‘พิธา’ ถาม ‘อนุพงษ์’ เป็น รมต. มีบำนาญ ตัดสิน ‘เบี้ยคนชรา’ คนอื่นถูกหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556061

15 ส.ค. 2566

'พิธา' ถาม 'อนุพงษ์' เป็น รมต. มีบำนาญ ตัดสิน 'เบี้ยคนชรา' คนอื่นถูกหรือไม่

‘พิธา’ เปรียบ ‘เบี้ยคนชรา-งบเรือดำน้ำ’ ควรประหยัดอันไหน เตรียมให้ ‘สส.ก้าวไกล’ ตั้งกระทู้ถาม ทำไมสวัสดิการถ้วนหน้าต้องพิสูจน์ความจน พร้อมถาม ‘อนุพงษ์’ เป็น รมต. มีบำนาญ ตัดสิน ‘เบี้ยคนชรา’ คนอื่นถูกหรือไม่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแก้เกณฑ์รับ “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ว่า เป็นราชกิจจานุเบกษาจากกระทรวงมหาดไทย ส่งลูกให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ เป็นเรื่องใหญ่และต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งมีแต่จะต้องเพิ่มงบประมาณ ไม่ใช่ตัดงบประมาณดูแลผู้สูงอายุ 

นายพิธา กล่าวต่อว่า สิ่งที่เขาต้องการพูดว่ามีผู้สูงอายุ 11 ล้านคน ใช้งบประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ตนอ่านจากบีบีซีไทยว่า การกระทำครั้งนี้ของรัฐบาลรักษาการจะสามารถลดลงประมาณ 5 ล้านคน ประหยัดงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท สามารถลดลงประมาณ 5 ล้านคน ประหยัดงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ตนฟังแล้วก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเรือดำน้ำก็ 3 หมื่นกว่าล้านบาท แล้วความท้าทายในการใช้เรือดำน้ำต่อสู้แทบจะไม่มี แต่ความท้าทายของสังคมสูงวัยที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ เป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มงบประมาณรับมือสังคมสูงวัย เทรนด์โลกเป็นแบบนั้น

ซึ่งน่าเสียดายที่สภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้เปิดและทำงานประชุมเต็มรูปแบบ ยังไม่มีกระทู้ถาม ไม่เช่นนั้นจะให้ สส.ก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันพฤหัสนี้ ว่าแท้จริงแล้วมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไร กระทบกี่คน ทำไมไม่มีงบประมาณ และจะใช้กฎเกณฑ์อะไร จะตกสำรวจหรือไม่ และทำไมสวัสดิการถ้วนหน้าไม่ต้องพิสูจน์ความจนถึงทำไม่ได้ 

“การเอาความรู้สึกของคนเป็นรัฐมนตรีว่ามีบำนาญเท่าไหร่แล้วเอาไปตัดสินแทนพี่น้องประชาชน ชาวระยอง แกลง เขาชะเมา เป็นวิธีกระบวนการคิดที่ถูกต้องหรือไม่ ” นายพิธากล่าว 

‘พิธา’ ตั้งคำถามถึง ‘กกต.’ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นธรรมหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556063

15 ส.ค. 2566

‘พิธา’ ตั้งคำถามถึง ‘กกต.’ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นธรรมหรือไม่

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ‘พิธา’ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึง ‘กกต.’ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่สส. เป็นธรรมหรือไม่ หลังคณะกรรมการไต่สวน กกต.ชงไม่เอาผิด ม.151 ปมคำร้องคดีหุ้นitv

วันที่15 สิงหาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เมื่อวานนี้มีข่าวออกมาว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของ กกต. มีมติว่าจะให้ยกคำร้องผมในคดีอาญามาตรา 151 เรื่องการรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังลงสมัคร จากการถือหุ้นไอทีวี โดยคณะกรรมการสืบสวนมีเหตุผลสำคัญว่า บริษัทไอทีวีไม่มีการดำเนินกิจการอยู่และไม่มีรายได้จากการเป็นสื่อ จึงไม่ถือว่าผมมีความผิด”

“ผมยืนยันอีกครั้งว่า คดีหุ้นไอทีวีของผม เป็นที่น่าสงสัยว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะผมถือหุ้นนี้มาตลอดเวลาที่ทำงานการเมือง เป็น สส. มา 4 ปี แต่เพิ่งจะเกิดการร้องเรียนกันขึ้นในเวลาที่ผมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้าการเสนอชื่อผมต่อสภาไม่กี่วัน รวมถึงมีหลักฐานความผิดปกติมากมายที่บ่งชี้ว่ามีความพยายมปลุกปั้นให้บริษัทไอทีวีซึ่งเลิกกิจการสื่อไปนานกว่า 10 ปี กลับมาเป็น “หุ้นสื่อ” ให้ได้”

นายพิธา ระบุอีกว่า มาวันนี้ ที่มีการเปิดเผยมติของคณะกรรมการไต่สวนออกสู่สาธารณะแล้วว่าผมไม่ผิด ทำให้มีประเด็นคำถามที่ผมขอถามไปยัง กกต. ดังนี้

‘พิธา’ ตั้งคำถามถึง ‘กกต.’ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นธรรมหรือไม่

1. คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าว ซึ่งทำคดีมาตรา 151 (คดีอาญา) มีมติก่อนที่ กกต. จะพิจารณาส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ถึงแม้ว่า กกต จะอ้างว่า การพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เป็นคนละกระบวนการกับการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่รวบรวมพยานหลักฐานและเรียกพยานบุคคลมาสอบข้อเท็จจริง ได้เห็นข้อเท็จจริงว่า ไอทีวีมิได้ประกอบกิจการสื่อและมิได้มีรายได้จากกิจการสื่อมวลชนในขณะที่ผมสมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด แต่กกต. กลับยังยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยละเลยข้อเท็จจริงบางประการที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้หยิบยกมาพิจารณา และละเลยแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวางหลักเรื่องการมีรายได้และที่มาของรายได้เป็นเกณฑ์ว่าบริษัทใดเป็นสื่อหรือไม่

2. การที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนมีมติว่า หุ้นไอทีวีไม่ใช่หุ้นสื่อ นอกจากจะสอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็สอดรับกับความเห็นของประชาชนทั่วไปอีกด้วย ดังนั้น การสั่งให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งๆ ที่ไอทีวี และอินทัช ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ล้วนแต่มีเอกสารงบการเงินยืนยันว่า ไอทีวีหยุดประกอบกิจการ และไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อ ประกอบกับคดีหุ้นสื่อ (นอกจากคดีคุณธนาธร) ของ สส. ปี 2563 ประมาณ 60 คน ศาลก็ไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด แต่ในคดีผม กลับสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ผมจึงขอให้สังคมพิจารณาว่าการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ผม มีความเป็นธรรมหรือไม่

‘ภูมิใจไทย’ รับ ‘เพื่อไทย’ ประสาน ‘โควตารัฐมนตรี’ ลั่นไม่ก้าวก่ายสูตร9:1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556053

15 ส.ค. 2566

‘ภูมิใจไทย’ รับ ‘เพื่อไทย’ ประสาน 'โควตารัฐมนตรี' ลั่นไม่ก้าวก่ายสูตร9:1

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ‘อนุทิน’ ยอมรับ ‘เพื่อไทย’ ประสาน ‘โควตารัฐมนตรี’ คาดอีก 2 วันรู้ผล ชี้ ควรชัดก่อนโหวตนายกฯ ปัดตอบได้กี่ที่นั่ง-กระทรวงไหน บอก พูดก่อนจะเป็นการกดดันซึ่งกันและกัน แต่ควรเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย – ขอไม่ก้าวก่ายสูตร 9:1

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง การพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ถึงโควต้าคณะรัฐมนตรี ก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการพูดคุยกันมาตลอด แต่ในรายละเอียดน่าจะได้คุยกันใน1-2 วันนี้ ยอมรับว่าได้มีการประสานมา และขณะนี้ยังพอมีเวลาอยู่ และพอทราบว่าภูมิใจไทยจะได้กี่ตำแหน่ง แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันเรื่องกระทรวง

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้คุมกระทรวงด้านสังคมนั้น นายอนุทินกล่าวว่า กระแสไหน ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงตรงนั้น เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจอะไร เราทราบดีว่าจะต้องคุยในลักษณะไหน บนบริบทที่มีอยู่ในปัจจุบัน ย้ำว่าต้องเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์

นายอนุทินยังมองว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีก็ควรที่จะชัดเจนก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่าย ทุกพรรค ก็แสดงความเห็นออกมาในแนวทางนั้น ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้วางเป้าหมายว่าจะคุมกระทรวงใดหรือไม่นั้นนายอนุทินระบุว่า เรื่องนี้จะต้องรอไปพูดคุยกันก่อน หากไปพูดไว้ก่อนจะถือเป็นการกดดันซึ่งกันและกัน ในเวลานี้จะกดดันกันเองไม่ได้ ควรจะใช้วิธีการ หารือกันหาข้อตกลงร่วมกัน ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการให้ รัฐมนตรีเดิมคุมกระทรวงเดิมนั้น นายอนุทินระบุว่าขออย่าเพิ่งไปใส่ใจกระเเส คนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับมอบหมายให้ไปหารือด้วย มีเพียง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย คุยกันอยู่แค่ในวงนี้ หากไปฟังคนโน้นคนนี้พูดที ก็ไม่ได้ พูดคุยกันตามช่องทางที่ได้ตกลงกันไว้

นายอนุทินยังระบุอีกว่า ยังไม่ทราบถึง วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่คาดว่าจะเป็นในสัปดาห์ หน้า คงจะต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับหรือไม่รับเรื่องที่ร้องเรียน ซึ่งถือว่ายังอยู่ในขั้นตอน ต้องรอวันพรุ่งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อน

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะได้กี่รัฐมนตรีช่วย กี่ว่าการกระทรวงนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ก็คงต้องไปว่ากัน

ส่วนสูตรการคำนวน 9 ที่นั่ง สส.ต่อ 1 กระทรวง ถ้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้พรรคภูมิใจไทยจะรับได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรอดู ว่ามีกี่พรรคที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตรงนี้เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ภูมิใจไทยรู้แล้วว่าเราอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล และดูว่าทำงานตรงไหนที่จะเกิดประสิทธิภาพกับพี่น้องประชาชน เกิดประโยชน์มากที่สุดเพื่อบ้านเมือง ทำงานได้โดยไร้ปัญหา ซึ่งทุกอย่างมีหลักเกณฑ์ในการคำนวณ จำนวนสส.ฝ่ายรัฐบาลและสส.แต่ละพรรค ทอนไปเรื่อยๆ ต้องหารือเจรจากัน

‘พรรคเพื่อไทย’ เคลียร์จัดสรรรัฐมนตรีพรรคร่วมฯ -ร้องเพลงรอกันไปก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556014

14 ส.ค. 2566

'พรรคเพื่อไทย' เคลียร์จัดสรรรัฐมนตรีพรรคร่วมฯ -ร้องเพลงรอกันไปก่อน

รองหัวหน้า “พรรคเพื่อไทย” ชี้แจงแทน เศรษฐา ทวีสิน กรณีห้ามรัฐมนตรีเดิมจากพรรคร่วม กลับเข้าไปทำงานในกระทรวงเดิม เรื่องนี้ต้องมองในหลายด้าน รวมทั้งความรู้สึกของสังคม ส่วนจัดสรรโควตารัฐมนตรี ขอให้รอจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวในกระบวนการรวบรวมเสียง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ไม่ทราบถึงเรื่องของท่าทีจากพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่แสดงความไม่พอใจ ต่อการตั้งเงื่อนไขจาก พรรคเพื่อไทย กล่าวคือ ห้ามรัฐมนตรีเดิมกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงที่เคยทำหน้าที่   โดยระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่ลดท่าที
ดังกล่าว ก็จะต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็น น.ส. แพทองธาร ชินวัตรว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ยิน ท่าที  ที่มาจากบรรดาหัวหน้าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 


ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมีความเห็นมาจากนายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย   ระบุจะไม่ให้พรรคการเมือง ที่จะมาร่วมกับพรรคเพื่อไทยทำงานกระทรวงเดิม แต่เป็นคำถามจากสื่อมวลชนที่ถามนายเศรษฐาว่า ตามหลักการไม่ควรให้ดำรงตำแหน่งกระทรวงเดิมหรือไม่ ซึ่งนายเศรษฐา ยอมรับเพียงหลักการว่า เห็นชอบ แต่ในมุมของตน  ต้องดูด้วยว่า การเชิญพรรคต่าง ๆ มาร่วมรัฐบาลนั้น ต้องให้เกียรติ และดูความเหมาะสมตามนโยบาย และคุณสมบัติของผู้ที่จะมารับตำแหน่งว่า เป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่ ซึ่งจะต้องหารือกัน เพราะหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ต้องประสานงาน และตั้งรัฐบาลให้ได้ 

“กรณีที่บางพรรคการเมือง ต้องการให้มีการแบ่งสรรกระทรวง ก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตร   เรื่องนี่เมื่อพรรคเพื่อไทย รวมเสียงมาได้แล้ว เชื่อว่า จะไม่มีปัญหา และรอถึงเวลาที่เหมาะสม พรรคฯ ก็จะดำเนินการให้ชัดเจน แต่จะต้องแน่ชัดก่อนว่า จะมีผู้พร้อมร่วมรัฐบาลเท่าไร และจะแบ่งสรรอย่างไร แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทย รวบรวมได้แล้ว 238 เสียง ซึ่งหากพรรคพลังประชารัฐ จะลงมติให้  โดยไม่มีเงื่อนไขก็จะรวมเป็น 278 เสียง โดยตั้งใจว่า เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานได้ในเดือนกันยายน การแบ่งสรรกระทรวงต่าง ๆ จะเสร็จสิ้น” 


นายภูมิธรรม กล่าวว่า  แนวทางของ พรรคก้าวไกล  ที่ต้องการกลับไปเป็น 312 เสียงของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิม  เป็นไปไม่ได้   ซึ่งอาจจะขัดใจประชาชนบ้าง แต่พรรคการเมืองที่จะมาร่วมรัฐบาล ก็มาจากประชาชนเหมือนกัน หากพรรคก้าวไกลจะลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีให้ พรรคเพื่อไทยก็ขอบคุณ หรือหากไม่ลงมติให้ ก็ไม่ว่ากัน และพร้อมทำงานทางการเมืองร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ แต่จะไม่สนับสนุนเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบัน

 ‘ก้าวไกล’ เปิดวงถกพรุ่งนี้ปม โหวตนายกรัฐมนตรี ‘เพื่อไทย’  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555998

14 ส.ค. 2566

 'ก้าวไกล' เปิดวงถกพรุ่งนี้ปม โหวตนายกรัฐมนตรี  'เพื่อไทย'  

ประชุมสส.พรรคก้าวไกล วันพรุ่งนี้ เลขาธิการพรรค ระบุ จะมีการหารือในประเด็นการสำรวจความเห็นประชาชน ต่อการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” จากพรรคเพื่อไทย คาดจะได้ข้อสรุปอย่างเบ็ดเสร็จ เพือเป็นท่าทีของพรรคต่อประเด็นดังกล่าว มองพรรคแกนนำรัฐบาลเหนื่อยกับการต่อรองโควตารัฐมนตรี

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้  ( อังคารที่ 15  )  พรรค ก้าวไกล จะประชุมสส.พรรค  โดยมีประเด็นหารือ การถามความเห็นจากประชาชนต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่สส.พรรค ออกไปทำการสำรวจความเห็นของประชาชน และคาดว่าผลการหารือที่ออกมา จะทำให้ได้ข้อสรุปว่าด้วยท่าทีของพรรคก้าวไกล  ต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี  ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด  ตอนนี้พรรคก้าวไกลอยู่ในขั้นตอนเตรียมตัวทำงานไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน  โดยใช้ช่วงเวลานี้ในการเตรียมงานภายในพรรค    อาทิ การพัฒนาศักยภาพความพร้อมในการทำงานของสส.ใหม่


เขา  กล่าวว่า  เท่าที่ติดตามสถานการณ์ในขณะนี้  ต่อการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย 
โดยมีการพูดถึง  การขอให้จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี  ที่มาจากความต้องการของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  เห็นว่าการจัดแบ่งตำแหน่งคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องปกติ ในการจัดตั้งรัฐบาล ในทางปฏิบัติ ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องทำควบคู่กันไป ก็มองด้วยความเป็นห่วงว่าการจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์แบบนี้   ท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะถูกเข้ามากำกับควบคุมโดยขั้วอำนาจเดิม  ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะปฏิเสธด้วยยาก

‘อดิศร’ ร่ายกลอนแซะ ‘ก้าวไกล’ ไร้เพื่อนตั้งรัฐบาล แต่มาแดกดัน ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555990

14 ส.ค. 2566

‘อดิศร’ ร่ายกลอนแซะ ‘ก้าวไกล’ ไร้เพื่อนตั้งรัฐบาล แต่มาแดกดัน ‘เพื่อไทย’

‘หมอแคนอดิศร’ ร่ายกลอนเหน็บ ‘ก้าวไกล’ ไม่มีเพื่อนคบตั้งรัฐบาล แต่ตะบี้ตะบันสรรหาคำมาแดกดัน ‘เพื่อไทย’ จนไกลเกิน

วันที่ 14 ส.ค. นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ทวีตพร้อมคลิปบทกลอนที่ตัวเองแต่งขึ้นมาตามสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ระบุว่า

ก้าวไกล จัดรัฐบาล ไม่ได้
เพื่อไทย รับไม้ จัดต่อ
มีทั้ง สรรเสริญ เยินยอ
มีทั้ง ด่าทอ สาระพัน
ก้าวไกล จัดไป ไม่มีเพื่อน
เหลียวหลัง แลเลือน เย้ยหยัน
ตัวเองจัด ไม่สำเร็จ (แต่)ตะบี้ตะบัน
สรรหาคำ มาแดกดัน จนไกลเกิน….

พูดไปตามเนื้อผ้า
สรรหาแต่ความจริง ครับ

ดร.อดิศร เพียงเกษ 13/8/66

‘พิธา’ เตรียมบาซูก้าทำสิ่งนี้ในศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555976

14 ส.ค. 2566

'พิธา' เตรียมบาซูก้าทำสิ่งนี้ในศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง

เสียงแหบไม่หวั่น “พิธา” ปราศรัยเปิดตัว “โย พงศธร” สู้เลือกตั้งซ่อมระยอง คราวที่แล้วออมแรงให้ รอบนี้จัดเต็มคาราเบล เอาบาซูก้ายิงมัน มั่นใจ “ก้าวไกล” เป็นฝ่ายค้านของประชาชนที่จะชนะรัฐบาลแห่งชาติ ขอชาวระยองออกมาเลือกตั้ง อย่ายอมให้ประเทศนี้เป็นเผด็จการ

ก่อนการ “เลือกตั้งซ่อมระยอง” ช่วงเย็นวันที่ 13 ส.ค. 2566 ที่ตลาดคลองถม อ.แกลง จ.ระยอง “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรค ทั้งนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคฯ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ, นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. และ สส.ระยองทุกเขต

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมเปิดตัว ผู้สมัคร สส.เขต 3 ระยองนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมเปิดตัว ผู้สมัคร สส.เขต 3 ระยอง

ร่วมเปิดตัว “นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์” หรือ “โย” ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยอง โดยใช้ชื่อแคมเปญการเปิดตัวว่า “ภารกิจรักษาฐานที่มั่นของประชาชน”

ทันทีที่ “นายพิธา” ขึ้นเวที มีประชาชนส่งเสียงเรียกว่า “นายก” ซึ่ง “นายพิธา” ได้เดินเข้าไปสวมกอด สส.และว่าที่ผู้สมัคร สส.ทุกคนและปราศรัย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมเปิดตัว ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมเปิดตัว ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566

“นายพิธา” กล่าวช่วงหนึ่งว่า เลือกตั้งครั้งที่แล้ว กว่า 180,000 กว่าคะแนนของพี่น้องชาวระยอง ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ได้มาทั้ง 5 คน 5 เขต และทั้ง 5 สส.ที่ประชาชนเลือก ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาเลือกนายกรัฐมนตรี ขานชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกรัฐมนตรีให้ด้วย สส.ทั้งหมดนี้เลือก “นายพิธา” เป็นนายก ตามเจตจำนงของชาวระยองทั้งหมด 

“เมื่อวานได้ส่งเลขาธิการขงเบ้ง มาขี่จักรยานหาเสียง พี่น้องชาวเขาชะเมา ชาวแกลง บอกส่งกำลังใจให้พิธา บอกเลยว่าพี่น้องประชาชนคือ แรงดลใจของผู้ชายคนนี้ คราวที่แล้วก็อุตส่าห์ออมมือให้ คราวนี้จัดเต็มคาราเบลแน่นอน คราวที่แล้วไปมาทุกจังหวัดคราวนี้เดี๋ยวเจอกัน คราวที่แล้วมาเป็นกระสุน คราวนี้เอาบาซูก้ายิงมันเลย” “นายพิธา” ระบุ

พรรคก้าวไกลลงพื้นที่หาเสียงเขต 3 ระยอง ในการเลือกตั้งซ่อมพรรคก้าวไกลลงพื้นที่หาเสียงเขต 3 ระยอง ในการเลือกตั้งซ่อม

“นายพิธา” กล่าวอีกว่า ประชาชนคิดถึงเหลือเกินบรรยากาศแห่งความหวัง 14 พฤษภา อำนาจอยู่ที่ประชาชน ก่อนหน้านั้นก็ลงมาหาประชาชน ปราศรัยกัน ดีเบตกัน ไปกันทุกเวที แล้วพออำนาจอยู่กับประชาชนได้วันเดียว พอประชาชนให้อำนาจพวกเขา พวกเขาก็ไม่เห็นหัวประชาชน แล้วอย่างนี้จะมาเลือกตั้งกันทำไม อยากได้ใครก็ชี้เอาเลย

“พี่น้องห้ามเบื่อการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด จะเหลือกี่ครั้งก็ต้องออกมาเยอะๆ คราวที่แล้ว ที่นี่ออกมา 77% จำนวน 77,000 คน ให้มา 30,000 กว่าคะแนน สัญญากับพิธาได้หรือไม่ว่าคราวนี้ออกมา 80-100% ออกมาเลือกตั้งกันให้เยอะๆ เพราะตอนนี้ทั่วประเทศกว่า 500 เขตเขาบอกมาอิจฉาคนระยองที่อยากเลือกตั้งซ่อมกันทั้งประเทศแล้วเนี่ย” “นายพิธา” วอนคนระยองออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

บรรยากาศชาวบ้านเขาชะเมา จ.ระยอง ฟังปราศรัยจากพรรคก้าวไกล ในศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง บรรยากาศชาวบ้านเขาชะเมา จ.ระยอง ฟังปราศรัยจากพรรคก้าวไกล ในศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง

“นายพิธา” ย้ำว่า อย่ายอมให้ประเทศนี้เป็นเผด็จการที่อนุญาตให้มีการเลือกตั้งชั่วครั้งชั่วคราว เราต้องยึดฐานที่มั่นของเราให้มั่น มาเลือกตั้งกัน ทุกการเลือกตั้งซ่อมเจอพิธาแน่นอน ต่อไปนี้มีเลือกตั้ง อบต. อบจ. เจอก้าวไกลแน่นอน เราต้องแย่งอำนาจของเรากลับ เมื่อเขาต้องการทำให้การเลือกตั้งไม่มีความหมาย ยิ่งต้องทำให้มีความหมายใช่หรือไม่

ประชาชนอาจจะถามอีก ว่า แล้วเลือก “พรรคก้าวไกล” ตกลงจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาล ถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายค้านของประชาชน มีประโยชน์มากกว่ารัฐบาลแห่งชาติที่เขาจัดตั้งอยู่อีก แล้วอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านด้วย ถ้าเป็นฝ่ายค้านอย่างที่เขาพยายามที่มีประชาชนอยู่ด้วย ฝ่ายค้านแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าฝ่ายรัฐบาลแห่งชาติที่ไม่เห็นหัวพวกคุณ เพราะฉะนั้น คราวนี้ส่งระดับปรมาจารย์ ส่งระดับปูชนียบุคคล

“นายพิธา” บอกต่ออีกว่า “นายพงศธร” ชัดและพร้อมที่จะเป็นผู้แทน “10 ก.ย.นี้ กา “โย พงศธร” ให้เขาเป็นตัวแทนที่พวกคุณภาคภูมิใจ ให้เขาไปทำงานที่พวกคุณถวิลหา ให้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่

รถหาเสียง สส.พรรคก้าวไกล สู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง ในวันที่ 10 ก.ย. 2566 รถหาเสียง สส.พรรคก้าวไกล สู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง ในวันที่ 10 ก.ย. 2566

“ต้องไปเลือกตั้งเพื่อทำการเมืองใหม่ อุตส่าห์ออกไปเลือกตั้งกัน แยกขั้วกันไปแล้ว ดันมาเทรวมกันซะงั้น ไม่มีแล้วขั้วแบบเดิม มีแต่ขั้วอนาคตกับขั้วอดีต” “นายพิธา” กล่าว 

ขณะเดียวกันก็รู้ว่า ยังมีคนที่ไม่ได้เลือกพรรคก้าวไกลคราวที่แล้ว อยากจะบอกว่า หลังจากที่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนทุกฝ่าย มีโอกาสได้คุยกับผู้สูงอายุที่อาจจะกังวล ได้คุยกับฝั่งตรงข้าม ได้คุยกับฝั่งอนุรักษ์นิยม เขาอาจจะไม่เข้าใจในตัวพิธา และอาจจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่มันเร็วไป ขอยืนยันต่อหน้าพี่น้องชาวระยองว่า พิธาคนนี้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ดีขึ้นเพราะพวกเขา พร้อมที่จะรับฟัง พร้อมที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรียงลำดับความสำคัญ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ต้องกังวล 

เพราะฉะนั้น เลือกตั้งครั้งนี้ และเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่ากลัวอนาคต เพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ถ้านายพิธาเป็นผู้นำจะอยู่ด้วยเสมอ

“ไม่รู้ว่าเป็นของใครมาไม่รู้ว่าไปฟังสำนักข่าวไหนมา ไม่เป็นความจริง พวกเราใส่ใจคนรุ่นใหญ่ผมคือ สะพานของประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศ เป็นสะพานระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ ขอให้พวกเราสลัดความกลัว ความกังวลออกไปให้มาอยู่ข้างอนาคตที่จะมีทั้งคุณและลูกหลานของคุณอยู่ กาก้าวไกลให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” “นายพิธา” กล่าวทิ้งท้าย

บรรยากาศหลังจบการปราศัย “นายพิธา” ได้ถ่ายรูปกับประชาชน โดยประชาชนตะโกนเชียร์ว่า “นายกพิธา” จนกระทั้งลงจากเวที

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยบนเวทีที่ตลาดคลองถม อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยบนเวทีที่ตลาดคลองถม อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566

การปราศรัยของ “นายพิธา” ในวันนี้มีเสียงแหบขึ้นจนต้องขอดื่มน้ำเป็นระยะๆ 

ล่าชื่อ 5 หมื่นคน หวังครม. ‘ตั้งส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555971

13 ส.ค. 2566

ล่าชื่อ 5 หมื่นคน หวังครม. ‘ตั้งส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชน

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ล่ารายชื่อ 5 หมื่นคน หวัง ครม.อนุมัติ ทำประชามติ ‘ตั้ง ส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยประชาชน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566 ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่ามีกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ และภาคีเครือข่ายเปิดแคมเปญ “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” เชิญชวนประชาชนเข้าชื่อเสนอทำประชามติต่อคณะรัฐมนตรีใหม่ เพื่อเป็นขั้นแรกไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน สลัดทิ้งมรดกคณะรัฐประหารในคราบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นต้นตอปัญหาทางการเมืองไทยในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตามกลไก พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ 2564 ต้องการอย่างน้อย 50,000 ชื่อเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติทำประชามติ โดยใช้คำถามที่ประชาชนกำหนดเอง และคำถามที่เราเสนอคือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

นายนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เปิดเผยว่า ในคำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยระบุว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระแรก จะเร่งให้ทำประชามติเพื่อขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจึงเห็นตรงกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระสำคัญ โดยผ่าน 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.การทำประชามติครั้งแรก ตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 กำหนดไว้ 3 วิธี ผ่านมติสภา ผ่านมติ ครม. และประชาชนเข้าชื่อเสนอ ครม.

2.สภาฯ ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 โดยกำหนดให้มี สสร.เข้าไป

3.การประชามติ ครั้งที่ 2 ตามมาตรา 256

4.หลังรับรองประชามติผ่านแล้ว ต้องเลือกตั้ง สสร. ซึ่งอาจจะต้องออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สสร. และคาดว่า สสร.จะใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญ 6-9 เดือน

5.ประชามติครั้งที่ 3 รับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ขณะที่ นายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล ไอลอว์ iLaw ระบุว่า ก้าวแรกที่สำคัญคือคำถามในประชามติ เรามีบทเรียนจากการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ซึ่งมีความซับซ้อน มีคำถามพ่วง ให้อำนาจ สว.เลือกนายกฯ กลายเป็นทางตันของไทยในขณะนี้ สำหรับคำถามที่เราเสนอให้ทำประชามติครั้งนี้คือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” ซึ่งเจาะจงไปที่กลไกของรัฐสภา ในส่วนของเนื้อหาจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยไม่มีเงื่อนไข และ สสร.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง

CR: “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” คำถามประชามติโดยประชาชน กระดุมเม็ดแรกสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555969

13 ส.ค. 2566

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

พิธา นำทีมฝ่าฝน หาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่เขาชะเมา ระยอง ชูฝ่ายค้านของประชาชนขอคะแนนเลือกว่าที่ผู้สมัครเข้าสภา

อีกหนึ่งพื้นที่ของการต่อสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม แม่ทัพใหญ่ก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำทีมช่วยหาเสียง  พงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือ ‘โย’ ว่าที่ผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งซ่อม จ.ระยอง เขต 3 ที่วัดน้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่ก้าวไกลเคยชนะในศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14พ.ค.ที่ผ่านมา หลังนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ก้าวไกล ลาออก 

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

แม้สภาพอากาศในพื้นที่จะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ยังมีประชาชนรอฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก โดยการเลือกตั้งซ่อมจะจัดขึ้นในวันที่ 10 ก.ย.ที่จะถึงนี้ 

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

นายพงศธร ว่าที่ผู้สมัคร ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะต่อตนหรือพรรคก้าวไกล แต่สำคัญต่อพวกเราทุกคน ตนเชื่อว่าทุกคนรู้สึกอึดอัดขับข้องใจกับสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเราอึดอัดที่การจัดตั้งรัฐบาลไม่เห็นหัวเราเลย เห็นเสียงประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลประโยชน์และอำนาจของคนบางกลุ่ม การเลือกตั้งซ่อม 10 กันยายนนี้ จะเป็นการส่งเสียงดังๆ ว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดตัวจริง

“ตนผูกพันกับเขาชะเมาตั้งแต่กว่า 20 ปีก่อน ได้ลงพื้นที่เห็นการต่อสู้ของประชาชนในการคัดค้านโรงโม่หินที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เห็นว่าประเทศนี้บิดเบี้ยว จึงผลักดันให้ตนทำงานการเมืองตั้งแต่เป็นนักศึกษา

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย จนถึงได้ร่วมก่อร่างสร้างพรรคอนาคตใหม่ในภาคตะวันออกและ จ.ระยอง อยู่เบื้องหลังในการสร้างเครือข่าย หาผู้สมัคร ทราบปัญหาของประชาชนในทุกพื้นที่ จึงมีความพร้อมที่จะก้าวออกมาเพื่อทำหน้าที่อย่างไร้รอยต่อ เริ่มงานได้ทันที

มีสื่อมวลชนถามว่ากลัวหรือไม่ เลือกตั้งครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนอาจไปเลือกคนอื่น ผมตอบไปชัดเจนว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่นี่ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ดังนั้น 10 กันยายนฝากช่วยกันยืนยันเจตจำนงของประชาชน” พงศธรกล่าว

จากนั้นนายพิธา ขึ้นปราศรัยว่า คิดถึงบรรยากาศช่วงก่อนเลือกตั้ง เป็นบรรยากาศแห่งความหวังที่พวกเราเคยมีร่วมกัน ก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมเราหาเสียงกับพี่น้องชาวระยองว่า ‘มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง’ สามเดือนผ่านไปยังเหมือนเดิม

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

ก่อนเลือกตั้งพรรคการเมืองอื่นก็พูดเหมือนกัน แต่พอพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจ ตอนนี้กลับบอกว่าจะเก็บลุงไว้ทั้งสองคน พี่น้องประชาชนจะยอมหรือไม่ ดังนั้น ชาวระยองห้ามหมดหวังเด็ดขาด ทุกการเลือกตั้งมีความหมายมาก ต้องไปเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

“พี่น้องไม่ต้องกังวลว่าเลือกพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลแห่งชาติอะไรนั่นที่เขาพยายามจัดตั้งกันอยู่ จะสู้ฝ่ายค้านของประชาชนได้อย่างไร มีประชาชนอยู่เคียงข้าง ทำงานได้มากกว่าแน่นอน วันที่ 10 กันยายน พาโย พงศธร เข้าสภาฯ เอาให้ถล่มทลายกันไปเลย” หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว

‘หมออ๋อง ปดิพัทธ์’ โพสต์สั้นๆ แต่ทำคนแห่คอมเมนต์สนั่นยาวๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555967

13 ส.ค. 2566

'หมออ๋อง ปดิพัทธ์' โพสต์สั้นๆ แต่ทำคนแห่คอมเมนต์สนั่นยาวๆ

“หมออ๋อง ปดิพัทธ์” รองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ทวิตสั้นๆ ว่า “ผมไม่ลาออกง่ายๆ หรอกครับ จบนะ” คนแห่รัวหัวใจ และคอมเมนต์สนั่นยาวๆ

“นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา” หรือ “หมออ๋อง” สส.พิษณุโลก ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ หลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสวิพากวิจารณ์ และพูดถึงว่า ตามรัฐธรรมนูญหากพรรคก้าวไกลจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านจะต้องไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ประธาน และรองประธานสภา โดยระบุข้อความสั้นๆ ว่า “ผมไม่ลาออกง่ายๆหรอกครับ จบนะ”

ข้อความจากทวิตเตอร์ของ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ "หมออ๋อง" เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566ข้อความจากทวิตเตอร์ของ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ “หมออ๋อง” เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566

หลังจากโพสต์ของ “หมออ๋อง” ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีสมาชิกทวิตเตอร์เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก บางคนแสดงความเห็นว่า เป็นโพสต์ที่ถูกใจที่สุดตั้งแต่ติดตามมา 7 ปี และส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจอย่าลาออก 

ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์

ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์ ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์