แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417299

แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

โดย…ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

จากกรณีที่ ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ปฏิเสธคำร้องของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ที่ต้องการให้แอปเปิลปลดล็อกโทรศัพท์ไอโฟนของ ซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสหรัฐ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

คำร้องดังกล่าวเสนอให้แอปเปิลแปลงข้อมูลในไอโฟนของฟารุค เพื่อให้เอฟบีไอใส่รหัสผ่านได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วไอโฟนจะจำกัดจำนวนการเข้ารหัสได้ไม่เกิน 10 ครั้ง และหากเกินกว่านั้นจะทำให้ระบบลบข้อมูลในตัวเครื่องทันทีโดยอัตโนมัติ หรืออีกทางเลือกคือ แอปเปิลต้องให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอในการสุ่มรหัสผ่านไอโฟนของฟารุค

ทั้งนี้ ทิม คุก ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวโดยระบุว่า บริษัทคัดค้านข้อเรียกร้องของเอฟบีไอ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ละเมิดระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และคำร้องเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมาย อีกทั้ง การปฏิบัติตามคำร้องครั้งนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้แอปเปิลต้องปฏิบัติคำร้องของรัฐบาลทั่วโลกในการเจาะข้อมูลความปลอดภัยของลูกค้า

“รัฐบาลต้องการให้แอปเปิลเจาะข้อมูลลูกค้าของตัวเอง และละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทที่คุ้มครองความปลอดภัยลูกค้า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว” ทิม คุก ระบุ

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า การแก้ไขระบบเข้ารหัสและเขียนระบบรักษาความปลอดภัยใหม่อาจส่งผลกระทบที่มากกว่าการปลดล็อกไอโฟน ซึ่งรัฐบาลอาจเรียกร้องให้แอปเปิลออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ที่เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาล และเป็นไปได้ว่า บรรดาแฮ็กเกอร์จะสามารถเจาะข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แอปเปิลได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทเทคโนโลยีที่ออกแบบระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิปข้อมูลเอง ซึ่งทำให้การเข้ารหัสของแอปเปิลมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างกูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ ไมโครซอฟท์ บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง และเฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีการเข้ารหัสเช่นกัน แต่ในระดับที่ซับซ้อนน้อยกว่า

คริส โซโกฮ์เอียน ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีของสหภาพสิทธิเสรีภาพพลเรือนสหรัฐ (เอซีแอลยู) ระบุว่า คำร้องของเอฟบีไอที่ต้องการให้แอปเปิลเจาะการเข้ารหัสไอโฟนของฟารุค ไม่เพียงแต่กระทบไอโฟนเท่านั้น แต่ยังกระทบสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงจากความกังวลว่า ผู้ให้บริการสามารถเจาะระบบได้แม้เจ้าของโทรศัทพ์จะไม่ยินยอม

ด้าน แจน โคอุม ซีอีโอของ วอทส์แอพ แอพพลิเคชั่นสนทนารายใหญ่ กล่าวว่า คำร้องของเอฟบีไอในครั้งนี้จำเป็นต้องขัดขวาง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและอิสรภาพของผู้ใช้บริการ

ทิม คุก

 

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของแอปเปิลที่ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาล โดยเฟซบุ๊กเตือนว่า คำร้องของเอฟบีไออาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในอนาคต พร้อมยืนยันว่า เฟซบุ๊กจะต่อต้านความพยายามของรัฐบาลที่อาจทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีอ่อนแอลง

“แม้เราจะได้รับคำร้องตามกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐบาล แต่เราก็ขอยืนยันว่าจะต่อต้านคำร้องที่ต้องการให้บริษัทเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท ซึ่งคำร้องเช่นนี้อาจนำไปสู่บรรทัดฐานใหม่และเป็นอุปสรรคต่อความพยายามของบริษัทในการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์” แถลงการณ์ของเฟซบุ๊กระบุ

จากกรณีดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จำนวนมากออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของแอปเปิล โดยเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน อดีตลูกจ้างหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ผู้เปิดโปงการล้วงข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า หากเอฟบีไอชนะคดีนี้อาจนำไปสู่การใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และสหรัฐจะเป็นเพียงประเทศเดียวที่ไม่สามารถให้ความคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ประเทศอื่นสามารถทำได้

อย่างไรก็ดี แม้จะมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุนแอปเปิล แต่สำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า เห็นด้วยกับคำสั่งศาล 100% เนื่องจากในกรณีนี้มีความจำเป็นที่ต้องเจาะข้อมูลไอโฟนของ
ฟารุค

สอดคล้องกับ ไอแอนเน เฟนสไตน์ วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อคำร้องเจาะการเข้ารหัสไอโฟน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีก่อการร้ายนี้ได้ และคาดหวังว่าแอปเปิลจะให้ความร่วมมือ

ด้าน ทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกรัฐอาคันซอจากพรรครีพับลิกัน กล่าวโจมตีแอปเปิลว่าต้องการคุ้มครองกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) มากกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนสหรัฐ ซึ่งทำให้แอปเปิลกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มผิดกฎหมายอื่นๆ

ประเด็นระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลก ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะสะเทือนถึงวงการเทคโนโลยีแล้ว ยังกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานด้วย

หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ ระบุว่า คำร้องของรัฐบาลสหรัฐในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความไม่ปลอดภัยทางข้อมูลในอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีติดเซ็นเซอร์ในเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่เสื้อผ้า ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ เหมือนเช่นโทรทัศน์อัจฉริยะที่รับรู้ได้ว่าผู้ใช้งานต้องการเปลี่ยนช่อง และรายการไหนที่ผู้ใช้งานชอบหรือไม่ชอบ

แม้จะดูเหมือนเป็นเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งาน แต่ในทางกลับกัน เทคโนโลยีเหล่านี้กลับบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นการง่ายสำหรับบริษัทผู้ผลิตในการกล่าวขอโทษและเรียกคือผลิตภัณฑ์ แทนที่จะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงให้กับสินค้า

การปฏิเสธคำร้องของแอปเปิลและกูเกิลจึงสะท้อนให้เห็นถึงการยืนหยัดต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวและการรักษาสิทธิของผู้บริโภค

“ทุกคนให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากรัฐบาลได้ทุกอย่างอย่างที่ต้องการ นั่นหมายความว่า รัฐบาลมีอำนาจที่จะสั่งการให้บริษัทเทคโนโลยีออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยแบบที่รัฐบาลต้องการ” โซโกฮ์เอียน ระบุ

 

ว้าว!ชมคลิปพรีวิวFreedom251สมาร์ทโฟนอินเดียราคา130บ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417127

ว้าว!ชมคลิปพรีวิวFreedom251สมาร์ทโฟนอินเดียราคา130บ.

ชมคลิปพรีวิวFreedom251สมาร์ทโฟนสัญชาติอินเดียราคา130บาท

กลายเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนกระแสแรงแซงตัวท็อปกันเลยทีเดียวสำหรับ Freedom 251 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์สัญชาติอินเดียที่มีคุณสมบัติครบเครื่องไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป แต่จุดเด่นกลับอยู่ที่ราคาถูกแสนถูกเพียงแค่ 251 รูปีหรือประมาณ 130 บาทเท่านั้น

ล่าสุด สมาร์ทโฟนราคาถูกดังกล่าวก็ได้ฤกษ์จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอินเดีย จนขณะนี้มีผู้เผยคลิปวีดีโอพรีวิวให้ดูมากมายแล้ว โดยจะเห็นได้ว่ามีรูปร่างหน้าตาการใช้งานไม่ต่างกับสมาร์ทโฟนทั่วไปเลยทีเดียว

สเปคของ Freedom251 ถือว่าไม่น่าเกลียดเสียทีเดียว โดยจะมีหน้าจอหน้า 4 นิ้ว ความละเอียด 960×540 พิกเซล, ชิพเซ็ต  MediaTek 1.3GHz quad-core, แรม 1 GB, พื้นที่ความจุ 8 GB (ใส่ microSD เพิ่มได้), กล้างหลัง 3.2 พิกเซล, กล้องหน้า 0.3 พิกเซล, แบตเตอร์รี่ 1,450 mAh, ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์5.1′

ตร.สหรัฐฯเตือนจริงจัง.. อย่าชาร์จมือถือไว้บนหัวนอน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417081

ตร.สหรัฐฯเตือนจริงจัง.. อย่าชาร์จมือถือไว้บนหัวนอน!

สำนักงานตร.นิวยอร์กทวีตเตือนจริงจัง อย่าชาร์จมือถือไว้บนหัวนอน!

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวโทรศัพท์มือถือระเบิดขณะชาร์จแบตเตอร์รี่กันมาบ้างแล้ว ล่าสุดสำนักงานตำรวจประจำนครนิวยอร์กได้ทวีตข้อความประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการระบุว่า อย่าชาร์จโทรศัพท์มือถือไว้บนหัวนอนโดยเฉพาะการชาร์จไว้ใต้หมอน จะส่งผลให้แบตเตอร์รี่ร้อนจนอาจติดไฟและระเบิดได้

ทั้งนี้ ยังได้มีโพสต์ภาพรอยไหม้บริเวณหมอนและซากมือถือที่ระเบิดเพื่อเตือนใจทุกคนว่าอุบัติเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงๆ

‘เดวิด เบอราเดสกา’หัวหน้าสำนักงานดับเพลิงประจำเมืองแฮมเดนได้กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NBC ว่า อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ควรอยู่ที่ถูกอัดทับ ควรมีพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท  แนะนำว่าควรวางอุปกรณ์เหล่านี้ไว้บนโต๊ะหรือแท่นพื้นผิวแข็งเพื่อให้ความร้อนสามารถกระจายออกไปได้

ที่มา dailymail

 

“เจ๊ติ๋ม”เปิดศึกกสทช.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417062

"เจ๊ติ๋ม"เปิดศึกกสทช.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

เปิดใจ’พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย’ ปรับตัวครั้งใหญ่หลังไร้ทีวีดิจิทัล

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในประเทศไทยยังมีหลายช่องที่น่าเป็นห่วง แม้จะออกอากาศมาแล้ว 2 ปี โดยเฉพาะช่องที่อยู่ในอันดับ 15 ลงมา เนื่องจากช่องดังกล่าวมีเม็ดเงินจากโฆษณาไหลเข้าน้อยมาก แม้ว่าผู้ประกอบการในแต่ละช่องจะพยายามหาคอนเทนต์ต่างๆ ที่คิดว่าผู้ชมจะให้ความสนใจหันมาเปิดทีวีในช่องของตัวเอง แต่ความพยายามดังกล่าวก็ยังไม่ได้ผล เนื่องจากคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่นำมาใส่ยังเหมือนกับช่องผู้นำตลาด ทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่เลือกรับชมทีวีช่องเดิมๆ ที่ตัวเองคุ้นเคย มีเพียงบางคอนเทนต์ของช่องน้องใหม่ในบางช่วงเวลาเท่านั้นที่สามารถดึงสายตาผู้ชมได้

นอกจากจะเจอปัจจัยลบในด้านของคอนเทนต์ที่ไม่โดนใจผู้ชมแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลประสบพบเจอตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คือ การไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับชมทีวีดิจิทัลในแต่ละแพลตฟอร์ม โครงข่ายที่มีการติดตั้งล่าช้า ตลอดจนการแจกคูปอง 690 บาท เพื่อซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ที่แจกจริงแต่ซื้อไม่จริง เนื่องจากผู้บริโภคไม่เห็นประโยชน์จากการซื้อกล่องรับสัญญาณดังกล่าว เพราะปัจจุบันสามารถรับชมได้ผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้อยู่แล้ว

จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่ออกมาประกาศตัวว่าไปต่อไม่ไหว จำนวน 2 ช่อง ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของ คือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือติ๋ม ทีวีพูล ที่ขอสละยานไปก่อนเวลาอันควร เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้พันธุ์ทิพาประกาศยุติการออกอากาศช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา พร้อมออกตัวฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองกลางสูงสุด เกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หลังจากประกาศยุติช่องทีวีดิจิทัล พันธุ์ทิพาก็ปรับรูปแบบการทำธุรกิจทีวีมาในรูปแบบของทีวีดาวเทียมช่อง 44 เพราะเป็นคนละนิติบุคคลกันระหว่างไทยทีวีและทีวีพูล ที่ลงทุนน้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนดีกว่า

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยทีวีได้รับหนังสือจาก กสทช. ลงวันที่ 12 ก.พ. 2559 ให้ชำระเงินจำนวนกว่า 1,700 ล้านบาท ภายใน 30 วัน ซึ่งไทยทีวีได้ยื่นขอคุ้มครองต่อศาลปกครองไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่ง กสทช.ขอเรียกเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ทำไว้กับธนาคารกรุงเทพกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าการอายัดเงินหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ทำไว้จะยังไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยศาลปกครองจะนัดไต่สวนนัดแรกวันที่ 23 ก.พ. 2559 เวลา 13.00 น.

“ผู้ประกอบการที่ทำทีวีดิจิทัลเจ็บตัวกันทั้งนั้น และมีอีกรายไม่ต่ำกว่า 5 ช่อง ที่อาจจะต้องปิดตัวลง เพราะแบกรับภาระไม่ไหว แต่ที่ยังอยู่ได้ ณ ตอนนี้ก็เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัท มหาชน และบางรายกำลังจะจดทะเบียนเป็นมหาชน การออกมาให้ข่าวในแง่ลบแก่ตัวเองคงไม่ดีแน่ จึงไม่ได้ออกมาร้องเรียนถึงปัญหา เพราะเกรงว่าพูดมากไปราคาหุ้นก็จะตกไปมากกว่าเดิม ยิ่งเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนปฏิญาณว่าจะไม่ทำกิจการใดๆ ร่วมกับภาครัฐอีก หากย้อนเวลากลับไปได้การประมูลทีวีดิจิทัลของไทยทีวีจะไม่เกิดขึ้น” พันธุ์ทิพา กล่าว

ที่ผ่านมา ไทยช่องไทยทีวีและช่องโลก้าได้มีการลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท และมีการจ้างพนักงาน 500 คน ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้มีการไล่พนักงานออก มีเพียงบางส่วนที่ขอลาออกเองเนื่องจากวิธีการทำงานต่อไปนั้นต้องเปลี่ยนไป เพราะนอกจากจะเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ได้ ต้องสามารถเขียนข่าวได้ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ควบคู่กันไป และให้ทายาทรุ่นลูกเข้ามาดูแลกิจการ ขณะเดียวกันได้ขยายธุรกิจรีสอร์ท เพื่อหวังสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว

ภาพที่เกิดขึ้นคือการปรับตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มทีวีพูล ที่วันนี้สื่อทีวีไม่ใช่ของหวานอีกต่อไป

 

6แบงก์ลงขันอุ้มทรูปลดล็อกประมูล4จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417059

6แบงก์ลงขันอุ้มทรูปลดล็อกประมูล4จี

แบงก์ 6 แห่ง ลงขัน 7.6 หมื่นล้าน พร้อมออกแบงก์การันตีให้ “ทรู” จ่ายค่าประมูล 4จี

ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ประกาศความพร้อมที่จะออกหนังสือค้ำประกัน หรือแบงก์การันตี ให้กับบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น (ทียูซี) เพื่อนำไปชำระค่าใบอนุญาต 4จี คลื่น  900 เมกะเฮิรตซ์ วงเงิน 76,298 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในวันที่ 21 มี.ค. 2559

ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ปล่อยกู้คือ ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย  กรุงเทพ  กรุงไทย เกียรตินาคิน และธนาคารจีน คือ ไอซีบีซี (ไทย) ที่ให้มากสุด

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า พร้อมจะออกแบงก์การันตีให้ทรู แต่จะจ่ายเมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับทรู รวมทั้งต้องรอผู้ชนะประมูลอีกรายหนึ่ง รวมถึงดู กสทช.ว่าจะมีท่าทีอย่างไร เพราะถือเป็นความเสี่ยงและมีผลต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ

นายอาทิตย์ ยืนยันว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ไม่ได้ติดต่อมา

ด้าน นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารสนับสนุนทางอ้อมแก่บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ผ่านบริษัทแม่เครือซีพี

ภาพประกอบข่าว

 

ตลาดดอทคอมเดินหน้าต่อ หลัง “ราคูเท็น” โบกมือลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417033

ตลาดดอทคอมเดินหน้าต่อ หลัง "ราคูเท็น" โบกมือลา

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

แม้กระแสข่าวเรื่องการถอนหุ้นของยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซอย่างราคูเท็น ที่ตัดสินใจประกาศปิดช่องทางมาร์เก็ตเพลสชื่อดังในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ และปลดพนักงานอีกกว่า 150 ราย เพื่อโฟกัสไปในตลาดที่ผลประกอบการดีกว่าอย่างญี่ปุ่นและไต้หวัน ทำให้ในประเทศไทยก็โดนจับตามองไปด้วย

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม เปิดเผยว่า ในประเทศไทยทางราคูเท็นได้ถอนตัวไปแล้วเช่นกัน และจะมีการประกาศรีแบรนด์ในเร็ววันนี้ ซึ่งการถอนตัวครั้งนี้ยืนยันว่าไม่กระทบกับการให้บริการในไทยแน่นอน

“เราจะรีแบรนด์ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการเข้าใช้งานตลาดดอทคอมได้ต่อเนื่องโดยไม่มีผลกระทบใดๆ แม้ทางราคูเท็นของญี่ปุ่นจะถอนตัวออกไป แต่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผู้ให้บริการรายใหญ่ที่ยังคงทุ่มเม็ดเงินอย่างมหาศาล อีกทั้งกำลังซื้อของคนไทยในช่องทางออนไลน์ยังดีอยู่ เพราะฉะนั้นผมจะยังสานต่อธุรกิจนี้แน่นอน”

ภาวุธ กล่าวอีกว่า แนวโน้มการใช้จ่ายของนักช็อปไทยในปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 1,270 บาท/เดือน ส่วนสินค้ายอดนิยมยังคงเป็นแฟชั่น 24% น้ำหอม 11% เฟอร์นิเจอร์ 11% อุปกรณ์ไอที 8% อาหารและเครื่องดื่ม 6% โดยสินค้าไอทีคาดว่าจะมีความนิยมสูงขึ้นจาก 4จี ที่กระตุ้นให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น

“การใช้จ่ายในตลาดออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอานิสงส์ 4จี ที่ทำให้คนเข้าถึงสินค้าผ่านมือถือง่ายขึ้น แม้ตลาดอี-คอมเมิร์ซจะเกิดภาวะฟองสบู่เพราะผู้ให้บริการบางรายยอมแบกต้นทุนเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาจับจ่ายราคาถูกโดยเน้นจำนวนผู้เข้าใช้งานให้มาก ซึ่งเป็นโอกาสดีของผู้ขายที่สามารถลดต้นทุนการเปิดหน้าร้าน ทำให้ธุรกิจออนไลน์มีอนาคตที่ดี”

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการใช้งานเทคโนโลยีของคนไทยจะดูดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายังล้าหลังกว่าประเทศในฝั่งยุโรปเป็นสิบปี เพราะทัศนคติในการเข้าใช้งานไอทีของคนไทยยังคงจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม ดังนั้นจึงต้องเร่งให้คนไทยใช้เทคโนโลยีให้เป็นและนำมาปรับใช้ในองค์กรให้ได้

“ยังมีคนอีกมากที่มีทัศนคติเกี่ยวกับการนำไอทีมาปรับใช้ในองค์กรให้ประสบผลสำเร็จได้น้อย แต่หากมององค์กร ในภาคธุรกิจการเงิน สื่อสารมวลชนหรือค้าปลีก จะเห็นว่ามีการปรับตัวและสร้างโอกาสในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้แล้ว อีกอย่างคือเรื่องของอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ที่เห็นได้ชัดเจนขึ้นและมีการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อเหล่านี้เยอะขึ้น ยิ่งเป็นโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น”

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตได้ดีขึ้น คือเรื่องการสนับสนุนของภาครัฐ ทั้งการใช้บัตรประชาชนเก็บข้อมูลและนำมาใช้จ่ายออนไลน์ได้ รวมทั้งการปรับภาษีทั้งการซื้อและขายก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจได้ดีขึ้น

“จากมูลค่าตลาดโฆษณาออนไลน์ที่มีกว่าหมื่นล้านบาทกว่า 80% เม็ดเงินในส่วนนี้ไหลออกไปยังผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต่างชาติ ทำให้ในอนาคตโลกออนไลน์จะเหลือแค่เฟซบุ๊กและกูเกิล ที่แข็งแรงและสามารถสร้างรายได้ให้ธุรกิจอย่างมหาศาล ดังนั้นการนำโซเชียลมีเดียมาปรับใช้เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจนั้น เป็นเรื่องที่ผู้บริหารทุกองค์กรควรรู้จักที่จะวางกลยุทธ์และนำมาปรับใช้งานอย่างเหมาะสม”

ปัจจุบันดิจิทัลและเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องการใช้งานเป็นครั้งคราวแบบเดิม แต่ต้องนำมาสร้างโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตและขยายโอกาสใหม่ๆ สำหรับอนาคต เพราะโลกออนไลน์หมายถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้น ดังนั้นธุรกิจต้องรู้จักวางกลยุทธ์แบบเดิมให้ผสานกับโลกออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่จากลูกค้าทั่วโลก

 

สุดยอดเมมโมรี่การ์ด! อายุยืนถึงพันล้านปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416884

สุดยอดเมมโมรี่การ์ด! อายุยืนถึงพันล้านปี

ม.เซาแธมป์ตันในอังกฤษ พัฒนาเมมโมรี่การ์ดที่อยู่รอดได้นานถึงพันล้านปี หวังใช้เก็บบันทึกสำคัญของโลก

มหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตันในอังกฤษ พลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการไอที ด้วยการวิจัย และพัฒนาอุปกรณ์บันทึกความทรงจำ หรือเมมโมรี่การ์ด ที่อาจมีอายุยืนยาวกว่ามวลมนุษยชาติ เพราะมันอาจอยู่รอดได้นานถึงกว่า 1,000 ล้านปีภายใต้อุณหภูมิ 87 องศาเซลเซียส หรือถ้าเก็บรักษาไว้ดีๆ ในอุณหภูมิปกติอาจอยู่ได้ตลอดไปด้วยซ้ำ

เจ้าสิ่งนี้ถูกเรียกว่า แผ่นผลึกซูเปอร์แมน (Superman Memory Crystal) เพราะมีรูปร่างเป็นแผ่นผลึกใสขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบบาทเล็กน้อย แต่สามารถเก็บข้อมูลได้ถึง 360 เทราไบต์ (TB) หรือ 1 ล้านล้านไบต์ แถมยังถูกเรียกว่าเป็นหน่วยความจำ 5 มิติ เพราะสามารถประมวลผลทั้งข้อมูลดิบ ขนาด และแนวโน้มทิศทางของข้อมูล

ขณะนี้ ทีมนักวิจัยได้เริ่มนำร่องการเก็บข้อมูล โดยบันทึกเอกสารสำคัญของชาวโลก เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ รัฐธรรมนูญแมกนาคาร์ตาของอังกฤษ และคัมภีร์ไบเบิล เป็นต้น เพื่อที่ในอนาคต มนุษยชาติจะยังคงมีข้อมูลของอารยธรรมหลงเหลือไว้ศึกษา หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

 

ทิมคุกค้านศาลสหรัฐสั่งเจาะไอโฟนมือปืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 12:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416866

ทิมคุกค้านศาลสหรัฐสั่งเจาะไอโฟนมือปืน

ผู้บริหารแอปเปิ้ลคัดค้านศาลสหรัฐสั่งปลดล็อกโทรศัพท์ของมือปืนคดีซานเบอร์นาดิโน

เชริ พิม ผู้พิพากษาประจำลอสแองเจลิส ออกคำสั่งให้ แอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ ให้ความช่วยเหลือแก่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ปลดล็อกโทรศัพท์ไอโฟนของ ซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิ้ล ระบุว่า บริษัทคัดค้านข้อเรียกร้องของศาล และสื่อสารถึงลูกค้าของแอปเปิ้ลว่า รัฐบาลขอให้บริษัทแฮ็กข้อมูลของลูกค้าตัวเอง ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าที่เป็นความก้าวหน้าของแอปเปิ้ลมาโดยตลอด

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและกลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิส่วนบุคคลต่างออกมาต่อต้านการตัดสินดังกล่าว ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กโดยแฮ็กเกอร์อื่นๆ และเป็นการทำลายความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ต รวมทั้งทำให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศอื่นมีข้อได้เปรียบเหนือกว่า

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวของรัฐบาลอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทางการเตรียมผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกักตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้นาน 3 เดือน โดยไม่ต้องมีการไต่สวน จากปัจจุบันที่กักตัวได้ 1 สัปดาห์ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภานิติ บัญญัติส่วนใหญ่ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีความเข้มงวดน้อยกว่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและออสเตรเลีย

ภาพ…เอเอฟพี

 

เอ็นฟอร์ซฯสบช่องแอพโต ผนึกคู่ค้ารายใหญ่เสริมทัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 22:10 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416807

เอ็นฟอร์ซฯสบช่องแอพโต ผนึกคู่ค้ารายใหญ่เสริมทัพ

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

แม้ภาพรวมการลงทุนของภาคธุรกิจจะดูไม่สดใสเท่าใดนัก แต่ในมุมของผู้จำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยสัญชาติไทย อย่าง เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้ตามเป้าที่วางไว้ และเชื่อว่าปีนี้จะสามารถโตต่อเนื่องได้อย่างน้อย 10-15%

นักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจรในประเทศไทย กล่าวว่า เทรนด์ไอทีที่คาดการณ์สำหรับปี 2559 นั้น สำหรับประเทศไทยยังคงช้ากว่าประเทศอื่นๆ 2 ปี ดังนั้นปัจจัยด้านการใช้จ่ายของภาครัฐและการพัฒนาไอทีขององค์กรขนาดใหญ่ จะช่วยให้ธุรกิจในกลุ่มรักษาความปลอดภัยมีโอกาสที่จะสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

จากแนวโน้มดังกล่าว เอ็นฟอร์ซฯ จึงเพิ่มหมวดเอ็นฟอร์ซ เน็ตเวิร์ก เข้ามาเสริมด้านความปลอดภัยแก่องค์กรที่มองเรื่องการลงทุนพัฒนาแอพให้ปลอดภัยจากการใช้งาน

“องค์กรต่างๆ ต้องการจะเข้าถึงระบบงานหรือลูกค้าให้ง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์โมบิลิตี้จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นทั้งในด้านการทำงานและสื่อสารองค์กรขึ้นมา แต่การพัฒนาหรือเข้าใช้งานอย่างปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทควรตระหนักถึง ดังนั้นการจับมือกับคู่ค้าใหม่ 3 ราย คือ หัวเว่ย เอฟฟิเชียนไอพี และเอ็กซ์ตราฮอพ จะเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้”

แนวโน้มเทคโนโลยีไอทีซีเคียวริตี้ในปี 2559 จะมีความต้องการในเรื่องป้องกันการเข้าใช้งานผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทแมชีน เพื่อรักษาข้อมูลไม่ให้สูญหาย เพราะการใช้งานคลาวด์สาธารณะย่อมต้องการความปลอดภัยอย่างมาก ซึ่งจะมีภัยคุกคามพุ่งเป้าโจมตีระบบคลาวด์และสร้างเครือข่ายแฮ็กกิ้งขึ้นมาเพื่อให้การเข้าใช้งานคลาวด์มีปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกองค์กร

“ยิ่งมีการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวกับสมาร์ทดีไวซ์ หรือ IAM (Identity Acquire Management) มากเท่าไร ภาคองค์กรยิ่งต้องวางระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงของพนักงานองค์กรให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์ให้สามารถเขียนระบบได้อย่างถูกต้อง เชื่อมต่อกับคลาวด์และปลอดภัยจากปัญหาภัยคุกคาม เชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก”นักรบ กล่าว

ปัจจุบัน เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว มีสินค้าในมืออยู่ประมาณ 22 ตัว แบ่งเป็น 3 ธุรกิจ คือ เน็ตเวิร์กซีเคียวริตี้ แอพพลิเคชั่นและงานบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่ 65% มาจากกลุ่มเน็ตเวิร์ก รองลงมา 25% มาจากแอพพลิเคชั่น ส่วนที่เหลือมาจากด้านงานบริการ

“บริษัทตั้งเป้าโตอย่างน้อยเป็นตัวเลข 2 หลักในทุกกลุ่ม เพราะเห็นการลงทุนจากภาครัฐ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเอนเตอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มหลักนี้มีการลงทุนเยอะที่สุด ส่วนสถาบันการเงินทั้งรายใหญ่และรายย่อยก็ยังคงมีการลงทุนด้านความปลอดภัยอยู่ต่อเนื่อง แต่ไม่มากเท่ากับ 3 กลุ่มหลักข้างต้น”

นอกจากนี้ บริษัทเชื่อว่าจะมีการแข่งขันทั้งด้านสินค้าและราคาในกลุ่มซีเคียวริตี้เพิ่มมากขึ้น จะมีรายใหม่เข้ามาอย่างน้อย 10 ราย ถือว่าเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภค นั่นแสดงว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศดี ทำให้ทิศทางโดยรวมของตลาดไอทีของประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดี

“บริษัทยังเชื่อมั่นกลยุทธ์ใจถึงและพึ่งได้ ว่าจะสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสินค้าด้านระบบรักษาความปลอดภัย แม้ทีมงานของเราไม่เยอะมาก แต่จะคอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา ด้วยความเป็นทีมวิศวกร แม้จะมีบุคลากรไม่เยอะแต่ความรู้ของพนักงานจะตอบโจทย์ความต้องการและช่วยแก้ปัญหาลูกค้าอย่างแน่นอน” นักรบ กล่าว

 

ถูกกว่าข้าวในห้าง! อินเดียเปิดตัวสมาร์ทโฟนFreedom251ราคา130บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416767

ถูกกว่าข้าวในห้าง! อินเดียเปิดตัวสมาร์ทโฟนFreedom251ราคา130บาท

อินเดียเปิดตัวสมาร์ทโฟนFreedom251ราคามหาถูกเพียง 130 บาท!!

เรียกได้ว่ากำลังเกิดการแข่งขันกันอย่างหนักเลยทีเดียวสำหรับตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศอินเดีย ล่าสุด Ringing Bells ค่ายผู้ผลิตมือถือท้องถิ่นได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อว่า Freedom 251 ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนระดับล่างทั่วไป แต่ที่น่าตกใจคือจะเตรียมวางจำหน่ายในราคาแค่เพียงแค่ 251 รูปีหรือประมาณ 130 บาทเท่านั้น!!

สเปคของ Freedom251 ถือว่าไม่น่าเกลียดเสียทีเดียว โดยจะมีหน้าจอหน้า 4 นิ้ว ความละเอียด 960×540 พิกเซล, ชิพเซ็ต  MediaTek 1.3GHz quad-core, แรม 1 GB, พื้นที่ความจุ 8 GB (ใส่ microSD เพิ่มได้), กล้างหลัง 3.2 พิกเซล, กล้องหน้า 0.3 พิกเซล, แบตเตอร์รี่ 1,450 mAh, ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์5.1′

ก่อนหน้านี้ทาง Ringing Bells ได้ออกมาประกาศว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จะมีราคาไม่เกิน 500 รูปี (ราว 260 บาท) ซึ่งถูกมากๆ แล้ว จนกระทั่งเผยราคาจริงว่าถูกว่าที่เคยโฆษณาไว้กว่าครึ่ง เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดในโลกขณะนี้เลยทีเดียว

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-21 ก.พ. โดยส่งมอบสินค้าวันที่ 30 มิ.ย.เฉพาะภายในประเทศอินเดียเท่านั้น

ที่มา http://gadgets.ndtv.com/mobiles/features/freedom-251-launch-your-5-point-cheatsheet-to-the-most-affordable-smartphone-803311, http://freedom251.com/