Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เชิญแวะชิม’กาแฟสด’ ฝีมือเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง บนดอยแม่อูคอ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615689

เชิญแวะชิม'กาแฟสด' ฝีมือเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง บนดอยแม่อูคอ

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.25 น.

แม่ฮ่องสอน วิวสวย กาแฟดี ที่…ร้านกาแฟ Posaho Café กาแฟเด็กน้อยทำอร่อย เชิญแวะชิมกาแฟสด ฝีมือของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง พร้อมชมทิวทัศน์ของทุ่งนาเหลืองทองอร่ามที่ร้านกาแฟ Posaho café ร้านกาแฟเด็กน้อยทำอร่อย  และช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวทุ่งบัวตอง บนดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม ชวนเดินทางต่อไปบนเส้นทางทางเดียวกัน อีกประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อไปแวะชิมกาแฟสด ฝีมือของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง พร้อมชมทิวทัศน์ของทุ่งนาเหลืองทองอร่ามที่ร้านกาแฟ Posaho café ร้านกาแฟเด็กน้อยทำอร่อย  และช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน 

โพส่าโฮ (Posaho) เป็นภาษาปกาเกอะญอ แปลว่า “เด็กน้อย” เป็นชื่อร้านกาแฟ โรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน กาแฟทุกแก้วทำมาจากความตั้งใจของเด็กๆ ที่ฝึกฝนมาแรมปีเพื่อมาเปิดให้ชิมในช่วงหน้าหนาวจึงทำให้กาแฟรสชาติดีเป็นพิเศษ กาแฟของที่นี่ มีกาแฟดริปแบบคั่วอ่อน การเฟรนซ์เพรสแบบคั่วกลาง และมอคค่าพอทแบบคั่วเข้ม คุณครูและเด็กๆของที่นี่ ผ่านการอบรมการชงกาแฟและการคัดเลือกเมล็ดกาแฟมาแล้วด้วย 

ร้านกาแฟ Posaho café จะเปิดให้บริการเพียงเดือนครึ่ง เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีเท่านั้น โดยจะเปิดพร้อมๆกับเทศกาลดอกบัวตองบาน ที่ดอยแม่อูคอ ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนักจากโรงเรียน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615648

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.02 น.

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก

14 พฤศจิกายน 2564 นายภพ และนางสายใจ สกุลสวน สองสามีภรรยา อยู่ ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยครอบครัว และตัวแทนสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีถูกยึดพื้นที่โค่นทำลายต้นปาล์มน้ำมันในที่ดินทำกินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ นับ 100 ปี รวมเนื้อที่ 17 ไร่เศษ หลังทราบว่านายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้ารับเรื่องร้องเรียน สนับสนุนภารกิจนายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจร 15-16 พฤศจิกายน นี้ หลังจากที่เคยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมไว้แล้ว แต่เรื่องเงียบ

นายภพ และนางสายใจ กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นที่ดินมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำกินมา 3 อายุคน รวมกว่า 100 ปี ก่อนจะตกทอดมาถึงตน 2 คน ครั้งแรกที่จำความได้ที่ดินแปลงนี้มีการทำนา และต่อมาปลูกปาล์มน้ำมันจนหมดอายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 ปี และก็ได้โค่นทิ้งและปลูกใหม่มีอายุได้ 13 ปี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปปักป้าย ยึดที่ดินและนำรถแบกโฮทำลายต้นปาล์ม เมื่อช่วงเดือนพฤศภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองมองว่าผิดวิสัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าทำลายผลอาสินของชาวบ้านในยามวิกาล แล้วยังข่มขู่ห้ามไม่ให้แสดงตัว จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมให้ระงับการดำเนินการและสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้เตรียมรวบรวมหลักฐาน ยื่นฟ้องศาลปกครองต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนายภพ และนางสายใจ พบว่า เดิมที่ดินเป็นของนายเฟื่อง เนื้ออ่อน เป็นตาของภรรยา ซึ่งนายเฟื่องได้ครอบครองและทำประโยซนในที่ดินดังกล่าวมาก่อนพ.ศ.2485 ซึ่งเป็นการครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่จะมีประกาศของรัฐ ประกาศให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศให้เป็นเขตป่าขายเลน นายเฟื่อง ได้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกินโดยการทำนามาอย่างต่อเนื่อง และประมาณปี 2530 จึงเปลี่ยนลักษณะการทำประโยชน์มาเป็นสวนปาล์มน้ำมัน และได้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นรายแรกๆในจังหวัดกระบี่

ผู้เสียหายได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อจากนายเฟื่อง และได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ รวมถึงได้จดทะเบียนเกษตรกร และทำกินในที่ดินตลอดมา จนถึงปัจจุบัน และไม่มีสภาพเป็นป่า นอกจากนี้ที่ดินติดกันล้อมที่ดินของผู้เสียหายมีที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง มีถนน และไฟฟ้า มีทะเบียนบ้าน เป็นชุมชนมีราษฎรอยู่อาศัยหลายครัวเรือนและทำกินกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เบื้องต้นทางผู้ช่วยรัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกฯได้รับเรื่องไว้ และสั่งการให้ทางจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับ 2 สามีภรรยา ต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่มีขายทั้งจังหวัด! สงขลาผักหลายชนิดขาดตลาด น้ำท่วมถนนรถขนส่งผ่านไม่ได้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615627

ไม่มีขายทั้งจังหวัด! สงขลาผักหลายชนิดขาดตลาด น้ำท่วมถนนรถขนส่งผ่านไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.50 น.

14 พฤศจิกายน 2564 ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา จากกรณีน้ำท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 41หรือถนนสาย เอเชีย 41 ขาขึ้นกรุงเทพฯและล่องใต้ กม.33 – 34 ช่วงอำเภอสวี โดยมีการปิดเส้นทาง ห้ามรถทุกชนิดผ่าน ส่งผลทำให้รถบรรทุกพืชผักที่เดินทางมาส่งในพื้นที่ จังหวัดสงขลาไม่สามารถนำผักมาส่งได้ ทำให้ตลาดในจังหวัดสงขลา ผักหลายชนิดขาดตลาดไม่มีขายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เนื่องจากผักส่วนใหญ่จะต้องเดินทางมาจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ในภาคกลางที่แม่ค้าในจังหวัดสงขลาสั่งซื้อผักจากที่นี่เกือบทุกชนิด ประกอบด้วย ต้นหอม ผักชีผัก ผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักสายซิ้ม ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ใบโหระพา มะระ 

เมื่อรถบรรทุกผักที่เดินทางมาจากภาคกลางไม่สามารถผ่านลงมาพื้นที่ภาคใต้ได้ เนื่องจากน้ำท่วมถนนสายเอเชีย 41 ที่จังหวัดชุมพร ทำให้ผักขาดตลาดไม่มีผักขาย ในตลาดทั้งจังหวัดสงขลา 

นางประภา จินดา แม่ค้าผักในตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา กล่าวว่า ช่วงนี้ผักไม่ค่อยมีน้ำท่วมที่สุราษฎร์ ชุมพร รถมาไม่ได้ ผักน้อยแม่ค้าไม่ได้ขายเลย เหมือนกันทั้งหมดทั้งจังหวัดสงขลา ไม่ได้ขายผักกันเลย ตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้มีผัก เล็กๆน้อยๆ ผักก็แพง มาไม่ได้น้ำท่วมเยอะ  ที่ขายอยู่ส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นผักพื้นบ้าน ที่ซื้อมาจากอำเภอหาดใหญ่ มีแตงกวามีกะหล่ำพวกนี้ และมะเขือเทศที่ได้ขายอยู่ 

สำหรับผักที่มาจากราชบุรี ประกอบด้วย ต้นหอม ผักชีผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักสายซิ้ม ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ใบโหระพา มะระ อันนี้มาจากราชบุรีทั้งนั้นเลย ตอนนี้ไม่มีของขายเลย แม่ค้ามั่วไปหมดแล้ว ไม่มีของเลย 

ล่าสุดในวันนี้ระดับน้ำบนถนนสายเอเชียเริ่มลดลง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ระบายรถที่ติดค้างอยู่บนถนนสายเอเชียประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ถนนได้แล้วบางส่วน แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงอยู่ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง และเพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายของสินค้าที่อาจจะเกิดขึ้น .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลำปางผุดไอเดียจัดงานบุญ‘นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615625

ลำปางผุดไอเดียจัดงานบุญ‘นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.43 น.

สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง ผุดไอเดียจัดงานบุญ “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก”

14 พฤศจิกายน 2564 นางสุมาลี จังเกษม นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า เพื่อสืบสานส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมทางศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดลำปางโดยเฉพาะ “รถม้า” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเขลางค์นคร หรือจังหวัดลำปาง ดังนั้นทางสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยว รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม จึงกำหนดจัดกิจกรรมงานบุญภายใต้ชื่อ “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” ขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ทอดถวาย ณ วัดศรีรองเมือง ถนนท่าคราวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมีนายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และนางวรรณวิไล  กันเพ็ชร์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยอีกว่า กิจกรรม “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” เป็นการส่งเสริมผลักดันการท่องเที่ยวจังหวัด และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน โดยเฉพาะ “รถม้า” เนื่องจากรถม้าเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองลำปาง การจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการทำบุญที่ไม่เหมือนใครและเป็นหนึ่งของประเทศไทยและหนึ่งเดียวในโลก     

สำหรับกิจกรรม “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” เริ่มตั้งแต่เวลา 15.30 น.วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 หลังพิธีเปิดแขกผู้มีเกียรตินำต้นกฐินนั่งบนม้าประมาณ 50 คัน จากนั้นขบวนออกจากช่วงนครห้าแยกหอนาฬิกา แห่ไปตามตัวเมืองลำปาง ผ่านถนนสุเรนท์ย่าน ต.สบตุ๋ย อ้อมผ่านแยกน้ำพุหน้าสถานีรถไฟ และเข้าไปในวัดศรีรองเมือง ขบวนรถม้าแห่รอบโบสถ์ 3 รอบ แล้วตั้งขบวนกฐินโดยมีช่างฟ้อนนางรำแห่นำหน้ากฐิน ขบวนแห่เข้าภายในวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนาแล้วทอดถวายกฐิน เสร็จพิธี ร่วมรับประทานอาหารขันโตกชมการแสดงและชมความงดงามของวัดศรีรองเมืองที่เก่าแก่งดงาม โดยการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีการตรวจคัดกรอง ปฏิบัติตามาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของทางจังหวัดลำปางอย่างเคร่งครัด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอเณร’เมืองกาญจน์ เตรียมยื่นหลักฐานให้ศาล ป่วยโควิดกินสมุนไพรแล้วหายจริง #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615618

'หมอเณร'เมืองกาญจน์ เตรียมยื่นหลักฐานให้ศาล ป่วยโควิดกินสมุนไพรแล้วหายจริง

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.27 น.

14 พฤศจิกายน 2564 นายชัยรัตน์ นนทชัย หรือหมอเณร หมอสุมนไพรชื่อดัง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 เวลาประมาณ 10.30 น.ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือเอกสารเพิ่มเติมคดีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมแพทย์แผนไทยรับรองตำรับยาสมุนไพรสร้างไฟธาตุ และผลการรักษา โรคหัวใจเบาหวานแผลเน่า ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่กรมและกระทรวงสาธารณสุข ได้ไปยื่นอุทธรณ์ต่อ ซึ่งยาสมุนพรสร้างไฟธาตุคือภูมิคุ้มกันตัวจริงมีฤทธิ์ป้องกัน และรักษาเชื้อไวรัส โควิด-19 หายจริงและดีกว่าการฉีดวัคซีน

โดยตนได้ทำหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารการระบาด โควิด 19 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2564 เวลาผ่านมา 30 วัน แล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า

ดังนั้นตนจึงจะนำหลักฐานเดินทางทางไปมอบให้กับศาลเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่คดีเดิม แต่ตนก็ไม่ได้หวังเอาผิดใคร จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นคือเพียงแค่ต้องการให้ยาสมุนไพรที่ดีกว่าวัคซีน รวมทั้งมีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย เพื่อประชาชนชาวไทยและทั่วโลกที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จะได้มีทางเลือกอีกทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีนตามข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุขอีกต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐินวัดศิริเจริญเนินหม้อ เมืองราชบุรี #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615555

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐินวัดศิริเจริญเนินหม้อ เมืองราชบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.47 น.

ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาลตำบลหลักเมือง และประชาชนร่วมพิธีอัญเชิญพร้อมถวายผ้าพระกฐินประทาน สมเด็จพระสังฆราชฯ ณ วัดศิริเจริญเนินหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.64 ที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานผ้าพระกฐินให้นายกุณฑล ปุรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย ไปทอดถวายวัดวัดศิริเจริญเนินหม้อ (วัดโคกหม้อ) อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยได้อันเชิญผ้าพระไตรประทานขึ้นรถสามล้อโบราณของชมรมกีฬาจักรยานโบราณเมืองคนสวย จ.ราชบุรี พร้อมกับจักรยานล้อโต โดยมีนางสาวชูษร โฆษะบดี รองนายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง และว่าที่ร้อยตรีเสรี ศรวัฒนา ประธานชมรมกีฬาจักรยานโบราณเมืองตนสวย จ.ราชบุรี สมาชิกชมรมกีฬาจักรยานโบราณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจังหวัดราชบุรี ร่วมปั่นจักรยานอัญเชิญผ้าไตรประทานและพุ่มผ้าป่าโดยเริ่มตั้งขบวนปั่นจักรยานบริเวณริมถนนเพชรเกษมสายเก่า มุ่งหน้าไปยังวัดศิริเจริญเนินหม้อ ระยะทางประมาณ 500 เมตร 

เมื่อขบวนจักรยานมาถึงบริเวณหน้าวัด นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอเมืองราชบุรี เป็นผู้แทนรับผ้าพระกฐินประทานวางบนพานแว่นฟ้า เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราชฯ  โดยมีนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นางเตือนจิต มิ่งคำเลิศ พระขนิษฐาในสมเด็จพระสังฆราชฯ เปิดกรวยดอกไม้ กราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เชิญตาลปัตรถวายแด่พระครูสิริสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศิริเจริญเนินหม้อ ประธานสงฆ์ให้ศีล และประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับการจัดพิธีดังกล่าว มีนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 1 นายสินาด รุ่งจรูญ นายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง นางสาวชูษร โฆษะบดี นางสาวณฐวิภา โฆษะบดี รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล คณะกรรมการวัด ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญ

โดยนายกุณฑล ปูรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย ได้อ่านหนังสือรับสั่ง ตามที่สมเด็จพระสังฆราชฯ โปรดประทานผ้าพระกฐิน ให้ประธานเครือข่ายบิสคลับประเทศไทย ผู้ขอรับประทานผ้าพระกฐิน เชิญไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดศิริเจริญเนินหม้อ เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการรักษาประเพณีที่ดีงามของทางวัด ทั้งนี้ การประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินประทาน มีนางเขียน ยศพรเลิศล้ำ เป็นประธานอุปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมเป็นรองอุปถัมภ์ รวมทั้งมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญด้วย โดยมียอดการร่วมทำบุญในครั้งนี้ รวมจำนวน 1,779,572 บาท  

สำหรับวัดศิริเจริญเนินหม้อ เป็นวัดที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐิน เนื่องในงานทอดกฐิน เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยปีนี้ได้มีการจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19  โดยช่วงที่ผ่านมาก็ยังเปิดรับเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด -19 ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด จนปล่องเมรุเกิดรอยแตกร้าว ทำให้ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมจนเปิดรับเผาศพใหม่ได้อีกในปัจจุบันมีการเผาศพไปกว่า 100 ศพแล้ว ส่วนการจัดงานวันนี้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหลักเมือง พร้อมหน่วยงานด้านสาธารณสุข อสม.ได้มาคอยดูแลตั้งจุดวัดอุณหภูมิ ห้องพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ ก่อนเข้าพื้นที่ด้านใน ซึ่งยังคงมีประชาชนนำอาหาร น้ำดื่ม มาร่วมเลี้ยงให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญ รวมทั้งบางคน ก็ยังนำข้าวสารมามาร่วมแจกให้กับชาวบ้านที่มาร่วมในงานดังกล่าวเพื่อร่วมทำบุญในงานดังกล่าวด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บูรณาการ-ตรงจุดรายกลุ่ม’ ทางออกแก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615528

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บูรณาการ-ตรงจุดรายกลุ่ม’  ทางออกแก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“คนไร้บ้าน” หรือ “คนเร่ร่อน” หมายถึงผู้ที่ใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนในพื้นที่สาธารณะ เช่น บนทางเท้าริมถนน บริเวณป้ายรถเมล์ คนไร้บ้านเป็นปรากฏการณ์คู่เมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มีสาเหตุจากทั้งด้านเศรษฐกิจ เห็นได้จากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 และวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ทำให้คนตกงานขาดรายได้จนบางส่วนไม่สามารถเช่าที่อยู่อาศัยได้อีก หรือด้านปัญหาส่วนตัว อาทิ รู้สึกว่าบ้านไม่น่าอยู่ จึงออกมาใช้ชีวิตข้างถนน เป็นต้น

คนไร้บ้านเป็นปัญหาสังคมที่ถูกพูดถึงเป็นระยะๆ ล่าสุดกับหลายข่าวที่กล่าวถึงคนไร้บ้านบางส่วนมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญกับคนทั่วไป เช่น เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. 2564 มีข่าวชายท่าทางเมาสุรา พูดจาลวนลามและทำร้ายร่างกายหญิงสาวบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ ซึ่งคดีนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ในวันที่ 9 พ.ย. 2564 หรือกรณีชายคล้ายคนเมาสารระเหย เดินเตร็ดเตร่บริเวณ ถ.สุขุมวิท ใกล้สำนักงานขนส่ง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีรายงานข่าวช่วงต้นเดือน พ.ย. 2564 ว่าก่อเหตุทั้งลวนลามหญิงสาวและทำร้ายร่างกายเด็ก

ข่าวข้างต้นนำมาซึ่งเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา “จัดระเบียบ” เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม “คำว่าจัดระเบียบนั้นสามารถมองได้หลายมุม” ดังความเห็นของ สิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา ที่มองว่า “คนไร้บ้านไม่สามารถทำให้หายไปได้ แต่จะทำอย่างไรให้การใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะของคนกลุ่มนี้ไม่ก่อความเดือดร้อนกับคนทั่วไป” นั่นคือประเด็นที่ต้องช่วยกันคิด

สิทธิพล ยกตัวอย่างคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง หากไปขับไล่ไม่ให้อยู่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็จะย้ายไปอยู่ในจุดอื่นอยู่ดี ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เมื่อมีการจัดระเบียบท้องสนามหลวง ทำให้คนไร้บ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวย้ายมารวมกันที่หัวลำโพง แต่ผู้เกี่ยวข้องสามารถจัดระบบบริการต่างๆ ที่จำเป็นกับคนกลุ่มนี้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ อาทิ การตั้งจุดแจกอาหาร หากทำเป็นจุดเฉพาะแล้วกำหนดให้คนไร้บ้านมารับในจุดนั้น ความเป็นระเบียบก็จะเกิดขึ้น และยังลดปัญหากลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ด้วย

“ผมเรียกคล้ายๆ มาเฟีย เป็นพวกคนมีบ้าน คนในชุมชน เขามาสร้างกลุ่มแก๊ง รวบรวมสมัครพรรคพวก เอาคนไร้บ้านไปเป็นพวก แล้วมาทำเรื่องของการจัดระเบียบนู่นนี่นั่น หมายถึงจัดแถวคนไร้บ้านที่มารับข้าวที่มาแจก แต่จะมีการเรียกรับผลประโยชน์บ้าง เอาของไปแจกอะไรอย่างนี้ บางทีก็มีทำร้ายร่างกาย กลุ่มมาเฟียนี้ก็จะมีปัญหา เขาก็จะกร่างๆ กินเหล้า อะไรแบบนี้” สิทธิพล ระบุ

สำหรับคนไร้บ้านที่มีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญกับคนทั่วไป เช่น ตั้งวงดื่มสุราส่งเสียงดัง สิทธิพล กล่าวว่า คนกลุ่มนี้ถือเป็นส่วนน้อย และตำรวจสามารถดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กดดันมากๆ พฤติกรรมย่อมลดลง และเมื่อนำคนเหล่านี้ออกไปก็จะเหลือแต่คนที่มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตจริงๆ โดยจากข้อมูลที่ปรากฏในงานวิจัย พบว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งคนวัยนี้มีศักยภาพในการก่ออาชญากรรมลักวิ่งชิงปล้นหรือทำร้ายร่างกายมีน้อย

ส่วนประเด็นคนไร้บ้านที่มีอาการทางจิต หรืออาการที่เกิดจากการใช้สารเสพติด เช่น สารระเหย ที่มีรายงานข่าวว่าก่อความเดือดร้อนแล้วตำรวจไม่รู้จะจัดการอย่างไรสุดท้ายทำได้เพียงจับๆ ปล่อยๆ ประเด็นนี้จริงๆ แล้วมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องครอบคลุมอย่างครบวงจร เช่น พ.ร.บ.สุขภาพจิต ที่ผู้พบเห็นคนไร้บ้านที่น่าจะมีอาการทางจิต สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานำตัวไปเข้ากระบวนการรักษาได้โดยไม่ต้องมีญาติพาไป รวมถึงกระบวนการบังคับบำบัดผู้ติดยาเสพติดก็เช่นกัน สามารถทำได้หากเห็นว่าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น

นอกจากนี้ หลังผ่านกระบวนการบำบัดรักษาแล้วเมื่อออกมาสู่สังคมแล้วไม่มีผู้ดูแลและอาการก็ยังไม่ได้ดีขึ้นในระดับที่สามารถดูแลตนเองได้ สิ่งที่ทำได้คือการส่งต่อไปอยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์ เพียงแต่ที่ผ่านมาการปฏิบัติตามกฎหมายยังมีปัญหา เช่น ตำรวจควบคุมตัวไปส่งโรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลไม่รับไว้เพราะเข้าใจว่าต้องมีญาติพามาด้วย ทั้งที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องมีญาติก็ได้ หรือสถานสงเคราะห์ที่ต้องรับผู้ป่วยต่อจากโรงพยาบาลไปฟื้นฟู ยังไม่สามารถดูแลเพื่อการฟื้นฟูได้ เป็นต้น

สอดคล้องกับความเห็นของ สมพร หารพรม ผู้ประสานงานมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้นไม่อาจมองแบบเหมารวม เพราะคนไร้บ้านมีหลายกลุ่ม และต้องทำงานแบบบูรณาการ” เช่น เมื่อตำรวจไปจับกุมแล้วพบว่าติดสารเสพติด เบื้องต้นตำรวจจะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หากพ้นไปแล้วก็ต้องปล่อยตัว ดังนั้นต้องมีหน่วยงานอื่นมารับช่วงต่อ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)นำตัวไปบำบัดฟื้นฟู เช่นเดียวกับผู้มีอาการทางจิต ก็ต้องส่งต่อให้กระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลที่ดูแลด้านนี้

“กรณีที่ป่วยทางจิตเขาจะมีขั้นตอนในการดูแล ถ้ารักษาหาย หายในความหมายของโรงพยาบาลคือได้รับยา ถ้าไม่ถูกกระตุ้นเขาจะไม่เครียด ไม่กลับมาป่วย อะไรอย่างนี้ แต่มันต้องมีครอบครัว มีที่หรือศูนย์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขาไม่มีความเครียดและได้กินยาต่อเนื่อง เขาถึงจะหลุดไม่มีกลับมาป่วยอีก หรือยังป่วยแต่อาจจะน้อยลง แต่ปัจจุบันมันไม่มีเรื่องนี้” สมพร ระบุ

ขณะที่หากเป็นคนไร้บ้านในวัยสามารถทำงานได้ สมพร เล่าว่า เท่าที่เคยสำรวจจะพบคนกลุ่มนี้เมื่อมีรายได้ก็จะเจียดเงินส่วนหนึ่งไปเช่าห้องพักรายวัน ราคา 30-60 บาทต่อคืน เพราะมีห้องน้ำและสามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มกว่าการอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้น กระทรวงแรงงาน น่าจะมีบทบาทในการหางานให้คนเหล่านี้ทำเพื่อให้มีเงินไปจ่ายค่าที่พัก ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ เพราะคนที่อยู่ในนั้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 60-70 เป็นผู้มีอาการทางจิต อีกทั้งกฎระเบียบที่ไม่ตอบโจทย์คนไร้บ้านกลุ่มนี้ที่ต้องการอิสระและสามารถจัดการตนเองได้

ยังมีคนไร้บ้านกลุ่มอื่นๆ อีกที่เป็นประเด็นท้าทาย เช่น กลุ่มวัยทำงานตอนปลาย อายุ 40 หรือ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งคนทั่วไปหากตกงานในวัยนี้ก็มักจะหางานใหม่ได้ยาก และคนไร้บ้านวัยเดียวกันนี้จะยิ่งหางานยากกว่าเพราะมีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษา หรือกลุ่มสูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และสถานดูแลผู้สูงอายุนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ได้ง่าย หลายแห่งก็เต็มแล้ว รวมถึงกลุ่มผู้ต้องขังพ้นโทษ ออกจากเรือนจำมาไม่สามารถหางานทำได้เพราะมีประวัติอาชญากรรมจึงถูกตีตรา ครั้นจะกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะครอบครัวและชุมชนก็ไม่ยอมรับ เป็นต้น

“พยายามเสนอเรื่องกลไกการทำงานแบบบูรณาการว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน เช่น ถ้าเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายตำรวจก็ต้องเข้ามา อย่างหน่วยงานรัฐเขาก็อาจจะไม่สามารถทำได้ก็ต้องเป็นทางตำรวจเข้ามาร่วมมือ ป่วยทางจิตก็กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือ ผู้สูงอายุแน่นอนว่าตรงกับทาง พม. ต้องมีกรมกิจการผู้สูงอายุเข้ามาดูแลมาช่วยกันในการที่จะแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ในที่สาธารณะได้อย่างไร” สมพร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘อัมพวาโมเดล’พลิกโฉม‘โรงพัก’ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปั้น‘วัยรุ่นเชิงบวก’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615514

สกู๊ปพิเศษ : ‘อัมพวาโมเดล’พลิกโฉม‘โรงพัก’  เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปั้น‘วัยรุ่นเชิงบวก’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่าโรงพัก ไม่มีความจำเป็นจริงๆ คงไม่มีใครอยากจะไปเยือนเท่าไหร่นัก เนื่องจากความจำเป็นที่ว่านั้นส่วนใหญ่มักเป็น “เรื่องร้ายๆ” เสียมากกว่า

แต่ทว่าล่าสุด “เครือข่ายอัมพวาโมเดล” นำโดย พ.ต.อ.เผด็จ ภู่บุบผากาณจน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา ร่วมกับมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่าย
พัฒนาคุณภาพชีวิต ชมรมศิลปะและวัฒนธรรมอัมพวา  เทศบาลตำบลอัมพวา สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแปลงโฉมหน้าพื้นที่ “สถานีตำรวจภูธรอัมพวา” ให้เป็นพื้นที่ดีๆ ที่ใครก็อยากมา ในโครงการ “อัมพวามีดี  พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน”

พ.ต.อ.เผด็จ เล่าให้ฟังว่า การแปลงโฉมครั้งนี้ เราจะใช้พื้นที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอัมพวา เป็นเวทีแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชน ในช่วงเย็นถึงค่ำของวันเสาร์และอาทิตย์  โดยภายในงานมีการแสดงต่างๆ เช่น วีลแชร์แดนซ์ จากศูนย์การศึกษาพิเศษอัมพวา นาฏมวยไทย หุ่นกระบอก คละเคล้าการแสดงดนตรีตำรวจ และการถ่ายทอดประสบการณ์ของเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้  พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการแจกจ่ายยาสมุนไพรเคอร่า ของบริษัทเวชกรรมโอสถ ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อีกด้วย

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา กล่าวว่า กิจกรรมที่เราจัดขึ้นนั้น จะพาทุกคนให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนไปวัยเด็ก ที่มีความสุขกับการเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ แต่ที่นี่เราไม่ต้องรอจนถึงวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม แต่ทุกวันเสาร์ แถมด้วยวันอาทิตย์ เปิดเวทีให้เด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของเราได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกฝนศิลปวัฒนธรรมได้ตามความสนใจ ซึ่งมีทั้ง โขนรำไทย กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่ช่วยเสริมทักษะการเข้าสังคมที่ดี 

ส่วนเรื่องการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 นั้น ทางเครือข่ายอัมพวาโมเดล ให้ความสำคัญอย่างมาก จึงมีการเตรียมพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีมาตรการควบคุมป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อผู้เข้าร่วมงานทุกคนร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคสูงสุด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ ทั้งเครือข่ายที่เราเตรียมความพร้อมไว้ และความร่วมมือจากประชาชนที่มาเยี่ยมชมกิจกรรมเชื่อว่าทุกคนจะมีความสุขกับกิจกรรมอย่างปลอดภัย 

“เด็กและเยาวชนเป็นช่วงวัยที่มีพลัง มีแรงขับในตัวเองซึ่งสามารถแสดงออกได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในทางบวกและทางลบ หน้าที่สำคัญข้อหนึ่งของผู้ใหญ่คือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่ในการแสดงออกให้ลูกหลานได้แสดงศักยภาพในทางสร้างสรรค์ในทางบวกจะเป็นเกราะป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนทั้งความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ  แข่งรถซิ่ง ยาเสพติด  ท้องก่อนวัยอันควร การทะเลาะวิวาท ติดเหล้า-พนัน-ยาเสพติด

กิจกรรมที่เราจัดขึ้นถือเป็นอีกจิ๊กซอว์หนึ่งที่สำคัญในการทำงานเชิงป้องกัน และรวมถึงการแก้ไขในกรณีที่เด็กและเยาวชนเคยก้าวพลาด จะได้เปลี่ยนพลังทางลบ เป็นพลังที่สร้างสรรค์ เป็นพลังทางบวก สร้างแรงบันดาลใจให้ปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่เพื่อให้เกิดการป้องกันแก้ไขอย่างยั่งยืน ก็ขอให้ถือเป็นธุระของทุกคนในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง” ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา กล่าว

ทั้งนี้ ด้วยบรรยากาศ และอากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้เหมาะแก่การท่องเที่ยว อีกทั้งเมื่อรัฐบาลเปิดให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นแล้วนั้น เชื่อว่ากิจกรรม อัมพวามีดี  พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่สามารถดึงดูดให้คนอยากมาผ่อนคลายไปกับศิลปะ แถมได้รับความรู้ที่เราตั้งใจนำมาฝากด้วย

และเพื่อเป็นการโหมโรงก่อนไปเยี่ยมชมกิจกรรม เรามาฟัง 2 เยาวชนที่เคยก้าวพลาด บอกเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันก่อน

เริ่มที่ นายมณฑล พวงเงิน อดีตเยาวชนที่ติดบุหรี่จนต้องเป็นมะเร็งในช่วงวัยรุ่น เล่าว่า ตัวเองเริ่มสูบบุหรี่มาตั้งแต่ช่วงมัธยม ด้วยเห็นว่าพระเอกในหนัง สูบแล้วดูเท่ดี 
จุดเริ่มต้นมาจากตรงนั้น และสูบเรื่อยมาจนถึงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ที่ต้องออกมาอยู่หอไกลหูไกลตาพ่อ แม่ ยิ่งสูบได้อย่างเสรีมากขึ้น สูบหนักมากจนกระทั่งเริ่มมีอาการบวมที่ลำคอ แต่ยังไม่คิดอะไรมากและไม่เคยคิดว่าจะเกี่ยวอะไรกับบุหรี่ เพราะคิดว่าคนจะเป็นโรคจากบุหรี่มักจะเป็นคนที่อายุเยอะ คงไม่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นอย่างเรา

“แต่สุดท้ายอาการมันเริ่มมากขึ้น เจ็บคอหนักขึ้น จนต้องไปหาหมอ จึงรู้ว่าเป็นมะเร็งที่คอ ต้องผ่าตัดเจาะคอ และรักษาตัวอยู่นานนับปี ทุกวันนี้ก็ยังต้องกินยาตลอด
หมดค่ารักษาไปนับล้านบาท แต่กระนั้นก็ไม่สามารถหายเป็นปกติได้ ไม่สามารพกลับมาพูดได้แบบคนปกติ การขยับตัวลำบาก ต้องฝึกพูดใหม่และทำกายภาพ ทำงานหนักมากๆไม่ได้ และยิ่งช่วงโควิดยิ่งต้องระวังมาก เพราะปอดเราไม่ดีอยู่แล้ว” นายมณฑล กล่าว

ขณะที่ นายชนายุทธ เลาะและ อีกหนึ่งเยาวชนก้าวพลาด จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเล็กๆ ตนก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อาศัยอยู่กับญาติ ช่วงมัธยมต้นต้องลาออกจากโรงเรียน เพราะติดเที่ยว จับกลุ่มกับเพื่อน แข่งรถประลองความเร็ว แต่ในวันที่ต้องขับรถไปรับแฟนแล้วรถเกิดเสียหลักชนเสาไฟ ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรานานกว่า 8 เดือน ใครที่เห็นต่างก็คิดว่า “ไม่รอด”แต่แฟนก็ยังดูแลตนตลอดจนสามารถฟื้นคืนกลับมาแบบปาฏิหาริย์ แต่สภาพร่างกายซูบผอม เรียกว่าเหลือแต่กระดูกก็ว่าได้ 

ชนาเล่าต่อไปว่า ในเวลาต่อมา ร่างกายของตนค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาได้ แต่พอฟื้นตัวกลับมาแล้วยังคิดไม่ได้ หลงกลับเข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆ มีเรื่องยาเสพติด และถูกจับกุมก่อนถูกมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก และได้เรียนรู้หลายต่อหลายเรื่องในนั้น ได้เข้าใจชีวิตและเห็นคุณค่าในตัวเอง ได้ฝึกฝนการมองสังคมเชื่อมโยงตัวเองกับคนอื่น เคารพกติกาสังคม ก็นับว่ายังโชคดีที่ได้เรียนรู้จากตรงนี้จนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จึงอยากนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง

“และวันนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับเด็กอัมพวาที่โรงพักที่นี่เปิดพื้นที่ให้ได้แสดงออกกันอย่างสร้างสรรค์  เพราะผมเชื่อว่าการห้าม การไล่จับอย่างเดียวแก้ปัญหาเยาวชนไม่ได้  พื้นที่แบบนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ” ชนายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีในสังคมต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘LE Financing’นวัตกรรม เช็คสุขภาพการเงินธุรกิจชุมชน #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615519

‘LE Financing’นวัตกรรม เช็คสุขภาพการเงินธุรกิจชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายบัณฑิต อินณวงศ์ หัวหน้าแผนงานการพัฒนาธุรกิจชุมชน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก บพท.กับคณาจารย์และคณะนักวิจัยจาก 20 มหาวิทยาลัย ได้เข้าสำรวจข้อมูลธุรกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 630 แห่ง ระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ. 2564 และพบว่าธุรกิจกว่าร้อยละ 61.6 มีรายได้ลดลง

ขณะที่ธุรกิจ ร้อยละ 42.3 ต้องลดรายจ่าย และธุรกิจ ร้อยละ 46.6 เผชิญปัญหาต้นทุนในการดำเนินกิจการ ส่วนธุรกิจ ร้อยละ 36.5 เผชิญกับความเสี่ยงในการดำเนินกิจการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า มีธุรกิจเอสเอ็มอีในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่เสี่ยงจะต้องปิดกิจการเพราะปัญหาสภาพคล่องไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่คาดว่าจะประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ในช่วงเวลา 6-7.5 เดือนเท่านั้นซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างแรงต่อการจ้างงานงานในท้องถิ่น

ซึ่งในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ปัญหาอุปสรรคสำคัญที่สุดของธุรกิจชุมชน คือการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และขาดความรู้ในการจัดการทางการเงิน เพื่อดำเนินธุรกิจ ดังนั้นทีมวิจัยจึงสร้างเครื่องมือประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ ในรูปแบบแอปพลิเคชั่น “LE Financing” สำหรับใช้เป็นเครื่องมือประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจชุมชนได้ทั่วประเทศ โดยให้ผู้ประกอบการ กรอกข้อมูลผ่านระบบและตอบคำถามที่มีการออกแบบไว้

“มีการประเมินสัดส่วนทางการเงินใน 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง 4 ด้าน ได้แก่ รายได้ กำไร สภาพคล่อง และภาระหนี้ของธุรกิจซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญที่ช่วยให้มองเห็นปัญหาในการดำเนินธุรกิจของตัวเอง กระตุ้นความต้องการแก้ไข จากนั้นนักวิจัยจะเข้าไปให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจชุมชนทำให้เห็นความสำคัญของการเริ่มจากส่วนที่ชุมชนสามารถแก้ไขได้ก่อนในลำดับแรกคือเรื่องของรายได้และสภาพคล่อง โดยให้มีการบันทึกแผนการเงินของธุรกิจผ่านแอปพลิเคชั่น LE Financing” นายบัณฑิต กล่าว

นายบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า จากการประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ ในระยะเวลาประมาณ 10 วัน พบว่าสภาพคล่องของภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น จำนวนของธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ขยับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47 มาอยู่ที่ร้อยละ 65 และจำนวนธุรกิจชุมชนที่ประสบปัญหาในระดับวิกฤตลดลงจากร้อยละ 39มาอยู่ที่ร้อยละ 17 และเมื่อทำโครงการต่อเนื่องพบว่าสัดส่วนของธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นเพิ่มเป็นร้อยละ 89 ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงวันที่ 45 พบว่าธุรกิจชุมชนที่อยู่ในระดับวิกฤตลดลงเหลือเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น

สำหรับปัจจัยที่เป็นกุญแจสำคัญ (Key Success Factors) ในความสำเร็จของผู้ประกอบการในท้องถิ่น มี 3 ข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1.การมีสุขภาพการเงินที่ดี คือมีสภาพคล่องสูงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้มีหนี้สินในการดำเนินงานไม่มากจนกระทบต่อเงินหมุนเวียน2.มีความสามารถในการประกอบการอย่างต่อเนื่อง และ 3.มีความสามารถในการเลือกทำกำไรที่ดี

โดยการดำเนินการกิจการในชุมชนอาจมีสินค้าที่มีความหลากหลาย ชุมชนต้องสามารถเลือกจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด การวิจัยนี้เกิดผลสำเร็จที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนกระบวนความคิดผ่านการวิจัยแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ กับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนในท้องถิ่น ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ด้าน นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 บพท.ได้ประสานความร่วมมือกับ 20 มหาวิทยาลัยในการใช้องค์ความรู้ตลอดจนทักษะด้านการวิจัย เข้าไปผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นครอบคลุม 73 จังหวัดทั่วประเทศ

โดยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนระเบิดปัญหาอุปสรรค และความต้องการของตัวเองออกมา เพื่อร่วมกันแสวงหาทางแก้ไข ด้วยการสร้างนวัตกรรมความรู้ใหม่ ที่ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหา และสามารถหาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับธุรกิจของตัวเอง สำหรับเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ธุรกิจชุมชนในท้องถิ่นอย่างได้ผล โดยผ่านแพลตฟอร์มแผนงานการพัฒนาธุรกิจชุมชน (Local Enterprise-LE)

สำหรับ 20 มหาวิทยาลัย ที่ร่วมมือกับ บพท.ในการสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชน เพื่อก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง มหาวิทยาลัยหัวเฉียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณมงคล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาความสุขกันแทบตายแล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615521

หาความสุขกันแทบตายแล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.13 น.

ถ้าเราไม่อยากจะเจอความทุกข์ อย่าไปหาความสุขจากสิ่งเหล่านี้ อย่าไปหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ อย่าไปหาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ เพราะไม่ช้าก็เร็ว จะต้องเจอความทุกข์อย่างแน่นอน เพราะว่าร่างกายที่เป็นเครื่องมือหาความสุขเหล่านี้มันจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องพิกลพิการ จะไม่สามารถหาความสุขตามที่เคยหาได้ ถึงแม้จะมีเงินกองเท่าภูเขาก็หาไม่ได้ 

เงินนี้ไม่สามารถมาแก้ความเจ็บ ความพิการได้ ถ้าถึงเวลามันจะเจ็บแบบรักษาไม่ได้ มันก็รักษาไม่ได้ มีเงินทองมากน้อยก็รักษาไม่ได้ ถ้ามันพิการรักษาไม่ได้ มีเงินทองมากน้อยเท่าไหร่ ก็รักษาไม่ได้ นี่แหละคือทำไมเราจึงเจอความทุกข์กันอยู่เรื่อยๆ พยายามหนีมันแทบเป็นแทบตาย พยายามหาความสุขกันแทบเป็นแทบตาย แล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี ก็เพราะว่าความสุขที่เราหากัน มันมีความทุกข์ตามมา มีความทุกข์ติดมา เป็นเงาตามตัว ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องเจอความทุกข์จากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ เวลาที่มันเสื่อมนั่นเอง 

ลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะนี้ มันมีเจริญ แล้วมันก็มีเสื่อม มันไม่เจริญอย่างเดียว ถ้ามันเจริญอย่างเดียวก็ดี พวกเราจะได้มีแต่ความสุขกัน หาเงินมามีแต่ได้อย่างเดียว ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีหมด อย่างนี้ดีไหม แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นละซิ ใช้ไปแล้วเดี๋ยวก็หมด ไม่พอใช้ ไม่ว่าจะมีมากมีน้อย รู้สึกว่าจะไม่พอใช้กันทั้งนั้น คนมีเงินเดือนหมื่นก็ไม่พอใช้ มีเงินเดือนแสนก็ไม่พอใช้ ก็เพราะว่าพอมีมากมันก็ใช้มากนั่นเอง 

ใช้ตามอารมณ์ ใช้ตามความอยาก ถ้าใช้ตามเหตุตามผลนี้ เงินจะมีเหลือใช้ แต่ไม่รู้จักใช้ตามเหตุตามผล ใช้ตามอารมณ์ เวลาไม่สบายใจก็ใช้เงินเพื่อดับความไม่สบายใจ ไปเที่ยวกัน ไปดูหนัง ฟังเพลงกัน ความไม่สบายใจก็ถูกกลบไปชั่วคราว เดี๋ยวกลับมาบ้านก็มาเจอความไม่สบายใจเหมือนเดิม นี่คือการหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะนี้ จะต้องทำให้กลับมาเจอความทุกข์อยู่เรื่อยๆ เพราะมันเป็นความสุขที่มีความทุกข์ติดมานั่นเอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,309,538 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
Somsak’s sons pursue their political future in Bhumjaithai
Harm reduction with safer alternatives new approach to public health

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d