‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552349

29 มิ.ย. 2566

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะพรรคเพื่อไทย ยกปัญหาระดับแก้ปัญหาภัยแล้งเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ มั่นใจ โครงการธนาคารน้ำใต้ดินยุค ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอบโจทย์เกษตรกร เชื่อแก้ปัญหาน้ำได้ทั้งระบบ ฉะ 8 ปี ‘ประยุทธ์’ ใช้เงินกว่า 600,000 ล้าน แต่ไร้ประสิทธิภาพ

ภัยแล้งปัญหาซ้ำซากในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง(ภาคอีสาน) และภาคเหนือตอนบน แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงอยู่แม้มีความพยายามมาหลายรัฐบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว จากสส.ร้อยเอ็ด ซึ่งจ.ร้อยเอ็ดจัดได้ว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งมาทุกๆ ปี

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ได้รับข้อร้องเรียนจากเกษตรกรว่าเดือดร้อนมาก หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เพราะไม่มีน้ำทำการเกษตร ในขณะที่ลำน้ำชีแห้งขอด เกษตรกรไม่สามารถผันน้ำมาใช้ในการเกษตรได้

“ดังนั้น อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น พร้อมจัดหาน้ำตามธรรมชาติเพื่อใช้ในการเเกษตร บรรเทาทุกข์เกษตรกรโดยเร็ว”

ในขณะเดียวกันเกษตรกรหวังพรรคเพื่อไทยเดินหน้าในการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างจริงใจ พร้อมสนับสนุนนโยบายธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งนี้ในแต่ละปีไทยมีปริมาณฝนตกลงมามาก แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ได้ 

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

ดังนั้นโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จะเป็นส่วนสำคัญการนำน้ำฝน ที่ตกลงมากักเก็บไว้ใต้ดิน ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกมาในแต่ละปีให้เกษตรกร นำมาใช้ ประโยชน์ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่ามหาศาล

นายฉลาด กล่าวด้วยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ สามารถแก้ ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพรรคเพื่อไทย ควรนำ โครงการดังกล่าวมาศึกษาใหม่ ปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าหากโครงการนี้สำเร็จจะช่วยแก้ปัญกาภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“พรรคเพื่อไทยกำหนดแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจัด ทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ แก้ปัญหาภัยแล้ง และแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวใช้ งบประมาณไม่มากแต่ได้ประโยชน์มหาศาล 

หากเทียบกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี 8 ปี ใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งกว่า 600,000 ล้านบาทแต่ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นควรนำโครงการบริหารจัดการน้ำ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาปรับปรุงใช้ ทั้งนี้เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรทั้งประเทศอย่างแน่นอน” นายฉลาด กล่าว

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552346

29 มิ.ย. 2566

แกนนำ 'ก้าวไกล' ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม 'ประธานสภาฯ' จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดปากเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ คาดการณ์หากดีลสำเร็จ เตรียมแถลง 2 ก.ค. ขณะที่พรุ่งนี้ ‘พิธา’ เยือนถิ่น ‘หมออ๋อง’ ขอบคุณชาวพิษณุโลก

บรรยากาศพรรคก้าวไกลเงียบเหงา ท่ามกลางกระแสชิงเก้าอี้ “ประธานสภาฯ” มีเพียงรถของ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เข้ามาที่พรรค แต่นายชัยธวัชไม่ได้เดินทางมาด้วย 

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้ามาที่ทำการพรรค บอกเพียงสั้นๆ “เข้ามาทำงาน” 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

ซึ่งแกนนำและสส.บางท่าน ได้เดินหลบเข้าไปทางด้านหลังของตึก จึงเป็นที่น่าจับตาว่า จะมีการประชุมลับหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากวันนี้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยหารือเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ จนได้ข้อยุติ คาดจะมีการแถลงข่าว ก่อนประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลในเช้าวันที่ 2 ก.ค. หลังจากเลื่อนประชุมเมื่อวานนี้ จึงทำให้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ ก่อนที่จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 3 ก.ค. และโหวตเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 4 ก.ค. ตามลำดับ

ซึ่งตลอดช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อนายชัยธวัช หัวหน้าทีมเจรจา แต่ไร้การเคลื่อนไหว รวมถึง สส.ภายในพรรคเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก้าวไกล และแกนนำพรรคมีกำหนดการแห่ขอบคุณชาวพิษณุโลก สำหรับชัยชนะเลือกตั้ง 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 5  จากทั้งหมด 5 เขต โดยเขต 1 เป็นของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา แคนดิเดตประธานสภาฯของพรรคก้าวไกลด้วย 

กำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกกำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลก

แรงทะลุเวลา จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552343

29 มิ.ย. 2566

แรงทะลุเวลา จาก 'ฟ้ารักพ่อ' ยุคธนาธร สู่ 'ด้อมส้ม' ของพิธา

พลังคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมการเมือง จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา ว่ากันว่าเปรียบดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก

ด้อมส้ม วลีฮิตทางการเมืองนับตั้งแต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566  มีรากศัพท์มาจาก Fanclub และ Kingdom  หมายถึง แฟนคลับของพรรคก้าวไกล ที่มีสัญลักษณ์ สามเหลี่ยมสีส้ม

ย้อนกลับไปปี 2561  การประกาศเข้าสู่เวทีการเมืองไทยในนามของพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจหนุ่ม อดีตรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะนอกจากความสามารถด้านธุรกิจที่มีผลงานจับต้องได้แล้ว ยังมีแนวคิดทางการเมืองที่ทันสมัย ก้าวหน้า และยังหน้าตาดีเข้ากับยุคสมัย

ก่อนหน้านั้น มีละครเรื่อง ดอกส้มสีทองมีเนื้อหา กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากตัวละครหลักหญิงชื่อ ฟ้า หรือ เรยา ที่มีบุคลิกแตกต่างจากตัวละครหลักทั่วไปในยุคนั้น มีบุคลิกฝีปากกล้า เปิดกว้างต่อเรื่องเพศ มีความทะเยอทะยานสูง รับบทโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ถูกดันจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมหลายราย จนต้องยอมปรับเรตติ้งให้ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง

ฟ้ารักพ่อ เป็นประโยคที่แสดงความพึงพอใจต่อชายที่มีอายุมาก ที่หน้าตาดีหรือฐานะดี  หรือทั้ง 2 อย่าง ได้รับความนิยมในหมู่คนหลากหลายทางเพศ ใช้เพิ่มอรรถรสในการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ คำนี้ถูกใช้มาเรื่อยๆ จนถึงยุคโซเชียล ก็มีการแชร์รูปภาพผู้ชายวัยกลางคนหน้าตาดี  จากฟ้ารักพ่อในละคร  กลายเป็นวลีฮิต ฟ้ารักพ่อ  เมื่อธนาธรเดินสายหาเสียงเลือกตั้ง

หลังจากการเลือกตั้งปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งปิดฉากพรรคอนาคตใหม่ ที่มีอายุการเมือง 1 ปี 4 เดือน18 วัน และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ธนาธร นำกลุ่มผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ออกไปตั้งกลุ่มก้าวหน้า ขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา และ ผลักดันแนวคิดการเมืองในรูปแบบของพรรคอนาคตใหม่ในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่  และหันไปเล่นการเมืองในระดับท้องถิ่น  แจ้งเกิดในเวที อบจ.ได้ ในบางพื้นที่

ปัจจุบันนี้กลุ่มก้าวหน้า กำลังขยายเครือข่ายสู่เวทีอบต. ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในอีกปีกว่าๆ ส่วน สส.พรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้น ก็ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล โดยธนาธรเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  เป็นทายาททางการเมือง

การเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้เสียงสนับสนุน กว่า 6 ล้าน 2แสนคะแนน ได้ สส. แบบจัดสรรปันส่วนผสมราวครึ่งร้อย ผ่านมาสี่ปี คะแนนในส่วนนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เพราะพรรคก้าวไกล กวาดคะแนน สส.บัญชีรายชื่อตามการเลือกตั้งแบบใหม่ไปถึง 14 ล้านคะแนน แม้คำนวณแล้วจะได้สส.บัญชีรายชื่อน้อยกว่า แต่รวมทั้งสองระบบแล้วก็มากกว่า พรรคที่ถูกยุบไป เท่าตัว  

ฟ้ารักพ่อจากอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  จึงกลายมาเป็น ด้อมส้ม ผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พรรคก้าวไกลของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในขณะนี้

พิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาครพิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาคร

‘สุธรรม’ เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552340

29 มิ.ย. 2566

'สุธรรม' เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน

สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน ล้วนเป็นคนมีประสบการณ์ เอ่ยปากชม ‘ชวน หลีกภัย’ ทำหน้าที่ทั้งเก่ง-ดีีเยี่ยม ด้านประธานสส.เพื่อไทย ยัน สส.ไม่แตกแถว

นายสุธรรม แสงประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นถึงกรณีตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ยังคงต้องรอข้อสรุปจากวงเจรจาของทั้งสองพรรคการเมืองแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ ทำงานได้

โดยเชื่อว่าสุดท้ายจะจบลงด้วยดี ตกลงกันได้ และจากรายชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯ ของทั้งสองพรรคที่หลุดออกมานั้น อาทิ นายสุชาติ ตันเจริญ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว,นายชูศักดิ์ ศิรินิล,นายปดิพันธ์ สันติภาดา,นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ตนก็เชื่อว่าทุกคนสามารถทำงานได้แน่นอน เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์

นายสุธรรม บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา ที่ทั้งสองพรรคการเมืองแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะหาข้อยุติร่วมกันก่อนถึงวันเปิดประชุมสภานัดแรก ซึ่งเข้าใจว่าคณะเจรจาคงดำเนินการอยู่ 

ส่วนกรณีเสียงสมาชิกพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ เห็นว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ควรจะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย นายสุธรรม มองเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่หลากหลาย แต่เชื่อว่าสุดท้ายทุกคนคงลงมติไปในแนวทางเดียวกัน

อดีตรองประธานสภาฯ ยังเอ่ยปากชื่นชมการทำหน้าที่ของ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ที่นั่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาว่าปฏิบัติหน้าที่ได้ดี และท่านเป็นคนเก่ง

ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน สส.  ระบุว่า ตนยังเชื่อว่าแนวทางการลงมติของสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปในแนวทางเดียวกัน

พร้อมระบุว่าอาจต้องมีการประชุมภายในก่อน ในวันลงมติเพื่อทำความเข้าใจตรงกันอีกครั้ง แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และตอนนี้ก็ยังไม่ทราบผลของการเจรจาว่าจบลงแบบไหน รวมถึงยังไม่มีการนัดประชุม สส.เร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยว่ายังไม่พบบรรดาแกนนำสำคัญเข้ามา คาดเตรียมเดินทางไปร่วมงานครบรอบวันก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่องวอยซ์ ทีวี ช่อง 34

ปมเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ลงตัว เหตุสภาฯ ยังไม่แจ้งเปิดประชุมสภานัดแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552337

29 มิ.ย. 2566

ปมเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ลงตัว เหตุสภาฯ ยังไม่แจ้งเปิดประชุมสภานัดแรก

สภาฯ ยังไม่แจ้งประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือก ‘ประธานสภา’ คาดเหตุ 2 พรรคใหญ่ ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ ดีลเก้าอี้ประธานสภายังไม่ลงตัว แต่ยังมีช่องได้ถึง 12 ก.ค.นี้ ระบุ ‘พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค’ รวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มารายงานตัว

ความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรลงนามในหนังสือ แจ้งสมาชิกรัฐสภาทั้ง สส. และ สว. ขอเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 กรกฎาคมเวลา 17.00 น ณ ห้องโถง พิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา  กรุงเทพฯ ซึ่งตามกำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีจะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา

ในงานรัฐพิธีนี้ จะมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ทูตานุทูตประเทศต่างๆ ประธานศาลฎีกา และประธานองค์กรอิสระเข้าร่วม กว่า1,000 คน 

ทั้งนี้ได้แนบคำแนะนำ สำหรับสมาชิกรัฐสภาในพิธีเปิดประชุม ทั้งขั้นตอน ต่างๆ และ เครื่องแบบการแต่งกายด้วย

ส่วนวันที่ 4 ก.ค. 2566 เดิมที่วางไว้เป็นกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการทำหนังสือเชิญสมาชิก สส. และสว.เข้าร่วมประชุม

 โดยมีรายงานว่า สภาฯจะขอประเมินสถานการณ์ความพร้อมในการเลือกประธานสภาฯ อีกครั้งก่อน เนื่องจากขณะนี้ทั้ง 2 พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ยังไม่ลงตัวในตำแหน่งนี้ คาดว่าต้องรอการหารือของ 8 พรรคการเมืองในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ 

เปิดสภาฯแจ้งล่วงหน้า 3 วัน

และตามขั้นตอนสภาฯจะต้องทำหนังสือแจ้งสมาชิกให้รับทราบก่อน 3 วันที่จะมีการ ประชุม และตามกรอบเวลาตามระเบียบ วันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกจะต้องเปิดประชุมภายใน10 วัน นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ซึ่งจะตรงกับวันที่ 12 ก.ค. 2566

‘พีระพันธ์ุ’ ยังไม่มารายงานตัว

สำหรับวันนี้(29 มิ.ย. 2566) นับเป็นวันที่ 10 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้ สส.มารายงานตัว จนถึงขณะนี้ ยังขาดอีก 1 คนคือ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่ยังไม่ได้มีการนัดหมายว่าจะเดินทางมารายงานตัวเมื่อใด

‘อาจารย์ม.ราม’ เผยเหตุผล ‘ตั้งรัฐใหม่’ ทำไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552307

29 มิ.ย. 2566

'อาจารย์ม.ราม' เผยเหตุผล 'ตั้งรัฐใหม่' ทำไม่ได้

‘อาจารย์ม.ราม’ เผยอดีตเคยมี ‘แบ่งแยกดินแดน’ ด้านศาสนา แต่ล้มเหลว เชื่อรื้อฟื้นความคิด แฝงการเมือง ส่วนตัวมองกิจกรรมกลุ่มนักศึกษา ตั้งคำถาม ‘ประชามติ’ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ

ภายในงานเสวนา “ฤา รัฐนั้นจะเป็นเพียงความฝัน : ทบทวน วิเคราะห์ คลี่คลาย วาทกรรมว่าด้วย ‘การแบ่งแยกดินแดน’ ในรัฐไทย” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนหลังจากที่ “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” จัดกิจกรรม การกำหนดอนาคตตนเองกับสันติภาพปาตานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการถามความเห็นที่จะให้ชาวปาตานีออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกต้องกฎหมาย จนหลายฝ่ายเกิดความกังวล

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นการ “แบ่งแยกดินแดน” เกิดขึ้นหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ความคิดในการแบ่งแยกดินแดนเป็นความคิดที่เก่ามาก หายไปแล้ว แต่แน่นอนที่พูดกันขึ้นมา เพราะเกิดจากปัจจัยทางสังคมการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการเมืองในปัจจุบัน ฉะนั้นเลยถูกหยิบสร้างขึ้นมา และด้วยตัวมันเองเคยมีความคิดนี้ อดีตเคยเกิดการทดลองรัฐศาสนาต่างๆ แต่ปรากฏว่า ล้มเหลว เพราะฉะนั้นปัจจุบันการต่อสู้ของกลุ่มคน ต่อสู้เพื่อที่จะมีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากร ดูแลรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ที่จะมีระบบการเมืองการปกครองที่ตัวเองสามารถดูแลตนเองได้ แต่อาจจะไม่ใช่ในลักษณะแบ่งแยกดินแดน

ส่วนจะเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือไม่ ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส ระบุว่า ปัจจุบันความคิดจัดตั้งรัฐในสมัยใหม่ที่แยกตัวออกไป ก็ไม่สามารถทำได้ แล้วในเชิงของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบบระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาด้วย ดังนั้นความกังวลต่างๆที่จะแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า

ส่วนจะหากเกิดการแบ่งแยกดินแดนขึ้นจริง จะมีความรุนแรงหรือไม่ มองว่า ไม่ควรจะมีคำถามเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะดินแดนไม่ใช่เรื่องแบ่งกันง่ายๆเหมือนเค้ก เหมือนหมูสับหรือปลา เนื่องจากต้องประกอบไปด้วยหลายอย่าง คำถามเหล่านี้ถามได้ แต่เป็นคำถามที่เรียกว่า ผิดที่ผิดทาง เป็นคำถามที่มีความคิดทางการเมืองบางอย่างอยู่เบื้องหลัง 

แต่ไม่ได้จะบอกว่าถามไม่ได้ แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการถามผู้อาจแฝงไปด้วยผลทางการเมืองบางอย่าง


ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส  ระบุถึงกิจกรรมของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติว่า จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องประชามติ และขอยืนยันเป็นเรื่องที่นักศึกษาสอบถามว่า “เราจะทำประชามติกันหรือไม่ ไม่ใช่จะทำประชามติเพื่อแยกตัว” หมายความว่า เมื่อมีการต่อสู้มีความรุนแรงเหมือนที่ผ่านมาเกือบจะ 20 ปีแล้ว เรามีวิธีไหนบ้างที่จะไม่ใช้ความรุนแรง 

อีกทั้งคำถามก็ไม่ได้ถามว่า เรามาแบ่งแยกดินแดนกันดีหรือไม่ แต่เขาใช้คำถามว่า เราจะมีสิทธิ์ในการตั้งคำถามประชาติเรื่องเป็นเอกราชหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นคำถามจะแบ่งแยกดินแดน ในทางกลับกันเป็นการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ โดยไม่ใช้กำลังอาวุธ และเป็นเรื่องของนักศึกษาในชั้นเรียน ดังนั้นสามารถถามได้

งานเสวนางานเสวนา

กกต.โบ้ยเชิญ ‘พิธา’ สอบปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552332

29 มิ.ย. 2566

กกต.โบ้ยเชิญ ‘พิธา’ สอบปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวนฯ

กกต. โบ้ยเป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวน เชิญ ‘พิธา’ ให้ข้อมูลถือหุ้นสื่อ เผย ยังไม่มีการขอขยายกรอบเวลา ระบุ เงื่อนเวลา ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ไม่ใช่ประเด็นประกอบการพิจารณา ของ กกต.

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงการตรวจสอบบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

โดยก่อนเริ่มประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึง ความคืบหน้าการสืบสวนไต่สวน ปมถือหุ้นสื่อitv ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนความผิดของนายพิธา ตามมาตรา 151 (รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง) ใกล้จะสมบูรณ์แล้ว และยังไม่มีการขอขยายเวลา หลังจากจะครบระยะเวลาในวันที่ 3 ก.ค. 2566

ส่วนการส่งหนังสือเชิญนายพิธา นั้น ทางสำนักงาน กกต. ยังไม่ทราบ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ จะทราบก็ต่อเมื่อมีการส่งรายงานหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น แต่ตามหลักการ คณะกรรมการต้องมีการสอบสวน เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นคดีอาญา ที่ต้องใช้หลักฐานยื่นต่อศาล

ขณะที่การดำเนิการตามมาตรา 82 จะใช้วิธีการพิจารณา ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาหรือไต่สวนอีก

โดย กกต. อาจจะใช้ข้อมูลจากคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตามมาตรา 151 ว่า มีหลักฐานและมีความเห็นเพียงพอ ที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบสมาชิกสภาพของนายพิธา

ส่วนมีความจำเป็นหรือไม่ ที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายแสวง ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ กกต.จะต้องพิจารณา แต่การยื่นตามมาตรา 82 คือ การเปลี่ยนโหมดมาพิจารณากรณีที่ได้รับการรองเป็น สส. เพียง 1 สัปดาห์ และเริ่มมีการมาร้องเรียนต่อ กกต. ส่วนตัวจึงคาดว่า กกต.น่าจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา

ส่วนกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. มาพบ กกต. กรณี นายพิธา ถือหุ้นสื่อ เมื่อวานนี้ ถือเป็นการนำข้อมูลมาให้เพิ่มเติม ซึ่ง สำนักเลขา กกต.จะนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบกันเพื่อเสนอต่อ กกต.ต่อไป

ส่องธุรกิจ ‘สิริน สงวนสิน’ 2 บริษัทดัง ควบ นักการเมืองหนุ่ม ไฟแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552325

29 มิ.ย. 2566

ส่องธุรกิจ 'สิริน สงวนสิน' 2 บริษัทดัง ควบ นักการเมืองหนุ่ม ไฟแรง

ทำความรู้จัก ‘สิริน สงวนสิน’ ที่ไม่ได้เป็นแค่ สส.หนุ่มไฟแรง จาก พรรคก้าวไกล แต่ยังควบ นักธุรกิจ 2 บริษัทดัง แวดวงรถยนต์

“สดใส ใส่ใจ ไม่ทิ้งอุดมการณ์” เป็นสโลแกนเปิดตัว ก่อนลงเลือกตั้ง สส. กทม. เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา พรรคก้าวไกล ของ “สิริน สงวนสิน” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ผันตัวมาลงสนามการเมือง จนชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 46,405 คะแนน

ก่อนหันมาเล่นการเมือง “สิริน” มีธุรกิจที่สานต่อจากครอบครัว แต่มีใจรักในงานการเมือง จึงตัดสินใจลงสู่สนามการเมือง ต่อสู้กับฐานการเมืองรุ่นเก่า คมชัดลึก พาไปทำความรู้จักกับ “สิริน สงวนสิน” จากนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทำไมหันเหลงการเมือง

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

เปิดประวัติ สิริน สงวนสิน

สิริน สงวนสิน มีชื่อเล่นว่า ลี เป็นทายาทเซเลบคนดัง คือ ดร.ศศมณฑ์ และ ดร.สมนึก สงวนสิน แห่งบริษัท ฮอนด้า พระราม 9 จำกัด ที่มีอสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

     สิริน สงวนสินและครอบครัวสิริน สงวนสินและครอบครัว

ประวัติการศึกษา

  • ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
  • มัธยมศึกษาตอนปลายจาก Scotch College, Australia
  • ระดับปริญญาตรีสาขาวิชาการเงินประยุกต์ University of South Australia
  • ระดับปริญญาโท สาขาวิชาการวิเคราะห์การเงิน University of New South Wales

หลังจบการศึกษา สิริน กลับมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว โดยเป็น 1 ในผู้บริหารของ บริษัทฮอนด้า พระราม 9 จำกัด พร้อมกับเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

บทบาทการทำงาน สิริน สงวนสิน

  • ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • อนุกรรมการสำนักการโยธา และ การวางผังเมือง กรุงเทพมหานคร
  • ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ
  • ที่ปรึกษาประธาน กต. ตร สน.ตลิ่งชัน           

การเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 สิริน สงวนสิน ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 31 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมทีแล้วเขตที่ สิริน ลง สส. นั้น เป็นเขตที่ “ทนายบิลลี่” อดีต สส.กทม.เขต 27 (ทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน-หนองแขม) ชนะการเลือกตั้งมาก่อน กระทั่ง “ทนายบิลลี่” เริ่มตีตัวออกจากพรรค ทำให้ “สิริน” ได้เข้าเสียบเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.แทนทันที และชนะการเลือกตั้งในเขต 31 กรุงเทพมหานคร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เขตทวีวัฒนาและตลิ่งชัน รวมไปถึงศาลาธรรมสพน์ ฉิมพลี บางพรม บางระมาด และคลองชักพระ ด้วยคะแนนเสียงมากถึง 46,405 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งนับหมื่นคะแนนเลยทีเดียว

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

ส่องธุรกิจ สิริน สงวนสิน

1. บริษัท ปิ่นเกล้า ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

บริษัทแม่ของอาณาจักร “ฮอนด้าปิ่นเกล้ากรุ๊ป” จดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2532 ทุนปัจจุบัน 5 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 22 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด ศูนย์บริการรถยนต์

ปรากฏชื่อกรรมการดังนี้

  1. นายสมนึก สงวนสิน
  2. นางศศมณฑ์ สงวนสิน
  3. นายวินัย สุชาติล้ำพงศ์
  4. นายสิริน สงวนสิน

นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2564 มีรายได้รวม 643,406,336 บาท รายจ่ายรวม 645,262,464 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 1,411,545 บาท เสียภาษีเงินได้ 391,400 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,659,072 บาท

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

2. บริษัท ไทเกอร์ คาร์ เรนเทิล จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2562 ทุนปัจจุบัน 3.5 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 819 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด ให้เช่ารถยนต์นั่ง

ปรากฏชื่อกรรมการดังนี้

  1. นายสมนึก สงวนสิน
  2. นางศศมณฑ์ สงวนสิน
  3. นายสิริน สงวนสิน
  4. นายวินัย สุชาติล้ำพงศ์

นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2564 มีรายได้รวม 152,604 บาท รายจ่ายรวม 872,243 บาท ขาดทุนสุทธิ 719,639 บาท

‘ประธาน กกต.’ เผยเชิญ ‘พิธา’ แจงปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคกก.ไต่สวนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552300

28 มิ.ย. 2566

‘ประธาน กกต.’ เผยเชิญ ‘พิธา’ แจงปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคกก.ไต่สวนฯ

ประธาน กกต. เผยมอบ แสวง บุญมี เลขาฯกกต. ทำตามอำนาจหน้าที่ หลังหารือคณะ สว. บอกจะเชิญ ‘พิธา’ ชี้แจงหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนฯ

ความคืบหน้าหลัง กกต.มีมติตั้งคณะกรรมการไต่สวนสืบสวน ขึ้นมาตรวจสอบกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้ว่าไม่มีสิทธิแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 42(3) และ มาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.หรือไม่

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการไต่สวนฯ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีมูลตามความที่ปรากฎออกมาหรือไม่ 

โดยนอกจากพยานเอกสารที่เป็นบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) คลิปเสียงบันทึกการประชุม บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลักฐานการถือครองหุ้นต่างๆ แล้ว 

สิ่งสำคัญคือ การเชิญ นายพิธา ในฐานะผู้ถูกร้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวมทั้งอาจจะมีการขอเรียกพยานหลักฐานเพิ่ม ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ 

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงการหารือร่วมกับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมทางการเมือง วุฒิสภา และคณะ พร้อมรับมอบหลักฐานการถือครองหุ้นสื่อ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า จะมอบให้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามหลักการปฏิบัติงาน

ส่วนกระแสข่าวว่าได้ส่งหนังสือเชิญให้นายพิธาเข้ามาชี้แจงนั้น นายอิทธิพร บอกว่า ถ้าจะมีหนังสือเชิญน่าจะเป็นหนังสือเชิญที่ออกโดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนฯ ที่ตั้งขึ้นตามมติที่ประชุม กกต. เมื่อ 9 มิถุนายน 2566

“เพราะขณะนี้เรื่องปมถือหุ้นสื่อ อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการไต่สวนชุดดังกล่าว ซึ่งจะมีอำนาจและหน้าที่ในการเชิญบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสาร” ประธาน กกต. กล่าว

‘ธรรมนัส’ ดับฝัน ปารีณา โยงเสนอชื่อ สุชาติ ตันเจริญ นั่ง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552299

28 มิ.ย. 2566

'ธรรมนัส' ดับฝัน ปารีณา   โยงเสนอชื่อ สุชาติ ตันเจริญ นั่ง 'ประธานสภา'

ผู้กองธรรมนัส สส.พะเยา แห่งพลังประชารัฐ ออกมาเคลื่อนไหว หลังอดีตสส. ปารีณา ไกรคุปต์ พาดพิงว่า จะเป็นผู้เสนอชื่อ ” สุชาติ ตันเจริญ” จาก เพื่อไทย เป็น “ประธานสภา” ระบุชัดไม่ขอไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ปล่อยให้พรรตที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดตั้งรัฐบาลจัดการกันเอง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( สส.) พะเยา เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)   เปิดเผยว่า  การแสดงทัศนะของ  น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พลังประชารัฐ  ประเด็น ” ประธานสภา” ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ “เก้าอี้ประธานสภา สุดท้ายจะเป็นของท่านสุชาติ (พ่อมดดำ)โดยมีท่านธรรมนัส เป็นผู้เสนอชื่อ”   ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างชัดเจน เพราะแม้ตนเองจะรู้จักและเคารพนับถือ นายสุชาติ  ตันเจริญ  สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นการส่วนตัว  เพราะเคยร่วมงานการเมืองในพรรคเดียวกันมาก่อน แต่เมื่อนายสุชาติ ได้ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว หรือพูดคุยในในประเด็นดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย ที่จะดำเนินการร่วมกับพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องยึดมั่นในมารยาททางการเมืองที่จะต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่
ที่สุดดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล  ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยได้พบปะกับน.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี  เป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใด มาสร้างกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริงเช่นนี้
ด้วยการเชื่อมโยงว่าตนรู้เห็น  หรือเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเสนอชื่อ  “ประธานสภา”   ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง