หัวหน้า’พรรคไทยภักดี’ชนะคดีช่อ ‘พรรณิการ์ วาณิช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553309

11 ก.ค. 2566

หัวหน้า'พรรคไทยภักดี'ชนะคดีช่อ 'พรรณิการ์ วาณิช'

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้า’พรรคไทยภักดี’ ชนะคดี ‘พรรณิการ์ วาณิช’ ฟ้องหมิ่นประมาท โครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ เรียกค่าเสียหาย 1ล้านบาท

ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายเลขดำที่  อ.1853/2563 กรณี พรรณิการ์ วาณิช  แกนนำคณะก้าว ฟ้อง นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ข้อหาหมิ่นประมาท กล่าวหาอมเงินบริจาคโครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ ช่วยเหลือนักร้องช่วงโควิด

โพสต์ของ นพ. วรงค์ มีเนื้อหาว่า #ผมชนะอีกแล้ว
ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดีเมย์เดย์เมย์เดย์ ที่พวกยกเลิกม.112(ช่อพรรณิการ์)ฟ้องและเรียกค่าเสียหาย 1ล้านบาท ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง เพราะถือว่าผมวิจารณ์ด้วยความสุจริตและเป็นธรรม

ที่สำคัญรายชื่อผู้รับเงิน ที่ต้องการให้เขาแสดง 15รายชื่อ มี11รายชื่อที่ไม่มีในทะเบียนราษฎร์ แต่เขาอ้างว่ารายชื่อการโอนเป็นภาษางกฤษ ทำให้สะกดไม่ตรงกันมีข้อเท็จจริง ที่เราทราบ
ในระหว่างการสืบพยานคือ เขาไม่ได้จ่ายเงินตามที่ประกาศว่า ใครมาก่อนได้ก่อน

นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีนพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

คดีนี้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ฟ้องนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

กรณีที่ นพ.วรงค์เปิดโปงข้อมูลว่าคณะก้าวหน้ามีการอมเงินบริจาคโครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ที่จัดระดมทุนช่วยเหลือนักดนตรีช่วงโควิด-19

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ รอบรัฐสภารองรับ 13 ก.ค. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553273

10 ก.ค. 2566

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ รอบรัฐสภารองรับ 13 ก.ค. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ สาธารณะตามระบอบประชาธิปไตยเพิ่มแถวรัฐสภา ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 รับมวลชนรอลุ้นโหวตนายกรัฐมนตรี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ว่า ได้มีการประสานความร่วมมือกับทางตำรวจนครบาล โดยอาจประกาศ “พื้นที่ชุมนุม” บริเวณแถวรัฐสภา ซึ่งมีพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอยู่ เป็นศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 4-5 ไร่ เพื่อให้เป็นพื้นที่ชุมนุมสาธารณะ 

สำหรับผู้ไปให้กำลังใจหรือผู้ที่จะชุมนุม ให้เป็นจุดแก้มลิงไว้รองรับประชาชนทุกฝ่าย ซึ่งจะทำให้การจัดการบริหารพื้นที่ได้ดีขึ้น และเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คาดว่าจะสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 500 – 600 คน อย่างไรก็ตาม จะมีการดูรายละเอียดอีกครั้งก่อนจะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ 

นอกจากนี้ วันที่ 14 ก.ค. 2566 จะมีการเปิดงาน BMA Expo 2023 ในเวลา 13.00 น. ซึ่งเราจัดอย่างประหยัด ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. 2566 ธีมงานคือสร้างความหวังให้คนกรุงเทพฯ เชื่อว่าอนาคตกรุงเทพฯจะดีขึ้น โดยจะเล่าเรื่องเทคโนโลยี ตลอดจนแผนต่าง ๆ ใน 9 ด้าน 9 ดี ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (โรงงานผลิตยาสูบ 5) สวนเบญจกิติ หากมีเวลาอยากชวนให้ไปเยี่ยมชมกัน

กกต.เผยที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน ‘พิธา’ ปมถือหุ้นสื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553266

10 ก.ค. 2566

กกต.เผยที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน 'พิธา' ปมถือหุ้นสื่อ

ประธาน กกต.เผย ที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน’พิธา’ ปมหุ้นสื่อ เป็นเพียงการติดตามความคืบหน้า จับตาการประชุมนัดถัดไป

วันที่ 10 ก.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.)​ กล่าวว่า ว่าที่ประชุมกกต.ยังไม่มีการลงมติกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เป็นเพียงการติดตามความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ได้รายงานให้ที่ประชุม กกต.รับทราบ เท่านั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่ประชุม กกต.เริ่มประชุมในเวลา 13.00 น. และเลิกประชุมเวลา 16.00 น. และ จะนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 11 ก.ค.66 เวลา 10.00 น.  และวันที่ 13 ก.ค.66 เวลา  09.00 น.ต่อไป

‘พิธา’ ขอความเป็นธรรม ชี้แจง กกต. ปมหุ้นสื่อITV ก่อนยื่นศาล รธน. วินิจฉัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553263

10 ก.ค. 2566

'พิธา' ขอความเป็นธรรม ชี้แจง กกต. ปมหุ้นสื่อITV ก่อนยื่นศาล รธน. วินิจฉัย

‘พิธา’ ยังไม่ได้หนังสือจาก กกต. เรียกชี้แจงปมหุ้นสื่อITV ชี้ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ ยืนยันภารกิจลงพื้นที่ถี่ ไม่ใช่ปลุกระดมมวลชน แต่แสดงให้เห็น พร้อมเป็นนายกฯของทุกคน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการถือหุ้นสื่อ ITV ว่า ไม่มีความกังวลใจ เพราะเอกสารที่ได้ยื่นไปมีระบบ ระเบียบ ตามขั้นตอนอยู่แล้ว จึงขอความเป็นธรรมจาก กกต. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงและยังไม่ได้หนังสือจาก กกต. 

ส่วนการจับผิดมูลค่านาฬิกาที่แจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาจมีมูลค่าราคาต่ำกว่าราคาจริง นายพิธา กล่าวว่า ได้ชี้แจงไปที่ ป.ป.ช แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในปี 62 หรือตอนออกจากสมาชิกปี 66 และตอนเข้ารับตำแหน่งอีกรอบก็ต้องยื่นอีกรอบหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมีที่มาที่ไป 

เมื่อถามถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ นายพิธา ระบุ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีอยู่และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องตั้งสมมติฐานอะไร ตนเองจะทำให้เต็มที่กับเวลาที่เหลืออยู่จนถึงวันนั้น หวังว่าจะได้มีโอกาสที่จะได้คืนความปกติให้กับการเมืองตามรัฐบาลเสียงข้างมากที่ผลเลือกตั้งออกมาแล้ว 

ส่วนการลงพื้นที่ถี่ในช่วงนี้ ยืนยันเป็นการเดินสายพบประชาชนไม่ใช่การปลุกระดม แต่เป็นการขอบคุณประชาชนแต่ละพื้นที่ ที่ให้ความไว้วางใจพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 25 ล้านเสียง เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจว่าตัวเองพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกตนเองก็ตาม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบ สว.เร่งรัด กกต.ส่งศาลฟัน ‘พิธา’ ปมหุ้นสื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553258

10 ก.ค. 2566

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบ สว.เร่งรัด กกต.ส่งศาลฟัน ‘พิธา’ ปมหุ้นสื่อ

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบพฤติกรรม สว. ชี้ กกต.อาจทำผิดกฎหมายหากชงศาลวินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อ ลั่นหากเป็นทนาย ‘พิธา’ พร้อมชนทุกคน

วันที่ 10 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของวุฒิสภา กรณีเร่งรัดให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปมถือหุ้นไอทีวี 

โดย ทนายอั๋นกล่าวว่า ขณะนี้ กกต.มีเพียงข้อเท็จจริงจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายเสรีสุวรรณภานนท์ และนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนที่อยู่ตรงข้ามกับนายพิธาทั้งสิ้น เหตุใดกกต.จึงยังกล้าประชุม และส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ ทั้งที่ข้อมูลมีความผิดเพี้ยน เรื่องนี้พี่น้องประชาชนติดตามอยู่ทั่วประเทศ แต่ กกต.ทำผิดขั้นตอน สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ถ้าตนเองเป็นทนายความของนายพิธา จะจัดการเรียงตัวพร้อมจะชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือ ส.ว. ตนเองเป็นตัวแทนของคนที่รักความถูกต้อง และอยากทำให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองได้ตามอิสระ ตนเองจะสู้ยิบตา หาก กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตนเองก็จะติดตามเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่ ส.ว. โดดมาเล่นประเด็นนี้ พร้อมฝากถึงนายเสรีออกมาให้สัมภาษณ์เก่งมาก แต่เมื่อท้าให้มาดีเบต นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงกลับไม่กล้าทำ 

 ทนายอั๋นกล่าวต่อว่า ความจริงไม่รู้ว่า กกต. จะส่งหรือไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะอยู่ในขั้นตอนการประชุมกันอยู่  แต่อย่างไรก็ไม่มีสิทธิจะประชุม เพราะมันไม่มีกฎหมาย ไม่มีระเบียบ ไม่มีอำนาจใด ๆ เปรียบเหมือนละครน้ำเน่าหลังสองทุ่ม  เมื่อครั้งก่อนผมมาขอเข้าพบประธาน กกต. แต่กลับไม่ให้เข้าพบ แต่ให้ ส.ว. เข้าพบ โดยไม่ต้องมีการนัดหมาย ท่านประธาน กกต. อย่านึกว่าตยเองเป็นเทวดา ท่านก็เป็นเพียงแค่ข้าราชการรับใช้ประชาชน

“ผมได้รับข่าววงในมาว่าตอนนี้เสียงของ ส.ว. เพียงพอต่อการโหวตนายพิธา เป็นนายกฯ แล้ว จึงทำให้ กกต.ต้องใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญจัดการ ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าใครโง่กว่ากัน รู้แค่ว่า กกต. โง่กว่า ส.ว.” ทนายอั๋นกล่าว

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ตอบชัด ไม่ส่งแคนดิเดตลงชิง ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553254

10 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' ตอบชัด ไม่ส่งแคนดิเดตลงชิง 'โหวตนายกรัฐมนตรี'

หัวหน้าพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ตัดจบ จุดยืนพรรค ไมส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนนตรีลงชิง “โหวตนายกรัฐมนตรี” ตระหนักดีถึงการเป็นพรรคเสียงข้างน้อย ส่วนแนวทางการโหวต ประกาศชัด ไม่เอาฝ่ายแก้ไขมาตรา 112 แบ่งแยกการปกครอง ล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)  ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์  ชี้แจงถึงการประชุม สส.ของพรรค ในวันพรุ่งนี้   ( อังคารที่ 11 )  โดยได้แจ้งเลขาธิการพรรคให้เสนอที่ประชุมพรรคให้พิจารณามีมติต่อการ “โหวตนายกรัฐมนตรี ”  1) ไม่เสนอแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้งสองคน เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อบ้านเมือง  2 ) ไม่โหวตให้แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง 

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์​  สาลีรัฐวิภาค​ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ​  ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสุขุมวิทจากอาการเอ็นหัวไหล่ขาด  ทำให้ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้  ( อังคารที่ 11 )   อนึ่ง สส.รวมไทยสร้างชาติ แบบแบ่งเขต  มี สส. รวม  23  คน  ,  สส.แบบบัญชีรายชื่อ 13  คน  รวมทั้งสิ้น 36  คน  ส่วน แคนดิเคตนายกรัฐมนตรี  พรรครวมไทยสร้างชาติ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค

‘ถ่ายทอดสด’ ลุ้น’โหวตนายก’ฯ 13 ก.ค.นี้ ใช่พิธาหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553253

10 ก.ค. 2566

'ถ่ายทอดสด' ลุ้น'โหวตนายก'ฯ 13 ก.ค.นี้ ใช่พิธาหรือไม่

เกาะติด’ถ่ายทอดสด’ ลุ้น’โหวตนายก’ฯคนที่ 30 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำเสียงข้างมาก จะสมหวังหรือไม่ เกมพลิกอาจต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

ประธานรัฐสภา วันมูหะหมัดนอร์ มะทา สั่งบรรจุวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมัยสามัญประจำปี วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ค. 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุ้มชั้น 2 สภาผู้แทนราษฎร  เพื่อโหวตนายกฯ หรือการพิจารณาให้ความเห็นชอบผุ้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 272 

ลิ้งค์ถ่ายทอดสด  โหวตนายกฯ

ถ่ายทอดสดโหวตนายกฯ

ช่องทางรับชม ถ่ายทอดสด ลิงค์ชมสด โหวตนายก

โทรทัศน์รัฐสภา ช่อง10

วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อมกัน 14 เครือข่ายทุกภูมิภาค และ AM 1071 KHz

เว็บไซต์ tpchannel.org

Facebook  สถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา 

จับตา กกต.ชงปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อให้ศาลชี้ขาด ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553246

10 ก.ค. 2566

จับตา กกต.ชงปม 'พิธา' ถือหุ้นสื่อให้ศาลชี้ขาด ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ

ชวนจับตาบ่ายนี้!! กกต.ประชุมหารือชงปม ‘พิธา’ ถือหุ้นไอทีวีให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดสถานะ สส. ก่อนเดินไปสู่วันโหวตนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายวันนี้ (10 ก.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะประชุม เพื่อพิจารณาคำร้องตามมาตรา 82 ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือครองหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน) จำนวน42,000 หุ้น เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6)

ซึ่งก็เป็นไปตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ร้องขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบ รวมไปถึงนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมมาธิการพัฒนาการเมืองและมีการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่เดินทางมาพร้อมกรรมาธิการเพื่อมอบหลักฐานก่อนหน้านี้ตามที่ได้นำเสนอไป

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่า ที่ประชุม กกต.จะลงมติในวันนี้เลยหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้ว่า จะเร่งลงมติเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ทัน เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะมีการกระชุมทุกวันพุธ หากที่ประชุมมีมติในวันนี้ ก็จะได้ทันกับการประชุมประกอบกับในวันที่ 13 กรกฎาคมจะมีการประชุม ร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสื่อมวลชนหลายสำนักต่างให้ความสนใจและติดตามการแถลงข่าวอย่างใกล้ชิดที่ สำนักงาน กกต.

เพื่อไทย รักษามารยาท เลี่ยงขอตัวเลข สว. ก้าวไกล ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553245

10 ก.ค. 2566

เพื่อไทย รักษามารยาท  เลี่ยงขอตัวเลข สว. ก้าวไกล 'โหวตนายกรัฐมนตรี'

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยการหารือแกนนำพรรคร่วมจัดดั้งรัฐบาลซักซ้อมการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” ให้พรรคก้าวไกล ที่จะเปิดวงคถยพรุ่งนี้ ในประเด็นเช็กจำนวนสว. ที่จะหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท้ายที่สุดอาจจะคุยแบบระมัดระวัง ให้เกียรติพรรคแกนนำ ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมเสียง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง   เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ในการประชุมแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล (  อังคารที่ 11  ก.ค. ) ที่รัฐสภา  โดยมีวาระสำคัญคือการ “โหวตนายกรัฐมนตรี “   ซึ่งแนวทางการโหวตของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  จะไปในทิศทางเดียวกันแบบเป็นเอกภาพ คือลงมติให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนการรวบรวมเสียงสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  อันเป็นอีกประเด็น ที่จะมีผลต่อการโหวต  เท่าที่สอบถามพรรคก้าวไกล  ก็ได้รับการยืนยันว่าทางพรรคก้าวไกล  หาเสียงสว.ได้เพียงพอ  ดังนั้นการหารือเรื่องนี้ในวันดังกล่าว ( อังคารที่ 11 )  จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน   และคงถามเท่าที่จะถามได้เพื่อรักษามารยาท  เรื่องนี้เข้าใจดีว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะการโหวตครั้งนี้มีความสำคัญ 


“การหารือในวันพรุ่งนี ไม่มั่นใจจะได้รายละเอียดมากน้อยแค่ไหน เพราะพรรคก้าวไกลก็ยืนยันว่าได้เสียงครบแล้วมาตลอด  ดังนั้นต้องให้เกียรติ ส่วนการ “โหวตนายกรัฐมนตรี”  หากไม่จบรอบเดียว  เรื่องนี้ประธานรัฐสภาจะต้องหารือแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่าจะกำหนดแนวทางต่อไปอย่างไร คงมีการหารือพูดอีกครั้ง ” 

เขา กล่าวว่า  กรณีที่นายเสรี  สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา( สว.) ออกมาเตือนพรรคร่วมรัฐบาล อาจมีความผิดหากโหวตสนับสนุนบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐ มองว่า เป็นดุลยพินิจของสมาชิกแต่ละคน แต่สุดท้ายเชื่อว่าสมาชิกทุกคนทั้ง สส. และ สว. มีวุฒิภาวะมากพอตัดสินใจเองได้

หมออำพล รับ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ยึดปี 62 พล.อ.ประยุทธ์ เสียงข้างมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553235

10 ก.ค. 2566

หมออำพล รับ 'โหวตนายกรัฐมนตรี'  ยึดปี 62  พล.อ.ประยุทธ์ เสียงข้างมาก

หมออำพล สว. รับ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ไม่ซับซ้อนอะไรมาก ใช้แนวทางมอบคะแนนให้บุคคลที่พรรคการเมืองรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ในสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อ เป็นหลักการเดียวกันกับครั้งที่ โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 62

นพ. อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา  (สว. )  เปิดเผยว่า  การ  “โหวตนายกรัฐมนตรี” วันพฤหัสที่ 13 ก.ค.   ส่วนตัวเตรียมโหวตให้บุคคลที่พรรคการเมืองรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อ เพื่อให้เข้าไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากบริหารประเทศต่อไป โดยการโหวตนี้ตนเองใช้เหตุผลเดียวกันกับที่เคยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากการรวมเสียงขณะนั้น ฝั่งพล.อ. . ประยุทธ์ มีเสียงข้างมากอยู่ ต้องไปในทิศทางนั้น 


แนวทางดังกล่าวต่อการ “โหวตนายกรัฐมนตรี”   เพื่อให้กลไกและกติกาตามที่ใช้อยู่เดินหน้าไปได้ ซึ่งที่เหลือก็คือ หน้าที่ของบรรดาพรรคการเมืองในการรวบรวมเสียง ส่วนผลการโหวตนั้น บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจะได้หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของกระบวนการโหวตในขณะนั้น  “ผมไม่ได้มีหน้าที่ในการจะต้องไปหาเหตุผลว่า บุคคลใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการแสดงออกจาก สว.บางคน ก็ถือเป็นมุมมองที่เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว และสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยที่แต่ละคนก็จะไม่เข้าร่วมความคิดของใคร แต่ส่วนตัวยังคงยืนยันคำเดิมว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ก็จะใช้หลักการเดียวกับปี  62”

เขา  กล่าวว่า   แท้จริงแล้ว  สว. ไม่ควรมีหน้าที่และอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรเป็นหน้าที่และอำนาจของ สส. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเท่านั้น และทุกครั้งที่มีการขอแก้ไข ส่วนตัวจึงโหวตเห็นด้วยให้ปิดสวิตช์ สว.