‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554080

20 ก.ค. 2566

‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

‘สส.ก้าวไกล‘ ตัวตึงภาคเหนือ โพสต์สุดคับแค้น เกือบกลั้นน้ำตาในสภาฯ ไม่ได้ เพื่อน สส.เตือนสติ ’จีนฮึบไว้ๆ ฮึบไว้นะ’ ลั่นนี่ยังไม่ถึงตอนจบ เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ หรือ จีน สส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล  สส.ตึวตึงแห่งภาคเหนือ ได้โพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊กว่า กลั้นน้ำตาในวันนี้ไว้ได้ สส.กายที่นั่งข้างหน้าบอก ‘จีนฮึบไว้ๆ ฮึบไว้นะ’ 

ไปม็อบ เจอเพื่อน เจอผู้คน ก็ยังยิ้มได้ แต่เมื่อกลับบ้าน มาดูหน้าจอโทรศัพท์เห็นน้ำตาประชาชน เห็นภาพคนเฒ่าคนแก่ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าจอทีวี 

‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

คิดและตั้งใจเลยว่าต่อจากนี้ไป คือจะต้องเปลี่ยนน้ำตาของประชาชนมาเป็นแรงผลักดันให้สู้ต่อ และจะเอาความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้คืนกลับมาเป็นความยุติธรรมที่สาสมให้ได้ 

นี่ยังไม่ถึงตอนจบ เพราะเพิ่งเริ่มต้น เพื่อนเดินร่วมทาง ยังมีอีกเยอะ ไม่ต้องห่วงค่ะ เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่นอน

#ค.ใคร ทำอะไรไว้ รู้ดีแก่ใจ สักวันดาบนั้นคืนสนอง

ขอบคุณที่มา: เฟซบุ๊ก Phuthita Chaianun – พุธิตา ชัยอนันต์

คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง ‘พิธา’ กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554076

20 ก.ค. 2566

คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง 'พิธา' กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว หลังคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. เผย คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง รอหารือแกนนำก้าวไกล ก่อนคุยเพื่อไทย

ความเคลื่อนไหวที่พรรคก้าวไกล ช่วงเช้าวันนี้ยังเงียบเหงา ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือ หุ้นitv นั้น ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของนายพิธา หรือมีกำหนดจะเดินทางเข้ามาที่พรรคก้าวไกล

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า วันนี้ นายพิธา ได้ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกับครอบครัว และนายพิธา ยังมีกำลังใจดี ซึ่งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง 

หลังจากนี้อาจจะมีการหารือในระดับแกนนำพรรคก้าวไกล ก่อนที่จะพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ และหารือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลถึงทิศทางการเดินหน้าต่อจะเป็นอย่างไร

โดยแกนนำในคณะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคก้าวไกล ยังเป็นนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งวันนี้ทั้งหมดได้เดินทางไปประชุมที่อาคารรัฐสภา

‘อนุทิน’ เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา ลั่น ‘ผมเล่นตามกติกา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554071

20 ก.ค. 2566

‘อนุทิน’ เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา ลั่น ‘ผมเล่นตามกติกา’

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา บอกขอให้ถึงวันนั้นก่อนว่าพร้อมนั่งนายกฯหรือไม่ หากพรรคอันดับ2 ถึงทางตัน โยนถาม พท. จำเป็นต้องสลัดก้าวไกลพ้นพรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ ลั่นเล่นตามกติกา

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง ท่าทีของพรรคต่อการร่วมรัฐบาล ว่า ยังเหมือนเดิม ตามที่พรรคเคยได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว คือไม่สามารถร่วมงานกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไข มาตรา 112 และไม่สนับสนุนให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย พร้อมยืนยันว่า

ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล คงต้องรอให้สถานการณ์เดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะฝั่งที่จัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ยังอยู่ด้วยกัน

ส่วนหากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวตนได้ตอบไปแล้ว ส่วนเรื่องนี้จะทำให้เกิดทางตันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องไปถามคนที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล เพราะในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันอยู่แล้วว่าจะเล่นตามกติกา เป็นพรรคเบอร์ 3 จะมาถามแนวโน้วการจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องไปถามพรรคที่เขากำลังตั้งอยู่

ทั้งนี้ หากถึงทางตัน พรรคเบอร์ 3 เบอร์ 4 นายอนุทิน พร้อมเป็นนายกฯหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน ส่วนพร้อมเป็นนายกฯหรือไม่ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังไม่มีการประสานงานพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกันเลย

ทั้งนี้เมื่อถามว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 เป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แต่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย จะทำให้พรรคภูมิใจหนักใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวไม่ควรจี้ถามแบบนี้ เพราะพรรคภูมิใจไทย แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ยินดีจะร่วมงานกับพรรคที่มีการแก้ไขมาตรา 112 และพรรคเราไม่เอาเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องสลัดก้าวไกล ให้หลุดจากรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีการลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 พรรคภูมิใจไทย จะมีการประชุม สส. ของพรรค 1 วันก่อนจะมีการร่วมรัฐสภา พรรคมีการประชุม สส. เป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ประชุมได้มีมติว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเสนอซ้ำได้ จะส่งผลต่อพรรคภูใจไทยในอนาคตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้มีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคยังไม่ได้แยกทางกัน MOU ยังอยู่เขาจะต้องไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ก่อน 


“ผมบอกแล้วว่าจะต้องรักษามารยาท และกติกา ผมยังไม่ได้คิดว่าจะขยับไปในทิศทางไหน ตอนนี้เอาให้ได้นายกฯ ก่อน จึงจะสามารถให้ความเห็นเรื่องรัฐบาลได้” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ

“อัครเดช” อาสาขอเสียง สส.หนุน “พิธา” หากก้าวไกลถอย 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554072

20 ก.ค. 2566

"อัครเดช" อาสาขอเสียง สส.หนุน "พิธา" หากก้าวไกลถอย 112

“อัครเดช” ชี้ ก้าวไกล ไม่ถอย ม.112 ทำพลาดโหวตเสียง เลือก พิธา นั่งนายกฯ ระบุพร้อมอาสาขอเสียง สส.หนุน หากก้าวไกลถอย 112


นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในสมัยการประชุมนี้ โดยแนะนำให้พรรคก้าวไกล ยอมทบทวน การดำเนินนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อให้เกิดเป็นสถานการณ์ใหม่ และสามารถเสนอชื่อนายพิธา กลับเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ได้ในสมัยการประชุมถัดไป โดยตนจะอาสา ไปทำความเข้าใจ สส.อีกฝั่ง และพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกล เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ จึงขอให้พรรคก้าวไกลทบทวนแนวทางดังกล่าว
 นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ


นายอัครเดช ยังมั่นใจด้วยว่า เหตุการณ์การประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) จะไม่เกิดขึ้น หากพรรคก้าวไกล ยอมถอยมาตรา 112 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้นายพิธา ไม่ได้รับการลงมติให้เป็นนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่า พรรคก้าวไกล ยังมีโอกาสเป็นรัฐบาล ด้วยการทบทวนการแก้ไขมาตรา 112 และคิดถึงประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนให้เข้ามาบริหารประเทศ แต่ไม่สนับสนุนให้แก้มาตรา 112 ที่มีผลกระทบต่อสถาบัน

ส่วนแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเสนอนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะเป็นอย่างไรนั้น นายอัครเดช ระบุว่า จะต้องรอพรรคฯ พิจารณา เพื่อมีข้อสรุปเป็นมติพรรคฯ

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554069

20 ก.ค. 2566

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

‘บุญชู จันทร์สุวรรณ’ นายกสมาคม อบจ.ฯ โอด เหมือนล็อกเอาไว้ ไม่สนใจปชช.เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านเสียง ไปล้มล้างกันในสภาฯ แบบนี้ไม่ยุติธรรม ทรยศประชาชน ยอมรับเสียใจมาก ไม่ชอบคนที่ทำให้เป็นแบบนี้

นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และนายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดใจ หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ถูกศาลรัฐธรรมนูญหยุปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้น itv และทำให้โหวตนายกรอบ2 ล่มว่า ตนเองในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น รู้สึกเสียดายและเสียใจ เพราะให้ประชาชนเลือกมาแล้ว แต่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วจะให้ประชาชนเลือกมาทำไม 

“เหมือนกับล็อกเอาไว้ ประชาชนจะเลือกมากี่แสนกี่ล้านไม่สนใจ ไปล้มล้างกันในสภาหมด ตนเองว่าไม่ยุติธรรม สังคมเราหากมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา บ้านเมืองเราไม่พัฒนา มีแต่ถอยหลัง ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง เสียใจมากและแอนตี้คนที่ทำให้ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่นับถือความคิดของคนเหล่านี้”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มสมาคมฯ เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนจะกระทบต่อเรื่องงบประมาณหรือการผลักดันนโยบายต่างๆ หรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่ามีผลแน่ งบประมาณบริหารโดยคนที่ไม่มีประชาธิปไตย ก็คือการรวมศูนย์ 

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

ทั้งที่เราต้องการกระจายอำนาจ ประเทศชาติจะได้เจริญ ถ้ารวมศูนย์ประเทศชาติก็จะยากจน ดูอย่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 30 ปีที่แล้วเกาะกงแทบจะไม่มีตึกให้เห็น

แต่ตนเองไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่าเกาะกงมีความเจริญกว่าประเทศไทย เราอย่าคิดว่าประเทศไทยเจริญกว่าเขา ถ้าเรายังมีนักการเมืองแบบนี้อีกไม่ถึง 10 ปี กัมพูชาแซงเราแน่นอน

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

เขากล่าว ย้ำว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ และเชื่อว่านักการเมืองที่โหวตให้ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เชื่อว่าเขาเป็นคนทรยศต่อประชาชน

ข่าวโดย วัฒนพล มัจฉา สำนักข่าวเนชั่น จ.สุพรรณบุรี

ส่อง ‘แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30″ เช็กลิสต์ ใครมีสิทธิ เมื่อ ‘พิธา’ ถูกตีตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554065

20 ก.ค. 2566

ส่อง 'แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30" เช็กลิสต์ ใครมีสิทธิ เมื่อ 'พิธา' ถูกตีตก

‘เลือกนายกรัฐมนตรี’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่อง ‘แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30″ พรรคการเมือง ใด มีสิทธิเสนอชื่อ เมื่อ ‘พิธา’ ถูกตีตก

จากมติรัฐสภา 395 : 312 เสียง วัน “โหวตนายกรอบ 2” เป็นที่แน่ชัดว่า การเสนอชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่สามารถกระทำได้เพราะเป็นการขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ให้สมาชิกรัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ได้ ในสมัยประชุมนี้

จากรัฐธรรมนูญ ปี 2560  ระบุไว้ในมาตรา 272 ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้ระบบรัฐสภา หมายความว่า เสียงที่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก สส. 500 คน และ สว. 250 คน รวมสมาชิกรัฐสภา 750 คน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการ “เห็นชอบ” จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ หรือ มากกว่า 376 เสียงขึ้นไป ซึ่ง “พิธา” ถูกตีตกไปตั้งแต่โหวตรอบแรก แม้จะได้รับการเลือกตั้ง สส.เสียงข้างมากก็ตาม

โดยประธานสภา “วันมูหะหมัดนอร์ มะทา” ได้กำหนดวันที่จะมีการ “โหวตนายก” อีกครั้ง ในวันที่ 27 ก.ค. 2566 ซึ่งพรรคการเมืองที่มีสิทธิเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้รัฐสภาเลือกได้นั้น ตามกฎหมายมีข้อกำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ตามที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 500 คน หรือเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง สส. 25 คนขึ้นไป

ดังนั้น หลังจากตัด “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคอันดับ 1 ได้รับเลือกตั้ง สส.เข้าสภา 151 คน ออกไป หากจะไล่เรียงตามจำนวน สส. ของแต่ละพรรคการเมือง ที่ได้รับเลือกตั้ง สส.เข้าสภา ก็จะมีผู้มีสิทธิถูกเสนอชื่อเข้าชิง “แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30” ดังต่อไปนี้

  1. พรรคเพื่อไทย มี สส. 141 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน คือ แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และ ชัยเกษม นิติสิริ
  2. พรรคภูมิใจไทย มี สส. 71 คน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ อนุทิน ชาญวีรกูล
  3. พรรคพลังประชารัฐ มี สส. 40 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
  4. พรรครวมไทยสร้างชาติ มี สส. 36 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  5. พรรคประชาธิปัตย์ มี สส. 25 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

แต่อย่างไรก็ตาม ในการโหวตเลือกนายกฯ ยังคงใช้มาตรา 272 บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องให้ สว. มีส่วนร่วมด้วย โดยต้องใช้เสียงของ 2 สภาฯ 376 เสียง ซึ่งหากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังยืนยันตาม MOU ที่ต้องมีก้าวไกล รวมอยู่ด้วย คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะฝ่าด่าน สว. ไปได้

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

‘นัดชุมชุม’ ‘แยกอโศก’ 23 ก.ค.นี้ บก.ลายจุดปักหมุด 5 โมงเย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554066

20 ก.ค. 2566

'นัดชุมชุม' 'แยกอโศก' 23 ก.ค.นี้  บก.ลายจุดปักหมุด 5 โมงเย็น

สมบัติ บุญงามอนงค์ ‘นัดชุมุนม’ ‘แยกอโศก’ 17.00 น. วันที่ 23 ก.ค. นี้ เพราะทนไม่ไหว คำนวณล่วงหน้าไว้ พิธา แพ้เกม สว. แน่

นัดชุมนุมวันที่ 23 ก.ค. 66   สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด  ปักหมุดที่แยกอโศก มีการชี้แจงหลักการที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวโดยเสนอแนะให้ ประธานรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการทำหน้าที่ ของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ที่ไม่เห็นด้วย กับการโหวตนายกฯ ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง มีสาระสำคัญว่าการกระทำของ สว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ว่าด้วยเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน เพราะหน้าที่ของ สว. ในคำถามพ่วงท้าย มีเพียงแค่การรับรองผู้ที่ถูกเสนอชื่อมาจากสภาผู้แทนราษฏรเท่านั้น

การนัดชุมนุมที่แยกอโศก เกิดจาก สว. อ้างสถานะของตนเองจากคำถามพ่วงท้ายในการลงประชามติ เมื่ออำนาจที่มาจากคำถามพ่วงท้ายเกิดขัดแย้งกับอำนาจประชาชนที่ไปเลือกตั้ง คำถามคือ ระหว่างคำถามพ่วงท้ายฯ กับรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ใครมีศักดิ์ที่สูงกว่ากัน สว. จึงมีสถานะเพียงสิ่งตกค้างจากยุคเผด็จการ คสช. ไม่สามารถแสดงบทบาทเช่นเดียวกับ คสช. ในยุคที่เรืองอำนาจ เป็นแต่เพียงตรายางที่รับรองเสียงจากสภาผู้แทนราษฏรเท่านั้น

การเคลื่อนไหว ครั้งนี้ มีการใช้ เทเลแกรม เป็นช่องทางในการนัดหมายกิจกรรม ภายใต้ชื่อ #พร้อม 

ช่องทางสื่อสารนัดหมานยชุมนุม วันอาทิตย์ี้  ที่23 ก.ค. นี้ ช่องทางสื่อสารนัดหมานยชุมนุม วันอาทิตย์ี้ ที่23 ก.ค. นี้

ก่อนจะนัดชุมนุมที่แยกอโศกสมบัติเคยให้สัมภาษณ์ พิเศษ กับคมชัดลึกถึงสาเหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหว หลังเก็บตัวเงียบไปนานว่า  

สมบัติ บุญงามอนงค์ หยุดดับไฟป่า มาจุดไฟในเมือง

สภาฯ ยืนยัน ‘พิธา’ ยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554062

20 ก.ค. 2566

สภาฯ ยืนยัน ‘พิธา’ ยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ปฏิบัติหน้าที่ ‘ประธานสภาฯ’ เผย สภาฯ รับทราบศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา’ ยุติปฏิบัติหน้าที่ สส.ก้าวไกล ยืนยันยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

ที่รัฐสภา ในการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1  จากพรรคก้าวไกล ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในการประชุมวันนี้ (20 ก.ค.) มีวาระสำคัญในการพิจารณารับทราบรายงานผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินปีงบประมาณ 2564 ขององค์กรอิสระ 3 องค์กรได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายปดิพัทธ์ ได้แจ้งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยุติการปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมเป็นต้นไป หลังรับคำร้อง กกต. ให้วินิจฉัยคดีการถือครอง หุ้น ITV ของนายพิธา จึงทำให้องค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้มีทั้งสิ้น 499 คน องค์ประชุมครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 250 คน

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำสั่งให้นายพิธา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ สส. แต่ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยใด ๆ

และนายพิธา ยังคงมีสถานะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลครบถ้วนสมบูรณ์ ทุกประการ ซึ่งหากมีโอกาส สส.ก็สามารถเข้าชื่อเสนอนายพิธา ให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554057

20 ก.ค. 2566

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย  ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ ยืนยัน ‘เพื่อไทย’ ไม่ปล่อยมือ ‘ก้าวไกล’ รอนัดหมายหารือ โหวตนายกรอบ3 เชียร์ยื่นศาลรธน. ตีความมติที่ประชุมรัฐสภา หวั่นเสนอชื่อซ้ำ พท. ตกที่นั่งลำบากหากเป็นแกนนำ ปัดวิจารณ์ เสรีพิศุทธ์ ผลักก.ก.เป็นฝ่ายค้าน

ที่อาคารรัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงทิศทาง ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ว่า เมื่อวานนี้(19 ก.ค.) เราไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบได้ โดยมีผลการวินิจฉัยว่าเป็นญัตติซ้ำ จึงถูกตีตกไป เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ไปเป็นข้อที่จะผูกมัดต่อไปด้วย 

เพราะคำวินิจฉัยของรัฐสภาเป็นการผูกมัดการใช้ข้อบังคับของตนเอง แต่ข้อบังคับนี้เป็นข้อบังคับเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เท่านั้น ถ้าเราเปลี่ยนไปใช้ข้อบังคับนี้กับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ผลผูกพันก็จะลดลงไป 

ดังนั้นการเดินหน้าของ 8 พรรคร่วม ก็ต้องเป็นไปตาม MOU ที่ทำร่วมกัน โดยให้สิทธิ์แกนนำคือพรรคก้าวไกลเป็นผู้เริ่มในทุกกระบวนการ

การพูดคุยต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นผู้นัดหมายมา  ซึ่ีงทางเลขาธิการพรรคพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้ มีการหารือกันเบื้องต้นแล้ว และจะมีการนัดหมายต่อไป 

“ผมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่ปล่อยมือจากพรรคก้าวไกลขณะนี้ยังอยู่ด้วยกัน’

ส่วนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ในการโหวตครั้งที่ 3 จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น ให้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันที่จะเกิดขึ้นยังไม่สามารถที่จะฟันธงได้ รอเพียงพรรคก้าวไกลนัดหมายมาอาจจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ เมื่อรัฐสภามีมติว่าจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ หากวินิจฉัยว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็น ไปตามข้อบังคับที่ 41 ซึ่งก็ยังสามารถใช้ข้อบังคับที่ 41 ในตัวเองได้ เพราะยังมีวรรคท้ายอยู่ ที่ระบุว่า กรณีที่การเปลี่ยนแปลงไปยังสามารถเสนอได้ เช่น การเสนอชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นมาใหม่ และมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯขึ้นมาด้วย

ส่วนที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ โพสต์ Facebook ส่วนตัวแสดงความเห็นไม่พอใจต่อการวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 ที่ทำให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดูเป็นง่อย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในเรื่องนี้นายบวรศักดิ์ ไม่เห็นชัดเจนเพราะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญและยังให้แนวว่าบุคคลที่เห็นว่าถูกละเมิดสิทธิ์ ก็สามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 243 ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ เป็นสิทธิ์ของบุคคลไม่ใช่สิทธิ์ของ สส. แต่กระบวนการร้อง ต้องร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับ ก็สามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ยอมรับ ไม่พอใจ การทำหน้าที่ของ‘วันนอร์’ 

สำหรับการวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 มีคน ไม่พอใจในการทำหน้าที่ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นพ.ชลน่าน ไม่มีใครพอใจ ตนเองก็ไม่พอใจที่มีการวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ตนพยายามหาทางออกให้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับไม่มีใครพอใจ 

โดยหลักแล้วเราอยู่ในระบบนี้ ระบบการปกครอง ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ระบบรัฐสภา ระบบเสียงข้างมากเราต้องยึดถือ แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะคลางแคลงใจไม่พอใจ คือ เสียงข้างมากไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม 

พร้อมยืนยันว่าหลังจากนี้จะมีปัญหาในการทำหน้าที่ในที่ประชุมรัฐสภาอย่างแน่นอน แค่บทเรียนครั้งนี้สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ เพราะข้อบังคับเกิด สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้กำหนดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อหมดวาระ สว. วันที่ 11 พ.ค. 2567 ก็มีความชอบที่จะแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

โดยยกเอาเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี นำเรื่องการเห็นชอบนายกรัฐมนตรีมากำหนดไว้ในสภาผู้แทนราษฎร อะไรที่เป็นข้อจำกัดในข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ก็สามารถนำไปบัญญัติไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ชัด

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องการเสนอชื่อซ้ำ และยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยตกภาระลำบากหากได้รับโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตามหลักการแกนนำจะต้องไปแสวงหาความมั่นใจว่าก่อนเสนอเสียงจะผ่าน ไม่มีใครที่อยู่ในสมรภูมิที่แพ้แล้วไปรบ เพราะเราจะเสียคนของเราไปด้วย 

ส่วนพรรคก้าวไกลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ตนเห็นสมควรด้วย อะไรที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามีสิทธิก็ควรจะต้องดำเนินการ 

สำหรับกรณีสว. บางคนระบุว่า ถ้าเพื่อไทยยังจับมือกับพรรคก้าวไกลจะไม่โหวตให้นั้น เราคงไม่รอให้มีมติออกมา กรณีที่เราต้องเสนอถ้ารอมติตรงนั้นก็แพ้อย่างเดียว อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่มีแนวทางในการดำเนินการหาเสียงเพิ่ม เพราะถ้าบอกว่ามีจะหาว่าเราคิดไปก่อน


กำลังเราแค่ 100 ถ้าจะเอาชนะก็ต้องทำให้เต็ม 100 หรืออย่างน้อยต้อง 80-90 ถ้ามีกำลังแค่นี้ไปรบกับเขาก็แพ้ ส่วนสัมการชนะนี้มีก้าวไกลอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ไม่ได้กำหนดว่ามีหรือไม่มี แต่ขณะนี้เรายังอยู่ใน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย  ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

ทั้งนี้ไม่ว่าใครเจอสถานการณ์นี้ต้องคิดหนัก ต้องสร้างความมั่นใจว่าก่อนที่จะไปรบมีโอกาสชนะอย่างไร และยังไม่คิดถึงการข้ามขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนจะขอให้พรรคก้าวไกลลดเพดานม.112 นั้น ผมสงสารพรรคก้าวไกล เมื่อมีการนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไข ขณะนี้ไม่ใช่ม.112 ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่มีความคิดไปก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลี่ยงที่จะตอบคำถามถึงกรณี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ไม่ร่วมโหวตเมื่อวานนี้ ว่าทราบว่าออกไปก่อน เลยไม่ได้โหวต แต่ไม่ได้มีผลอะไร เพราะเป็นคนละประเด็นกับการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี รวมถึงประเด็นที่มีการวิจารณ์พรรคก้าวไกลอยากหนักถึงขั้นให้ไปเป็นพรรคฝ่ายค้านนั้น เรื่องดังกล่าวนี้กระบวนการการทำงานร่วมกันความคิดความเห็น เป็นสิทธิเสรีภาพ จะถือเป็นความเห็นรวมไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าอยากให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นความเห็นท่าน ต้นไม่สามารถวิเคราะห์แทนท่านได้

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บอกว่า 8 พรรคร่วมติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกนั้น คงแล้วแต่มุมมอง จะสรุปว่าผิดหรือไม่จะต้องดูข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดูเป็นเรื่องๆ ไป ความเห็นต่างเป็นสีสันของระบอบประชาธิปไตย 

ทั้งนี้จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ เป็นเพราะ 8 พรรคร่วมฯ แพ้ จึงถูกมองว่าเราติดกระดุมผิด แต่หากเราชนะก็จะมีการมองอีกแบบ เช่นเดียวกัน

วิเคราะห์เกม ‘เพื่อไทย’ ชูปากท้อง หาทางจบให้หล่อ เมื่อ ‘ก้าวไกล’ ถึงทางตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554052

20 ก.ค. 2566

วิเคราะห์เกม 'เพื่อไทย' ชูปากท้อง หาทางจบให้หล่อ เมื่อ 'ก้าวไกล' ถึงทางตัน

วิเคราะห์เกม ‘เพื่อไทย’ กับแนวทางเดินต่อทางการเมือง วาดฝัน ทำให้คนไทย ‘กินอิ่ม นอนหลับลดแรงเสียดทาน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ไม่ได้ไปต่อ

ปิดฉากไปแล้วสำหรับ #นายกพิธา หลังสภาฯ ไม่เห็นชอบให้มีการเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกฯ รอบ 2 และ เหมือนละครฉากเดิมแบบ ‘ธนาธร’ กำลังฉายซ้ำ ทำให้สปอตไลท์ฉายไปที่พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่’อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ลูกสาวคนเล็กของ ‘ทักษิณ’ ออกมาประกาศชัดว่า หากต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะส่ง’เศรษฐา ทวีสิน’ เข้าชิงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยในวันเดียวกัน แกนนพคนสำคัญอย่าง ‘เสี่ยอ้วน ภูมิธรรม’ และ ‘หมอชลน่าน’ ต่างพูดคีย์เวิร์ดเดียวกันคือคำว่า “ประเทศไทยต้องเดินต่อ” นั่นเป็นการส่งสัญญาณแล้วว่าหลังจากนี้ภารกิจสำคัญของเพื่อไทยคือ การทำทุกวิถีทางเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพราะ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตามเกมในการชูปากท้องเช่นนี้ ก็ลดแรงเสียดทานในสังคมไปได้พอสมควร แม้ว่าบรรดาด้อมจะออกมาวิจารณ์หนักจน #นายกส้มหล่น ขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับ 1 และหากเราวิเคราะห์มุมมองทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจริงๆ แนวคิดการชูปากท้องลดแรงเสียดทานก็ถูกสำแดงหลายครั้งผ่านการปราศรัยของ ‘เศรษฐา’ ซึ่งตัวเขาเองก็เคยให้ความเห็นการแก้ปัญหาของคนรุ่นใหม่ในเรื่อง ม.112 โดยระบุไว้ใจความว่า “ถ้าแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาสิทธิเสรีภาพอย่างสมรสเท่าเทียม หรือ สมัครใจเกณฑ์ทหาร จะเชื่อว่าจะทำให้ความรุนแรงของปัญหา ม.112 เบาบางไปได้บ้าง” นี่คือความเชื่อของคนเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ไม่ได้เน้นหนักเรื่องอุดมการณ์ แต่เน้นชูปากท้อง

ส่วนที่ต้องส่ง ‘เศรษฐา’ ชิงนายกฯ คงหนีไม่พ้นก่อนหน้านี้ที่ ‘หญิงอ้อ’ ได้เบรก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไว้ ส่วนอีกเหตุผลคือ’เศรษฐา’ เป็นนักบริหารที่มีชื่อเสียง และจุดยืนของเขาเป็นคนที่ประกาศชัดเจนว่ามีจุดยืนที่ปกป้องสถาบันมาตั้งแต่ต้น รวมถึงเป็นคนใกล้ชิดของ ‘น.ส.ยิ่งลักษณ์’ ทำให้ไว้ใจได้ แม้จะมีความเป็นตัวเองสูงมากก็ตาม แต่แน่นอนว่า สว.และขั้วอนุรักษ์ยอมรับเขาได้แน่นอน 

แต่แน่นอนสิ่งที่จะทำให้ ‘เศรษฐา’ ไปไม่ถึงฝันคงหนีไม่พ้น ‘ก้าวไกล’ ซึ่งมาจนถึงวันนี้ เพราะทั้ง สว.และ สส.ฝั่งขั้วอนุรักษ์นิยมก็ส่งเสียงพร้อมกันว่าถ้ายังมีก้าวไกลร่วมรัฐบาลเพื่อไทย พวกเขาก็คงไม่ร่วมด้วย 

โจทย์ในเกมของเพื่อไทยแยกทางอย่างไรให้หล่อที่สุด และ ผลักก้าวไกลออกอย่างไรให้โดนด่าน้อยที่สุด  แต่จากนาทีนี้คงหนีไม่พ้นการอธิบายว่า  ปากท้องประชาชนสำคัญที่สุดจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้เกิดรัฐบาลให้ได้