‘ปดิพัทธ์’ มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556933

25 ส.ค. 2566

'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

“ปดิพัทธ์” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งกลายเป็นประเด็นถูกเพื่อนสส.ท้วงติงการแต่งกาย ในขณะทำหน้าที่ประธานการประชุม ผ่านไป 1 วัน เจ้าตัวแต่งกายอย่างถูกระเบียบ ร่วมต้อนรับ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ที่เข้าเยี่ยมชมรัฐสภาและเยี่ยมคารวะ

ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้การต้อนรับ คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี ที่เข้าเยี่ยมชมรัฐสภาและเยี่ยมคารวะโดยนายปดิพัทธ์ ระบุ แม้ว่านักเรียนทุกคนจะยังไม่มีสิทธิในการเลือกตั้ง  แต่ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมทางการเมือง  ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสภานักเรียนของโรงเรียน ตลอดจนเรื่องสิทธิต่าง ๆ อย่าเบื่อหรือถอดใจกับการเมือง เพราะทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของทุกคน รวมทั้งนักเรียนบางส่วนก็จะมีโอกาสได้ทำประชามติในเร็ว ๆ นี้


นอกจากให้การต้อนรับ คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี   วันเดียวกัน   คณะทูตและ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) จากประเทศฝรั่งเศส  ได้เข้าพบ นายปดิพัทธ์ ที่อาคารรัฐสภา  สำหรับการแต่งกายในวันนี้      นายปดิพัทธ์ ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน เนคไทสีน้ำตาลและ สวมเสื้อสูททับ  หลังจากวานนี้ ( 24 ) ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี สส.เพื่อไทย  ขึ้นอภิปรายท้วงติงการแต่งกายของนายปดิพัทธ์   สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  ทำหน้าที่ประธานการประชุม ว่าแต่งกายไม่เหมาะสมเนื่องจากใส่เสื้อคอจีนไว้ภายในและทับด้วยเสื้อสูท ไม่ได้ผูกเนคไท  

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม   วันพฤหัสที่ 24  ส.ค. ก่อนเข้าสู่วาระการระชุม นายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงการแต่งกายของนายปดิพัทธ์ ที่ขัดต่อระเบียบการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องแต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานกำหนด 


นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองก็มีส่วนในการยกร่างข้อบังคับการประชุมฯ ด้วย ซึ่งการแต่งกายถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะกลายเป็นแบบอย่างของ สส.ที่ไม่ใช่สากลนิยม จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการแต่งกายของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ สส. และ สว.ปฏิบัติไปพร้อมเพรียง และเท่าเทียมกัน และแก้ปัญหาดังกล่าว

ต่อมอานายปดิพัทธ์ ชี้แจงว่า  วันนี้แต่งกายด้วยสูท และเสื้อเชิ้ตคอจีน ไม่มีเนคไทซึ่งเป็นการแต่งกายที่สุภาพเป็นไปตามระเบียบ และขอให้ สส.อย่าใช้เวลากับเรื่องเหล่านี้ เพราะสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน ก็มีการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ และมีแนวปฏิบัติที่ปฏิบัติต่อมา พร้อมให้คำมั่นว่า หากเพื่อน สส.ไม่สบายใจก็จะปรับปรุงแต่งกายให้ดีขึ้น 

'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'
'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'
'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้การต้อนรับคณะฑูตและสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะ ที่อาคารรัฐสภา

‘เศรษฐา’ ลุยแก้ปัญหาด้าน การท่องเที่ยว เร่งเสริมศักยภาพท่าอากาศยาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556899

25 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' ลุยแก้ปัญหาด้าน การท่องเที่ยว เร่งเสริมศักยภาพท่าอากาศยาน

นายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา’ ลุยแก้ปัญหาด้าน การท่องเที่ยว เร่งเสริมศักยภาพท่าอากาศยาน รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านนโยบายพรรคเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และนายนิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางรับฟังปัญหา และอุปสรรค ด้าน การท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องความไม่เพียงพอ ในการให้บริการสนามบิน สำหรับนักเที่ยว โดยมี นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลด้านการบริการ นักท่องเที่ยว พร้อมสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในข่วงที่ผ่านมา

เศรษฐาเศรษฐา

ทั้งนี้ ‘เศรษฐา’ มีกำหนดเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อพบปะผู้บริหารการท่าอากาศยานภูเก็ต พูดคุยเรื่องการขยายสนามบินภูเก็ต รองรับนักท่องเที่ยว จากนั้นจะไปพบกับผู้ประกอบการภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ณ โรงแรมรามาดา พลาซ่า เจ้าฟ้า  ในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต

เศรษฐาเศรษฐา

เศรษฐาเศรษฐา

ก่อนที่ช่วงเย็นไปพบปะผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ณ ตลาดเมืองเก่าภูเก็ต และช่วงค่ำจะพบปะผู้ประกอบการ และ นักท่องเที่ยว ณ ถนนบางลา หาดป่าตอง ประเด็นปัญหาและข้อจำกัดในการเปิดสถานประกอบการบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตอง

เศรษฐาเศรษฐา

เศรษฐาเศรษฐา

เศรษฐาเศรษฐา

ชง 3 ข้อ ‘รัฐบาลใหม่’ อำนวยความสะดวก นายจ้าง-แรงงานข้ามชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556880

24 ส.ค. 2566

ชง 3 ข้อ 'รัฐบาลใหม่' อำนวยความสะดวก นายจ้าง-แรงงานข้ามชาติ

‘สภาองค์การนายจ้างฯ’ ฝากรัฐบาลใหม่เปิดศูนย์ One-Stop , ลดค่าธรรมเนียม , ผ่อนปรนแจ้งพำนัก จูงใจแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง มองอนาคตไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ฝากถึงรัฐบาลใหม่ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) เนื่องจากปัจจุบันหลังจากเดือนเมษายน 2566 พบมีกว่า 1.9 ล้านคน อยู่ระหว่างกระบวนการจดทะเบียนและต่อใบอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรี 7 กุมภาพันธ์ 2566 และต้องลงตราวีซ่าภายใน 15 พฤษภาคม 2566 

ขณะนี้ยังไม่ปรากฏตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าเหลือเท่าใด และยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีหรือมาตรการใด ๆ มารองรับเพื่อให้แรงงานที่หลุดออกจากระบบสามารถทำงานในไทยกับนายจ้างต่อไปได้อย่างถูกต้องในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

ดังนั้นสภาองค์การนายจ้างฯขอเสนอ 3 ข้อถึงรัฐบาลชุดใหม่ ให้เร่งดำเนินการทันทีเพื่อแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ

1 เสนอเปิดศูนย์จดทะเบียนแรงงานข้ามชาติแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service Centers หรือ OSSCs) นายจ้างและแรงงานไม่ต้องเดินทางไปดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ในหลายหน่วยงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา และยังจะช่วยลดการยื่นคำร้อง ตรวจสุขภาพ ลงตราวีซ่า และรับใบอนุญาตทำงาน พร้อมกับบัตรสีชมพู ได้ในจุดเดียว และดีที่สุดคือภายในวันเดียว

2 ลดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่อใบอนุญาตแรงงาน หากการดำเนินการทั้งหมดสามารถผ่านศูนย์ได้ที่เดียว และใช้เวลาเพียง 1 วัน และเรียกเก็บเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันค่าการจดทะเบียนแรงงาน 1 คน ในการทำงาน 2 ปี หากไม่มีประกันสังคม จะอยู่ที่ 9,480 บาท โดยประมาณ หรือ 6,380 บาท เมื่อหักค่าประกันสุขภาพออกไป 

เมื่อเปรียบเทียบกับฐานรายได้ค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานแล้ว จึงไม่จูงใจให้แรงงานเข้าสู่ระบบ รัฐบาลควรมีแนวคิดปรับลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้แรงงานข้ามชาติยังมีข้อจำกัด เรื่องค่าวีซ่าเป็นเงื่อนไขไม่ให้แรงงานปรับเปลี่ยนสถานะเข้าเมืองให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยง่าย การใช้บริการคนกลาง หรือบริษัทในการช่วยดำเนินการอาจยังเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญ 

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุลนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

3. คงสถานะเข้าเมืองและมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุให้แรงงานต้องรายงานตัวทุก ๆ 90 วัน หากมองว่าการได้มาซึ่งใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องยุ่งยาก การคงสถานะพำนักและทำงานในประเทศได้อย่างถูกกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอ ๆ กัน 

ทั้งนายจ้างและแรงงานต่างมีหน้าที่แจ้งเข้าแจ้งออกการทำงานต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และในระหว่างที่แรงงานอาศัยอยู่ในประเทศไทย ต้องแจ้งที่พักอาศัย และคอยรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก ๆ 90 วัน โดยผู้ให้ที่พักต่อคนต่างชาติก็มีหน้าที่ต้องแจ้งการให้ที่พักด้วย

นายเอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ฝในเมื่อแรงงานจดทะเบียนภายในประเทศมีนายจ้างและมีงานทำเป็นหลักแหล่ง การบริหารคนกลุ่มนี้ควรสอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่นำมิติความมั่นคงของรัฐมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดหรือเทียบเท่าการเข้าเมืองประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีมาตรการอื่น ๆ ที่จะสามารถระบุหลักแหล่งของแรงงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งที่พักอาศัยใหม่ และการแจ้งเข้าทำงาน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมองภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มกำลังแรงงานในระยะยาว อย่างที่ทราบกันดีกว่า ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว 

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐดำเนินการทั้ง 3 ข้อข้างต้นนี้ จะเป็นการสร้างมิติใหม่ของการอำนวยความสะดวกที่เอาความต้องการและประโยชน์ของผู้คนเป็นที่ตั้ง โดยก้าวข้ามการเลือกปฏิบัติอันมีเหตุมาจากสัญชาติ เชื้อชาติ หรือสถานะบุคคล โจทย์ของความมั่นคงของรัฐจะกลายเป็นการบริการและคุ้มครองประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงของมนุษย์ไปพร้อม ๆ กับรัฐบาลที่มั่นคง

สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

‘มาดามเดียร์’ ลั่น ถึงเวลา ‘ปชป.’ ประกาศจุดยืน ‘ฝ่ายค้าน’ ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556879

24 ส.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

‘มาดามเดียร์’ ลั่น ถึงเวลา ‘ปชป.’ ประกาศจุดยืนฝ่ายค้าน ก่อนตั้ง ครม.ชุดใหม่ ยันหลักการ อยู่ข้างประชาชน ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน

วันที่ 24 ส.ค. 2566 “มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘เดียร์ วทันยา บุนนาค’ เพื่อเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรีก่อนจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องผลโหวตนายกรัฐมนตรีที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์มีทิศทางที่แตกต่างและไม่มีเอกภาพ โดยมีเนื้อหาดังนี้

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

“ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องชัดเจน ประกาศจุดยืนฝ่ายค้านอย่างมีศักดิ์ศรีก่อนจัดตั้งครม.ชุดใหม่

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

แม้ผลการโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30 ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางท่านในวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมาได้สร้างความเคลือบแคลงใจและไม่สบายใจให้แก่สมาชิกพรรคและสังคม แต่เดียร์ยังคงเชื่อมั่นว่าเป็นเพียงเพราะความเห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นของ สส.ในพรรคประชาธิปัตย์

ดังนั้นเพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่สมาชิกและประชาชนที่ติดตามการทำงานของพรรค จึงเห็นว่า สส. และคณะกรรมการบริหารซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ควรออกมา “ประกาศจุดยืนการเป็นฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์” ให้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องรอการจัดตั้ง ครม. ให้เสร็จสิ้น เพื่อแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคที่พร้อมทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนโดยไม่ยึดการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและเพื่อพวกพ้องเป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้เดียร์ยังคงเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน สมาชิกสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ขับเคลื่อนการทำงานของพรรคอย่างแท้จริง อีกทางหนึ่งคือเครื่องบ่งชี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ขับเคลื่อนอยู่บนกลไกความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของพรรคการเมืองที่เป็นองค์กรสาธารณะ ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคสังคม และสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ไม่ปิดกั้นโอกาสทางความคิด

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

อย่างไรก็ตามภายใต้เสรีภาพในการทำงาน ที่ต้องการพลังความคิดที่หลากหลาย แต่องค์กรจะเดินไปได้อย่างเข้มแข็ง ย่อมต้องเดินเคียงคู่กับความเป็นเอกภาพของสมาชิกภายใน และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมี “กติกา” ที่เรียกว่า “มติพรรค” เพื่อให้สมาชิกสามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยหลักการเคารพเสียงข้างมาก แต่ไม่ละเลยมองข้ามเสียงข้างน้อย สร้างให้พรรคเป็นพื้นที่ของคนทุกคน ดังนั้นไม่ว่ามติพรรคออกมาเป็นอย่างไรสมาชิกก็พร้อมน้อมรับผลลัพธ์ร่วมกันเพราะเกิดจากการตัดสินใจร่วมกัน

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

การกระทำใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามมติพรรค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นการใช้เอกสิทธิ์โดยสุจริต ด้วยการยึดหลักยืนเคียงข้างประชาชน ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม”

'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่
'มาดามเดียร์' ลั่น ถึงเวลา 'ปชป.' ประกาศจุดยืน 'ฝ่ายค้าน' ก่อนตั้ง ครม.ใหม่

CR: เดียร์ วทันยา บุนนาค

‘เศรษฐา’ เล็งปรับปรุงสนามบิน หวังรับรองนักท่องเที่ยวทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556882

24 ส.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เล็งปรับปรุงสนามบิน หวังรับรองนักท่องเที่ยวทั่วโลก

‘เศรษฐา’ เล็งปรับโฉมสนามบินใหม่ทั่วประเทศ พร้องสร้างใหม่เชียงใหม่-ภูเก็ตหวังสร้างรายได้รองรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 24 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยว คือประตูรายได้ที่สำคัญ และรวดเร็วที่สุดในการกระจายรายได้ให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงตั้งเป้าหมายกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นรายได้หลักของประเทศ ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของพรรค ดังนั้น จะรุกหนักในเรื่องการท่องเที่ยว โดยจะปรับโฉมสนามบินทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวต่อว่า พร้อมสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่งคือ ที่ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นสนามบินนานาชาติ ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเข้า-ออกในช่วงกลางคืนได้ เนื่องจากสนามบินในปัจจุบันอยู่ในเมืองทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการรับนักท่องเที่ยว อีกแห่งคือ สนามบินภูเก็ต ให้เป็นสนามบินนานาชาติอีกแห่ง ส่วนสนามบินเดิมที่มีอยู่นั้น จะรวมในประเทศกับต่างประเทศเข้าด้วยกัน

ศรีสุวรรณ ถล่ม ‘กรมราชทัณฑ์’ พฤติกรรมช่วย ‘นช.ทักษิณ’พ้นคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556883

24 ส.ค. 2566

ศรีสุวรรณ ถล่ม 'กรมราชทัณฑ์' พฤติกรรมช่วย  'นช.ทักษิณ'พ้นคุก

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดศึกกับ “กรมราชทัณฑ์” ส่งเรื่องผ่าน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ซัดพฤติกรรม เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิด เปิดทางให้ “นช.ทักษิณ” พ้นจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล สับเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวกับสภาพทางกาย-สุขภาพ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อ.เมืองนนทบุรี  จ.นนทบุรี    นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ทั้งระบบ มีส่วนช่วย นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร “นช.ทักษิณ”  ที่ต้องโทษจำคุก 8 ปี ตามคำพิพากษาของศาลอาญา  โดยที่นักโทษไม่ได้อยู่ที่เรือนจำ แต่ไปอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลตำรวจแทน  โดยเห็นว่าอาจเป็นทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดกัน เข้าข่ายร่วมกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ


ในคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา  ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ระบุถึงความไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องของกรมราชทัณฑ์อ้างถึง   ประกอบด้วย การจัดให้  “นช.ทักษิณ ” อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เพราะอายุเกิน 70 ปี   อ้างถึงการป่วยถึง 4 โรคคือ โรคกล้ามเนื้อขาดเลือด , โรคปอดอักเสบเนื่องมาจากติดเชื้อโควิด-19 , โรคความดันโลหิตสูง  และ โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ต้องเฝ้าระวังรักษาอย่างต่อเนื่องหลายโรค ที่ต้องดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

 “การอ้างสุขภาพ ขัดหรือแย้งต่อพฤติกรรม อยู่ต่างประเทศออกมาโชว์ฟิตปั๋ง  เดินทางไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่เห็นแสดงอาการของคนป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ แต่พอเข้าไปในรั้วของเรือนจำ กลับเป็นชายแก่อมโรค ที่กรมราชทัณฑ์ต้องดูแล และยังไม่ทันข้ามคืน ก็อนุมัติให้ไปนอนรักษาตัวบนเตียงนอนนุ่ม ๆ โรงพยาบาลตำรวจ” 

สับ นช.ทักษิณ สุดอภิสิทธิ์ไม่ต้อง “กล้อนผม” 

การอ้างเหตุผลมีอาการความดันขึ้นสูง    และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีพอรักษา  เป็นที่ครหาของสังคมและญาติผู้ต้องขัง  นอกจากนี้ ในส่วนของทรงผม   อ้างว่าไม่ต้องตัด ไม่ต้องกล้อนผมอย่างนักโทษทั่วไป เพราะเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้สูงอายุนั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ขัดต่อระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการตัดผมผู้ต้องขัง พ.ศ.2565 ที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.65 เป็นต้นมาแล้ว โดยในระเบียบดังกล่าวกำหนดไว้ชัดเจนในข้อ 9 ว่า  “นักโทษเด็ดขาดชายให้ไว้ผมสั้น ด้านหน้าและด้านกลางศีรษะยาวไม่เกิน 5 ซม. ชายผมรอบศีรษะเกรียนชิดผิวหนัง” และระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีข้อกำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ให้จะเลี่ยงไม่ตัดไม่ได้

พฤติการณ์และการกระทำของผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ มีข้อพิรุธอีกมากมายที่สังคมไทยไม่ควรปล่อย ให้ระบบราชการของรัฐใช้อำนาจหรือดุลยพินิจที่อาจขัดต่อระเบียบ กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ 2560 ม.27 ประกอบ ปอ.ม.157 อันเกี่ยวกับการห้ามการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวกับสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมได้  ด้วยเหตุนี้องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมายื่นร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง  นายศรีสุวรรณ ระบุ

ศรีสุวรรณ ถล่ม 'กรมราชทัณฑ์' พฤติกรรมช่วย  'นช.ทักษิณ'พ้นคุก

ศรีสุวรรณ จรรยา   ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์  มีส่วนช่วย  “นช.ทักษิณ” 

เครือข่ายนักศึกษาประชาชน ร้องกระทรวงยุติธรรม ทำงานรับใช้ครอบครัวชินวัตร

ที่กระทรวงยุติธรรม   ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร    กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย   ( คปท.  ) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ   พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง   ได้ยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์   ระบุถึงการเลือกปฏิบัติต่อ นายทักษิณ   ชินวัตร หลังจากเข้ารับโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ  โดยมี นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์   รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  เป็นตัวแทนมารับหนังสือ


นายพิชิต ระบุว่า สังคมมีคำถามถึงการปฏิบัติตัวต่อนายทักษิณ ในฐานะนักโทษชาย ( นช.) และก่อนหน้านี้ครอบครัวได้โพสต์รูปนายทักษิณ  ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลและการออกกำลังกาย   แสดงให้เห็นถึงสุขภาพที่แข็งแรงมาโดยตลอด แต่เมื่อมาแสดงตัวและถูกคุมขังไม่กี่ชั่วโมง  กรมราชทัณฑ์ก็นำตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ    สังคมจึงตั้งคำถามว่าป่วยจริงหรือไม่ เป็นการทำเพื่อครอบครัวชินวัตรหรือไม่ เพราะคนที่ป่วยไม่ได้รับสิทธิเช่นนี้ จึงเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ 

กรมราชทัณฑ์   ควรบังคับใช้ระเบียบผู้ต้องขัง แบบไม่มีข้อยกเว้น เพราะนายทักษิณ ต้องโทษทุจริตคอรัปชั่น เป็นความผิดระดับประเทศ ไม่ได้ความผิดต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังนั้นระเบียบข้อบังคับจึงควรเท่าเทียมกับทุกคน  ถ้าเลือกปฏิบัติเฉพาะนายทักษิณ สังคมไทยจะรับไม่ได้             ” ถ้าอยากให้ชัดเจน ต้องทำให้ความจริงปรากฎ  ต้องมีความเป็นธรรม  และต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน กรณีที่อ้างว่า ตัดผม หากอายุเกิน70ไม่ตัดผม  ก็ต้องออกมาชี้แจงให้ชัดว่า นักโทษที่อายุเกิน 70  ปี ทุกคน ตัดหรือไม่”  นายนัสเซอร์ ยีหมะ    กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย   ( คปท.  )   กล่าวกับ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  จากนั้นมวลชน จึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ

‘จุรินทร์’ ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น ‘ปชป.’ พร้อมทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556877

24 ส.ค. 2566

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

‘จุรินทร์’ ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น ‘ปชป.’ พร้อมทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ไม่ห่วงต้องทำงานกับ ‘ก้าวไกล’ แม้จุดยืนบางเรื่องไม่ตรงกัน แต่มีหน้าที่เดียวกัน

24 ส.ค. 2566 เวลา 16:00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์การเมืองวันนี้ว่า ตนขอแสดงความยินดี กับ นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ถือว่าจะทำหน้าที่ในฐานะ “ฝ่ายค้าน” เพื่อตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนให้ เต็มกำลังความสามารถต่อไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ ปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ ปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาธิปัตย์ได้มีการส่งสัญญาณที่จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ตนได้พูดมาแต่ต้นในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันคำเดิมว่า ไม่เคยมอบหมายผู้ใดเป็นตัวแทนให้ไปเจรจาตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด ซึ่งก็รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เมื่อคุณเศรษฐาได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ก็แสดงความยินดีด้วย ต่อไปนี้เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน และจะทำหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถให้ประชาชนได้มั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่ของเราเต็มที่ 

ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบนั้น การทำงานจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องหารือกันต่อไปในอนาคต และแต่ละพรรคก็มีจุดยืนของตัวเอง มีสิทธิ์ในการที่จะทำหน้าที่ของตัวเอง ต่างกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องไปในทางเดียวกัน เกือบจะเรียกว่าเต็ม 100% ตามหลักการของระบบรัฐสภา

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

“แต่ฝ่ายค้านแต่ละพรรคก็มีจุดยืนของตัวเอง แต่หน้าที่หลักก็คือการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนเหมือนกัน เพียงแต่ว่ารายละเอียดจุดยืนอะไรที่ต่างกันก็ต้องต่างกัน อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจว่าประชาชนเข้าใจได้ จะให้ประชาธิปัตย์เหมือนก้าวไกล 100 % นั้นก็ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เพราะจริงๆ บางเรื่องก็อาจจะไม่ตรงกัน แต่มีหน้าที่ตรงกัน คือตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน” นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นใน ปชป. ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร นายจุรินทร์ ชี้แจงว่าเมื่อมีผู้ร้องมา ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ ไปตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเป็นเรื่องภายใน หัวหน้าพรรคไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อมีสมาชิกร้องมา ส่วนกรณีที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ตนไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกอย่างเป็นไปตามที่โฆษกของที่ประชุม สส.ได้ออกมาแถลงหลังการประชุม ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของกรรมการสอบสวนที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

นายเดชอิศม์ ขาวทอง และ สส.กลุ่ม16 โหวต เห็นชอบ หนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนายเดชอิศม์ ขาวทอง และ สส.กลุ่ม16 โหวต เห็นชอบ หนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า มติที่จะขับออกจากพรรค อยู่ที่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรคใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนไม่ขอพูดไปไกลขนาดนั้นเพราะจะกลายเป็นว่าพูดเลยก่อนที่คณะกรรมการสอบสวนจะสอบ ตนมีหน้าที่แค่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบสวน ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามผลที่จะมีการสอบสวน 

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556870

24 ส.ค. 2566

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

ตัวแทนสาขาอีสาน ปชป. ยื่นหนังสือ จี้ ‘จุรินทร์’ หัวหน้าพรรคและ กก.บริหารพรรค ปชป. เร่งขับ 16 งูเห่า พ้นพรรค หลัง แหกมติไปโหวต เศรษฐา นั่งนายกรัฐมนตรี ชี้ ไม่ได้เกลียด แต่จะได้จากกันด้วยดี ไปอยู่พรรคที่เขาเป็นรัฐบาล

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 กลุ่มตัวแทนสาขา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสาน เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติขับ16 สส. ที่โหวตสวนมติพรรคที่ให้งดออกเสียง กรณีลงมติเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

หนังสือที่ยื่นให้นายจุรินทร์ระบุว่า พวกเราในฐานะตัวแทนสาขา และเขตเลือกตั้งจากหลายจังหวัดภาคอีสาน ต่างได้รับการสอบถาม และตำหนิถึงพฤติกรรมของ สส.กลุ่มนี้ แต่พวกเราไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคาดหมายได้ว่าเขาต้องการยึดพรรคเพื่อร่วมรัฐบาล เราจึงได้แสดงถึงจิตสำนึกที่จะปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมในครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม พวกเราแม้จะเจ็บจากพฤติกรรมของบุคคลกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้โกรธหรือเกลียดในทางที่พวกเขาเลือก แต่รู้สึกยินดีที่จะสนับสนุนให้เขาได้เดินไปในแนวทางที่เขาต้องการ 

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ขับ 16 สส.พ้นพรรคตัวแทนปชป.อีสาน จี้ขับ 16 สส.พ้นพรรค

ทั้งนี้ มีวิธีการเดียวคือ ใช้มติกรรมการบริหารพรรคขับบุคคลกลุ่มนี้ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปอยู่กับพรรคใหม่ที่เป็นรัฐบาลได้ ซึ่งจะเป็นการจากกันด้วยดี

พวกเราซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคอีสานกลุ่มหนึ่ง จะขอทำหน้าที่ช่วยกันฟื้นฟู เพื่อรักษาพรรคให้เป็นพรรคที่เป็นทางเลือกให้สังคมต่อไป

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ
ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ
ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   ‘ก้าวไกล’  ส่งต่อ ‘ประชาธิปัตย์’ ผู้นำฝ่ายค้าน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556868

24 ส.ค. 2566

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   'ก้าวไกล'  ส่งต่อ 'ประชาธิปัตย์' ผู้นำฝ่ายค้าน 

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในโควตาเดิม “ก้าวไกล” ปดิพัทธ์ สันติภาดา ระบุตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในขณะนี้ อาจจะมีสูตรที่พรรคก้าวไกล ส่งไปให้อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ รอการตกผลึกของพรรคว่าจะเลือกอย่างไร ส่วนตัวเองได้หมดหากพรรคว่าอย่างไรก็ตามนั้น

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า  ข่าวที่พรรคก้าวไกล จะสละสิทธิ์ตำแหน่ง  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร “ผู้นำฝ่ายค้าน”  ให้กับพรรคประชาธิปัตย์   อันจะทำให้เหลือบทบาทในส่วนของ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” ที่ตนทำหน้าที่  เรื่องนี้เป็นกระบวนการตัดสินใจของพรรคก้าวไกลที่จะหารือกัน  ทั้งนี้ตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา และไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรค  กระบวนการตัดสินใจจึงอยู่ที่พรรคก้าวไกลโดยตรง 

เป้าหมายของตนต่อการทำหน้าที่ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”    แต่แรกเริ่มเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และสภาผู้แทนราษฏร  ตามวิสัยทัศน์ที่ตนต้องการคือทำให้สภา SMART  ( น่าเชื่อถือ)   และ OPEN    (เปิดกว้าง)   หรือหากจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยน หลังพรรคก้าวไกลมีการชั่งน้ำหนักระหว่างตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”   ก็พร้อมยอมรับตามที่พรรคก้าวไกล  มีมติออกมา 

เขา กล่าวว่า   ปัญหาการท้วงติงที่เกิดขึ้นกับตน  ทั้งการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงหมูกะทะแก่แม่บ้านรัฐสภา และการแต่งกาย   มองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ไม่ได้มีประเด็นใด ๆ และไม่ได้มองเป็นเรื่องทางการเมือง เพราะ สส.ก็มีสิทธิที่จะประท้วงได้ และตราบใดที่ยึดข้อบังคับการประชุมสภา และปฏิบัติตามระเบียบก็ไม่มีความกังวลใด ๆ ส่วนการทำงานของตน แม้พรรคก้าวไกลจะต้องเป็นฝ่ายค้าน แต่การทำหน้าที่ของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นกลาง อำนวยการประชุมทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล   เขา กล่าว

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   'ก้าวไกล'  ส่งต่อ 'ประชาธิปัตย์' ผู้นำฝ่ายค้าน 

ปดิพัทธ์ สันติภาดา   สส. พิษณุโลก พรรคก้าวไกล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ( คนที่1)

‘ณัฐชา’ แฉ ดีลลับไฟเขียว สว.โหวต ‘เศรษฐา’ บ่ายโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556850

24 ส.ค. 2566

'ณัฐชา' แฉ ดีลลับไฟเขียว สว.โหวต 'เศรษฐา' บ่ายโมง

‘ณัฐชา’ เชื่อดีลลับส่งสัญญาณให้ สว. โค้งสุดท้ายก่อนโหวต ‘เศรษฐา’ จับตา 35 รมต. เห็นภาพชัดใครต่อรองตำแหน่งบ้าง ส่วนรองปธ.สภาฯ ‘หมออ๋อง’ ทำต่อ แต่งง ‘ก้าวไกล’ อยู่สถานะไหน ขออะไรไม่เคยได้

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เชื่อเลือก นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น สว. มีการเจรจากันช่วงสุดท้ายก่อนโหวต เนื่องจากเช้าวันนั้น ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ สว. ที่รู้จักหลายคน ยังไม่มีสัญญาณมา จนกระทั่ง 11.00น. ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะโหวตให้นายเศรษฐาหรือไม่ หรือ สว.บางคนยังคงอภิปรายในลักษณะที่ไม่เห็นชอบนายเศรษฐา มาโค้งสุดท้ายประมาณ 13.00น. มีสัญญาณไฟเขียวจะโหวตให้นายเศรษฐา ดังนั้นระหว่าง 11.00-13.00 น. เกิดอะไรขึ้น เชื่อว่าจะต้องมีการเจรจารอบนอกแน่นอน และปฏิเสธไม่ได้ว่า การจับมือของพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติมีเรื่องของ สว. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน

ส่วนการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ นายณัฐชา กล่าวว่า มอบอำนาจไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร แต่ครั้งนี้ถือเป็นอำนาจใหม่ที่ประชาชนเคลือบแคลง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และได้ยึดครองอำนาจมานานกว่า 9 ปี ก่อนจะส่งมอบให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง จึงยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยในหลายๆขั้นตอน 

ส่วนการอ้างนิมิตรใหม่ที่ดีของพรรคขั้วตรงข้ามมาอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน นายณัฐชา มองว่า คำว่าสมานฉันท์ปรองดองเป็นความหมายที่ดี แต่ต้องดูเบื้องหลังการสมานปรองดองของ คนที่ขัดแย้งกันมานานกว่า 10 ปี สุดท้ายจับมือกันและบอกทลายความขัดแย้ง ซึ่งมองว่า ต้องมีข้อเจรจาที่ตกลงกันได้ แต่คืออะไร ประชาชนยังไม่ทราบ

ทั้งนี้ขอให้ดูหน้าตารัฐมนตรีทั้ง 35 คน ออกมาก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่า มีการเจรจาต่อรองตำแหน่งใดใดบ้าง ส่งผลกระทบกับประชาชนอะไรบ้าง และจะเป็นคำตอบให้กับประชาชนว่า รัฐบาลชุดนี้วางอยู่บนความไว้วางใจของประชาชนได้หรือไม่

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เคยประกาศไว้ว่าจะตั้ง สสร. มาแก้ไขทั้งฉบับนั้น ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่เคยบอกว่า จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วาระแรก แต่จะทำได้อย่างแน่นอน ถ้ามีความตั้งใจ แต่ความจริงใจต้องพิสูจน์จากที่มาของสสร. ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% 

ส่วนตำแหน่งของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นั้น นายณัฐชา กล่าวว่า ยังต้องให้นายปดิพัทธ์ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เนื่องจากเป็นกลไกที่ได้มาโดยชอบ การเลือกตั้งของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนกติกาที่ว่าพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นประธานหรือรองประธานสภาได้นั้น

ฉะนั้นตอนนี้พรรคก้าวไกลอยู่ในสถานะก้ำกึ่ง จะพูดว่าเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้เต็มปาก เพราะได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ขอประธานสภาฯก็ถูกกีดกัน ขอนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ ล่าสุดขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้เป็น ต่อมาจะขอเป็นฝ่ายค้านก็ยังโดนกฎกติกาต่างๆ สถานการณ์ต่อจากนี้พรรคก้าวไกลคงจะเป็นฝ่ายค้านโดยการกระทำ หรือ พฤตินัย แต่นิตินัยยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากยังคงสนับสนุนให้นายปดิพัทธ์ ทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ เพราะเคยแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและต่อการพัฒนาสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของผู้นำฝ่ายค้านนั้นเราเห็นว่าเป็นเรื่องลำดับรองลงไป ประกอบกับหัวหน้าพรรคที่จะต้องมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านก็ยังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่อีก เพราะฉะนั้นเรายังคงไม่ได้เรียกว่าเป็นหนังเต็มรูปแบบโดยนิตินัย 

เมื่อถามว่าอาจจะต้องยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านให้พรรค รองลงมา คือ พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ โดยกฎกติกา ไม่สามารถทำได้ ต้องเป็นพรรคอันดับ1 และตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ก็มีการแสดงออกที่หลากหลาย ส่วนจะต้องคุยกันหรือไม่ ฝ่ายค้าน ไม่ต้องประกาศจัดตั้งอยู่เป็นทางการ หรือลงนาม และยังไม่วางตัวบุคคลจัดสรร พรรคใดได้กรรมธิการชุดใด หลังจากนี้จะเลือกและสรรหา เบื้องต้นได้ 12 คณะ จากจำนวน สส.ก้าวไกล 151 เสียง