‘ชวน’ กรีด ‘ปดิพัทธ์’ ออกตัวแรง เหมือนเป็น ‘ประธานสภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552950

06 ก.ค. 2566

‘ชวน’ กรีด ‘ปดิพัทธ์’ ออกตัวแรง เหมือนเป็น ‘ประธานสภาฯ’

‘ชวน’ ขออย่าจับผิด ‘บิ๊กป้อม’ นั่งหลับ แนะไปจับผิดคนไม่ประชุมดีกว่า ให้กำลังใจ ‘วันนอร์’ ดูแลสุขภาพ แซว ‘ปดิพัทธ์’ แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็น ประธานสภาฯ เสียเอง ติดตลก บอก ‘พิเชษฐ์’ วันโหวตนายกฯ ไม่พูดคำสร้อย ประหยัดเวลา เชื่อสภาล่มจะหมดไป ชี้ตัวปัญหาเป็นรัฐบาลแล้ว

ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้กำลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกโซเชียลโจมตีกรณีนั่งก้มหน้า พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านนั้นมีคนน้อย การที่พล.อ.ประวิตร มาประชุมด้วยตัวเองก็ต้องขอบคุณ ขออย่าไปจับผิดเลย ทุกคนนั่งนานมีสิทธิ์เมื่อย และ สส. หลายคนกลัวถูกจับผิด ไม่กล้าเข้ามาประชุม หรือถ้าเข้ามาก็รีบออกไป เพราะกลัวสื่อจะจับผิด ขอให้ไปจับผิดเรื่องที่เป็นสาระดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ไม่มาประชุม

ทั้งนี้ มองว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นนั้น หากขานชื่อบุคคลที่ต้องการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว โดยไม่มีคำสร้อยเชื่อจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เช่น ไม่พูดชื่อตนเองซ้ำ เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย หรือเห็นชอบอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้จากเมื่อวันประชุมสภาฯ เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านนั้น เสียเวลาไปหลายชั่วโมง เพราะมีคำว่า บัตรดี เพิ่มขึ้นมา 

ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี  หรือ ‘นายกคนที่30’ จะมีขึ้นกี่ครั้งนั้น ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ขอให้ไปถามประธานสภาฯ ถึงแนวปฏิบัติต่อไปจะดีกว่า

ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ

นายชวน ยังกล่าวว่า ได้พูดคุย ได้ยินดีกับวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาฯ และได้ขอให้ลูกน้องดูแลสุขภาพท่าน เพราะวัยสูงอายุ ถ้าไม่แข็งแรง จะทำให้มีปัญหา เนื่องจากต้องนั่งเป็นเวลานาน และเหนื่อยที่สุด คือ การนั่งฟัง เมื่อเสร็จเวรแล้วก็ต้องตามต่อ เพราะไม่รู้ว่าใครจะพูดไรต่อ ก็ขอให้กำลังใจนายวันมูหะมัดนอร์

ส่วนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภาคนที่2 ที่กล่าววิสัยทัศน์บอกว่าจะทำตามพระบรมราโชวาท และทำตามที่ประธานสภาฯมอบหมาย แต่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่รองประธานสภาคนที่1 แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็นประธานเอง แต่หน้าที่ของรองประธานสภาฯ คือ รับมอบหมายจากประธานสภาฯ ถ้าจะทำอะไรที่เป็นพิเศษ จะต้องขออำนาจ หรือขออนุญาตจากประธานสภาฯ และปฏิบัติภารกิจตามที่สภากำหนดไว้ เพราะถือว่ามีความสำคัญ จะเห็นว่าเป็นงานหนัก ทั้งงานประชุมสภา หน่วยงานภายใน หน่วยงานย่อยที่อยู่ในการดูแลนั้นมีเยอะ 

ส่วนตัวได้เน้นย้ำกับเลขาธิการสภาฯ ให้พยายามรักษาศาสนาไว้ตามเดิม แม้ประธานสภาฯ จะเป็นมุสลิม รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะเป็นคริสต์ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นพุทธ ก็ตาม

ขณะที่ได้พูดคุยกับนายพิเชษฐ์ ที่ได้เข้ามาสวัสดี หลังวันโหวตเลือกประธานสภา ซึ่งตนเองได้พูดเล่นกับนายพิเชษฐ์ ว่า “ต่อไปถึงหน้าทำนา ใครจะหว่านข้าว ทำนาในสภา”

พร้อมกันนี้ นายชวนยังกล่าวถึง ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ว่า น่าจะไม่เป็นปัญหา และน่าจะลดลง เพราะตัวปัญหาได้ไปเป็นรัฐบาลเอง แต่เรื่องสำคัญคือ หัวหน้ารัฐบาลในอนาคต เป็นผู้แทนราษฎร หรือมีหัวหน้าพรรคการเมืองมารับผิดชอบด้วย เช่น พรรคเพื่อไทย ที่มีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 

ส่วนผู้ที่แข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในสภา แต่มีสมาชิกอยู่ในสภาส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคก้าวไกล สมาชิกอยู่ในสภา ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็น สส. เมื่อเวลามีปัญหา ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จนประธานสภาฯ ต้องทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค ว่าจะส่งผู้แทนมาประชุมกี่คน ที่ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว

“ผมเชื่อปัญหานี้จะหมดไป ความร่วมมือจะดีขึ้น การพูดมากจะลดลง เพราะที่ผ่านมาขอความร่วมมือผู้นำฝ่ายค้านให้ช่วย แต่ทำไม่ได้ แต่ผมเอง ที่เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยทำได้ ครั้งนี้เข้าใจว่า ปัญหานี้จะหมดไป และน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการประชุมราบรื่นมากขึ้น”อดีตประธานสภาฯ กล่าว

‘พิเชษฐ์’ เปิดไทม์ไลน์ โหวต ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง ชี้หากเลยลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552944

06 ก.ค. 2566

‘พิเชษฐ์’ เปิดไทม์ไลน์ โหวต ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง ชี้หากเลยลำบาก

‘พิเชษฐ์’ ว่าที่รองประธานสภาคนที่2 เปิดไทม์ไลน์ โหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็น ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง หาก 13 ก.ค. ยังไม่ได้ เลือกต่อ 19-20 ก.ค ยัง ไม่ชัดสว.หนุนกี่เสียง ย้ำต้องทำตาม MOU 8 พรรค ชี้หากไม่ได้ลำบาก

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวว่า ได้วางวันโหวตเลือก ‘นายกคนที่30’ เอาไว้ 13 ก.ค. ถ้าไม่ได้ก็จะให้เลือกรอบที่ 2 วันที่ 19 ก.ค. และรอบที่3 วันที่ 20 ก.ค. คาด 3 วันนี้ก็น่าจะเพียงพอได้นายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าไม่ได้ก็จะคุยกันใหม่

“โดยจะเปิดโอกาสให้ 3 ครั้งก่อน เพราะการเรียกประชุมบ่อยๆ และใช้สมาชิก 750 คนก็ค่อนข้างลำบาก เวลา 3 วันก็เยอะแล้วและอยากให้ได้ภายใน 3 วันนี้”

ส่วนกรณีถ้าหากกำหนดไว้ 3 ครั้งแรกแล้วยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีจะมีการพูดคุยกันใหม่หรือพลิกให้พรรคเพื่อไทย มานำในการจัดตั้งรัฐบาล นายพิเชษฐ์ระบุว่าแล้วแต่ที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องทำตาม MOU ที่จะต้องจับมือกันไป ซึ่งต้องพูดคุยกันเป็นการภายในไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายพิเชษฐ์ ยอมรับว่ายังไม่ทราบจำนวนสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่แน่ชัดว่าจะสนับสนุนโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

“แต่เท่าที่พูดคุยกับสว.มีเจตนาที่ดีที่ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาล สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ประเทศชาติจะได้เดินหน้าได้”ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2 ระบุ 

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ส่ง พีระพันธุ์ ชิงเก้าอี้’นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552930

06 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' ไม่ส่ง พีระพันธุ์ ชิงเก้าอี้'นายกฯ'

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ก่อมตัว 36 เสีรยงไม่เพียงพอ ส่งพีระพันธ์ุ ชิงเก้าอี้’นายกฯ’ ย้ำจุดยืน ไม่แก้ไข ม.112 ไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดส่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่มีกระแสข่าว แม้อยากจะเห็นเป็นนายกฯ เพราะพรรคมี 36 เสียง ไม่สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกทั้งยังไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพราะไม่สามารถบริหารงานได้

ส่วนการ ส่งวิทยา แก้วภราดัย สู้กับก้าวไกลในการโหวตรองประธานสภาคนที่ 1  เป็นการสู้เพื่อแสดงจุดยืน การโหวตประธานสภาฯจะใช้ เสียงส่วนมาก ในที่ประชุม ใครที่ถูกเสนอชื่อแล้วได้คะแนนมากสุดจะได้เป็น หรือหากไม่มีคู่แข่งก็ได้เป็นเลยโดยที่ไม่ต้องโหวตแข่ง ต่างจากการโหวตนายกฯที่ต้องได้คะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่ากึ่งหนึ่ง(หรือ375) ของรัฐสภา หากเสนอชื่อมาคนเดียว ก็ไม่ได้เป็น จะได้เป็นก็ต่อเมื่อข้ามรั้ว 375 เสียงไปได้เท่านั้น

ดังนั้นในการโหวตรองประธานสภาฯ หากเราไม่ส่งคุณวิทยาฯ ไปแข่ง ก็เท่ากับสนับสนุนให้แคนดิเดตของพรรคก้าวไกลเป็นรองประธานสภาโดยอัตโนมัติ เราจึงส่งแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัด ถึงแม้ทราบดีอยู่แล้วว่าแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยก็ตาม

การแสดงจุดยืนว่า เราไม่รับนายกฯหรือรัฐบาลที่จะแก้หรือยกเลิก ม.112 สามารถทำได้ด้วยวิธีไม่โหวต โหวตไม่รับ หรืองดออกเสียงครับ ไม่ต้องส่งแข่งก็สู้ได้ (ต่างจากรองประธานสภาฯ)การไม่ส่ง ไม่โหวต หรืองดออกเสียง ด้วยกลไกการโหวตที่ไม่เหมือนกัน จึงมีผลไม่เหมือนกัน การจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่สำคัญไปกว่าการรักษาจุดยืน

รวมไทยสร้างชาติจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างความมั่นคงให้ชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ผดุงความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมแต่จะไม่แก้ ม. 112 ไม่แบ่งแยกดินแดน แต่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้วยการเสริมเติมต่อจากสิ่งดี ๆที่มีอยู่แล้วในประเทศของเรา

ส่อง ‘เงินเดือนนายกรัฐมนตรี’ คณะรัฐมนตรี ไทย เทียบชัดๆ กับ อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552926

06 ก.ค. 2566

ส่อง 'เงินเดือนนายกรัฐมนตรี' คณะรัฐมนตรี ไทย เทียบชัดๆ กับ อาเซียน

ส่อง ‘เงินเดือนนายกรัฐมนตรี’ เงินเดือนคณะรัฐมนตรี ไทย ได้เท่าไร เทียบชัดๆ กับ ประเทศอาเซียน สูง-ต่ำ กว่ากันแค่ไหน

แม้จะได้ตำแหน่ง “ประธานสภา” และ รองประธานสภาคนที่ 1 และ คนที่ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องที่ยังคงต้องจับตาต่อไป หรือการจัดตั้งรัฐบาล และ โหวตตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ซึ่งต้องลุ้นกันว่า จะตกเป็นของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้หรือไม่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่หอมหวาน รวมทั้ง คณะรัฐมนตรี ทั้งหลาย ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งกันเท่าไร

คมชัดลึก พาส่อง “เงินเดือนนายกรัฐมนตรี” เงินเดือนคณะรัฐมนตรี ได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารประเทศเท่าไร และเมื่อเทียบเคียงกับ “เงินเดือนนายกรัฐมนตรี” จากประเทศต่างๆ ประเทศไทยเรา สูง ต่ำ กว่าเขาเท่าไร

“เงินเดือนนายกรัฐมนตรี-เงินเดือนคณะรัฐมนตรี”

สำหรับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี อ้างอิงจากข้อมูล จาก คู่มือข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปี 2562 มีรายละเอียดดังนี้

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 75,590 บาท
  • อัตราเงินประจำตัวแหน่ง 50,000 บาท
  • รวม 125,590 บาทต่อเดือน

รองนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 74,420 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 45,500 บาท
  • รวม 119,920 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 73,240 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท
  • รวม 115,740 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

  • อัตราเงินเดือน 72,060 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 41,500 บาท
  • รวม 113,560 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ นอกจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งแล้วนั้น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และ ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งต่างๆ ยังสามารถเบิกค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประชุม ได้อีกด้วย

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ประเทศต่างๆ (ดอลลาร์สหรัฐฯ)

  • จีน 19,448 (ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • กัมพูชา 29,290
  • ไทย 43,727
  • อินโดนีเซีย 50,460            
  • มาเลเซีย 60,311
  • ฟิลิปปินส์ 88,463
  • นอร์เวย์ 159,414
  • เกาหลีใต้ 182,461
  • สหราชอาณาจักร 205,298
  • ญี่ปุ่น 293,445
  • สหรัฐฯ 400,000
  • สิงโคโปร์   1,635,876

อย่างไรก็ตาม สำหรับ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี และเงินประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไทยทั้งปี (12 เดือน) คิดเป็น 43,727 ดอลลาร์สหรัฐ (ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 22 พ.ค. 2566) นับว่าน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่มากกว่ากัมพูชาและจีน

‘สว.’ ตั้งเงื่อนไข ต้องไม่มี’พิธา’ และ ‘ก้าวไกล’ร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552920

06 ก.ค. 2566

'สว.' ตั้งเงื่อนไข ต้องไม่มี'พิธา' และ 'ก้าวไกล'ร่วมรัฐบาล

‘สว.’ขวางสุดตัว เลือกนายกฯคนที่ 30 ต้องไม่มี ‘พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรค’ก้าวไกล’ อ้างเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครอง

ประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ให้สัมภาษณ์คมชัดลึก ถึงเงื่อนไขสำคัญในการโหวตเลือกนายกฯวันที่ 13 ก.ค. 2566 โดยอ้างว่า สว.ส่วนใหญ่ จะไม่โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ด้วยเหตผลหลัก จากความพยายามแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ที่เป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขหลายประการ โดย สว.จะคงหลักการนี้ไว้ จนกว่าจะมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่มีพิธา และพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล จึงจะตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

ประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภาประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา

ประพันธ์ เชื่อว่ารัฐบาลที่ไม่มีพรรคก้าวไกล มีพรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐก็สามารถบริหารประเทศได้แล้ว ส่วนใครจะมาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่มีก้าวไกล ก็ไม่ใช่เงื่อนไขที่สำคัญของ สว. ซึ่งเชื่อว่า พิธา ไม่มีทางรวมเสียงจาก สส. ได้พอตามเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ  สว. ที่สนับสนุนพิธา มีมากสุดไม่เกิน 20  เสียง

ประพันธ์ ยังย้ำว่า พรรคก้าวไกลไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ สูตรจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก หากพิธาและพรรคก้าวไกล ไม่ดันทุรัง เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าสามารถโหวตเลือกนายกฯกี่ครั้ง ภายในระยะเวลากี่วัน



ส่วนการเดินทางกลับไทย ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร หากกลับมาเข้ามาสู่กระบวนยุติธรรม ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะอายุมาก คงใช้เวลาไม่นาน และอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ได้มีอิทธิพลทางการเมืองมากเหมือนในอดีตแล้ว

(คลิป) เคลียร์ชัด ปม ‘ชลน่าน’ ปรี๊ดแตกกลางสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552906

05 ก.ค. 2566

(คลิป) เคลียร์ชัด ปม 'ชลน่าน' ปรี๊ดแตกกลางสภา

‘ชลน่าน’ ยืนยัน ไม่ได้ปรี๊ดแตก พร้อมเผยเหตุผลทำไมต้องลุกขึ้นถาม ‘ก้าวไกล’ ขณะที่ ‘วิโรจน์’ เป็นพยานอีกเสียง พร้อมขอความเป็นธรรมให้อีกฝ่าย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงดราม่ากล่าวหา ไม่พอใจ “พรรคก้าวไกล” ที่ไม่เป็นผู้เสนอชื่อ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย เป็น “รองประธานสภาคนที่ 2″ แต่กลับเป็น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เสนอแทน 
 

ล่าสุด นพ.ชลน่าน ยืนยันไม่ได้ปรี๊ดแตกอะไร เพียงแต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องหาความจริงให้ สส.ในพรรค เพราะเกิดตวามสงสัยกัน ก่อนหน้าการโหวตได้รับแจ้งว่า ในการเสนอชื่อประธานและรองประธานสภาฯ จะมีการแบ่งหน้าที่กัน ซึ่งต่างจากหน้างาน แต่เมื่อตนได้รับการชี้แจงว่า จะสลับวน 3 พรรค ตนก็โอเค และกลับไปแจ้งให้ สส.ในพรรคทราบ และยืนยันไม่ติดใจ  
 

ขณะที่ทางด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันอีกเสียง นพ.ชลน่าน เดินมาถามด้วยความปกติ และเมื่อทราบเรื่อง ก็เดินกลับ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แถมมีการตบบ่า ทักทายกันปกติ พร้อมขอความเป็นธรรมให้ นพ.ชลน่าน

 “ผมขอเป็นประจักษ์พยาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่หมอ หลังๆพี่หมอโดนเยอะต้องแฟร์กับพี่หมอด้วย และส่วนตัวผมและพี่หมอก็คุยกันดีมาตลอด เรื่องที่เกิดขึ้นคนละMood and Tone เลย” นายวิโรจน์ กล่าว (คลิก)

‘อลงกรณ์’ ติงสมาชิกล่าชื่อหนุน ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ หวั่นแตกแยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552903

05 ก.ค. 2566

‘อลงกรณ์’ ติงสมาชิกล่าชื่อหนุน ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ หวั่นแตกแยก

9 ก.ค.นี้ ‘อลงกรณ์’ มั่นใจประชุมใหญ่เลือก ‘หน้าปชป.คนใหม่’ ราบรื่น ชูสปิริต ‘ประชาธิปัตย์’ สนับสนุนหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมร่วมมือเดินหน้าปฏิรูปพรรค อย่างมีเอกภาพ ติงหยุดล่ารายชื่อ ออกแถลงการณ์ หวั่นสร้างความแตกแยก แบ่งกลุ่มในพรรคไม่รู้จบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคและผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค.นี้ จะเป็นไปโดยราบรื่นไม่มีปัญหา

เลือกหัวหน้าปชป.คนที่ 9

โดยดำเนินการในกรอบของข้อบังคับและธรรมเนียมปฏิบัติของพรรค ซึ่งผ่านการเลือกหัวหน้าพรรคมา 8 ท่านแล้ว ครั้งนี้เป็นการเลือกหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ในช่วงเวลา 78 ปีของพรรค และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน

ทั้งนี้ มีความหวังว่าจะมีผู้สมัครหัวหน้าพรรค ท่านอื่นๆ ประกาศตัวก่อนวันประชุมใหญ่เพื่อให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าถึงแนวคิด จุดยืนนโยบายแบบตรงไปตรงมาเปิดเผย ที่ขอติติงเรื่องเดียวคือไม่ควรให้ใครไปล่ารายชื่อ แล้วออกแถลงการณ์สนับสนุนคนนั้นคนนี้ เพราะตัวแทนสมาชิกหลายคนอึดอัดใจ ที่ต้องลงชื่อด้วยความเกรงใจ

“ถ้าแต่ละคนทำแบบเดียวกันทุกภาค ความแตกแยกแบ่งฝ่ายจะเกิดขึ้น พฤติกรรมแบ่งกลุ่มแบ่งพวกแบบนี้ควรเลิกได้แล้ว เราต้องการเอกภาพ การเปลี่ยนผ่านผู้นำพรรคจะได้ราบรื่นเรียบร้อย”

นอกจากนี้ขอขอบคุณทุกเสียงสนับสนุนและกำลังใจที่มอบให้ตนจากทุกภาคส่วนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก ทั้งที่อยู่ในประเทศและในต่างประเทศโดยเฉพาะภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเกษตรกร เพื่อนข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ภาคการเมือง อดีตรัฐมนตรี อดีตสส. อดีตผู้สมัคร สส.อดีตกรรมการบริหารพรรค สาขาพรรค ตัวแทนพรรครวมทั้งเพื่อนนักการเมืองต่างพรรค

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยสปิริตประชาธิปัตย์ สมาชิกพรรคทุกคนจะร่วมมือเดินหน้าปฏิรูปพรรคพร้อมสนับสนุนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และหัวหน้าพรรคคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้”

 นายอลงกรณ์กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการผู้นำที่มีจุดยืนประชาธิปไตยมีภาวะผู้นำที่เข็มแข็งมีวิสัยทัศน์ก้าวหน้ามีศักยภาพสามารถฟื้นฟูปฏิรูปพรรคและสร้างความเป็นเอกภาพในพรรคเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่แข็งแกร่งในอุดมการณ์และเป็นพรรคการเมืองทางเลือกหลักของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร นับเป็นคนแรกของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศตัวลงชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ และประกาศจุดยืนชัดเจนถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคหากได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมพรรคในวันที่ 9 ก.ค.2566 

สว. ฟันธง ‘โหวตนายกฯ ‘ หนุน พิธา ไม่เกิน 10 – แนะ ถอย มาตรา 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552897

05 ก.ค. 2566

สว. ฟันธง 'โหวตนายกฯ ' หนุน พิธา ไม่เกิน 10 -  แนะ  ถอย มาตรา 112

เดินหน้าแก้ไขมาตรา 112 มีแต่พัง สว. ประเมิน “โหวตนายกฯ” โอกาสที่ “พิธา” จะได้เสียงหนุนจากฝั่งสว. มีไม่ถึง 10 เสียง ระบุทางออกเดียว ที่จะถอดชนวน เพื่อไม่เก้าอี้นายกฯหลุดลอย พรรคก้าวไกล ต้องแสดงจุดยืนชัดเจน ไม่แตะต้องการแก้ไขม. 112 หากมาสูตรนี้ สว. พร้อมกลับท่าทีเทเสียงให้

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน  สมาชิกวุฒิสภา ( สว. )   เปิดเผยว่า เดิมทีจะโหวตสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล   เป็นนายกรัฐมนตรี  แต่เมื่อพิจารณาจากนโยบายการแก้ไขมาตรา 112  ทำให้
ไม่สามารถ “โหวตนายกฯ” ให้กับหัวหน้าพรรคก้าวไกล   อย่างไรก็ตามหากนายพิธา  และพรรคก้าวไกล  แสดงจุดยืน ไม่แก้ไขมาตรา 112   ก็พร้อมที่จะโหวตให้   และเชื่อว่า สว. จะหันมาให้การสนับสนุน  

ส่วนความเคลื่อนไหวในฝั่ง สว.  ต่อการ “โหวตนายกฯ”   ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 13  ก.ค. 
ยืนยันว่า มีสว.ที่จะสนับสนุนนายพิธา ไม่ถึง 10 คน   “มีตัวแทนจากพรรคก้าวไกลติดต่อกับสว.หลายครั้งหลายคน เพื่อพูดคุย แต่ส่วนใหญ่ต่างตอบกลับไปว่าขอพิจารณาเมื่อถึงวันที่โหวต  ซึ่งเชื่อว่าพรรคก้าวไกลรู้ตัวแล้วว่าจะได้เสียงไม่ถึง”   นายเฉลิมชัย  กล่าว 

นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล สว.กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ รอดูสถานการณ์ ต้องชั่งน้ำหนักถึงหลักการและเรื่องนโยบาย โดยในหลักการนายพิธา  มาตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องดูเรื่องนโยบายว่าสอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติหรือไม่  เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การขึ้นค่าแรงต่อการลงทุน การอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทย เรื่องนโยบายต่างประเทศที่อาจจะสร้างปัญหาให้กับประเทศเพื่อนบ้าน 

“ผมยังไม่ตัดสินใจ เพราะเห็นว่าพรรคก้าวไกลก็ปรับนโยบายไปเรื่อย ๆ และจะรอดูว่าวันสุดท้ายจะมีการชูนโยบายของตนเองให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติมากน้อยแค่ไหน ”  นายวีระศักดิ์  กล่าว


พลอากาศตรีเฉลิมชัย เครืองาม สว. กล่าวถึง การตัดสินใจโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้มองที่ตัวบุคคล แต่พิจารณาจากแนวคิด ยึดความมั่นคงของประเทศชาติ ศาสนาและประชาชนเป็นสำคัญ  ส่วนตัวไม่ได้มองว่าใครจะสืบทอดอำนาจของใคร  แต่จะขอยึดความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก ส่วนจะเลือกนายพิธาหรือไม่ คำตอบอยู่ในคำชี้แจงข้างต้นแล้ว 


นายทรงเดช เสมอคำ สว.  กล่าวว่า ยังคงยืนยันที่จะโหวตให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าเสียงสว.ขณะนี้ ไม่สามารถทำให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีได้   จึงขอเรียกร้องให้นายพิธาออกมาประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่แตะต้องมาตรา 112 เชื่อว่าแนวทางนี้ จะเป็นทางออกเดียวที่ทำให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีได้

.

ขอขอบคุณภาพจาก พรรคก้าวไกล 

‘เสี่ยเฮ้ง สุชาติ’ เปิดบัญชีทรัพย์สิน เงินลดลง แต่ยัง รวยอู้ฟู่ 740 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552877

05 ก.ค. 2566

‘เสี่ยเฮ้ง สุชาติ’ เปิดบัญชีทรัพย์สิน เงินลดลง แต่ยัง รวยอู้ฟู่ 740 ล้านบาท

‘เสี่ยเฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แจงบัญชีทรัพย์สินหลังพ้น สส. มีทรัพย์สิน 740 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเข้ารับตำแหน่งปี2562 จำนวน 121 ล้านบาท

สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สส. ที่พ้นจากตำแหน่ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ลาออก ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) พ้นจาก ตำแหน่ง สส. และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมมูลค่า 740,218,072 บาท และมีหนี้สิน 301,862,412 บาท

นายสุชาติ มีทรัพย์สินมีเงินฝาก 27,375,294 บาท มีเงินลงทุน 460,165 บาท มีที่ดินมูลค่า 51,940,000 บาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 20 ล้านบาท ยานพาหนะ 3,900,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 7,283,473 บาท โดยมีทรัพย์สินอื่น 12,970,000 บาท

โดยทรัพย์สินอื่น มีทั้งนาฬิกาหรู Patex Philppe 4 เรือน มูลค่า 6,270,000 บาท , พระสมเด็จวัดระฆังกรอบเพชร 1 องค์ 8 ล้านบาท , พระปกเงินหลวงปู่ทิม กรอบเพชร 1 องค์ มูลค่า 700,000 บาท ,ปืนหลายชนิด 12 กระบอก รวมมูลค่า 1,320,000 บาท นอกจากนี้ยังมีแหวนเพชร กระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดัง จี้เพชรอีก

และยังมีเงินลงทุนของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมูลค่า 164,175,000 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาวจำนวน 11,190 หุ้นมูลค่า 46,165 บาท กับหุ้นบริษัทอรินสิริ แลน์ด์จำกัด (มหาชน) จำนวน 29,850,000 หุ้นมูลค่า 164,175,000 บาท

ทั้งนี้ ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุชาติ ที่แจ้งป.ป.ช. อีก 2562 ในฐานะ สส.พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 861,105,818 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ของคู่สมรส และที่ดินหลายแปลงในพื้นที่จ.ชลบุรี

สว. แนะ ‘เพื่อไทย’ ใช้จังหวะโหวต พิธา ไม่ผ่าน แยกขั้วตั้งรัฐบาลเอง โอ่ฉลุยแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552880

05 ก.ค. 2566

สว. แนะ  'เพื่อไทย'  ใช้จังหวะโหวต พิธา ไม่ผ่าน   แยกขั้วตั้งรัฐบาลเอง  โอ่ฉลุยแน่

สว.คนดัง กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กล่อม เพื่อไทย ให้เตรียมถอย หากโหวตนายกรัฐมนตรี ให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากก้าวไกล เสียงไม่ถึง ควรใช้เป็นโอกาสทอง ในการแยกตัวออก รวบร่วมกำลังเสนอชื่อคนในพรรคขึ้นนายกรัฐมนตรี มั่นใจสว.พร้อมตอบรับ ในการเทเสียง ไม่ว่า “แพองธาร” หรือ “เศรษฐา”

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.)  ให้สัมภาษณ์กับ  Nation TV   ว่า  สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี   ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 13  ก.ค. ยังมั่นใจว่า ในวันลงมติจะมีพรรคการเมืองอื่น เสนอชื่อแข่งมากกว่า 1 พรรค   หรือ มากกว่า 1  คน อย่างแน่นอน ส่วนท่าที สว.เชื่อว่า การตัดสินใจไม่เลือกนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  พรรคก้าวไกล หรืองดออกเสียงนั้น มีความชัดเจนอยู่แล้ว   ส่วนบุุคลอื่นที่จะมีการเสนอชื่อแข่ง  หากเป็นชื่อของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ก็ยังต้องพิจารณาในองค์ประกอบที่ว่า เพื่อไทย ยังผูกติดกับ ก้าวไกล หรือไม่ หากยังผูกติดกัน   ก็ยากที่สว.จะให้การยอมรับ 

 
ถ้าต้องการให้สว.โหวตให้ตัวแทนจากเพื่อไทย   ทางพรรคเพื่อไทย  ต้องแยกตัวออกออกมาจากพรรคก้าวไกล ทันที  เพราะชัดเจนที่นายพิธา ไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภาแล้ว  หากเป็นไปภายใต้แนวทางนี้แล้ว  พรรคเพื่อไทย จะได้รับการสนับสนุนจากสว. อย่างแน่นอน เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้  ” ในการโหวตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ผลการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว และสามารถประเมินต่อไปได้ว่า หากนายพิธา ไม่ได้รับการสนับสนุน พรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอื่น ๆ ก็คงตัดสินใจถึงการดำเนินการต่อไปได้แล้ว และเชื่อว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด มีการเตรียมการไว้แล้วว่า หากนายพิธา ไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา   ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ”  เขา  กล่าว