19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว. – อานนท์ นำภา ขอ ‘เพื่อไทย ‘ อย่าทรยศประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554032

19 ก.ค. 2566

19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  จัดโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร “อานนท์ นำภา ”  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ปราศรัยเรียกร้องไปยัง พรรคเพื่อไทย ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาท ขออย่าทรยศประชาชน

ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  , กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย , กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเครือข่ายต่าง ๆ   ได้จัดให้มีกา รวมตัวชุมนุมที่ ตั้งแต่ 17.00น.ที่ผ่านมา    มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อว่า  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.”

นายอานนท์ นำภา  ทนายความ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำม็อบราษฎร  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง    กล่าวปราศรัยว่า  สถานการณ์ในขณะนี้ พรรคที่จะหยุดเผด็จการได้คือพรรคเพื่อไทย ดังนั้นขอให้พรรคเพื่อไทยตั้งหลักให้มั่น อย่าทรยศประชาชนเด็ดขาด ” วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ลงถนน  หลังจากนี้จะนัดกันให้บ่อยขึ้น เพื่อให้มวลชนจากต่างจังหวัดเข้ามาสมทบที่ถนนราชดำเนิน วันไหนพร้อมจะเดินไปทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน   ขออย่าดูถูกประชาชนเพราะความอดทนมีข้อจำกัด คนที่มารวมกันที่นี่ ก็เพราะข้อจำกัดสิ้นสุดแล้ว เมื่อใดที่คนมารวมกันเป็นแสน  เผด็จการอยู่ไม่ได้แน่นอน”  นายอานนท์  กล่าว

ขณะเดียวกันผู้ชุมนุม   ได้อ่านแถลงการณ์   ระบุ 3  ข้อเรียกร้องต่อ สว.และพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย

.

” เนื่องด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีได้จบสิ้นไป ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า สว.พยายามใช้ทุกวิถีทางในการทำลายความฝันของประชาชน และจตจำนงขอประชาชน “  จึงขอเรียกร้องดังนี้ 

.

1. สว.ต้องไม่ขัดขวางและทำตามเจตจำนงของประชาชน ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง สว.โดยทันที

.
2.พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 8 พรรค ต้องธำรงค์ความสามัคคีอย่างเหนียวแน่น จับมือร่วมกันเป็นปึกแผ่น ในการร่วมรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง

.

3.พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ทั้ง 8 พรรค ต้องยึดมั่นในสัจจะ ในสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ลดระดับสัญญาทางนโยบายใด ๆ ที่ให้ไว้กับประชาชนแม้แต่ข้อเดียว

.
   

 จากนั้นผู้ชุมนุมได้ ทำการเผาโลงศพเชิงสัญลักษณ์  พร้อมกับจุดพลุ และยุติการชุมนุมในเวลา 22.30น.

19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน
19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน
19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  , กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย , กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเครือข่ายต่าง   จัดให้มีการรวมตัวชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อว่า  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.”

.

ข่าว – ภาพ  อโนทัย สกุลทอง  NATION TV

‘จาตุรนต์’ ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อ ‘พิธา’ อาจเห็นนายกฯคนนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554029

19 ก.ค. 2566

'จาตุรนต์' ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อ 'พิธา' อาจเห็นนายกฯคนนอก

‘จาตุรนต์’ ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อซ้ำ ขัดรัฐธรรมนูญ อาจเห็นนายกฯคนนอก เผยเสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากประชาชน รอดูท่าที 8 พรรคร่วมเสนอ ‘เพื่อไทย’ หรือไม่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยหลังประชุมรัฐสภามีมติคว่ำญัตติเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่า เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ การทำแบบนี้เสมือนเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ด้วยลักษณะต้อง “ห้าม” ของผู้ที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้แคนดิเดตคนไหนเมื่อได้รับการเสนอชื่อแล้ว ไม่ได้รับการรับรอง ก็จะไม่สามารถเสนอชื่อได้อีกในการประชุมครั้งหน้า เป็นการทำลายบทบัญญัติ มาตรา 272  และมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญปี 60 และทำลายข้อบังคับที่ 136 

นายจาตุรนต์ มองว่า อาจจะทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งหน้าประสบปัญหา กลายเป็นทางตันของประเทศ หากครั้งหน้าเสนอแล้วไม่ผ่านก็จะไหลแบบนี้ไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า เปิดทางให้มีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่ก็ยังมีข้อกำหนดว่าหากเสียงในรัฐสภาไม่ถึง 500 ก็จะไม่สามารถเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ แต่ยอมรับว่ามีข้อกังวล การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีกลายเป็นญัตติที่ถูกตีตกไป จะทำให้เรามาถึงจุดที่หานายกรัฐมนตรีไม่ได้ 1 สมัยการประชุม ซึ่งแน่นอนว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะกำหนดให้สภาเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี 
 

นอกจากนี้ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็นต้องไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผลการลงมติในวันนี้ เพราะเชื่อว่ารัฐสภายังคงสามารถแก้ไขปัญหากันเองได้ แต่ถ้าหากเป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม จะเป็นผลเสียต่อบ้านเมืองมากกว่า และการโหวตครั้งนี้ทำให้ยืนยันว่า เสียงข้างมากของรัฐสภาส่วนใหญ่นั้น เป็นผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งโดย “คณะรัฐประหาร” เป็นการลงมติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงถึงการไม่เคารพเสียงของประชาชน ที่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ สส. 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงเสียงของประชาชนที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากความต้องการของประชาชน แต่ สว. ก็มาหักล้างไป นี่ถือว่าเป็นการหักล้างเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย จะนำมาสู่วิกฤตการเมืองในอนาคต 

นายจาตุรนต์ ไม่ให้ความเห็นถึงการเปลี่ยนสูตรจัดตั้งรัฐบาล เพราะขณะนี้แกนนำพรรคยังคงพิจารณาเรื่องนี้อยู่ จากนี้จะมีการหารือภายใน 8 พรรค ส่วนจะมีพรรคอื่นมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น ยังต้องรอการหารือภายในพรรคก่อน และจะต้องดูว่าพรรคก้าวไกล จะเป็นคนเสนอเปลี่ยนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งการหารือนั้นจะเป็นการรวบรัดไปถึงการหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่หารือกันนั้น จะต้องฟังความคิดคิดเห็นทั้ง 7 พรรคด้วย 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เพราะหลังเหตุการณ์นี้ ทัวร์ก็มาลงที่พรรคเพื่อไทยทันที นายจาตุรนต์ เลี่ยงตอบคำถามนี้ แต่ได้อธิบายว่าเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภานั้น เป็นเสียงของ สว. ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีฝ่ายไหนบ้าง และก็เป็นเสียงของ สส. อีกฟากฝั่งหนึ่ง และพรรคเพื่อไทยก็ยังคงยึดตามมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เหมือนเดิม


ส่วนหลายๆเหตุการณ์จะเป็นชนวนทำให้ประชาชนหมดความอดทนหรือไม่ นายจาตุรนต์ มองว่า น่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังต่อการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ณขณะนี้ อยากขอให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันตั้งสติ ช่วยกันคิด และไม่ฝืนความรู้สึกของประชาชน และขอให้แสดงออกถึงการเคารพเกียรติของประชาชน ถ้าหากยังมีสติช่วยกันคิด ก็จะสามารถช่วยกันประคับประคองระบบรัฐสภา ให้การเลือกตั้งมีความหมายต่อไป แต่ถ้าทำให้ประชาชนผิดหวังมากๆ ก็จะทำให้เกิดวิกฤตการเมือง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางเดินหน้าไปได้ด้วยระบบรัฐสภาและการเลือกตั้ง

ประธานสภาเคาะ 27 ก.ค. ลุยโหวตนายกฯรอบใหม่ – เพื่อไทย ถกส่ง ‘เศรษฐา’ สู่สมรภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554028

19 ก.ค. 2566

ประธานสภาเคาะ 27 ก.ค. ลุยโหวตนายกฯรอบใหม่ - เพื่อไทย  ถกส่ง 'เศรษฐา' สู่สมรภูมิ

 ประธานสภาผู้แทนราษฎร  สรุปหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไป พฤหัสที่ 27 ก.ค. เกณฑ์การโหวต  ต้องเกิน 374 เสียง จึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรค “เพื่อไทย” ที่กำลังจะมารับบททัพหน้า ส่ง “เศรษฐา” ลงสู่สมรภูมิ แทน” พิธา” แห่ง ก้าวไกล ที่ปราชัย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รับต้องขอเสียงสว.

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร  เปิดเผยว่า   การประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี  ครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 27 ก.ค. เวลา 09.30   ตามขั้นตอน เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ  จะมีการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมือง จากนั้นจะเปิดอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ หากไม่มีปัญหาก็จะโหวตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอรายชื่อกี่คน แต่เกณฑ์การโหวต คือได้เกิน 374 เสียง ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยจะให้อภิปรายเสร็จก่อน 17.00 น. จากนั้นก็จะ  โหวตโดยใช้วิธีเปิดเผยแล้วขานชื่อ   “สำหรับคุณพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดต พรรคก้าวไกล  ตามข้อบังคับที่ 41 ที่มีการลงมติไปแล้วในสมัยประชุมนี้   เท่ากับว่าจะเสนอชื่อคุณพิธาไม่ได้อีกแล้ว ”  ประธานสภา ระบุ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า   การที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบต่อการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล  เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2  หรือถูกตีตกไป   ในส่วนของพรรคเพื่อไทย  ความเป็นไปได้ต่อการเสนอชื่อ  นายเศรษฐา ทวีสิน  เรื่องนี้ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเท่าที่ตนทราบก็ต้องมีการพูดคุยกับพรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  ส่วนการรวมเสียงเพื่อสนับสนุน ต้องไปพูดคุยกับสว.   รวมทั้งการกำหนดท่าทีและพูดคุยกับ 8 พรรคร่วม ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป   

‘พิธา’ ฝากไว้  ‘สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554023

19 ก.ค. 2566

'พิธา' ฝากไว้  'สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่'

หัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ  ฝากคำพูดกับ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม   กัณวีร์ สืบแสง  ” สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่”  ด้าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้ไมตรียังแน่นแฟ้น

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า  ภายหลังจากที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ได้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ สส.  ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ  ขณะอยู่ที่รัฐสภา  ได้เข้าไปให้กำลังใจนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งนายพิธา  กล่าวกับตนว่า “สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่” 

นายกัณวีร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คด้วยว่า  “ความสง่างามทางการเมืองไทยคือการเคารพเสียงมติมหาชนและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่ายอมแพ้กับขวากหนามที่มันมาขวางกั้น การนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ฉุดรั้งประชาธิปไตยของประเทศไทย อย่าหยุดยั้ง เพราะกฏเกณฑ์ระเบียบที่ถูกสร้างมาเอื้อให้กับอำนาจนิยม ที่จะหยุดการพัฒนาประเทศที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง   ให้กำลังใจ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หยุดปฏิบัติหน้าที่แค่ชั่วคราว แล้วค่อยกลับมาอย่างสง่างามครับ ประชาชนยังต้องการเห็นประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน” นายกัณวีร์   ระบุ

 นายชูศักดิ์ ศิรินิล   รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคอันดับ 2  ไม่มีแนวคิดจะผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน  ยืนยันยังจับมือกันเหนียวแน่น และอาจจะต้องไปพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมเสียงให้ได้ 376 เสียงขึ้นไป  รวมไปถึงการขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ( สว.  ) 

บวรศักดิ์ แนะส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ มติห้ามเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554025

19 ก.ค. 2566

บวรศักดิ์ แนะส่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ มติห้ามเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯ

อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แนะ ส่งศาลรัรฐธรรมนูญตีความมติรัฐสภา ห้ามเสนอชื่อ พิธา ชิงโหวตนายกฯซ้ำ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 โพสต์ เฟซบุุ๊ก แนะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังรัฐสภาลงมติ ไม่สามารถเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯได้อีกในสมัยประชุมนี้ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ข้อ 41มีเนื้อหาว่า

เป็นเอาข้อบังคับการประชุมมาทำให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเป็นง่อย ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกนายกไว้เป็นการเฉพาะแล้ว น่าสงสารประเทศไทย ผิดหวังสส.คนที่ไปร่วมลงมติห้ามเสนอชื่อซ้ำ แม้คุณจะอยู่ฝ่ายค้านคุณก็ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องทิ้งความเป็นฝ่ายค้าน ทำสิ่งที่ถูกต้อง

แต่การตีความของรัฐสภาไม่เป็นที่สุด คนที่คิดว่าสิทธิของตนถูกกระทบ ไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ว่ามติรัฐสภาซึ่งเป็นการกระทำทางนิติบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญได้ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ ถ้าผู้ตรวจการไม่ส่งศาล ผู้นั้นยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ส่วนตัวจะรอดูคำร้องว่าการกระทำของรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญ และจะดูว่าศาลรัฐธรรมนูญว่ายังไง
สอนรัฐธรรมนูญมาสามสิบกว่าปีต้องทบทวนแล้วว่าจะสอนต่อไหม?

เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น ‘นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554019

19 ก.ค. 2566

เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น 'นายกฯ'

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ‘ชัยธวัช’ เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย – รอพิจารณาให้สิทธิ์ พรรคอันดับ 2 ‘เพื่อไทย’ แกนนำตั้งรัฐบาล ชี้ได้นายกฯ เร็วดีที่สุด

ภายหลังที่ประชุมสภามีมติ โหวตนายกรอบ2 เสนอ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเสนอซ้ำได้

โดยผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ครบ 312 เสียง

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยแนวทางการให้สิทธินำจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมือง ที่มีเสียง สส.มากเป็นพรรคอับดับ2 ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้พิจารณาชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ซ้ำในสมัยประชุมนี้ 

โดยระบุเพียงว่า ยังต้องมีการพูดคุยกันก่อน และเชื่อว่าคงใช้เวลาในการพูดคุยไม่นาน เพราะมองว่า การได้นายกรัฐมนตรีเร็วที่สุด จะดีที่สุด

นายชัยธวัช ระบุว่า มติที่ประชุมรัฐสภาที่ออกมานั้น ไม่ได้เกินกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และหลังจากนี้ พรรคก้าวไกล จะประชุมหารือกันก่อนที่จะแถลงท่าทีอีกครั้ง

ส่วนกำลังใจของนายพิธา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในคดีการถือครองหุ้นไอทีวีนั้น นายชัยธวัช เชื่อว่า นายพิธา ยังมีกำลังใจที่ดีเต็มร้อย

ส่วนพรรคก้าวไกล จะแก้เกมหลังถูกเดตล็อคทางการเมืองทั้งหมดอย่างไรนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า จะต้องหารือภายในพรรคก่อนว่า จะทำอย่างไรหลังจากนี้ และยังไม่ได้มีการพูดคุยว่า จะไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการลงมติของรัฐสภาดังกล่าวหรือไม่

มติเสียงข้างมากตีตก ‘พิธา’ จอดป้าย วืด เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554012

19 ก.ค. 2566

มติเสียงข้างมากตีตก  'พิธา'  จอดป้าย   วืด  เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

ผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” แห่งพรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ที่ 312 เสียง

ผลการลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อเวลา 17.00  น. เสียงของสมาชิกในที่ประชุมทั้ง สส. และ  สว. รวม  จำนวนผู้ลงมติ 715   คน ผลการลงมติของที่ประชุม  เห็นด้วย รวม 394  เสียง ซึ่งหมายถึงการที่ไม่สามารถนำชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พรรคก้าวไกล  กลับมาสู่การโหวตนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2     ส่วนเสียงสนับสนุนที่มีให้นายพิธา ในการบรรจุชื่อเป็นครั้งที่ 2  มี 312  เสียง   จึงเท่ากับว่า  ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ได้อีกต่อไป  อนึ่งมีผู้งดออกเสียง 8  เสียง   และ ไม่ลงคะแนนเสียง 1   เสียง   ทั้งนี้ จำนวน  312 เสียงดัง กล่าว เป็นตัวเลขเดียวกัน เมื่อครั้งที่  สส. ทั้ง 8  พรรค โหวตนายกรัฐมนตรี ให้นายพิธา ครั้งแรก   เมื่อ 13   ก.ค. ที่ผ่านมา 

โครงสร้างการลงคะแนน 

.

จำนวนผู้ลงมติ  715 

เห็นด้วย 394

ไม่เห็นด้วย 312 

งดออกเสียง 8

ไม่ลงคะแนนเสียง  1

‘พิธา’ ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน ‘I’ll be back’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554011

19 ก.ค. 2566

'พิธา' ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน 'I'll be back'

‘พิธา’ โพสต์ IG ลั่น ชัดเจนแล้ว ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน I’ll be back หลัง มติรัฐสภา เสนอชื่อ พิธา ซ้ำไม่ได้

จากมติ “ศาลรัฐธรรมนูญ” 7:2  มีคำสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จากปมถือหุ้น ITV มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566

หลังจากนั้น ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อ “โหวตนายกรอบ 2” นายพิธา ได้ยกมือขึ้นขออนุญาตกล่าวกับที่ประชุมรัฐสภาว่า มีเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้น ขอพูดกับท่านประธานว่า รับทราบคำสั่งจะปฏิบัติตามคำสั่งจนกว่ามีคำวินิจฉัยเป็นอื่น

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ล่าสุด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม pita.ig ระบุว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้ว ในระบบปัจจุบัน ชนะความไว้วางใจจากประชาชน ไม่เพียงพอที่จะบริหารประเทศชาติ ต้องขออนุมัติจากวุฒิสภาก่อน เผลอๆ ไม่พอที่จะเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำไป”

นอกจากนั้น ในโพสต์ต่อมา ได้โพสต์คลิปในที่ประชุมรัฐสภา “โหวตนายกรอบ 2” ที่เป็นกล่าวอำลาที่ประชุม “ขอใช้โอกาสนี้อำลาท่านประธานจนกว่าเราจะพบกันใหม่ และขอฝากเพื่อน ๆ สมาชิกใช้รัฐสภาดูแลพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าประเทศไทยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม และถ้าประชาชนชนะมาได้แล้วครึ่งทาง เหลืออีกครึ่งทางถึงแม้ผมไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนดูแลประชาชนต่อไป”

พิธา โพสต์อินสตาแกรมพิธา โพสต์อินสตาแกรม

พิธาโพสต์อินสตาแกรมพิธาโพสต์อินสตาแกรม

โดยในโพสต์ พิธา เขียนข้อความว่า I’ll be back ซึ่งมีด้อมส้ม มาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายพิธาพูดจบ สส.ฝ่ายพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พร้อมใจกันลุกขึ้นยืน และปรบมือให้นายพิธาดังกึกก้อง ขณะที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินมามอบภาพวาดให้แก่นายพิธาด้วย 

พิธาอำลาที่ประชุมสภาพิธาอำลาที่ประชุมสภา

หวั่นโดนล้อม ‘รัฐสภา’ สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ ‘สส.-สว.’ ทางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554009

19 ก.ค. 2566

หวั่นโดนล้อม 'รัฐสภา' สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ 'สส.-สว.' ทางน้ำ

“รัฐสภา” หวั่นผู้ชุมนุมปิดล้อม สั่งเสริมโป๊ะ เตรียมทางหนีทีไล่ “สส.-สว.” เตรียมพร้อมอพยพทางน้ำ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

19 ก.ค. 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณท่าน้ำ ภายในอาคารรัฐสภาฝั่งตึกวุฒิสภา โดยในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้มีการเสริมโป๊ะ มาผูกติดกับท่าเรือเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล  หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส. ชั่วคราว 

ส่งผลให้มวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนายพิธา บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาจำนวนมาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตู ทางเข้าออก บริเวณด้านหน้า โดยบริเวณท่าเรือมีเจ้าที่กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ มาสังเกตการณ์และเตรียมความพร้อม ประจำการ โดยเรือที่จะมารับสมาชิกรัฐสภา จะเป็นเรือขนาดใหญ่ของทางกองทัพเรือ

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

โดยบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ติดป้ายว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นทางอพยพของสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากตำรวจรัฐสภาให้ข้อมูลว่า จะปิดทางเข้าออกอาคารรัฐสภาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีมีเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ (ขส.ทร.) มาจอดที่บริเวณท่าเรือด้านหลังฝั่งตึกวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 ว่า เรือลำดังกล่าว เป็นเรือที่ใช้รับและส่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่เดินทางมาร่วมการประชุม โดยคาดว่า ผบ.ทร. อาจจะใช้เรือในการเดินทางกลับ จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แต่ในช่วงเช้า ผบ.ทร. เดินทางมาด้วยรถยนต์

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกเรือให้ สส. และ สว. เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ร.อ.ปกครอง กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมไว้ในที่ตั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งหากมีการร้องขอมาก็จะมีเรือที่จะไปรับในทันที

โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.

สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 2 ในวันนี้ สมาชิกวุฒิสภาในส่วนเหล่าทัพ เดินทางมาร่วมประชุมด้วยเกือบทั้งหมดยกเว้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ลาการประชุม เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

‘ธงทอง’ เปิด ‘รัฐธรรมนูญ’ ยัน เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ ไม่ถือเป็นญัตติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554002

19 ก.ค. 2566

'ธงทอง' เปิด 'รัฐธรรมนูญ' ยัน เสนอชื่อ 'โหวตนายกฯ' ไม่ถือเป็นญัตติ

‘ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ’ ยัน บทบัญญัติ ม.157 ม.272 และบทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ไม่ปรากฏคำว่า ‘ญัตติ’ อยู่ ในการเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี พร้อมกางรัฐธรรมนูญให้ดู-ก่อนโพสต์ข้อความ ‘ยุติ ธรรม’ ลงบนจอพื้นสีดำ

วันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐธรรมนูญมีศักดิ์ทางกฎหมายสูงกว่าข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาอย่างแน่นอน

การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบมาตรา 272 นอกจากนั้นข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 เอง ในหมวด 9 ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ได้แยกเรื่องนี้ออกไว้เป็นการเฉพาะ และกำหนดไว้เป็นการพิเศษว่าการเสนอชื่อดังกล่าวต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถ้าคำนวณจากจำนวนเต็ม 500 ก็จะพบว่าการเสนอชื่อนี้ต้องมีผู้รับรองถึง 50 คน

โปรดสังเกตว่าบทบัญญัติมาตรา 157 และมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญก็ดี บทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ก็ดี ไม่ปรากฏคำว่า“ญัตติ” อยู่ในที่ใด

ในขณะที่การเสนอญัตติทั่วไปตามข้อ 29 แห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 กำหนดว่าต้องมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่าสิบคน จึงเห็นการแยกแยะความแตกต่าง และความสำคัญของ 2 เรื่องนี้ออกจากกันโดยชัดเจนดังนี้
 

จึงเห็นได้ว่า การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวดเก้า ซึ่งกำหนดวิธีการขั้นตอนไว้โดยเฉพาะ ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะนำบทบัญญัติ จากข้อบังคับการประชุมรัฐสภากรณีการเสนอญัตติทั่วไปมาปรับใช้แก่กรณี

นอกจากนี้ ศ.พิเศษธงทอง ยังกล่าวว่า “ผมสอนวิชาสัมมนาการร่างกฎหมายและกระบวนการทางนิติบัญญัติ และวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2523 มาจนถึงปัจจุบัน รวม 43 ปี เป็นกรรมการกฤษฎีกาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ฮา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือ หุ้นitv ตามที่ กกต. ยื่นคำร้องให้วินิจฉัย มีผลตั้งแต่วันนี้(19 ก.ค. 2566) ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในบัญชีชื่อ ‘Tongthong Chandransu’ ใจความว่า ‘ยุติ ธรรม’ บนพื้นสีดำ