‘ก้าวไกล’ ขอ 8 พรรคร่วม ใจเป็นหนึ่ง ฝ่ามรสุมตั้ง ‘รัฐบาลประชาชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554501

25 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ขอ 8 พรรคร่วม ใจเป็นหนึ่ง ฝ่ามรสุมตั้ง 'รัฐบาลประชาชน'

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล” สะท้อนความรู้สึกไปถึง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล อยากเห็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เดินหน้าฝ่าคลื่นลมที่โหมเข้ามา ทำสิ่งที่ประชาชน ฝากความหวังเอาไว้ “รัฐบาลประชาชน” เป็นจริง รังสิมันต์ โรม มั่นใจขอเพียงสามัคคี ฝ่ายตรงข้ามจะแพ้ไปเอง

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า แนวทางของพรรค “ก้าวไกล”  ต่อการจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลยังยึดมั่น ในเป้าหมายสำคัญที่สุด คือการพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้พื้นฐานของ  8 พรรคการเมือง ให้สำเร็จตามเจตจำนงที่ประชาชนได้ให้ไว้  ประเด็นที่เชื่อมโยงกันว่า สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลจะตกไปอยู่ที่พรรคอันดับ 3 เชื่อว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้  หากพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจับมือกันแน่น     “การพลิกขั้วรัฐบาลไม่ได้เกิดได้ง่าย ๆ ผมคิดว่าต้องพยายามอย่างมาก และสิ่งเดียวที่จะต้านทานก็คือ    การที่พรรคการเมืองจับมือกันแน่น คิดถึงประชาชน สิ่งที่พรรคก้าวไกลเลือก และพยายามทำให้ดีที่สุด  คือการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ตามเสียงของประชาชน”  นายชัยธวัช ระบุ 


นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรค “ก้าวไกล”  กล่าวว่า  สิ่งที่ 8 พรรค  ต้องเห็นตรงกันคือ คือการเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชน   สส. ทั้ง  312 คน    ต้องทำหน้าที่แทนประชาชน   27 ล้านคน  อย่าให้ประชาชนต้องพูดว่าเลือกตั้งกันไปทำไม  เลือกไปแล้วไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน อย่าให้ออกมาเป็นทิศทางแบบนั้น  ทั้ง  8 พรรค  ต้องคุยกันและสร้างความเชื่อมั่น เชื่อว่าบทบาทของสมาชิกวุฒิสภา ( สว.)  จะไม่สามารถกดดันอะไรได้  ตราบใดที่ 8 พรรค ยังมีความเหนียวแน่น ถึงที่สุดสว.จะไม่สามารถทำอะไรได้ 

“ผมไม่ได้บอกให้รอถึง 10 เดือน ในการจัดตั้งรัฐบาล  แต่หากเราเข้มแข็งเพียงพอ ฝ่ายที่จะทำให้เราแตกแยก หรือพยายามจับข้ามขั้ว มันจะไม่เกิดขึ้น รวมถึงรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ไม่สามารถเป็นไปได้ ซึ่งสุดท้ายฝ่ายที่วางกลอุบายแบบนี้ก็ต้องยอมแพ้” นายรังสิมันต์ ระบุ  

‘พิธา’ กังขาปม ‘เพื่อไทย’ แจ้งเลิกถกวง 8 พรรค ไม่รู้เหตุผลไหนเป็นเรื่องจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554494

25 ก.ค. 2566

‘พิธา’ กังขาปม ‘เพื่อไทย’ แจ้งเลิกถกวง 8 พรรค ไม่รู้เหตุผลไหนเป็นเรื่องจริง

‘พิธา’ ขอใช้เวลาที่ถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ให้เป็นประโยชน์ เร่งลงพื้นที่-แนะนำการทำงาน สส.ใหม่ ขอรอหารือลูกพรรค กังขา ‘เพื่อไทย’ เลื่อนวงถก 8 พรรค-วันโหวตนายกฯ ยังเสนอ ‘ม.272’ เข้าเป็นวาระได้หรือไม่

 ที่อาคารไทยซัมมิท นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผย ว่า  วันนี้ประชุม สส.ก้าวไกล เป็นการประชุมธรรมดา และเตรียมการลงพื้นที่ตามที่ได้ประกาศไว้ในภาคตะวันออก และจะเร่งทำงานพยายามช่วย สส.ใหม่ กำหนดญัตติในการยื่นเข้าสู่สภา และใช้เวลาในสภาให้เป็นประโยชน์ เพราะตอนนี้ตนอยู่ในขณะหยุดปฎิบัติหน้าที่ คงจะทำอะไรแทนไม่ได้ แต่เมื่อได้รับฟังว่ามีเรื่องใดบ้าง ก็คงจะใช้สภาให้เป็นประโยชน์

ส่วนการเลื่อนวันโหวตนายกรอบ3 นั้น นายพิธา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่เห็นว่ามีการเลื่อนทั้งการประชุมวิป และการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ที่บอกไปว่า ตอนนี้ตนยังใช้เวลาอยู่กับประชาชน และการลงพื้นที่ให้มาก จะรอฟังจากสมาชิกพรรค ที่มาประชุมในวันนี้ ว่าอยากให้ตนลงพื้นที่ใดบ้าง ตนจะได้ลงไปช่วย

เนื่องจากมีสส.หน้าใหม่ เก่งๆ หลายคนที่อยากจะรูัวิธีในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนจะนำประสบการณ์ช่วยเขา และพยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในระหว่างรอ การเมืองยังไม่ชัดเจน แต่ความเดือดร้อนของประชาชนชัดเจน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมประชุมสส.ก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมประชุมสส.ก้าวไกล

ทั้งนี้  นายพิธา บอกว่า ที่พรรคเพื่อไทยยกเลิกการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างกะทันหัน ตนได้ยินมา 2-3 เหตุผล จึงไม่รู้ว่าเหตุผลไหนเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่า อยากจะขอเลื่อนออกไปก่อน และงดการประชุม ตนจึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่จะถามนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ในเรื่องนี้ และสอบถามว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 จะได้บรรจุในวาระหรือไม่

“ผมทราบแล้วว่าในวันที่ 27 ก.ค. ไม่มีการประชุม แต่ยังไม่ทราบเหตุผล ส่วนกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการ ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การลงมติตีความข้อบังคับที่ 41 ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ผมยังไม่ได้ติดตามรายละเอียด แต่คงเป็นหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนที่จะทำให้บ้านเมืองไปต่อได้”นายพิธา กล่าว

‘ไทยสร้างไทย’ โหม 8 พรรค จับมือให้แน่น เดินหน้ารัฐบาล -ปิดทางขั้วเผด็จการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554493

25 ก.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย'  โหม 8  พรรค  จับมือให้แน่น เดินหน้ารัฐบาล  -ปิดทางขั้วเผด็จการ

พรรค “ไทยสร้างไทย” 1 ใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ออกสื่อรณรงค์ บนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ทั้ง 8 พรรค กอดคอในแบบร่วมเป็นร่วมตาย เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ ย้ำต้องรักษาสัจจะที่เคยให้ไว้กับประชาชน

พรรค “ไทยสร้างไทย” หนึ่งในแปดพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล   ได้โพสต์ภาพและข้อความแฟนเพจ โดยมีข้อความในภาพระบุว่า  “อย่าบิดเบือนเจตนารมณ์ ไทยสร้างไทย ยืนยันในหลักการประชาธิปไตย รักษาสัจจะที่เคยประกาศไว้ ก่อนเลือกตั้งพูดอย่างไร หลังเลือกตั้งพูดแบบนั้น 8 พรรคร่วมต้องจับมือกันให้มั่น เพื่อตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ ไม่เปิดทางให้ฝ่ายเผด็จการกลับมามีอำนาจอีกครั้ง” 


ข้อความในสื่อรณรงค์ของพรรค ” ไทยสร้างไทย” ยังรวมไปถึง  “พรรคไม่มีนโยบายแก้ไข ม.112 แต่สนับสนุน 8 พรรคร่วม ตั้งรัฐบาลประชาชน เพราะเราใช้จุดยืนประชาธิปไตย ไม่ใช้ ม.112 เป็นข้ออ้างขวางอนาคตประเทศ ไทยสร้างไทย ยืนยันหลักการ รักษาสัจจะที่เคยประกาศไว้” 


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า คำประกาศนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทำขึ้นมาเพื่อต่อรองเก้าอี้ จนทำให้การหารือของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต้องเลื่อนออกไป ตามที่มีการปล่อยกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริง เจตนารมณ์คือการย้ำจุดยืนเดิมของพรรคว่า ไม่มีนโยบายแก้ไข ม.112   ขณะเดียวกันทั้ง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนต้องทำให้สำเร็จ   “คำประกาศวันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือการเปลี่ยนคำพูด แต่เป็นการย้ำสัจจะของเรา ว่าก่อนเลือกตั้งพูดอย่างไร หลังเลือกตั้งทำอย่างนั้น” นายชวลิต กล่าว

'ไทยสร้างไทย'  โหม 8  พรรค  จับมือให้แน่น เดินหน้ารัฐบาล  -ปิดทางขั้วเผด็จการ

สื่อรณรงค์แสดงจุดยืนของพรรคไทยสร้างไทย ที่มีต่อ 8 พรรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

‘ชัยธวัช’ ไม่ทราบเหตุผลเลื่อนโหวตนายกฯ ค้านศาลรธน.มีอำนาจเหนือสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554471

25 ก.ค. 2566

'ชัยธวัช' ไม่ทราบเหตุผลเลื่อนโหวตนายกฯ ค้านศาลรธน.มีอำนาจเหนือสภา

‘ชัยธวัช’ รอ ‘เพื่อไทย’ นัดประชุม 8 พรรคร่วมอีกครั้ง เผยไม่ทราบเหตุผลเลื่อนโหวตนายกฯ ปมเสนอชื่อนายกฯซ้ำ สภาควรหาทางออกกันเอง ไม่ต้องถึงศาลรธน.

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการประชุม 8 พรรคร่วมที่ถูกยกเลิกไปว่า ได้รับแจ้งจากพรรคเพื่อไทยว่างานที่ได้รับมอบหมายยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และยังไม่ได้รับแจ้งจะนัดประชุมเมื่อไร ประกอบกับคิดว่า จะมีการเลื่อนประชุมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ เพราะล่าสุดได้รับแจ้งจากประธานสภาฯว่า การประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันพรุ่งนี้ก็ถูกเลื่อนออกไป มีความเป็นไปได้ที่ทางรัฐสภาจะงดวันที่ 27 ก.ค. นี้ด้วย แต่ด้วยเหตุผลอะไรยังไม่ได้ทราบ

ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย บอกให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำทำmouใหม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า รอฟังจากเพื่อไทยดีกว่า ซึ่งยังไม่ส่งสัญญาณมา ต้องดูในรายละเอียด การที่พรรคเพื่อไทยขอเลื่อนประชุมไปก่อนสะท้อนว่า มีความพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล หลังส่งไม้ต่อให้ ก็ให้หาแนวทางและนำเสนอที่ประชุม ซึ่งการทำงานด้วยกันก็ต้องมีความไว้วางใจกัน 

ทั้งนี้การพูดคุยหาเสียงเพิ่มมีสัญญาณจาก สว. ที่ไม่ได้โหวตให้นายพิธา พร้อมโหวตให้เมื่อมีการเปลี่ยน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะร่วมรัฐบาลอยู่

ส่วนจุดยืนพรรคก้าวไกล ไม่ร่วมงาน 2 ลุง นายชัยธวัช คิดว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะทราบจากข่าวที่ประชุม สส.พรรก้าวไกล ว่ามติเป็นอย่างไร แต่ถ้าวันนี้มีการประชุม 8 พรรคก็คงได้แจ้งอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามพรรคก้าวไกลยังยึดมั่นพยายามเต็มที่ เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ 8 พรรคร่วม ให้สำเร็จตามเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง

ส่วนที่เมื่อเช้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์เบื้องหลังการดีลมีพูดถึงตำแหน่งรองนายกฯด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า แม้พรรคเสรีรวมไทยจะมีเพียงเสียงเดียว แต่พรรคก้าวไกลก็เห็นท่านเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ ก็ให้เกียรติและคิดว่าจะสามารถมาช่วย แม้จะมี 1 เสียงแต่สามารถมาช่วยภารกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามการทำผิดกฎหมายที่สำคัญ ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติกัน 

ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ขอให้พรรคก้าวไกลเสียสละ นายชัยธวัชมองว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยของ 8 พรรค และไม่กังวลกับท่าทีเปลี่ยนไป

ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องการเสนอชื่อนายก ถือเป็นญัตติ ไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีจุดยืนตลอดว่า อะไรที่เป็นอำนาจของสภาอยู่แล้ว เราก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญมามีอำนาจเหนือสภา เพราะเราถือว่าสภามีอำนาจเต็มหลายๆเรื่องตามรัฐธรรมนูญแล้ว 

ยกเว้นรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าให้บางเรื่องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้อง ดังนั้นการพยายามให้อำนาจกับศาลรัฐธรรมนูญมาชี้ว่าสภาทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้เราไม่เห็นด้วยมาตลอด 

กรณีนี้แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับไว้ก็เชื่อว่า สภามีทางออกอื่น หลังจากนี้จะต้องไปหารือกับประธานสภาฯ เมื่อมีความเห็นออกมาชัดเจนมาก กฎหมายทั่วประเทศก็ทำหนังสือมติของสภา ในเรื่องการตีความข้อบังคับแบบนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ คิดว่ามีทางออกที่สภาจะจัดการตัวเองได้

ส่วนการรับเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลยังมีความหวังหรือไม่ นายชัยธวัชเห็นด้วยที่ปลดล็อคมติที่พรรคก้าวไกลก็เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นข้อจำกัดในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะมาจากพรรคก้าวไกลเพื่อไทยหรือพรรคอื่นก็ควรที่จะเสนอชื่อได้ ครั้งแรกเราอาจจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสว. ไม่พอ แต่ครั้งต่อๆไปก็อาจจะมากขึ้นตามลำดับได้ แบบนี้เราควรที่จะปลดล็อคได้ แต่ไม่ควรใช้ช่องทางศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะเชื่อว่า หากทางรัฐสภาปรึกษาฝ่ายกฎหมายดีๆ ก็มีทางออกอื่น กระบวนการประชาธิปไตยมีทางออก แต่จะมาตีความว่าทุกอย่างไปสู่ทางตัน ไม่ได้ 

ส่วนกรณีดราม่า ท่านั่ง สส.ไอซ์ รัชนก ในสภา นายชัยธวัช ยังไม่เห็น แต่แน่นอนถ้ามีข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อการประพฤติที่ไม่เหมาะสมกับสส.พรรคก้าวไกล เราก็จะสะท้อนให้กับสมาชิกฟังทุกครั้ง

วิษณุ ฟันธง ประวิงเวลา 10 เดือน รอ สว.หมดอายุ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ เป็นไปไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554485

25 ก.ค. 2566

วิษณุ ฟันธง  ประวิงเวลา 10  เดือน รอ สว.หมดอายุ 'โหวตนายกรัฐมนตรี'  เป็นไปไม่ได้

 รักษาการรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย วิษณุ  เครืองาม วิจารณ์ตรง ยืด “โหวตนายกรัฐมนตรี” ออกไปอีก 10 เดือน เพื่อรอสว. หมดอายุ ในความเป็นจริงคงไม่มีใครรอได้ ลำพัง”รัฐบาลรักษาการ” ก็อยากถอย เพราะทำงานลำบากภายใต้ข้อจำกัด ย้ำไม่มีความจำเป็นจะต้องถ่วงเวลา ต่างฝ่ายต้องยอมถอย

นายวิษณุ  เครืองาม  รักษาการรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย  เปิดเผยว่า  ข้อเสนอการยืด “โหวตนายกรัฐมนตรี” ออกไป 10 เดือน เพื่อรอให้สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.  หมดวาระลง  ตนไม่เคยได้ยินโดยตรง   อย่างไรก็ตามเท่าทีที่ทราบพรรคการเมืองทั้งหลายก็พากันปฏิเสธ ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และรัฐบาลรักษาการเอง ก็ไม่อยากที่จะอยู่อย่างนั้น   ส่วนปฏิทินการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล น่าจะได้ในเดือนส.ค.  แต่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ยังทำงานไม่ได้ในระหว่างนั้น เพราะต้องตั้งคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนรับตำแหน่ง  รวมไปถึงการแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฏร 

เรื่อง 10  เดือน    “โหวตนายกรัฐมนตรี “  ทราบว่าอาจจะมาจากพรรคก้าวไกล ที่ต้องการยืดเวลาออกไป  แต่ถ้าดูท่าทีจากพรรคเพื่อไทย  จะทราบว่า  หนทางนี้เป็นหนทางสุดท้ายที่ต้องคิด  เพราะมีหนทางอื่นมีวิธีอื่น และมองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะถ่วงเวลาออกไป  เพราะการจะแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการก็ลำบาก จะเสนองบประมาณเข้าสู่สภาผู้แทนราษฏรก็ไม่ได้   ดังนั้นจะไปลำบากทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อทุกอย่างก็ไม่ได้ยากเย็น  เพียงแต่หนักนิดเบาหน่อย ถอยบ้าง ก็สามารถไปได้

“รัฐบาลรักษาการก็ไม่ได้ต้องการ ที่จะอยู่อย่างนั้น และฝ่ายเขาเองให้ก็ไม่ได้อยากให้อยู่แบบนั้นแบบนั้น รวมไปถึงประชาชน ก็ยิ่งไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากเห็นรัฐบาลไม่ว่าพรรคใดก็ตาม ช่วยมาเป็นรัฐบาลทีเถอะ   ส่วนหากสว.หมดวาระลงขั้นตอนต่อไป  ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ระหว่างที่การคัดสรรสมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ชุดใหม่   โดยสว.เดิมต้องรักษาการต่อไปก่อน แต่ไม่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้  เพราะล็อกไว้ที่  5 ปี   คือ ในวันที่  11 พ.ค. 67 ก็หมดวาระ แต่สว.ก็มีหน้าที่อื่น ที่ไม่ใช่การเลือกนายกรัฐมนตรี  ตามมาตรา  272 ”   

นายวิษณุ  กล่าวว่า   ข้อเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอก   แนวทางนี้มีความเป็นไปได้ แต่ยากมาก การที่จะมีนายกรัฐมนตรีคนนอกหรือนอกบัญชี  ต้องอาศัยเสียงตามมาตรา 272 วรรค 2   คือ อาศัยเสียงจากสภาฯเกินกว่า  376 เสียง  ซึ่งตรงนี้จะวุ่นวายยุ่งยากในขั้นตอน    ”  ผมอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลมากว่า 11 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้ง ก็มีเหตุการณ์แปลกไม่เหมือนกัน มีใจหายใจคว่ำ แต่มันก็ผ่านพ้นไปได้ และคิดว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน  อาจมองว่ามันแย่แล้ว  แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ ”  นายวิษณุ ระบุ

ผบ.สส. แท็กทีม ‘ผบ.เหล่าทัพ’ ขอดูภารกิจก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554468

25 ก.ค. 2566

ผบ.สส. แท็กทีม ‘ผบ.เหล่าทัพ’ ขอดูภารกิจก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’

‘ผบ.เหล่าทัพ’ ขอดูภารกิจ ก่อนตัดสินใจร่วม ‘โหวตนายกรอบ3’ หรือไม่ ด้าน ‘บิ๊กแก้ว-ผบ.สส.’ สั่งเหล่าทัพเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ให้พร้อม เตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ถึงกรณีการไปประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในคราวต่อไป หรือ“โหวตนายกรอบ3” ว่า ดูตามภารกิจ

ส่วนที่ นายอานนท์ นำพา นักเคลื่อนไหว ออกมาระบุว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็มีความสำคัญเช่นกัน พล.อ.เฉลิมพล ไม่ได้ตอบคำถาม

ผบ.เหล่าทัพผบ.เหล่าทัพ

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนได้สอบถาม บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ว่าจะไปร่วมประชุมรัฐสภาหรือไม่ เจ้าตัวได้แต่ทำหน้านิ่ง อมยิ้ม

บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้

สำหรับการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 5/2566 ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้มอบนโยบายให้เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 อย่างเต็มขีดความสามารถและสมพระเกียรติ 

พร้อมทั้งปลูกฝังกำลังพลทุกนายให้มีความจงรักภักดีปกป้องพิทักษ์รักษา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความสงบสุขให้กับประชาชนในประเทศ

ผบ.สส. สั่ง ผบ.เหล่าทัพ รับมือ อุทกภัย 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้เหล่าทัพสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีในทุกระดับและทุกด้านกับนานาประเทศ เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ อีกทั้งให้มีการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ให้มีความพร้อมเผชิญภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังได้สั่งการให้เหล่าทัพจัดเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อม เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันต่อสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 ปรากฏว่า ผบ.เหล่าทัพ  ที่เป็นวุฒิสมาชิก หรือ สว. ส่วนหนึ่ง ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมประชุมรัฐสภาได้ และล่าสุด ประธานสภาฯ สั่งยกเลิกการประชุมรัฐสภา ในการโหวตนายกรอบ3 วันที่ 27 ก.ค.นี้แล้ว

ด่วน ‘วันนอร์’ สั่งงดประชุมรัฐสภา ‘โหวตนายกรอบ3’ 27 ก.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554464

25 ก.ค. 2566

ด่วน ‘วันนอร์’ สั่งงดประชุมรัฐสภา ‘โหวตนายกรอบ3’ 27 ก.ค.

ชัดเจน ‘วันนอร์’ สั่งงดประชุมรัฐสภา ‘โหวตนายกรอบ3’ 27 ก.ค. นี้ หวั่นขัดแย้ง ระหว่างรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 และป้องกันปัญหาองค์ประชุมล่ม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 14.00น. ได้ประชุมฝ่ายกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาประธานสภาฯ เพื่อประกอบการวินิจฉัยของประธานสภาฯ ที่ประชุมเห็นว่า ถ้าประธานรัฐสภาจะสั่งงดการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะทำให้เหตุการณ์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้น จะได้ไม่มีความขัดแย้งกับที่รัฐสภาจะประชุมกันวันที่ 27 ก.ค.2566

หากมีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในภายหลัง และเมื่องดการประชุมวันที่ 27ก.ค.แล้ว ดังนั้นการประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 26 ก.ค. จึงต้องงดไปด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาประชุมกัน เพราะเป็นการเตรียมการประชุมในวันที่ 27 ก.ค. 

ประกอบกับขณะนี้มี สส.และ สว.จำนวนมากมาประสานกับสำนักประธานและกองการประชุมว่า วันที่ 28 ก.ค.ช่วงเช้าจะมีพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาที่ศาลาว่าการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงกทม.ด้วย สส.และสว.เกรงว่า หากมาประชุมวันที่ 27 ก.ค.และการประชุมยืดเยื้อจะไปรวมพระราชพิธีวันที่ 28 ก.ค.ไม่ทัน 

ทำให้สส.และสว.อาจไม่มาร่วมประชุมสภา วันที่ 27 ก.ค. องค์ประชุมอาจมีปัญหาได้ ดังนั้นประธานสภาฯ จึงเห็นว่า เมื่อพิจารณาแล้ว ควรงดการประชุมรัฐสภาวันที่ 27ก.ค.ไปก่อน แต่จะไปประชุมวันใด จะสั่งการบรรจุระเบียบวาระต่อไป ขณะที่ในวันที่ 26 ก.ค.ยังคงมีการประชุมสัมมนา สส.ตามกำหนดการเดิม ในเวลา 08.30น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมวันที่ 27 ก.ค. จะเปิดประชุมรัศภาเพื่อโหวตนายกรอบ3 ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งล่าสุดในวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจนจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังวงถก 8 พรรคร่วม ล่ม เมื่อเพื่อไทยยกเลิกนัดประชุม แม้เลื่อนสถานที่ประชุมจากพรรคเพื่อไทยมาเป็นที่ประชุมรัฐสภา ก็ตาม และล่าสุด 27 ก.ค. งดประประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรอบ3 ออกไปก่อน

ระทึก ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูล ‘อิทธิพล’ ผิดม.157 สมัยนั่ง ‘นายกเมืองพัทยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554456

25 ก.ค. 2566

ระทึก ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูล ‘อิทธิพล’ ผิดม.157 สมัยนั่ง ‘นายกเมืองพัทยา’

เปิดเส้นทางการเมือง ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ลูกชายคนที่ 4 กำนันเป๊าะ บ้านใหญ่ชลบุรี หลัง ป.ป.ช. ชี้มูล ผิดม.157 สมัยนั่ง ‘นายกเมืองพัทยา’ ให้ก่อสร้าง ‘วอเตอร์ฟร้อนท์’ เชิงเขาพระตำหนัก โดยมิชอบ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2566 มีรายงานข่าว จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิด นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม  อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเมืองพัทยา และพวก 

กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อ ก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า นายอิทธิพล มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเมืองพัทยา โดยหลังจากนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 ต่อไป

เส้นทางการเมือง ‘อิทธิพล’ ลูกกำนันเป๊าะ

อิทธิพล  คุณปลื้ม บ้านใหญ่ชลบุรี ทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตั้งแต่ยุครัฐบาล คสช. จนถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 2562 รวมแล้วเกือบ 5 ปี มีความผูกพันกันระดับหนึ่ง

ติ๊ก-อิทธิพล เป็นลูกคนที่ 4 ของ กำนันเป๊าะ เข้าสู่ถนนสายเลือกตั้ง เป็น สส.ชลบุรี 2 สมัย ก่อนจะผันตัวไปเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นนายกเมืองพัทยา ถึง 2 สมัย

ช่วงเดือน เม.ย. 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัยนั้น แต่งตั้ง สนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วนอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา

ปลายปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้ง สนธยา คุณปลื้ม เป็น นายกเมืองพัทยา
 

การเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ปี 2562  ปรากฏว่า อิทธิพล นำทีมบ้านใหญ่ชลบุรี ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ลงสนาม แต่อิทธิพล สอบตก หลังตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ภาค 2 อิทธิพล ได้เป็น ‘รมว.วัฒนธรรม’ โควตาบ้านใหญ่ชลบุรี จนถึงปัจจุบัน (25 ก.ค. 2566)

3 สูตรจัดตั้งรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ จาก “เลือกทุกพรรครักทุกคน” สู่ ‘นายกฯ คนนอก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554442

25 ก.ค. 2566

3 สูตรจัดตั้งรัฐบาล 'เพื่อไทย' จาก "เลือกทุกพรรครักทุกคน" สู่ 'นายกฯ คนนอก'

เปิด 3 สูตรตั้งรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ ผสานขั้วรวมพลังจาก “สูตรเลือกทุกพรรครักทุกคน” ไปสู่แผนสุดท้าย ‘นายกฯ คนนอก’

แม้ว่าวันนี้ MOU 8 พรรคร่วม 312 เสียง ที่เคยทำกันมาจะยังอยู่ในฐานะที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ รับไม้ต่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่กระแสข่าวลือเรื่องการฉีก MOU ดังกล่าวก็หนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า การนัดหมายประชุม 8 พรรคร่วม ต้องเป็นเหตุยกเลิกไปก่อนนั่นถือว่าเป็นสัญญาณรอยร้าวบางอย่างที่คาดว่าการเจรจากันอาจจะไม่ลงตัว

รวมไปถึงช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็ออกมาแอคทีฟเรื่องการฉีกMOU 8 พรรคร่วมและกดดันให้ ‘พรรคก้าวไกล’ ถอยไปเป็นฝ่ายค้านเป็นพิเศษ เพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ และ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านเจ้าตัวก็พูดผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า หากมีการตั้งรัฐบาลข้ามขั้วและก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านก็ต้องโหวตสนับสนุนนายกฯ เพื่อไทยด้วย!!

อย่างไรก็ตาม ‘ทีมข่าวคมชัดลึก’ อยากจะวิเคราะห์ถึง 3 สูตร ที่คาดว่าเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยในครั้งนี้

สูตร 1 เลือกทุกพรรครักทุกคน มีกระแสข่าวออกมาเหมือนกันว่าสูตรนี้ คือทางออกที่ทำให้เพื่อไทย-ก้าวไกลอยู่่ด้วยกันได้ คือ 8 พรรครวมเสียงกันเหมือนเดิม 312 เสียง แต่มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคอื่นว่าใครที่นำกลุ่ม สส.ในพรรคอื่นมาโหวตให้นายกฯ เพื่อไทยได้จะมีการยกเก้าอี้รัฐมนตรีให้ไปเลย 1 เก้าอี้

สูตร 2 ฉีก MOU เพื่อข้ามขั้ว สมการนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะเมื่อจับท่าทีของ ‘ชลน่าน’ เมื่อวานนี้ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า พรรคก้าวไกลไม่ใช่พรรคอันดับ 1 แต่พรรคขั้วรัฐบาลเดิมที่รวมเสียงกันได้ 188 เสียงต่างหากคืออันดับ 1 รวมไปถึงการสงวนท่าทีในการตอบคำถามสื่อเรื่องการข้ามขั้วก็ไม่เสียงแข็งหนักแน่นเหมือนตอนก่อนเลือกตั้ง อาจจะชี้ได้มีเปอร์เซ็นสูงที่จะรวมเสียงกับขั้วอำนาจเดิมแล้วตั้งรัฐบาลเพราะได้เสียงสนับสนุนจาก สว.แน่นอน บวกกับท่าทีของ ‘ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร’ ที่ยืนยันเมื่อช่วงเช้าว่ายังไม่วางมือทางการเมืองแน่นอน และเมื่อสื่อถามไปต่อว่าจะจัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยไหมพล.อ.ประวิตร ก็ตอบทิ้งท้ายไว้ว่า “ขอให้รอดู” แต่แน่นอนสูตรนี้มีราคาที่ต้องจ่ายค่อนข้างสูงทั้งแรงเสียดทานจากมวลชนด้อมส้มและกลุ่มสนับสนุน รวมไปถึงการหาเหตุผลมาชี้แจงในการข้ามขั้วให้ได้ และหาก ‘เพื่อไทย’ เลือกที่ข้ามขั้วตามสูตร 2 จริงๆ ก็ถือว่าเป็นเปลี่ยนที่ ‘เพื่อไทย’ กำลังเปลี่ยนผ่านเป็น ‘พรรคขวากลาง’ หรือประชาธิปไตยแบบพอดี เป็นอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมแบบพอดี อิงผู้มีอำนาจ และได้ใจคนรากหญ้าจากนโยบายโดยสมบูรณ์ 

ซึ่งแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคฝ่ายขวาเดิมจะเสื่อมความนิยมลงและเสียงจะมาอยู่ที่ ‘เพื่อไทย’ และจะกลายเป็นคู่แข่งกับ ‘ก้าวไกล’ ที่ขับเคี่ยวแข่งขันกันอยู่ 2 พรรค

สูตร 3 ‘นายกฯ คนนอก’ กลไกถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 272 กำหนดว่า หากหลังการเลือกตั้งรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกฯ จากรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอไว้ได้ ให้สมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ 500 คน (จากจำนวนเต็ม 750 คน) ลงมติเพื่อเปิดทางให้เสนอชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของแคนดิเดตนายกฯ มารับตำแหน่งนายกฯ ได้ ถือเป็นทางออกทางสุดท้ายของบ้านเมืองหากสุดท้ายสภาฯ หาโหวตเลือกนายกฯกันมาไม่ได้

ซึ่งจากแหล่งข่าวในแวดวงทหารก็มีการลือกันมาว่า มีการเตรียมบุคคลดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งบุคคลนี้จะเป็นบุคคลที่ทุกขั้วยอมรับได้ ยกเว้น ‘ก้าวไกล’ ที่ยอมรับในหลักการนี้ไม่ได้อยู่แล้ว และ แม้ว่าด้านวัยวุฒิ อาจจะมากกว่า’พิธา’ แต่ดีกรี ความรู้ความสามารถไม่แพ้กันแน่นอน

ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ชน สว.เสรี – สางปมส่งศาลธธน.วินิจฉัยข้อบังคับ 41

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554453

25 ก.ค. 2566

ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ชน สว.เสรี - สางปมส่งศาลธธน.วินิจฉัยข้อบังคับ 41

ประชุมวุฒิสภา สว. เสรี สุวรรณภานนท์ ใส่ยับ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” กรณีส่งข้อบังคับที่ 41 โหวตซ้ำนายกรัฐมนตรี ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยติงที่เป็นปัญหามากที่สุดคือการห้ามมิให้รัฐสภาประชุม ซัดไม่ใช่งานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้าน รองเลขาผู้ตรวจการแผ่นดินออกหน้าเคลียร์

ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานของผูู้สอบบัญชี และรายงานการเงินสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก. 2564  นายเสรี สุวรรณภานนท์   สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. ) อภิปรายว่า อำนาจหน้าที่ของ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”    หลังมีประเด็น  “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”   ได้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัย การลงมติของที่ประชุมรัฐสภา ว่าด้วยการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นการเสนอญัตติซ้ำ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

ทั้งนี้  “ผู้ตรวจการแผ่นดิน ” เห็นว่าการดำเนินการของรัฐสภาในวันที่ 19 ก.ค.  ในฐานะที่รัฐสภาเป็นหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ และมีการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีมติให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าว ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่  ทั้งยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดมาตรการ หรือวิธีการชั่วคราว เพื่อชะลอการลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

นายเสรี  สุวรรณภานนท์ สว.  อภิปรายว่า   สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องมีความชัดเจนต้องแก้ปัญหาใน 2-3 เรื่อง ตามบทบัญญัติไว้ แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจสูงสุดของประเทศ คือมติรัฐสภา   การใช้อำนาจทางนิติบัญญัติเมื่อตัดสินแล้ว ต้องยุติในรัฐสภา มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าสภาตัดสินวินิจฉัยเรื่องใดไปแล้ว  ส่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ต้องกลั่นกรองตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรู้ความสามารถ ว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นการแบ่งแยกอำนาจหรือไม่อย่างไร


หากรัฐสภาทำงานไปแล้ว เกิดมีคนไม่พอใจหรือนักการเมืองด้วยกันเองไม่พอใจ  ยื่นเรื่องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเรื่องก็ไม่จบ     ที่น่าเป็นห่วงคือ การที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอศาลรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภางดหรือหยุดการดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมครั้งที่ 3   คำถามคือเป็นไปได้อย่างไร ถ้าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามสิทธิเสรีภาพก็สามารถยื่นได้ แต่การไปขอให้รัฐสภา งดการประชุมเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาล ทั้งที่บ้านเมืองต้องมีนายกรัฐมนตรีต้องมีรัฐบาล   นี่คือความเสียหายไม่ได้ห้ามเรื่องดุลยพินิจ แต่มองว่าสิ่งที่ห้ามมิให้รัฐสภาประชุม หรือทำหน้าที่ต่อ อันนี้ไม่ใช่งานของผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายฑิฆัมพร ยะลา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้แจงว่า    เรื่องที่นายเสรี ระบุถึง คือการส่งข้อบังคับการประชุมที่ 41 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นั้น   ยืนยันว่าองค์ประกอบครบถ้วน ที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้   ส่วนข้อเสนอที่ให้ชะลอเรื่องเลือกนายกรัฐมนตรี  หรือ โหวตนายกรัฐมนตรี   หากข้อบังคับที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หากเลือกนายกรัฐมนตรีไป ก็จะเกิดผลเสียต่อรัฐธรรมนูญจึงขอให้พิจารณาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้ด้วย และเรื่องนี้เป็น การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยไปในทิศทางใด