Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิดตำนาน! ‘หลวงพ่อศิลาพันปี’ วัดดงเฒ่าเก่า ไหว้พระขอพรให้ปลอดภัยจากโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617151

เปิดตำนาน! 'หลวงพ่อศิลาพันปี' วัดดงเฒ่าเก่า ไหว้พระขอพรให้ปลอดภัยจากโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.36 น.

“วัดดงเฒ่าเก่า” ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองอำนาจเจริญ ไปตามถนนอรุณประเสริฐ สายหลัก อำนาจเจริญ – กรุงเทพมหานคร ห่างตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงสี่แยกไฟแดง(แยกกุญชร)  เลี้ยวขวาเข้าถนนสายรองอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงตำบลนาหมอม้า ประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบเห็นป้ายบอกวัดดงเฒ่าเก่าด้านขวามืออย่างชัดเจน  

จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนคอนกรีตเสริมเหล็กอีกประมาณ 500 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดดงเฒ่าเก่า ซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สงบร่มรื่น มีกระแสลมพัดกระทบกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้เย็นสบาย ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีด จักจั่น เรไร นก กา นานาชนิด ขับกล่อมบรรเลงเป็นเสียงเพลงอย่างเพลิดเพลิน ทำให้จิตใจเป็นสุข เมื่อเดินเข้าสู่วัดแห่งนี้ 

เนื่องจากก่อนที่จะมีการก่อตั้งเป็นวัดดงเฒ่าเก่า ว่ากันว่า เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา บริเวณนี้เป็นเส้นทางการเดินทางของชนชาวขอมโบราณ ซึ่งเชื่อมกันกับเส้นทางตามแนวชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ,บุรีรัมย์และนครราชสีมา หากมีการพักค้างแรมที่ไหนก็จะมีการก่อสร้างสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของพวกขอมโบราณ จึงปรากฏเป็นหลักฐานให้เห็น เช่น ใบเสมา พระพุทธรูป กำแพง และอื่นๆ ในปัจจุบัน 

ต่อมา เจ้าอาวาสวัดดงเฒ่าเก่า  เดินธุดงค์ไปหลายพื้นที่ทั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว),กัมพูชาและพม่า กระทั่งเดินผ่านพื้นที่ดงเฒ่าเก่า พบว่า เป็นที่เหมาะสมที่จะปฏิบัติธรรม จึงได้ปักกรดจำพรรษาอยู่ที่นี่ กระทั่งชาวบ้านนาหมอม้าทราบข่าว ก็เลยร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ ก่อสร้างกุฎิ อุโบสถและอื่นๆขึ้น จนกลายเป็นวัดดงเฒ่าเก่า  สังกัด ธรรมยุติ บนเนื้อที่ 100 ไร่ มีต้นไม้ขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่หมายปองของบรรดามอดไม้ แอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงพวกนิยมวัตถุมงคล จะแอบเข้ามาขุดหาขุมสมทรัพย์สมบัติ และวัตถุมงคลอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุด เข้ามาขโมย พระนารายณ์และพระพิฆเนศเนื้อสัมฤทธิ์ทั้ง 2 องค์อายุหลายร้อยปี ซึ่งตั้งอยู่หน้าพระประธาน ในศาลาการเปรียญ เพียงชั่วข้ามคืนก็เอากลับมาคืนไว้ที่เดิม เนื่องจากมีคนไปทวงเอาคืนถึงบ้าน และบางคนที่เข้ามาตัดไม้ ก็จะถูกอาถรรพ์ต่างๆถึงกับเป็นบ้าเสียสติ ซึ่งชาวบ้าน เชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องรักษาผืนป่าเป็นผู้ลงโทษหัวขโมยเหล่านั้น ทุกวันนี้ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปลักลอบตัดไม้หรือแอบเข้าไปขุดหาวัตถุมงคลหรือของเก่าอีกเลย  

สำหรับพุทธศาสนิกชน ที่คิดดีทำดี จะเดินทางเข้ามากราบไหว้ขอพร หลวงพ่อศิลาพันปี ไม่ได้ขาด เพื่อความเป็นสิริมงคล ค้าขายดี โดยเฉพาะช่วงนี้ เกิดโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19)  จะมีผู้คนเดินทางเข้ามากราบขอพร ให้ปลอดภัยจากไวรัสมรณะ อย่างต่อเนื่อง  

“หลวงพ่อศิลาพันปี” ขุดขึ้นมาจากบริเวณที่จะก่อสร้างอุโบสถ ว่ากันว่า ระหว่างที่ชาวบ้านปรับพื้นดิน จอบขุดกระทบส่วนขาหลวงพ่อศิลาชาวบ้านจึงช่วยกันขุดจนพบว่าเป็นพระศิลาฝังอยู่ใต้ดินและอัญเชิญขึ้นมา ประดิษฐานในมณฑปกันแดดกันฝน และด้านข้างก็จะมีไหโบราณ จำนวน 3 ใบ ก็ขุดขึ้นมาใกล้ๆกันตั้งอยู่ ส่วนด้านล่างข้างขวา ก็จะพบเห็นแผ่นศิลาวางอยู่ เป็นภาพวาดศิลปวัฒนธรรมของขอมโบราณ  มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 พันปีเช่นกัน มณฑปแห่งนี้จึงจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณวัตถุ เพื่อเด็กและเยาวชนและผู้ที่สนใจ เข้ามาค้นคว้าศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 

นอกจากนี้ หากเดินไปตามทางเดินด้านทิศเหนือที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นอยู่เต็มสองข้างทาง ประมาณ 200 เมตร ท่ามกลางความสงบร่มรื่น กระแสลมพัดกระทบกายเย็นสบายตลอดเวลาจนชวนให้เคลิบเคลิ้ม น่าพักผ่อนยิ่งนัก ก็จะพบเห็นป้ายกลุ่มเสมาธรรมจักร ซึ่งเป็นที่ตั้งของใบเสมาธรรมจักร จำนวนมาก ที่ผุดขึ้นมาเหนือพื้นดิน บางใบเสมาผุดขึ้นมาเพียงครึ่งใบ และมีจำนวนหนึ่งที่เห็นเป็นรูปร่างครบสมบูรณ์ อย่างสวยงามมาก

ส่วนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เกิดปรากฏการณ์ ที่ชาวบ้านและบรรดาลูกศิษย์ ที่ต้องจดจำไม่รู้ลืม คือ เกศาของหลวงพ่อบุญนำ หรือพระครูจิตตปาลคุณ เมื่อตัดออกจากศรีษะแล้ว ไหลมารวมกันกลายเป็นก้อนสีดำ ลักษณะเหมือนพระอริยะสงฆ์ เมื่อละสังขารแล้วอัถฐิก็จะกลายเป็นอัถฐิธาตุสีขาว ทำเอาชาวบ้านถึงกับฮือฮา และเชื่อว่า หลวงพ่อบุญนำแสดงปาฏิหาริย์  จึงมีลูกศิษย์พระครูจิตตปาลคุณ หรือหลวงพ่อบุนนำ นำเกศา มาใส่ผอบ เพื่อแจกจ่ายแก่พุทธศาสนิกชน ที่ต้องการมีไว้ติดตัว และเชื่อว่า จะช่วยให้ค้าขายดี เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง ที่สำคัญปลอดภัยจากโควิด – 19 ด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นับถอยหลัง! ปิดตำนาน 105 ปี ‘สถานีรถไฟหัวลำโพง’ ย้ายไป ‘สถานีกลางบางซื่อ’ 23 ธันวาฯนี้ (คลิป) #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617135

นับถอยหลัง! ปิดตำนาน 105 ปี 'สถานีรถไฟหัวลำโพง' ย้ายไป 'สถานีกลางบางซื่อ' 23 ธันวาฯนี้ (คลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.36 น.

นับถอยหลัง! ปิดตำนาน 105 ปี ‘สถานีรถไฟหัวลำโพง’ ย้ายไป ‘สถานีกลางบางซื่อ’ 23 ธันวาฯนี้ 

ปู๊น ปู๊น ปู๊น ปู๊น เสียงแว่วมาแต่ไกล… ขบวนรถไฟไม่ว่าจะเป็น สายเหนือ ใต้ อีสาน และระยะทางสั้นๆ มาบรรจบพบกันที่ “สถานีรถไฟหัวลำโพง” ผู้คนต่างลุกลี้ลุกลนสะพายสัมภาระติดนำติดตัวมาใบใหญ่บ้าง เล็กบ้าง จูงลูกจูงหลาน ลงมาจากรถไฟเมื่อมาถึงสถานีสุดท้าย “กรุงเทพมหานคร” นั้นก็คือ “หัวลำโพง” และไม่ใช่เป็นเป็นแค่สถานีสุดท้าย แต่ยังเป็นสถานีเริ่มต้นให้ผู้คนต่างภูมิลำเนา เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด โดยใช้ “สถานีรถไฟหัวลำโพง” ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า “สถานีรถไฟกรุงเทพฯ” จนปัจจุบันกันว่า “สถานีรถไฟหัวลำโพง” โดยคำว่า “หัวลำโพง” สันนิษฐานว่าตั้งชื่อตามคลองและทุ่งที่มีฝูงวัวที่วิ่งกันคึกคัก ที่เรียกว่า “ทุ่งวัวลำพอง” ได้พูดออกเสียงเพี้ยนกันมาเป็น “ หัวลำโพง” แต่ก็ยังสันนิษฐานว่าเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งคือ “ต้นลำโพง” ซึ่งเคยมีมากในบริเวณนี้  และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง

“สถานีรถไฟหัวลำโพง” จึงเป็นศูนย์รวมที่ลงตัวของการเดินทางไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ชาวบ้าน หรือประชาชน คนทุกเพศทุกวัย ถือว่าไม่มีใครไม่รู้จัก “หัวลำโพง” เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกใช้งานมานานถึง 105 ปี ผ่านรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย รุ่นพ่อ แม่ และลูกหลานยุคปัจจุบัน แต่อีกไม่นานสถานที่แห่งนี้ จะต้องปิดฉากลงและกลายเป็นตำนาน โดยวันที่ 23 ธ.ค.64 ถือว่าเป็นวันดีเดย์ในการลดบทบาท ลดเที่ยวของรถไฟที่ “สถานีรถไฟหัวลำโพง” และใช้ “สถานีกลางบางซื่อ” เป็นสถานีสุดท้ายหรือเป็นสถานีต้นทางและปลายทางแทน

แน่นอนว่าระยะเวลา 105 ปี คือความผูกพันที่อยู่คู่กับคนไทยที่มีต่อสถานีรถไฟหัวลำโพง ก็รู้สึกใจหายไม่เบาเลย บ้างก็บอกว่าจะปิดตัวลงยกเลิกการเดินรถไฟทุกจบวน บ้างก็บอกว่าจะยกเลิกรถไฟระยะยาว เหนือ ใต้ และอีสาน เท่านั้น ยังคงมีเที่ยวรถระยะสั้น อาทิ กรุงเทพฯ-ลพบุรี , กรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี , กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี เป็นต้น และบ้างก็บอกว่าจะพลิกโฉมสถานรถไฟหัวลำโพงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และแหล่งเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ที่จะเชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าและย่านการค้าใหม่เข้าด้วยกัน โดยบริษัท SRT แอสเสท จะเข้ามาเป็นผู้บริหารทรัพย์สิน หาผู้ร่วมออกแบบและประมูลพื้นที่เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม และสร้างตัวเลือกให้กับประชาชน ซึ่งทั้งหมดข้างเป็นเพียงความคาดเดา แต่ที่แน่ๆ “สถานีรถไฟหัวลำโพง” มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่ไม่รู้ชัดว่าจะไปทิศทางไหน?

“ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” จึงได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ “น.ส.ศินีนาถ” อายุ 23 ปี นักศึกษาปี 4 ขณะนั่งรถไฟสายกรุงเทพฯ-ลพบุรี กลับบ้านที่สถานีบางปะอิน โดยศินีนาถ เล่าให้ฟังว่า “ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วเพราะปกติจะนั่งรถไฟทุกวันจันทร์ตอนเช้าจากปางปะอิน มาลงที่สถานีหัวลำโพง เพื่อมาเรียน และวันศุกร์ตอนเย็นก็จะนั่งรถไฟกับบ้านเช่นเคย ซึ่งทำแบบนี้มาตั้งแต่เรียนแต่ถ้าไม่มีรถไฟจากสถานีหัวลำโพงคงเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวใหม่ เดินทางจะต้องปรับเรื่องของเวลาใหม่ทั้งหมด การเดินทางก็จุยุ่งยากมากขึ้น และที่แน่ๆเลยคือต้องเผื่อเวลา เพราะถ้านั่งรถไฟมันก็จะมีรอบของมันอยู่ รถไฟจากสถานีหัวลำโพงกว่าจะถึงสถานีบางซื่อมีคนขึ้นลงจำนวนมาก ยิ่งเฉพาะคนทำงานเช้านั่งรถไฟมาทำงาน เย็นนั่งรถไฟกลับ พวกเขากระทบมากกว่าตนแน่นอน ใน 1 วัน คนไม่น้อยเลยที่โดยสารด้วยรถไฟ จริงๆ ไม่อยากให้ปิดเลยยังอยากให้มีอยู่

“ก็คิดไม่ออกเหมือนกันหากเขาปิดแล้วหนูจะต้องทำอย่างไรต่อ ต่อทำอย่างไรต่อ หนูก็เป็นเสียงของประชาชนที่ยังคงใช้รถไฟโดยสารมาเรียน และกลับบ้าน แต่ถ้ามันต้องปิดจริงๆ เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเขาจะปรับเป็นศูนย์การค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวก็ขอให้มีรถไฟวิ่งเหมือนเดิม เพราะบางคนเขานั่งมาหลายปีมาเกือบครึ่งชีวิต มันก็เป็นเรื่องเศร้าเหมือนกัน จริงๆ ตอนนี้คนที่ใช้บริการรถไฟก็ไม่น้อย ดูเวลาเร่งด่วนตอนเลิกงานคนขึ้นมาเยอะมาก บางครั้งแทบจะไม่ได้นั่งจะต้องยืน หนูคิดว่าว่าอะไรมันดีอยู่แล้วก็ไม่ควรปรับให้แย่กล้าเดิม” น.ส.ศินีนาถ กล่าว

ขณะที่ “นายชุติภาส ตุลาใคร” อายุ 51 ปี ขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพงมานาน 7 ปี เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจฯ ฟังว่า ตนขับวินฯ มานานแล้ว ก็ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ถ้าเขาปรับเปลี่ยนก็ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่นี่ต่อไปหรือไม่ แต่ถ้ามีที่ให้เราอยู่ต่อก็น่าจะดี เพราะถ้าไปทำอาชีพอื่นก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ถ้าไม่มีที่อยู่พวกเราก็ต้องไป แต่ถ้าปิดไปเลยกระทบพวกเราแน่นอน แต่ยังไม่เห็นมีป้ายติดประกาศอะไรในบริเวณนี้ แต่ก็คิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไร

“ผมอยู่ที่นี่จนชินแล้ว กลับบ้านแล้วเช้าก็มาทำงานที่หัวลำโพงทุกวัน ความผูกพันมันก็มีเพราะอยู่รงนี้ทุกวัน หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ใจหายเหมือนกัน เพื่อนๆที่อยู่ตรงนี้บางคนอยู่นานกว่าผมอีก พอได้ยินข่าวก็ไม่สบายใจเหมือนกัน” นายชุติภาส กล่าวทิ้งท้าย

โดยวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์คัดค้านการปิด “สถานีรถไฟกรุงเทพ” หรือ “หัวลำโพง” ภายหลังจากที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า วันที่ 23 ธ.ค.64 รฟท.จะหยุดให้บริการเดินรถไฟเข้าหัวลำโพง จะให้บริการสถานีสุดท้ายที่สถานีกลางบางซื่อ กระทบการเดินทางของประชาชนเดินทางเข้าเมือง หวั่นเกิดการทุจริต

สำหรับ ความเป็นมาของสถานีแห่งนี้เริ่มสร้างในสมัย รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2453 สร้างเสร็จและเริ่มใช้งาน วันที่ 25 มิ.ย.2459 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง เดิมเป็นสถานีที่ให้บริการทั้งด้านการขนส่งสินค้า และขนส่งมวลชน ต่อมาการขยายตัวในด้านการโดยสารและขนส่งสินค้ามีมากขึ้น แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัดเพียง 120 ไร่ จึงทำให้ต้องย้ายกิจการขนส่งสินค้าไปอยู่ที่ย่านสินค้าพหลโยธิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และทำการปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพงให้เป็นสถานีรถไฟสำหรับบริการด้านขนส่งมวลชนเพียงอย่างเดียว เพื่อสามารถรองรับผู้โดยสารจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ

คงต้องจับตาดูว่าการปิดสถานีหัวลำโพงในครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกมากขึ้นหรือเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชนกันแน่ หลังจากที่สถานีรถไฟเก่าแก่ที่สุดของไทยยุติบทบาทลง เราอาจไม่มีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ ในฐานะสถานีต้นทางและปลายทางกรุงเทพอีกต่อไปแล้ว จะเหลือเพียงเป็นความทรงจำของผู้คนที่ชื่นชอบหลงใหลในเสน่ห์การเดินทางของรถไฟไว้ ณ ที่นี่. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมการรอคอย!‘ยอดดอยอินทนนท์’เกิด‘เหมยขาบ’แรกแห่งปี2564 #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617105

สมการรอคอย!‘ยอดดอยอินทนนท์’เกิด‘เหมยขาบ’แรกแห่งปี2564

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.56 น.

สมการรอคอย!‘ยอดดอยอินทนนท์’เกิด‘เหมยขาบ’แรกแห่งปี2564

21 พฤศจิกายน 2564 นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่อุทยานแห่งชาติดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อากาศหนาวยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง และได้เกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็ง หรือแม่คะนิ้ง หรือเหมยขาบแรกแห่งปี 2564 โดยเช้านี้ที่กิ่วแม่ปานอุณหภูมิลดลงเหลือ 6 องศาเซลเซียส อากาศเปิด มีทะเลหมอกสวยงามมาก ขณะที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดลงเหลือ 6 องศาเซลเซียล ที่ทำการอุทยานอยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิกปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์​ให้เห็นเป็นครั้งแรกของฤดูหนาวปีนี้แล้ว-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันเดียวครึ่งแสน! นักท่องเที่ยวแห่ชมทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617103

วันเดียวครึ่งแสน! นักท่องเที่ยวแห่ชมทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.39 น.

นักท่องเที่ยวแห่ชมทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน วันเดียวครึ่งแสน ส่งผลให้เศรษฐกิจสะพัด ขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนขอความร่วมมือ เที่ยวปลอดภัยไม่ให้การ์ดตก เน้นมาตรการป้องกันโควิด

21 พฤศจิกายน 2564 ว่าที่ ร.ต. ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ( 20 )  ตนพร้อมด้วย นายภาณุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวพร้อมรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในครั้งต่อไป

จากการติดตามสถานการณ์กับทางวนอุทยานฯ พบว่าตั้งแต่เปิดเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง ก็มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะวันนี้ เสาร์ที่ 20 พ.ย. 64 เพียงวันเดียวก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมทุ่งดอกบัวตองตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ประมาณ 50,000 คน (ห้าหมื่นคน) สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่หลายล้านบาท

ด้านนายภาณุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การเปิดเทศกาลชมทุ่งดอกบัวตองในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเกินความคาดหมาย ซึ่งจะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก อาทิ หมู่บ้านรักไทย บ้านจ่าโบ่ จุดชมวิวจิกจ้อง เป็นต้น จากการติดตามยอดจำหน่ายเฉพาะบูธจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัด ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า ตั้งแต่เปิดเทศกาลชมทุ่งดอกบัวตองก็มียอดจำหน่ายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าและใช้บริการของผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ 

นายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง กล่าวว่า ปีนี้ทุ่งดอกบัวตองได้เบ่งบานเป็นไปตามที่วางแผนไว้ และได้ทยอยบานต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันดอกบัวตองถือว่าบานอยู่ในระดับ 70-80 % และจะทยอยบานต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม 2564

อย่างไรก็ตามในพื้นที่ช่วงนี้เริ่มมีอากาศหนาวเย็นในช่วงกลางคืนและตอนเช้า อุณหภูมิเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาเวลาประมาณ 18.00 น. ก็มีอุณหภูมิอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส โดยทางวนอุทยานได้เพิ่มเวรยามดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว รวมทั้งให้บริการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงได้จัดห้องละหมาดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม ได้มีพื้นที่ละหมาด ได้อย่างเป็นสัดส่วน

ทั้งนี้ จากการที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำโดยนายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัด จัดเทศกาลชมทุ่งดอกบัวตอง ต้อนรับลมหนาว และสายหมอก ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางไปชมทุ่งดอกบัวตองในพื้นที่วนอุทยานทุ่งดอกบัวตอง อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจำนวนมาก

สามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ ซึ่งนายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แสดงความห่วงใย และเน้นย้ำหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องให้ตระหนักและดำเนินการบริหารจัดการภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT รวมทั้งช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่   

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเดินทางไปชมทุ่งดอกบัวตองได้จนถึงปลายเดือนธันวาคม 2564 โดยควรติดต่อจองที่พัก หรือสำรองห้องพักไว้ล่วงหน้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 0 5361 2982-3 ในวันและเวลาราชการ หรือติดตามได้ทาง Facebook : TAT Maehongson. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘VIA’หลักสูตรความปลอดภัย ลดเด็กไทย‘เจ็บ-ตาย’บนถนน #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617029

รายงานพิเศษ : ‘VIA’หลักสูตรความปลอดภัย  ลดเด็กไทย‘เจ็บ-ตาย’บนถนน

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“2 หมื่นศพต่อปี” เป็นสถิติ “ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย” ที่ประมวลจากข้อมูล 3 ฐานคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด อีกทั้งความอันตรายของถนนเมืองไทยยังเป็นที่เลื่องลือในระดับโลก เนื่องจากรายงานขององค์การอนามัยโลก ปี 2558 จัดอันดับให้ไทยเป็นอันดับ 2 ของโลกด้านอันตรายบนท้องถนน ก่อนที่ปี 2561 จะปรับลดลงมาอยู่ที่อันดับ 9 แต่ก็ยังจัดว่าอยู่ใน “ท็อปเทน” ที่ไม่น่าปลื้มใจสักเท่าไร

โดยเฉพาะ “เด็ก-เยาวชน” ถือเป็น “กลุ่มเสี่ยงสำคัญ” ไปไม่ถึงการเป็นอนาคตของชาติเพราะจบชีวิตลงเสียก่อน หรือที่ยิ่งไปกว่านั้นคือต้องกลายเป็นผู้พิการ ดังที่ก่อนหน้านี้ “ทีมงาน นสพ.แนวหน้า” เคยนำเสนอไปแล้วครั้งหนึ่ง (ยุคเกิดน้อย‘ผู้เยาว์’ทรัพยากรมีค่า ลงทุนลด‘เจ็บ-ตายบนถนน’จำเป็น : หน้า 17 ฉบับวันที่ 25 ต.ค. 2564) ซึ่งปัญณ์ จันทร์พาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนามาตรการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจร กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค เปิดเผยสถิติเด็กและเยาวชนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในปี 2562 อันเป็นปีสุดท้ายก่อนที่ทั้งโลกจะล็อกดาวน์ ลดการเดินทางเคลื่อนย้ายจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

พบว่า “จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ปี 2562 เป็นประชากรอายุ 15-19 ปี อยู่ที่ 2,183 คน คิดเป็นร้อยละ 10.96 ของผู้เสียชีวิตทุกกลุ่มอายุ ขณะที่ประชากรอายุ 10-14 ปี อยู่ที่ 651 คน คิดเป็นร้อยละ 3.2 ของผู้เสียชีวิตทุกกลุ่มอายุ” ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับ “พฤติกรรมการใช้จักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์)” โดยเด็กไทยเริ่มหัดขับขี่ที่อายุเฉลี่ย 10-14 ปี แต่ส่วนใหญ่เป็นการหัดด้วยตนเองบ้าง หรือคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ พี่ รุ่นพี่เพื่อน ฯลฯ หัดให้บ้าง ซึ่งขาดการเรียนรู้ทักษะด้านความปลอดภัย และนำไปสู่ความสูญเสีย

นั่นจึงนำไปสู่แนวคิดการจัดทำ “หลักสูตรความปลอดภัยทางถนน” เพื่อให้ความรู้กับเด็กและเยาวชน แนวคิดนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วใน เกาหลีใต้ ย้อนไปในปี 2535 เคยมีเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี ตามนิยามขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ-OECD) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 1,114 ราย แต่เมื่อผ่านไป 20 ปี ในปี 2555 พบเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 110 รายลดลงอย่างเห็นได้ชัดถึง 10 เท่า

หนึ่งในเบื้องหลังของความสำเร็จคือการจัดทำหลักสูตรความปลอดภัยและสอนกันอย่างจริงจังตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการแดนกิมจิ กำหนดให้จัดการศึกษาความปลอดภัยทางถนนประจำปีสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษา อย่างน้อย 30 และ 23 ชั่วโมง ตามลำดับ มีการฝึกอบรมครูที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยที่โรงเรียน ผลิตและแจกจ่ายสื่อการสอนความปลอดภัยทางถนน ตลอดจนจัดศูนย์อุทยานจราจรสำหรับเด็ก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัว“VIA Road Safety Education Programme” หลักสูตรความปลอดภัยทางถนน นำร่องใน 5 โรงเรียนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และอีก 45 โรงเรียนใกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลักสูตรนี้เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีการจำลองสถานการณ์ เช่น “การให้ผู้เรียนได้นั่ง ณ ที่นั่งคนขับของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แล้วมองหาเพื่อนๆ ที่ยืนถือป้ายตามจุดต่างๆ รอบตัวรถ” เพื่อเรียนรู้เรื่องของ “จุดบอด” หรือจุดที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นจุดที่ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่เพราะสุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุถูกเฉี่ยวชนได้

หรือ “การให้ผู้เรียนปิดตาแล้วเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง” เพื่อให้ตระหนักความสำคัญของ “การมองทาง”โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่ผู้คนมักใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนกันแทบทุกขณะของชีวิต แต่การเดินเท้าหรือขับขี่ยานพาหนะแล้วสายตาจดจ่ออยู่กับมือถือ ก็เป็นพฤติกรรมเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพราะไม่ได้มองเส้นทางที่อยู่ตรงหน้า รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รายรอบ เป็นต้น

หลักสูตรนี้ได้รับการสนับสนุนโดย “มิชลิน-โททาล”แบรนด์ยางรถยนต์และน้ำมันเครื่องชื่อดังระดับโลก ซึ่งพรวดี ปิยะคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ภาครัฐ บริษัทสยามมิชลิน จำกัด เล่าว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรตั้งแต่ปี 2560 และบริหารจัดการโดย Global Road Safety Partnership (GRSP) องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนโดย สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies) เริ่มใช้ใน 2 ประเทศแรกคือ อินเดียกับฝรั่งเศส ก่อนขยายไปในอีก 30 ประเทศทั่วโลก โดยคัดเลือกจากประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนที่สูง

ด้าน ปาสคาล ลารอช (Pascal Laroche) ประธานกลุ่มบริษัทโททาลเอนเนอยี่ส์ ประเทศไทย กล่าวว่า หลักสูตรนี้จะสอนให้เด็กและเยาวชนมีคุณสมบัติติดตัวด้านความตระหนักในความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เริ่มโครงการนำร่องไปเมื่อเดือน มี.ค. 2564 กับ 5 โรงเรียนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และล่าสุดคือโครงการระยะที่ 2 ใน 45 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่ กทม. ซึ่งจะมีนักเรียนได้รับประโยชน์ประมาณ 5,700 คน โดยมี AIP (มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย) เป็นผู้ดำเนินการด้านการปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประสบความสำเร็จ โครงการ VIA ต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กนักเรียนอายุ 10-18 ปี

เกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การสูญเสียชีวิตเด็กและเยาวชนซึ่งประเมินค่าไม่ได้จากอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นความท้าทายว่าจะทำให้ลดลงได้อย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนอาจมีพฤติกรรมคึกคะนอง มีการลอกเลียนแบบจากเพื่อนๆ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องแว้น ซึ่งต้องช่วยกันสื่อสารว่านั่นเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตาย โครงการหลักสูตร VIA Road Safety Education Programme จึงเป็นการจุดประกายใหม่กับสังคม และคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า น่าจะมีเครือข่ายเข้าร่วมมากขึ้น

อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงข้อมูลที่ระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเฉลี่ย 2 หมื่นรายต่อปี เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ 3 พันรายต่อปี หากคิดเป็นรายเดือนจะพบว่ามีเด็กและเยาวชนเสียชีวิตบนท้องถนน 250 รายต่อเดือน หรือหากคิดเป็นรายวันจะอยู่ที่ 9 รายต่อวัน ซึ่งสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ความสูญเสียนี้เป็นเรื่องเจ็บปวดอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ลำพังผู้บริหารสถานศึกษาและครูอาจยังไม่เพียงพอ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ปกครองด้วย อีกทั้งยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีพันธมิตรอีกหลายภาคส่วนมาร่วม รวมถึงให้มีการปฏิบัติได้จริง เพื่อให้โครงการนี้จะเกิดประโยชน์กับสังคมไทย โดยเฉพาะลูกหลานของเราซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้ดีต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564’ วิจัยและพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617054

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564’  วิจัยและพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ เตรียมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ครั้งที่ 16 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพ ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ กระจายโอกาสในการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิดตัวทูตวิจัย “เพื่อน-คณิณ ชอบประดิถ” ตัวแทนพลังคนรุ่นใหม่

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่องานวิจัยไทย

โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน“มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ซึ่งเป็นเวทีระดับชาติ ที่นำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม/ชุมชน และพาณิชย์/อุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

งานในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 16 โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมมากกว่า 100 หน่วยงาน ผลงานไม่ต่ำกว่า 500 ผลงาน โดยจะดึงไฮไลท์ผลงานที่โดดเด่นมาพูดคุย และแลกเปลี่ยนกันให้เกิดแผนงานและโครงการใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น สามารถหยิบยกผลงานที่น่าสนใจไปใช้ประโยชน์ต่อได้ในทุกภาคส่วน

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ หรือ Thailand Research Expo ประกอบด้วย นิทรรศการ อาทิ “นิทรรศการรางวัลแห่งเกียรติยศ Platinum Award” และ “นิทรรศการชุมชนเข้มแข็งในระบบวิจัยและนวัตกรรม” การประชุม/สัมมนาในหัวข้อสำคัญของประเทศ กิจกรรม Highlight Stage นำเสนอผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่มีความพร้อมใช้ประโยชน์ ทั้งในระดับชุมชน องค์กร และพาณิชย์ กิจกรรม Thailand Research Symposium 2021 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยในสาขาวิชาการต่างๆ ให้ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานวิจัยที่มีคุณภาพต่อผู้สนใจและผู้ใช้ประโยชน์ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ในศาสตร์สาขาวิชาการในประเด็นสำคัญอื่นๆ กิจกรรมประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา 2564 การมอบรางวัล Thailand Research Expo 2021 Award และ กิจกรรม Research Clinic ให้คำปรึกษาเรื่องการวิจัย

โดยสำหรับ MASCOT ในปีนี้ ได้แก่ “น้องวิจัย” พร้อมเปิดตัว “ทูตวิจัย” ประจำปี 2564 “เพื่อน- คณินชอบประดิถ” เพื่อเป็นตัวแทนพลังคนรุ่นใหม่ที่มีความช่างสังเกต เรียบง่าย และสามารถเข้าถึงงานวิจัยใกล้ตัวได้ นอกจากนี้มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากร้านค้าภาครัฐ เอกชนและโครงการในพระราชดำริ

โดยนำเสนอผลงานใน 7 ประเด็น ได้แก่ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับ การสร้างระบบผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ การผลิตกำลังคนระดับสูงรองรับ EEC และระบบเศรษฐกิจสังคมของประเทศ การสร้างกำลังคนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการสร้างบัณฑิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต การพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต(up-skill) และการเพิ่มทักษะ (Re-skill) การส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานขับเคลื่อนประเทศในอนาคต(AI for All) การส่งเสริมการวิจัยขั้นแนวหน้า และการวิจัยพื้นฐานที่ประเทศไทยมีศักยภาพ การพัฒนาและการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย และระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการยกระดับสถาบัน/ศูนย์วิจัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคมและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับโจทย์ท้าทายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน เกษตรและอาหาร รวมถึงสังคมสูงวัยสังคมคุณภาพและความมั่นคง

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันและวางรากฐานทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การยกระดับศักยภาพวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม/ระเบียงเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานและบริการ เศรษฐกิจดิจิทัลและข้อมูล ระบบโลจิสติกส์ การบริการมูลค่าสูง (การท่องเที่ยว)

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ ครอบคลุมงานวิจัยนวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม การขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ เมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์โรคอุบัติใหม่ ครอบคลุมงานวิจัยนวัตกรรมเกี่ยวกับบนวัตกรรมการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 การสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพและสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านสาธารณสุขในอนาคต

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อน BCG Economy Model ครอบคลุมงานวิจัยนวัตกรรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy)ที่เน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการนำทรัพยากร วัสดุต่างๆ กลับมาใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดรวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่มุ่งแก้ปัญหามลพิษ ลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน

และงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นที่สหประชาชาติและประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในเป้าหมาย ขอบเขตการคุ้มครองทางสังคม การแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อ การช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา การสนับสนุนเพื่อให้สตรีมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การเปิดรับคนชายขอบ การดูแลโยกย้ายถิ่นฐาน ยุทธศาสตร์เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การสนับสนุนความสามัคคีในสังคมตลอดทั้งการสนับสนุนการยุติปัญหาคนไร้สัญชาติ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทั้งรูปแบบ Online และ Onsite ผ่านทางเว็บไซต์www.researchexpo.nrct.go.th โดยรูปแบบ Onsiteวช.ขอจำกัดเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 2 เข็ม และผ่านกระบวนการคัดกรองตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2579-1370 ต่อ 515,517,518,519 และ 524

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บริหารฯมข.’จับมือ‘โฟกัสอารีน่า’ ปั้นนศ.เป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ‘อีสปอร์ต’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617036

‘บริหารฯมข.’จับมือ‘โฟกัสอารีน่า’  ปั้นนศ.เป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ‘อีสปอร์ต’

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ บริษัท โฟกัส อารีน่า จำกัด หวังต่อยอดความรู้การบริหารธุรกิจ “อีสปอร์ต (E-Sports)” สร้างอาชีพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดย รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การเติบโตของวงการอีสปอร์ตในปัจจุบัน ทำให้เกิดสายอาชีพใหม่มากมาย สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นโอกาสทางวิชาการและยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

“ในฐานะที่มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาและเป็นต้นทางที่ผลิตบุคลากรเพื่อไปประกอบอาชีพตามหลักวิชาการ บทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาความรู้ความสามารถให้กับนักศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะเป็นการขับเคลื่อนวงการศึกษาและวงการอีสปอร์ตในภาคอีสานและประเทศไทย ด้วยการร่วมกันสนับสนุนให้เกิดกลุ่มสังคมและแลกเปลี่ยนความรู้ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจอีสปอร์ตและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าว

รศ.ดร.เพ็ญศรี เปิดเผยว่า ความร่วมมือจะประกอบไปด้วย 1.พัฒนาศักยภาพของนักศึกษานำพื้นฐานความรู้ด้านวิชาการ การบริหารจัดการ ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอีสปอร์ตและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การจัดให้มีอีสปอร์ตอคาเดมี (E-sports Academy) และฟิล์มอคาเดมี (Film Academy) เพื่อให้ความรู้นักศึกษาและบุคคลทั่วไปในการออกแบบสื่อเกมและเทคโนโลยี และต่อยอดความรู้ทางด้านวิชาการและการบริหารธุรกิจอีสปอร์ต และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.ผลิตบุคลากรระดับนักบริหารที่มีความรอบรู้มีความสามารถในการจัดการธุรกิจอีสปอร์ตและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้บังเกิดผลอย่างเต็มที่ให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ตามหลักวิชาการด้านธุรกิจเพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานจริงให้เห็นช่องโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากอีสปอร์ตและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเกิดการพัฒนาอาชีพที่หลากหลาย และ 3.สร้างกลุ่มนักศึกษามุ่งเน้นการบริหารจัดการอีสปอร์ตและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการออกแบบเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้อง

เช่น สังคม จิตวิทยา การแสดง ดนตรี การโฆษณา และเศรษฐศาสตร์เพื่อการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม นอกจากนั้นแล้วยังจะมีการร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับอีสปอร์ตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตทัวร์นาเมนต์ (E-Sports Tournament) โรดโชว์อีสปอร์ต (E-Sports Roadshow) อีสปอร์ตอีเว้นท์ (E-Sports Event) รวมถึงร่วมดำเนินการบริการด้านวิชาการ เช่น การจัดอคาเดมีการอบรม สัมมนา การทดสอบ และจัดแสดงสื่อทางการเรียนการสอนในทางวิชาการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการบุคลากรและนักศึกษาทั้งสองฝ่าย ในอนาคตอีกด้วย

อนึ่ง พิธีนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ บริษัท โฟกัส อารีน่า จำกัด นอกจากตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายคือ รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิชคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ นายอภิชา กิตติสุวรรณ์ ประธานบริษัท โฟกัส อารีน่า จำกัด แล้วยังได้รับเกียรติจาก รศ.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ร่วมในพิธีด้วย

สำหรับ E-sports คือ การแข่งขันกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Sports โดยมีการตั้งกฎ กติกาขึ้นมาให้เป็นระบบสากล ใครที่เข้าแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามกฎ
ดังกล่าวเหมือนกีฬาทั่วๆ ไป สามารถเข้าแข่งขันได้ทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล (ขึ้นอยู่กับการจัดแข่งในทัวร์นาเมนท์นั้นๆ)ซึ่งประเภทของเกมที่ใช้แข่งขันก็มีหลากหลายสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือมือสมัครเล่น, กึ่งอาชีพ และแบบมืออาชีพ โดยในการแข่งขันแต่ละทัวร์นาเมนท์จะมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะพร้อมถ่ายทอดสดผ่านโลกออนไลน์ไปยังผู้ที่สนใจรับชมทั่วโลกอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม สนับสนุนนโยบายรัฐฯ เราเที่ยวด้วยกัน #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617065

ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม สนับสนุนนโยบายรัฐฯ เราเที่ยวด้วยกัน

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.47 น.

ดร. ศรีสุดา ทาเจริญ ร่วมกับ ดร. ศิรินันท์ เพียรโรจน์ นำคณะเพื่อนๆ กลุ่ม My Friend’s จากกรุงเทพฯ , ยะลา และนราธิวาส ร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐฯ เราเที่ยวด้วยกัน , ยิ่งใช้ยิ่งได้ และ สิทธิคนละครึ่ง จัดทัวร์เที่ยวไทยท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2564 ณ พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน โดยมี คุณสุภาพ จันทร์ทิพย์ คุณวาสนา ทองเรือง คุณอรพินท์ พึ่งคำ คุณสุวินิต อุบลเลิศ คุณดาราภรณ์ ศรีนวลดี คุณวีนุกูล นีรสิงห์ คุณนงลักษณ์ รุ่งอนันต์ชัย คุณณัฐธยาน์ โยธาสประเสริฐ และ ดร.ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล ร่วมด้วย -(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่แท้จริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617062

การเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่แท้จริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.28 น.

เพียงแต่ศึกษาพระธรรมคำสอน แต่ไม่นำเอาไปปฏิบัติ ก็จะไม่เกิดผลขึ้นมา พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ถึงแม้จะนั่งฟังธรรมเกาะชายผ้าเหลือง แต่ถ้าไม่นำเอาธรรมที่ได้ยินได้ฟังไปปฏิบัติ ก็ไม่ได้อยู่ใกล้พระพุทธเจ้า แต่ถ้าอยู่ไกลจากพระพุทธเจ้าเป็นโยชน์ แต่มีการนำเอาธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติ ก็จะถือว่าอยู่ใกล้พระพุทธเจ้า มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งทางใจ

ไม่ใช่อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์แล้วจะมีที่พึ่งทางใจ อยู่ใกล้พระพุทธเจ้าแล้วจะมีที่พึ่งทางใจ ถ้าอยู่แล้ว อยู่แบบคนหูหนวกตาบอด อยู่แบบไม่ปฏิบัติ ก็เหมือนอยู่ไกลจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การที่เราจะอยู่ใกล้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราก็ต้องอยู่ด้วยการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะเป็นผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรม ผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมก็คือจะเป็นผู้ที่เห็นพระพุทธเจ้า 

พระพุทธเจ้านี้ไม่ใช่สรีระร่างกายที่ประทับอยู่ที่ประเทศอินเดีย อันนั้นเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นลูกจ้างคนรับใช้ของพระพุทธเจ้า สรีระของพระพุทธเจ้านี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือพระทัยของพระพุทธเจ้า ที่มีธรรมอันประเสริฐ ชำระใจของพระพุทธเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมา อันนั้นแหละคือพระพุทธเจ้า ใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสตัณหาโมหะอวิชชา

ผู้ที่ศึกษาธรรมแล้วปฏิบัติธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็จะบรรลุธรรมถึงธรรมขั้นต่างๆ ก็จะมีดวงตาเห็นธรรม พอเห็นธรรมก็จะเห็นพระพุทธเจ้า เพราะธรรมกับพระพุทธเจ้านี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ธรรมก็ออกมาจากใจของพระพุทธเจ้า ธรรมที่พวกเราได้ยินได้ฟัง เช่น อริยสัจ ๔ ไตรลักษณ์ มรรค ๘ ทาน ศีล ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา ธรรมเหล่านี้อยู่ในใจของพระพุทธเจ้า พอเราศึกษาและปฏิบัติเข้าถึงธรรมเหล่านี้ เราก็จะเห็นธรรมเหล่านี้ แล้วก็จะเห็นว่าพระพุทธเจ้ากับใจของพวกเรานี้ก็เป็นเหมือนกัน

อันนี้แหละคือการเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่แท้จริง ผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมเห็นพระพุทธเจ้าจะเป็นใคร ก็เป็นพระอริยสงฆ์สาวกนั่นเอง เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกิทาคามี เป็นพระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ จะเห็นเป็นขั้นๆ ไป จะเห็นธรรมเป็นขั้นๆ ไป จะสว่าง ธรรมจะทำให้ใจสว่างเป็นขั้นๆ ไป เหมือนแสงเดือนที่จะสว่างเป็นเสี้ยวๆไป คืนนี้สว่าง ๑ เสี้ยว คืนพรุ่งนี้สว่างเพิ่มอีก ๑ เสี้ยว สว่างไปเพิ่มไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะสว่างเต็มดวง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓(เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.กว่าหมื่นแห่ลอยกระทงกว๊านพะเยาคึกคัก ตั้งจุดคัดกรองโควิดเข้ม #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617059

นทท.กว่าหมื่นแห่ลอยกระทงกว๊านพะเยาคึกคัก ตั้งจุดคัดกรองโควิดเข้ม

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.18 น.

วันที่ 20 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศประเพณียี่เป็งลอยกระทงที่กว๊านพะเยา ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันเดินทางมาที่กว๊านพะเยาเพื่อลอยกระทง เที่ยวชมทิวทัศน์ของกว๊านพะเยากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง หรือลานพญานาค ไปจนถึงบริเวณรอบถนนชายกว๊านตลอดสายจะมีบรรดานักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไปต่างนำกระทงมาลอยในกว๊านพะเยา และมีพ่อค้าแม่ค้านำกระทงวางมาขายให้กับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน 

สำหรับงานลอยกระทงที่กว๊านพะเยาในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองพะเยา โดยนางสุมิตรา กัณฑมิตร นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา เป็นประธานเปิดงานลอยกระทงกว๊านพะเยาและได้จัดสถานที่ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวลอยกระทงโดยปิดกั้นถนนชายกว๊าน บริเวณสามแยกแสงจันทร์ ถึงสี่แยกประตูเหล็ก ไม่ให้รถทุกชนิดผ่านเข้าออกไปมาเพื่อให้นีกท่องเที่ยวได้เดินเข้ามาลอยกระทงพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลเมืองพะเยา ทำการตั้งจุดคัดกรอง เชื้อโควิดให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินเข้ามาเที่ยวลอยกระทงในกว๊านพะเยาอย่างเข้มงวด โดยให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วย 

สำหรับปีนี้ทางเทศบาลเมืองพะเยา ไม่ได้จัดขบวนแห่กระทงแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้จัดซุ้มโคมไฟและจุด ถ่ายรูปที่มีทั้งกระทงและดอกไม้ตลอดจนอื่นๆ รวมทั้งลาน ลอยกระทง เพื่อให้นักท่องเที่ยว ลอยกระทงในกว๊านพะเยา และถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกริมกว๊านพะเยาด้วย  –  003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,308,581 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
เปิดตัวระบบแผนที่‘Agri-Map Online’ บริการเชิงรุกผ่านอินเตอร์เนต เผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานเกษตร
ตระกูลคล้ายมนต์
ใครเอ่ย? นางร้ายอันฟอลสามี เหตุมือที่สามทำขาเตียงสั่น

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d