อานนท์ เผยไม่กังวลตร.ถอนประกัน ชี้ปราศรัยปรึกษาศาลตลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554221

21 ก.ค. 2566

อานนท์ เผยไม่กังวลตร.ถอนประกัน ชี้ปราศรัยปรึกษาศาลตลอด

อานนท์ นำภา เผยกรณีตำรวจจ่อถอนประกัน ไม่มีความกังวล พร้อมชี้แจง ระบุขึ้นเวทีปราศรัยต่อ ปรึกษาเรื่องเนื้อหากับศาลตาลอด เชื่อ 27 ก.ค.นีเมีชุมนุมใหญ่อีก

จากกรณีสถานีตำรวจ สน.ปทุมวัน  ได้ทำหนังสือเพื่อยื่นคำร้องถึงศาล ขอให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 พิจารณาเพิกถอนการประกันตัวของ นายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง  และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มราษฎร   ฐานกระทำผิดเงื่อนไขการขอปล่อยตัวชั่วคราวนั้น
นายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง  และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนนายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน

ล่าสุด นายอานนท์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากศาลและไม่ทราบว่าตำรวจไปยื่นคำร้องด้วยเหตุผลอะไร แต่ตนเองก็ยินดีที่จะทำการพิสูจน์ต่อศาลว่าตนนั้นไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข เพราะการชุมนุมเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ และได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย

ส่วนกิจกรรมคาร์ม็อบ ก็ได้รับการอำนวยความสะดวกจากตำรวจด้วยซ้ำ ส่วนเนื้อหาการปราศรัยก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ยืนยันไม่กังวลว่าจะเป็นการผิดเงื่อนไข เพราะไม่มีเหตุการณ์ใดที่เกิดความวุ่นวาย และเป็นการพูดในข้อเท็จจริงไม่ใส่ร้ายป้ายสี ขณะนี้กำลังรอหมายเรียกจากศาลเพื่อที่จะยื่นคำร้องขอชี้แจงต่อไป

อย่างไรก็ดี นายอานนท์ ได้ยืนยันว่าจะไม่หยุดการขึ้นปราศรัยเพราะในการขึเนปราศรัย ได้มีการปรึกษาศาลก่อนแล้ว ซึ่งถ้าปราศรัยถึงเรื่องรัฐบาล ตามข้อเท็จจริงไม่มีปัญหาอะไร และได้ละเว้นในเรื่องของสถาบันมาโดยตลอด รวมถึงยังมีประเด็นการกล่าวหาว่าตนคุกคาม ส.ว.ยืนยันไม่ได้ข่มขู่ และยังได้ห้ามปรามไม่ให้ผู้คนไปรบกวนด้วย เพราะมองว่าเป็นสถานที่ส่วนตัว

ส่วนในเรื่องของวันที่ 27 ก.ค.นี้ ที่จะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 นายอานนท์เชื่อว่า จะมีการชุมนุมใหญ่ 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยกรณีพรรคก้าวไกลยอมหลีกทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวนายกฯ จะต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่มาฟอกขาวให้กับเผด็จการ และยึดนโยบายตามเงื่อนไขร่วมกันใน MOU ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนจะยอมรับได้ เพราะรัฐบาลผสมต้องมีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน มองว่ายังมีความพยายามจะกีดกันให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน หรือถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไม่ให้มี ส.ส.ในรัฐสภาด้วย

ส่วนการขอเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ เชื่อว่าเพื่อไทยจะยึดเสียง ส.ว.เป็นหลักก่อน หากเพียงพอก็คงไม่ไปหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคอื่นเพิ่ม แต่หากต้องไปขอเสียงเพื่มในช่วงเวลานี้จะเป็นภาระอย่างมาก ขอให้กำลังใจกับพรรคเพื่อไทยด้วย 

มายด์ ภัสราวลี ชี้ต้องสู้เพื่อปกป้องคะแนนเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554218

21 ก.ค. 2566

มายด์ ภัสราวลี ชี้ต้องสู้เพื่อปกป้องคะแนนเสียง

มายด์ ภัสราวลี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อัด ความฝันึงามหวังผ่านการเลือกตั้งถูกพรากไป ระบุต้องแก่รธน.2560 ฉบับใหม่เขียนโดยปชช.

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในกิจกรรมการชุมนุม ที่จัดโดย กลุ่มตะวันฉาย นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย  น.ส.ภัสราวลี ได้กล่าวว่า ทุกคนมีความตั้งใจที่จะไปเลือกคนที่จะนำพาประเทศไป ดูแลอนาคตได้ เราแบกความฝันเข้าไปเลือกตั้งแต่สุดท้ายเราก็ถูก พรากความฝันไปกับนักการเมืองที่คุยกันไม่ลงตัวแล้วก็มีการดัลกัน มีการตกลงกัน โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของประชาชน แถมเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ไม่ได้เสร็จเลย เราต้องมารักษาคะแนนเสียงที่เราได้เลือกไป สิ่งที่ทำให้ความฝันของเราห่างไกลออกไปนั่นคือรัฐธรรมนูญปี 2560

เมื่อเราเลือกไปแล้วก็ต้องมีเสียงสว. มาเลือกอีกครั้งหนึ่งทำเหมือนประชาชนไม่มีความรู้ไม่มีความเข้าใจ ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลช้ายิ่งทำให้ความฝันความหวังของเราห่างไกลออกไป แม้กิจกรรมการชุมนุมจะจัดตั้งในมหาวิทยาลัยแต่ก็มีคนหลากหลายช่วงวัยที่ออกมาร่วมการชุมนุมเพราะทุกคนคำนึงเสมอว่าไม่ใช่การออกมาเพื่อปกป้องพิทาหรือพระก้าวไกลแต่ทุกคนพร้อมใจกันออกมาเพื่อปกป้องคะแนนเสียงที่ตัวเองได้เลือกตั้งไปแล้ว และความหวังในเรื่องของสวัสดิการต่างๆที่กำลังจะมาถึงแต่ก็ถูกทางไปด้วยเสียง 250 คนที่เรียกตัวเองว่าสว.และพรรคการเมืองอื่นๆที่อยู่นอกเหนือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

แล้วเงื่อนไขสำคัญยิ่งจัดตั้งรัฐบาลช้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะยิ่งล่าช้าไปอีกรวมทั้งการแก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็จะยิ่งล่าช้าตามไปด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์ชาตินี้ เป็นสิ่งที่ถูกจัดตั้งจัดสร้างขึ้นมาโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริง

แม้หลายคนจะมองว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนเป็นเรื่องการจำกัดการใช้ทรัพยากรทุกๆคน 

นอกจากนี้ น.ส.ภัสราวลี ยังได้กล่าวว่าขอให้นักการเมืองหยุดการเล่นเกมทางการเมืองโดยไม่เห็นหัวของประชาชน ต่อให้สามารถมีความเห็นที่ลงตัวกันของนักการเมืองแต่ขัดกับมติของประชาชน มวลชนก็พร้อมที่จะออกมาต่อสู้กันอีกออกมาต่อสู้ของภาคประชาชนในครั้งนี้เพื่อปูทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แก้ไขกติกาและเนื้อหาจะต้องเป็นไปตามที่ประชาชนเป็นผู้เขียนเอง. 

‘เพื่อไทย ‘ ผุดสูตรรัฐบาล – 25 ก.ค. ชัด ‘ ก้าวไกล’ อยู่หรือไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554224

21 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย ' ผุดสูตรรัฐบาล  - 25 ก.ค. ชัด ' ก้าวไกล'  อยู่หรือไป

ที่สุดของที่สุด ฟอร์มรัฐบาลรวบรวมเสียง “โหวตนายกรัฐมนตรี ” ภายใต้การถือธงนำของ “เพื่อไทย” หมอชลน่าน นำทีม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ประกาศความพร้อม วาง 3 สูตร แนวทางที่หนึ่งดึงเสียงจาก สว. เติมให้พรรคร่วม แนวทางที่สองดึงพรรคอื่นเข้าร่วม และทางเลือกสุดท้าย สลายขั้ว 8 พรรคเดิม

ที่พรรคเพื่อไทย  นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำ 8 พรรคร่วมรัฐบาล
 แถลงผลการหารือถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้หลังจากที่พรรคก้าวไกล ในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้ส่งมอบภารกิจให้พรรคอันดับที่ 2 คือพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้รัฐบาลของฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ในที่ประชุมมีมติ ดังนี้   ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 27 ก.ค. ประธานรัฐสภา ได้บรรจุระเบียบวาระในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ประชุมมีมติให้ เพื่อไทย ส่งผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ 

กระบวนการ  พรรคก้าวไกลจะเป็นผู้เสนอชื่อให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน 27 ล้านเสียงที่เลือกมา ส่วนวิธีการที่จะได้มาซึ่งเสียงสนับสนุน ที่ประชุมได้เสนอแนวทาง ทั้งหมด 3 แนวทาง คือ   1 )  8 พรรคร่วม ซึ่งประกอบด้วย 312 เสียง จะดำเนินการแสวงหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )ให้ได้ครบจำนวนที่ต้องเติมให้ถึง 375 เสียง หรือ อีก 63 เสียง โดยอาจจะมีเงื่อนไขที่ สว. ได้ตั้งไว้ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นสิ่งที่ เพื่อไทย จะต้องไปพูดคุย ในกรณีที่ สว. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลดเงื่อนไขในมาตรา 112 ทางพรรคเพื่อไทยจะรับฟัง แล้วนำมาพูดคุยกับพรรคก้าวไกล และในที่ประชุมพรรคร่วมต่อไป

สิทธิขาดทุกอย่างอยู่ที่ “เพื่อไทย”

.

2.) กรณีที่ไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนจากสว. ได้เพียงพอ จะให้สิทธิพรรคเพื่อไทย ดำเนินการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น ตามที่พรรคเพื่อไทยเห็นควร เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฝ่ายของสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคการเมืองที่จะไปพูดคุยนั้น ที่ประชุมให้เป็นเสรีภาพของพรรคเพื่อไทยในการพิจารณาดำเนินการ    3) แนวทางอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมได้ให้สิทธิพรรคเพื่อไทย ในการพิจารณาดำเนินการ   ” ส่วนข้อเสนอให้พรรคก้าวไกลพิจารณาลดเพดาน มาตรา 112  ข้อเสนอของที่ประชุมร่วมให้แนวทางว่าพรรคก้าวไกลอยากทราบรายละเอียดถึงการลดเงื่อนไขว่าคืออะไร จึงได้มอบหมายพรรคเพื่อไทย ไปหารือกับสว.เพื่อให้พรรคก้าวไกลนำกลับไปพิจารณา” 


 นพ.ชลน่าน    กล่าวว่า  แนวทางของเพื่อไทย ให้ความสำคัญหลักอยู่ที่เสียงขอ สว. มากกว่า สส. และยังดำเนินตามทางเลือกที่ 1 คือมีเพียง 8 พรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรคการเมืองอื่น ๆ มาเพิ่มเติม พร้อมหาคะแนนเสียงจาก สว.ควบคู่กันไป และหากมีพรรคการเมืองใด ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตของ 8 พรรคร่วม โดยไม่ขอร่วมรัฐบาล จะถือเป็นมิติใหม่ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ ยังอยู่ที่การพูดคุย  ” 26  ก.ค.   จะทราบชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอเพียงชื่อเดียว แต่ต้องมีกระบวนการสร้างความมั่นใจก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ว่าแคนดิเดตคนดังกล่าว ต้องได้เสียงสนับสนุนเกิน 375 ขึ้นไป”

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวถึง ทางเลือกอื่นๆ  ( แนวทางที่ 3 ) ซึ่งอาจไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ในสมการนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับสิทธิ จากที่ประชุมร่วม ให้ไปดำเนินการและนำกลับมาปรึกษาหารือ และเมื่อถามว่าปัจจัยที่จะทำให้ไปสู่ทางเลือกที่ 3 คืออะไร นายแพทย์ชลน่าน ตอบว่า ก็ต่อเมื่อทางเลือกที่ 1  ( รวมเสียง สว. )  และ  2  ( หาพรรคการเมือง เข้าร่วมไม่สำเร็จ )   โดยกรอบเวลาช้าสุดคือภายในวันที่ 25 ก.ค. ที่จะทราบรายละเอียดของแนวทาง

“เรื่องของการเจรจา กับทางสว.   เป็นภารกิจของคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  ที่จะเป็นผู้ประสานพูดคุย และในส่วนของส.ส. ผมและแกนนำพรรค ก็จะประสานต่อสายแล้วเดินทางไปพบพูดคุยกับพรรคการเมือง โดยเป็นการส่งเทียบเชิญ   ซึ่งพรรคที่มีแนวโน้มคุยง่ายสุดคือพรรคชาติไทยพัฒนา ก็จะได้ประสานพูดคุยกัน”  นพ. ชลน่าน  กล่าว 

‘ก้าวไกล’ ดีดลูกคิด ‘มีลุง ไม่มีเรา’ – ลด เพดาน ม. 112 รอบทสรุป ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554214

21 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ดีดลูกคิด  'มีลุง ไม่มีเรา'  - ลด เพดาน ม. 112 รอบทสรุป 'เพื่อไทย'

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล” ประกาศจุดยืนล่วงหน้า ภายใต้สถานการณ์ที่ “เพื่อไทย” ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่คิดอะไรมาก และ ไม่ซับซ้อน หลักการหากตั้งรัฐบาลผลลงเอย “มีลุง ไม่มีเรา” ส่วน ม.112 ที่เป็น “สายล่อฟ้า” ประเด็นลดระดับแค่ไหน อย่างไร รอฟังท่าทีจากพรรคแกนนำ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า  แนวทางของ “ก้าวไกล” ต่อการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย   จุดยืนของพรรคก้าวไกล คือ  “มีลุง ไม่มีเรา” ( พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ,  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา )   ทั้งนี้แนวทางดังกล่าว ทางพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้แจ้งต่อพรรคเพื่อไทย 
เพียงแต่เป็นแนวทางที่พรรควางไว้  สำหรับการหารือระหว่าง 8  พรรค  ไม่ได้รู้สึกกดดัน ทั้งนี้เรื่องการพูดคุยกับ สว.เรื่อง ม.112 เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย   ถ้ามีความเป็นรูปธรรมใด ๆ พรรคเพื่อไทยก็จะเป็นผู้รับผิดชอบที่จะมานำเสนอ  

”   หากต้องลดเพดาน ม.112 จริงๆ เพื่อให้ 8 พรรค  ไปรอด ต้องลดระดับไหน  ในนาม “ก้าวไกล”  ผมได้ถามในที่ประชุมเช่นกัน   ขั้นตอนจากนี้พรรคเพื่อไทยจะไปพูดคุยหาเสียงเพิ่ม  ว่าจะมีข้อเสนอแบบไหนอย่างไร แล้วคงนำมาพิจารณากัน ตอนนี้คงยังพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน  ย้ำว่าขณะนี้ต้องรอดูว่ามีความเป็นรูปธรรมเป็นแบบไหน ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบและบทบาทของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าเรื่อง ม.112 หรือเรื่องไหน ๆ พรรคเพื่อไทยก็เป็นเจ้าภาพ และแกนนำในการตัดสินใจ   หากได้ผลอย่างไร ก็จะนำมาคุยกัน”  นายชัยธวัช   กล่าว 

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554201

21 ก.ค. 2566

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

หลังชาวเน็ตแห่แชร์ภาพขณะ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตัวตึงเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งพรรคก้าวไกล กอดให้กำลังใจ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ภาพนี้ก็กลายเป็นไวรัล เพราะความหล่อเป็นเหตุ ที่ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร คือใคร ?

ซึ่งสาเหตุที่ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  เข้าไปกอดให้กำลังใจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ก็มาจากกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้อง กกต. พิจารณาให้ นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จากเหตุที่มีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด มหาชน จำนวน 42,000 หุ้น โดยให้นายพิธาผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้เข้ากล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน

โดยหลังจากทราบมติของศาลรัฐธรรมนูญ นายพิธา ได้ลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ได้ลุกจากที่นั่งของตัวเอง เดินเข้ามาสวมกอดพิธา ซึ่งก็คือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร คนดังกล่าว ที่ทำให้ชาวเน็ตพากันตามหาว่า ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  คือใคร?

ซึ่งล่าสุด หลังจาก ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  ได้รับรู้แล้วว่า ภาพของตัวเองในวันนั้นได้กลายเป็นไวรัลและทำเอาชาวเน็ตตามหาเจ้าตัวกันให้ควั่ก ก็ทำให้ทาง ดร.โจ ชัยวัฒน์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวแล้ว ที่เขาบอกว่า

‘ขอบคุณกำลังใจจากทุกคนนะครับ

ดีใจที่ภาพนี้ทำให้ในวันที่มืดหม่นก็ยังมีรอยยิ้มได้

ผมเชื่อว่าการเติมพลังบวกให้กันย่อมสร้างพลังบวกที่ใหญ่ขึ้น แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง

ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ

ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ’

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

สำหรับ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ปัจจุบันอายุ 42 ปี สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ที่หลายคนเรียกเขาว่าตัวตึงทีมเศรษฐกิจ ที่ประวัติไม่ทำธรรมดา

ด้านการศึกษา


          – ปริญญาเอก, Doctor of Philosophy (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)

          – ปริญญาโท, Master of Science (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)

          – ปริญญาตรี, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง), คณะวิศวกรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          – มัธยมศึกษา, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ด้านการทำงาน


          – ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร (ตำแหน่งสุดท้าย) ธนาคารแห่งประเทศไทย (2556-2566)

          – Advisor, Bank for International Settlements (BIS), Innovation Hub (2563-2564)

          – นักวิจัยอาวุโส NEC Corporation, Central Research Labs. (2554-2556)

          – นักวิจัย Japan Advanced Institute of Science and Technology (2551-2554)

          – วิศวกร บริษัท Schlumberger Overseas S.A. (2545)

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เคยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนมาร่วมงานการเมืองกับพรรคก้าวไกล เคยทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ความรับผิดชอบล่าสุดคือ ทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเงินดิจิทัล ดูเรื่องเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ทำให้เกิดแรงจูงใจขึ้นในช่วงการทำงาน เนื่องจากพบว่า มีกฎหมายหลายอย่างติดขัด ทำให้การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ไม่มีประสิทธิภาพพอสมควร จึงตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง อยากเห็นประเทศไปในทางที่ดีขึ้น จึงลองมาทำงานการเมือง

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

‘อนุทิน’ย้ำชัดแนวทางและจุดยืน ของ ภูมิใจไทย ไม่ร่วมงานกับ’ก้าวไกล’เด็ดขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554199

21 ก.ค. 2566

'อนุทิน'ย้ำชัดแนวทางและจุดยืน ของ ภูมิใจไทย ไม่ร่วมงานกับ'ก้าวไกล'เด็ดขาด

อนุทิน เปิดเผยยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย หลังได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงยังไม่ทราบท่าที ยืนยันชัดหากทำงานร่วมกันจะต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย ชี้ปมมาตรา 112 สร้างความแตกแยกในชาติ

คืบหน้ากรณีพรรคเพื่อไทยได้ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อจากพรรคก้าวไกล ทำให้ความเคลื่อนไหวในวงการการเมืองได้รับความสนใจในทุกๆมิติ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าจนถึงยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ยังไม่ทราบถึงท่าทีของทางพรรคเพื่อไทยว่าจะมีแนวทางหรือวิธีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

อย่างไรก็ดีในอนุทินยังได้ยืนยันย้ำชัดถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยกับสื่อมวลชนว่า 
 เราจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ซึ่งรวมถึงในกรณีที่ถ้าทางพรรคเพื่อไทยได้ติดต่อพรรคภูมิใจไทยให้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแต่ถ้ายังมีทั้งก้าวไกลรวมอยู่ด้วยก็ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมอย่างเด็ดขาด

“พูดให้ชัดเจน ก็คือ พรรคก้าวไกล พรรคเดียวที่มีนโยบาย เรื่องนี้ และ ไม่มีท่าทีที่จะลดระดับ มีแต่จะเพิ่มความแข็งกร้าวขึ้น ทั้งแกนนำพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล มีการผลักดันที่จะให้แก้ไขมาตรา 112  อย่างแข็งกร้าว ไม่รับฟังเสียงทักท้วง คำร้องขอของใครทั้งนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ประเด็นนี้ จะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ” นายอนุทินกล่าว

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554198

21 ก.ค. 2566

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

วราวุธ ลั่น พร้อมหนุน แคนดิเดตนายกฯ ของ เพื่อไทย ย้ำ ท่าทีของชาติไทยพัฒนา ไม่ร่วมงานพรรคที่แตะต้อง-แก้ไข ม.112

ความคืบหน้าการเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

จากสถานการณ์ล่าสุดทราบว่า ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนายินดีสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย

แต่มีเงื่อนไขว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องไม่ทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112  เช่นพรรคก้าวไกลที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ ไม่แตะต้อง และไม่แก้ไข มาตรา 112 

เมื่อถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยมีใครโทรศัพท์มาพูดคุยทาบทามแล้วหรือยัง นายวราวุธ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ยังไม่มี เพียงแต่เราย้ำว่า หากไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ชาติไทยพัฒนาก็ยินดีสนับสนุน

สว. เสนอ ‘เพื่อไทย ชง ‘ประธานรัฐสภา’ เลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรี หวังม้วนเดียวจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554197

21 ก.ค. 2566

สว. เสนอ 'เพื่อไทย ชง 'ประธานรัฐสภา'  เลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรี  หวังม้วนเดียวจบ

สว.สมชาย แสวงการ ประเมินการเปลี่ยนบทบาทแกนนำตั้งรัฐบาล มาเป็น” เพื่อไทย” ถึงที่สุดแล้ว ขั้นตอนเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี จากเดิมที่กำหนดไว้ 27 ก.ค. น่าจะไม่ทัน ในการเตรียมการ จึงควรเสนอไปถึงประธานรัฐสภา ขอเลื่อนเวลาออกไป เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว เสนอชื่อครั้งเดียวจบ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. )  เปิดเผยว่า  ในฐานะที่พรรค “เพื่อไทย”  เข้ามาทำหน้าที่ในการเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทนพรรคก้าวไกล   เชื่อว่า กระบวนการต่าง ๆ  เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุปทุกอย่างทันต่อการประชุมรัฐสภา  ซึ่งจะโหวตนายกรัฐมนตรี คือวันพฤหัสที่ 27  ก.ค.  ตามที่กำหนดไว้  จึงอยากเสนอให้พรรคเพื่อไทย  แจ้งต่อประธานรัฐสภา ให้เลื่อนการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน เพื่อให้เกิดความรัดกุมมากที่สุดอันเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการเสนอชื่อและให้ผลโหวตผ่านในคราวเดียว 


สำหรับการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เห็นว่าสิ่งที่พรรค “เพื่อไทย”  ต้องอธิบายก็คือ บุคคลที่มีคุณสมบัติต่อการเสนอชื่อ  ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  นโยบายร่วมของพรรคร่วมจัดตั้งฯ ที่สำคัญในการเดินหน้าประเทศให้เจริญก้าวหน้า มีความสงบสันติสุข และไม่มีนโยบายใด ๆ จากพรรคร่วมฯ หรือกลุ่มการเมือง ที่สนับสนุนในการแก้ไขประมวลกฎหมายมาตรา 112 และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กระทบต่อสถาบันหลัก  ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตและคดี112 หรือคดีอาชญากรรมร้ายแรง 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย   กล่าวว่า  การเปลี่ยนแปลงแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล  เท่ากับว่า จะต้องมีการเพิ่มเติมพรรคที่ 9  และ พรรคที่  10  เข้ามา    เพื่อให้มีเสียงสนับสนุนเข้ามาต่อการโหวต เพราะถ้าไม่ได้เสียง สส. เข้ามาก็จะลำบาก

‘เพื่อไทย’ ลั่น มติครม.วันแรก ขอทำประชามติตั้ง ส.ส.ร. ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554184

21 ก.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ ลั่น มติครม.วันแรก ขอทำประชามติตั้ง ส.ส.ร. 'แก้รัฐธรรมนูญ' ทันที

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ แท็กทีมแกนนำเพื่อไทย ประกาศความมั่นใจ 27 ก.ค.นี้ได้ ‘นายกฯ’ แน่ จ่อคุย ‘สส.-สว.’ หาเสียงหนุนเกิน 375 เสียง เล็งถก 8 พรรค ‘ภูมิธรรม’ลั่นมติครม.วันแรก ให้ทำประชามติ ตั้ง ส.ส.ร. เดินหน้า ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ทันที

ภายหลังพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์รับไม้ต่อจากพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุดที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคร่วมกันแถลง

โดยนพ.ชลน่าน แถลงว่า เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณพรรคก้าวไกล ที่ส่งมอบภารกิจในการจัดตั้งรัฐบาลให้กับพรรคเพื่อไทย เป็นไปตามวิถีทางทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ภายใต้เงื่อนไขของการร่วมรัฐบาล 8 พรรคร่วมเดิม ตามที่ก้าวไกลแถลงไปแล้ว พรรคเพื่อไทยจะหารือกับ 8 พรรคเดิมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าภายใต้ข้อตกลงของ 8 พรรคเดิม พรรคทั้ง 8 สามารถรวมเสียง 312 เสียงซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ แต่ในการประชุมร่วมรัฐสภา ไม่เห็นชอบบุคคลที่ 8 พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับมาตรา 112 จึงส่งผลให้ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้

พรรคเพื่อไทย จึงจำเป็นต้องหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา ทั้ง สส.-สว. เพิ่มเติมเพื่อให้ได้เสียงเกินกว่า 375 เสียง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

เบื้องต้นจะขอเสียงจาก สส. สว.และพรรคการเมืองอื่น เพื่อให้ตั้งรัฐบาลได้ให้ได้และในเวลา 15.00 น. เราได้นัดแกนนำ 8 พรรคมาหารือที่พรรคเพื่อไทย จากนั้นจะแถลง ซึ่งคาดว่าใช้เวลาหรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที

‘เพื่อไทย’ ลั่น มติครม.วันแรก ขอทำประชามติตั้ง ส.ส.ร. 'แก้รัฐธรรมนูญ' ทันที

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า MOU(เอ็มโอยู) เป็นของ 8 พรรคเดิม อยู่บนพื้นฐานคุย 8 พรรคอยู่ ซึ่งเราต้องปรึกษาหารือกัน ต้องเพิ่มเสียงให้ได้ 375 ให้ได้ อะไรที่ไม่สอดคล้องกับเอ็มโอยูก็ต้องมาพิจารณา เป็นโจทย์หลักเพื่อแสวงหาเสียงมาสนับสนุน กลไกที่จะทำให้ได้ 375 เสียงต้องดำเนินการทั้งหมด

เมื่อถามว่าในวันที่ 27 ก.ค.จะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นการดำเนินการในพรรค กรรมการบริหารมอบให้ตนเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะเข้าที่ประชุมพรรควันที่ 26 ก.ค. 2566 เวลา 17.00 น.เพื่อขอมติรับรองว่าจะเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย

อ้วน ภูมิธรรม  เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ด้านนายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนประเด็นปัญหา มาตรา 112 ที่เป็นเงื่อนไขตั้งรัฐบาลไม่ได้นั้น วันนี้ทั้ง 8 พรรคจะคุยกันว่าปัญหามีอะไรบ้าง ซึ่ง มาตรา 112 เป็นประเด็นหนึ่ง อาจมีประเด็นอื่นอีก โดยพรรคก้าวไกลต้องตอบให้ชัด ซึ่งการโหวตนายกฯ ครั้งแรกเราได้ สว. 13 เสียง พอครั้งหลังมีเสียงลดน้อยลง ต้องดูว่าเป็นเพราะอะไ เราต้องฝ่าปัญหาตรงนี้ให้ได้

“เรารอมา 2 เดือนกว่าแล้ว เราจำเป็นต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ โดยดูเงื่อนไขต่างๆ ต้องฝ่าไปให้ได้มากที่สุด ตั้งรัฐบาลเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ มติครม.วันแรก เราจะออกมาให้ทำประชามติตั้ง ส.ส.ร. มาแก้รัฐธรรมนูญทันที เราต้องได้นายกฯในวันที่ 27 ก.ค. ให้ได้เพื่อให้ได้รัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้” นายภูมิธรรม กล่าวเสียงเข้ม

‘เพื่อไทย’ ลั่น มติครม.วันแรก ขอทำประชามติตั้ง ส.ส.ร. 'แก้รัฐธรรมนูญ' ทันที

เมื่อถามว่าถ้าเสียงไม่พอ จะคุยกับก้าวไกลอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราคงได้คุยกัน ถ้ายืน 312 เสียงไม่ขัดข้องแต่ต้องบอกให้ชัดว่าจะหาเสียงเพิ่มจากไหน เราต้องคุยกับก้าวไกลตรงๆเรื่อง 112 จะทำอย่างไร ปัจัยที่เป็นปัญหากับพรรคไน พรรคนั้นต้องตอบ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่าถ้าก้าวไกลไม่ลดเพดาน จะทำอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในวันนี้ คราวที่แล้วเราหาเสียงให้กับก้าวไกล แต่วันนี้โจทย์เปลี่ยน เราต้องคุยกับสว.ใหม่ คุยอย่างเป็นทางการในฐานะแกนนำตั้งรัฐบาล

วันนี้ตั้งใจทำให้บรรลุ เราเชื่อมั่นว่าวันที่ 27 ก.ค. เราได้นายกฯ แต่เราต้องหารือกับ 8 พรรคร่วมฯ ว่าอะไรคือหนทางไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแนวโน้มค่อยข้างสูงที่พรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันพฤหัสบดีที่ 27 ก.ค. 2566 

สามคีย์แมน คนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล จากซ้ายไปขวา ภูมิธรรม-นพ.ชลน่าน-ประเสริฐสามคีย์แมน คนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล จากซ้ายไปขวา ภูมิธรรม-นพ.ชลน่าน-ประเสริฐ

‘เพื่อไทย’ ยืดอกรับภารกิจจัดตั้งรัฐบาล เดินหน้าหาเสียงสนับสนุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554187

21 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยืดอกรับภารกิจจัดตั้งรัฐบาล เดินหน้าหาเสียงสนับสนุน

‘เพื่อไทย’ ขอบคุณ ‘ก้าวไกล’ ยืดอกรับภารกิจแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต่อจากก้าวไกล เตรียมเคาะชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย 26 กรกฎาคมนี้ มั่นใจโหวตรอบนี้ได้นายกรัฐมนตรีแน่ เดินหน้า คุย สว. พรรคร่วมรัฐบาลเดิม หาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติม

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าว พรรคเพื่อที่จะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวในการแถลงข่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณพรรรคก้าวไกล ที่ส่งมอบภารกิจการจัดตั้งรัฐบาลให้กับทางพรรคเพื่อไทย ตามวิถีทางทางการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล เบื้องต้นพรรคเพื่อไทย จะหารือกับ 8 พรรคการเมืองเดิม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป 

เพื่อไทบขอบคุณก้าวไกลส่งไม้ต่อจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทบขอบคุณก้าวไกลส่งไม้ต่อจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย เห็นว่า พรรคการเมืองทั้ง 8 พรรคสามารถรวมเสียงได้ 312 เสียง ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา แต่ในการประชุมร่วมของรัฐสภา ที่ประชุมร่วมความเห็นชอบบุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นชอบ เนื่องจากมีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 12 จึงส่งผลให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคเพื่อไทย จึงมีความจำเป็นต้องหาเสียงสนับสนุน จากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติม เพื่อให้ได้เสียงเกินกว่า 375 เสียง

เบื้องต้น พรรคเพื่อไทย จะขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา และพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ในที่สุด หากผลการดำเนินการเป็นประการใดจะได้แจ้งให้กับฝ่ายพรรคการเมือง และสาธารณชนและพี่น้องประชาชนทราบต่อไปโดยเร็ว

เพื่อไทยรับไม้ต่อก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยรับไม้ต่อก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวถึงการหาเสียงเพิ่มว่าจะไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมในปัจจุบันหรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน เปิดเผยว่า เราจะได้ปรึกษาหารือกับ 8 พรรคร่วมวันนี้เวลา 15.00 น. หลังจากนั้นจะมีแทนทางในการดำเนินการ

ส่วนประเด็นการแก้มาตรา 12 เป็นเงื่อนไขที่ทำให้การโหวตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราจะหารือกับทั้ง 8 พรรคให้เห็นปัญหาตรงกัน ว่าขณะนี้ที่ไม่สามารถจะตั้งรัฐบาลได้ที่ผ่านมาคืออะไร เราคิดว่าปัญหาเรื่องมาตรา 112 เป็นประเด็นหนึ่งและมีประเด็นอื่นด้วยก็ได้ และต้องถามความเห็นของสมาชิก 8 พรรคการเมืองทั้งหมดว่ามีเรื่องอะไรอีก แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อออกจากสภาพปัญหาเดิมๆ วันนี้เรารอมา ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้ว เราจำเป็นต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ ดังนั้นการตั้งรัฐบาลต้องดูเงื่อนไขต่างๆและฝ่าเงื่อนไขนั้นไปให้มากที่สุด การจัดตั้งรัฐบาลเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ หากเราได้จัดรัฐบาล มติ ครม. วันแรก เราออกมาให้ทำประชามติ ให้มี ส.ส.ร.เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที และเราจะต้องเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ให้ได้ เราจะดำเนินการทุกเรื่องทุกขั้นตอนในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

ส่วนกรณีหากหาเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ นายภูมิธรรม ล่าวว่า จะมีการคุยกับพรรคก้าวไกลว่ามีแนวทางอย่างไร หากยังยืนยันว่าจะมี 312 เสียงแบบเดิมเราไม่ขัดข้อง แต่ต้องบอกให้ชัดเจนว่าจะมีเสียงมาเพิ่มได้อย่างไร

ส่วนกรณีที่ สว.ประกาศว่ามีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลก็จะไม่โหวตให้นั้น นายภูมิธรรม แสดงความเห็นว่า วันนี้เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอให้ได้ทำงานก่อน เราอยากมีเวลาที่มากพอ ให้มีนายกรัฐมนตรีได้ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

ขณะที่นายแพทย์ชลน่าน กล่าวถึงเรื่อง MOU ที่เคยตกลงกันไว้ยังยึดตามเดิมอยู่หรือไม่ว่า MOU เป็นบันทึกความเข้าใจร่วมของ 8 พรรคเรา ขณะนี้ยังอยู่บนพื้นฐานการพูดคุยระหว่าง 8 พรรคการเมืองอยู่ ประเด็นนี้จะมีการปรึกษาหารือกันเพราะเป้าหมายคือการเพิ่มเสียงให้ได้ 375 เสียง ดังนั้นหนทางใดที่จะใช้ในการเพิ่มเสียงและไม่สอดรับสอดคล้องกับ MOU ต้องมาพิจารณา

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่มีท่าทีในการลดเพดานของมาตรา 112 นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องคุยกันตรงไปตรงมาว่าอะไรคือปัญหาและมีหนทางจะแก้ได้อย่างไร ถ้าเป็นเรื่อง 112 ต้องถามพรรคก้าวไกลว่าหากเราจะไปต่อและเป็นรัฐบาลให้ได้ ปัจจัยเงื่อนไขอะไรที่เป็นปัญหาพรรคนั้นต้องตอบว่าจะแก้ไขอย่างไร ส่วนพรรคก้าวไกลจะไปต่อกับ 8 พรรคร่วมหรือไม่ยังไม่สามรถตอบได้คงต้องหารือร่วมกัน

สำหรับเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยนั้น ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้จะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า เป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยต้องมาดำเนินการภายในพรรค ซึ่งมอบหมายให้ตนซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคดำเนินการแทน แต่เรายังนำเข้าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ในเวลา 17.00 น.เพื่อขอมติครั้งสุดท้าย

ส่วนกลัวว่าการโหวตจะซ้ำรอยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน ระบว่า ประเด็นนี้ เป็นโจทย์หลักที่เราจะหาเสียงสนับสนุน คงต้องมีการเจรจากันทั้งหมด ส่วนการพูดคุยกับ สว. เพื่อหาเสียงสนับสนุนเพิ่มหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราได้มีการคุยในขั้นต้น แต่ยังมีเสียงที่ออกมาน้อยอย่างที่ได้แสดงออก วันนี้โจทย์เปลี่ยนเราต้องทำหน้าที่ให้พรรคเพื่อไทย เรายืนยันว่าเราจะเริ่มต้นคุยอย่างเป็นทางการในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเราวันนี้ตั้งใจจะเอาให้ผ่านและตั้งใจทำให้สุดความสามารถให้บรรลุการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เชื่อว่าวันที่ 27 กรกฎาคมนี้เราจะได้นายกรัฐมนตรี