‘ชูวิทย์’ ตอกฝาโลง แฉนอมินีฟอกเงินข้ามชาติเอี่ยวเศรษฐา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556585

21 ส.ค. 2566

'ชูวิทย์' ตอกฝาโลง แฉนอมินีฟอกเงินข้ามชาติเอี่ยวเศรษฐา

จบภารกิจ แฉเพื่อชาติ ‘ชูวิทย์’ เปิดความสัมพันธ์ 2 ตระกูล เชื่อมโยง ‘เศรษฐา’ ฟาด แสนสิริ ใช้นอมินี โยงฟอกเงินต่างชาติ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง แถลงข่าวแฉเพื่อชาติ EP.3 ซึ่งเป็น EP.สุดท้าย ก่อนวางมือแฉเพื่อชาติ โดยการแถลงครั้งนี้เป็นการแฉพฤติกรรมนิติกรรมอำพราง โยงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย  

โดยนายชูวิทย์ เปิดการแถลงข่าวด้วยการนำโฉนดที่ดินกลางสุขุมวิท จำนวน 13 ไร่ มูลค่า 10,000 ล้านบาท โฉนดที่ดินดังกล่าวระบุชื่อเด็กชายเศรษฐา ทวีสิน โฉนดนี้ตอนนี้อยู่ในมือของตนเอง ซึ่งนายเศรษฐาพยายามซื้อคืนแต่ตนเองไม่ขายทำให้นายเศรษฐาโกรธ

ทั้งนี้นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ที่ออกมาแฉนั้นเป็นเรื่องของการคอร์รัปชัน ยืนยันไม่เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินของตนเอง ซึ่งการที่ตนเองถูกโจมตีนั้นไม่เป็นปัญหา เพราะมีเอกสารทุกอย่าง และยินดีไปชี้แจงกับสรรพากร

ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ EP.3 ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ EP.3

นายชูวิทย์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า การซื้อขายดินสุขุมวิท 12 เป็นที่ดินเปล่าจำนวน 12 ไร่ เดิมอยู่ในนามบริษัท ศ.  มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 175 ล้านบาท ต้องการขายที่ดินจำนวน 2 ไร่เศษ ซึ่งเจ้าของมีการจำนองไว้กับธนาคาร 1,000 ล้านบาท 

ต่อมาศุกร์วันที่ 11 มี.ค. 59 บริษัทนอมินีแห่งหนึ่งจากซามัว ชื่อ บริษัท C. ปรากฎมีที่ตั้งอยู่ในประเทศฮ่องกง กับนอมินีมุกดาหาร ซึ่งปรากฎชื่อของรปภ. ชื่อโชคชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจถือหุ้น 51% ร่วมกันซื้อหุ้นจากบริษัทศ. และมีการปลดจำนองธนาคาร 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท C. ซึ่งเป็นบริษัทต่างด้าว ถือหุ้น 99.99% และมีนายพ. ถือหุ้น 1% แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

โดยนายชูวิทย์ อ้างว่าคนที่ดำเนินการที่ชื่อว่าพ. ทั้งเป็นนอมินี เปลี่ยนโครงสร้างหุ้น และทำการขาย ซึ่งเป็นคนของแสนสิริ 

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 14 มี.ค. ได้มีการขายที่ดินจำนวน 2 ไร่ ให้กับบริษัทพ. ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแสนสิริ โดยในบันทึกกรมที่ดินมีการซื้อขายในราคา 499.46 ล้านบาท หรือตารางวาละ 565,000 บาท แต่แสนสิริได้ลงบันทึกในงบการเงิน และหลังจากซื้อที่ดิน บริษัทดังกล่าวได้นำที่ดินไปจำนองกับธนาคาร โดยมีวงเงินกู้ 2,556 ล้านบาท โดยข้อพิรุธของนายชูวิทย์ คือที่ดินแห่งนี้มีการซื้อในวันจันทร์ที่ 14 มี.ค ทั้งที่ในวันศุกร์ที่ 11มี.ค บริษัทที่ขายที่ดินยังเป็นบริษัทต่างด้าว สามารถขายที่ดินได้อย่างไร ?

ชูวิทย์แฉเพื่อชาติชูวิทย์แฉเพื่อชาติ

นายชูวิทย์ ระบุว่า หลังจากนั้นตนได้ไปตรวจสอบงบการเงินดังกล่าวพบว่า แสนสิริลงบันทึกในงบการเงิน ต้นทุนค่าที่ดิน 1,850 ล้านบาท ทั้งที่ซื้อมาจริงในราคา 499.46 ล้านบาท โดยเป็นการตรวจสอบงบการเงินจากบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก Ernst & Young Corporate Services Limited หรือ EY Office Limited จึงขอถามเงินทอน 675 ล้านบาทว่าหายไปไหน ?

ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวว่า ได้มีการส่งคนไปที่ฮ่องกงเพื่อตามไปดูบริษัท C. พบว่าเป็นบริษัทผีไม่มีคนทำงาน มีสภาพไม่แตกต่างจากแฟลต จึงเป็นการตอกย้ำว่า  เป็นบริษัทนอมินีชัดเจน พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการวางแผนคอรัปชั่นผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ของตระกูลเกี่ยวข้องโดยตรงกับแสนสิริ โดยเชื่อมโยงถึง นายเศรษฐา ว่ามีนายพ.มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด รวมไปถึงบริษัทรปภ. ที่เป็นนอมินี ใช้รูปแบบเดียวกันหมด

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดินบริษัทผู้ขายจะมี นอมินี เป็นรปภ. เป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นซื้อขาย นั่นก็เพราะมีบริษัทรปภ. แห่งหนึ่งคอยจัดหารปภ. ให้ โดยเป็นบริษัทของขงเบ้ง ซึ่งเป็นคู่เขยของเศรษฐา และลูกสาวของขงเบ้งเป็นผู้ถือหุ้นของแสนสิริ เป็นคนใกล้ชิดนายเศรษฐา  และมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่าทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดิน บริษัทที่ขายจะกลายเป็นบริษัทร้าง ? เพราะไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 5 ปี เนื่องจากไม่จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล 20 % จากการทำกำไรในการขายที่ดินจนเป็นบริษัทร้าง และทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดินผู้มีอำนาจลงนามของผู้ขายผู้ถือหุ้นแค่ 1 หุ้น แต่มีอำนาจควบคุม เซ็นชื่อแทน แม้ว่าผู้ถือหุ้นจะน้อยกว่าคนอื่น เพราะนอมินีที่ลงนามล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิดที่ทำงานให้กับนายเบ้ง ทำหน้าที่เพียงลงนามในนิติกรรมแทน ส่วนทำไมทุกครั้งที่แสนสิริขายที่ดินจะมีเงินทอนเสมอ ที่ดินทองหล่อเงินทอน 435 ล้าน ที่ดินสุขุมวิทเงินทอน 675 ล้าน เพราะเป็นเงินที่ได้เร็ว โดยไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองไปลงทุน แต่ใช้เงินของผู้ถือหุ้นแทน 

ดังนั้น นายเศรษฐา จะอ้างว่าการซื้อขายที่ดินเป็นเรื่องของผู้ขายไม่เกี่ยวกับตนเองไม่เป็นความจริง เพราะนายเศรษฐา เป็นคนที่ตั้งบริษัทนอมินีทั้งหมด ดังนั้นจึงมองว่านายเศรษฐาจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้  

นายชูวิทย์ระบุว่าการแฉ ครั้งนี้จะเป็นการแฉครั้งสุดท้ายของตนเอง และได้ส่งข้อมูลทั้งหมดในการแฉทุกครั้งไปให้สส.และสว. ทั้ง 750 คนได้พิจารณาในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 66) และหวังว่า นายเศรษฐาจะรับทราบจากจิตสำนึกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ส่วนตัวเชื่อว่าหากนายเศรษฐา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน แต่หากได้ เป็นนายกรัฐมนตรีจริงก็จะอยู่ได้เพียง 3 เดือน และจะต้องเปลี่ยนครม.ใหม่ทั้งหมด เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายเศรษฐาและคนรอบตัว 

ชูวิทย์แฉครั้งสุดท้ายชูวิทย์แฉครั้งสุดท้าย

นายชูวิทย์ ย้ำว่าการกระทำของตนเองมีเจตนาบริสุทธิ์ชัดเจน ส่วนใครที่จะโจมตี นายชูวิทย์บอกว่า ตนไม่ได้เป็นนายก และไม่ใช่นักการเมือง เพราะฉะนั้นตนเองไม่กลัว ซึ่งหลักฐานที่ตนเองนำออกมาแฉจะรับผิดชอบทั้งหมดเพราะเป็นหลักฐานราชการ 

ส่วนการกลับไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) นายชูวิทย์ ระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงกลับมาก่อนเวลาโหวตเพราะจะทำให้ตัวเองเป็นตัวประกัน ไม่ใช่คนคุมเกม แต่เชื่อว่านายทักษิณจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะมีดีลลับ เห็นได้จากการเตรียมโรงพยาบาลตำรวจ และโรงพักตำรวจบางเขนเอาไว้รับรอง  

มติ ‘ภูมิใจไทย’ 71 เสียง พร้อมโหวต ให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่ง นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556582

21 ส.ค. 2566

มติ 'ภูมิใจไทย' 71 เสียง พร้อมโหวต ให้ 'เศรษฐา ทวีสิน' นั่ง นายกคนที่30

มติ ‘ภูมิใจไทย’ 71 เสียง พร้อมโหวตให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่งนายกคนที่30 เผย ยังไม่รู้ 8 เก้าอี้รัฐมนตรี ได้กระทรวงไหน รอ กก.บห.หารือ-คัดคน เหมาะสม

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษก พรรคภูมิใจไทย(ภท.) แถลงผลการประชุม สส.พรรค ว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้มารายงานต่อที่ประชุมถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ 11 พรรคการเมือง โดยได้มีการหารือกัน ซึ่งที่ประชุมพรรคมีมติโหวตสนับสนุน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 2566) 

มติพรรคภูมิใจไทย หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีมติพรรคภูมิใจไทย หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

“โดย 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันสนับสนุนการจัดรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย”

ส่วนเรื่องโควต้า 8 เก้าอี้รัฐมนตรีนั้น ทางหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ชี้แจงว่าได้รับการจัดสรรมาจำนวน 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยจากนี้จะเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะไปพูดคุยและหารือต่อไป

ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะได้กระทรวงไหน ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยก่อน จึงมั่นใจว่า บุคลากรทุกคนของพรรคภูมิใจไทยมีคุณภาพ ต้องรอดูว่าจะจัดสรรอย่างไรบ้าง และใครมีความเหมาะสมกับงานด้านไหน

ส่วนโผเก้าอี้รัฐมนตรีที่หลุดมา ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่พรรคภูมิใจไทยจะได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม

ส่วนเรื่องการเลือกสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญ นายภราดร กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงการณ์ร่วมชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน โดยตั้งใจจะมี ส.ส.ร. โดยหมวดพระมหากษัตริย์จะไม่มีการแตะต้อง ถือเป็นจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว อีกทั้งพรรคเพื่อไทยก็แสดงจุดยืนแล้วว่า ทันทีที่ตั้งรัฐบาลได้ก็จะเดินหน้าทำประชามติก่อน

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทยนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย

‘เศรษฐา’ ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต – ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556584

21 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

ประชุมสส.เพื่อไทย นับถอยหลังก่อน “โหวตนายกรัฐมนตรี” แคนดิเตนายกรัฐมนตรี”เศรษฐา” สะท้อนความรู้สึก ดีใจที่ได้ร่วมงานการเมือง ผ่านการเชื้อเชิญ ของ แพทองธาร ชินวัตร มาถึงขั้นนี้จำเป็น ต้องลืมสิ่งที่เคยพูดไว้เพื่อก้าวไปข้างหน้า ลั่นถึงเวลาฟื้นความเป็นอยู่ของประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย โดยมี  นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว   หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
 เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.
แพทองธาร ชินวัตร   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมด้วย   นายเศรษฐา   ทวีสิน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  กล่าวในที่ประชุมว่า ภูมิใจที่มายืน ณ จุดนี้  ตลอดเวลาที่ก้าวมาสู่เวทีการเมือง มาสู่ครอบครัวเพื่อไทย ภายใต้การเชิญของน.ส.แพทองธาร ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น  


เดิมทีเข้าพรรคมาเพียงคนเดียว   ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากทุกคนในพรรคเพื่อไทย  อยากขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง และยอมรับว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามากังวลอยู่หลายอย่าง แต่ก็มีคนมาช่วยเป็นพี่เลี้ยง    ทั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  นายจาตุรนต์ ฉายแสง   ทั้งช่วยแนะนำการปราศรัย  ให้คำแนะนำเวลาไปพูดคุยกับประชาชน ตลอดการลงพื้นที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

จำเป็นต้องกลืนเลือด – ลืมวาทกรรม  

.

วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจน พรรคเพื่อไทยได้ 141 เสียง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่สิ่งที่ได้พูดไประหว่าง เลือกตั้งคือความชัดเจน คำพูดเป็นนาย  เป็นไปตามที่ น.ส.แพทองธาร ได้ย้ำไปว่า จำเป็นต้องกลืนเลือด และพาพรรคเพื่อไทยเดินไปข้างหน้า ต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้เป็นการโกหกประชาชน   9 ปี ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำลงไปมาก วันนี้จึงมีความจำเป็นต้องลืมวาทกรรมทั้งหลาย

ไม่ว่าจะเป็น 2 ลุง หรือ มีลุงไม่มีเรา วันนี้คณิตศาสตร์ทางการเมืองเป็นตัวบ่งบอกชัดเจนว่า ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง พรุ่งนี้ครบ 100 วัน  หลังการเลือกตั้ง (14 พ.ค.) ได้คุยและรับฟังปัญหากับ สส. หลายคน อธิบายด้วยใจจริงไปแล้วว่าไม่ได้เสแสร้งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงความจำเป็นที่ต้องตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยให้เร็วที่สุด

ขอสส.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจมวลชน ปมตั้งรัฐบาล


ส่วนการใช้วาทกรรม ในสังคมโซเชียลมีเดียเพื่อด้อยค่าพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวก็เจ็บพอ ๆ กับทุกคน แต่อยู่ในสังคมของความเป็นจริง ยังมีประชาชน ที่รอการจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายที่ดีของพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย   ” ขอให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริง ต้องรบกวนให้ สส.ทุกคน เวลาไปลงพื้นที่ ไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในความจำเป็นถึงภารกิจครั้งนี้ไปหล่อหลอม และยกระดับจิตใจให้คนในประเทศนี้เดินไปข้างหน้าให้ได้   พรุ่งนี้ที่รัฐสภาจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ผมเองรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้รับมอบหมาย จากสมาชิก และจะพยายามเต็มที่ให้สุดความสามารถ จะนำรัฐบาลของประชาชน ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยมาแก้ไขปัญหาด้วยความตั้งใจจริง “

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  ระหว่างการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย 

เขา กล่าวว่า  ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อยที่เคยร่วมต่อสู้กันมา และจะไม่ลืมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ   ,น.ส.
ทัศนีย์ บุราณุปกรณ์ และ นายชานันท์ ยอดหงษ์ ที่มีความปรารถนาดีกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทรยศต่อมิตรภาพที่มีอยู่ และไม่ขว้างหินกลับมาใส่บ้านที่เขาเคยอยู่ แต่การตัดสินใจ( ลาออกจากพรรค )  เป็นความจำเป็น เพราะมีจุดยืน ซึ่งตนเองเชื่อว่าทั้ง 3 คน รวมถึงอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในวันนี้ เข้าใจในความจำเป็น ที่ต้องเดินไปทางนี้ ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของทุกคน และ รัฐบาลที่หวังว่า จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ พาประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ ทำให้ทั้ง 3 คนภาคภูมิใจ ในความเป็นพรรคเพื่อไทย 

แพทองธาร ขอคืนความกินดี อยู่ดี

.

จากนั้น   น.ส.  แพทองธาร  ชินวัตร  ได้กล่าวในที่ประชุมว่า   วันนี้เป็นวันเกิดที่มีความสุข พรรคเพื่อไทยเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง ทุกครั้งที่มีปัญหามีเรื่องไม่สบายใจกลับมาอยู่ ห้อมล้อมกับทุกคน ที่รักและเข้าใจ คือสิ่งที่ดีที่สุด อยากให้ทุกคนมั่นใจ ว่าบ้านหลังนี้ยังคงเป็นบ้านของทุกคนที่มีความเข้าใจกันและกัน ยอมรับในสิ่งที่เห็นต่าง แต่เมื่อกลับมาที่บ้าน ก็ต้อง คุยกันด้วยความเข้าใจ ก้าวไปข้างหน้าให้กำลังใจกันอย่างเข้มแข็ง พร้อมกันนี้อยากขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก รับกระแสกดดันมากมาย ขอให้กำลังใจจากใจจริง และ สส. ทุกคนที่ลงพื้นที่ อธิบายความตั้งใจของตัวเองและพักให้ประชาชนเข้าใจ ว่าประเทศไทยต้องไปต่อ และเพื่อไทย จะทำให้ชีวิตของประชาชนกลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง
 

“ส่วนในวันพรุ่งนี้ถ้าจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ วันเกิดปีนี้ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกแปลก ลืมว่าเป็นวันเกิดตัวเองหลายครั้ง เพราะวันพรุ่งนี้ จะเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ของชีวิต พร้อมกับถาม สส. ว่ามีใครอยากไปรับ ทักษิณบ้าง โดย สส.หลายคนยกมือ ทั้งนี้ แพทองธารที่กล่าวต่อว่า ต้องขอโทษด้วยเพราะหลายคนจะไปไม่ได้ มีภารกิจโหวตนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภา วันพรุ่งนี้ และถ้าหากไปแล้วอาจจะไม่มีโอกาสได้พบหรือพูดคุยกับทักษิณเพราะ ทันทีที่มาถึงจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และขอให้ทุกคนทำหน้าที่ในสภาให้เต็มที่ แล้วจะคอยส่งข่าว ให้ทุกๆคนทราบ ขอแค่ส่งกำลังใจให้ตนเองและครอบครัวก็เพียงพอ ขอบคุณที่ทุกคนอดทนกันจนมาถึงทุกวันนี้ และขอให้เดินหน้าต่อ มีกำลังใจเต็มร้อยและเต็มเปี่ยม สู้ด้วยกัน ให้กำลังใจกันและกัน ก้าวไปข้างหน้า พร้อม ๆ กัน  ”  น.ส. แพทองธาร   ระบุ
 

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย 

เคาะแล้ว ‘ประชาธิปัตย์’ มีมติ ‘งดออกเสียง’ โหวต ‘เศรษฐา’ นั่ง นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556578

21 ส.ค. 2566

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

ชวน หลีกภัย นำทัพ สส. เข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า ก่อน ‘ประชาธิปัตย์’ มีมติ ‘งดออกเสียง’ โหวต ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่ง นายกฯ คนที่30

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 16.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ โฆษกที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุม สส. ว่า วันนี้ที่ประชุมมี สส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้า โดยเฉพาะท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค รวมไปถึง ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

สำหรับการประชุมในวันนี้ ได้พิจารณาวาระการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ส.ค.-24 ส.ค. จากนั้นที่ประชุมนำโดย นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประธาน สส.ของพรรค ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 

ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติ งดออกเสียงโหวตนายกคนที่30ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติ งดออกเสียงโหวตนายกคนที่30

โดยที่ประชุม สส.ประชาธิปัตย์ ได้ถกกันในประเด็นดังกล่าวร่วม 2 ชั่วโมง และที่ประชุมได้รับทราบการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลที่รัฐสภา โดยมีการรวม 11 พรรคการเมือง ได้เสียง 314 เสียง มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ในวันพรุ่งนี้ ทำให้ที่ประชุม สส. ของพรรค ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในประเด็นดังกล่าว

น.ส.สุณัฐชา ยืนยันว่า แม้ที่ประชุมมีความเห็นต่าง แต่ไม่แตกแยก สำหรับการโหวตนายกฯ วันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีมติ “งดออกเสียง”

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุม สส.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุม สส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีสส. 25 คน และเป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยในวันพรุ่งนี้(22 ส.ค. 2566)

‘ทักษิณ’ ทวิต ยืนยัน 9 โมงเช้า กลับแผ่นดินไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ เฟิร์ม พรุ่งนี้เจอกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556575

21 ส.ค. 2566

'ทักษิณ' ทวิต ยืนยัน 9 โมงเช้า กลับแผ่นดินไทย 'อุ๊งอิ๊ง' เฟิร์ม พรุ่งนี้เจอกัน

“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความ ยืนยันเดินทางกลับประเทศไทย พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ขอร่วมอากาศหายใจกับพี่น้องคนไทย

21 ส.ค.2566 สัญญาณการเดินทางกลับประเทศไทยของ อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร”  หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะเดินทางมารับบิดา ที่สนามบินดอนเมือง ในวันที่ 22 ส.ค. 2566

ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย  ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ยืนยันว่าได้รับการประสานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 2566) โดยขณะนี้รอการยืนยันจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบิน เท่านั้น 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้รับการประสาน ทักษิณกลับไทยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้รับการประสาน ทักษิณกลับไทย

ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว Thaksin Shinawatra โดยระบุข้อความว่า 

“พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ผมขออนุญาตกลับไปอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยและร่วมอากาศหายใจกับพี่น้องคนไทยด้วยคนนะครับ” 

ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความ ผ่านทวิตยืนยันเดินทางกลับไทย วันที่ 22 ส.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความ ผ่านทวิตยืนยันเดินทางกลับไทย วันที่ 22 ส.ค. 2566


เช่นเดียวกันกับ น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง  ได้โพสต์ข้อความ และภาพตั้งแต่ในอดีตของครอบครัว จนถึงปัจจุบัน ผ่าน อินสตาแกรม Ingshin21 ระบุว่า

“พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ลูกจะไปรับพ่อที่สนามบินค่ะ จะนอนหลับมั้ยคืนนี้ 
 

น.ส.แพทองธาร  โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ยืนยันนายทักษิณ กลับไทยแน่น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ยืนยันนายทักษิณ กลับไทยแน่

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โพสต์ภาพในอดีตของตนเองกับบิดาอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โพสต์ภาพในอดีตของตนเองกับบิดา

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556569

21 ส.ค. 2566

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’นำโดย พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า

ไม่แก้ม.112-ไม่มีก้าวไกล-ดัน เศรษฐา ทวีสิน นายกคนที่30

สรุปคำแถลง “จัดตั้งรัฐบาล” พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมือง รวม 11 พรรค จำนวน 314 เสียง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกล(ก.ก.)เข้าร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ ได้มีมติร่วมกันเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยต่อรัฐสภา หรือ นายคนที่ 30 เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 22 ส.ค.

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

จัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี

พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ดำเนินการรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อ“จัดตั้งรัฐบาล”ดังนี้

  • พรรคภูมิใจไทย (71 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 4 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 4 ตำแหน่ง
  • พรรคพลังประชารัฐ (40 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง
  • พรรคชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง
  • พรรคประชาชาติ (9 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง
  • พรรคเพื่อไทย (141 ที่นั่ง) ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 8 กระทรวงรัฐมนตรีช่วย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรวม 9 ตำแหน่ง
  • พรรคอื่นๆอีกจำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า 2 ที่นั่ง, พรรคเพื่อไทยรวมพลัง 2 ที่นั่ง, พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง,พรรคท้องที่ไทย 1 ที่นั่ง,พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

พรรคเพื่อไทย แกนนำ “จัดตั้งรัฐบาล” ได้เชิญหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือ ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายของแต่ละพรรคมาตกลงเรื่องการร่วมมือและแบ่งงานกันทำ โดยทุกพรรคบรรลุข้อตกลงร่วมกันจะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ เช่น

  • นโยบาย Digital wallet 10,000 บาท
  • ที่ดินทำกิน
  • ขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570
  • เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท
  • เกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ
  • เพิ่มราคาพืชผลเกษตร
  • แก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ 
  • แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ยังคงไว้ในส่วนของหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ 
  • ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ

ทั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาล จะนำนโยบายเข้ามาบูรณาการร่วม พร้อมปรับ เสริม หรือประสานนโยบายของ “พรรคร่วมรัฐบาล” ให้เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด และนำมาจัดทำเป็นนโยบายร่วมกัน เพื่อแถลงต่อรัฐสภาต่อไป

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ขอกราบเรียนว่า ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญลำดับแรกที่ต้องเร่งแก้ไขเพราะประชาชนกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์หนี้สินของครัวเรือน ภาคธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางได้รับผลกระทบมาแล้วเป็นเวลานาน ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างและกลไกเพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศให้กลับคืนมาอีกครั้ง

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลตระหนักดีว่าในสถานการณ์ดังกล่าวเราไม่อาจจะทอดเวลาไปมากกว่านี้ หรือจำนนต่อสถานการณ์ขัดแย้งที่ประเทศและประชาชนตกอยู่ในวงล้อมที่เสียโอกาสไปทุกขณะ

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้อยู่บนฐานความรับผิดชอบต่อประชาชนในสถานการณ์ที่ปัญหาทุกด้านส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องรุนแรง แม้พรรคเพื่อไทยจะเผชิญกับวาทกรรมหรือคำกล่าวหาที่รุนแรงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรารับรู้ความขัดแย้งดังกล่าวด้วยใจที่เป็นธรรม และตั้งใจมุ่งสู่เป้าหมายที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นเป้าหมายหลักในวาระนี้คือการเข้ามาร่วมรับผิดชอบในวาระประเทศและวาระของประชาชน

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะมุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายด้วยการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างรวดเร็ว เราต้องเร่งทำงานเพื่อฟื้นโครงสร้างเศรษฐกิจ กำหนดนโยบายพัฒนามาตรการกลไกเพื่อความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างสร้างสรรค์ 

พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า “ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะมีอดีตพรรคการเมืองในรัฐบาลที่แล้วร่วมรัฐบาล แต่ทุกพรรคจะร่วมกันทำงานกับพรรคเพื่อไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ดังเช่นที่ทุกพรรคการเมืองได้เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย” 

และพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรักสามัคคีปรองดองของคนในชาติ และจะร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป

จากแถลงการณ์และเจตจำนงดังกล่าวข้างต้น เราจึง “ขอรับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน และทุกพรรคการเมือง มาร่วมกันผลักดันวาระประเทศ เพื่อดำรงความมุ่งหมายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของประเทศ และดูแลสถาบันหลักของชาติเป็นสำคัญ ร่วมกันลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การขยายความขัดแย้งในประเทศ ร่วมกันพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและการกินดีอยู่ดีของประชาชน และมีความเป็นประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ขึ้น”

“มุ่งมั่นทำงาน แก้วิฤตการณ์ประเทศ โดยยึดวาระประชาชน”

21 สิงหาคม 2566

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

ประมวลภาพแถลงจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง

เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30
เปิดคำแถลง‘จัดตั้งรัฐบาล’ชูไม่แก้ ม.112-ไม่มี ก.ก. ดัน‘เศรษฐา’นายกคนที่30

ขอบคุณที่มาภาพ:พรรคเพื่อไทย

‘ชลน่าน’ จ่อลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแน่นอน ย้ำจำเป็นต้องมี รทสช.-พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556560

21 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' จ่อลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแน่นอน ย้ำจำเป็นต้องมี รทสช.-พปชร.

‘ชลน่าน’ เผยช่วงเวลาลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ แน่นอน รับผิดชอบสิ่งที่เคยประกาศไว้ ย้ำจำเป็นต้องมี รทสช.-พปชร. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่เป็นนั่งร้านให้ใคร

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึง การเตรียมตัวลาออกจากตำแหน่ง หลังเคยประกาศไม่ร่วมทำงานกับ 2 พรรคลุงว่า  สาเหตุที่จำเป็นจะต้องเอาพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล คือ ซีกเดิมเรา มี 312 เสียง มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เหตุผลที่จำเป็นเราจะต้องเอา 2 พรรคเข้ามา เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าไม่เอามา จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แน่นอน อะไรจะเกิดขึ้นเราไม่คาดการณ์สิ่งที่จะเป็นผลร้ายกับประเทศ 

ดังนั้นทำในสิ่งที่เราเห็นและมุ่งมั่นให้กับประเทศและพี่น้องประชาชน ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้ได้โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดต้องรัฐบาล ดังนั้นตัดประเด็นเรื่องพรรคเพื่อไทยเป็นแนวร่วมหรือนั่งร้านให้กับพรรคอื่น 

เมื่อถามว่า จะลาออก หรือไม่ นพ.ชบน่าน ระบุว่า “ผมตั้งใจที่จะประกาศความรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธว่า จะไม่ลาออก”

เมื่อถามว่า ลาออกเมื่อไหร่ นพ.ชลน่าน กล่าว ยินดีลาออกแน่นอน แต่ภารกิจการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค มันเป็นกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของเพื่อไทยให้สำเร็จ วันที่เสนอชื่อในส่วนของรัฐมนตรีและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเสร็จ “ผมจะประกาศอีกที” ยืนยันเคยประกาศอะไรไว้ ก็รับผิดชอบสิ่งที่ประกาศเอาไว้

เมื่อถามว่าจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งอื่นๆหรือไม่ นพ.ชลน่าน ไม่ตอบคำถาม

‘สุวัจน์’ เชื่อ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ฟื้นความเชื่อมั่น ไม่คาดหวัง เก้าอี้ รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556559

21 ส.ค. 2566

‘สุวัจน์’ เชื่อ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ฟื้นความเชื่อมั่น ไม่คาดหวัง เก้าอี้ รมต.

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ ไม่คาดหวังเก้าอี้ รมต. ยืนยันพร้อมสนับสนุน ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ หวังให้ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เสร็จการเมืองนิ่ง ฟื้นความเชื่อมั่นต่างชาติ-การลงทุนต่าง ๆ กลับเข้ามา ดันเศรษฐกิจดีขึ้น

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) กล่าวภายหลังการแถลงข่าวพรรคร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” กับพรรคเพื่อไทยว่า พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยก่อนร่วมรัฐบาลกัน โดยจะเปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาล ได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่แต่ละพรรคการเมืองได้หาเสียงไว้ 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เป็น 1 ใน 11 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เป็น 1 ใน 11 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566

โดยจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง หลัง“จัดตั้งรัฐบาล” เรียบร้อยแล้ว เพื่อมาประกอบเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อไป ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้า ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่เชิญเข้าร่วมรัฐบาล และจะได้มีการหรือถึงการผสมผสานนโยบายโดยใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก พร้อมยังยืนยันด้วยว่า ตั้งแต่ที่พรรคชาติพัฒนากล้า ได้รับเชิญไปหารือจัดตั้งรัฐบาล ไม่เคยมีการพูดคุยสัดส่วนรัฐมนตรีว่า จะได้รับมอบหมายงานในตำแหน่งใด 

“และภารกิจหลักในช่วงนี้ จะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จสิ้น ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยได้รับความเห็นชอบ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดังนั้น พรรคชาติพัฒนากล้า จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่เคยคาดหวังตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น”

‘สุวัจน์’ เชื่อ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ฟื้นความเชื่อมั่น ไม่คาดหวัง เก้าอี้ รมต.

นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) ว่า พรรคร่วม“จัดตั้งรัฐบาล”พร้อมสนับสนุน 100% และพรรคชาติพัฒนากล้า จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนตัวก็อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อดึงความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ และการลงทุนต่าง ๆ เข้ามา เพื่อให้เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น

นายสุวัจน์ ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง นายสุวัจน์ ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง

‘ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์’ ลาออก พรรคเพื่อไทย เด็ดเดี่ยวจนวินาทีสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556552

21 ส.ค. 2566

'ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์' ลาออก พรรคเพื่อไทย เด็ดเดี่ยวจนวินาทีสุดท้าย

อดีต สส.เชียงใหม่ ‘ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์’ ประกาศลาออกจาก พรรคเพื่อไทย มีผลทันที หลังแถลง จัดตั้งรัฐบาล มีพรรค 2 ลุง

ทันทีที่พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล 314 เสียง 11 พรรคการเมือง ล่าสุด ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีผลทันที ในเนื้อหาระบุว่า “ขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ให้โอกาสทางการเมืองตลอดระยะเวลายาวนาน ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากมากที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต และเข้าใจว่า พรรคมีทางเลือกที่น้อยมาก และต้องใช้ต้นทุนทุกอย่างที่มี ก็คงได้แต่ให้กำลังใจทำเพื่อประชาชนอย่างที่หวังไว้ ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านในพรรคเพื่อไทยด้วยใจ”

              ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ โพสต์ลาออกพรรคเพื่อไทยทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ โพสต์ลาออกพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ หรือ กุ้ง เกิดวันที่ 8 มี.ค. 2515 ปัจจุบันอายุ 51 ปี เป็นบุตรของนายพรทัศน์ บูรณุปกรณ์ มีน้อง 2 คน คือ ทัศนัย บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และ น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ นักธุรกิจ มีศักดิ์เป็นหลานของนายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส. และนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วน จ.เชียงใหม่

“ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์” เริ่มต้นเส้นทางการเมือง โดยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.เชียงใหม่ เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก (พ.ศ. 2546 – 2554) ต่อมาดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วน จ.เชียงใหม่ ในสมัยของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ก่อนที่จะลาออกมาลงสมัคร สส.เชียงใหม่ ในปี 2554 ในนามพรรคเพื่อไทย โดยลงในเขต 1 แทนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่ขึ้นไปลงในระบบบัญชีรายชื่อ และได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์

หลังรัฐประหารในประเทศไทย ปี 2557 ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เข้ารับตำแหน่งรองนายก อบจ.เชียงใหม่อีกครั้ง ต่อมาในเดือน พ.ค. 2559 เธอและน้องสาว ถูกนายทหารพระธรรมนูญจับกุมตัว ตามคำสั่ง คสช. เนื่องจากมีการกระทำเข้าข่ายทำผิดข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ก่อนจะนำไปปรับทัศนคติภายในมณฑลทหารบกที่ 11 รักษาพระองค์ เป็นเวลา 7 วันก่อนจะถูกปล่อยตัวในเดือน ส.ค.ปีเดียวกัน และต่อมาเธอก็ลาออกจากตำแหน่งรองนายก อบจ.เชียงใหม่ มีผลในวันที่ 1 ก.ย. 2559 และในปี 2566 ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้ง 2562 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ เขต 1 และได้รับเลือกตั้งอีกสมัย แต่ในการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ปี 2563 เธอให้การสนับสนุน นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของผู้สมัครที่พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน

ทัศนีย์ มีบทบาทในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง อาทิ การอภิปรายกรณีที่ได้กล่าวว่า ได้เขียนใบลาออกไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนพล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาตอบโต้ว่าให้เก็บไว้ใช้เอง

หนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย

สว. ดิเรกฤทธิ์ แนะ ‘เศรษฐา’ ชี้แจงเอง ต่อรัฐสภา เคลียร์ปมคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556555

21 ส.ค. 2566

สว. ดิเรกฤทธิ์  แนะ 'เศรษฐา' ชี้แจงเอง ต่อรัฐสภา เคลียร์ปมคุณสมบัติ

ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา มองการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้น “เศรษฐา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก เพื่อไทย ควรที่จะมาชี้แจงด้วยตนเอง ในประเด็นที่ถูกหลายฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนขั้นตอนการมาชี้ แจงพรรคเพื่อไทย ควรร้องขอไปยังประธานรัฐสภา

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) เปิดเผยว่า การที่พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะ เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.)      เห็นว่านายเศรษฐา  ควรจะมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อรัฐสภา เพื่อความชัดเจน และความสง่างาม ทั้งเรื่องคุณสมบัติ และการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ สามารถนำพารัฐบาลของประชาชนไปสู่ความสำเร็จตามนโยบาย เพราะตัวนายเศรษฐาเอง ก็ถูกกล่าวหาเรื่องการเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน ที่มีพฤติการณ์ทุจริต หลบเลี่ยงภาษีด้วย 

นายดิเรกฤทธิ์   กล่าวว่า  ขณะเดียวกันต้องการให้นายเศรษฐา   รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ชี้แจงนโยบายการประกาศจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อรัฐสภาให้ชัดเจน เพราะ สว.มีความกังวลถึงการจัดการออกเสียงประชามติ เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ และจัดทำฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ดังนั้น สว.จึงต้องการความชัดเจนว่า เนื้อหาจะเป็นไปในทิศทางใด ทั้งในองค์กรที่จะมาใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงจะมีการกำหนดขอบเขตการแก้ไขในหมวด 1 รูปแบบรัฐ และหมวด 2 สถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ และเหตุใดถึงไม่ให้ สส.ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งมาทำหน้าที่แทน 

“ประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นประโยชน์ได้เสีย ที่พรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมฯ สามารถทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อให้นายเศรษฐา มาชี้แจงได้ หรือหาก สส.ของพรรคเพื่อไทย จะชี้แจงแทน ก็ถือเป็นประโยชน์ได้เสียของผู้ถูกเสนอชื่อ   แต่ขอให้คำนึงถึงความน่าเชื่อถือด้วย ”  นายดิเรกฤทธิ์   กล่าว