‘พิธา’ ยิ้ม ออก โหนกระแส บอกวันนี้มีประเด็นลับ อ่านทุกข้อความบนรถตู้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553230

10 ก.ค. 2566

'พิธา' ยิ้ม ออก โหนกระแส บอกวันนี้มีประเด็นลับ อ่านทุกข้อความบนรถตู้แล้ว

‘พิธา’ ยิ้มแย้ม ออกรายการ โหนกระแส บอกวันนี้มี ประเด็นลับ พร้อมตอบทุกคำถาม ขณะอ่านทุกข้อความบนรถตู้แล้วและถ่ายเก็บไว้

‘พิธา’ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล บอกก่อนเข้า รายการโหนกระแส ถึงกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ว่า จนถึงขณะนี้ยังคงมีความมั่นใจในเสียง สว. ที่จะโหวตเลือกให้เป็น นายกรัฐมนตรี

ส่วนเหตุผลที่เลือกออก รายการโหนกระแส ในวันนี้ขอให้ติดตามในรายการ ซึ่งจะตอบทุกคำถามที่ นายกรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการได้ซักถาม พร้อมบอกทิ้งท้าย “มีประเด็นลับด้วย”

นายพิธา ยังกล่าวถึงกรณีที่วานนี้มีการลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนชาวสุพรรณบุรี ที่โรงเรียนอนุบาลวัดป่าเลไลยก์ โดยปรากฎคลิปมีแฟนคลับมาเขียนข้อความให้กำลังใจบนรถตู้หมายเลขทะเบียน 1 นข 9743 กทม. บริเวณหลังรถว่า “รักพิธา รักพ่อ” โดย ‘พิธา’ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีว่า คนขับรถได้เช็ดออกแล้ว ซึ่งได้อ่านทุกข้อความและถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ขณะที่ คนขับรถของ นายพิธา ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่มีคนมาข้อความท้ายรถว่าตอนที่ถูกเขียนตนก็อยู่ในรถ แต่ไม่เห็นว่าใครเป็นคนเขียน เพราะคนเยอะ และก็ได้นำน้ำยาลบรอย มาลบที่บริเวณท้ายรถแล้ว 
 

ทั้งนี้ จากการสำรวจที่บริเวณท้ายรถ จุดที่มีการเขียนข้อความ พบว่า ยังเหลือร่องรอยของตัวหนังสือ ข้อความอยู่เล็กน้อย ที่พอจะอ่านข้อความได้บางช่วงว่า “รักพ่อ”

รถของ พิธารถของ พิธา

ก้าวไกลสงสัย ‘กกต.’ เร่งคดี ‘หุ้นสื่อ’ ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553224

10 ก.ค. 2566

ก้าวไกลสงสัย 'กกต.' เร่งคดี 'หุ้นสื่อ' 'พิธา'

คดี’หุ้นสื่อ’ ‘พิธา’ ถูก’กกต.เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญ ถูกก้าวไกลตั้งข้อสังเกต เร่งรัดเกินเหตุ จนข้ามขั้นตอนหรือไม่

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า ได้ส่งหนังสือด่วนไปยัง กกต. เพื่อคัดค้านการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยกรณีหุ้นสื่อของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี

เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนที่ระเบียบ กกต. ระบุไว้เอง มีความเร่งรัดเกินกว่าเหตุ จนน่าสงสัยในเจตนาของ กกต. ว่ากระทำโดยความเป็นกลางหรือไม่

ชัยธวัชอธิบายว่า ตามระเบียบของ กกต. เมื่อมีการร้องเรียนผู้สมัครคนใดเกี่ยวกับการกระทำหรือการขาดคุณสมบัติ คณะกรรมการต้องไต่สวน สืบสวน รวบรวมข้อเท็จจริง แล้วแจ้งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถูกร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องเข้าไปชี้แจง จากนั้นจึงดำเนินการต่อไปในการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย



แต่ในกรณีหุ้นสื่อ เมื่อมีการไต่สวนรวบรวมข้อเท็จจริงแล้ว ยังไม่มีการแจ้งข้อเท็จจริงให้พิธาทราบ และยังไม่มีการเรียกเจ้าตัวไปชี้แจงด้วย แต่กลับจะมีการเร่งรัดส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่ากับ กกต. กำลังทำผิดระเบียบของตนเองอยู่

“ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ อีกเพียง 4 วัน ก็จะถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี การที่จู่ๆ กกต. จะเร่งรัด ทำข้ามขั้นตอน ส่งคดีหุ้นสื่อ พิธา ให้ศาลรัฐธรรมนูญ  เชื่อว่าประชาชนเฝ้ารอการโหวตนายกรัฐมนตรีกันทั้งประเทศ จึงไม่ควรมีการกระทำใดๆ ที่จะขัดขวางการตั้งรัฐบาลตามครรลองประชาธิปไตย” ชัยธวัชกล่าว

‘ประชุมล่ม’ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553192

09 ก.ค. 2566

'ประชุมล่ม' เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ

ประชาธิปัตย์ ‘เลือกหัวหน้าพรรคไม่ได้’ หลังผู้เข้าร่วมประชุมหายเสียงไม่ครบ 250 เสียงต้องเลื่อนการประชุมอีกสองสามวัน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรักสิตเขตหลักสี่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในที่ประชุม เป็นประธานเปิดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566โดยบรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างคึกคึกวันนี้มีผู้สมัคร สส. สมาชิกพรรคทั้งใหม่และเก่ามาร่วมประชุม จำนวน 299 คน การประชุมในวันนี้ประเด็นหลักคือ การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ครบตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค บางช่วงบางตอนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคที่ร่วมหัวจมท้ายฟันฝ่าอุปสรรคมาถึงขณะนี้ พร้อมกับขอโทษสมาชิกพรรคที่ไม่สามารถนำชัยชนะมาสู่พรรคได้

ในช่วงบ่ายที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้มีการเสนอชื่อผู้ประสงค์สมัครเป็นหัวหน้าพรรค แต่เนื่องจากยังไม่ครบองค์ประชุม มีเพียง 221 เสียงไม่ครบ 250 เสียง ทำให้ที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมไปในเวลา 15.00 น. อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้เข้าร่วมองค์ประชุมบางส่วนหายไป มีเก้าอี้ว่างจำนวนมาก ต่อมาในเวลา 15.00 น. มีการเริ่มนับองค์ประชุมใหม่อีกครั้ง พบว่า มีองค์ประชุมลดลงเหลือเพียง 201 เสียง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้  จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค กล่าวว่า เมื่อในที่ประชุมไม่ครบก็ไม่สามารถประชุมต่อไปได้จะต้องเลิกการประชุม โดยตนจะต้องหารือกับเลขาธิการพรรคเพื่อนัดการประชุมครั้งถัดไป

‘อภิสิทธิ์’ ส่อวืดเก้าอี้หัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553185

09 ก.ค. 2566

'อภิสิทธิ์' ส่อวืดเก้าอี้หัวหน้า 'พรรคประชาธิปัตย์'

งดใช้ข้อบังคับไม่เป็นผล ‘อภิสิทธิ์’ อาจวืดเก้าอี้หัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’ องอาจ ขอยืดเวลาประชุมออกไปไม่เป็นผล

มติที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ให้งดใช้ข้อบังคับพรรคฯ ข้อที่ 87 กำหนดน้ำหนักคะแนนในการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดย สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ 25 คน มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 70 อาจทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

นายสาธิต  ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวภายหลังที่ประชุมมีมติดังกล่าวว่า จะทำให้น้ำหนักคะแนนไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส.ปัจจุบันของพรรค 25 คน โอกาสของนายอภิสิทธิ์ ลดลง แต่ก็จะต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่า จะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคฯ อย่างไร หรือจะมีใครถอนตัวหรือไม่ 

การประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เป็นการประชุมลับตามที่ นายธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมครั้งนี้ด้วย

เนื่องจาก กังวลว่า จะมีการตีความการแสดงความเห็นของสมาชิกผิดพลาด

ก่อนหน้านี้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ที่ประชุมงดเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 37 ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคชุดเก่า พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ออกไปก่อน

โดยให้เหตุผลว่า หากยังดำเนินการประชุมต่อไป ก็จะทำให้เกิดผลกระทบภายในพรรค ทำให้เกิดผู้แพ้-ผู้ชนะ แต่หากเลื่อนการประชุมออกไปก่อน ให้สมาชิกได้มีการพูดคุยกัน ก็จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ชนะไปด้วยกัน เพื่อปูทางเป็นชัยชนะคู่แข่งทางการเมืองในอนาคต

พร้อมยืนยันว่า การเสนอให้เลื่อนการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้คำนึงถึงท่าทีรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ เลือกที่จะเป็นฝ่ายค้านแล้วจะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นผู้นำพรรคอีกครั้ง

เพียงแต่เห็นว่า หากมีการพูดคุยกันภายในพรรคให้ตกผลึกมากกว่านี้ ความขัดแย้งต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น และทำให้เกิดความร่วมมือกันภายในพรรคให้มากที่สุด  แต่ไม่เป็นผล นอกจากนาง มัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุขแล้ว ยังมีรายงานว่า เลขาธิการพรรค สนับสนุนนาย นราพัฒน์ แก้วทอง ลงชิงเก้าอี้อีกด้วย

ด้อมส้มพร้อมไหม “พิธา” นัดเจอเย็นนี้ก่อนวันโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553179

09 ก.ค. 2566

ด้อมส้มพร้อมไหม "พิธา" นัดเจอเย็นนี้ก่อนวันโหวตนายกฯ

“พิธา” นัดด้อมส้ม เย็นนี้ (9 ก.ค.) 16.30 น. ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยืนยันเจตนารมณ์ของประชาชน ก่อนวันโหวตนายกฯ

“นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 13 ก.ค.นี้ วาระสำคัญที่จะกำหนดทิศทางประเทศกำลังจะมาถึง นั่นคือ การโหวตนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 แม้ผลเลือกตั้งจะออกมาชัดเจนว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง และเราเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล จนได้พรรคร่วม 8 พรรค ที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนรวม 25 ล้านเสียง หรือ 72% ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ด้อมส้มพร้อมไหม "พิธา" นัดเจอเย็นนี้ก่อนวันโหวตนายกฯ

“นายพิธา” ระบุอีกว่า แต่เรายังคงต้องรอการตัดสินใจของวุฒิสมาชิก แต่ผมเชื่อมั่นว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน จะฟังเสียงประชาชน เย็นวันอาทิตย์นี้ 9 ก.ค. เชิญชวนทุกท่านมาเจอกันที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16.30 น. เป็นต้นไป พบปะทักทายกับผมและเพื่อนผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลแบบใกล้ชิด ส่งความหวังและกำลังใจให้กัน ยืนยันในเจตนารมณ์ของประชาชน ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ แล้วเจอกันครับ” “นายพิธา” ระบุ

จดหมายเปิดผนึกวอน ‘สว.’ ‘โหวตนายกฯ’ ตามเสียงข้างมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553173

09 ก.ค. 2566

จดหมายเปิดผนึกวอน 'สว.' 'โหวตนายกฯ' ตามเสียงข้างมาก

นักวิชาการส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้อง ‘สว.’ เปลี่ยนประชาธิปไตยแบบมีอารยะ ‘โหวตนายกฯ’วันที่ 13 ก.ค. ให้โอกาส พิธา

นักวิชาการส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงสมาชิกวุฒิสภา วิงวอนให้สว.เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคประชาธิปไตยแบบอารยะ ในการโหวตนายกฯวันที่ 13  ก.ค. 66 โดยเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึก ของ รศ.ดร. นันทนา นันทวโรภาส วิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก มีดังนี้

เรียน ท่านสมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ที่นับถือ
วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ คือวันที่ท่านจะได้ใช้อำนาจโหวตนายกฯตามตำแหน่ง ชี้ชะตาประเทศไทย การตัดสินใจลงมติของท่าน จะส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ประชาชน และตัวท่านเอง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน14.,438.851 คะแนน ได้สส. รวม 151
คน เป็นพรรคที่ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นความชอบธรรม ที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามฉันทามติ
ของประชาชน

ข้อกล่าวหาทั้งหลายต่อตัวนายพิธา ล้วนเป็นเพียง ข้อกล่าวหา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน มาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น เสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้

กรณีนายพิธา ยังไม่มีศาลใดพิพากษา หรือแม้แต่ประทับรับฟ้อง ย่อมถือว่า นายพิธา เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ที่จะได้รับการลงมติให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


หากท่านสว.เลือกที่โหวตนายกฯ ตามเจตจำนงของมหาชน โดยเห็นชอบให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศก็จะเดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตยต่อไป ประชาชนย่อมยินดี ที่เสียงของพวกเขาได้รับการตอบสนอง ในฐานะเจ้าของประเทศ บ้านเมืองก็จะสงบสุข ไม่มีการเมืองบนท้องถนน


ตัวท่านเอง ก็จะได้รับการยกย่องว่าเป็นสว.ผู้กล้าหาญ มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย เป็นอิสระจากระบบอุปถัมภ์ทั้งปวง ครอบครัวของท่านก็จะได้รับการยอมรับนับถือจากสังคม
ผิดจากนี้ ท่านอาจตกเป็นจำเลยของสังคม

ในข้อหา เป็นผู้ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยของประชาชน
ท่านเลือกได้ ที่จะให้ประวัติศาสตร์ จะจำชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่าน ในฐานะ วีระบุรุษประชาธิปไตย ที่สังคม
จะยกย่องสรรเสริญตลอดไป หรือจะเป็นโมฆบุรุษ ที่จะถูกสังคมประณาม ตราบชีวิตจะหาไม่


ท่านสว.ทั้งหลายโปรดตระหนักว่านี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย สู่ยุคประชาธิปไตยแบบอารยะ เป็นช่วงเวลา ประวัติศาสตร์ ที่ท่นร่วมสร้างให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ การลงมติของท่าน จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ถูกหลานจะ กล่าวขาน แซ่ซ้องตราบนานเท่านาน

จดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกวุฒิสภาจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกวุฒิสภา

ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา
รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส
9 กรกภาคม 2566

อลงกรณ์ถอย ไม่ชิง หัวหน้า’พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553170

09 ก.ค. 2566

อลงกรณ์ถอย ไม่ชิง หัวหน้า'พรรคประชาธิปัตย์'

ศึกชิงหัวหน้า’พรรคประชาธิปัตย์’ อลงกรณ์ พลบุตร ถอยไม่เข้าร่วมประชุมพรรค เท่ากับถอนตัว ลุ้น อภิสิทธิ์ รีเทิร์น

ลุ้นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รีเทิร์นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประชุมพรรควันนี้ มี นราพัฒน์ แก้วทอง  มัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข เป็นคู่ชิง ขณะที่ อลงกรณ์ พลบุตร ไม่เข้าร่วมประชุม  ชวดเก้าอี้ไปโดยปริยาย เพราะต้องแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุม

การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีของพรรคฯ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มี สส. อดีต สส., อดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และอดีตผู้สมัคร สส. เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ, นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคฯ,

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม., นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  นางสาววทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพมหานคร  เป็นต้น

บรรยากาศประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บรรยากาศประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต สส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพื่อกอบกู้ฟื้นฟูพรรค

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานด้วยว่า นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะถูกเสนอชื่อลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในครั้งนี้ โดยจะมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคฯ ร่วมเป็นทีมงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ

นอกจากนี้ ยังมีนางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ ด้วย


ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมฯ ด้วย ซึ่งตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดให้สมาชิกพรรคฯ ที่จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องแสดงวิสัยทัศน์การเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคด้วย

ดังนั้น เมื่อนายอลงกรณ์ ไม่มาเข้าร่วมการประชุม จึงไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์ได้ จึงถือว่า นายอลงกรณ์ สละสิทธิ์การลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้

‘นิพิฏฐ์’ ทวงจดหมายให้กำลังใจคืนจาก ‘ธาริต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553166

09 ก.ค. 2566

'นิพิฏฐ์' ทวงจดหมายให้กำลังใจคืนจาก 'ธาริต'

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ‘นิพิฏฐ์’ อินทรสมบัติ ทวงคืนจดหมายให้กำลังใจ ‘ธาริต’ เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาลอภิสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ขอจดหมายที่เคยเขียนถึง ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอคืน หลังเจ้าตัวเล่าเบื้องหลัง รัฐประหารปี 57ร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 มีเนื้อหาว่า

ได้ดูข่าวคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกมาแถลงข่าว เรื่องการสลายการชุมนุม ในปี 2533 และคุณธาริต เรียกร้องรัฐบาลใหม่ ให้คืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง

เรื่องนี้ ปปช.และ ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ว่า การชุมนุมกลุ่มนปช.ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากผู้ชุมนุมมีอาวุธและใช้อาวุธในการชุมนุม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องรักษาความสงบ และขอพื้นที่ชุมนุมคืน

เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทย จากเดิมที่คุณธาริตฟ้องกลุ่มนปช.และคนเสื้อแดง  ในข้อหาก่อการร้าย, ปล้นทรัพย์,ฆ่าผู้อื่น,วางเพลิงเผาทรัพย์ ,ทุบรถและทำร้ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจนเกือบเสียชีวิตในกระทรวงมหาดไทย ,และ อื่นๆ หลายข้อหา เป็นเหตุให้คนเสื้อแดงติดคุกไปหลายคน

คุณธาริตกลับเปลี่ยนดุลพินิจ มาฟ้องคุณอภิสิทธิ์-คุณสุเทพ ว่า สลายการชุมนุมโดยมิชอบ ชนิดกลับลำ 180 องศา จึงถูกคุณอภิสิทธิ์ฟ้อง ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จนศาลอุทธรณ์ จำคุกคุณธาริต 2 ปี และศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 10 กรกฏาคมนี้

น่าเสียดายเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล  ดุลพินิจของคุณธาริตก็เปลี่ยนไป คุณธาริต จึงพบกับวิบาก จนติดคุกไปหลายคดี
ถ้าจำไม่ผิด คุณธาริต ถูกศาลฎีกาจำคุกมาแล้ว 2 คดี ฐานหมิ่นประมาทคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ 1 ปี และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการย้ายข้าราชการอีก 1 ปี

ในบั้นปลายชีวิต คุณธาริตจึง เข้าๆออกๆ เรือนจำมาหลายครั้ง
ข้าราชการที่จิตใจไม่มั่นคง ไม่ยึดหลักความถูกต้อง ก็อาจพบกับความวิบัติในชีวิตได้ อยากให้ข้าราชการทั้งหลาย ดูคุณธาริตเป็นตัวอย่าง แต่อย่าเอาอย่าง

ทั้งนี้ส่วนตัวเคยเขียนจดหมายส่วนตัว ด้วยลายมือ ถึงคุณธาริต ให้กำลังใจคุณธาริต ให้คุณธาริต เข้มแข็ง และยึดความถูกต้อง
เป็นหลัก คิดว่า น่าจะเป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ผ่านเหตุการณ์ชุมนุมที่ดุเดือดมา ที่เขียนจดหมายให้กำลังใจคุณธาริต

นิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า ชีวิตธาริต พลาดและหักเห ตรงที่มีเงินโอนเข้าบัญชีภรรยา ก่อนจะถูกปปช.มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ 346 ล้านบาท  แม้รู้สึกเห็นใจ แต่เมื่อเห็นข่าวออกมาแถลงข่าว เรียกร้องรัฐบาลใหม่ให้คืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง จึงคิดว่าธาริต กลับไป-กลับมา และ พลาดอีกแล้ว

ประวัติศาสตร์บางเรื่อง เขาสอนให้เรียนรู้เพื่อจำ แต่ประวัติศาสตร์บางเรื่องเขาให้เรียนรู้เพื่อลืม แต่น่าเห็นใจธาริต วันนี้ เรื่องจำกลับลืม เรื่องลืมกลับจำ จนหมดความน่าเชื่อถือ กลายเป็นคนหลงๆลืมๆ ไปเสียแล้ว ถ้าคุณธาริตยังพอจำได้ ขอจดหมายที่เคยเขียนชื่นชมคุณธาริตคืน

เปิดขั้นตอน’โหวตนายกฯ’ในที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553164

09 ก.ค. 2566

เปิดขั้นตอน'โหวตนายกฯ'ในที่ประชุมร่วม'รัฐสภา'

‘โหวตนายกฯ’13 ก.ค. นี้ มีขั้นตอนอย่างไร ใครมีคุณสมบัติถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าสู่ที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’บ้าง

การให้ ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนโหวตนายกฯ มาตรา159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง

สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอไว้ตอนสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในขั้นตอนโหวตนายกฯ ได้ต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5 % หรือ  25 คน

ซึ่งประกอบไปด้วย พิธาจากพรรคก้าวไกล  เศรษฐา, แพทองธาร ,ชัยเกษม จากพรรคเพื่อไทย อนุทินจากพรรคภูมิใจไทย  พล.อ.ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ  พล.อ.ประยุทธ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุรินทร์จากพรรคประชาธิปัตย์


หากที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน จํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา

ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 (นายกฯคนนอก)ได้

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ จึงกลับไป เริ่มดําเนินการ ตามขั้นตอนโหวตนายกฯใหม่  

โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้  นายกฯคนที่ 30 ของไทย จึงอาจพลิกจาก พิธา เป็นคนอื่นได้
 

โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเปิดเผย ส่วนจะเริ่มจากสส.ก่อน หรือดำเนินการพร้อมกับ สว.ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา จะหารือกัน 

‘นิด้าโพล’ เชื่อ’จัดตั้งรัฐบาล’ พิธา ได้เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553160

09 ก.ค. 2566

'นิด้าโพล' เชื่อ'จัดตั้งรัฐบาล' พิธา ได้เป็นนายกฯ

กลุ่มตัวอย่าง ‘นิด้าโพล’ เชื่อ 8 พรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ดัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ สองพรรคได้ประโยชน์จากวันนอร์

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ความจริงใจในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค ระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค. 2566   จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความจริงใจในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค  เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 

จสำรวจนิด้าโพล เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อ 8 พรรคที่กำลังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลว่าจะร่วมมือกันอย่างจริงใจ พบว่า

  • ร้อยละ 38.40 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
  • ร้อยละ 29.54 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
  • ร้อยละ 16.87 ระบุว่า เชื่อมาก
  • ร้อยละ 14.43 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย



ความเชื่อของประชาชนต่อ 8 พรรคที่กำลังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะสามารถผลักดันให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ร้อยละ 38.62 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ

  • ร้อยละ 26.18 ระบุว่า เชื่อมาก
  • ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
  • ร้อยละ 10.69 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย

นิด้าโพลยังถามเรื่องความพึงพอใจของประชาชนต่อการที่สภาฯ เลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 45.50 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
  • ร้อยละ 37.40 ระบุว่า พอใจมาก
  • ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
  • ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ไม่พอใจเลย



ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่จะได้รับประโยชน์จากการที่สภาฯ เลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 58.93 ระบุว่า ทั้งสองพรรคได้ประโยชน์พอ ๆ กัน 
  • ร้อยละ 23.13 ระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์มากกว่า
  • ร้อยละ 7.94 ระบุว่า พรรคก้าวไกลได้ประโยชน์มากกว่า
  • ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ทั้งสองพรรคไม่มีใครได้ประโยชน์เลย 
  • ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องความจริงใจ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องความจริงใจ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค