ด่วน ‘เทวัญ’ คัมแบ็ค นั่งหน.ชพก. ‘กำนันอู๊ด’ รั้งเลขาธิการพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556548

21 ส.ค. 2566

ด่วน ‘เทวัญ’ คัมแบ็ค นั่งหน.ชพก. ‘กำนันอู๊ด’ รั้งเลขาธิการพรรค

‘เทวัญ ลิปตพัลลภ’ น้องชาย ‘สุวัจน์’ คัมแบ็ค นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ‘กำนันอู๊ด’ รั้งเลขาธิการพรรค พร้อมเปิดรายชื่อ คณะกรรมการบริหารพรรคฯชุดใหม่

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราโคราช จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนากล้า ได้จัดประชุมใหญ่สามัญสมาชิกพรรค โดยมีแกนนำและกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค รักษาการหัวหน้าพรรคนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯและส.ส.พรรค นายประสาท ตันประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคและส.ส.พรรค นายอรัญ พันธุมจินดา ผู้อำนวยการพรรค เป็นต้น

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

โดยในที่ประชุมมี นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นประธาน โดยวาระการประชุมประกอบด้วย รายงานผลการเลือกตั้งทั่วไป 2566,การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งคณะ รวมทั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

นายเทวัญ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่าผู้บริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรค 33 ท่านได้ให้ความไว้วางใจให้ผมเป็นหัวหน้าพรรค ต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคทุกท่าน ส่วนท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยังคงดำรงตำแหน่งประธานพรรค และชื่อพรรคยังคงเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า โดยมีคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นรองหัวหน้าพรรค

นายเทวัญ กล่าวถึงแนวนโยบายในการทำงาน ว่าตอนนี้คงต้องดูการเมืองก่อนว่าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ ถ้าจัดตั้งรัฐบาลได้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความเชื่อมั่นต่างประเทศก็จะมากขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดี แล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้รัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศชาติ ส่วนพรรคชาติพัฒนากล้ายังคงเน้นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ

“จริงๆ วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในฐานะเป็นพรรคอันดับสอง เพราะพรรคอันดับ หนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็เป็นหน้าที่ของพรรคอันดับสอง ที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ทำให้การเมืองนิ่ง”นายเทวัญ กล่าว

นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้านายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า

“ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวโคราช ที่ยังให้การสนับสนุนพรรคชาติพัฒนากล้า ถึงแม้วันนี้เราจะไม่ได้รับ สส. ในจังหวัด แต่เราก็ยังทํางานเหมือนเดิมยังคงรับใช้พี่น้องประชาชนชาวโคราช” นายเทวัญ กล่าว

เปิดรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากล้าชุดใหม่ ประกอบด้วย

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค
  • นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 1
  • นายอดุลย์ เลาหพล รองหัวหน้าพรรค คนที่ 2
  • นายสมศักดิ์ กาญจนาวัฒนา รองหัวหน้าพรรค คนที่ 3
  • นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหน้าพรรค คนที่ 4
  • นายสุเมธ ศรีพงษ์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 5
  • นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค คนที่ 6
  • พ.ต.อ. พณา เจือเพ็ชร์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 7
  • นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 8
  • นางบุษรา เสนะวีณิน รองหัวหน้าพรรค คนที่ 9
  • นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรค
  • นายสมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาการพรรค คนที่ 1
  • นายอรัญ พันธุมจินดา รองเลขาธิการพรรค คนที่ 2
  • น.ส.อัครวรรณ เจริญผล รองเลขาธิการพรรค คนที่ 3
  • น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค คนที่ 4
  • พล.ต.ธชา จินตวร รองเลขาธิการพรรค คนที่ 5
  • นายองอาจ พฤกษ์พนาเวศ รองเลขาธิการพรรค คนที่ 6
  • นายนนทรัฐ ขจีกุล นายทะเบียน
  • นางอัญชลี บุสสุวัณโณ เหรัญญิก
  • นางเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค
  • นายศุภรัศมิ์ ตัณฑเศรณีวัฒน์ รองโฆษกพรรค คนที่ 1
  • น.ส.มสารัศม์ อื้อศรีวงศ์ รองโฆษกพรรคคนที่ 2

หัวหน้า-เลขาธิการ พรรคชาติพัฒนากล้าหัวหน้า-เลขาธิการ พรรคชาติพัฒนากล้า

ด่วน ‘เพื่อไทย’ แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเรา มีลุง รวม 11 พรรค 314 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556528

21 ส.ค. 2566

ด่วน 'เพื่อไทย' แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเรา มีลุง รวม 11 พรรค 314 เสียง

11 พรรค รวม 314 เสียงพรึบ แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเราร มีลุง ก้าวข้ามความขัดแย้ง พร้อมเปิดโควตา รมว.-รมช. ขอ สว.สนับสนุน ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ร่วมผลักดันวาระประเทศ-เดินหน้านโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล-กัญชาการแพทย์-ค่าแรง 600 บาท-เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท

ที่พรรคเพื่อไทยว่า วันนี้(21 ส.ค. 2566) เมื่อเวลา 13.41น.พรรคเพื่อไทยพร้อมแกนนำพรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ที่จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 22 ส.ค. แถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่จะเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว  นำ 11 พรรคร่วม ตั้งรัฐบาล พปชร. ร่วมด้วย แบ่งกระทรวงให้ 6 พรรคใหญ่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นำ 11 พรรคร่วม ตั้งรัฐบาล พปชร. ร่วมด้วย แบ่งกระทรวงให้ 6 พรรคใหญ่

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคฯ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคฯ และหัวหน้าพรรคฯ รองหัวหน้า และเลขาธิการพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล รวม 11 พรรคการเมือง ประกอบด้วย 

11 พรรคการเมือง รวม 314 เสียง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2566 11 พรรคการเมือง รวม 314 เสียง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2566

11 พรรคการเมือง รวม 314 เสียง

  • พรรคเพื่อไทย (พท.) 141 เสียง
  • พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง
  • พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 36
  • พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง
  • พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง
  • พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง
  • พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง
  • พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 1 เสียง
  • พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง
  • พรรคท้องที่ไทย 1 เสียง 
     
ด่วน 'เพื่อไทย' แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเรา มีลุง รวม 11 พรรค 314 เสียง

นพ.ชลน่าน ได้อ่านแถลงการณ์การ”จัดตั้งรัฐบาล” ในครั้งนี้ว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยจะไม่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล และจะสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.)

โดยพรรคเพื่อไทย จะทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 8 กระทรวง และรัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี และช่วยว่าการรวม 9 ตำแหน่ง , พรรคภูมิใจไทย จะทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ 4 กระทรวง และช่วยว่าการ 4 ตำแหน่ง , พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการพรรคละ 2 กระทรวง และช่วยว่าการพรรคละ 2 ตำแหน่ง , พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ จะทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการพรรคละ 1 กระทรวง และทุกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ยังบรรลุข้อตกลงร่วมกัน จะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ ไปปฏิบัติเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ทั้งนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล, นโยบายที่ดินทำกิน, การเกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ, การขึ้นค่าแรง 600 บาทภายในปี 2570, นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท, การสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายใต้, นโยบายกัญชาทางการแพทย์ และสุขภาพ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น โดยจะยังคงไว้ซึ่งหมวดพระมหากษัตริย์ โดยจะนำนโยบายของทุกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลมารวมกันดำเนินการ เพื่อเป็นนโยบายรัฐบาล และแถลงต่อรัฐสภาต่อไป

นพ.ชลน่าน ยังยืนยันว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะต้องเร่งแก้ไข ทั้งในภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ดังนั้น พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฯ จึงตระหนักดีว่า ไม่สามารถทอดเวลาให้ประเทศไทยเสียโอกาสให้ จึงได้กำหนดพื้นฐานความรับผิดชอบต่อประชาชน แม้พรรคเพื่อไทย จะต้องเผชิญกับวาทะกรรมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและรับทราบความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จึงตั้งใจที่จะก้าวข้าวความขัดแย้ง และเป้าหมายหลักของรัฐบาลในการรับผิดชอบต่อวาระประเทศ และวาระประชาชน โดยจะมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างรวดเร็ว ผ่านนโยบาย และมาตรการต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กำหนดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างสร้างสรรค์

นพ.ชลน่าน มั่นใจด้วยว่า ภายใต้การนำรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่จะมีพรรคการเมืองในขั้วอำนาจเดิมร่วมรัฐบาลด้วย แต่ทุกพรรค ยืนยันว่า จะร่วมกันทำงานกับพรรคเพื่อไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เหมือนที่เคยร่วมงานกันผ่านรัฐบาลพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย โดยจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรัก ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติต่อไป สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศ และประชาชนต่อไป ดังนั้น พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงขอเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภา มาร่วมกันผลักดันวาระของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชน และสงคม ดูแลสถาบันหลักสำคัญของชาติ ลดเงื่อนไขการขยายความขัดแย้ง และร่วมกันพาประเทศสู่ความมั่งคั่ง ปะชาชนอยู่ดีกินดี มีความเป็นประชาธิปไตย มุ่งมั่นแก้ปัญหาประเทศ โดยยึดวาระประชาชน

ด่วน 'เพื่อไทย' แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเรา มีลุง รวม 11 พรรค 314 เสียง
ด่วน 'เพื่อไทย' แถลง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีเรา มีลุง รวม 11 พรรค 314 เสียง

ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ร่วมแถลงข่าวดังกล่าวแต่ให้เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่แทน ขณะนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก็จะไม่ร่วมแถลงข่าวดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่นายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย จะเข้าร่วมการประชุม สส.ของพรรคเพื่อไทย ที่จะมีขึ้นเวลาไล่เลี่ยกันของวันนี้

หลังจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศวางมือจากตำแหน่งผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย หลังพรรคเพื่อไทยจับมือ 2 ลุงตั้ง #รัฐบาลเพื่อไทย หวังไปขายข้าวแกง ทั้งนี้ได้บอก ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ อุ๊งอิ๊ง เศรษฐา แล้ว

‘นายกฯ’ ไม่ใช่หัวหน้าบริษัท ‘ถวิล’ ลั่น สว.ทำหน้าที่ช่วงสุดท้ายให้ดีที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556535

21 ส.ค. 2566

‘นายกฯ’ ไม่ใช่หัวหน้าบริษัท ‘ถวิล’ ลั่น สว.ทำหน้าที่ช่วงสุดท้ายให้ดีที่สุด

ตัวแทนจากภาคประชาชน อดีตพระพุทธอิสระ-อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 แท็กทีมบุกสภา ยื่นหนังสือ สว. ขอให้ตรวจสอบ คุณสมบัติ ‘เศรษฐา’ แคนดิเดตนายกฯ ‘ถวิล เปลี่ยนสี’ ลั่น ‘นายกฯ’ ไม่ใช่หัวหน้าบริษัทต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมีมาตรฐานจริยธรรมที่เหมาะสมเป็นผู้นำ

นับถอยหลังใกล้วัน โหวตรนายกรอบ3 ในวันที่ 22 ส.ค. 2556 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ ที่รัฐสภา ตัวแทนจากภาคประชาชนและตัวแทนของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธอิสระ) นายมหัศจักร โสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ สมาชิกวุฒิสภาโดยมีนายสมชาย แสวงการ นายถวิล เปลี่ยนสี สมาชิกวุฒิสภา(สว.) และสมาชิกวุฒิสภา เข้ารับหนังสือ

สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีเหมาะสมหรือไม่สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีเหมาะสมหรือไม่

โดยนายมหัศจักร กล่าวว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เพราะถือว่าเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร จึงต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้คนไทยทั้งประเทศได้นายกรัฐมนตรีที่มีความเหมาะสมตามคุณสมบัติ และลักษณะตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 
 

ดังนั้น จึงขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตามอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาที่ได้บัญญัติเอาไว้ในบทเฉพาะกาลของกฎหมายรัฐธรรมนูญ กำหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจสำคัญคือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งเอาไว้ จึงขอให้วุฒิสภาได้โปรดดำเนินการตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจดังกล่าวนี้ด้วย

ทั้งนี้นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ยื่นหนังสือในประเด็น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) บรรญัติ ไว้ว่าคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่กรณีของแคนดิเดตบางคน ถูกกล่าวหาว่ากระทำการคดโกง ถ้า ประธานรัฐสภาปล่อยให้โหวตโดยที่ผู้ที่ถูกเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางมาแสดงวิสัยทัศน์ หรือ ชี้แจงหลักฐานต่างๆ แก้ข้อกล่าวหา และประธานปล่อยให้มีการโหวตเธอว่าผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) เพราะความไม่ประจักษ์

สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เหมาะสมหรือไม่สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เหมาะสมหรือไม่

ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในฐานะสว.ที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องรอดูว่าจะเสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี สว.ก็ใช้มาตรฐานในการตรวจคุณสมบัติพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ด้วย ก็ต้องรอดูว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะแถลงอะไรหรือไม่ หรือจะมีผู้ลุกขึ้นชี้แจงแทนหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาว่าคุณสมบัติครบถ้วน และให้ความไว้วางใจได้เป็นผู้แทนหรือไม่ สว.มีหน้าที่แค่ให้ความเห็นชอบหรือไม่ แต่เชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความต่อไปตรงมาซื่อสัตย์ ส่วนดุลพินิจในการโหวตของแต่ละคนเป็นเอกสิทธิ์

ขณะที่นายถวิล เปลี่ยนสี  วุฒิสมาชิก กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ใช่หัวหน้าครอบครัวหรือหัวหน้าบริษัท ฉะนั้นต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมีคุณสมบัติมีมาตรฐานจริยธรรมที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของคนทั้งประเทศ สว.ก็ต้องรับฟังข้อมูลต่างๆและปรึกษาหรือกันและมั่นใจว่าช่วงสุดท้ายของการทำงานของสว.จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด จะใช้ดุลพินิจโดยไม่ตกอยู่ในอาณัติของใครทั้งสิ้นจะพิจารณาคนที่ดีที่เหมาะสมเข้ามา โดยจะใช้ดุลยพินิจตรงนี้ให้ดีที่สุด ขอให้มั่นใจว่า สว.ทั้ง 250 คนใช้เหตุผลในการพิจารณา

สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่สว.รับหนังสือภาคประชาชน ตรวจสอบ คุณสมบัติ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

‘นายกฯ’ ไม่ใช่หัวหน้าบริษัท ‘ถวิล’ ลั่น สว.ทำหน้าที่ช่วงสุดท้ายให้ดีที่สุด

‘ณัฐวุฒิ’ ประกาศยุติบทบาท ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ไม่เอา 2 ลุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556515

21 ส.ค. 2566

'ณัฐวุฒิ' ประกาศยุติบทบาท ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ไม่เอา 2 ลุง

มีลุงไม่มีเรา “ณัฐวุฒิ’ เสียงเครือ ประกาศยุติบทบาท ‘ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย’ ขอกลับบ้านไปขายข้าวแกง เอาใจช่วย ทำงานสำเร็จ

ภายหลังค่อนข้างเป็นที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทย ประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรค 2 ลุง คือ พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่จับตาว่า ในวันนี้ พรรคเพื่อไทย จะมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าว ที่รัฐสภา เพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลสลายขั้ว โดยก่อนหน้านี้ มีความเคลื่อนไหวของ “ณัฐวุฒิ” ที่แสดงจุดยืน หากมีลุงไม่มีเรา และพร้อมเดินออกจากพรรค หากมีการจัดตั้งรัฐบาล จับมือกับพรรค 2 ลุง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ล่าสุด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Live “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ตอนหนึ่งระบุว่า ได้ยุติบทบาท ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ไม่ร่วมกิจกรรมกับรัฐบาล แล้วจะกลับบ้านไปขายข้าวแกง โดยได้บอกกล่าวผู้ใหญ่ของพรรคไว้ ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนรอเวลาให้พรรคการเมืองที่รัก เดินมาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ยากลำบากนัก ถามคนสำคัญในพรรคแล้วยืนยันว่า นายเศรษฐา ผ่านในการโหวตได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน จึงตัดสินใจเดินออกมา

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรค 2 ลุง เป็นเหตุผลสำคัญ ส่วนตัวเข้าใจ ไม่ได้โกรธเคือง เพียงแต่ว่าวิถีการเมืองแบบตน เมื่อได้ประกาศกับประชาชน และแสดงจุดยืนเช่นนั้นมาตลอด ก็ต้องรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่ได้ยืนยันมา การตัดสินใจยุติบทบาทครอบครัวเพื่อไทย เป็นเรื่องที่มีรอยในใจ และได้แจ้งให้ นายเศรษฐา ทวีสิน ,น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย รวมถึงทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องนายทักษิณกลับบ้าน เป็นคนละเรื่องกันกับการตั้งรัฐบาล

ณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ

“ที่นี่เป็นบ้านของผม ผมโตที่นี่ เติบโตที่นี่ สู้ที่นี่ คนในบ้านพี่น้องผมทั้งนั้น แต่ว่าถึงเวลาก็ต้องตัดสินใจ ยอมรับว่าตัดสินใจยาก ไม่ใช่เรื่องยศศักดิ์ตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องความผูกพัน ความรัก และความปรารถนา แต่ขอบอกทุกคนในเพื่อไทย และกองเชียร์ผู้สนับสนุนพรรคว่าไม่มีทางที่จะทำให้พรรคนี้เกิดความเสียหาย ไม่มีทางที่ออกมาแล้วเขวี้ยงก้อนหินใส่หลังคาบ้าน” โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวเสียงสั่น

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การที่พรรคเพื่อไทยไปเอาพรรคพลังประชารัฐ กับรวมไทยสร้างชาติมา ทำให้รัฐบาลทำงานยากมาก แต่เมื่อเป็นการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด และสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็ขอเอาใจช่วยให้พรรคเพื่อไทยทำสำเร็จ ที่ได้ประกาศกับประชาชน อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สำเร็จ และกฎหมายที่ส่งผลให้ญาติผู้เสียชีวิตจากคดีสลายการชุมนุมสามารถฟ้องศาลได้โดยตรง ซึ่งหากไม่ทำตรงนี้เจอกันแน่

              ณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊กณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊ก

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายณัฐวุฒิ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วิกาลเดียวดาย และยิ่งเดียวดายเมื่อปรากฎเงาหลังคนผู้หนึ่ง คนเสเพลผู้ถูกขับจากสำนัก เล่งฮู้ชง

สุราอุ่นแล้ว ปีศาจสุราล้อมวง

รสสุราซื่อสัตย์ ชาวยุทธ์บ้างเมามาย บ้างกู่ก้องถามไถ่

ข้าพเจ้าเพียงรอเวลา

และเวลาของข้าพเจ้า มาถึงแล้ว

ย้อนภาพ ประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ’ ก้ม กราบแผ่นดินไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554576

21 ส.ค. 2566

ย้อนภาพ ประวัติศาสตร์ 'ทักษิณ' ก้ม กราบแผ่นดินไทย

15 ปี ที่ลี้ภัย ย้อนภาพนาทีประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ’ อดีตนายกรัฐมนตรี ก้ม กราบแผ่นดินไทย ภาพนั้น จะฉายซ้ำหรือไม่

การประกาศกลับประเทศไทย ไม่รู้ครั้งที่เท่าไร ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 ซึ่งตรงกับวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่สนามบินดอนเมือง ไม่ว่าครั้งนี้จะเป็นโรคเลื่อนอีกหรือไม่ แต่ก็ทำให้ภาพความทรงจำ ที่นับเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถูกย้อนกลับมา ครั้งที่ “ทักษิณ” ก้มกราบพื้น สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อได้กลับบ้านครั้งแรก และเป็นครั้งเดียว หลังเหตุรัฐประหาร 2549

   ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

“หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ” เป็นประโยคที่ “ทักษิณ” เคยแถลงไว้ คมชัดลึก ย้อนรอยเหตุการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องลี้ภัยไปต่างแดน นานหลายสิบปี ภาพประวัติศาสตร์ ก้มกราบแผ่นดินไทย กำลังจะถูก replay กลับมาอีกครั้งหรือไม่

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะ ทำการรัฐประหารระหว่างที่เขา เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 61 ที่สหรัฐฯ

การทำรัฐประหาร ทำให้ “ทักษิณ ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่ง และคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) คณะรัฐประหาร ซึ่งแปรสภาพมาจาก คปค. เป็นผู้แต่งตั้ง ทำการอายัดทรัพย์ของทักษิณ และครอบครัวในประเทศไทย รวม 76,000 ล้านบาท โดยอ้างว่า เขาร่ำรวยผิดปกติขณะอยู่ในตำแหน่ง ก่อนถูกถอดยศ “พ.ต.ท.” ในปี 2558

    ภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดินภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เขาต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศนานกว่า 1 ปี และได้เดินทางกลับประเทศไทยครั้งแรก วันที่ 28 ก.พ. 2551 ซึ่งภาพที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก้มกราบแผ่นดินไทยในครานั้น กลายเป็นภาพหน้า 1 ของสื่อทุกสำนัก และถูกจารึกเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย

โดยวันนั้น “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางด้วยเครื่องบิน TG 603 จากฮ่องกง มายังสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 09.45 น. เมื่อมาถึง เจ้าตัวได้เข้าสวมกอดครอบครัว และทักทายบุคคลที่มารอต้อนรับ ก่อนคุกเข่า และก้มกราบพื้น 1 ครั้ง ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ พร้อมหยุดนิ่งท่าเดิม ก่อนเงยหน้าขึ้นมา ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

แต่เวลาแห่งความสุข ผ่านไปเพียง 5 เดือน 3 วัน “ทักษิณ ชินวัตร” ขออนุญาตศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 31 ก.ค. 2551 อ้างว่า ต้องการไปชมมหกรรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งครั้งนั้น เขาให้คำมั่นสัญญาว่า จะกลับเข้าประเทศในวันที่ 11 ส.ค. 2551 แต่นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้กลับเข้าประเทศไทยอีกเลย และในวันที่ 14 พ.ย. 2551 ทักษิณ ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่สถานกงสุลใหญ่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังจากสมรส 32 ปี

  ภาพข่าวทักษิณ ชินวัตรภาพข่าวทักษิณ ชินวัตร

หากนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2551 จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 15 ปีแล้ว ที่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก โดยเขาส่งแถลงการณ์จากประเทศอังกฤษ อ้างเหตุผลที่ไม่กลับประเทศไทย เพียงเพราะหวังว่าจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และได้รับความเป็นธรรม

ย้อนคดีลี้ภัยต่างแดน

คดีซุกหุ้น ปี 2544

  • คดีนี้ ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิด ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยด้วยเสียง 8 ต่อ 7 ว่า ทักษิณ ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องดังกล่าว

คดีขายหุ้นกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปี 2549

  • วันที่ 23 ม.ค. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ของ “ทักษิณ” ครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ ขายหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) ซึ่งทักษิณชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับมีบุคคลบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เนื่องจากเห็นว่า การแก้ไขกฎหมายที่ว่าด้วยการขายหุ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกรณีดังกล่าว รวมทั้งการไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น
  • ในปี 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ให้จำคุก 5 ปี ฐานแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตน

คดีที่ดินรัชดาฯ

  • เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2551 ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาลคดีการเมืองในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานประพฤติมิชอบ ในการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท และตั้งสินบนนำจับทันที โดยคดีของ ทักษิณ มีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2566 ส่วนคดีของคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2561

คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร

  • คดีหมายเลขแดงที่ อม. 55/2558 ศาลออกหมายจับในวันที่ 26 ส.ค. 2558

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 22 ส.ค. 2566 จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา ก้าวแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร เหยียบผืนแผ่นดินไทย ภาพประวัติศาสตร์ กราบแผ่นดิน เมื่อปี 2551 จะย้อนกลับมาอีกครั้งหรือไม่

‘ชูวิทย์’ จับโป๊ะ รปภ. นอมินี จ่อส่งเอกสารถึง สส.-สว. สกัด เศรษฐา นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556494

20 ส.ค. 2566

'ชูวิทย์' จับโป๊ะ รปภ. นอมินี จ่อส่งเอกสารถึง สส.-สว. สกัด เศรษฐา นั่งนายกฯ

‘ชูวิทย์’ ตอกฝาโลง จับโป๊ะ รปภ. นอมินี เป็นเจ้าของถนนในโครงการ จ่อส่งเอกสารถึงมือ สส.-สว. สกัด ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ

เปิดการ “แฉเพื่อชาติ” อย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ล่าสุด เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง หลังข่าวการเดินทางกลับไทยของ “ทักษิณ ชินวัตร” ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 ว่ามีเงื่อนงำเชื่อมโยงกับดีล ที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรี

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

นายชูวิทย์ ระบุว่า การแถลงข่าววันนี้ถือเป็นน้ำจิ้ม และจะให้โอกาสนายเศรษฐา ถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี เพราะถ้ายังดึงดัน ในวันพรุ่งนี้ จะแถลงข่าวตอกฝาโลงเป็นครั้งสุดท้าย โดยกล่าวอ้างว่า พฤติการณ์พยายามแยกผู้ขาย ผู้ซื้อ ออกจากกัน ซึ่งพฤติการณ์ทั้งหมด เกิดมาจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังทั้งสิ้น โดยจะนำโฉนดที่ดิน มาให้นายเศรษฐาดูว่า ที่ดินของตนเองไม่มีหนี้แม้แต่บาทเดียว และยังติดสัญญาที่ทำไว้กับคนอื่นอยู่ เพราะฉะนั้นการที่มาหาว่าตนเองโกรธ เพราะนายเศรษฐาไม่ยอมซื้อที่ดิน ถือเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

ส่วนการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร จะเป็นไปตามกำหนดเดิมหรือไม่นั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวันพรุ่งนี้ และตอนนี้นายทักษิณ รออยู่ที่สิงคโปร์แล้ว ซึ่งการแฉในครั้งนี้ ตนตรวจสอบข้อมูลและพิสูจน์ข้อมูลต่างๆ จนพบว่ามีการย้ายเงินออกไปที่ต่างประเทศด้วย

นายชูวิทย์ ระบุว่า การที่นายเศรษฐา แก้ตัว กรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ชื่อ “สมศักดิ์” ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น เพราะนายสมศักดิ์ มีอำนาจในการลงนามเอกสารของบริษัท N (เอ็นแอนด์เอ็น) และนายสมศักดิ์ ก็ไปขอ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่ง ทุกคอนโดมิเนียมต้องขอ)

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

โดยในการแถลงข่าว นายชูวิทย์ได้แสดงเอกสารมาให้สื่อดูว่า มีนายสมศักดิ์เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท อ. (อ่อนนุชพร็อพเพอร์ตี้ หรืออ่อนนุชแลนด์) เจ้าของถนนทั้งหมดในโครงการของอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง หมายความว่า นายสมศักดิ์ เป็น เป็นนอมินีของนายเศรษฐา และยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้อีก 1 หุ้น

“ที่ดินดังกล่าว และถนนในโครงการของอสังหาริมทรัพย์ เดิมเป็นของเจ้าของท่านหนึ่ง (สุระ จันทร์ศรีชวาลา) ต่อมา ขายให้กับบริษัท ม. (บ.เมจิกโมเดิร์น )ราคา 800 ล้านบาท แต่บริษัท ม. ไปกู้เงินมาได้ทั้งหมด 2,000 ล้านบาท แต่ไม่เคยชำระหนี้เลย หลังจากนั้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไปทยอยซื้อที่ดินต่อในราคาตารางวาละ 350,000 บาท รวม 3,500 ล้านบาท จากราคา 800 ล้านบาท หมายความว่าทั้งหมดเป็นการวางแผนเพื่อนำเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง”

นายชูวิทย์ ชี้ หลักฐานคืองบดุลของบัญชีบริษัท ม. ที่แสดงกำไร 2,000 ล้านบาท และไม่ส่งงบดุลมาเป็นระยะเวลานานจนทำให้กลายเป็นบริษัทร้าง นั่นหมายความว่า นายเศรษฐา พยายามจงใจให้มีบริษัทนอมินี เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

“พรุ่งนี้จะออกมาพูดข้อมูลเพิ่มเติม เป็นตอนสุดท้ายในชื่อว่า “ตอกฝาโลง” โดยจะมีหลักฐานเด็ดเกี่ยวกับการนำเงินออกนอกประเทศ” นายชูวิทย์ ระบุ

นายชูวิทย์ ยังบอกอีกว่า ควักเงินกว่า 20,000 บาท ส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดนี้ได้ส่งไปรษณีย์ แบบ EMS ไปให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน และสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ทั้งหมด 750 คน ในการตรวจสอบโดยหลักฐานทั้งหมดจะถึงมือทุกคนวันที่ 21 ส.ค.นี้ เพื่อให้ใช้พิจารณาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยไม่สนใจว่าเอกสารทั้งหมดนี้ สส.จะอ่านหรือไม่ แต่เมื่อ นายเศรษฐา ได้รับการโหวตให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจริง นั่นหมายความว่า เมื่อเรื่องทั้งหมดถูกเปิดโปง สส.คนที่โหวตก็จะมีส่วนผิดด้วย

ดังนั้น การที่นายทักษิณ ผูกโยงกับเรื่องของการโหวตนายกฯ หมายความว่า ต้องมีเรื่องของการแลกเปลี่ยน ส่วนตัวเชื่อว่านายทักษิณ ยังลังเล เปลี่ยนใจอยู่ทุกวินาที แม้ว่าจะมีการเตรียมความพร้อมด้วยการเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แล้วก็ตาม

ส่วนที่มีการอ้างเรื่องป่วยดวงตานั้น นายชูวิทย์ เผยว่า มีการเตรียมสถานที่รองรับไว้ 2 ที่ คือ โรงพยาบาลตำรวจ และ โรงเรียนพลตำรวจบางเขน โดยมีการเก็บกวาด จัดเตรียมไว้ โดยในวันพรุ่งนี้ เวลา 13:00 น. นายชูวิทย์ จะแถลงข่าว Ep. 3 “ตอกฝาโลง” พฤติกรรมนิติกรรมอำพราง ของว่าที่นายกฯ ตัวสูงๆ นอมินีของใคร? ซื้อที่ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่? เปิดตัว นายขงเบ้ง ผู้มีอุปการคุณของว่าที่นายกฯ ตัวสูงๆ

‘โหวตนายกฯ’ คนละเรื่องกับการกลับมาของอดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556492

20 ส.ค. 2566

'โหวตนายกฯ' คนละเรื่องกับการกลับมาของอดีตนายกฯ 'ทักษิณ'

พิธา เชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ เป็นคนละเรื่องกับการกลับมาของอดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่บริสุทธิ์

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ ถึงการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 22ส.ค.ไม่เกี่ยวกับการโหวตนายกฯ การกลับมาของคุณทักษิณเป็นสิทธิพลเมืองที่ชอบธรรมที่จะเข้าสู่กระบวนการอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งก็หมายถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองก็ควรที่จะได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เป็นคนละเรื่องกับการที่จะได้นายกรัฐมนตรี  ซึ่งก็หวังว่าจะได้เป็นนายกที่ประชาชนได้รับการยอมรับก็คงเป็นกระบวนการที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่ก็ขอให้นึกถึงประชาชนให้มาก นึกถึงเรื่องของระบบมากกว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าทำไมต้องเบือกกลับวันที่ 22 นายพิธา ตอบว่า ไม่ได้ประเมินอะไร และไม่ได้ติดตามว่าวันที่ 22 ส.ค.นี้ การโหวตนายกฯ จะจบหรือไม่ ไม่ต่างจากสื่อมวลชนและประชาชนที่รู้ว่าในเรื่องของสภาล่าง รวบรวมเสีย314เสียง แล้วยังต้องรอทางวุฒิสภาอยู่ดี

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ในการโหวตนายกฯวันที่ 22ส.ค.จะมีการเล่นเกมอะไรเกิดขึ้นอีกในสภา นายพิธา กล่าวว่า ก็หวังว่าจะเป็นตามกระบวนการที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม คล้ายๆกับที่เป็นช่วงเวลาของตนเอง เพราะเป็นเรื่องของระบบมากกว่าคนคนหนึ่ง นโยบายใดนโยบายหนึ่ง


ส่วนมติของพรรคก้าวไกลในการโหวตนายกรัฐมนตรีจะเป็นงดออกเสียง หรือ ไม่เห็นชอบ อย่างไร ขอประชุมและขอมติจากที่ประชุมสส.อีกครั้ง

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยัน 22 ส.ค. 66 ‘ทักษิณ’ ถึงไทย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556489

20 ส.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' ยัน 22 ส.ค. 66 'ทักษิณ' ถึงไทย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

22 สิงหาคมนี้ ‘ทักษิณ’ ถึงไทยแน่ ไม่เพ้อเจ้อ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยัน เคารพการตัดสินใจ ไม่เกี่ยวกับการเมืองหวังโหวตเศรษฐา เป็นนายกฯแบบม้วนเดียวจบ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากประกาศ ว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ โดยระบุว่า 

แพทองธาร ชินวัตร  แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย

อุ๊งอิ๊งบอกว่าเมื่อช่วงเช้าได้เดินทางไปทำบุญวันเกิดล่วงหน้า มีเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด ซึ่งก็รู้สึกสบายใจ และการที่นายทักษิณเดินทางกลับมา ถือเป็นของขวัญของทุกคนในบ้าน และเมื่อกลับมาใกล้วันเกิดก็ถือว่าเป็นของขวัญ การกลับมาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของอดีตนายกฯทักษิณ เอง ไม่มีใครหลอกและท่านก็ไม่ได้หลอกใคร

และการกลับมาครั้งนี้ เป็นการตกลงกับครอบครัว ก่อนจะตัดสินใจกลับมา  และยอมรับว่า การกลับบ้านมาต้องดูฤกษ์ดูยาม เพราะทุกคนอยากให้เป็นวันที่ดี แต่หลังจากนี้ ยืนยันว่า ไม่มีการเลื่อนกลับอีกแล้ว 22 สิงหาคมแน่นอน

เมื่อกลับมาถึงสนามบินดอนเมือง ด้วยเคลื่อนบินส่วนตัว ในเวลา 09.00 น. โดยมีครอบครัว​ไปรับ จากนั่นคงเดินทางไปที่ศาลทันที จะไม่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น ตัวเองไม่ได้แม่นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่พร้อมยอมรับ เพราะเป็นการตัดสินใจของคุณพ่อ ถ้าคุณพ่อยอมรับได้ครอบครัวก็ซัพพอร์ตเต็มที่

ส่วนเรื่องการขอพระราชทาน​อภัยโทษ ต้องถามคุณพ่อก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะทางครอบครัวเคารพการตัดสินใจคุณพ่อ ตรวจสุขภาพทุกปี แต่บางครั้งอาจจะมีปัญหาบ้าง ดังนั้น ก็ต้องคอยติดตามอยากต่อเนื่อง เพราะตอนนี้คุณพ่ออายุ 74 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็แข็งแรง ระหว่างอยู่ต่างประเทศก็มีการผ่าตัดบ้าง

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการวิเคราะห์ว่า การกลับมาของนายทักษิณครั้งนี้ เพื่อเป็นตัวประกันทางการเมือง แลกกับการโหวตนายกฯ
อุ๊งอิ๊งบอกว่า เข้าใจว่านายทักษิณ ถูกแยกออกจากการเมืองได้ยาก

แต่การกลับมาของคุณพ่อก็เป็นการกลับมาของประชาชนคนไทยคนนึง ที่มีสิทธิ์กลับมาในประเทศบ้านเกิด ตอนนี้ผ่านไป 17 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์กัน ก็จะพูดเสมอว่าหลาน 7 คน โตแล้ว อยากกลับมาเลี้ยงหลาน โดยยืนยันว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องของการเมืองหรือจะมาเป็นตัวประกัน และคิดเพียงว่ากลับมาแล้วปลอดภัยรอวันกลับมาบ้านเพื่ออยู่กับลูกหลาน



ก่อนหน้านั้น คุณพ่ออยากจะกลับมา วันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันหยุดจึงเปลี่ยนวัน และตนก็ยังช่วยดูปฏิทินว่าวันไหนฤกษ์ดี จนมาได้วันที่ 10 สิงหาคม ตามที่ประกาศไปตอนแรก แต่ปรากฏ ว่าการเดินทางไปตรวจสุขภาพ ไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกัน และพบว่ามีค่าสุขภาพบางตัวที่ผิดปกติ จึงต้อง Follow up

จากนั้นจึงต้องหาฤกษ์ดีวันใหม่ ก็มาได้วันที่ 22 สิงหาคม และทางครอบครัวก็รู้ ก่อนที่จะมีการประกาศวันโหวตนายกฯด้วย เพราะคิดว่าการโหวตนายกรัฐมนตรี จะเป็นวันที่ 18 สิงหาคมด้วยซ้ำ


น.ส.แพทองธาร ยังให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 22 ส.ค.นี้ ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเต็มที่ และมีมติเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งมีความมั่นใจ และอยากตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อให้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล และนำนโยบายของพรรคไปแก้ปัญหาให้ประชาชน หวังว่าจะสำเร็จ และตั้งรัฐบาลให้ประชาชนได้ และหวังว่าจะม้วนเดียวจบ

ทั้งนี้ การท่าอากาศยาน ฯ ได้แจ้งสื่อมวลชน ลงทะเบียนเพื่อเข้าไปทำข่าว การกลับมาของ ทักษิร ภายใน 16.00 น.วันที่ 21 สิงหาคมนี้ 

การท่าอากาศยานฯ แจ้งกำหนดการสื่อลงทะเบียนทำข่าวทักษิณการท่าอากาศยานฯ แจ้งกำหนดการสื่อลงทะเบียนทำข่าวทักษิณ

‘สุชัชวีร์’ ลงพื้นที่ ‘ระยอง’ ช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556479

20 ส.ค. 2566

'สุชัชวีร์' ลงพื้นที่ 'ระยอง' ช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 3

พรรคประชาธิปัตยื ส่ง ‘สุชัชวีร์’ สุวรรณสวัสดิ์ ช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส. ‘ระยอง’ เขต3 ชูนโยบาย คนในพื้นที่เข้าใจปัญหา

สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ เขต 3 จ. ระยอง ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมของพรรค บัญญัติ เจตนจันทร์ หาเสียงแบบค้างคืน การหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เริ่มต้นเช้าตรู่ จากตลาดสิริภิบาล ตลาดต๋อง อ.แกลง จ.ระยอง ตลาดใหญ่แหล่งรวมของคนในพื้นที่

บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.ระยองเขต 3บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.ระยองเขต 3

เอ้ สุชัชวีร์ แวะทักทายคนปากกระแส ที่ตลาดบ้านเก่าริมน้ำประแส บ้านเรือที่อนุรักษ์อาชีพประมง และเป็นเอกลักษณ์ของชาวระยอง และทุ่งโปรงทอง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งคนพื้นที่ และคนต่างถิ่นมากมาย ครั้งนี้ขอคะแนนการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 ก.ย.66 ให้ไปหมอบัญญัติคนพื้นที่

เอ้ สุชัชวีร์ บอกว่า ผู้แทนของประชาชนต้องมีความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง และละเอียดอ่อน เพราะต้องแก้ปัญหาได้ทุกรูปแบบ นักการเมืองที่มากประสบการณ์ 3 สมัย  บัญญัติ เจตนจันทร์ จึงเป็น นักการเมืองคนพื้นที่ มืออาชีพ  เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาอยู่เสมอมา

สุทินมั่นใจ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ยังชื่อ ‘เศรษฐา’ ทวีสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556476

20 ส.ค. 2566

สุทินมั่นใจ 'แคนดิเดตนายกฯ' ยังชื่อ 'เศรษฐา' ทวีสิน

สมาชิกพรรคเพื่อไทย ดาหน้าออกมาการันตี ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ของพรรคยังชื่อ ‘เศรษฐา’ ทวีสิน ทั้งที่มีคดีความกับชูวิทย์

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าวันที่ 22 สิงหาคมนี้ แคนดิเดตนายกฯ ยังชื่อเศรษฐา ทวีสิน เพราะวันนี้สมาชิกรัฐสภาฟังเสียงสังคมอยู่ เพราะผ่านการเลือกตั้งมาเกือบจะ 3 เดือนแล้ว นายเศรษฐาถือว่ามีที่มาตามระบบของกฎหมายทุกประการ

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย

ส่วนประเด็นที่หลายคนวิตก กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง พยายามกล่าวหา เรื่องนี้นายเศรษฐา และทางบริษัทแสนสิริได้แถลงชี้แจงแก่ประชาชนอย่างละเอียดให้เข้าใจแล้ว และพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีคณะทำงานได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบด้านเป็นความพยายามดิสเครดิตกัน

ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สส.พรรคเพื่อไทยยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สส.พรรคเพื่อไทย

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเศรษฐา  ที่พร้อมรับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 ระบุว่า

ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฎิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ดังนั้นยังต้องถือว่า ขณะนี้ นายเศรษฐา เป็น ผู้บริสุทธิ์ อยู่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการอ้างหนังสือเวียนสำนักนายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญเรื่องการเสนอทูลเกล้าฯ บุคคลดำรงตำแหน่งใดๆ หากยังมีเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากมีควาามผิดพลาดเกิดขึ้น

กรณี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน ถูกนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ฟ้องร้องข้อหาฟ้องเท็จเรียกค่าเสียหาย 9 หมื่นบาท  และนายชูวิทย์ มีกำหนดแถลงข่าวความไม่ชอบมาพากลของนายเศรษฐา ที่เกี่ยวข้องกับแสนสิริ ช่วงบ่ายวันที่ 21 สิงหาคมนี้