‘สมศักดิ์’ เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556842

24 ส.ค. 2566

'สมศักดิ์' เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว

‘สมศักดิ์’ เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว ยังเหลือกระทรวงขนาดกลาง ที่หลายพรรคอยากได้ตรงกัน คาดต้นสัปดาห์หน้า จัด โผครม. เสร็จ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หรือ ‘ครม.เศรษฐา1’ ว่า เท่าที่ได้ฟังจากนายเศรษฐา ทราบว่าาการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสร็จสิ้นในต้นสัปดาห์หน้า เพราะขณะนี้แต่ละพรรคการเมืองยังไม่นิ่ง ยังไม่จบ 100%

“นายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะไปนั่งคุมแต่ละกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนงาน ตอนนี้กระทรวงใหญ่มากๆ นั้น นิ่งแล้ว ส่วนกระทรวงขนาดกลางๆ ที่ยังไม่นิ่ง เพราะมีหลายพรรคที่อยากได้ตรงกัน”นายสมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงความชัดเจนที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบเลย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กระทรวงใหญ่ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาล  และมีโผครม.ออกมาอย่างต่อเนื่อง

‘พรรคเป็นธรรม’ หนุน ‘ก้าวไกล’ กอดเก้าอี้  ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556844

24 ส.ค. 2566

'พรรคเป็นธรรม' หนุน 'ก้าวไกล' กอดเก้าอี้  'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม    แนะ “พรรคก้าวไกล”   สถานการณ์ในขณะนี้ควรรักษาโควตาที่ยังคงมีอยู่ในฐานะ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”   เชื่อเอื้อต่อการทำงานในระบบมากกว่า เมื่อเทียบกับตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร”  

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม    เปิดเผยว่า    ภายหลังจากมีพระบรมราชโองโปรดเกล้าฯ ให้นายเศรษฐา  ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   ทำให้การทำงานของพรรค “ก้าวไกล ” ที่มาอยู่ในซีกของฝ่ายค้านคงเหลือเพียง  ตำแหน่ง  “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”     ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้   และอีกหนึ่งตำแหน่งคือ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร   ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกล ต้องพิจารณานับจากนี้ก็คือ  จะรักษาตำแหน่งใดไว้  ระหว่าง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”  กับ  “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” 


ทราบว่าขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลกำลังพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่ง    อย่างไรก็ตามความเห็นส่วนตัว   ตนมองว่าบทบาทของ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” น่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า  เพราะเป็นการทำงานในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร     ก็จะมีบทบาทในการเสนอญัตติต่างๆ    ดังนั้นต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ  ว่าตำแหน่งใดจะทำงานได้มากน้อยกว่ากัน เพียงแต่ในมุมของตนเชื่อว่า  การรักษา  “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” น่าจะดีที่สุดต่อพรรคก้าวไกล 

'พรรคเป็นธรรม' หนุน 'ก้าวไกล' กอดเก้าอี้  'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  ขณะนี้ทำหน้าที่ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ( คนที่ 1 )

เดือด ‘ชวน’ กรีด ‘กลุ่ม 16’ ดิ้นรนอยาก ‘ร่วมรัฐบาล’ แอบไปเจรจา แต่เขาไม่รับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556834

24 ส.ค. 2566

เดือด 'ชวน' กรีด 'กลุ่ม 16' ดิ้นรนอยาก 'ร่วมรัฐบาล' แอบไปเจรจา แต่เขาไม่รับ

ประชาธิปัตย์ ลุกเป็นไฟ ‘ชวน หลีกภัย’ กรีด ‘กลุ่ม 16’ ดิ้นรนอยากเป็นรัฐมนตรี อยากเข้า ‘ร่วมรัฐบาล’ แอบไปเจรจาแต่เขาไม่รับ ซัดกลับ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ ตัวการเป็นผู้ประกาศ “ใครฝ่าฝืนมติพรรค จะให้ลาออก”

ปรากฏการณ์ ‘16 สส.ปชป.’ โหวตหนุน นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี กลายเป็นปมร้อนในพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ทำให้แกนนำเรียงหน้าออกมาซัดกันนัว ล่าสุด แกนนำระดับเสาหลักของปชป.ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

โดยเมื่อ วันที่ 24 ส.ค. 2566 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการ มุมการเมือง ทางไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่านายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา “กลุ่ม16” เป็นผู้ประกาศว่า ผู้ใดฝืนมติพรรคจะให้ลาออกจากพรรค ซึ่งเชื่อว่ามีเจตนามุ่งมาที่ตน เพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล ต่างกับจุดยืนของ “กลุ่ม16” ที่ต้องการร่วมรัฐบาล 

และในการประชุมพรรค ก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา 1 ใน กลุ่ม16 เป็นผู้แจ้งต่อที่ประชุมเองว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก่อนจะมีมติพรรคให้งดออกเสียง แต่เมื่อถึงวันโหวตกลับมีสส.ประชาธิปัตย์ที่โหวตให้นายเศรษฐา ซึ่งนายชวน ยอมรับว่า ไม่รู้ว่ามีการเจรจากันอย่างไร เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิ์โหวตภายหลัง

นายเดชดิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา แกนนำ กลุ่ม16 ยุคใหม่ปชป.นายเดชดิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา แกนนำ กลุ่ม16 ยุคใหม่ปชป.

“ความดิ้นรนอยากเป็นรัฐบาล ต้องผ่านพรรค เป็นมติพรรค ไม่ได้เป็นปัญหา อยากร่วมรัฐบาลก็ทำได้ ไม่ใช่แอบไปเจรจาแล้วเขาไม่รับ” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมพรรค ตนพูดว่าไม่อายหรือที่ไปเสนอตัว เพราะนายเศรษฐา เคยประกาศแต่แรกว่าจะไม่เชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล แต่ยังไปติดต่อด้วยตัวเอง ไปเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร ด้วยตัวเอง ซึ่งความดิ้นรนนี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหาย

นายชวน กล่าวอีกว่า ได้สอบถามจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ ซึ่งนายจุรินทร์ ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่ามีการเจรจาโดยแกนนำกลุ่มไม่กี่คน ซึ่งมีความดิ้นรนอยากเป็นรัฐมนตรี และอยากเข้าร่วมรัฐบาล

‘เพื่อไทย’ ยันโครงการ ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ทำจริง คาดทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556815

24 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยันโครงการ 'เงินดิจิทัล 10,000' ทำจริง คาดทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ทำแอปฯปลอม อ้างให้ลงทะเบียนรับ “เงินดิจิทัล 10,000 บาท ยืนยัน ทำจริงคาดให้ประชาชนทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

24 ส.ค. 2566  นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนโยบายกระเป๋าเงิน ดิจิทัล 10,000 ของพรรคเพื่อไทย หาที่มีมิจฉาชีพ ทำแอปพลิเคชันแอบอ้าง ลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10000 บาท ว่า ช่วงนี้มีการแชร์ข้อความยกเลิกนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท และเผยแพร่แอปพลิเคชันปลอมให้ลงทะเบียนรับเงิน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

จึงอยากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากนช่วงนี้ยังอยู่ระหว่างเริ่มจัดตั้งรัฐบาล และรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้เข้าไปบริหารประเทศตามกฎหมาย จึงยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว แต่จะผลักดันนโยบายนี้แน่นอน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยโดยเร็วทันทีเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ เข้าไปบริหารประเทศ ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมความพร้อมในการผลักดันนโยบายให้เป็นจริงโดยเร็ว

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

ดังนั้น การที่ผู้ไม่หวังดีพยายามปล่อยข่าวปลอมว่าจะยกเลิกนโยบายดิจิทัลวอเล็ต จึงไม่เป็นความจริง เป็น Fake News ที่ต้องการทำลายความหวังของประชาชน เช่นเดียวกับที่มีผู้จัดทำแอปพลิเคชันอ้างลงทะเบียนเพื่อรอรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทในขณะนี้ ที่อาจเป็นความพยายามที่จะหลอกลวงประชาชนหลงเข้าใจผิด

จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการกระทำของมิจฉาชีพที่อาศัยจังหวะการจัดตั้งรัฐบาล มาทำร้ายประชาชน ที่มุ่งหวังจะดึงเอาข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จ้องจะดูดเงินในบัญชี

พรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000พรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากรัฐบาล ที่จะรายงานความคืบหน้าการผลักดันนโนบายเป็นระยะ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส รวมทั้งเป็นการระวังป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ และขอเตือนไปยังแก๊งคอลเซนเตอร์และมิจฉาชีพให้หยุดการกระทำผิดกฎหมาย หยุดพฤติกรรมหากินบนความเดือดร้อนของประชาชน เพราะรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีแนวทางในการจัดการมิจฉาชีพเด็ดขาด จะไม่ปล่อยให้ลอยนวลต่อไปอีก รวมทั้งขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินคดีเอาผิดอยู่

พรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000พรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

ทั้งนี้ หากผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว กระบวนการโอนเงินนั้นจะโอนให้ประชาชนโดยตรง ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ โดยจะเริ่มต้นนโยบายนี้ในต้นปีหน้า เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ก่อนสงกรานต์ ซึ่งขณะนี้กำลังดูเรื่องงบประมาณควบคู่ไปด้วย จึงขอให้ประชาชนรอฟังข่าวจากรัฐบาลทางเดียว
 

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม ’20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556825

24 ส.ค. 2566

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

‘เดศอิศม์ นำทีม ’20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ แถลงโต้ ยันปมโหวต หนุน ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ทำเพื่อประชาชน ชี้ไม่ใช่แหกมติพรรค ลั่นมีศักดิ์ศรี-เป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ไม่กระเหี้ยนกระหือรือเป็นรัฐบาล ส่วนปมขับออก โว ถือเสียงส่วนใหญ่ “ใครขับใครกันแน่”

ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณี 16 สส.ปชป. กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เริ่มไม่มีเอกภาพ ตั้งแต่การประชุมใหญ่วิสามัญ 2 รอบ ที่มีเจตนาให้องค์ประชุมล่มทั้ง 2 ครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรค และองค์ประชุมที่ต้องเดินทางมาจากทั้งประเทศ เกิดความเสียหายจากความเสียหายจากพรรคต้องเสียค่าใช้จ่าย 3-4 ล้านบาทต่อครั้ง

นายเดชอิศม์ ขาวทอง  นำทีม 20 สส.พันธุ์ใหม่ ปชป. แถลงโต้ปมโหวตหนุนนายเศรษฐา ทวีสินเป็นนายกฯนายเดชอิศม์ ขาวทอง นำทีม 20 สส.พันธุ์ใหม่ ปชป. แถลงโต้ปมโหวตหนุนนายเศรษฐา ทวีสินเป็นนายกฯ

นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่าการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566 ในที่ประชุมพรรค มีความเห็นออกเป็น 3 เรื่อง

1.ไม่เห็นชอบ เราได้ซักถามถึงสาเหตุซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่าความขัดแย้ง ความโกรธในอดีตทำให้มีการโต้แย้งโดยเฉพาะกลุ่มส.ส.ใหม่ ที่โต้แย้งว่า อยากให้แยกหน้าที่ของส.ส.ปัจจุบันกับความแค้นในอดีตออกจากกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการอคติ จนมีผู้ใหญ่บางคนได้วอร์กเอ้าเดินออกจากห้องประชุมไป

2.เห็นว่าควรเห็นชอบเนื่องจากประเทศเดินมาถึงทางตัน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกิดสุญกาศทางการเมืองนานไม่ได้

3.จำนวนมากมากบอกงดออกเสียง โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่ครั้งนั้นเรามีเงื่อนไขคือไม่สนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112

หลังจากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงลุกขึ้นเสนอว่าอย่าโหวตกันเลยจริงๆ มันเป็นเอกสิทธิ์ สส.ซึ่งวันนั้นไม่ได้มีมติพรรค ก่อนปิดประชุมไป

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

ปชป.ยุคใหม่ ไม่รับ มรดกความขัดแย้ง คนยุคเก่า

นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 หลังจากที่ได้ฟังการอภิปรายในภาพรวมเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสินเกือบ 100% รับได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ

เมื่อถึงการลงมติ 3 คนแรก คือนายจุรินทร์ลงมติ “งดออกเสียง” นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ และนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ “ไม่เห็นชอบ”

3 เสาหลักของพรรคซึ่งลงคะแนนไม่เหมือนกัน เราจึงเห็นว่า เช่นนี้จะเป็นมติพรรคหรือไม่เพราะคำว่ามติพรรคจะข้อยกเว้นไม่ได้

“เราจึงแยก1.พรรค 2.ประเทศชาติและประชาชนเราควรเลือกข้างไหน เราเอาทั้ง 2 ข้างแต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกเราจึงเห็นตรงกันว่าเราควรเลือกประชาชนไว้ก่อน ยิ่งเวลานี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงได้เกิน 250 และเป็นรัฐบาลสมานฉันท์กลุ่มกปปส.เคยขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลุ่มเพื่อเนวินเคยเป็นงูเห่าออกจากพรรคแล้วไปจับมือท่านอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เขายังสมานฉันท์กันได้

แล้วพวกเราเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ทั้งหมดไม่เคยใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงไม่เคยมีความขัดแย้งเราไม่ควรรับมรดกความขัดแย้งจากรุ่นเก่าๆ

ทุกคนจึงมีความเห็นว่าเพื่อให้ชาติเดินหน้าได้ควรสนับสนุนนายกรัฐมนตรีแต่ตัวพวกเรายังเป็นฝ่ายค้าน ย้ำว่าเป็นการโหวตเพื่อให้เขาเข้ามาทำหน้าที่ นั่นเป็นเหตุผลในการโหวตนายเศรษฐาเป็นนายกฯ”

ปชป.เป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ

เมื่อถามว่าวันนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านนายเดชอิศม์ กล่าวว่าณ วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ เต็มตัว

ยืนยันว่าทั้งตัว สส. และศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปัตย์เราไม่กระเสือกกระสน กระเหี้ยนกระหือรือจะอยากไปเป็นรัฐบาล

หลักการประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมคือ1.เขาต้องเทียบเชิญ 2.ตัวพวกเราตัดสินใจเองไม่ได้ต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรคลงมติมติว่าอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม

ส่วนที่มีการเสนอให้พรรคมีการลงโทษกรณีเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี นายเดชอิศม์ กล่าวว่า โทษในการที่ไปพบใครตนเป็น สส.รุ่นใหม่ เราคบทุกพรรคมีเพื่อนทุกพรรคระหว่างหน้าที่กับความรักความผูกพันธ์ หน้าที่กับความแค้นความชิงชังในอดีตเราแยกกันโดยเด็ดขาด พวกเราสนิทกับทุกพรรคถ้าการไปพบกันมีความผิดผมก็คงโดนประหารชีวิตไปนานแล้ว

“ต้องยอมรับพรรคประชาธิปัตย์ความเป็นเอกภาพไม่มีตั้งแต่องค์ประชุมล่ม 2 ครั้ง วันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าเขาต้องการอะไร”

เมื่อถามต่อว่าการที่ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นการสร้างความเสียหายให้กับพรรค และยังมีเรื่องการไปพบกับพรรคการเมืองอื่นด้วย ซึ่งพรรคอาจจะมีการตั้งกรรมการสอบ ถึงขั้นขับออกจากพรรค นายเดชอิศม์ กล่าวว่า การขับออกจากพรรคต้อง สส.ร่วมกับกรรมการบริหารพรรคโดยใช้เสียง 3 ใน 4 ดูไปดูมาก็มาอยู่ตรงนี้หมดแล้ว ไม่รู้ใครจะขับใครกันแน่เสียงส่วนใหญ่อยู่นี่เกือบทั้งหมด

ยืนยันว่าเราไม่คิดที่จะขับใครออกจากพรรคมีแต่จะมีการพูดคุยเจรจา แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครที่คิดที่จะมาพูดคุยเจรจาไม่ว่าจะเป็นการเลือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่หรือทิศทางใดๆเรายินดีพูดคุยบนพื้นฐานความเป็นเหตุเป็นผล แต่อย่างที่บอกเราไม่ใช่มรดกความขัดแย้งของใคร

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

“เราพร้อมที่จะออกจากความเป็น สส.ของพรรค พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังได้เลย หากเรามีความรู้สึกว่าเราทรยศประชาชน ฉะนั้นไม่ว่าคนใต้หรือคนทั้งประเทศ เราไม่เคยคิดทรยศ เราซื่อสัตย์ ทำงานให้กับประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่เราแคร์ที่สุดคือชาติ ประชาชน ”นายเดชอิศม์กล่าว

นายเดชอิศม์กล่าว พรรคต้องเริ่มต้นจากการประชุมวิสามัยเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ จึงอยากฝากไปถึงฝ่ายที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าจะทำอย่างไรให้องค์ประชุมครบ ส่วนจะแข่งขันก็เป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์ พวกเรายินดีที่จะร่วมด้วย ถึงแม้พวกตนแพ้ไม่ได้เป็นกรรมการบริพรรคเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ สมัยที่แล้วปี 2562 ตนไม่ได้เลือกนายกจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อมติที่ประชุมใหญ่เลือกนายจุรินทร์และคณะมาเป็นกรรมการบริหารพรรค พวกตนก็ทำหน้าที่ลูกพรรคที่ดี หลายครั้งที่มีขบวนการจะล้มนายจุรินทร์ แต่พวกตนไม่ยอมปกป้องมาตลอด แสดงให้เห็นว่าพวกตนยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

เมื่อถามว่าพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แตกแล้ว นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยังไม่ถึงกับแตกหัก อาจจะมีความเห็นยังไม่ตรงกัน ยังมีเวลาและคิดว่าต้องลดทิฐิต้องมารับฟังกัน เพราะทุกคนมาจากประชาชน กว่าจะฝ่าฝันมาได้เป็นเรื่องยากมาก

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ แจง ‘งดออกเสียง’ ไม่ใช่มติพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556821

24 ส.ค. 2566

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ แจง 'งดออกเสียง' ไม่ใช่มติพรรค

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ ชี้แจงเหตุผล โหวต ‘เศรษฐา’ เผย ‘งดออกเสียง’ ไม่ใช่มติพรรค สส.ยุคใหม่ ไม่เอาความขัดแย้งในอดีตมาเป็นอคติ ยินดีลาออกทันที หากรู้สึกทรยศ ปชช.

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ รวมตัวแถลงข่าวชี้แจงกรณีโหวตสวนมติให้ เห็นชอบ “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคใต้ ระบุว่า ในที่ประชุม สส.พรรค เมื่อวันที่ 21 ส.ค. มีทั้งความเห็นไม่เห็นชอบ เห็นชอบ และงดออกเสียง 

ส่วนที่ “ไม่เห็นชอบ” สส.อาวุโส เห็นว่าเป็นเพราะความขัดแย้งในอดีต แต่ สส.รุ่นใหม่ ได้โต้แย้ง เพื่อขอให้แยกหน้าที่ สส.และความแค้นในอดีต เพื่อไม่ให้เป็นอคติตลอดไป จน สส.รุ่นใหญ่ออกจากห้องประชุม 

ส่วนหนึ่งให้ความ “เห็นชอบ” เพราะปัจจุบัน ประเทศประสบปัญหา ที่ไม่สามารถปล่อยให้เกิดสูญญากาศทางการเมืองได้ 

และยังมีกลุ่มที่ส่วน “งดออกเสียง” ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ จึงขอให้ที่ประชุมลงมติ เพื่อเป็นมติพรรคฯ ก่อนจะปิดประชุมไป

สำหรับการประชุมรัฐสภา 22 ส.ค. ได้ฟังภาพรวมการอภิปรายแล้ว ก็สามารถยอมรับในเศรษฐศาสตร์ได้เพราะมีปัญหาเพียงเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และได้พิจารณาการลงมติของนายจุรินทร์ ที่งดออกเสียง นายชวน และนายบัญญัติ ที่ไม่เห็นชอบ ซึ่งแตกต่างกัน จึงเห็นว่าการลงมติดังกล่าวไม่ใช่มติพรรคแล้ว เพราะหากเป็นมติพรรค จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สามารถขอยกเว้นได้ 

พวกตนได้พิจารณาถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งพรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงข้างมากได้ และมีแนวคิดการเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ไม่ควรรับมรดกความขัดแย้งในอดีต ประเทศชาติต้องเดินหน้า จึงสนับสนุนนายเศรษฐา ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน 

นายเดชอิศม์ ยืนยันว่า กลุ่มที่โหวตสวนมติพรรค ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศ หากรู้สึกทรยศประชาชน พร้อมลาออกทันที

แม้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่เปิดโอกาสให้นายเศรษฐา เข้ามาทำหน้าที่ไม่กระเหี้ยนกระหือรือไปร่วมรัฐบาล เพราะต้องมีเทียบเชิญอยากทางการก่อน

ส่วนการขอให้ตรวจสอบตน กรณีทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตรที่ต่างประเทศ มองว่า เป็น สส. ยุคใหม่ แยกหน้าที่กับความโกรธแค้น ไม่ผูกพันกับความรัก เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียงกับอคติ หากการเดินทางไปพบคนต่างพรรค ตนคงมีโทษประหารไปแล้ว เพราะตนสนิทกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค 

ส่วนโทษการสวนมติพรรคจะถึงขั้นขับออกหรือไม่นั้น จะต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ของ สส. ร่วมกับ กรรมการบริหารพรรค ก็ไม่มั่นใจ ใครขับใครกันแน่ เพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่แถลงข่าวตรงนี้เกือบทั้งหมด 

นายเดชอิศม์ ระบุ ส่วนตัวตนเองไม่ได้คิดจะขับใครออกจากพรรค พร้อมเจรจาพูดคุยบนเหตุผลและความเป็นไปได้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการพูดคุยใดๆ พร้อมยอมรับพรรคไม่มีความเป็นเอกภาพ ล่มตั้งแต่การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทำให้เกิดความเสียหายและไม่ทราบจะเลือกอีกเมื่อไร ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่ม 

สำหรับสถานการณ์พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาทำงานร่วมกันเหมือนเดิมได้หรือไม่  ต้องเริ่มจากการประชุมวิสามัญฯ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ ประชุมครบองค์และแข่งขัน ถือเป็นเรื่องปกติของพรรค แม้พวกตนจะแพ้ ก็ยังพร้อมให้ความร่วมมือเป็นลูกพรรคที่ดี เหมือนการเลือกเมื่อปี 2562 ตนไม่ได้เลืแกนายจุรินทร์ แต่พร้อมร่วมงานด้วย ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก เพียงแต่ความคิดเห็นยังไม่ตรงกัน ยังพอมีเวลาที่พูดคุย ลดทิฐิ รับฟังกัน 

หวานฉ่ำ ‘บิ๊กตู่’ มอบดอกไม้ต้อนรับ ‘เศรษฐา’ เข้าทำเนียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556823

24 ส.ค. 2566

หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ

‘ประยุทธ์’ มอบดอกไม้ต้อนรับ พา’เศรษฐา’ ทัวร์ทำเนียบก่อนหารือกันเกือบชั่วโมง พร้อมจับมือ โบกมือทิ้งท้ายก่อนกลับ

วันที่ 24 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เดินทางมาที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังเพื่อหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 55 นาที 

โดยนายเศรษฐา เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยชุดสูทสีกรม และเนกไทด์สีเหลือง โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพียงแต่โบกมือทักทายจากในรถเท่านั้น 

นอกจากนี้ มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ พานายเศรษฐา ทัวร์ทำเนียบรัฐบาลด้วย ก่อนนายเศรษฐาขึ้นรถพล.อ.ประยุทธ์ได้เดินมาส่ง พร้อมกับจับมือกัน และขณะที่นายเศรษฐาขึ้นรถ พล.อ.ประยุทธ์ได้โบกมือให้นายเศรษฐาด้วย 

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า ได้เผยภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ มอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและต้อนรับกับนายเศรษฐา รวมไปถึงภาพจับมือและนั่งหารือภายในตึกไทยคู่ฟ้า 

หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ
หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ
หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ

ปชป.ร้าวลึก ‘สามารถ’ จี้ ’16 สส.ปชป.’ ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556813

24 ส.ค. 2566

ปชป.ร้าวลึก 'สามารถ' จี้ '16 สส.ปชป.' ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

‘สามารถ’ จี้ ‘16 สส.ปชป.’ ออกมายืดอก ประกาศว่าพรรคไม่ใช่อะไหล่ ไม่ได้ต้องการรัฐมนตรี ‘พร้อมเป็นฝ่ายค้าน’ เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของพรรคกลับคืนมา ย้ำต้องเป็นฝ่ายค้านทรงพลัง-สร้างสรรค์ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน

24 ส.ค. 2566 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปชป. ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ” ระบุว่า เศร้าใจยิ่งนักที่มีการเสนอข่าวว่า “16 สส.ปชป.” ที่โหวต “เห็นชอบ” ให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมเป็นอะไหล่ให้พรรคเพื่อไทยหากมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งต่อรองมากเกินไป จนทำให้พรรคเพื่อไทยไม่อาจยอมได้ ก็จะตัดพรรคนั้นออกไป แล้วเอา “16 สส.ปชป.” เข้ามาเสียบแทน โดยมีตำแหน่ง รมต. ให้

ปชป.ร้าวลึก 'สามารถ' จี้ '16 สส.ปชป.' ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

ผมไม่รู้ว่ามีการเจรจาต่อรองระหว่าง “16 สส.ปชป.” กับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยในทำนองดังกล่าวจริงหรือไม่ ? ถ้าจริง ก็ถือว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของ ปชป. อย่างย่อยยับ ไม่เหลือความเป็นสถาบันทางการเมืองอยู่เลย

ถ้าเปรียบ ปชป. เป็นนักมวย ปชป. เคยเป็นมวยคู่เอกมาก่อน หากยอมเป็นอะไหล่ก็เท่ากับว่า “ยอม” ลดตัวเป็นมวยชกก่อนเวลา อนิจจา !

เราน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ทำให้เรามี สส. แค่เพียง 25 คนเท่านั้น แต่จำนวน สส. 25 คน รวมกับอดีต สส. สมาชิกพรรค และ FC ปชป. ก็สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล

ผมเชื่อว่า 16 สส. ยังคงมีความรักพรรค ปชป. ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคำว่า “อะไหล่” จะหมดไป และ “ศักดิ์ศรี” จะกลับคืนมาได้ก็ต่อเมื่อ “16 สส.ปชป.” ออกมายืดอก และประกาศก้องโดยเร็วที่สุดว่า…

“ปชป. ไม่ใช่พรรคอะไหล่ เราโหวตเห็นชอบ เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้า มีรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็ว เราไม่ต้องการตำแหน่ง รมต. แต่เราจะเป็นฝ่ายค้านที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ พร้อมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทุกกระทรวงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน”

ทั้งหมดนี้ ด้วยความรักและยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มั่นคงตลอดมาเป็นเวลายาวนานกว่า 77 ปี รวมทั้งความรักต่อพี่น้อง ปชป. และ FC ปชป. ทุกท่านครับ

CR: ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

เปิดประวัติ ‘พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์’ ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 43

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556804

24 ส.ค. 2566

เปิดประวัติ 'พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์' ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 43

เปิดประวัติ “ผู้บัญชาการทหารบก” คนที่ 43 “พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์” ตท.23 เพื่อนร่วมรุ่น “พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง” จาก ผช.ผบ.ทบ. ขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ.

การประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพล ของกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาบัญชีการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2566 ซึ่งมีนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการ ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ก่อนหน้านี้มีกระแสของตัวเต็งที่จะได้นั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. คนที่ 43 ระหว่างพล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. กับ พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท. 23 

พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุดพล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุด


ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพล เคาะชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุดคือ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ หรือ บิ๊กต่อ  โดย พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ขึ้นป็น รอง ผบ.ทบ.

สำหรับประวัติของ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์

เกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2507 ที่ จ.ลพบุรี บิดาเป็นทหารปืนใหญ่อยู่ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี

การศึกษา

-โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 23 (ตท.23)

-โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 34 (จปร.34)

-โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น 74

– รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยบูรพา 

ประวัติรับราชการ

– เป็นผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์

– ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์,

– รองแม่ทัพภาคที่ 1

– แม่ทัพน้อยที่ 1 

– แม่ทัพภาคที่ 1

– ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 

– รองผู้บัญชาการทหารบก


นอกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก แล้ว ยังมีตำแหน่งที่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบ ดังนี้ 

– พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็น รอง ผบ.ทบ.

– พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เตรียมทหารรุ่น 24 (ตท.24) เป็น ผบ.ทหารสูงสุด

– พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 

‘หมอมิ้งค์’ จากขุนพลคู่กาย ‘ทักษิณ’ มาช่วยงานเศรษฐา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556799

24 ส.ค. 2566

'หมอมิ้งค์' จากขุนพลคู่กาย 'ทักษิณ'  มาช่วยงานเศรษฐา

เพื่อไทย ส่ง ‘หมอมิ้งค์’ อดีตนายกฯน้อยและขุนพลคู่กายนายกฯ ‘ทักษิณ’ ทำแฮททริกบนเก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้งค์  จบคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นข้าราชการประจำในตำแหน่งสูงสุดคือหัวหน้าฝ่ายแผนงานสาธารณสุข กองแผนงานสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ก่อนจะลาออกมาร่วมงานกับเครือชินวัตรของอดีตนายกฯทักษิณ

ตั้งแต่ ปี 2536 ในตำแหน่ง ผู้จัดการอาวุโสพัฒนาธุรกิจ บมจ. อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น  ตำแหน่งสุดท้ายคือซีอีโอ ของบริษัทชินแซทเทิลไลท์ คอมมิวนิเคชั่นส์ในปี2544

หมอมิ้งค์ ถูกพรรคพวกเครือข่ายคนเดือนตุลาที่ไปช่วยงาน ทักษิณ ชินวัตร แนะนำให้ดึงตัวเข้ามาช่วยงานด้านกลยุทธ์ เพราะเคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีชื่อจัดตั้งว่า สหายจรัส จากเหตุการณ์ เดือนตุลา 2519  เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญการรณรงค์ทางการเมืองให้กับ ทักษิณ ชินวัตร ภายใต้คำขวัญ พลิกเมืองไทยให้แข่งกับโลก จนพรรคไทยรักไทย ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ถือเป็นด่านหน้าในการนำเรื่องราวขึ้นสู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง

หมอมิ้งค์ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาแล้วสองครั้งในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – ตุลาคม พ.ศ. 2545 และ  มีนาคม พ.ศ. 2548 – กันยายน พ.ศ. 2549 กระทั่งถูกรัฐประหารโดยคมช. และยังเคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาแล้ว ถือเป็นบุคคที่อดีตนายกฯทักษิณ
ให้ความไว้วางใจอย่างมาก