ชายคาพระพิรุณ : 8 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/368788

586851

ชายคาพระพิรุณ : 8 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

…สัปดาห์ที่ผ่านมา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแนวทางดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา ผ่าน VDO Conference และถ่ายทอดไปยังจังหวัดเป้าหมายทั้ง 33 จังหวัด ซึ่งการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นหลังการทำนาปรังปี 2561 โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป …โครงการดังกล่าวมีรัฐจัดมาตรการลดความเสี่ยงให้เกษตรกร ด้วยการจัดหาตลาดและประสานกับภาคเอกชนเข้ามาเจรจาซื้อสินค้าเกษตรล่วงหน้าด้วยราคาที่เป็นธรรม มีการประกันรายได้ขั้นต่ำของเกษตรกร การรับรองราคารับซื้อผลผลิตของภาคเอกชน การทำประกันภัยพืชผล และการสนับสนุนความรู้และเงินทุนหรือปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร โดยเกษตรกรที่ร่วมโครงการสามารถขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี วงเงินไร่ละ 2,000 บาท (ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย) และได้ประสานเอกชนให้มารับซื้อข้าวโพดอาหารสัตว์ตามคุณภาพในราคาไม่น้อยกว่าราคาขั้นต่ำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

นอกจากนี้ยังมีสนับสนุนเบี้ยประกันภัย 65 บาทต่อไร่ เมื่อได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติจะได้รับค่าชดเชยไร่ละ 1,500 บาท และรัฐได้กำหนดนโยบายให้สินเชื่อสถาบันเกษตรกร เพื่อเสริมสภาพคล่องในการรวบรวมและรับซื้อผลผลิตข้าวโพดจากเกษตรกร โดยให้กู้ผ่าน ธ.ก.ส. อัตราร้อยละ 1 ต่อปี เป้าหมายพื้นที่ดำเนินการ 33 จังหวัดในเขตภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ…สำหรับการขับเคลื่อนโครงการฯในส่วนของ กรมส่งเสริมการเกษตร นั้น นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีฯ บอกว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้บันทึกผลการสำรวจความต้องการเบื้องต้นของเกษตรกร ข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2561 เวลา 12.00 น. มีผู้สนใจ จำนวน 71,984 ราย พื้นที่ 653,316.75 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 147,871.25 ไร่ และ นอกเขตชลประทาน 505,445.50 ไร่ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรสนใจมากที่สุด 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุบลราชธานี และ นครสวรรค์ ตามลำดับ

“ขุนเกษตรา” มองว่าโครงการนี้โดยภาพรวม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรสามารถมีพืชที่จะปลูกแล้วเป็นรายได้ดีกว่าปลูกข้าวและไม่ทำให้ปริมาณข้าวล้นตลาด อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการเรื่องน้ำได้อีกด้วย เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและตลาดมีความต้องการสูง แต่อยากให้ดำเนินการในพื้นที่ที่มีความพร้อม เกษตรกรมีความต้องการจริงๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา ส่วนเกษตรกรก็ต้องศึกษาและเปิดใจรับการปรับเปลี่ยน หากทำเกษตรแบบเดิมแล้วความเป็นอยู่ไม่ดีขึ้น นโยบายรัฐอาจจะไม่ได้ดีที่สุดทุกนโยบาย แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายหากทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงจังย่อมเกิดผลที่ดีตามมา อย่ามองแค่เรื่องละลายงบหรือเอื้อประโยชน์ให้ใครเพียงมุมเดียว หากแต่ทำแล้วเกษตรกรได้รัฐไม่เสียก็น่าทำ…

สุดท้ายฝากกิจกรรม กรมปศุสัตว์ ร่วมกับกรมอนามัย และสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ จัดงาน “วันไข่โลก 2561” (World Egg Day 2018) ในวันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลา 09.00-16.00 น. ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ เพื่อรณรงค์เพิ่มการบริโภคไข่ไก่ ภายใต้แนวคิด “กินไข่ทุกวัน กินได้ทุกวัย” เพื่อสร้างความรับรู้ในวงกว้างให้คนไทยเห็นถึงคุณประโยชน์การบริโภคไข่ และเพิ่มการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยให้เป็น 300 ฟอง/คน/ปี โดยไข่ไก่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่กรมปศุสัตว์กำกับมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ที่ฟาร์ม มีการควบคุมดูแลทั้งเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะและสารตกค้างต่างๆ และมีกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ในชื่อ “ไข่ไก่ OK” ซึ่งมั่นใจได้ว่า ปลอดภัยต่อผู้บริโภค…คนไทยต้องบริโภคไข่ทุกวันนะครับ นอกจากได้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อีกด้วย

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 1 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/367275

586851

ชายคาพระพิรุณ : 1 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขุนเกษตรา” กลับมาเล่าข่าวเหมือนเคย…สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำงานในชีวิตราชการของหลายคนในกระทรวงเกษตรฯ นับจากนี้ จะกลายเป็นราษฎรเต็มขั้น ถึงเวลาพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้านเสียที ส่วนใครที่ยังพอมีฝีไม้ลายมือก็อาจจะได้รับทาบทามให้เป็นที่ปรึกษาทั้งในหน่วยงานเอกชนหรือช่วยงานในร่มชายคาพระพิรุณต่อไปอีก ขุนเกษตรา ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ ในเส้นทางที่ท่านเลือกนะครับ…และวันนี้อีกเช่นกัน วันที่ 1 ตุลาคม ก็เป็นวันเริ่มตำแหน่งใหม่ของใครอีกหลายๆ คน นับตั้งแต่หัวขบวนใหญ่ใต้ร่มชายคาพระพิรุณ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ที่ขยับจากอธิบดีกรมการข้าวมาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ที่เกษียณอายุราชการ และมีข่าวแว่วๆ ว่าอาจจะไปเป็นหนึ่งใน 5 เสือ กกต. เท็จจริงแค่ไหน ขุนเกษตรา ไม่ทราบครับ แค่ได้ยินมาแว่วๆ ต้องติดตามตอนต่อไป และนับจากนี้ ขุนเกษตรา คงต้องขอฝากความหวังและเป็นกำลังใจให้ท่านปลัดกระทรวงฯ คนใหม่ช่วยนำพาเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน ยืนหยัดในอาชีพอย่างเข้มแข็ง มั่นคง..

วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 46 ซึ่ง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งสารแสดงความยินดีข้อความตอนหนึ่งว่า…รัฐบาลมีความต้องการพัฒนาให้สหกรณ์เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและเป็นกลไกพัฒนาภาคการเกษตรไทย พร้อมสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสหกรณ์เองจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนการปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตรงกับความต้องการของตลาด ใช้ตลาดนำการผลิต เพิ่มช่องทางการค้าขายผ่านเว็บไซต์ไปสู่ตลาดโลก พัฒนาสินค้าและรูปลักษณ์รูปให้ตรงกับที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจในสหกรณ์ เพื่อจะได้นำความคิดและความรู้ใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งขึ้น จึงเป็นหน้าที่สำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการพัฒนาส่งเสริมขีดความสามารถของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง สนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้สหกรณ์สามารถพัฒนาและเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากสมาชิกและประชาชนทั่วไป และเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้มีประสิทธิภาพสูงสุดสิ่งสำคัญคือจะต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้มีความเป็นมืออาชีพด้านสหกรณ์และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการเสริมสร้างความรู้ วิทยาการสมัยใหม่ตลอดเวลา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้สหกรณ์ทุกประเภทสามารถเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกได้อย่างแท้จริง รวมทั้งเพื่อให้ก้าวทันต่อการพัฒนาของสหกรณ์ด้วย…

จากกรณีมีรายงานพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่จีนในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการระบาดที่รุนแรงขึ้น นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจ้งว่า ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการการเฝ้าระวังและควบคุมโรค
อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) มีหน้าที่ในการติดตามและประเมินสถานการณ์ของโรคเป็นรายวันโดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการ เช่น OIE FAO และแหล่งข่าวที่ไม่เป็นทางการ เพื่อกำหนดมาตรการการเฝ้าระวังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโรค มิให้สามารถเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ยังเข้มงวดการตรวจจับการลักลอบนำผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงนำเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามช่องทางเข้า-ออก (Port of entry) เช่น สนามบินนานาชาติ ท่าเรือ จุดผ่านแดนต่างๆ ส่วนการเลี้ยงสุกรในบ้านเรา กรมปศุสัตว์ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐาน GAP และหากเป็นรายย่อยให้ใช้มาตรฐานการป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบแหล่งที่มาของสุกรก่อนเข้าฟาร์ม ร่วมกับการจัดการด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันการนำโรคเข้าสู่ฟาร์มได้ นอกจากนี้ ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วย เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังเป็นปื้นแดงและต่อมาเป็นสีเขียวคล้ำ พบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือcall center 06-3225-6888 หรือที่แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 24 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/365874

586851

ชายคาพระพิรุณ : 24 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขุนเกษตรา” มารายงานข่าวเหมือนเดิม…สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานสัมมนา Year End Conference ประจำปี 2561 โดยมี เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ หัวหน้างานในระดับพื้นที่ทั้งหมด เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ กว่า 2,000 คน เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานได้รับทราบนโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน เพราะหน้าที่ของนักส่งเสริมนอกจากปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ที่ต้องดูแลเกษตรกรแล้ว ยังจะต้องทำหน้าที่คณะกรรมการอำนวยการ
ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ปัญหาภาคการเกษตร Chief of Operation (COO) และคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ปัญหาภาคการเกษตร Operation Team (OT) และเป็นทีมเกษตร ที่จะต้องพร้อมเดินหน้าให้เปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้อยู่ดีมีสุขอีกด้วย

ในการสัมมนา มีการนำเสนอหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นต้นแบบให้กับในพื้นที่ ในการทำงานแบบบูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่น การนำเสนอประเด็นการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต งานท้าทายของนักส่งเสริมการเกษตร การขับเคลื่อนนโยบาย Big DATA และ Precision Farming ภายใต้การดำเนินการตามบทบาทของกรมส่งเสริมการเกษตร การบริหารจัดการเพื่อมุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ในการจัดการบริการจัดการหนอนหัวดำมะพร้าว อย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนโครงการเร่งด่วนที่ต้องและเสร็จภายใต้เวลาที่จำกัด และสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เช่น โครงการเกษตรยั่งยืน 1 (โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี) การนำเสนอ Young Smart Farmer บนเส้นทางเดินที่มั่นคงกับการพัฒนาการเกษตร และการบริหารจัดการ คนและงาน ทางการเกษตร ความสำเร็จ การนำเสนอ การส่งเสริมการเกษตรในทศวรรษหน้า จาก นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ Future DOAE งานนี้ถือเป็นการรวมนักส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ และเวทีขับเคลื่อนงานส่งเสริม เตรียมพร้อมลุยงานปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อพี่น้องเกษตรกรต่อไป…

การให้ความรู้เรื่องบัญชีเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับสหกรณ์ต่างๆ มีความเข้มแข็ง และโปร่งใส เป็นที่พึ่งแก่สมาชิกได้ เมื่อวันที่ 18-20 กันยายน ที่ผ่านมา นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มอบหมายให้สำนักมาตรฐานการบัญชี และการสอบบัญชี ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีและงบการเงินแก่สหกรณ์ หลักสูตรการจัดทำบัญชีของสหกรณ์ขั้นสูง เพื่อพัฒนาศักยภาพในการจัดทำบัญชีของสหกรณ์ มุ่งสู่เป้าหมายตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์จัดทำบัญชีและงบการเงินได้ โดยมีสหกรณ์เข้ารับการอบรม จำนวน 15 สหกรณ์ และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 16 ราย จัดขึ้น ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 2 จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่ง ประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์บริการเดินรถแห่งประเทศไทย จำกัด และสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์จัดทำบัญชีและงบการเงิน

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ฝากเตือนประชาชนอย่าบริโภคเนื้อสัตว์ที่ตายเองโดยไม่ได้ถูกฆ่า เพราะไม่ปลอดภัย เสี่ยงติดเชื้อโรคและสารตกค้าง เตือนผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มิได้รับรองจากพนักงานตรวจโรคสัตว์ มีความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งสร้างระบบการควบคุมตรวจสอบคุณภาพในกระบวนการฆ่าสัตว์และการขนส่งเนื้อสัตว์ รวมถึงการชำแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์เพื่อการจำหน่ายให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างความปลอดภัยด้านอาหาร อันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย หากประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 17 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/364444

586851

ชายคาพระพิรุณ : 17 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในที่สุด ครม. ก็เคาะตำแหน่งโยกย้ายระดับ 10 กระทรวงเกษตรฯเป็นที่เรียบร้อย “ขุนเกษตรา” ขอแสดงความยินดีกับทุกๆ ท่านด้วยนะครับ สำหรับตำแหน่งที่มีการโยกย้ายในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.นายสุรจิตต์ อินทรชิต พ้นจากเลขาธิการ ส.ป.ก. ไปเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ 2.นายสุรเดช เตียวตระกูล พ้นจากอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ไปเป็นรองปลัดฯ 3.นายมีศักดิ์ ภักดีคง พ้นจากผู้ตรวจการฯ ไปเป็นรองปลัดฯ 4.น.ส.จริยา สุทธิไชยา พ้นจากรองปลัดฯ ไปเป็นเลขาธิการ สศก. 5.นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข พ้นจาก เลขาฯสศก.ไปเป็นเลขาฯ ส.ป.ก. 6.น.ส.เสริมสุข สลักเพชร์ พ้นจากเลขาฯ มกอช. ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร 7.น.ส.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ พ้นจากผู้ตรวจราชการ ไปเป็นเลขาธิการ มกอช. และ 8.น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ พ้นจากผู้ตรวจราชการ ไปเป็นอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ส่วน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมหม่อนไหม และกรมการข้าว ยังต้องรอลุ้นกันต่อไป แต่หลายคนคาดว่าน่าจะมาจากลูกหม้อของแต่ละกรมเป็นหลัก

ทราบว่า ตอนนี้เกษตรกรที่แม่ฮ่องสอน เดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะผู้ปลูกกระเทียมเนื่องจากราคาตกต่ำหนัก เหตุจากมีผู้ปลูกเป็นจำนวนมากจากปีที่แล้ว 50,000 ตัน เป็น 70,000 ตันในปีนี้ นอกจากนี้ยังโดนกระเทียมจีนเข้ามาตีตลาดและขายราคาถูกกว่า เบื้องต้นสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินโครงการเชื่อมโยงการผลิตและตลาดกระเทียม เพื่อสนับสนุนสหกรณ์รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกและระบายกระเทียมออกนอกพื้นที่ไปทั่วประเทศโดยเร่งด่วน…สหกรณ์ไหนหรือหน่วยงานไหนอยากช่วยเหลือเกษตรกร ลองสอบถามไปได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสหกรณ์การเกษตรเมืองปาย จำกัด ได้นะครับ

การตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ถือเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ สามารถลดหรือป้องกันการเกิดข้อบกพร่องทางบัญชีให้กับสหกรณ์ได้ ซึ่งจะส่งผลให้สหกรณ์มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใสและเป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อมวลสมาชิก สัปดาห์ที่ผ่านมา นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโรงเรียนผู้สอบบัญชีสหกรณ์ หลักสูตรผู้สอบบัญชีสหกรณ์ ระดับกลาง รุ่นที่ 4 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายผู้บริหาร ความคาดหวังและแนวทางในการปฏิบัติงานสอบบัญชี กฎหมาย ระเบียบ คำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์ การตรวจสอบธุรกิจให้บริการ (กรณีบ้านมั่นคง) การตรวจสอบการรวบรวมและแปรรูปข้าว ยางพารา โคนม โคเนื้อ และได้รับความรู้จากการถ่ายทอดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีจากผู้สอบบัญชีอาวุโส แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีเกี่ยวกับ การตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์และธุรกิจเงินลงทุน ธุรกิจสินเชื่อในสหกรณ์การเกษตร ธุรกิจร้านค้า ธุรกิจสหกรณ์เครดิตยูเนียน การปฏิบัติงานสอบบัญชีเกี่ยวกับปัญหาด้านการบัญชีและการสอบบัญชี และข้อหารือจากการปฏิบัติงานสอบบัญชี รวมทั้งได้ฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบบัญชี ได้แก่ ระบบกระดาษทำการอิเล็กทรอนิกส์ (EWP) ระบบตรวจสอบบัญชีสหกรณ์เชิงลึก (CATS) และโปรแกรม ACL รวมทั้งกรณีศึกษาการตรวจสอบสหกรณ์ ตลอดจนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ การซักถามปัญหาการปฏิบัติงาน ระหว่างผู้เข้าอบรมด้วยกันเองและวิทยากร มีข้าราชการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ระดับชำนาญการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สอบบัญชีระดับ 2 และ 3 จำนวน 80 คน เข้ารับการอบรม…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 10 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/362981

586851

ชายคาพระพิรุณ : 10 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาเจอกับ “ขุนเกษตรา” เหมือนเดิมครับ..ปลายสัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวโผโยกย้ายระดับ 10 ของกระทรวงเกษตรฯ ออกมาให้ลุ้นกันอีกระลอก ว่านายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เคาะแล้ว และจะชงเข้า ครม.วันอังคารนี้ ซึ่งขุนเกษตรก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโผที่ออกมาเป็นโผของใคร เพราะยังไม่มีการยืนยันจากนายกฤษฎาแต่อย่างใด จะเป็นข่าวปล่อย ข่าวลวง ก็คงต้องมาลุ้นกันวันอังคารนี้…เมื่อ 6-8 กันยายน ที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดประชุมสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2561 ในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่ปี 2562 สร้างสมดุลแห่งการพัฒนา สายงานประชารัฐเพื่อความยั่งยืน”ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บอกว่า เป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรกรมฯ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา และต่อยอด การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 โดยนำปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงฯ มาเป็นกรอบในการวางแผน อีกทั้ง เป็นโอกาสสำคัญให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความสามัคคีภายในองค์กรร่วมกัน…

ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับสภาพคล่องของสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ทำให้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และรศ.พิเศษ พลโทวีระ วงศ์สรรค์ ประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) ร่วมแถลงข่าวยืนยันฐานะทางการเงินของชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด ยังมีความมั่นคงและบริหารงานโปร่งใส ไม่มีเหตุต้องวิตกกังวลตามที่มีข่าวปรากฏทางสื่อบางฉบับ ย้ำมีสถานะการเงินในระดับมั่นคงกว่าธนาคารรัฐ พร้อมทั้งระบุว่า มีคนไม่หวังดีในกรมปล่อยข่าวต้องการเลื่อยขาเก้าอี้อธิบดี ช่วงโยกย้ายระดับ 10 ด้านประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ ชสอ. บอกว่า ได้รับความเสียหายกับการที่สื่อเสนอข่าวว่า “ชสอ.ขาดสภาพคล่องเสี่ยงหนี้สูญ” เพราะไม่มีมูลความจริง โดยสถานการเงินของ ชสอ. มั่นคงกว่าธนาคารรัฐ ซึ่งสถานะล่าสุด ณ วันที่ 5 ก.ย. 2561 มีเงินปล่อยกู้ทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท มี NPL ตามคำสั่งศาล เพียง 4 ราย วงเงิน 5.9 ล้านบาท หรือประมาณ 0.0067% ของยอดหนี้ทั้งหมด ในขณะที่ภาระหนี้เงินกู้อื่นมีการใช้หนี้ตามปกติ ยังไม่พบว่าจะมีความเสี่ยงอะไร ซึ่ง ชสอ. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของ ชสอ. ที่มีสมาชิกทั่วประเทศ 3 ล้านราย จาก 1,300 สหกรณ์ ทั้งนี้ ชสอ. ยังได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมจากที่กฎหมายสหกรณ์กำหนดให้มาตรา 62 เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นที่อันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- เนื่องจาก ชสอ. คาดการณ์ว่าสถานการเงินจะขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ทำให้เงินล้นระบบสหกรณ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไปศึกษาประมาณ 1 เดือน เพื่อที่จะมีแนวทางขยายการลงทุนต่อไป…ทุกวันนี้ข่าวลวง ข่าวหวังผลบางอย่างมีเยอะ ยิ่งอยู่ในช่วงโยกย้ายตำแหน่งสำคัญๆ ก็มักจะมีข่ายแปลกๆ มุ่งทำลายล้างออกมาเรื่อยๆ อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติ บางข่าวไม่ได้ทำลายเพียงแค่ตัวบุคคล แต่กลับไปสร้างความเสียหายให้กับองค์กรและกระบวนการทั้งระบบ ขุนเกษตรา เห็นแล้วก็ปวดเฮด ไม่รู้จะรบราฆ่าฟันกันไปถึงไหน เพื่ออะไร สงสารก็แต่ประชาชนตาดำๆ ที่อยู่ในระบบ ซึ่งจะต้องรับกรรมจากจากผลของการกระทำนั้น…

นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เตือนชาวสวนยางเฝ้าระวังโรคใบร่วงหรือ ไฟทอฟธอรา (Phytophthora) ระบาดหนัก ช่วงหน้าฝนแนะนำเกษตรกรเฝ้าสังเกต หากพบต้นยางในสวนติดโรค ควรรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการระบาดจากต้นสู่ต้น เกษตรกรไม่ควรปลูกพืชที่เป็นที่อาศัยของเชื้อ เช่น ส้ม ทุเรียน พริกไทย ปาล์ม โกโก้ เป็นพืชแซมยาง เนื่องจากอาจนำเชื้อมาระบาดสู่ต้นยางได้ และควรปลูกยางพันธุ์ต้านทานโรค เช่น RRIT 251 และ RRIT 408 หมั่นกำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้อากาศถ่ายเท สะดวกเพื่อลดความชื้นในสวนยาง เมื่อพบโรคให้ใช้สารเคมี metalaxyl หรือ fosetyl-aluminium อัตราส่วน 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใบยางอ่อนเมื่อพบการระบาดทุกๆ 7 วัน หากต้นยางใหญ่ที่เกิดใบร่วงอย่างรุนแรงจนใบร่วงหมด ควรหยุดกรีดยาง และใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางให้สมบูรณ์ เกษตรกรชาวสวนยางสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่การยางแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ได้ในวันและเวลาทำการ…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 3 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/361622

586851

ชายคาพระพิรุณ : 3 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกับ “ขุนเกษตรา” กันอีกเช่นเคย วันก่อน นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้แถลงสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์การเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 จำนวน 11,377 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ภาคการเกษตร (เกษตร ประมง นิคม) 3,988 แห่ง สหกรณ์นอกภาคการเกษตร (ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน) 3,242 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร 4,147 แห่ง พบว่าผลดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีรายได้ทั้งสิ้น 0.36 ล้านล้านบาท โดยสหกรณ์นอกภาคการเกษตรมีรายได้สูงสุด 0.18 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 49.58 ของรายได้รวม การดำเนินงานมีค่าใช้จ่าย 0.27 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 9.18 หมื่นล้านบาท หรือร้อยละ 25.70 ของรายได้ กำไรสุทธิขยายตัวจากไตรมาสที่ 2/2561 เล็กน้อยที่ร้อยละ 0.33 โดยสหกรณ์นอกภาคการเกษตรทำกำไรสุทธิสูงสุด 8.78 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งฝากเตือนให้ดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังเนื่องจากปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรควรพิจารณาหาแนวทางการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มรายได้ การเชื่อมโยงเครือข่าย จัดหาตลาดกลางและมีระบบเตือนภัยทางการเงินเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินต่อไป…

ด้าน กรมส่งเสริมสหกรณ์ ออกมาชี้แจงกรณีข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมหารือกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา กรณีสหกรณ์ 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ว่าตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงมีปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก และจะเกิดความเสียหายจำนวนมากนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารจัดการและกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ ไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้าในที่ประชุม และไม่มีผู้บริหารของกรมฯ ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลในเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้ามาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารจัดการและกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ให้พิจารณาเกณฑ์การกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 ที่พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 กำหนดให้กระทำได้ และยังมีเรื่องค้างอยู่ 3 เรื่อง คือ 1. การจ่ายเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้ว 2.การลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนขนาดใหญ่ 3.การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสหกรณ์ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ศึกษากลั่นกรองข้อมูลของสหกรณ์ มาประกอบการกำหนดเกณฑ์กำกับให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เสนอรายชื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลขณะนี้ ยังไม่พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการ กยท. ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง พร้อมด้วยหน่วยธุรกิจ(BU) ได้เข้าร่วมเจรจาการค้า จับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีน ภายใต้โครงการผลักดันการค้าระหว่างประเทศกับพันธมิตรในตลาดจีน ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีการเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าสินค้าในกลุ่มยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง และไม้ยางพารา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีทางการค้าที่จะเอื้อประโยชน์ในอนาคต จากการเจรจาดังกล่าว มีบริษัทผู้นำเข้าจากประเทศจีนสนใจรับซื้อยางเครฟไม่จำกัดจำนวนและไม้ยางพาราแปรรูปทุกประเภท โดยภายหลังจากการเจรจาครั้งนี้ คู่ค้าจะติดต่อเพื่อนัดหมายเข้าเยี่ยมชมสวนยางและโรงงานผลิตยางต่อไป…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 27 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/360253

586851

ชายคาพระพิรุณ : 27 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกับ “ขุนเกษตรา” กันอีกเช่นเคยครับ…ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแต่งตั้ง นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เป็น ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามคาด ถือว่าได้คนมีความรู้ ความสามารถ เป็นลูกหม้อกระทรวงเกษตรฯเข้ามาบริหาร สำหรับประวัติ นายอนันต์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาพืชไร่นา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2523 ปริญญาโท ปริญญาพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตทางพัฒนาการเศรษฐกิจ เกียรตินิยมดีมาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 2535 หลักสูตรพิเศษ อาทิ การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 4 สถาบันพระปกเกล้า 2548 การบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสำหรับนักบริหารระดับสูงรุ่นที่ 6 สถาบันพระปกเกล้า 2551 ป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2555

ประสบการณ์การทำงาน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และปัจจุบันอธิบดีกรมการข้าว มีผลงานและรางวัลมากมาย อาทิ ผลงานวิจัยรางวัลดีเด่น ประจำปี 2550 ประเภทงานวิจัยประยุกต์ ถั่วเขียวผิวดำพันธุ์ชัยนาท 80 ผลงานวิจัยรางวัลชมเชย ประจำปี 2550 งานวิจัยพื้นฐาน ศึกษาปริมาณแป้งในน้ำอ้อย และนักวิจัยดีเด่น การปรับปรุงพันธุ์ยางพันธุ์ฉะเชิงเทรา 50…ขุนเกษตรา ของแสดงความยินดี และฝากความหวังว่าท่านจะใช้ความรู้ ความสามารถช่วยแก้ไขปัญหาและนำพาเกษตรกรไทยให้หลุดพ้นจากความยากจนได้สักทีนะครับ…

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมเปิดงาน “ไมซ์เพื่อชุมชน มิติใหม่อุตสาหกรรมไมซ์” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ โดยคัดสรรสหกรณ์ที่มีศักยภาพ 35 แห่ง เป็นพื้นที่นำร่องพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาดูงาน โดย นายพิเชษฐ์ บอกว่า ความร่วมมือโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทึ่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งกระจายรายได้สู่ชุมชนต่างๆ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อน มีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางของชุมชน ทำหน้าที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของพื้นที่ รวมถึงรวบรวมสินค้าพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งสินค้าอาหาร ขนมพื้นบ้าน สินค้าเกษตรแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน มานำเสนอคนเข้ามาศึกษาดูงาน และเกิดการบอกต่อเรื่องราวเหล่านั้นขยายออกไปในวงกว้าง ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” มาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง ภายใต้โครงการ 1 อำเภอ 1 สหกรณ์การเกษตร เพื่อให้สหกรณ์ทำหน้าที่ในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนต่างๆ…นับว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสดีของสหกรณ์ ที่จะเปิดรับประสบการณ์ ความรู้ แนวความคิดใหม่ๆ จากภาคเอกชนที่จะเข้าไปจัดกิจกรรมและศึกษาดูงานซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอวิธีการในการบริหารจัดการสินค้าและการให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ เสริมทักษะพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมให้สหกรณ์ในแต่ละชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรฐานรากของประเทศมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 20 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/358745

586851

ชายคาพระพิรุณ : 20 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขุนเกษตรา” รายงานตัวมาเล่าข่าวเช่นเคย…แม้ปัจจุบันจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่หลายพื้นที่ยังเจอปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลกระทบต่อการทำเกษตร กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงต้องปรับแผนการทำฝนหลวงเพื่อให้พืชผลทางการเกษตรได้รับน้ำอย่างเพียงพอ รวมทั้งมีการติดตามสถานการณ์การปฏิบัติการฝนหลวงจากทุกภูมิภาคผ่านการประชุม Conference เป็นประจำทุกเช้าในแต่ละวัน เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติการให้ทันต่อความต้องการ พร้อมกับจะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรตามที่ได้รับการร้องขอ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้มีความทั่วถึงต่อไป..

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะสมาชิกสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหา โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปี 2560/61 ที่ส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา พร้อมให้แนวทางขับเคลื่อนแก่ผู้บริหาร สหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ทำให้สมาชิกได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ สร้างโอกาสให้เกษตรกรสมาชิกมีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่สูงขึ้น ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและแนวโน้มตลาดมีความต้องการสูง โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ขานรับนโยบายและเร่งดำเนินการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปี 2560/61 ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด รวม 5,800 ไร่ คือ พิษณุโลก 2,800 ไร่ และอุตรดิตถ์ 3,000 ไร่ ซึ่ง นายพิเชษฐ์ ได้มอบหมายให้ชี้แจงทำความเข้าใจสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เป้าหมาย การสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องของตลาดและราคารับซื้อผลผลิตที่เป็นธรรม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เตรียมจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์นำไปให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อเป็นทุนเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เฉลี่ยรายละ 3,000 บาท/ไร่

สุดท้ายฝากประชาสัมพันธ์งานดีๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมจัดงาน “เกษตรสร้างชาติ” ในวาระครบรอบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอพัฒนาการของงานส่งเสริมการเกษตรตลอด 50 ปี ภายในงานมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น นิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรวิวัฒนาการและผลสำเร็จที่เกิดจากการส่งเสริมการเกษตร การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการพัฒนาระบบการเกษตร โซนจำหน่ายสินค้าที่ส่งตรงจากมือของเกษตรกร ทั้งผักผลไม้ สมุนไพรและเวชสำอางแบบไทย ข้าว เนื้อสัตว์ต่างๆ ชา กาแฟ งานหัตถกรรมต่างๆ รวมถึงสินค้ารูปแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นด้วยนวัตกรรม ที่ไม่เหมือนใคร และพลาดไม่ได้กับ โซนอาหารอร่อย 4 ภาคจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร นอกจากนี้ประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน ยังมีโซน “Knowledge Cafe” สำหรับเป็นจุดบริการความรู้ด้านการเกษตร และให้คำแนะนำในการประกอบการชีพการเกษตรต่างๆ รวมทั้ง โซน Young Smart Farmer ที่รวมเกษตรกรรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผลผลิต ที่ดี มีคุณภาพ และเพื่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความตั้งใจ ให้หันมากลับมาทำการเกษตรได้จนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมายให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุก ทั้งการฝึกอาชีพ 1 วัน ทำได้จริง กว่า 50 ฟรี งานนี้ ซึ่งเปิดผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการเกษตร (www.doae.go.th)

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 13 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/357293

586851

ชายคาพระพิรุณ : 13 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขุนเกษตรา”กลับมาเล่าข่าวกันอีกเช่นเคย… ปัจจุบันนี้นโยบายรัฐบาลหลายโครงการจำเป็นต้องใช้กลไกของสหกรณ์เข้ามาดำเนินการ ทั้งเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก การปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ซึ่งสหกรณ์ต้องทำหน้าที่ในการรองรับนโยบายจากภาครัฐ เพื่อส่งต่อไปถึงตัวเกษตรกร โดยเมื่อปลายสัปดาห์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดเวิร์กช็อปการปรับโครงสร้างภาคเกษตรโดยกลไกสหกรณ์ พร้อมเชิญสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ มีมาตรฐานการบริหารจัดการระดับดีเด่น 777 แห่ง มารับฟังนโยบายจาก “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เพื่อระดมสมองผลักดันให้สหกรณ์เหล่านี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพตรงความต้องการของตลาด การรวบรวมผลผลิตของเกษตรกรเพื่อนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการประสานเอกชนมาส่งเสริมช่องทางตลาด ให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่เป็นธรรมมีรายได้และความมั่นคงในอาชีพ ซึ่งนายสมคิดกล่าวตอนหนึ่งว่า สหกรณ์คือความหวังใหม่ของประเทศ ขอให้รวมตัวกันให้เข้มแข็งซึ่งจะช่วยกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสหกรณ์ภาคการเกษตรมีส่วนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯไม่ว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบกลางปี 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ โดยสร้างฉาง โกดัง ลานตาก และอุปกรณ์แปรรูปผลผลิต เพื่อเก็บชะลอสินค้าการเกษตรหลัก ก่อนทยอยระบายสู่ตลาด ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และยางพารา ไม่น้อยกว่า 900,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปีการผลิต 2561/62 ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ผู้ปลูกข้าวนาปี วงเงิน 22,560 ล้านบาท โดยให้เก็บผลผลิตไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร และให้ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อชะลอการจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่ปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2 ล้านตันข้าวเปลือก และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 12,500 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ในการรวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกร เพื่อชะลอปริมาณผลผลิตไม่ให้ออกสู่ตลาดในช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ และทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกได้ราคาที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมปลูกพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบื้องต้นจะทดลองให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ จ.อุตรดิตถ์ ปลูกข้าวโพด 3 พันไร่ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากประสบผลสำเร็จจะขยายผลอีก 2 ล้านไร่ทั่วประเทศ รวมถึงสร้างความร่วมมือเอกชนในการขยายช่องทางตลาดสินค้าการเกษตร โดยมีการลงนามข้อตกลงซื้อขายผลผลิตการเกษตรระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้า กับห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก นอกจากนี้ยังทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง บริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทจัดซื้อสินค้าให้กับอาลีบาบา กรุ๊ป ของจีน กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่งในภาคตะวันออก เพื่อสั่งซื้อทุเรียนไปจำหน่ายที่ประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2562 ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน หรือ 800,000 ลูก พร้อมเจรจากับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตร ภายใต้โครงการอร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์…จะเห็นว่า สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจของประเทศและมีความสำคัญ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ขายสินค้าของเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ที่จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตรอย่างแท้จริง

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 6 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/355861

586851

ชายคาพระพิรุณ : 6 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกับ “ขุนเกษตรา” มาเล่าข่าวที่เกิดขึ้นในชายคาพระพิรุณ กระทรวงเกษตรฯ กันอีกเช่นเคย…ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเปิดประชุมมาตรการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งมี กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นแม่งานสำหรับการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ใช้กลไกของสหกรณ์รองรับปริมาณข้าวเปลือกมาเก็บชะลอไว้ไม่ให้ออกสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยเน้นการเก็บชะลอข้าวในพื้นที่ภาคกลางให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยดึงราคาผลผลิตในพื้นที่ไม่ให้ตกต่ำได้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรซึ่งมีสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับข้าว 626 แห่งทั่วประเทศ ในปีการผลิตที่ผ่านมามีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร 344 แห่ง ปริมาณการรวบรวม 1.79 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,513 ล้านบาท และมีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี จำนวน 130 แห่ง สามารถเก็บชะลอข้าวเปลือกได้ 245,828 ตัน

สำหรับข้าวนาปีในฤดูการผลิต ปี 2561/62 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนสหกรณ์ ในการก่อสร้างปัจจัยพื้นฐานเพื่อจัดเก็บข้าวเปลือก โดยวางเป้าหมายที่จะดำเนินการรวบรวมข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านตันแบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อแปรรูป 70,000 ตัน และรวบรวมเพื่อจำหน่าย 1.93 ล้านตัน ซึ่งในส่วนนี้มีการเก็บรวบรวมเพื่อชะลอการจำหน่ายประมาณ 529,500 ตัน…จะเห็นว่า ขบวนการสหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่ง ที่มีศักยภาพสามารถจัดเก็บชะลอปริมาณผลผลิตช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และช่วยดึงราคาผลผลิตในพื้นที่ไม่ให้ตกต่ำ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ บูรณาการกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตรวจสอบจำนวนยุ้งฉางสหกรณ์ทั่วประเทศว่าสามารถรองรับผลผลิตข้าวจากเกษตรกรได้ปริมาณเท่าไร โดยต้องการเน้นให้เก็บชะลอข้าวเปลือกพื้นที่ภาคกลางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้สำรวจยุ้งฉางเอกชนที่สหกรณ์จะสามารถดำเนินการฝากหรือเก็บได้ รวมถึงปริมาณการรวบรวมข้าวเปลือกของสหกรณ์ เพื่อนำมาวางแผนในการรองรับปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าสู่ระบบสหกรณ์ในฤดูการผลิต ปี 2561/62 ต่อไป

ลำไยภาคเหนือกำลังออกสู่ตลาด และจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม มีการคาดการณ์ ว่าปี 2561 จะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด 654,329 ตัน เป็นผลผลิตลำไยในฤดู 381,498 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 1.01 และผลผลิตลำไยนอกฤดู 272,831 ตัน สำหรับสถานการณ์ด้านราคาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เนื่องจากที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการพัฒนาคุณภาพของลำไย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด และมีผู้ประกอบการมีความประสงค์ที่จะซื้อลำไยเป็นจำนวนมาก ส่วนแนวทางบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ ได้มีการนำเอาแนวทางประชารัฐ โดยเชิญทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันนายกฤษฎา บุญราช ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (fruit board) ได้นำแนวทางนี้มาใช้ในการบริหารจัดการลำไยภาคเหนือตอนบน โดยให้จังหวัดทำแผนบริหารจัดการลำไย 3 ช่องทางหลัก คือ 1) การกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ที่ไม่มีการเพาะปลูก โดยเป็นการสนับสนุนให้บริโภคผลสดภายในประเทศ 2) การแปรรูป ทั้งลำไยอบแห้งและผลิตภัณฑ์อื่นๆ และ 3) การส่งออกเป็นผลสดไปยังต่างประเทศ โดยมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ โดยให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวอร์รูมในการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ หากปัญหาใดที่เกินกว่าในพื้นที่จะบริหารจัดการได้ ทางกรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (fruit board) จะเข้ามาบริหารจัดการต่อไป…ขุนเกษตรา คิดว่าปีนี้คงจะไม่มีปัญหาลำไยล้นตลาด และราคาตกต่ำ เพราะมีการบริหารจัดการที่ดีมาตั้งแต่ต้นทาง…แล้วอย่าลืมซื้อลำไยมาทานกันนะครับ

ขุนเกษตรา