(คลิป) ปชช. คิดอย่างไร สว. ค้าน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552999

06 ก.ค. 2566

(คลิป) ปชช. คิดอย่างไร สว. ค้าน 'พิธา' นั่งนายกฯ

เสียงจากประชาชน ถึง สว. ที่กำลังตัดสินใจโหวตหรือไม่โหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ ขณะที่ ‘พิจารณ์’ เดินหน้าเจรจาต่อ

สัปดาห์หน้าขั้นตอนการโหวต “เลือกนายกรัฐมนตรี” แต่กระแสสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่โหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากพรรคก้าวไกลยังยืนยันจะแก้ไขมาตรา112 ต่อ ทำให้ สว. บางคนที่เคยออกมาบอกว่า จะสนับสนุนนายพิธา อยู่ในระหว่างพิจารณาใหม่ หรือ ไม่สนับสนุนแล้ว

ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก สอบถามความเห็นประชาชน คิดอย่างไร สว. ค้าน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

หลังจากนี้จับตาท่าทีของ สว. ก่อนจะถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 13 ก.ค. นี้ ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า พรรคก้าวไกลเดินหน้า พูดคุยกับ สว.ตลอดเวลา และมั่นใจว่า สว.จะเคารพเสียงของประชาชน 

ระดมพลที่ลานพระแม่ธรณีฯ ‘เชาว์’ ย้ำ ‘หัวหน้าปชป.’ ต้องไม่ใช่หุ่นเชิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552996

06 ก.ค. 2566

ระดมพลที่ลานพระแม่ธรณีฯ ‘เชาว์’ ย้ำ ‘หัวหน้าปชป.’ ต้องไม่ใช่หุ่นเชิด

‘เชาว์ มีขวด’ นัดระดมพลประชาธิปัตย์ ที่ลานพระแม่ธรณีฯ ก่อนวันชิง ‘หัวหน้าปชป.’ ชูธงยกเว้นข้อบังคับพรรค ใช้สัดส่วนสส.ชี้ชะตา ย้ำหัวหน้าพรรคต้องไม่ใช่หุ่นเชิดให้ใครใช้เพื่อก้าวสู่อำนาจ

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงการประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ว่า จากใจ ถึงใจ คน ปชป. วันที่ 8 ก.ค.เจอกันที่ลานพระแม่ธรณีฯ พรรคประชาธิปัตย์

หลังจากที่ได้เสนอแนวคิดในการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์โดยเรียกร้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนในการกำหนดชะตากรรมของพรรคผ่านเฟซบุ๊กไปแล้วสามครั้ง ปรากฏว่า ได้รับเสียงตอบรับจำนวนมาก

จึงขอขอบคุณสมาชิกพรรคทั้งอดีตและปัจจุบันรวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแต่มีความห่วงใยต่อพรรคประชาธิปัตย์ แม้ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาบางท่านอาจจะไม่เลือกคนของพรรค แต่ก็ยังมีความห่วงใยต่อช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ 

จึงถือเป็นเรื่องดีที่ทุกคนจะได้กลับมาร่วมกันพัฒนาพรรคให้เติบโตเหมือนในอดีตที่ผ่านมา มีหลายคนประสานมายังผมต้องการให้ช่วยนัดวันพบปะกันระหว่างสมาชิก เพื่อแสดงจุดยืนก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม 

โดยได้ข้อสรุปว่าจะนัดเจอกันในวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ณ ลานพระแม่ธรณี พรรคประชาธิปัตย์

โดยเริ่มต้นด้วยการสักการะขอพรพระแม่ธรณีบีบมวยผม ต่อจากนั้นก็จะเปิดเวทีเสวนาเล็ก ๆ เพื่อให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดทั้งวัน จึงประกาศเชิญชวนทุกท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ตามวันเวลาข้างต้นครับ

“ขอยืนยันว่าการพบปะกันในหมู่คนรักพรรค ปรารถนาที่จะเห็นการฟื้นฟูพรรคให้กลับมาเป็นสถาบันทางการเมืองในครั้งนี้ มิได้มีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลักดันใครเป็นหัวหน้าพรรค แต่ต้องการเห็นพรรคกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องในทางการเมือง 

เปิดโอกาสให้ทุกเสียงในที่ประชุมใหญ่ ได้ร่วมชี้ชะตากำหนดอนาคตพรรค ด้วยการงดเว้นการใช้ข้อบังคับที่กำหนดให้ สัดส่วนของสส.คิดเป็น 70 % ขององค์ประชุมทั้งหมด เป็นทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน 

ผมเชื่อว่าถ้าลดเพดานความอยากลง หลายคนจะเห็นความจริงตรงหน้ามากขึ้นว่า หัวหน้าพรรคคนต่อไปมีความสำคัญต่อพรรค มากกว่าการเป็นหุ่นเชิดให้ใครใช้เพื่อก้าวสู่อำนาจเท่านั้น”

ประธานสภา ส่งสัญญาณ’ โหวตนายกรัฐมนตรี’ รอบแรกไม่ผ่าน – ครั้งต่อไป 19 ก.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553000

06 ก.ค. 2566

ประธานสภา ส่งสัญญาณ' โหวตนายกรัฐมนตรี' รอบแรกไม่ผ่าน  - ครั้งต่อไป 19 ก.ค.

ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา ฉายภาพขั้นตอนการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” กำหนดไว้ พฤหัสที่ 13 ก.ค. หากที่ประชุมโหวตในวันนั้น ได้ที่ขั้นต่ำ 376 เสียง ก็เป็นอันจบ แต่ถ้าเสียงไม่ถึง ก็จะจัดโหวตครั้งต่อไป วันพุธที่ 19 ส่วนการเสนอชื่อครั้งที่สอง ยังใช้ชื่อเดิม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร  เปิดเผยว่า   การ “โหวตนายกรัฐมนตรี” ว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องกี่ครั้ง หากครั้งแรกคือวันพฤหัสที่ 13  ก.ค.  ถ้าที่ประชุมให้การรับรอง ที่  376  เสียง ก็ถือว่ายุติ แต่ถ้าไม่ครบ 376  เสียง  ก็จะเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาปรึกษากันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะขณะนี้ประชาชนรอรัฐบาลใหม่ จึงต้องทำให้เกิดความสมดุล และเหมาะสม   ส่วนข้อเสนอหากโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งแรกไม่ผ่าน จะนัดครั้งต่อไปเป็นวันพุธที่ 19 กรกฎาคม     ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร มีเวลาทำหนังสือแจ้งสมาชิก แต่ยังต้องดูหน้างานอีกครั้ง 


ประเด็นข้างต้นได้ปรึกษานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา(สว.)แล้ว  ก็เห็นตรงกันว่าเหมาะสมดี ส่วนที่จะต้องเว้นไว้ 7 วัน นั้น แม้ไม่ได้มีข้อกำหนด แต่ต้องการให้สมาชิกมาประชุมโดยพร้อมกัน ทั้ง สว. และ สส.  ส่วนข้อเสนอของ สว.  ที่อยากให้เว้นระยะเวลาการประชุมรัฐสภาไว้ 14 วัน ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับหน้างาน และความเหมาะสม ส่วนตัวอยากให้เกิดความเรียบร้อย และความพร้อมให้มากที่สุด เพราะเป็นวาระสำคัญในการเลือกผู้นำประเทศ  ต้องทำให้มีความพร้อม และโปร่งใสที่สุด  และในการ “โหวตนายกรัฐมนตรี “ ในครั้งต่อไป ยังสามารถเสนอชื่อบุคคลเดิมซ้ำได้อีก

อลงกรณ์ อาสา ดึง ‘ประชาธิปัตย์’ 25 เสียง ร่วมโหวต ‘พิธา’ นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552987

06 ก.ค. 2566

อลงกรณ์  อาสา ดึง 'ประชาธิปัตย์'  25  เสียง ร่วมโหวต  'พิธา' นายกรัฐมนตรี

รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “อลงกรณ์ พลบุตร” วิพากษ์บ้านเมืองจะไปข้างหน้าได้ สส. และ สว. ต้องเคารพเสียง เมื่อคนส่วนใหญ่ เลือก “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ควรทำตามฉันทามติ พร้อมผลักดันไปยังพรรคประชาธิปัตย์ให้สนับสนุนเรื่องนี้ ชี้หมดเวลา ที่จะมาเหตุผลขัดขวาง

 ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  กรุงเทพฯ  เครือข่าย Respect My Vote จัดเสวนาหัวข้อ  “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน”    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


 
นายอลงกรณ์  พลบุตรบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า   สถานการณ์ในขณะนี้
ขอเรียกร้องให้  สส. และสว. เคารพเสียงประชาชน  ด้วยการโหวตนายกรัฐมนตรี  ให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขณะเดียวกันตนจะเคลื่อนไหวในเรื่องนี้  ผ่านทางพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน
ด้วยการเสนอพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอให้สส. ทั้ง 25  คน   โหวตให้นายพิธา  เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหลักการของระบบเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร  การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลควรราบรื่นรวดเร็ว   ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเสียงที่ประชาชนเลือก ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล 

ทั้งนี้ หลักการหนึ่งที่  สส.  ,  สว. หลายคนไม่เข้าใจ ทุกรัฐธรรมนูญเขียนว่า สส. ,  สว. คือผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ยังไม่มีใครพูดหลักการที่ซ่อนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า สส.  , สว. มีสิทธิอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงออกเสียงตรงมาว่า ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล จึงไม่มีสิทธิไปขัดแย้ง ขัดขวาง ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นประธิปไตยสายตรงให้เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่เขาเลือก โดยผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องปฏิบัติตาม การแข่งขันเรื่องนโยบายหรือจะโต้แย้งอะไรจบแล้ว เพราะประชาชนเลือกแล้ว สส. , สว. ไม่มีสิทธิที่จะไปอ้างดุลยพินิจของตัวเองอีก 


“ถ้าเราไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับเสียงประชาชนสายตรง จะให้เลือกตั้งทำไม  เมื่อเป็นประชาธิปไตยสายตรงแล้ว คำว่าผู้แทนปวงชนต้องอยู่แถวสอง ไม่สามารถคัดค้านเสียงประชาชนได้ 
เราต้องคำนึงหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติ การตั้งรัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว สส.  , สว. ต้องมีสปิริตประชาธิปไตย การยอมรับความพ่ายแพ้  คือการเริ่มต้นของโอกาสในการแข่งขันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า  ” นายอลงกรณ์  ระบุ

.

ขอขอบคุณภาพจาก พรรคก้าวไกล 

ย้อน 23 ปี เส้นทางการเมือง 6 ‘นายกรัฐมนตรี’ ใครหลุดเก้าอี้ เพราะเหตุอันใดบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552981

06 ก.ค. 2566

ย้อน 23 ปี เส้นทางการเมือง 6 'นายกรัฐมนตรี' ใครหลุดเก้าอี้ เพราะเหตุอันใดบ้าง

ย้อนเส้นทางการเมือง 23 ปี กับ 6 ‘นายกรัฐมนตรี’ ส่วนใหญ่จบไม่สวยเพราะม็อบ พลิกสาเหตุใครหลุดจากเก้าอี้ เพราะเหตุอันใด ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

ลุ้นกันต่อไปหลังจากที่ได้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ วันนอร์ เป็นประธานสภา และ นายประดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 และ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นรองประธานสภาคนที่ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด นายวันนอร์ ได้ระบุวันเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยมีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  จากพรรคก้าวไกล ซึ่งจะต้องรวบคะแนน สส. และสว.ให้ได้ครบ 376 เสียงให้ได้จึงได้เป็นนายกฯ คนต่อไป

แต่ก่อนที่จะไปสู่การเลือก “นายกรัฐมนตรี” คนที่ 30 คมชัดลึก จะพาย้อนเส้นทาง 23 ปี การเมืองไทย กับการทำงานของนายกฯ ทั้งหมด 6 คน โดยเส้นทางของแต่ละคนนั้นล้วนจบลงท่ามกลางความวุ่นวายทั้งสิ้น

1.นายทักษิณ ชินวัตร  เป็น “นายกรัฐมนตรี”  ไทยคนที่ 23 ดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ. 2544–พ.ศ. 2549 โดยนายทักษิณ เข้าสู่เส้นทางการเมืองจากการชักชวนของ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง ต่อมาก่อตั้งพรรคไทยรักไทยในปี 2541   หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2544 พรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากในสภาจึงดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”  เป็นสมัยแรก หลังจากครบวาระ 4 ปี และมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2548 พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งได้คะแนนเสียงเยอะที่สุด ทำให้ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ด้วยคะแนนเสียงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

แต่เส้นทางบนเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 2 ของ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้สวยมากหนัก เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีการประท้วง ในปี 2549  คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ ทำให้นายทักษิณพ้นจากตำแหน่ง โดยระหว่างนั้นนายทักษิณ ได้เดินทางไปราชการที่ต่างประเทศ นายทักษิณเคยเดินทางกลับประเทศไทยครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2551 หลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นอาศัยอยู่ต่างประเทศโดยตลอด

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

2.นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 พรรคประชากรไทย ก้าวไปถึงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ได้ จากการทาบทามจาก นายทักษิณ ชินวัตร ให้ไปนำพรรคพลังประชาชน ซึ่งมาแทนที่พรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ ในปี 2551 เค้าชนะการเลือกตั้งและได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแค่ 7 เดือนกว่าๆ สมัคร จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะไปรับจ้างเป็นพิธีกร รายการทำกับข้าวทางโทรทัศน์ 

อย่างไรก็ตาม สมัคร สุนทรเวช  ได้ป่วยเป็นมะเร็งตับ และได้เดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ และเดินทางกลับไทย พร้อมกับพักฟื้นอยู่ที่บ้าน โดยก่อนจะถึงแก่อนิจกรรม ยังได้เข้าพักรักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาล และถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งตับ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขณะมีอายุได้ 74 ปี

3.นายสมชาย วงศ์สวัส นายกรัฐมนตรีคนที่ 26  ลงจากตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากถูกศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น วินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน เนื่องจากถูกข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง และ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เค้ายังถูกจับตาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคนที่ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นคู่แข่ง ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554


นายสมชาย ถือว่าเป็นนายกคนแรกที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในตอนนั้นขยายวงล้อมตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย โดยยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นฐานที่มั่น  ระหว่างนั้น สมชายไปทำงาน ณ สนามบินดอนเมืองแทน แต่ความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น จนท้ายที่สุดถูกกดดันการปฏิวัติหน้าจอ เมื่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ขณะนั้นนำผบ.เหล่าทัพไปออกรายการของ นายสรยุทธ สุทัศนจินดา โดยบีบให้รัฐบาลลาออกจากตำแหน่ง สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน และทำให้นายสมชายพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

สมชาย วงศ์สวสดิ์ สมชาย วงศ์สวสดิ์

4.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27  ที่ขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรี” ท่ามกลางภาวะตึงเครียดทางการเมือง โดยหลังจากที่นายสมชาย หลุดจากตำแหน่งไปแล้ว ได้มีการฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่ในค่ายทหารก่อน อภิสิทธิ์ได้รับการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ธ.ค. 2551 ในวัย 44 ปี 

หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ ต้องเผชิญกับการประท้วงใหญ่ในเดือนเม.ย. ปี 2552 ในเดือนเม.ย. และ พ.ค. 2553 หนักที่สุดคือเหตุการสลายการชุมชนในปี 2553 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน ที่ทำให้นายอภิสิทธิ์โดนกล่าวหาว่าสังหารผู้อื่น หลังแพ้การเลือกตั้งเป็นการทั่วไป ปี 2554 เขาได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันที่ 4 ก.ค. 2554 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

5.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐคนที่ 28 และเป็น “นายกรัฐมนตรี” หญิงคนแรกของประเทศไทย หลังจากผ่านาวะตรึงเครียดทางกลางเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยพรรคเพื่อไทย กลับมาชนะการเลือกตั้งได้ผู้แทนราษฎร 265 ที่นั่ง นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ไทยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา จากนั้น ยิ่งลักษณ์ ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 ส.ค.. 2554 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

แต่เส้นทางของยิ่งลักษณ์ไม่ได้ต่างจากนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ มากหนัก เพราะเพียงไม่นานก็ต้องเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ สุดท้ายทนแรงกดดันไม่ไหว จนต้องประกาศสภาไปในวันที่ 9 ธ.ค. พ.ศ. 2556 และรักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการรักษาการในวันที่ 7 พ.ค. 2557 เนื่องจากการย้ายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

6.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คนที่ 28 และ นายกฯ คนที่ 29  หลังจากความวุ่นวายทางการเมืองไม่มีท่าที่ว่าจะจบลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงประกาศทำรัฐประหารในปี 2557 หลังจากนั้นในวันที่ 21 ส.ค. 2557 สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเอกฉันท์เลือกเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมาชิกสภานั้นถูก คสช. เลือกมาทั้งหมด 

พล.อ.ประยุทธ์ นับว่าเป็นนายกฯที่สามารถนั่งเก้าอี้นายกฯ ได้ถึง 2 สมัย โดยในสมัยที่ 2 มีการจัดการการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 แม้ว่าพลังประชารัฐจะไม่ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 1 แต่ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตามโครงการสร้างรัฐธรรมนูญ2560 ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

ประยุทธ์ จันทรโอชา ประยุทธ์ จันทรโอชา

อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศยุบสภาในวันที่ วันที่ 20 มี.ค. 2566   และจัดให้การเลือกตั้งใหม่ในเดือน พ.ค. 2566 ท้ายที่สุดพรรคก้าวไกลเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งไปและเป็นพรรคที่มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แม้ว่าในกระบวนการการรวบรวมเสียงข้างมากจะมีอุปสรรคไปบ้าง แต่เมื่อวันที่  4 ก.ค. 2566 พรรคร่วมรัฐบาลสามารถผ่านด่านการเลือกประธานสภาได้สำเร็จ นับจากนี้คงต้องจับตากันต่อไปว่า ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ จะสามารถยกมือเลือกนายกฯรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยพรรร่วมทั้ง 8 พรรคจะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพียงคนเดียวเท่านั้น และจะโหวตจนกว่าจะนายพิธาจะได้นั่งเก้าอี้นายกฯรัฐมนตรีคนต่อไป 

ปริญญา ซัด กกต. ตั้งปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ   – ชี้นำ สว.  ไม่ให้โหวตนายกฯ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552982

06 ก.ค. 2566

ปริญญา ซัด กกต. ตั้งปม 'พิธา' ถือหุ้นสื่อ   - ชี้นำ สว.  ไม่ให้โหวตนายกฯ 

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เปรียบกกต. วางระเบิดเวลาไว้ให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปม “พิธา” ถือหุ้นสื่อ แต่กลับไม่ดำเนินการใด ๆ ปล่อยให้กลายเรื่องที่ต้องตีความเข้าข่ายขัดคุณสมบัติ เข้าทางสว. ที่ใช้เป็นธงนำไม่ไหวตให้

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   เปิดเผยว่า  ประเด็นที่จะมีผลต่อการโหวตให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ต่อการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ข้ออ้างเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของนายพิธา ที่สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) จะนำมาใช้เป็นข้ออ้าง ที่จะไม่โหวตสนับสนุน  เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปถามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเหตุใด จึงออกมาเปิดประเด็นเรื่องนี้  

ว่าจะดำเนินคดีนายพิธากรณีถือหุ้นสื่อ แต่กลับยังไม่เริ่มกระบวนการให้นายพิธาได้แก้ข้อกล่าวหา   สิ่งที่กกต. ทำไว้และทิ้งเรื่องไว้  เหมือนเป็นการทำให้เกิดข้อครหาหรือเกิดมลทิน จนสว.สามารถนำมาเป็นข้ออ้าง ดังนั้น กกต.ควรเปิดโอกาสให้นายพิธาได้หักล้าง และดำเนินการตรวจสอบไปตามกระบวนการก่อนจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี    สถานการณ์ของนายพิธา  ต่อการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือต้องการเสียงโหวตจาก สว. ที่ขั้นต่ำคือ  65 เสียง  หากปล่อยให้มีการฟรีโหวตโดยไม่มีใครกดปุ่ม หรือชี้นำสั่งการส.ว. เชื่อว่านายพิธาจะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี 

‘ไหม ศิริกัญญา’ ยืนยัน กล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ จนจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552974

06 ก.ค. 2566

‘ไหม ศิริกัญญา’ ยืนยัน กล่าวคำ 'ถวายสัตย์ปฏิญาณตน' จนจบ

‘ไหม ศิริกัญญา‘ ยืนยันกล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ จนจบ หลัง ‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมร้อง ป.ป.ช. สอบ ระบุ เจ้าหน้าที่สภา ส่งสัญญาณให้ ‘ประธานสภาฯ’ พูดนำก่อนทีละประโยค เลยหันไปสะกิดแจ้ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

ควันหลงเปิดประชุมสภานัดแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(สส.) ต้องกล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ แต่บังเอิญมีคนตาดีอย่าง ศรีสุวรรณ จรรยา ออกมาร้องเรียนว่าในวันนั้น มีแกนนำพรรคก้าวไกลไม่กล่าวคำปฏิญาณตนจนจบ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก ‘ไหม ศิริกัญญา’ ที่ถูกกล่าวหาแล้ว 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงว่าถึงกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมไปร้อง ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อขอให้สอบจริยธรรม ‘ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก่อนปฎิบัติหน้าที่ สส. ได้มีการกล่าวปฏิญาณตน ในที่ประชุมสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.115 บัญญัติไว้หรือไม่ ว่า ปกติปฏิญาณตน ต้องให้ประธานสภาฯ กล่าวนำ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุด เพื่อให้ประธานสภาฯ กล่าวนำทีละบรรทัด

“เลยชะงักและหันไปสะกิดแจ้งนายพิธา ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน ยืนยันว่า ได้พูดทวนและปฏิญาณไปจนจบ ตามขั้นตอนของสภาฯ”

โดยนายศรีสุวรรณ โพสต์ข้อความระบุอ้างว่า ในพิธีกล่าวปฏิญาณตนครั้งแรกในรัฐสภา ต้องให้คำมั่นสัญญาจากที่ประชุม แต่ น.ส.ศิริกัญญา เหมือนจะไม่กล่าวปฏิญาณตน เพียงยิ้มและหันไปเล่นกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะช่วงที่ต้องกล่าวคำว่า

“ข้าพเจ้า จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชน”

‘ชวน’ กรีด ลูกพรรค ใคร ‘กู้หน้าปชป.’ ได้ เหมาะนำทัพ ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552964

06 ก.ค. 2566

'ชวน' กรีด ลูกพรรค ใคร 'กู้หน้าปชป.' ได้ เหมาะนำทัพ 'หัวหน้าปชป.คนใหม่'

ชวน หลีกภัย ดึงสติ ประชาธิปัตย์ เจียมตัวได้แค่ 25 เสียง หากคิดจะร่วมตั้งรัฐบาล ควรคำนึงถึงอุมการณ์สุจริตตั้งแต่รุ่นก่อตั้งพรรค กรีดซ้ำสนามเลือกตั้งภาคใต้ ยังแพ้ ‘ลุงตู่’ ต้องรู้ตัวใครเหมาะนำทัพ ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’

ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค 9 ก.ค.นี้ ว่า เอาไว้ถามช่วงใกล้ๆ ตนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเห็นคนชอบพยายามมาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ ทำให้มีข้อขัดแย้งโดยไม่จำเป็น 

ดังนั้นจึงพยายามลดความขัดแย้ง ให้เกียรติทุกคน บางคนพยายามมาสมัครเป็นหัวหน้า เช่น พ.ท.หญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกพรรค ที่มาหาตนและกรรมการที่พรรค หรือหลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าอยากเป็น ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ 

ใคร ‘กู้หน้าปชป.’ ได้เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรค

ซึ่งข้อที่ได้ เห็นชัดคือประชาชนส่งไลน์มา แสดงความห่วงใย ดังนั้นผู้ที่พร้อมและต้องการสมัครจึงไม่อยากออกมาพูดล่วงหน้า ยกเว้นนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่แสดงจุดยืนสมัครชัดเจน และเคยลงสมัครมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นให้ไปรอดูวันเลือก ตนไม่ขอไปล่วงล้ำมากกว่านี้ และไม่ขอกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าคนใหม่

ส่วนกรณีที่ลูกพรรคแสดงความเห็นในพื้นที่ส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ นั้น นายชวนกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง บัญชีรายชื่อมีเพียง 3 คนเท่านั้น

ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวได้มาโดยคะแนนบริสุทธิ์ 900,000 เสียง เท่านั้นเอง แม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้ยังแพ้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

“เราต้องประมาณตัวเอง และรู้ตัวว่า คนเลือกเราน้อยแค่ไหน ถ้ารู้สถานการณ์รู้ความจริงอย่างนี้ ก็ต้องคิดว่าพรรคจะต้องได้คนประเภทใดมาแก้ปัญหา”

สู่ปีที่78 ปชป.ต้องทบทวนอุดมคติของพรรค

นายชวน กล่าวย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 77 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 78 ความเชื่อเรื่องเลือกตั้งสุจริต ความเชื่อเรื่องไม่ซื้อเสียง ไม่ควรจะหายไป แม้ว่าสื่อจะมองเรื่องนี้น้อยลงแล้ว ถึงขั้นว่ายุคนี้ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แล้ว ใครชนะเลือกตั้งก็จบ ไม่สนใจว่าจะซื้อเสียงมา ทางนี้ยืนยันว่าหากความเชื่อเหล่านี้ยังมีอยู่ประชาธิปไตย 91 ปีที่ผ่านมา เกือบจะพูดได้ว่าเราไม่ได้ไปสู่เป้าหมาย ตามอุดมคติ 

เหนือสิ่งอื่นใดพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงสิ่งนี้มายาวนานถึง 77 ปี จึงควรจะรักษาไว้อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผู้นำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ พรรคเราก็หวังว่าเขาจะทบทวน เรื่องอุดมคติของพรรค ที่ได้ประกาศไว้ ในอดีต

นายชวนยังมองว่า อยากให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ สร้างความเป็นหนึ่งเดียว หลอมรวมและกอบกู้ความเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดว่าต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้ บางเรื่องของใหม่ดีกว่าแต่บางเรื่อง ของเก่าที่ดีก็ต้องเก็บรักษาไว้ 

และตนเคยใช้คำว่าประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต สิ่งเหล่านี้จะเป็นอมตะแต่ในบางช่วงที่เปลี่ยนแปลง และน่าตกใจเหมือนช่วงที่ผ่านมา เราจะรักษาอะไรไว้หรือเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคก็ต้องทำต่อไป 

แต่ชุดใหม่ก็ควรประกอบไปทุกรุ่นทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต อดีตก็มีความดีงามปรากฏไว้ ไม่มีสิ่งดีงามก็อยู่ไม่ได้ถึง 77 ปี ต้องยอมรับ ว่าพรรคที่เกิดมาพร้อมกัน ล้มหายตายจาก แล้วมีอันเป็นไปกันหมด ถูกยุบ แต่เราอยู่ได้

ปชป.ถูกร้องยุบพรรค 2 ครั้ง

ทั้งที่ถูกร้องมา 2 ครั้ง และมีการจ่ายสินบนผู้พิพากษา ให้ตั้ง 30 ล้านแต่ท่านไม่รับเพราะเป็นคนตรง กรณีเช่นนั้นอย่างน้อยต้องจ่าย 150 ล้านบาท เพื่อผลที่จะยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมือง ซึ่งถ้าอยากให้เห็นว่าฝ่ายการเมืองส่วนหนึ่ง มีพฤติกรรมฉ้อฉล ขณะที่อีกฝ่าย พยายามยึดความเที่ยงตรง

เชื่อทุกพรรคมีคนดี

ส่วนกรณีที่หากในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วม จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น อนาคตทางการเมืองของนายชวนจะเป็นอย่างไร นายชวนระบุเพียงว่า ตนก็เป็นห่วง ว่าสมาชิกบางส่วนไม่ค่อยสนใจ เรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่รู้อดีตว่าเป็นอย่างไร ทำให้มองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ตนเห็นด้วยว่าถ้าพรรคตั้งใจ แต่ทุกพรรคก็มีคนดีอยู่ จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ และหากบางพรรคยังคงยึดมั่นและเชื่อคนโกงอยู่ ไปร่วมก็อันตราย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีแนวโน้ม ว่าจะเป็นอย่างนั้น

'ชวน' กรีด ลูกพรรค ใคร 'กู้หน้าปชป.' ได้ เหมาะนำทัพ 'หัวหน้าปชป.คนใหม่'

ชวน หลีกภัย ได้หยิบ ไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดมาถือแล้วกล่าวขอบคุณ 9 แสนคะแนนเสียงชวน หลีกภัย ได้หยิบ ไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดมาถือแล้วกล่าวขอบคุณ 9 แสนคะแนนเสียง

ทั้งนี้ หลังการให้สัมภาษณ์ในชวนได้หยิบ ไม้เซลฟี่ ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดอยู่ มาถือแล้วกล่าวขอบคุณ สำหรับ 9 แสนคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์ทำให้ตนได้เข้ามาทำงานในสภา อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือก ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ และกรรมการบริหารพรรคยกชุด จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2566 นี้

เศรษฐา มั่นใจ สว. ฟังเสียงประชาชน โหวตให้ ‘พิธา’ ส่งขึ้นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552966

06 ก.ค. 2566

เศรษฐา มั่นใจ สว. ฟังเสียงประชาชน โหวตให้ 'พิธา' ส่งขึ้นนายกรัฐมนตรี

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน ย้ำความเป็นแนวร่วมหนุน “พิธา” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มั่นใจเสียงของพรรคไปในทางเดียวกัน หนุนหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่มีทางเป็นอื่น ส่วนความกังวลเรื่องท่าทีสว. เชื่อท้ายที่สุด จะเข้าใจมติประชาชนโหวตให้

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย   เปิดเผยว่า  การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสที่   13 ก.ค.  แม้ว่าท่าทีของวุฒิสภาส่วนใหญ่ ยังไม่ให้การสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ขณะที่    นายพิธา  แสดงความั่นใจว่า  จะสามารถรวบรวมเสียงได้เกิน 376 เสียง  ในส่วนของพรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้ และย้ำว่าพรรคเพื่อไทย  จะไม่มีแถวแตกในการลงมติแน่นอน 

ขณะนี้   8   พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงในรัฐสภาแล้ว 312 เสียง ต้องการอีกกว่า 60-70 เสียง นายพิธา ก็จะได้รับความเห็นชอบ ดังนั้น จึงยังมีความหวัง และยังมั่นใจว่า นายพิธา จะได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ส่วนเงื่อนไขของสว. ที่กังวลต่อนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล จนอาจทำให้ สว.ฝืนหลักการเสียงข้างมากของ สส. และไม่ลงมติให้กับนายพิธา  ยังเชื่อว่าในวันที่มีการลงมติ สว. จะทำตามฉันทามติของประชาชน  คือฟังท่าทีของประชาชนส่วนใหญ่ ที่สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี  ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็ให้เป็นไปตาม ข้อตกลง ที่ลงนามกันไว้ 

นายเศรษฐา  กล่าวด้วยว่า  การที่นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ สว. ระบุว่า พร้อมลงมตินายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย   ภายใต้แนวคิดที่พรรคเพื่อไทย  ต้องแยกตัวออกมาจากก้าวไกล  และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล    เห็นว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล  มาจากฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงยังมีการลงนาม ระหว่าง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล  จับมือ ทำงานร่วมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่มีความผิดใจกัน และเข้าใจว่า ความเห็นดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นจากสว. เพียง 1 คนเท่านั้น    ยังเชื่อมั่นว่า ส.ว. อีกกว่า 200 คน จะยังคงสนับสนุนนายพิธา

‘ประยุทธ์’ นำรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552962

06 ก.ค. 2566

'ประยุทธ์' นำรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

‘บิ๊กตู่’ เผยนำรายชื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว พร้อมเปรยสั้น “ทำแล้วจ้ะ ทำแล้ว รอก่อนนะ”

วันที่ 6 ก.ค. ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการนำชื่อประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ได้ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ทำแล้วจ้ะ ทำแล้ว รอก่อนนะ” ก่อนเดินเข้าไปยังตึกสันติไมตรี