโอกาสการทำมาหากิน เสียโอกาสการสร้างสรรค์ผลิตผลที่มีคุณค่ามากกว่านี้

ยังไม่นับถึงปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรม และการทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การฆ่าตัวตาย การจี้ ปล้น ลักทรัพย์ การยักยอกเงินบริษัท การเบี้ยวหนี้ธุรกิจ การทุบตีภรรยา การแย่งชิงมรดก การละทิ้งลูกเมียพ่อแม่ ฯลฯ

ตลอดจนค่านิยมในสังคมที่จะผิดเพี้ยนมากขึ้นไปอีก

2) สังคมไทยในปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก ผู้ด้อยโอกาสไม่ว่าจะประกอบอาชีพด้วยความขยันขันแข็งอย่างไร โอกาสที่จะเปลี่ยนสถานะและประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยากลำบาก

การเล่นการพนัน หวังเสี่ยงโชคเผื่อฟลุกปลอบประโลมใจว่าจะมีบางสิ่งดลบันดาลให้สามารถร่ำรวยได้ในพริบตา สิ่งนี้จึงมีส่วนที่ทำให้คนไทยชอบเล่นการพนัน จึงมีคนจำนวนหนึ่งอ้างว่าสันดานคนไทยก็เป็นเช่นนี้ คือชอบเล่นการพนัน เมื่อเลิกไม่ได้ก็ให้เล่นถูกกฎหมายเสียเลย

ในความเป็นจริงแล้วการพนันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือบ่อนการพนันยิ่งสร้างความแตกต่างเหลื่อมล้ำของคนในชาติให้มากขึ้นไปอีก

3) อ้างกันอีกว่า มีบ่อนชายแดนไทย ทำให้เงินไหลออกไปเล่นบ่อนชายแดน เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เจ้าของบ่อนชายแดนส่วนใหญ่นั้นก็เป็นคนไทย เพราะฉะนั้น ถ้านักพนันไทยเล่นได้เงิน ก็นำเงินกลับเข้าประเทศ ถ้าเจ้าของบ่อนได้ก็นำรายได้กลับเข้าประเทศ

แต่อันที่จริง หากไม่ต้องการให้คนออกไปเล่นการพนันที่บ่อนชายแดน ก็ยังมีหลากหลายวิธีที่ป้องกันและปราบปรามอย่างได้ผล เช่น การเข้มงวดเอาจริงกับการตรวจตราวิธีผ่านด่านชายแดน การควบคุมการนำเงินเข้า-ออก รวมถึงกลวิธีดัดนิสัยนักพนันตามที่ชอบไปเล่นตามชายแดนได้อีกมาก

4) อ้างกันว่า เมื่อมีบ่อนการพนันถูกกฎหมายแล้วก็จะได้แก้ปัญหาบ่อนเถื่อน บ่อนกลางกรุงบ่อนวิ่ง บ่อนลอยฟ้า ฯลฯ ข้อนี้ ก็เป็นข้ออ้างเลื่อนลอยอย่างยิ่ง

ไม่มีหลักประกันใดเลยว่า เมื่อมีบ่อนถูกกฎหมายแล้วจะไม่มีบ่อนเถื่อน

ที่ผ่านมา เมื่อมีสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยรัฐบาล ก็ยังปรากฏว่า มีหวยเถื่อนแพร่ระบาด

ปัญหาอยู่ที่ตำรวจและผู้มีอำนาจรัฐ จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามบังคับใช้กฎหมายหรือไม่

ถ้าเอาจริง เชื่อแน่ว่าจะปราบสิ่งผิดกฎหมายได้หรืออย่างน้อยที่สุด ก็จะต้องลดน้อยลงกว่านี้มาก (ไม่ว่าจะหวยใต้ดิน บ่อนเถื่อน หรือการออกไปเล่นพนันตามบ่อนชายแดน)

5) มีข้ออ้างว่า หากมีบ่อนถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นแข่งขันกับบ่อนที่มีอยู่เดิม คงจะแย่งลูกค้ามาเข้าบ่อนใหม่ที่ถูกกฎหมาย รัฐจะได้เงินภาษีเพื่อนำมาใช้ในการกวดขันปราบปรามการเล่นการพนัน ตลอดจนรณรงค์ให้คนหยุดเล่นการพนัน

น่าสนใจว่า หากงบประมาณเพื่อใช้ในการกวดขันปราบปรามและรณรงค์ดังกล่าวมีประโยชน์ เหตุใดไม่นำเงินงบประมาณทั่วไปมาใช้

การเพิ่มจำนวนบ่อนที่ถูกกฎหมายจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดหรือไม่ ว่ารัฐก็ส่งเสริมการพนันและอยากได้เงินจากการพนัน ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของบ่อนการพนัน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐ ที่ต่างก็อยากได้เงินจากการพนัน การพนันจึงกลายเป็นสินค้าที่ผู้มีอำนาจปรารถนา และอยากได้เงิน

กรณีนี้จึงต่างกับกรณีเก็บภาษีบาปจากเหล้าและบุหรี่มาใช้เพื่อรณรงค์ให้หยุดเหล้าหยุดบุหรี่ เพราะเหล้าและบุหรี่เป็นกิจการที่มีอยู่แล้วโดยรัฐเป็นเจ้าของ สัมปทานโรงเหล้า โรงเบียร์ และเป็นผู้ผลิตบุหรี่เสียเอง

6) บ่อนการพนันถูกกฎหมายยังจะเป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นรากฐานขององค์กรอาชญากรรม และการทุจริตทางการเมือง เป็นช่องทางผ่องถ่ายผลประโยชน์จากการคอร์รัปชั่น และธุรกิจอิทธิพลนอกกฎหมาย

คงจำได้ อดีตนักการเมือง รมต.รักเกียรติ สุขธนะ เคยอ้างต่อศาลในคดีทุจริตว่า ตนเองได้เงินมาจากการเล่นการพนัน มิใช่การโกง แต่ยังดีที่กรณีนั้น ป.ป.ช. มีหลักฐานอื่นมาโต้แย้ง ทำให้ต้องจำนนด้วยหลักฐานข้อเท็จจริง

หากเปิดบ่อนการพนันได้จริง บ่อนการพนันในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือปิดบังอำพรางการทุจริตประพฤติมิชอบของพวกตนได้ง่ายขึ้นหรือไม่

7) หากเข้าใจว่าประเทศไทยไม่เคยมีบ่อนการพนันอย่างถูกกฎหมาย ย่อมเป็นความเข้าใจผิดมหันต์

ในความเป็นจริง เราเคยมีบ่อนถูกกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบ่อนจะได้รับชื่อบรรดาศักดิ์ว่า “ขุนพัฒนสมบัติ” สมัยนั้นทางการสามารถเก็บอากรบ่อนเบี้ยได้ปีละ 260,000 บาท

ถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ยังได้กำหนดภาษีการพนันเพิ่มขึ้นจากอากรบ่อนเบี้ย และสามารถเก็บภาษีได้ปีละ 500,000 บาท กระทั่งในปี พ.ศ. 2413 เฉพาะในแขวงกรุงเทพฯ ก็ยังมีบ่อนใหญ่ประจำอยู่ 126 ตำบล และยังมีบ่อนเบี้ยขนาดเล็กอีกประมาณ 277 ตำบล

แต่ในที่สุด ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้เลิกบ่อนการพนัน ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่าการมีราษฎรมัวเมาในการพนันย่อมเป็นเหตุนำไปสู่ความวิบัติ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมในความมั่นคงของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับปรุงงานพระคลัง เพื่อหารายได้อื่นมาทดแทนรายได้จากอากรบ่อนเบี้ย โดยมีประกาศเริ่มลดจำนวนบ่อนลงเรื่อยๆ จนเหลือบ่อนอยู่เพียง 9 ตำบล ใน พ.ศ. 2453 แต่กว่าจะเลิกบ่อนการพนันในประเทศไทยได้ ก็แสนยากลำบาก กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงได้มีประกาศปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2460

อยากแนะนำให้ผู้ที่ต้องการนำการพนันให้ถูกกฎหมาย เพื่อหวังจะเป็นรายได้ให้สังคมและรัฐบาล ลองถามตัวเองง่ายๆ ว่า

“ถ้าภรรยาหรือสามีของเรา ตกเป็นทาสของการพนัน ครอบครัวของเราจะเป็นอย่างไร

ถ้าลูกสาว ลูกชายของเรา ตกเป็นทาสของการพนัน เราจะพอใจ สุขสบายใจได้ไหม…”

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฉลิมฉลอง’ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ’ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704975

เฉลิมฉลอง'ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ'ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

เฉลิมฉลอง’ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ’ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.59 น.

มูลนิธิสีมาสงเคราะห์ เฉลิมฉลอง “ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ” ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

​จากจุดเริ่มต้นที่บรรพบุรุษตระกูลซิ้ม ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนาน จวบจนในปี พ.ศ. 2429 ได้มี ชาวแซ่ซิ้มที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านวงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร มีจำนวนมากขึ้น จึงได้ริเริ่มก่อตั้งศาลเจ้าแซ่ซิ้มขึ้น โดยได้รวบรวมเงินจากลูกหลานแซ่ซิ้ม และก่อสร้างศาลเจ้าแซ่ซิ้มขึ้นมา ทำให้ลูกหลานชาวแซ่ซิ้มได้มีศาลเจ้าสำหรับสักการะบูชาบรรพบุรุษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนับเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตระกูลอื่นใดทั้งหมด

เดิมศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตัวอาคารมีเนื้อที่เพียง 20 ตารางวาเท่านั้น และโครงสร้างเป็นแบบง่ายๆ เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป ตัวอาคารก็เริ่มเก่าแก่และชำรุดลง ประกอบกับพี่น้องร่วมตระกูลซิ้มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ลูกหลานชาวตระกูลซิ้ม รวมถึงบุคคลทั่วไปพากันมากราบไหว้บูชาที่ศาลเจ้ามากขึ้น คณะกรรมการชาวตระกูลซิ้ม จึงได้ทำการซ่อมแซมและขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขวางออกไปอยู่เรื่อยมาเป็นระยะๆ

จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2505  คณะกรรมการ ได้ปรึกษาหารือกันและเห็นสมควรว่าจะก่อสร้างศาลเจ้า แซ่ซิ้มขึ้นใหม่ให้กว้างขวางและงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะศาลเจ้าหลังเดิมนอกจากจะชำรุดทรุดโทรมแล้ว บริเวณศาลเจ้ายังคับแคบไม่พอเพียงแก่ลูกหลานชาวตระกูลซิ้ม และประชาชนอื่นทั่วไปที่เข้ามาทำพิธีกรรม กราบไหว้บูชา คณะกรรมการในขณะนั้น ต่างมีความเห็นพร้อมและได้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้น

จนถึงปี พ.ศ.2565  ศาลเจ้าแซ่ซิ้มที่สร้างขึ้นใหม่ได้ผ่านกาลเวลามากว่า 57 ปี ได้ทรุดโทรม ไปตามกาลเวลาคณะกรรมการจึงดำเนินการสร้างเสามังกรหินแกรนิตแกะสลัก สูง 18.2 เมตร และศาลทีกง ขึ้นใหม่ แทนที่ของเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม รวมถึงการบูรณะซ่อม-สร้าง ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม และซ่อมแซมปรับปรุงอาคารหอประชุม ที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา รวมงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการกว่า 20,000,000 บาท

และด้วยความร่วมแรงร่วมใจ การก่อสร้างจึงได้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการซ่อมสร้าง และบูรณะศาลเจ้าแซ่ซิ้ม กรุงเทพ ครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่มีการสร้างศาลเจ้าซิ้มขึ้นมา และในโอกาสที่เป็นมงคลนี้ ลูกหลานชาวแซ่ซิ้มจึงได้จัดงาน เฉลิมฉลองศาลเจ้าแซ่ซิ้ม กรุงเทพ (ตากสิน) ในโอกาสครบรอบ 136 ปี ขึ้นมาในคราวเดียวกัน

ถึงแม้ว่าศาลเจ้าแซ่ซิ้ม หรือเรียกชื่อว่า มูลนิธิสีมาสงเคราะห์ (ซิ้มกงจืออี่) ได้รับการสนับสนุน ร่วมมือร่วมใจจากชาวตระกูลซิ้มจนมีความเจริญก้าวหน้า และเป็นที่รู้จักในสังคมขึ้นเป็นลำดับ จากความร่วมมือร่วมใจของชาวตระกูลซิ้ม แต่ด้วยภาระหน้าที่ของชาวตระกูลซิ้ม ยังไม่สิ้นสุดเพียงนี้ ยังคงจะต้องมีการขยายกิจการงานออกไป เพื่ออำนวยประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องชาวตระกูลซิ้มตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้ศาลเจ้าแซ่ซิ้มหรือมูลนิธีสีมาสงเคราะห์ (ซิ้มกงจืออี่) มีความยั่งยืน เป็นศูนย์กลางของตระกูล และร่วมด้วยช่วยเหลือและตอบแทนคนในสังคมไทยได้อย่างถาวรสืบต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้างูน้อยมีหงอน’อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704970

'เจ้างูน้อยมีหงอน'อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

‘เจ้างูน้อยมีหงอน’อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

เศร้า!!! เจ้างูน้อยมีหงอนเคยอาศัยที่ศาลาปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดตายแล้ว เจ้าของเพจบอกเอาไปรักษาไม่ทันนอนแน่นิ่งตายในลังกระดาษหลังรถ เตรียมนำไปฝังที่คำชะโนดที่อยู่เช่นเดิม

17 ม.ค.66 จากกรณีคณะกรรมการคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งนายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ไปรับงูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาค ที่อาศัยอยู่ในศาลปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ลานบวงสราวงทางเข้าเกาะคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี  มีอาการป่วยหนักมีสภาพซึม ตัวผอมกว่าปกติ อ้าปากค้างเหมือนกินอาหารไม่ได้ และขดตัวแน่นิ่งไม่ยอมเคลื่อนไปไหน ซึ่งปกติงูมีหงอนคล้ายพญานาคตัวนี้จะมีลักษณะอ้วนและร่าเริง แม้นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปก็สู้กล้อง คาดว่าจะเกิดต่อสู้หรือกับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ตุ๊กแก หรือกินอาหารเป็นพิษ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.66 ที่ผ่านมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขดตัวแน่นิ่ง! สงสาร’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาคคำชะโนด ป่วยหนักต้องพาไปรักษา)

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนายวีระพล แอดมินบ้านดุงอัพเดต แจ้งว่า งูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาคได้ตายแล้วเมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ ขณะที่จะนำไปรักษาที่รพ.สัตว์อุดรธานี โดยบอกว่า จริงๆ แล้วจะพางูเขียวมีหงอนที่ศาลาปู่ศรีสุทโธไปรักษาหลายวันแล้ว แต่เนื่องจากตนเองเป็นไข้นอนซมหนักมา 3 วันจึงไม่สามารถพาไปรักษาได้ แต่วันนี้ได้นัดหมอเอาไว้โดยหมอจะรักษาให้ในวันพุธที่ 18 ม.ค.ขับรถกำลังพางูเขียวมีหงอนไปรักษา แต่มาได้เพียงครึ่งทางคือบ้านหนองเม็ก อ.หรองหาน ปรากฏว่างูเขียวมีหงอนสิ้นลมหายใจแล้ว จากนี้ไปก็นำงูเขียวมีหงอนตัวนี้ไปฝังที่คำชะโนดที่เขาเคยอยู่ต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704963

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.02 น.

” คนน่าสงสารในโลกนี้มีมากนัก ทั้งน่าสงสารทางกาย และน่าสงสารทางใจ เราเองแทบทุกคนก็เป็นโรคน่าสงสารเช่นที่กล่าวแต่เมื่อไม่ใช่โรคทางกาย ก็ไม่เห็นกันไม่รู้กันว่า ตนเป็นคนหนึ่ง จำนวนมหาศาลที่น่าสงสาร และน่าสงสารยิ่งกว่าเป็นโรคทางกาย น่ากลัวน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเป็นโรคทางกาย

โรคน่าสงสารทางใจตัวเอง ต้องรู้ด้วยตัวของตัวเอง ต้องยอมรับด้วยตัวของตัวเอง จึงจะแก้ไขได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีทางจะรักษาโรคทางใจได้เลย แม้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเป็นโอสถรักษาโรคทางใจของผู้ที่ไม่ยอมรับรู้ว่าใจของตนมีโรค 

นั่นก็คือผู้ไม่ยอมรักการรักษา ไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้า เขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป พบคนเช่นนี้พึงย้อมดูตนเอง คงจะต้องพบโรคทางใจด้วยกันเพียงแต่ว่าจะมากน้อยหนักเบากว่ากันเพียงไร ตามอำนาจของกรรมที่ได้กระทำมาแล้วเท่านั้น “

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,918,617 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

วงการการ์ดมีสะเทือน จ๋าย ไททศมิตร เดือด โพสต์ขู่แฉเบื้องลึกดาร์ค
'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน
นายกฯอนุทิน ยืดอก ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาค 4 ยันให้ความยุติธรรม คดีสส.กมลศักดิ์ 
อิหร่านเดือด! จ่อคุมช่องแคบฮอร์มุซอีก อ้างสหรัฐผิดสัญญา
คุณแหน : 18 เมษายน 2569
กรุงเทพประกันภัยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง
แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง
นายกฯสั่งเติมงบปี’70 เร่งเดินหน้าดับไฟใต้
โลกเดือดสงครามระอุ กูรูตลาดดิจิทัล ชี้ เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ทางรอดหนึ่งเดียวของไทย

Recent Posts

  • “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง
  • ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้
  • แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน
  • “มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ
  • ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d