มาแล้ว! Xiaomi Mi5 ตัวเครื่องกระจกเซรามิก-สเปคแรงแซง Galaxy S7 (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/418022

มาแล้ว! Xiaomi Mi5 ตัวเครื่องกระจกเซรามิก-สเปคแรงแซง Galaxy S7 (คลิป)

เปิดตัว Xiaomi Mi5 ตัวเครื่องกระจกเซรามิก-สเปคแรงแซงหน้า  LG G5 และ Samsung Galaxy S7

หลังจากที่ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ได้โอกาสเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงของตัวเองกันไปแล้ว ล่าสุดยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง’เสียวหมี่’ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวท็อปอย่างเป็นทางการกับเขาเสียทีในชื่อว่า ‘เสียวหมี่ หมี่5’ (Xiaomi Mi 5) โดยมีจุดเด่นสำหรับรุ่นท็อปนั้นจะใช้วัสดุกระจกเซรามิกแบบโค้ง 2.5D ให้กับด้านหลังตัวเครื่องซึ่งจะพอรับกับอุ้งมือขณะหยิบจับ และที่สำคัญคือมีสเปคแรงแซงหน้าสมาร์ทโฟนอย่าง Samsung Galaxy S7 และ LG G5 ไปแล้วด้วยด้วยคะแนนจากแอพฯ Aututu ถึง 142,084 คะแนน ขณะที่ LG G5 ได้ 133,054 คะแนน และ Samsung Galaxy S7 ได้ 116,668 คะแนน

Xiaomi Mi5 ถูกอัพเกรดใหม่จากรุ่นเดิมโดยจะมีหน้าจอ 5.15 นิ้วความละเอียด Full-HD กระจก Gorilla Glass 4 และรันด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์6.0 , แบตเตอร์รี่ 3,000 mAh พร้อมฟีเจอร์ชาร์จเร็ว, กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลพร้อมระบบกันสั่นสี่ทิศทาง, กล้องหน้า 4 ล้านพิกเซล

โดยจะแบ่งออกมาเป็น 3 รุ่นได้แก่

– รุ่น 1,999 หยวน (11,000 บาท) – Snapdragon 820  1.8GHz, พื้นที่ความจุ 32GB, แรม 3GB
– รุ่น 2,299 หยวน (12,500 บาท) – Snapdragon 820  2.15GHz, พื้นที่ความจุน 64GB, แรม 3GB
– รุ่น 2,699 หยวน (14,800 บาท) – Snapdragon 820  2.15GHz, พื้นที่ความจุ 128GB, แรม 4GB

Xiaomi Mi5 จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 1 มี.ค. ส่วนชาวไทยรอกันเสียหน่อยนะ…

 

“บิล เกตส์” หนุนเจาะข้อมูลไอโฟนก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417806

"บิล เกตส์" หนุนเจาะข้อมูลไอโฟนก่อการร้าย

“บิล เกตส์” สนับสนุนให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อการร้ายเป็นกรณีพิเศษ หวังแอปเปิลทบทวนข้อเสนอเอฟบีไอ

สงครามแห่งวงการเทคโนโลยีระหว่างแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ และสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กรณีที่ศาลสหรัฐมีคำสั่งให้แอปเปิลเจาะระบบไอโฟนของซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสสนับสนุนและต่อต้านแอปเปิลจำนวนมาก โดยฝ่ายสนับสนุนเช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ชื่อดัง อ้างว่า การกระทำของแอปเปิลเป็นไปเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ขณะที่ฝ่ายต่อต้านระบุว่า แอปเปิลปกป้องผู้ก่อการร้าย

ล่าสุด บิล เกตส์ เจ้าพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีและผู้ก่อตั้ง ไมโครซอฟท์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีทุกบริษัทควรให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการสืบสวนสอบสวนคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

“นี่เป็นกรณีพิเศษที่รัฐบาลสหรัฐต้องการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อการร้าย รัฐบาลไม่ได้เรียกร้องขอข้อมูลทั่วๆ ไป คำร้องของเอฟบีไอครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ” เกตส์ระบุ

บิล เกตส์ ยังหวังว่า แอปเปิลจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง และสร้างระบบประตูหลัง หรือ Back Door เพื่อประโยชน์ในการสืบข้อมูล พร้อมระบุด้วยว่า การป้องกันข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องดี แต่จำเป็นต้องมีกฎระเบียบมารองรับว่า รัฐบาลจะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ในระดับใด และการเข้าถึงของรัฐบาลในกรณีการจัดเก็บภาษี การป้องกันคดีอาชญากรรม และการสืบสวนคดีก่อการร้าย จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย

ด้าน จอห์น แมคอาฟี นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย “แมคอาฟี” ระบุว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ก่อการร้ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมยืนยันว่าสามารถถอดการเข้ารหัสตัวเครื่องได้

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัย พิว ในสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวสหรัฐ 1,002 คนต่อกรณีดังกล่าว โดย 51% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า แอปเปิลควรดำเนินการตามคำร้องของเอฟบีไอ ขณะที่ 38% ไม่เห็นด้วย และอีก 11% ไม่มีความเห็น

 

โปรโมทสุดฤทธิ์!ชมคลิปแกะกล่อง’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’ใต้น้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:10 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417717

โปรโมทสุดฤทธิ์!ชมคลิปแกะกล่อง'ซัมซุง กาแล็คซี เอส7'ใต้น้ำ

ชมคลิปแกะกล่องโชว์’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’ใต้น้ำ

เรียกได้ว่าโปรโมตกันสุดฤทธิ์สำหรับฟีเจอร์กันน้ำตามมาตรฐาน IP68 ของมือถือ’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’และ’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7 เอดจ์’ (Samsung Galaxy S7/ S7 Edge) ล่าสุดทางผู้ให้เครือข่ายในสหรัฐอเมริกาอย่าง T-Mobile ได้ปล่อยคลิปวีดีโอแกะกล่องมือถือเรือธงใหม่นี้”ใต้น้ำ” เพื่อพิสูจน์กันไปอีกว่าใช้งานในน้ำได้ดีจริงๆ นะเธอ

 

ไม่น้อยหน้า!เปิดตัว LG G5 ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้หลากหลาย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417691

ไม่น้อยหน้า!เปิดตัว LG G5 ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้หลากหลาย (ชมคลิป)

เปิดตัว LG G5 สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ พร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ได้หลากหลายอย่างง่ายสุดๆ

ในขณะที่ฝั่ง’ซัมซุง’ได้เปิดตัว Samsung Galaxy S7 และ Samsung Galaxy S7 Edge ทาง’แอลจี’ก็ไม่ขอน้อยหน้าขอเปิดตัว LG G5 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมจุดเด่นไม่เหมือนสมาร์ทโฟนดังจากค่ายไหนๆ คือ สามารถปรับแต่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ (Module) ได้หลากหลายที่ทำได้เองง่ายๆ

เริ่มต้นแอลจีได้โชว์อุปกรณ์เสริมชิ้นแรก LG CAM Plus ที่แปลงร่าง LG G5 ให้กลายเป็นกล้องดิจิตอลด้วยปุ่มเปิด-ปิดกล้อง ปุ่มชัตเตอร์ พร้อมจุดซูมภาพ เพิ่มขนาดแบตเตอร์รี่ให้มากขึ้นอีก 1,200 mAh ด้วย และอุปกรณ์เสริมชิ้นที่สอง LG Hi-Fi Plus with B&O PLAY ที่จะเพิ่มรายละเอียดคุณภาพเสียงของเพลงให้มากขึ้นด้วย

LG G5 ยังมาพร้อมกล้องเลนส์คู่ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพเลนส์กว้างได้ถึง 135 องศา ซึ่งทางแอลจีอ้างว่ากว้างกว่าที่ตามนุษย์สามารถรับรู้ได้ถึง 15 องศาเลยทีเดียวนะ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เปิดครอบครัวเลย ทั้งหูฟัง LG Tone Platinum, แว่นตาโลกเสมือน LG 360 VR, กล้องถ่ายภาพรอบทิศ LG 360 CAM, ลูกกลิ้งลาดตระเวนรอบบ้านอัจฉริยะ LG Rolling Bot

– หน้าจอ 5.3 นิ้ว ความละเอียด 1440×2560 พิกเซล พร้อมฟีเจอร์ AlwaysOn
– ชิพเซ็ต Snapdragon 820
– แรม 4GB
– ความจุ 32 GB /รองรับ microSD สูงสุด 2TB
– กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– รองรับ USB Type-C
– แบตเตอรี่ 2,800 mAh
– แอนดรอยด์6.0

“แคสเปอร์สกี้” เปิดโปงเดอะโพไซดอนกรุ๊ป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417672

"แคสเปอร์สกี้" เปิดโปงเดอะโพไซดอนกรุ๊ป

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การค้นพบภัยคุกคามครั้งใหญ่ของแคสเปอร์สกี้ แลป ที่สามารถตรวจพบร้านค้าขายมัลแวร์ ซึ่งมีปฏิบัติการทั้งบนบก อากาศ และทางทะเลที่ชื่อว่า เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ที่เล็งเป้าหมายไปที่สถาบันการเงิน โทรคมนาคม การผลิต พลังงานและสื่อสาร ถือว่าเป็นการดักจับปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์เวอร์ชั่นบราซิเลียน-โปรตุเกส แบบมีเป้าหมายเป็นครั้งแรก

ดิมิทรี เบสตูเชฟ ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยแคสเปอร์สกี้ แลป ภูมิภาคละตินอเมริกา กล่าวว่า องค์กรที่ตกเป็นเป้าหมายกว่า 35 ราย ทั้งภาคการเงินและหน่วยงานของรัฐ โทรคมนาคม ภาคการผลิต พลังงานและบริษัทบริการสาธารณูปโภค รวมทั้งบริษัทสื่อและประชาสัมพันธ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส คาซัคสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย และรัสเซีย

“การจารกรรมไซเบอร์ขั้นสูงที่สร้างความปั่นป่วนมาตั้งแต่ปี 2548 นั้น เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ถือว่าน่ากังวลสำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ เพราะมัลแวร์ชนิดนี้สามารถปรับแต่งรูปแบบมัลแวร์ใหม่ สร้างลายเซ็นดิจิทัลพร้อมใบรับรองที่ปลอมขึ้นมาอย่างแนบเนียน จนเล็ดลอดเข้าไปโจรกรรมข้อมูลลับสำคัญๆ จากเหยื่อเพื่อขู่กรรโชกบังคับให้ทำธุรกิจตามที่ต้องการ ทั้งยังออกแบบให้ทำงานบนเครื่องที่ลงวินโดวส์เวอร์ชั่นอังกฤษและบราซิเลียน-โปรตุเกสโดยเฉพาะ ถือเป็นภัยคุกคามแบบมีเป้าหมายตัวแรกเลยทีเดียว” เบสตูเชฟ กล่าว

การหาเหยื่อของผู้ร้ายเหล่านี้จะเข้ามาในลักษณะร่วมทุนหรือเป็นคู่ค้ากัน ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของเดอะ โพไซดอน กรุ๊ป คือ การสำรวจหาระบบเครือข่ายของคอร์ปอเรตแบบโดเมนเบส (Domain-based corporate networks) โดยจะอาศัยสเปียร์ฟิชชิ่งอีเมลด้วยไฟล์ RTF/DOC และมักจะหลอกล่อเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล (Usually with a human resources lure) ด้วยการแอบหยอดไบนารี่ร้ายกาจเข้าสู่ระบบ เมื่อเหยื่อคลิกไฟล์นั้นก็จะติดไวรัสในทันที

“เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ติดเชื้อมัลแวร์ ระบบจะรายงานไปยังเซิร์ฟเวอร์คอมมานด์และคอนโทรลก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนเชิงคู่ขนาน โดยการบุกรุกในขั้นแรกนี้ ระบบจะใช้เครื่องมือที่สามารถดักเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ได้รุนแรงแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลสำคัญส่วนตัว นโยบายบริหาร หรือแม้แต่ข้อมูลการล็อกเข้าระบบ เพื่อแอบซ่อนและกลับเข้ามาใช้ประโยชน์ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นจะถูกนำไปใช้หลอกล่อให้บริษัทเหยื่อเป้าหมายทำสัญญากับเดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ในการแต่งตั้งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านระบบรักษาความปลอดภัย หากไม่ยินยอมก็จะข่มขู่ว่าจะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เล่นงาน”

เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ถือว่าเป็นทีมที่ปฏิบัติการมานาน และทำได้บนโดเมนทุกแบบทั้งบนบก อากาศ และทางน้ำ ทางศูนย์คอมมานด์และคอนโทรลตรวจพบว่ามัลแวร์เหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในระบบส่วนกลางของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เรือเดินสมุทร การติดต่อสื่อสารไร้สาย รวมทั้งซ่อนอยู่ในผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายทั่วไปอีกด้วย

“การฝังตัวจะเข้าไปแอบซ่อนหลายที่ และจะมีช่วงเวลาการทำงานเพียงระยะสั้นๆ เพื่อให้ระบบมีส่วนช่วยสนับสนุนปฏิบัติการของกรุ๊ปในการทำงานต่อเนื่องระยะยาวและไม่ถูกตรวจจับได้ นอกจากจะก่อความเดือดร้อนมากว่าสิบปี เทคนิคที่โพไซดอน กรุ๊ปใช้ถือว่าเป็นการฝังตัวที่มีพัฒนาการยากมากที่จะหาตัวเชื่อมโยงเพื่อระบุตัวตนและต่อภาพรวมทั้งหมดได้”

ทั้งนี้ จากหลักฐานที่เก็บรวบรวมและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบภัยคุกคามไซเบอร์ทำให้แคสเปอร์สกี้ตรวจจับร่องรอยที่ไม่เคยพบมาก่อนได้เมื่อกลางปี 2558 และสามารถลบคอมโพเนนต์ที่ตรวจพบได้ทุกเวอร์ชั่น

 

“เลอโนโว” เปิดเกมรุก บุกทุกตลาดหวังขึ้นเบอร์ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 21:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417642

"เลอโนโว" เปิดเกมรุก บุกทุกตลาดหวังขึ้นเบอร์ 1

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ภาพรวมผลประกอบการธุรกิจของเลอโนโวทั่วโลก หลังปิดไตรมาส 3 เมื่อจบเดือน ธ.ค.ในปีที่ผ่านมานั้น ยังคงรักษาแชมป์เบอร์ 1 ในตลาดพีซี และรักษาการเติบโตไว้ที่ 21% ถือว่าเป็นการโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในไทยเลอโนโวจะเป็นเบอร์สองแต่ก็มีส่วนแบ่งในตลาดห่างกับเบอร์ 1 เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งทิศทางการเติบโตยังดีอยู่เพราะพีซีเป็นธุรกิจที่มีโอกาสโตต่อเนื่องจากกลุ่มธุรกิจ การศึกษา และองค์กรขนาดใหญ่ มีส่วนแบ่งมากกว่า 30% ส่วนตลาดเอสเอ็มบียังคงเป็นเบอร์ 1 ต่อเนื่องโดยมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 21% และพยายามจะเดินหน้าแย่งส่วนแบ่งให้มากขึ้น

จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ไอดีซีจะคาดการณ์การเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอซีทีในปีนี้จะคิดเป็นสัดส่วน 7% ของจีดีพี เติบโตเทียบเท่ากับภาคการเกษตรของประเทศ สัดส่วนของการใช้จ่ายนี้มาจากบริการด้านโทรคมนาคม เช่น การซื้อแพ็กเกจบริการต่างๆ 45.5% และการซื้อพีซีและสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 54.5%

“ในปีนี้เลอโนโวจะโฟกัสในตลาดใหม่ ซึ่งเน้นในกลุ่มองค์กรมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งกลุ่มคอนซูเมอร์ ยังคงทำต่อเนื่องทั้งในเรื่องของการตกแต่งจุดขายโดยจะพัฒนารูปแบบของเอาต์เลตให้ทันสมัยและเปลี่ยนโลโก้ใหม่ให้ครบทุกสาขาและเพิ่มพนักงานใหม่ ซึ่งงบที่ใช้มากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะทางสำนักงานใหญ่อยากให้มีส่วนแบ่งตลาดในไทยเพิ่ม”

ทั้งนี้ เลอโนโวจะเพิ่มในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ สำหรับกลุ่มแม่บ้าน ผู้อาวุโสวัยเกษียณไปจนถึงกลุ่มองค์กรที่ต้องการใช้อุปกรณ์โมบิลิตี้มาใช้ในการทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ต้องมีโซลูชั่นที่เหมาะสม ในฐานะผู้ผลิตนวัตกรรมจึงต้องมีสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มและมีแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้าให้มากที่สุด

“พระเอกสำหรับเรายังคงเป็น YOGA ที่เดิมเป็นแค่โมเดลหนึ่ง แต่ตอนนี้กลายเป็นซีรี่ส์ที่มี 4 แพลตฟอร์ม สามารถเป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและออลอินวัน โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นซีรี่ส์นั้น จะเน้นมัลติโหมดเป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าไม่ว่าเข้าใช้จากอุปกรณ์ใดก็สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องซึ่งในไทยมีผลตอบรับที่ดี”

อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ นั้นย่อมต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพ สำหรับเลอโนโวเองในการดูแลตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน (เออีซี) อย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา ที่เดิมใช้บุคลากรจากทางสิงคโปร์เข้ามาดูแลตลาดนั้น บริษัทได้มีการผลักดันผู้บริหารไทยคนใหม่เข้ามาดูแลตลาดนี้ ถือว่าเป็นบุคลากรด้านไอทีที่มีประสบการณ์มายาวนาน คาดว่าจะเปิดตัวในเร็ววันนี้

“สำหรับเลอโนโวในกลุ่มอินโดไชน่านั้น ทางคุณแฮรี่ หยาง ซีอีโอของเรายังดูตลาดอย่างต่อเนื่องว่ามีโอกาสในตลาดนี้อย่างไร เพื่อที่จะเข้าไปพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายกับทางคู่ค้า ซึ่งเลอโนโวเคยเป็นเบอร์หนึ่งในเมียนมา แต่ได้เปลี่ยนไปเน้นตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก เพราะจำนวนประชากรมีมากกว่า ถือว่าเป็นการวางแผนได้ถูกจังหวะ และเราก็เริ่มดูตลาดใหม่ๆ อย่างเมียนมา ลาว กัมพูชาไว้บ้างแล้ว และจะมีผู้บริหารรายใหม่ที่คัดเลือกเข้ามาช่วยบริหารซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารสินค้ากลุ่มไอทีมาอย่างโชกโชน จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสนี้”

นอกจากนี้ เลอโนโวยังมองถึงเรื่องของอนาคตว่า บริษัทมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รองรับแค่สินค้ากลุ่มพีซีเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มจะรวมทั้งพีซีและสมาร์ทโฟนให้เข้าใช้งานได้ง่ายขึ้น การทำอีโคซิสเต็มขึ้นมาจะช่วยให้เลอโนโวมีโอกาสในตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพราะในอนาคตผู้ใช้งานจะเน้นเรื่องของการเข้าใช้งานซอฟต์แวร์เป็นหลัก ทั้งคลาวด์ แอพพลิเคชั่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น

“นอกจากแพลตฟอร์มที่เข้าใช้งานสะดวกแล้ว เรื่องของช่องทางการขายและคู่ค้านั้น เรายังขยายขอบเขตธุรกิจไปในตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น จะโฟกัสในแง่ของการเข้าถึงลูกค้าทั้งแบบแนวกว้างและลึก ให้มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมและเทรนด์พนักงานหน้าร้านให้มีประสบการณ์มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าสินค้าของเรามีจุดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร”

ทั้งนี้ ทางด้านกลุ่มองค์กรจะมีการจัดอบรมให้ความรู้เพิ่มเติม และวางกลยุทธ์ร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างเรดแฮท นูทานิกส์และวีเอ็มแวร์ และดึงผู้เชี่ยวชาญจากปักกิ่งและอินเดียเข้ามาให้ความรู้ด้านการพัฒนาไอทีและสื่อสารเรื่องโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่คู่ค้าด้วย

ต้องจับตาดูกันว่า การวางกลยุทธ์ทุกด้านให้รอบคอบของเลอโนโว จะสามารถตีตื้นคู่แข่งขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งได้หรือไม่

 

ซัมซุงเปิดตัว “กาแล็คซี่เอส7” วางจำหน่าย 11 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417638

ซัมซุงเปิดตัว "กาแล็คซี่เอส7" วางจำหน่าย 11 มี.ค.

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่เอส7 จอใหญ่-แบตเตอรี่อึดขึ้น เริ่มวางจำหน่าย 11 มี.ค.นี้

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัวซัมซุงกาแล็คซี่รุ่นเอส 7 ซึ่งเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการแข่งขันบนตลาดมือถือกับแอปเปิ้ล โดยจะเริ่มวางขายวันที่ 11 มี.ค. นี้

ทางซัมซุงระบุว่า กาแล็คซี่รุ่นเอส 7 พัฒนาจากรุ่นเดิมเอส 6 ให้มีลูกเล่นที่มากขึ้น  เช่น หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น เป็น 5.5 นิ้ว จากรุ่นก่อน 5.1 นิ้ว ขยายพื้นที่เก็บข้อมูลไมโครเอสดีได้ การใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น กล้องสามารถถ่ายภาพได้ชัดขึ้นในภาวะแสงน้อยถึงแม้จะลดความละเอียดของกล้องเหลือ 12 ล้านพิกเซลจาก 16 ล้านพิกเซล  และถ่ายแบบเกียร์ 360 ที่สามารถถ่ายวิดีโอได้เสมือนจริง 360 องศา  รวมถึงสามารถป้องกันน้ำได้

อย่างไรก็ตาม แม้กาแล็คซี่เอส 7 จะพัฒนามากจากเอส 6  แต่ยังคงคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกับแบบเดิม เช่น  การติดตั้งแอพพลิเคชั่นของไมโครซอฟท์ที่เคยมีในเอส 6 ที่หลายคนระบุว่าไม่ได้ใช้งานแต่ไม่สามารถลบออกจากเครื่องได้ การออกแบบTouchwiz และคงวิธีชาร์จแบบไมโครยูเอสบี ขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นเปลี่ยนไปใช้พอร์ตยูเอสบี-ซี แล้ว

ซัมซุงพยายามพัฒนาโทรศัพท์มือถือให้มีความทันสมัยมากขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า เนื่องจากในปี 2015 หุ้นของซัมซุงฮวบลง 2%  เนื่องจากบริษัทแอปเปิ้ล อิงค์ของสหรัฐ  บริษัทหัวเหว่ย เทคโนโลยี และบริษัท เสี่ยวหมี่ คอร์ปเปอเรชั่น ของจีน ดึงลูกค้าไป ขณะเดียวกัน ซัมซุงยังไม่เปิดเผยตัวเลขยอดขายในปีดังกล่าว

ทั้งนี้  ซัมซุงไม่ระบุว่า กาแล็คซี่เอส7 จะเริ่มเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อใด

ที่มา บลูมเบิร์ก

ภาพ เอเอฟพี

ชมคลิป https://youtu.be/cyohHyQl-kc

 

 

 

“แอลจี” เปิดตัว “SIGNATURE” เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำรุกตลาดพรีเมี่ยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417501

"แอลจี" เปิดตัว "SIGNATURE" เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำรุกตลาดพรีเมี่ยม

“แอลจี”เปิดตัว “SIGNATURE” ลุยตลาดพรีเมี่ยม ตอกย้ำความเป็นผู้นำเรื่องใช้ไฟฟ้าไฮเทค

เดินทางโชว์ความล้ำของเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าไปแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา ดูไบ และแอฟริกา

ล่าสุดถึงคราวแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่าง “แอลจี อีเลคทรอนิคส์” หรือ LG  บินลัดฟ้ากลับบ้านเกิดแดนกิมจิเพื่อเปิดตัว 4 นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดไฮเทคภายใต้แบรนด์  “LG SIGNATURE” ในงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกประจำปีภายใต้ชื่อ “LG InnoFest 2016” จัดขึ้น ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16-18 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางพาร์ทเนอร์และสื่อมวลชนทั่วเอเชียอย่างคับคั่ง

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำแบรนด์ LG SIGNATURE แก่พาร์ทเนอร์และผู้บริโภคในเอเชีย ซึ่งนี่คือกุญแจสำคัญที่จะตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับโลกของแอลจี” โจ เซียง-จิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านบริษัทแอลจี กล่าว

ชมคลิปเปิดตัวสินค้าในงาน LG InnoFest 2016 https://www.youtube.com/watch?v=gVcOKO8nbiE

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม LG SIGNATURE ในงาน InnoFest 2016 ที่เปิดตัวมีทั้งสิ้น 4 ชนิด ประกอบด้วยดังนี้

1.ทีวี LG OLED TV

ทีวีที่สามารถคว้ารางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมมาครอง ด้วยความบางของจอเพียง 2.65 มม. (ขนาดเท่าบัตรเครดิตการ์ด 3 ใบซ้อนกัน) โดยไฮไลท์อยู่ที่เอกลักษณ์ของหลอดแอลอีดี ซึ่งสามารถกำหนดแสงได้เอง ไม่ต้องใช้แสงแบล็กไลท์ในการให้ความสว่างดังเช่นในอดีต ทำให้ตัวเครื่องไร้ความร้อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้ได้ภาพสีดำสุดคมชัด

อีกทั้งยังมีลำโพง 2 ทิศทาง รองรับการติดตั้งกับผนัง และการให้ภาพที่คมชัดสมจริง นอกจากนี้ความเจ๋งที่ตอบโจทย์สำหรับ LG SIGNATURE OLED TV คือสามารถเล่นจอแบบหน้าหลังได้พร้อมกัน เนื่องจากเทคโนโลยีพิเศษสามารถให้กำเนิดแสงเองได้

ต่อไปนี้เราอาจเห็นการจัดบ้านและจุดวางทีวีรูปแบบใหม่ เพราะอนาคตอันใกล้นี้ คุณผู้หญิงสามารถรับชมละครดัง พร้อมกับที่คุณผู้ชายลุ้นฟุตบอลคู่เด็ดอย่างไรปัญหา

ชมคลิป LG OLED TV จากงาน CES 2016 https://www.youtube.com/watch?v=DSfaZq_Cz_g

 

2.เครื่องซักผ้า LG SIGNATURE

เครื่องซักผ้าฝาหน้าขนาด 24 นิ้วของ LG SIGNATURE มาพร้อมรูปลักษณ์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับการพัฒนามาจากเครื่องซักผ้า TWIN Wash™ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน CES 2015 ให้มีความทนทาน ดูหรูหรา และใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยถังซัก MINI Wash ขนาดเล็กใต้ตัวถังหลักอีกด้วย ทำให้ผ้าสี และ ผ้าขาวสะอาดเอี่ยมได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ไฮไลท์เครื่องซักผ้า LG SIGNATURE มาพร้อมเทคโนโลยี Centum System™ ของแอลจี ที่จะช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานด้วยระบบกันสะเทือนที่เหนือชั้น ซึ่งยังช่วยลดเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่องซักผ้าอย่างเห็นได้อีกด้วย

ชมคลิปเครื่องซักผ้า LG SIGNATURE https://www.youtube.com/watch?v=2BA70D7eejc

 

 

3. ตู้เย็น LG SIGNATURE

ตู้เย็น LG SIGNATURE นำเสนอรูปลักษณ์แปลกใหม่ที่นอกจากจะใช้งานได้ง่ายแล้วยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ดีไซน์ Door-in-Door™ ที่ได้รับรางวัลของแอลจี ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ KNOCK-ON Door-in-Door เพียงเคาะเบาๆ 2 ครั้ง ฝาช่องเก็บของจะกลายเป็นกระจกใส ให้ผู้ใช้สามารถมองเข้าไปด้านในของตู้เย็นได้โดยไม่ต้องเปิดประตู ช่วยให้ประหยัดพลังงานไม่สูญเสียความเย็น

ตู้เย็น LG SIGNATURE ยังมาพร้อมอินเวอร์เตอร์ลิเนียร์คอมเพรสเซอร์ (Inverter Linear Compressor) สุดยอดเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ที่จะช่วยปรับระดับความเย็นตามจำนวนของที่อยู่ในตู้เย็น ลดการเสียดสีภายในด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมรับประกันคอมเพรสเซอร์นานถึง 10 ปี นอกจากนี้ องค์กรวิทยาศาสตร์และเทคนิคเยอรมัน Verband der Elektrotechnik Elektronik Informationstechnik (VDE) ยังรับรองความทนทาน โดยคาดการณ์ว่าตู้เย็น LG SIGNATURE จะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20 ปี

ชมคลิป ตู้เย็น LG SIGNATURE https://www.youtube.com/watch?v=HHbo5c64Mcw

 

4.เครื่องฟอกอากาศ LG SIGNATURE

แอลจีเชื่อว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าอากาศที่บริสุทธิ์ เครื่องฟอกอากาศ LG SIGNATURE มาพร้อมนวัตกรรมแผงหน้าแบบโปร่งใสให้ผู้ใช้เห็นกระบวนการฟอกอากาศอย่างชัดเจน

ฟีเจอร์ Aqua-Cyclone ยังใช้พลังของน้ำในการช่วยดักจับสารเคมีและสิ่งปนเปื้อน ในขณะเดียวกันยังช่วยปรับระดับความชื้นในห้องให้เหมาะสมอย่างรวดเร็วอีกด้วย แผ่นกรองภายในแบบ Semi-Permanent Filter System ยังมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี ผู้ใช้สามารถทราบระดับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างง่ายดายเพียงดูที่ Smart PM1.0    Indicator ที่จะตรวจจับระดับของฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 1 ไมโครมิเตอร์ รวมถึงกลิ่นรบกวนต่างๆ โดยตัวตรวจวัดนี้จะอยู่ที่จอควบคุม และใช้ไฟในการแสดงผลถึง 4 สี เพื่อบอกระดับความบริสุทธิ์ของอากาศ

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน LG InnoFest 2016 ยังได้เยี่ยมชมตึก N Seoul Tower และสัมผัสประสบการณ์การรับชมภาพที่เหนือชั้นจากจอ OLED ขนาดยักษ์ ซึ่งประกอบจากหน้าจอ LG OLED TV ขนาด 55 นิ้ว จำนวนถึง 248 จอ ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมทริปเป็นจำนวนมาก

 

“มิวสิค สตรีมมิ่ง-ค่าลิขสิทธิ์” กระเป๋าเงินของธุรกิจเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417495

"มิวสิค สตรีมมิ่ง-ค่าลิขสิทธิ์" กระเป๋าเงินของธุรกิจเพลง

โดย…ทีมข่าวแมกกาซีน

ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเพลงได้ถูกคุกคามจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เริ่มตั้งแต่ยุคเทปผีซีดีเถื่อนจนมาถึงยุคดาวน์โหลดผ่านระบบออนไลน์ ทำให้บริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยต้องเบนเป้าไปประกอบธุรกิจในสายอุตสาหกรรมบันเทิงอื่นๆ ด้วย เพราะธุรกิจเพลงไม่ใช่ขุมทรัพย์ใหญ่ดังในอดีต แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานมิวสิค โปรดักชั่น และโปรโมชั่น บริษัทจีเอ็มเอ็มถึงแกรมมี่ กล่าว ภาพรวมของธุรกิจเพลงในปัจจุบันว่า แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อกมาสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมเพลงที่รูปแบบการเสพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

“จากอดีตที่เลือกฟังเพลงจากแผ่นเสียง เทป ซีดี วันหนึ่งเปลี่ยนเป็นการดาวน์โหลด จนกระทั่งวันนี้กลายเป็นฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง ซึ่งเห็นได้ว่าเพลงได้ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีในการสร้างเม็ดเงินให้กับอุตสาหกรรมในช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่เพลงก็ยังเป็นสินค้าที่คงความมีเสน่ห์ ยังเป็นต้นน้ำของการสร้างเม็ดเงินในระบบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ตรงที่ว่าทุกวันนี้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมเพลงปฏิวัติตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง”

วิเชียรชี้ว่า บริษัทได้มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีมานานแล้ว และปัจจุบันซึ่งถือเป็นยุคของโลกโซเชียลที่มันสุดโต่งจากอดีต

“เรียกได้ว่าหลายปีมานี้มีการพลิกโฉมไปมาก ตั้งแต่การเข้ามาของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ ไอทูนส์ ไลน์ และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ซึ่งถือว่าส่งผลดีกับอุตสาหกรรมเพลง เพราะสามารถเปลี่ยนโฉมการฟังเพลงในลักษณะของฟรีคอนเทนต์ให้กลายเป็นการฟังเพลงแบบถูกกฎหมายมากขึ้น โดยช่องทางใหม่ๆ เหล่านี้ได้กลายมาเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจเพลงอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว”

ในการมาอุดช่องว่างเรื่องรายได้ที่หายไป ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ก็มาช่วยเป็นช่องทางรายได้ให้กับบรรดาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่นำนักร้องของตัวเองขายผ่านช่องทางเหล่านี้ รวมถึงเวทีการประกวดร้องเพลงที่กลายมาเป็นสังกัดเพลงปั้นนักร้องเพื่อมาใช้งาน อาทิ เครือซีพีและทรูที่มีฐานเวทีของ
เอเอฟ อะคาเดมี่ กับเวทีเดอะวอยซ์ ในการเซ็นสัญญานักร้องในสังกัด รวมถึงบีอีซี-เทโร ที่มีค่ายเพลงของตัวเอง สามารถสร้างนักร้องได้แบบครบวงจรป้อนทั้งรายการทีวี ละครโทรทัศน์ คอนเสิร์ต และงานอีเวนต์ต่างๆ ของตัวเอง เรียกว่าอัฐยายกินขนมยายไม่ต้องไปจ้างนักร้องจากค่ายเพลงอื่นๆ มาให้สูญเสียรายได้แต่อย่างใด

การมาถึงของโลกยุคดิจิทัลที่ทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งรายได้จากยูทูบประเทศไทย จากยอดวิวและสัดส่วนโฆษณาจากบรรดาเพลงฮิตในช่องทางนี้ และล่าสุดมิวสิค สตรีมมิ่ง หรือการฟังเพลงผ่านระบบออนไลน์ โดยการเสียค่าสมาชิกเป็นรายเดือนและสามารถเก็บเพลงฟังในระบบออฟไลน์ได้ ก็กำลังกลายเป็นเทรนด์หลักการฟังเพลงของคนรุ่นใหม่

แอพพลิเคชั่นมิวสิค สตรีมมิ่ง ต่างทยอยมาเปิดบริการในเมืองไทยในรอบปีสองปีที่ผ่านมา อาทิ ดีเซอร์ แอปเปิ้ลมิวสิค ทิดัล ไลน์มิวสิค เคเคบ๊อกซ์ จูคซ์ กูเกิลเพลย์มิวสิค เป็นต้น ซึ่งมีค่าบริการที่ไม่แพงมากในการเช่าฟังเพลงในแต่ละเดือนอยู่ที่ระดับร้อยต้นๆ ถึงหลายร้อยบาท แล้วแต่แพ็กเกจของคุณภาพเสียง หรือแม้กระทั่งให้ฟังฟรีแต่มีโฆษณา และนี่คือช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของธุรกิจเพลง

การซื้อเพลงอย่างถูกลิขสิทธิ์ ผ่านการดาวน์โหลดเพลงในระบบดิจิทัลที่ทำเงินได้พอประมาณ รายได้อีกก้อนที่มาทดแทนยอดขายของซีดีและเอ็มพี 3 ที่หายไป ก็คือการจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง กษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล (MPI) กล่าวว่า การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ของ MPI ในปัจจุบัน แบ่งการจัดเก็บออกเป็น 2 ส่วน คือ ลิขสิทธิ์เพลงของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งจะนำไปจัดสรรให้กับคนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพลงทั้งหมด อย่างผู้แต่งเนื้อร้อง ทำนอง ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ผู้ควบคุมการผลิต รวมทั้งนักร้อง คิดเป็นสัดส่วน 80% และที่เหลือเป็นการดูแลลิขสิทธิ์เพลงของค่ายเพลง ครูเพลง ศิลปิน ที่ไม่ได้สังกัดค่าย

ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา กษม บอกว่า การจัดเก็บลิขสิทธิ์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 10-20% ซึ่งหมายถึงคนเริ่มเข้าใจและยอมรับเข้ามาในระบบมากขึ้น

 

สุดเจ๋ง!ชมคลิปตัวอย่างเกมผีโดยคนไทย หลอนระดับ5กะโหลก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417357

สุดเจ๋ง!ชมคลิปตัวอย่างเกมผีโดยคนไทย หลอนระดับ5กะโหลก!

ชมคลิปตัวอย่างARAYAเกมผีโดยฝีมือคนไทย หลอนระดับเคียงข้างต่างชาติ

ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มนักศึกษาไทย คณะดิจิทัลมีเดีย ดิจิทัลมีเดีย สาขาการออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้สร้างผลงานวีดีโอเกมสยองขวัญสั้นๆ ภายใต้ชื่อ The Hospital Haunted Be Lost ที่รองรับการเล่นแบบโลกเสมือนผ่านแว่นตา VR จนดังไกลไปจนชาวเกมเมอร์ต่างชาติบางคนออกปากชมว่าหลอนสุดๆ

ล่าสุดทีมพัฒนากลุ่มเดิมได้กลับมาอีกครั้งในนาม MAD VR STUDIO พร้อมเปิดตัววีดีโอมสุดหลอนต่อยอดจากโปรเจ็คเดิมในชื่อว่า ARAYA ซึ่งจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นตัวละคร 3 ตัว แก้ไขปริศนาภายในโรงพยาบาลเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมหญิงสาว

วีดีโอเกมดังกล่าวจะรองรับแว่นตาโลกเสมือนจริงอย่าง VR ดังเดิม โดยขณะนี้กำลังเปิดโหวตเพื่อให้ได้วางขายบน’สตีม’ซึ่งเป็นเครือข่ายจำหน่ายเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ที่มา http://arayagame.com/, http://steamcommunity.com/sharedfiles/filedetails/?id=627023488