‘เพื่อไทรวมพลัง’ ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8 พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554582

26 ก.ค. 2566

'เพื่อไทรวมพลัง'  ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8  พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

หัวหน้าพรรค “เพื่อไทรวมพลัง ” วสวรรธน์ พวงพรศรี ย้ำ 312 เสียง ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล คือ สมการที่ดีสุด ต่อการเดินหน้าจัตั้งรัฐบาลปรัชาธิปไตย ที่มาจากปีะชาชน วอนอย่าผลัก ” ก้าวไกล ” ออกไปจากความร่วมมือ เพราะนี่คือพรรคที่มีเสียงหนุนจากประชาชน 14 ล้าน เสียง

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง  1 ใน 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล   โดยมีสส. ได้รับเลือกเข้ามา 2 ที่นั่ง  เปิดเผยว่า   ตัวเลขสส.รวม  312 เสียงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล คือทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย ดังนั้นต้องจับมือกันอย่างเหนียวแน่น  เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาให้ประชาชน   ในนามของพรรคเพื่อไทรวมพลัง  จะไม่ทิ้งพรรค “ก้าวไกล ” และ 8 พรรคร่วม  และไม่อยากให้มีการพูดว่าผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน การกระทำเช่นนั้นก็เหมือนผลักประชาชนไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะก้าวไกลคือ พรรคที่ประชาชนเลือกมา 14 ล้านเสียง


สถานการณ์ในขณะนี้เห็นว่าทั้ง 8  พรรคร่วม จัดตั้งรัฐบาล  ต้องมาระดมสมองว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร 
ต้องทำยุทธศาสตร์ในการหาคะแนนเสียงเพิ่ม จะเป็นเสียงจาก สว.  หรือ สส. ก็ดี   นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน  “ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเดินเกมเร็ว  เข้าใจว่ามีข้อจำกัดทางเวลา ก็ให้กำลังใจทางพรรคเพื่อไทย  ทั้ง 8 พรรค ไม่ควรจะเลือกข้างกันเชียร์ เพราะจะเป็นจุดอ่อนและมีการฉวยโอกาสจากฝั่งตรงข้ามเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย  ช่วงนี้ผมเดินสายเข้าเจรจากับ สว.  โดยหลายคนรับปากว่า จะช่วยโหวตแคนดิเดนนายกรัฐมนตรีจากฝั่ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในครั้งถัดไป  ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลตอบรับที่ดีที่มีมาถึง 8  พรรค ”   วสวรรธน์ กล่าว

'เพื่อไทรวมพลัง'  ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8  พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง  1 ใน 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ย้อนนาที ประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ก้ม กราบแผ่นดินไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554576

26 ก.ค. 2566

ย้อนนาที ประวัติศาสตร์ 'ทักษิณ ชินวัตร' ก้ม กราบแผ่นดินไทย

15 ปี ที่ลี้ภัย ย้อนภาพนาทีประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ก้มกราบแผ่นดินไทย 10 ส.ค. 2566 ภาพนั้น จะฉายซ้ำหรือไม่

การประกาศกลับประเทศไทย ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ในวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่สนามบินดอนเมือง ทำให้ภาพความทรงจำ ที่นับเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถูกย้อนกลับมา เมื่อครั้งที่ “ทักษิณ” ก้มกราบพื้น สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อได้กลับบ้านครั้งแรก และเป็นครั้งเดียว หลังเหตุรัฐประหาร 2549

“หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ” เป็นประโยคที่ “ทักษิณ” เคยแถลงไว้ คมชัดลึก ย้อนรอยเหตุการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องลี้ภัยไปต่างแดน นานหลายสิบปี ภาพประวัติศาสตร์ ก้มกราบแผ่นดินไทย กำลังจะถูก replay กลับมาอีกครั้งหรือไม่

    ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะ ทำการรัฐประหารระหว่างที่เขา เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 61 ที่สหรัฐฯ

การทำรัฐประหาร ทำให้ “ทักษิณ ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่ง และคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) คณะรัฐประหาร ซึ่งแปรสภาพมาจาก คปค. เป็นผู้แต่งตั้ง ทำการอายัดทรัพย์ของทักษิณ และครอบครัวในประเทศไทย รวม 76,000 ล้านบาท โดยอ้างว่า เขาร่ำรวยผิดปกติขณะอยู่ในตำแหน่ง ก่อนถูกถอดยศ “พ.ต.ท.” ในปี 2558

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เขาต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศนานกว่า 1 ปี และได้เดินทางกลับประเทศไทยครั้งแรก วันที่ 28 ก.พ. 2551 ซึ่งภาพที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก้มกราบแผ่นดินไทยในครานั้น กลายเป็นภาพหน้า 1 ของสื่อทุกสำนัก และถูกจารึกเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย

    ภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดินภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

โดยวันนั้น “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางด้วยเครื่องบิน TG 603 จากฮ่องกง มายังสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 09.45 น. เมื่อมาถึง เจ้าตัวได้เข้าสวมกอดครอบครัว และทักทายบุคคลที่มารอต้อนรับ ก่อนคุกเข่า และก้มกราบพื้น 1 ครั้ง ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ พร้อมหยุดนิ่งท่าเดิม ก่อนเงยหน้าขึ้นมา ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

แต่เวลาแห่งความสุข ผ่านไปเพียง 5 เดือน 3 วัน “ทักษิณ ชินวัตร” ขออนุญาตศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 31 ก.ค. 2551 อ้างว่า ต้องการไปชมมหกรรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งครั้งนั้น เขาให้คำมั่นสัญญาว่า จะกลับเข้าประเทศในวันที่ 11 ส.ค. 2551 แต่นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้กลับเข้าประเทศไทยอีกเลย และในวันที่ 14 พ.ย. 2551 ทักษิณ ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่สถานกงสุลใหญ่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังจากสมรส 32 ปี

  ภาพข่าวทักษิณ ชินวัตรภาพข่าวทักษิณ ชินวัตร

หากนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2551 จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 15 ปีแล้ว ที่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก โดยเขาส่งแถลงการณ์จากประเทศอังกฤษ อ้างเหตุผลที่ไม่กลับประเทศไทย เพียงเพราะหวังว่าจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และได้รับความเป็นธรรม

ย้อนคดีลี้ภัยต่างแดน

คดีซุกหุ้น ปี 2544

  • คดีนี้ ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิด ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยด้วยเสียง 8 ต่อ 7 ว่า ทักษิณ ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องดังกล่าว

คดีขายหุ้นกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปี 2549

  • วันที่ 23 ม.ค. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ของ “ทักษิณ” ครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ ขายหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) ซึ่งทักษิณชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับมีบุคคลบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เนื่องจากเห็นว่า การแก้ไขกฎหมายที่ว่าด้วยการขายหุ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกรณีดังกล่าว รวมทั้งการไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น
  • ในปี 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ให้จำคุก 5 ปี ฐานแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตน

คดีที่ดินรัชดาฯ

  • เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2551 ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาลคดีการเมืองในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานประพฤติมิชอบ ในการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท และตั้งสินบนนำจับทันที โดยคดีของ ทักษิณ มีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2566 ส่วนคดีของคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2561

คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร

  • คดีหมายเลขแดงที่ อม. 55/2558 ศาลออกหมายจับในวันที่ 26 ส.ค. 2558

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 10 ส.ค. 2566 จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา ก้าวแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร เหยียบผืนแผ่นดินไทย ภาพประวัติศาสตร์ กราบแผ่นดิน เมื่อปี 2551 จะย้อนกลับมาอีกครั้งหรือไม่

‘อธิบดีราชทัณฑ์’ เปิดขั้นตอนรับตัว ‘ทักษิณ’ กลับไทย ชี้เข้าเกณฑ์สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554569

26 ก.ค. 2566

'อธิบดีราชทัณฑ์' เปิดขั้นตอนรับตัว 'ทักษิณ' กลับไทย ชี้เข้าเกณฑ์สูงอายุ

‘อธิบดีราชทัณฑ์’ เปิดขั้นตอนรับตัว ‘ทักษิณ’ กลับไทย 10 ส.ค. ทำตามขั้นตอนปกติ นำตัวส่งเข้าเรือนจำฯ กักตัว ชี้ “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์เป็นผู้ต้องขังสูงอายุ

หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ทักษิณ ชินวัตร”  อดีตนายกรัฐมนตรี  จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยรายละเอียดข้อความคือ “เนื่องในวันเกิดว่า 26 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของลูกเสมอ แต่ปีนี้ลูกยังไม่อยากเชื่อตัวเอง ในสิ่งที่ลูกกำลังจะพิมพ์ พ่อจะกลับมาแล้ว วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามบินดอนเมือง” 

หลังข่าวจะเดินทางกลับไทยของนายทักษิณ ชินวัตร เผยแพร่ออกมา ทำให้ในโลกออนไลน์ มีผู้เข้ามาแสดงความเห็น และแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปอย่างมากมาย

น.ส.แพธารทอง อุ๊งอิ๊ง โพสต์ พ่อจะกลับไทยวันที่ 10  ส.ค. นี้ น.ส.แพธารทอง อุ๊งอิ๊ง โพสต์ พ่อจะกลับไทยวันที่ 10 ส.ค. นี้

ล่าสุด นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของกรมราชทัณฑ์ ในกรณีการรับตัวนายทักษิณ ภายหลังเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ว่าเบื้องต้นคาดว่าเมื่อนายทักษิณเดินทางกลับเข้าประเทศไทยโดยลงที่สนามบินดอนเมือง ขั้นตอนแรกจะเป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะรับตัวและทำบันทึกการจับกุมต่างๆตามขั้นตอน

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะต้องว่าไปตามหมายศาล โดยรอดูว่าจะมีคำสั่งหรือหมายศาลคดีใดแจ้งมายังกรมราชทัณฑ์เพื่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้เดินทางไปยังเขตพื้นที่ของศาลนั้นๆ จากนั้นเมื่อนายทักษิณเข้าสู่ขั้นตอนของศาลเสร็จสิ้น หากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับหมายศาลใดๆ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดขั้นตอนรับทักษิณ กลับไทย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดขั้นตอนรับทักษิณ กลับไทย

สำหรับกระบวนการจำแนกคัดกรองผู้ต้องขัง ถึงแม้นายทักษิณ จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ราชทัณฑ์ก็ดำเนินการตามขั้นตอนทั่วไป เป็นไปตามระเบียบการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง โดยจะมีการตรวจสอบประวัติ ทำทะเบียนประวัติ

อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ หากเจ้าตัวมีโรคประจำตัวที่จะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง ทางราชทัณฑ์จะมีแพทย์ประจำเรือนจำฯ ที่จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการจำแนกผู้ต้องขัง โดยจะนำตัวไปยังห้องกักโรคของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทำการกักโรคเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประมาณ 10 วัน

ถัดไปจึงเข้าสู่กระบวนการรักษาโรค ย้ายไปยังหอผู้ป่วย คล้ายกรณีของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ส่วนกรอบระยะเวลาของการรักษาโรคไม่ได้มีกำหนดไว้ จะเป็นในส่วนของแพทย์ประจำเรือนจำที่จะเป็นผู้ประเมินอาการของผู้ต้องขัง และให้ความเห็นเรื่องการรักษาว่าในระหว่างกระบวนการดังกล่าว เจ้าตัวควรแก่การเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาแล้วหรือไม่ อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ เมิน ทักษิณ กลับไทย – ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554573

26 ก.ค. 2566

พล.อ.ประยุทธ์  เมิน ทักษิณ กลับไทย - ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับต่อข่าวการเดินทางกลับไทยยของ อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ตั้งข้อสงสัยกลับจริงหรือ เห็นพูดอยู่หลายครั้ง ย้ำถ้ามาจริงก็ต้องเข้าสู่กระบวนกฏหมาย ด้าน ยิ่งลักษณ์ ใช้พื้นที่สื่ออวยพรวันเกิดพี่ชาย

พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​   เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวที่มีการระบุ นายทักษิณ ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี​  ซึ่งมีการระบุว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. นี้​   ข้อมูลที่เป็นทางการในขณะนี้  ยังไม่ได้รับรายงาน ​ ​”ก็รอดูสิกลับหรือเปล่า ก็ออกมาหลายครั้งแล้วล่ะ”  หากนายทักษิณ ชินวัตร มาไทย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีกระบวนการอยู่แล้ว  ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย มาเมื่อไหร่ก็มีกระบวนการดำเนินการอยู่แล้ว


“เรื่องการมาไทยของนายทักษิณ  ​  ตำรวจเขาทำหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ใครจะไปจะมา ไม่ใช่เฉพาะรายหนึ่งรายใด ก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีการเดียวกันนี่แหละ  ส่วนการเดินทางไทยในช่วงที่มีการจัดตั้งรัฐบาล​
ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้  มองเพียงว่าเมื่อมาถึงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย”  พล.อ.ประยุทธ์  ระบุ 

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์  โพสต์ข้อความอวยพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด นายทักษิณ ชินวัตร   ระบุว่า 

.


วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 74ปี และเป็นปีที่พิเศษของพี่ น้องขอให้พี่มีแต่ความสุข สมหวัง ประสบความโชคดีตามที่พี่ปรารถนา  น้องหวังว่าพี่จะมีความสุขในชีวิต และประสบความสำเร็จ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองให้พี่มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวตามที่พี่รอคอยมานาน และอยู่กับลูกหลานที่พี่คิดถึง  

.

เวลาที่พวกเราเฝ้ารอคอยมาถึงแล้วค่ะ น้องรักพี่และขอบอกว่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่ดูแลน้อง ตั้งแต่น้องจากประเทศไทยมา ถ้าน้องไม่มีพี่ น้องคงไม่สามารถที่จะยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งแบบนี้ พี่ยังคงเป็นพี่ชายสุดที่รัก เป็นพี่ที่น้องเคารพ และเป็นบุคคลต้นแบบของน้องตลอดไปนะคะ 

.

อยากจะบอกว่าน้อง รักพี่ที่สุดค่ะ สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่

.

พล.อ.ประยุทธ์  เมิน ทักษิณ กลับไทย - ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

ชัดเจน ‘ธนาธร’ บินดีลลับ ‘ฮ่องกง’ จริงหรือไม่ (มีคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554564

26 ก.ค. 2566

ชัดเจน 'ธนาธร' บินดีลลับ 'ฮ่องกง' จริงหรือไม่ (มีคลิป)

มีคำตอบแล้ว กระแส ‘ธนาธร’ บินด่วน ‘ฮ่องกง’ ดีลลับ ‘ทักษิณ’ ยอมถอยมาตรา112 เพื่อจัดตั้งรัฐบาล จริงหรือไม่ ล่าสุดปรากฎตัวแล้ว

ตามที่มีกระแสข่าวแกนนำพรรคก้าวไกล เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เพื่อสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 74 ปี รวมถึงพูดคุยเจรจาเดินหน้าต่อต้านรัฐบาล โดยจะยอมถอยมาตรา 112

ซึ่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นชื่อที่ถูกโยง แต่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ยืนยันนายธนาธร อยู่ประเทศไทยและอยู่ในกรุงเทพมหานคร

ล่าสุดเมื่อประมาณ 14.40 น. ผู้สื่อข่าวพบ นายธนาธร เดินทางเข้ามาที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกลโดยลงจากรถที่บริเวณอาคารจอดรถชั้น 2 และเดินเข้าอาคารทันทีด้วยความรวดเร็ว 

มีรายงานว่านายธนาธรไม่ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคประมาณ 4-5 วันแล้ว

‘สุวัจน์’ เชื่อมั่น ‘เพื่อไทย’ ทำสำเร็จ ‘เดือนสิงหาคม’ ได้รัฐบาลใหม่แน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554568

26 ก.ค. 2566

‘สุวัจน์’ เชื่อมั่น ‘เพื่อไทย’ ทำสำเร็จ ‘เดือนสิงหาคม’ ได้รัฐบาลใหม่แน่

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ‘ เชื่อมั่น ’เพื่อไทย’ จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ลุ้นแคนดิเดตนายกคนที่30ของไทย คาดได้รัฐบาลใหม่ ‘เดือนสิงหาคม’ ฟื้นความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ชื่นชมรัฐบาลรักษาการ มีมารยาทไม่ทําอะไรที่นอกกรอบอำนาจ

วันที่ 26 ก.ค. 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า ประธานรัฐสภาต้องการให้เกิดความชัวร์ ความแน่นอนในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรี จากเดิมทีจะเลือกวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ แต่มีคำร้องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีการส่งคําร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดินไปที่รัฐธรรมนูญ

และศาลรัฐธรรมนูญกําลังจะวินิจฉัย ว่าการลงมติในการโหวตครั้งที่ 2 ว่าเป็นการลงมติที่ไม่ให้มีการโหวต ว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ฉะนั้น เพื่อความโปร่งใส เพื่อความชัดเจน และเพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ดําเนินไปอย่างถูกต้อง

ประธานรัฐสภา จึงเห็นควรให้เลื่อนไปก่อน เพื่อรอฟังคำวินิจฉัยจะได้เป็นแนวทางว่าจะต้องดําเนินการเลือกนายกฯกันอย่างไร ซึ่งอาจจะช้าไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ แต่ชัวร์ ชัวร์ตรงที่ว่าจะต้องไม่มีอะไรที่เกิดความกังขา เกิดความไม่สบายใจ เพราะที่มาที่ไปของนายกรัฐมนตรี ต้องสง่างาม ต้องทําให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่ายว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาศาลวินิจฉัยมาแล้วคงจะได้ดําเนินการเลือกนายกฯกันต่อไป

นายสุวัจน์ กล่าวว่าถ้ามีความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าภายใน “เดือนสิงหาคม” นี้ น่าจะเห็นโฉมหน้าของ “รัฐบาลใหม่” เพราะเลือกตั้งมาตั้งแต่ 14 พฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม เกือบสี่เดือนแล้วถ้านานเกินไปเหมือนเลือกตั้งแล้วยังไม่มีรัฐบาล เป็นสุญญากาศ ตอนนี้รัฐบาลรักษาการ ก็มีมารยาทที่จะไม่ทําอะไรที่นอกกรอบ

ฉะนั้น เหมือนมีสูญญากาศในการบริหารประเทศ นักลงทุนก็รออยู่ว่าเมืองไทยเมื่อไหร่จะมีรัฐบาล นโยบายทางเศรษฐกิจเป็นยังไงนโยบายทางด้านการลงทุนเป็นยังไง มันเป็นภาวะสุญญากาศที่ทําให้ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจการลงทุนไม่ค่อยจะมี แต่ถ้ามีรัฐบาลใหม่โดยเร็วและเป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญเขียนไว้ กติกาว่ายังไง ภายใน “เดือนสิงหาคม” นี้ น่าจะเกิดรัฐบาลใหม่ก็จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความเชื่อมั่น คนไทยจะรู้สึกว่า เรามีรัฐบาล นักลงทุน นักท่องเที่ยวจะได้กลับมาที่ประเทศไทย เศรษฐกิจต่างๆ ก็จะได้กลับมาดีขึ้น

“วันนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคแกนนําแต่ละพรรคจะมีขั้นตอน มีวิธีการที่แตกต่างกัน อย่างพรรคเพื่อไทยก็มีประสบการณ์ในการบริหารเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว มีประสบการณ์ในการบริหารทางด้านเศรษฐกิจ ฉะนั้น ตนคิดว่าภายใต้การนําของพรรคเพื่อไทย กลไกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ น่าจะสบายใจกันได้ เพราะว่ามีนโยบาย มีประสบการณ์ พรรคชาติพัฒนากล้าเอาใจช่วยพรรคเพื่อไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อย เพื่อจะได้มาบริหารประเทศ มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ”นายสุวัจน์ กล่าว

‘ชูวิทย์’ แฉ ฮ่องกงซุปเปอร์ดีล ‘ทักษิณกลับไทย’ ลงตัวที่ นายกฯ ตัวสูงๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554560

26 ก.ค. 2566

‘ชูวิทย์’ แฉ ฮ่องกงซุปเปอร์ดีล ‘ทักษิณกลับไทย’ ลงตัวที่ นายกฯ ตัวสูงๆ

‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ อดีตสส. โพสต์ ฮ่องกงซุปเปอร์ดีล ‘ทักษิณกลับไทย’ ทุกอำนาจพยักหน้ายอมรับ เกมเหนือเฆม ลงตัวที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ รูปร่างสูงๆ

วันที่ 26 ก.ค. 2566 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความว่า “ฮ่องกงซุปเปอร์ดีล ทักษิณกลับไทยประธานสภาเลื่อนการโหวตนายกฯ เพื่อไทยยกเลิกหมายประชุม 8 พรรค ออกอาการหลังเข็นไปไม่ไหว แบะท่าชวนอีกฝั่งมาเจรจาชนแก้ว“มิ้นต์ช็อก”ถึงบ้าน ก้าวไกลก็ไม่ถอย ไม่ลดเพดาน ประชาชนอดทนรอนายกฯคนใหม่ ส่วนส.ว.ยันเสียงแข็ง “มีก้าวไกล ไม่มี ส.ว.” ทุกอย่างก้าวไปไหนไม่ได้ ถึงทางตันของแท้ เพราะไม่มีใครยอมถอย แต่ภาวะเงียบสงบเชื่อมโยงไปถึงสัญญาณเจรจาที่ “ฮ่องกง” กับทักษิณ

แกนนำเพื่อไทย ศาสดาก้าวไกล อำนาจเก่า ทหาร นายทุนใหญ่ แกนนำพรรคขั้วอำนาจเดิม ทุกอำนาจไปเคลียร์เพื่อปิด “ซุปเปอร์ดีล” ที่ฮ่องกง ก่อนข่าวออก “ทักษิณกลับบ้าน 10 สิงหาคม”

‘ชูวิทย์’ แฉ ฮ่องกงซุปเปอร์ดีล ‘ทักษิณกลับไทย’ ลงตัวที่ นายกฯ ตัวสูงๆ

ตกลงซุปเปอร์ดีลได้ ปิดจ๊อบให้ความมั่นใจระดับทักษิณเตรียมแพ็คกระเป๋ากลับบ้าน ทุกอำนาจพยักหน้ายอมรับ “ซุปเปอร์ดีล” เกมเหนือเฆม ลงตัวที่นายกฯ ตัวสูงๆ แต่ซุปเปอร์ดีลจะคุ้มกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้หรือไม่? หนึ่งคนแลกกับ 26 ล้านเสียง อนาคตไม่กี่วันได้คำตอบ

รังสิมันต์ โรม เชื่อว่า ‘ทักษิณ’ กลับมา ไม่เป็นการปิดฉากพรรค ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554563

26 ก.ค. 2566

รังสิมันต์ โรม เชื่อว่า 'ทักษิณ' กลับมา ไม่เป็นการปิดฉากพรรค 'ก้าวไกล'

โฆษกพรรค ‘ก้าวไกล’ เชื่อว่า การกลับมาของ ‘ทักษิณ’ ไม่ได้ทำให้พรรคก้าวไกล ต้องปิดฉากทางการเมือง เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

โฆษกพรรคก้าวไกล เชื่อว่า การกลับมาของทักษิณ ไม่ใช่การปิดฉากทางการเมืองของพรรคก้าวไกล เพราะในระยะยาว มีราคาที่ต้องจ่างทางการเมือง ดูตัวอย่างได้ จากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี 
รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยผ่านรายการคมชัดลึก เชื่อว่า แรงกดดัน เปลี่ยนแปลงสว.ได้ เพราะสว.เชื่อว่า ทำให้ 8 พรรคการเมืองแตกได้ และตั้งรัฐบาลโดยพรรคการเมืองบางพรรคย้ายไปอยู่ด้วย แต่ 8 พรรคปัจจุบันนี้ ยังไม่แน่ใจว่าเหนียวแน่นพอหรือเปล่า ยังตอบไม่ได้ ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์

แต่ถ้ายังจำกันได้และดูประวัติศาสตร์ อย่างประธานรัฐสภา จะผูกโยงกับพรรคอันดับหนึ่งเพราะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนบริหารประเทศ ซึ่งเรายอมถอยเพื่อเดินหน้าโหวตนายกฯ และเราหวังว่า 8 พรรคจะเดินต่อไปได้ เมื่อเราเจอเกมสภา เราก็ยอมให้เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  

รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล

โฆษกพรรคก้าวไกลมองว่า  การกลับมาของทักษิณ ถึงที่สุดแล้วต้องเห็นประชาชนอยู่ในสมการ ที่อยากเห้นสองพรรคนี้จับมือสร้างรัฐบาลที่เปลี่ยนผ่านการเมือง ไปสู่การเมืองที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ แก้ปัญหาล้าหลัง ที่ฉุดรั้งประเทศไทย  ไม่ได้หมายความการกลับมาของ ทักษิณ จะเป็นการปิดฉากพรรคก้าวไกล ซึ่งมีราคา ที่ต้องจ่าย ซึ่งระยะยาวจะอยู่ไม่ได้  

ส่วนกรณีอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภา ที่เห็นว่าการเลือกนายกฯเป็นญัตติ เป็นเรื่องที่สภา แก้ไขปัญหาเองได้ ด้วยการเสนอญัตติทบทวนสิ่งที่ตัวเองเคยมีมติไปแล้ว เพราะมีเหตุการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างชัดเจนว่า การกระทำของรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งจากคณาจารย์ คณะนิติศาสตร์ และผู้ตรวจการแผ่นดิน

‘ณัฐวุฒิ’ แนะ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี ไม่รอ 10 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554555

26 ก.ค. 2566

‘ณัฐวุฒิ’ แนะ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี ไม่รอ 10 เดือน

ไม่ต้องรอ 10 เดือน ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โยน 8 พรรคร่วมฯ หาทางออกร่วมกัน ย้ำ ส่วนตัวจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มองได้รัฐบาลเร็วเป็นผลดี เร่งแก้ปัญหาประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดเผย ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่าควรจะต้องมีทางออก และทางออกก็ต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของ 8 พรรคการเมือง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ส่วนหากท้ายที่สุดจะร่วมทำงานด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ทีมเจรจาต้องหาข้อสรุปกัน แต่ส่วนตัวย้ำจุดยืนเดิมทุกประการ เคยพูดอะไรไว้อย่างไรก็ยังมีความเห็นแบบนั้น

เมื่อถามว่าสภาวะประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่าถ้าเร็วได้มันก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าช้าก็ต้องดูว่าช้าเพราะอะไร และถ้าล่าช้ามีความพยามทำให้เร็วขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนการยืนยันว่าอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร จะมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคม นั้น นายณัฐวุฒิ ระบุก็เพิ่งทราบจากข่าว

‘ไอซ์ รักชนก’ ขอโทษประชาชน ปมท่านั่ง ยัน ไม่ขัดแย้ง ‘วัน อยู่บำรุง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554552

26 ก.ค. 2566

'ไอซ์ รักชนก' ขอโทษประชาชน ปมท่านั่ง ยัน ไม่ขัดแย้ง 'วัน อยู่บำรุง'

‘ไอซ์ รัชนก’ ขอโทษประชาชน หากทำให้ผิดหวัง ปมท่านั่ง ระหว่างประชุมสภาฯ ยัน ไม่ขัดแย้งกับ ‘วัน อยู่บำรุง’ ห่วง คนใกล้ตัว ทำเสียชื่อ

จากประเด็นดราม่า ท่านั่งในสภา ของ “ไอซ์ รักชนก” กลายเป็นวิวาทะเดือดบนโลกโซเชียล หลังบุคคลที่ถูกอ้างว่า เป็นลูกน้องของ “วัน อยู่บำรุง” มีการโพสต์ภาพแซะ พร้อมข่มขู่ หากยังไม่ลบโพสต์ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเรื่องของประเด็นท่านั่ง และวิวาทะของทั้งสองฝ่าย

แต่ล่าสุด “ไอซ์ รัชนก” ได้ออกมาขอโทษประชาชน หากทำให้ผิดหวัง ปมท่านั่งไม่เหมาะสมระหว่างประชุมสภาฯ และพร้อมจะปรับปรุงตัว โดยยืนยันว่า ไม่ขัดแย้งกับ “วัน อยู่บำรุง” แต่คนใกล้ตัว จะทำให้เสียชื่อ

ไอซ์ รักชนกไอซ์ รักชนก

“ไอซ์ รักชนก” น.ส.รัชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเผยกรณีการแชร์ภาพนั่งยกชันเข่า ระหว่างการประชุมสภาฯ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมว่า ตั้งแต่รับตำแหน่ง สส.ไม่มีวันไหนที่หยุดงาน โดยทำงานทั้งในพื้นที่และในสภาฯอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถือว่า ให้เกียรติประชาชนในรูปแบบของตน ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องท่านั่งไม่เหมาะสม ขอให้ไปโฟกัสที่เรื่องเนื้อหาการประชุมจะดีกว่า หากจะมานั่งด่ากันเรื่องท่านั่ง ขอให้เอาเวลาไปให้ความสำคัญกับประเด็นญัตติสภาที่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญจะดีกว่า

ส่วน กระแสสังคมมองถึงเรื่องมารยาทสากลในฐานะสมาชิกรัฐสภา “ไอซ์ รักชนก” กล่าวว่า ถ้าหากพูดถึงมารยาทสากล ตนยังไม่ถึงขั้นเอาขามาวางไว้บนโต๊ะ และยืนยันว่า เป็นช่วงเวลาระหว่างเปลี่ยนอิริยาบถ กำลังจะเปลี่ยนท่านั่ง อีกทั้ง การประชุมในวันดังกล่าว ประชุมตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น การจะเปลี่ยนท่านั่งบ้าง ไม่ควรจะเป็นประเด็น อย่ามาโจมตีกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ หากอภิปรายไม่ดี ถ้าทำงานในพื้นที่บกพร่อง แล้วมาด่า จะแถลงขอโทษเลย

ไอซ์ รักชนก ดราม่าท่านั่งไอซ์ รักชนก ดราม่าท่านั่ง

ส่วนประเด็นที่ ประธานสภาฯ เตือนในการสัมมนา สส.ใหม่วันนี้ เรื่องการปฏิบัติตัวระหว่างทำหน้าที่ในสภาฯ ด้วยนั้น ไอซ์ รักชนก กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาฯ มีหน้าที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเตือนเรื่องอะไร ก็ยินดีที่จะรับฟัง และเมื่อเป็นประเด็น ท่านก็ได้หยิบยกขึ้นมาเตือน เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่หากจะเตือนเรื่องท่านั่ง คนที่นอน หรือคนที่ดูอะไรที่ไม่เหมาะสมในสภา ก็ขอให้ฝากเตือนด้วย

“ถ้าสมมติว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนรู้สึกว่า ผิดหวังกับไอซ์ที่นั่งท่านี้ ก็ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ไม่สบายใจ ขอโทษที่อาจจะทำตัวไม่น่ารักให้โดนตำหนิได้ จะพยายามทำตัวให้ดีขึ้นค่ะ ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้เตรียมตัวเกิดมาเพื่อเป็นนักการเมือง แต่พร้อมที่จะทำตัวให้มีวุฒิภาวะเพิ่มมากขึ้น พยายามเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนเพิ่มมากขึ้น ก็จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นแน่นอน” ไอซ์ รักชนก กล่าว

ส่วนประเด็นปัญหา กับ “วัน อยู่บำรุง” อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ไอซ์ รัชนก กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหากับวัน อยู่บำรุง เพราะเป็นคนน่ารัก นิสัยดี เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ยังชื่นชมการทำงานของเขา แต่ที่มีปัญหาคือ คนที่อยู่รอบตัวมากกว่า บางทีการมีบริวารห้อมล้อมมาก บริวารก็พยายามเอาใจเจ้านายด้วยวิธีผิดๆ หากไม่ตักเตือนห้ามปราม สุดท้ายคนที่เสีย ก็เป็นตัวเอง

ทั้งนี้  การแสดงออกดังกล่าว กระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของรัฐสภา จะมีการปรับปรุงภาพลักษณ์ตัวเอง เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเข้ามาทำงานทางการเมืองในสภาฯในอนาคตหรือไม่ “ไอซ์ รักชนก” กล่าวว่า เป็นเพราะตนเป็น สส.หน้าใหม่ในวงการการเมือง และเป็นผู้หญิงในบทบาทนักการเมือง มักถูกตั้งคำถามมากกว่าผู้ชายเสมอว่า เราจะต้องมีผลงานที่ดีกว่าหรือไม่ จะต้องมีความประพฤติที่ดีกว่าหรือไม่ ซึ่งรู้สึกว่าเป็นปัญหาในสังคมปิดตาธิปไตย ที่คาดหวังสูงกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย หรือ LGBTQ+ ควรจะถูกคาดหวังและถูกปฏิบัติพอๆ กัน ความเห็นส่วนตัวมองว่า ผู้หญิงจะโดนวิจารณ์มากกว่าผู้ชาย