ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 (naewna.com)

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวจัดงานมหกรรม “เกษตร อัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.2563 – 1 ม.ค. 2564 ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานนี้ เป็นผู้นำแถลง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายประภัตรบอกว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก มีแหล่งน้ำธรรมชาติ การชลประทานเหมาะสมแก่การเกษตร พื้นที่อุดมสมบูรณ์ นับได้ว่าเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา และปศุสัตว์ ที่เป็นอาชีพหลักของประชากรมากกว่าร้อยละ 80 ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกระทรวงเกษตรฯ จะได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงหรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียนรู้โดยกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับภาคเอกชนจัดงานนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาปรับใช้ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิดสามประการ ได้แก่ ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ประกอบด้วย 1) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น 2) เกษตรปลอดภัย 3) เกษตรชีวภาพ4) เกษตรแปรรูป และ 5) เกษตรอัจฉริยะ

โดยในงานนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้นำนิทรรศการนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่ อาทิ การจัดกิจกรรมประกวดสัตว์ที่เลี้ยงผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การประกวดกระบือ ไก่พื้นเมืองสวยงาม โคเนื้อ และแพะ จากกรมปศุสัตว์ การจัดแสดงผลงานวิจัยพันธุ์ข้าว นวัตกรรมการลดต้นทุน การแปรรูปและจำหน่ายข้าว จากกรมการข้าว กิจกรรมสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพในระยะสั้น เช่น การเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) IoT เกษตรนอนตีพุง พื้นที่ ส.ป.ก.ทองคำ จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การจัดแสดงนิทรรศการฝนหลวง พร้อมจัดแสดงเครื่องบินฝนหลวง จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการวันดินโลก สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จากกรมพัฒนาที่ดิน การจัดแสดงนิทรรศการด้านน้ำจากกรมชลประทาน การจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีเรื่องกุ้งก้ามกราม การประกวดปลาสวยงาม ปลากัด จากกรมประมง การจัดแสดงนิทรรศการสารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช จากกรมวิชาการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการและการปล่อยสินเชื่อเงินกู้แก่เกษตรกร จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นิทรรศการ Application Smart ME จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การจัดแสดง Application พยากรณ์ จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการทำการเกษตรในพื้นที่แคบโรงภาพยนตร์ 2 มิติ จากพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงการปลูกพืชในโรงเรียน (ทำน้อยได้มาก) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) การจัดแสดงนิทรรศการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NBAC) และ Application กระดานเศรษฐี จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสินค้าอุปโภคในราคาถูก อาทิ การประกวดและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร จากกรมส่งเสริมการเกษตร การจำหน่ายสินค้ากลุ่มประมง จากองค์การสะพานปลา การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากยางพารา จากการยางแห่งประเทศไทย การแปรรูป หม่อน ถั่งเช่า และจำหน่ายสินค้า ผ้าไหม ผลิตภัณฑ์หม่อน จากกรมหม่อนไหม นวัตกรรมเลี้ยงโคนม เครื่องรีดนมโค และแจกผลิตภัณฑ์นม จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ OTOP จากพัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี การแสดงแปรอักษรผ่านอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร จากหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน ได้ชมและศึกษาความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย รวมไปถึงการเป็นสื่อกลาง
ในการพบปะ แลกเปลี่ยนทรรศนะทางด้านการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค ด้วยการนำผู้ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างใกล้ชิด….
ใครอยู่ใกล้เชิญไปเที่ยวงานกันได้นะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ :  23 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลื่อนตำแหน่งใหม่ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ที่เลื่อนจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ แทนนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ที่ไปนั่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าไม่พลิกโผที่มีกระแสมาตั้งแต่ต้น เป็นบุคคลที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ไว้วางใจเป็นอย่างดี และนายวิศิษฐ์ เองก็เป็นลูกหม้อกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญงานด้านสหกรณ์เป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับจากบุคลากรของกรมฯ ซึ่งก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นรองอธิบดี ก็เคยผ่านงานบริหารทั้งสหกรณ์จังหวัดมาแล้วหลายแห่ง อีกทั้งยังเคยเป็นผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เห็นงานมาทุกมิติ การได้คนภายใน ที่มีความรู้ความสามารถมานั่งบริหารถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว สามารถเดินหน้าก่องานใหม่และสานต่องานที่นายพิเชษฐ์ ได้ดำเนินการมาเป็นอย่างดีแล้วได้ทันที…นอกจาก ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังอนุมัติตำแหน่งผู้ตรวจราชการเพิ่มอีก 4 ตำแหน่ง คือ 1.นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ ขยับจากตำแหน่งรองอธิบดี กรมปศุสัตว์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรม ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และ 4.นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ขุนเกษตราขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ครับ…

ขุนเกษตรา ได้ข่าวมาว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานใหญ่ที่สุพรรณบุรีเร็วๆ นี้ ชื่องานมหกรรม “เกษตรอัจฉริยะ
ครั้งที่ 1 อำนวยการสร้างโดย รมช.จากเมืองสุพรรณฯ แห่งบ้านควายเจ้าเดิม โดยผู้ที่รับบทเป็นแม่งานใหญ่ น่าจะเป็นกรมที่มีอธิบดีใหม่ป้ายแดงสายตรงของ รมช.นั่นเอง ที่จะต้องหางบประมาณมาจัดงานสนองความต้องการของ ฯพณฯ ข่าวว่างานนี้ อาจจะต้องระดมทุนจากกรมอื่นเข้ามาช่วย แถมกรมในการกำกับดูแลของ ฯพณฯ ยังจะต้องหาสินค้ามาลดแลกแจกแถม บริการผู้เที่ยวงานกันให้ถึงใจ เอาใจชาวสุพรรณบุรีไปเต็มๆ เหมือนหาเสียงอย่างไรอย่างนั้น ขุนเกษตราก็สงสัยเหลือเกินว่า ทำไมนะ อีเว้นท์ใหญ่ๆ เยี่ยงนี้ จะต้องไปจัดที่สุพรรณบุรี ที่นั่นมันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญหรืออย่างไร
ขุนเกษตราว่านะ สุพรรณบุรีน่ะ อุดมสมบูรณ์ รุ่งเรืองด้านเกษตรกรรมแทบทุกอย่างอยู่แล้ว ทั้งนาข้าว อุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลและการเกษตรอื่นๆ รวมถึงระบบชลประทาน ดังนั้น หากจะจัดงานเพื่อเผยแพร่นวัตกรรม โดยเฉพาะด้านเกษตรอัจฉริยะตามชื่อของงาน ก็น่าจะนำไปเผยแพร่ให้กับเกษตรกรพื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้บ้าง ประโยชน์มันจึงจะตกอยู่กับประชาชนและเกษตรกรจริงๆ หรือว่างานนี้เพียงต้องการงบประมาณเพื่อจัดอีเว้นท์สัก 4-5 วันเท่านั้น พองานเลิกก็แล้วกัน นี่ก็ยังได้ข่าวมาอีกนะว่า แม้จะเพิ่งเริ่มโครงการ เริ่มหางบจัดงานกัน แต่มีออแกไนซ์รองรับสำหรับงานนี้เรียบร้อยแล้วด้วย… พะน่ะ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/532027

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จบไปแล้วสำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานและกรมการข้าว หลังจากที่ลุ้นกันมาสักพัก ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2563 ก็มีมติแต่งตั้ง นายประพิศ จันทร์มา
รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นอธิบดีกรมชลประทาน แทน นายทองเปลว กองจันทร์ ที่เลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อุตส่าห์ผลักดันกันเต็มเหนี่ยว ท่ามกลางข่าวลือว่า ตำแหน่งนี้มีเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว หมายถึงกระแสโดยรวมนะครับ แต่บางกระแสก็บอกว่าจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่หลักร้อยล้าน แต่มันเป็นหลักพันล้านเลยทีเดียว ไอ้สามสี่ร้อยล้านที่เป็นข่าวนั้น เป็นเพียงเงินล่วงหน้าบางส่วนแค่นั้นเอง ซึ่ง ขุนเกษตรา ก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อเท็จจริงแค่ไหนเหมือนกัน ได้ยินมา เลยเอามาเล่าให้ฟัง…

ส่วนฟากฝั่งทุ่งบางเขน นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร สายตรงนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้ามห้วยมาเป็นอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งในมุมมองของขุนเกษตรา มองว่า นายนายอาชว์ชัยชาญ เติบโตแบบข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นอยู่ไม่ใช่น้อย เป็นรองอธิบดีได้ไม่นาน น่าจะไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ได้ขยับขึ้นเป็นอธิบดีซะแล้ว แถมข้ามห้วยด้วยทางพิเศษเพราะเป็นสายตรงรัฐมนตรีช่วยฯ ประภัตร ทั้งๆ ที่บรรดารองอธิบดีลูกหม้อ ที่เติบโตมาตามสายงานมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านข้าวโดยตรงทั้งงานวิจัยและงานส่งเสริม อีกทั้งมีความอาวุโสกว่า กลับไม่เข้าตารัฐมนตรีช่วยฯ ประภัตร เอาเสียเลยสักคน ก็ไม่รู้ว่าท่านเลือกคนทำงานแบบไหน เลือกที่ทำงานเป็น มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทย ให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด อยู่ดีกินดี หรือเอาแบบทำตามใจกูได้ก็พอ ซ้ายหันขวาหันรู้เรื่องเป็นใช้ได้…ก็เอากันที่สบายใจครับแต่อยากให้นึกถึงคนในบ้านเขาบ้าง บ้านเขา เขาช่วยสร้างกันมา และเขาต้องอยู่ดูแลบ้านกันอีกนาน ท่านมาเดี๋ยวเดียวก็ไปแล้ว อย่าทิ้งอะไรไว้เป็นภาระให้คนในบ้านจัดการทีหลัง ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี ที่ชอบแต่ตัวเหมือนชาวนามากำกับดูแลกรมนี้ ก็มีข่าวอยู่เป็นเนื่องๆ ยิ่งตอนนี้มีข่าวเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว กข.87 ที่กรมการข้าวพึ่งรับรองสายพันธุ์ไปหมาดๆ แต่มีข่าวว่า ไม่รู้ทำไมพันธุ์ข้าว ถึงตกไปอยู่ในมือเอกชนจำนวนมากได้อย่างไร น่าสงสัยจริงๆ…

สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ยังว่างอยู่ เนื่องจากนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งคาดว่าตำแหน่งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาโดยบุคคลที่คาดว่า จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คือนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นั่นเอง ก็ถือว่าเหมาะสมครับ เพราะเป็นลูกหม้อสายตรง เป็นผู้ที่รู้งานและมีประสบการณ์ด้านสหกรณ์เป็นอย่างดีหลายมิติ อีกทั้งมีความอาวุโส ทำงานเข้าขากันดีกับรัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ขุนเกษตรา ดูแล้วโผนี้ไม่น่าพลิก วันที่ 17 พ.ย.น่าจะเข้า ครม. ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยแล้วกันครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530577

ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส้มหล่นใส่พี่น้องชาวนาและชาวสวนยางพารา 2.9 ล้านครัวเรือน เมื่อลุงตู่ใจป้ำ ทุ่มงบกว่า 6 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 51,858 ล้านบาท และโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางระยะที่สองวงเงิน 10,042 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.สัญจร ยังอนุมัติมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 ประกอบไปด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 19,826 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 พฤศจิกายน 2563-31 ธันวาคม 2564 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564 และ 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก วงเงิน 610 ล้านบาท ปีการผลิต 2563/64 ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2565 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ในช่วงที่มีข้าวเปลือกออกสู่ตลาดมาก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 35,999 ล้านบาท รวมทั้งโครงการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 โดยให้จ่ายเงินเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมการส่งเสริมการเกษตร ในอัตราไร่ละ 500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท เป็นการจ่ายก่อนในเบื้องต้น วงเงินจ่ายขาด 28,046 ล้านบาท

ครม.ยังอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 วงเงิน 10,042 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.8 ล้านราย พื้นที่ปลูกยางพารากว่า 18 ล้านไร่ โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมตามโครงการระยะที่ 1 ส่วนระยะเวลาโครงการ เดือนกันยายน 2563 – กันยายน 2564 (ประกันรายได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – 1 มีนาคม 2564) ยิ่งกว่านั้น ครม.สัญจร ยังได้อนุมัติ โครงการคู่ขนานตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2563 โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 และช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางขายไม้ยางพาราได้ในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนการลดพื้นที่ปลูกยางพารา โดยธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี แต่ไม่เกิน 600 ล้านบาท และมีค่าบริหารจัดการโครงการ 4 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของโครงการมีดังนี้ (1) ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ร้อยละ 80 (2) กระตุ้นการโค่นยาง จำนวน 400,000 ไร่ และดูดซับไม้ยางจากการโค่น จำนวน 12 ล้านตัน และ (3) ราคาไม้ยางที่คาดหวังเฉลี่ย 1,300 บาทต่อตัน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2565 ซึ่งขณะนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรและมาตรการเสริมทันที…

ขออนุญาตชี้แจง กรณีคอลัมน์ส่องเกษตร ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แนวหน้าในช่วงเช้าของวันที่ 4 พ.ย.2563 ได้มีข้อผิดพลาดทางเทคนิค เนื่องจากได้มีการนำเนื้อหาข่าวอื่นมาสลับลงในคอลัมน์ส่องเกษตร โดยลงชื่อผู้เขียนคือคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล หน้าเกษตรจึงขอเรียนชี้แจงว่า เนื้อหาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แนวหน้าช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่บทความซึ่งเขียนโดยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล และเมื่อทางหน้าเกษตรทราบเรื่อง จึงได้มีการแก้ไขนำบทความซึ่งเขียนโดยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล มาเผยแพร่ให้ถูกต้องจนถึงปัจจุบัน หน้าเกษตร ต้องขออภัยผู้อ่านมาที่ทำให้สับสน และขออภัยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล ที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 2 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/529031

ชายคาพระพิรุณ : 2 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แรงไม่หยุดจริงๆ สำหรับราคายางพาราที่วันนี้พุ่งกระฉูดใกล้แตะ 100 บาทต่อกิโลกรัมเข้าไปแล้ว จากตัวเลขหลังปิดตลาดล่าสุด (ณ 28 ต.ค.2563) ราคายางแผ่นรมควันพุ่งแตะสูงสุด 82.80 บาท/กก. ที่ตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ส่วนตลาดกลางฯ จ.สุราษฎร์ธานี ราคาอยู่ที่ 82.69 บาท/กก. โดยหลังจากเปิดตลาดสัปดาห์นี้เพียง 3 วัน ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 16 บาท คาดการณ์ว่าราคาสามารถพุ่งสูงต่อเนื่องอาจแตะ 100 บาท/กก.ได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ ราคายางจะยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือนปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยกลไกตลาดและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโมเดล “เกษตรฯ-พาณิชย์ทันสมัย” และนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานระหว่าง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้วทั้งโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางเฟส 1 และ 2 โดยเฟส 2 เริ่มเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผ่านมา โดยกำหนดราคายางแผ่น 60 บาท/กก. น้ำยางสด 57 บาท/กก. ยางก้อนถ้วย 46 บาท/กก. แม้ขณะนี้ราคายางแผ่นรมควัน จะทะลุเกิน 60 บาท กก.ไปแล้ว แต่โครงการก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป และล่าสุด. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ บอกว่า กระทรวงเกษตรฯเตรียมปรับเป้าหมายราคายางพาราสูงขึ้นมากกว่า 65 บาท/กิโลกรัม (กก.) หลังผ่านเป้าหมายแรก 60 บาท/กก. แต่โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 (เฟส 2) ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร บ.ชิโนเคม กรุ๊ป ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับฝ่ายจีนว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและมีมาตรการต่างๆที่จะอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนเรื่องยางพารา ซึ่งล่าสุด บ. Sino-Chem International มีแผนเข้ามาลงทุนธุรกิจยางพาราในจ.ระยองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนอกจากนี้ยังได้จับมือ 3 บริษัทน้ำยางข้นยักษ์ใหญ่จีน โดยลงนามความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านธุรกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย กับ 3 บริษัทน้ำยางข้นจีน ได้แก่ 1. บ. GOAMI ZHENGFENG TRADING (บ.นำเข้าน้ำยางข้น อันดับ 1 ของจีน) 2. บ. NINGBO CHANGHKEN (บ.นำเข้าน้ำยางข้นจากไทยเป็นอันดับ 1) 3. บ. SANGDONG XINGYU (บ. ใช้น้ำยางข้นผลิตถึงมือยางอันดับ 1 ของจีน) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดโลกและประเทศจีนมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นอ้างอิงได้จากปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 4.4 แสนตัน น้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 10 ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ สินค้าประเภทยุทธภัณฑ์ ถุงมือยาง ยางยืด ล่าสุดยอดการใช้ยางพาราในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าโดยจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ายางที่มากที่สุด มีการเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.9 ดัชนี PMI ของจีนยังอยู่ที่ 51.50 ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจยังคงมีการขยายตัวคำสั่งซื้อยางของจีนจากต่างประเทศกลับมาฟื้นตัว การจำหน่ายรถยนต์ของจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 63 กำลังการผลิตของโรงงานผลิตยางรถยนต์เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มใช้ยางมากขึ้น เชื่อว่าราคายางยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไป

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527463

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่พ้นเรื่องตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานที่ยังไม่ลงตัวท่ามกลางกระแสข่าวลือด้วยค่าวิ่งเต้นตำแหน่งหลัก 3-4 ร้อยล้านบาท กันเลยทีเดียว เล่นเอา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เจ้ากระทรวงนั่งไม่ติด มอบหมายให้นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันทันควัน โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายธนา บอกว่า นับตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) เข้ามารับตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปีกว่า ให้สอบถามกับข้าราชการทุกคนได้เลยว่ามีการซื้อขายตำแหน่งจริงหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนในวันที่เข้ารับตำแหน่งว่าจะไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาดถือเป็นนโยบายที่สำคัญ และถือปฏิบัติมาโดยตลอด ส่วนการดำเนินการแต่งตั้งอธิบดีกรมชลประทานเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ซึ่งมีการพิจารณาชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมระดับกรม โดยรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทานจะเป็นคนเสนอชื่อเข้ามา 2 ชื่อ และจะนำชื่อเข้าคณะกรรมการ อ.ก.พ. ของกระทรวง โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์รักษาการอธิบดีกรมชลประทาน นายสรวิศธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายจากสำนักงานอัยการสูงสุด และตัวแทนจากสำนักงาน ก.พ. เป็นกรรมการ เพื่อมาดำเนินการพิจารณาคัดเลือกต่อไป โดยคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ได้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในการประชุมแต่อย่างใด จึงไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและแทรกแซงการแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานตามระเบียบที่ ก.พ. กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จากการที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าวนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกรรมการ ว่ามีข้อเท็จตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ หากมีข้อเท็จจริงจะมีการดำเนินการเอาผิดและลงโทษผู้ทำผิดอย่างเด็ดขาดต่อไป ไม่เว้นว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการประจำ อีกทั้งยังสามารถให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ามีเจตจำนงชัดเจนว่าอยากให้ข้าราชการมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน โดยห้ามมีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด…นายธนายังบอกอีกว่า ขณะนี้มีแรงกดดันจากภายนอกกระทรวงที่จะมีการผลักดันในการแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งจะขอให้คณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการมีเงินจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่…เรื่องนี้ยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป กรมชลประทาน เป็นกรมใหญ่ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณต่อปีจำนวนมหาศาล เป็นกรมเกรดเอของกระทรวงเกษตรฯ ย่อมเป็นที่หมายปองของใครหลายคน รวมถึงฝ่ายการเมืองผู้มีอำนาจก็อยากให้คนของตัวเองเข้ามาดูแล ส่วนเรื่องเงินวิ่งเต้น 3-4 ร้อยล้านบาทนั้น จะจริงแค่ไหน หรืออาจจะมากกว่านั้นหรือไม่อย่างไร หรือจะเป็นเพียงข่าวปล่อย เพื่อวัดกำลังกันระหว่างผู้คุมกระทรวงกับลุงผู้เป็นพี่ใหญ่ในรัฐบาลกันแน่ ก็ต้องสืบหากันดู…งานนี้ต้องลุ้นกันหยดสุดท้ายวันเข้า ครม.เลยทีเดียวนะ ขุนเกษตรา คิดว่าไม่ง่ายเหมือนที่คาดการณ์ตอนแรกว่าลอยลำมาแน่ๆ เสียแล้ว

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 19 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/525942

ชายคาพระพิรุณ : 19 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ว่าด้วยเรื่องของงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปีงบประมาณ 2564 ที่ได้รับจัดสรรมา 111,832.5171 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2563 จำนวน 2,719.2521 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.49) เงินงบประมาณจำนวนนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะมีแผนการใช้จ่าย เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาให้เกิดประโยชน์ และบรรลุเป้าหมายต่อภาคเกษตรและเกษตรกรอย่างไรนั้น ขุนเกษตรา จะเล่าให้ฟังตามนี้นะครับ…กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำขบวนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการ ได้วางเป้าหมายการใช้เงินประมาณก้อนนี้ โดยจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติรวม 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (31,315.7216 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการที่ขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเกษตร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในเรื่องส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ และส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนแม่บทอื่นๆ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการพัฒนาระบบการให้บริการเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NSW 2.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (3,108.1736 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านพลังสังคมและด้านเศรษฐกิจฐานราก มุ่งเน้นบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อย การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรผ่านโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร ยกระดับศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชน สร้างผู้ประกอบการเพื่อให้บริการทางการเกษตรในชุมชน และพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร

3.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (77,041.9435 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนและด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ระบบกระจายน้ำและเชื่อมโยงวางระบบเครือข่ายน้ำ/ลุ่มน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน ปรับปรุงทางน้ำทางผันน้ำพื้นที่รับน้ำนอง วางระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย บำรุงรักษางานชลประทาน เพื่อส่งน้ำและระบายน้ำ เป็นต้น 4.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (41.5900 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร ผ่านศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NationalAgricultural Big Data Center : NABC) 5.ด้านความมั่นคง (325.0884 ล้านบาท) ขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง ดำเนินโครงการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านการประมง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้…ได้อ่านข้อมูลแล้ว ท่านมองว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ คิดว่า 5 ยุทธศาสตร์นี้จะทำให้ภาคเกษตรเดินไปทิศทางไหนได้บ้าง และจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันได้มากน้อยแค่ไหนเหมาะสมกับเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปในแต่ละด้านหรือไม่…คงเป็นคำถามที่รู้คำตอบกันดีนะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 12 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/524357

ชายคาพระพิรุณ : 12 ตุลาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 12 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จนถึงวันนี้ 3 กรมใหญ่ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไร้อธิบดีตัวจริงนั่งบัญชาการ นั่นคือ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมการข้าว ซึ่งในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้น คาดการณ์กันว่า รมช.มนัญญา น่าจะดัน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขยับขึ้นเป็นอธิบดี แทนนาย พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ที่ รมช.มนัญญา โยกให้ไปรับบทหนักที่กรมวิชาการเกษตร แต่ก็ถือว่าเหมาะสมอยู่หากนายวิศิษฐ์ ขยับขึ้นมาเป็นอธิบดี เพราะเป็นลูกหม้อที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานด้านสหกรณ์ได้ดีพอสมควร โดยก่อนจะมาเป็นรองอธิบดี นายวิศิษฐ์ ก็เคยผ่านตำแหน่งสหกรณ์จังหวัดอยู่หลายปีในหลายจังหวัด และยังผ่านการเป็นผู้ตรวจราชการของกรมส่งเสริมสหกรณ์มาแล้วไม่น่าจะน้อยกว่า 3 ปี ก็ถือว่ามีประสบการณ์และคุณสมบัติเพียบพร้อมเหมาะสมกับตำแหน่งอธิบดี อีกทั้ง นายวิศิษฐ์ ก็ถือเป็นคนสนิทสายตรงของนายพิเชษฐ์ ดังนั้นการขับเคลื่อนงานต่างๆ ที่นายพิเชษฐ์ทำไว้ดีแล้ว ก็น่าจะได้รับการสานต่อได้ง่ายและทำได้ทันที สำหรับกรมนี้ หากเป็นตามที่คาด ขุนเกษตรา ถือว่าผ่าน

ส่วนกรมการข่าว มีข่าวรายงานว่า นายประภัตร โพธสุธนจะดัน นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ข้ามห้วยมาเป็นอธิบดีกรมการข้าว สำหรับ นายอาชว์ชัยชาญ เพิ่งจะอยู่ในตำแหน่งรองอธิบดีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับเวลาแล้วยังไม่ถึงปีเลย หากเป็นไปตามข่าวนี้ ก็ถือว่านายอาชว์ชัยชาญ เดินทางสู่จุดหมายได้เร็วจริงๆ แถมข้ามห้วยอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่ บรรดารองอธิบดีของกรมการข้าวซึ่งเป็นลูกหม้อ ทำงานมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกรม มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านข้าวโดยเฉพาะ แต่กลับไม่เข้าตา รมช.ประภัตร เอาเสียเลยหรืออย่างไร ระวังท่าน รมช.มองพลาดเหมือนกับที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ นั่นก็เป็นคนของ รมช.ไม่ใช่หรือครับ ขุนเกษตรา ไม่เห็นจะมีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์เลย หรือ รมช.ต้องการเพียงแค่คนสั่งได้ก็พอ ส่วนเรื่องประโยชน์ของเกษตรกรเอาไว้ทีหลัง ขุนเกษตรา มองว่าคนในกรมการข้าวเองก็มีคนเก่งที่พร้อมเติบโตในบ้านตัวเองและพร้อมทำงานเพื่อให้เกษตรกรจะได้ประโยชน์จริงๆ อยู่หลายคนนะครับ

สำหรับอีกกรมหนึ่งคือ กรมชลประทาน ที่กำลังมีข่าวซุบซิบกันหนาหูในขณะนี้ว่า อาจจะมีพลิกโผจากที่เคยคาดการณ์กันไว้ว่า นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง ลอยลำมาแน่ๆ
ภายใต้การผลักกันของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เจ้ากระทรวง แต่เส้นทางของนายประพิศ อาจไม่ราบรื่นเสียแล้ว เมื่อมีข่าวว่า ทางฝั่งลุงป้อมและลุงตู่ จะผลักดัน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา เข้าชิงตำแหน่งอธิบดีอีกคนหนึ่งด้วย ขุนเกษตรา ก็ไม่รู้จริงๆ ว่า เป็นข่าวจริงหรือข่าวลวงเพื่อสร่างมูลค่าเพิ่มทางตำแหน่งกันแน่ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าเป็นการวัดกำลังกันระหว่างค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมกับฝั่งลุงเลยทีเดียว ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร และท่านเฉลิมชัย เจ้ากระทรวงจะเอาอยู่หรือไม่ มารอดูพร้อมกันครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 5 ตุลาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/522803

ชายคาพระพิรุณ : 5 ตุลาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 5 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่กันแล้วตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มีการเปลี่ยนแม่ทัพในส่วนของข้าราชการประจำคนใหม่ นั่นคือตำแหน่งปลัดกระทรวง ซึ่ง นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดคนเก่าที่เกษียณอายุในปีนี้ สำหรับคนที่ขึ้นรับตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯคนใหม่ก็คือ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นั่นเอง สำหรับ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ถือเป็นลูกหม้อของกรมชลประทาน จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรการชลประทาน จากโรงเรียนการชลประทาน รุ่นที่ 35 ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโยธา จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมชลประทาน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมชลประทาน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกรมชลประทาน สังกัดกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ เป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายบำรุงรักษา และอธิบดีกรมชลประทาน คนที่ 33 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ก่อนจะมารับตำแหน่งปลัดกระทรวง ในปัจจุบัน…ดร.ทองเปลว ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้
ความสามารถคนหนึ่งที่เกษตรกรน่าจะฝากความหวังไว้กับท่านได้ ซึ่งปัจจุบันปัญหาของเกษตรยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและแก้ไขอีกมาก ไม่ว่าจะเรื่องราคาสินค้าเกษตร ที่จะต้องเร่งเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การส่งเสริมอาชีพ
ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศตามนโยบายการตลาดนำการเกษตร การสร้างงานภาคการเกษตร เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่และผู้ตกงานที่ต้องการประกอบอาชีพเกษตร รวมถึงเรื่องของภัยพิบัติต่างๆ…ขุนเกษตราขอเป็นกำลังใจให้ท่านปลัดกระทรวง คนใหม่ทำงานให้ราบรื่น ยึดผลผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้งนะครับ

อีกตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและเป็นที่น่าสนใจไม่น้อยคือ ท่านพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ที่โยกข้ามห้วยมาจากอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นี่ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถ มีผลงานด้านการสหกรณ์มาไม่น้อย เพราะเป็นลูกหม้อที่นั่น แต่การข้ามห้วยมาครั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มนัญญา ซึ่งกำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมวิชาการเกษตร มีเป้าหมายอย่างไรหรือไม่ หรือจะมาให้ช่วยผลักดันเรื่อง 3 สาร ที่อธิบดีคนก่อนไม่สนอง Need เท่าที่ควร ก็นับว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกันสำหรับตำแหน่งใหม่ของท่านอธิบดีพิเชษฐ์ ที่ต้องมารับเผือกร้อนตรงนี้ ยิ่งขณะนี้ บรรดาเกษตรกรเริ่มออกมาแสดงพลังกันมากขึ้น แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแบน พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส อย่างไม่เป็นธรรม และกำลังได้รับผลผลกระทบ เนื่องจากยังหาสารตัวใหม่ที่ได้ผลดีกว่าพาราควอตและมีต้นทุนต่ำไม่ได้ แถมยังสร้างความช้ำใจให้เกษตรกรไทยอีกคือ ห้ามเกษตรกรไทยใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส แต่กลับอนุญาตให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศที่ยังใช้ 2 สารนี้อยู่ นี่จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่ท่านพิเชษฐ์ต้องมาดำเนินการแก้ปัญหา โดยมีธงคือประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ ขุนเกษตรา ขอเป็นกำลังใจให้ท่านพิเชษฐ์ ทำงานให้ราบรื่นและอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกรนะครับ มันอาจจะยากหน่อยในภาวะที่มีการเมืองครอบงำ แต่ถ้าท่านทำได้ดี รับรองว่าท่านจะอยู่ในใจเกษตรกรตลอดกาล

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 28 กันยายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/521353

ชายคาพระพิรุณ : 28 กันยายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 28 กันยายน 2563

วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้บุคคลมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตัวจริง มาหมาดๆ เมื่อไม่นานมานี้ นั่นคือ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท คนหนุ่มไฟแรงที่มีประสบการณ์ทำงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีแนวความคิดทันสมัยและมีความเข้าใจในเรื่องของยางพาราเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยทำงานในฐานะคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับยางพารามาหลายชุด ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก็ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การยางแห่งประเทศไทย (ตำแหน่งเดิม) ขึ้นดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านธุรกิจและปฏิบัติการยาง เข้ามาเสริมทัพผู้ว่าฯณกรณ์ สำหรับประวัตินายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งพนักงานสงเคราะห์สวนยาง ระดับ 3 สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางในปี 2539 และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจและปฏิบัติการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง นายสุทัศน์ ต่างวิริยกุลถือเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญปฏิบัติงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมาเป็นเวลานาน รวมถึงมีผลงานด้านการสนับสนุนให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ในการจัดตั้งกลุ่มซื้อขายยางพาราเพื่อสร้างอำนาจต่อรองสู่ราคาที่เป็นธรรม ดำเนินงานด้านธุรกิจและการตลาด จนสามารถจัดตั้งตลาดกลางน้ำยางพาราจังหวัดสงขลา และเปิดตลาดประมูลยางแผ่นรมควันแบบ Paper Rubber Market เป็นครั้งแรกของประเทศไทย จึงน่าจะเป็นผู้ช่วยของผู้ว่าฯณกรณ์ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย กยท. ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและตรงตามทิศทางที่วางไว้ และนำประสบการณ์บริหารงานด้านยางพารา มาช่วยผลักดันให้ภารกิจต่างๆ ของกยท.เกิดเป็นรูปธรรมและส่งผลดีต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนต่อไปนะครับ…

สุดท้าย มีเรื่องบอกเล่า เนื่องจากมีเกษตรกรท่านหนึ่งมาบ่นให้ขุนเกษตรา ฟังว่า ได้ไปติดต่อราชการที่กรมการข้าวหลายครั้ง แล้วพบว่า พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯสยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เป็นทางเดิน ซึ่งมองแล้วไม่สมพระเกียรติพระองค์ท่าน ในฐานะที่มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อกรมการข้าว และชาวนาไทย น่าจะถูกจัดวางในห้องนิทรรศการหรือตำแหน่งที่ดูสมพระเกียรติกว่านี้ จึงฝากทางกรมการข้าวช่วยดูหน่อยนะครับ บางทีเรามองเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับพระเมตตา ย่อมมีความละเอียดอ่อนด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ…ขุนเกษตรา รับฟังมาเลยนำมาบอกต่อนะครับ เผื่อจะได้พิจารณาให้เหมาะสมต่อไป

ขุนเกษตรา