รัฐจัดระเบียบแม่ค้าเฟซบุ๊ก-ไอจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 07:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416565

รัฐจัดระเบียบแม่ค้าเฟซบุ๊ก-ไอจี

“พาณิชย์” เตรียมจัดระเบียบพ่อค้าแม่ค้าเฟซบุ๊ก ไอจี ขึ้นทะเบียน

น.ส.รัตนา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมมีนโยบายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ทำการค้าขายผ่านออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและบริการว่าเป็นธุรกิจที่มีตัวตน ไม่ถูกหลอกลวง ซึ่งจะช่วย ผลักดันให้การค้าออนไลน์ขยายตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ จะเชิญสมาคมการค้าซึ่งตอบรับแล้ว 32 สมาคม และตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ประมาณ 13 ราย มาหารือร่วมกันในวันที่ 23 ก.พ.นี้ เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยผลักดันให้สมาชิกที่ค้าขายออนไลน์มาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม กรมได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์ที่ค้าขายออนไลน์ จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปีนี้ให้ได้ 6 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกว่า 3 เท่าตัว

 

ล้ำไปอีก!’นิสสัน’โชว์เทคโนโลยี ปรบมือปุ๊บ-เก้าอี้เลื่อนเข้าที่ปั๊บ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 15:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416441

ล้ำไปอีก!'นิสสัน'โชว์เทคโนโลยี ปรบมือปุ๊บ-เก้าอี้เลื่อนเข้าที่ปั๊บ (ชมคลิป)

ชมคลิป’นิสสัน’โชว์คลิปเทคโนโลยีสำหรับคนขี้เกียจ ปรบมือปุ๊ป-เก้าอี้เลื่อนกลับเข้าที่ปั๊บ

สำนักข่าวไอทีต่างประเทศ The Verge ได้รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ค่ายรถญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง’นิสสัน’ได้ภูมิใจนำเสนออีกหนึ่งเทคโนโลยีล้ำๆ สำหรับใช้ในสำนักงาน เพียงแค่ปรบมือครั้งเดียว เก้าอี้เลื่อนที่วางระเกะระกะก็จะเคลื่อนกลับเข้าใต้โต๊ะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ต้องจัดให้เสียเวลาเลยทีเดียว

ทั้งนี้ คลิปวีดีโอเก้าอี้อัจฉริยะดังกล่าวไม่ได้เผยแพร่ขึ้นเพื่อหวังนำมาวางจำหน่ายแต่อย่างใด เป็นเพียงการอวดก้าวแรกของพัฒนาฟีเจอร์การจอดรถยนต์อัตโนมัติเท่านั้น

อย่าลอง!พบบั๊กร้ายใน’ไอโฟน’ เพียงตั้งวันที่ก็ทำเครื่องพังได้ (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416348

อย่าลอง!พบบั๊กร้ายใน'ไอโฟน' เพียงตั้งวันที่ก็ทำเครื่องพังได้ (มีคลิป)

พบบั๊กร้านในมือถือ’ไอโฟน’ เพียงตั้งวันกลับไปที่1ม.ค.1970ก็ทำเครื่องพังได้ทันที

กลายเป็นข่าวดังในวงผู้ใช้มือถือ’ไอโฟน’ เมื่อมีผู้ใช้ชาวจีนรายหนึ่งพบบั๊กใหม่ที่สุดแสนร้ายแรงที่สามารถทำเครื่องไอโฟนสุดรักของเราพังได้เลยทีเดียว ด้วยวิธีเพียงแค่การตั้งวันที่เท่านั้น!!

วิธีง่ายๆ พังเครื่องไอโฟนก็เพียงแค่ผู้ใช้ตั้งค่าไปที่วันที่ 1 มกราคม 1970 และเซฟค่าไว้ หลังจากนั้นเมื่อปิดเครื่องและเปิดใหม่ขึ้นมา เครื่องก็จะค้างที่หน้าโลโก้ ไม่สามารถเข้าใช้งานหน้าจอหลักได้ ต้องแก้ไขโดยการถอดแบตเตอรี่ออกมาใส่ใหม่เท่านั้น

บั๊กดังกล่าวพบว่าเกิดขึ้นในไอโฟนที่ใช้ซีพียูรุ่น 64-บิต ไม่ว่าจะเป็น A7, A8, A9, A9X (ตั้งแต่’ไอโฟน5เอส’ขึ้นไป ‘ไอแพด แอร์’และ’ไอแพด มินิ2’ขึ้นไป) สามารถพังได้ไม่ว่าปฏิบัติการบน iOS เวอร์ชั่นใดก็ตาม ซึ่งขณะนี้ทาง’แอปเปิล’กำลังสอบสวนหาสาเหตุและแก้ไขอยู่

แม้จะเป็นวิธีที่ดูง่ายๆ แต่ขอบอกว่าทำเครื่องพังได้จริงๆ นะจ้ะ เพราะฉะนั้นอย่าคิดลองหรือแกล้งเพื่อนเป็นอันขาด เจ้าของเครื่องก็อย่าลืมตั้งรหัสป้องกันไว้ด้วย

ที่มา Cult of Mac, NINA LIN/NEW YORK DAILY NEWS

หวังรัฐบุกอี-เพย์เมนต์ จุดพลุตลาดไอทีกระเตื้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 22:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416302

หวังรัฐบุกอี-เพย์เมนต์ จุดพลุตลาดไอทีกระเตื้อง

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การเดินหน้าอี-เพย์เมนต์ทั้งระบบของภาครัฐที่ตั้งเป้าให้เสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง ให้ใช้บัตรประชาชนและเบอร์มือถือในการชำระ-จ่าย-โอน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่เกินเดือน ก.ย. 2559 นี้ นอกจากจะเป็นโอกาสของประชาชนในการลดใช้เงินสด เพิ่มช่องทางจ่ายสะดวกขึ้นแล้ว คาดว่าจะเป็นโอกาสกลับมาของสินค้ากลุ่มไอทีอย่างพีซี แท็บเล็ต และระบบรักษาความปลอดภัยในการใช้งานร่วมกัน

จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หากการผลักดันในเรื่องอี-เพย์เมนต์ ของภาครัฐเกิดขึ้นได้จริงตามกำหนดที่วางไว้ จะมีอีโคซิสเต็มส์ที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลจากกลุ่มเอสเอ็มบีที่ต้องการตัวกลางในการจัดเก็บข้อมูล

“หากมองในแง่ดี จุดต่ำสุดของตลาดพีซีอาจจะฟื้นขึ้นเพราะนโยบายนี้ก็เป็นได้ นอกจากภาพรวมดิจิทัลอีโคโนมีที่ไม่ได้มีแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานแล้ว การผลักดันอี-เพย์เมนต์ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี”

ทั้งนี้ เพราะนอกจากจะกระตุ้นการใช้จ่ายแบบออนไลน์แล้ว ยังถือว่าเป็นโอกาสของสินค้ากลุ่มไอทีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพีซี มือถือหรือแท็บเล็ต ในการเป็นตัวกลางเข้าใช้งานระบบที่ร้านค้าหรือธุรกิจต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง เครื่องอ่านการ์ดก็น่าจะมาแรงสำหรับอ่านข้อมูลบัตร ไปจนถึงอินฟราสตรักเจอร์และคลาวด์ ในการเชื่อมโยงระบบการใช้งานให้ง่ายและทำงานร่วมกัน

จีรวุฒิ กล่าวเสริมอีกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่คาดว่าจะมาเติมเต็มส่วนเสริมในกลุ่มอี-เพย์เมนต์ คือ ตลาดแอพพลิเคชั่น เห็นได้จากนักพัฒนาระบบชำระเงินภาคเอกชนพยายามที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการรับชำระเงินให้ได้เหมือนอย่างเพย์พาลในต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มีตัวกลางใดสามารถสร้างความเชื่อมั่นและกวาดประชาชนไปใช้งานได้ทั้งหมด นอกจากแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นมาจากธนาคารเอง

“ทางบริษัทได้สนับสนุนนักพัฒนารุ่นใหม่ในการทำระบบกลางเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์มบนพีซีกับแอพพลิเคชั่น เพื่อให้การใช้งานของผู้บริโภคเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่คนจะนิยมนำไปใช้เป็นตัวกลางในเรื่องของการทำงานและเรื่องส่วนตัว แต่ก็ต้องรอดูว่าจะมีรายใดเป็นม้ามืดในจังหวะนี้”

ขณะเดียวกัน ความปลอดภัยในการเข้าใช้งานระบบอี-เพย์เมนต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ หากการผลักดันให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น ภาครัฐก็ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเข้าถึงและระวังเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลให้รัดกุมและปลอดภัยมากกว่าเดิม

คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโส บริษัทเทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้เข้าไปพูดคุยกับภาครัฐในเรื่องของการป้องกันระบบเข้าใช้งานและวางแผนเรื่องการเข้าถึงฐานข้อมูลส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้อย่างปลอดภัย

“ตอนนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อมและวางแผนก่อน ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะถ้าทำระบบเสร็จไปจนครบพร้อมให้ใช้งาน แต่ยังมีปัญหาเรื่องระบบความปลอดภัยจะกระทบต่อความเชื่อมั่น และในระยะยาวจะไม่มีใครกล้าเข้ามาใช้ช่องทางนี้ เพราะเรื่องของข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การเข้าถึงข้อมูลของประชาชนในแต่ละหน่วยงานควรจำกัดการเข้าดูข้อมูลตามความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องจะเข้าดูประวัติได้ทุกด้าน เพราะจะกลายเป็นการรุกล้ำเรื่องส่วนตัวเกินไป”คงศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องภัยจากการหลอกลวง การบุกเจาะระบบและการเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บหรือแอพยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานของภาครัฐได้เร่งขยายการดำเนินงานโครงการด้านความปลอดภัยและติดตั้งอุปกรณ์ด้านการเฝ้าระวังการโจรกรรมเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติม ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมและเพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้าใช้งานระบบของหน่วยงานส่วนกลางให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

“5จี” เปลี่ยนโลก สุดยอดเทคโนโลยีไร้สาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/416124

"5จี" เปลี่ยนโลก สุดยอดเทคโนโลยีไร้สาย

โดย…ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

แม้การประมูลเครือข่ายโทรศัพท์ระบบ 4จี ในไทยจะยังไม่มีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ แต่เทคโนโลยีไร้สายยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โลกได้รู้จักกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า “5จี” ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า 5จี จะเป็นเครือข่ายมือถือที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ระบบ 5จี จะทำให้การเชื่อมโยงเครือข่ายมือถือรวดเร็วขึ้นกว่าระบบ 3จี หรือ 4จี และวงการอุตสาหกรรมไร้สายคาดว่าระบบ 5จี จะสามารถเริ่มให้บริการได้ภายในปี 2020 นี้อย่างแน่นอน

โนเกีย เน็ตเวิร์ก ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ระบบ 5จี สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 4จี ถึง 1,000 เท่า โดยความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลของ 5จี อยู่ที่ 30 กิกะบิต/วินาที ซึ่งทำให้สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ความละเอียดสูงสุดได้เสร็จภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยวนาที

โนเกียยังคาดการณ์ว่า นอกจากระบบ 5จี จะช่วยเพิ่มความเร็วสำหรับเครือข่ายไร้สายแล้ว ยังช่วยให้ระบบรถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับการขับขี่ และศัลยแพทย์สามารถทำการผ่าตัดผ่านหุ่นยนต์ไร้สายได้

2จี เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1991 ซึ่งสามารถทำได้เพียงรับส่งข้อความเท่านั้น ต่อมาในปี 1998 มีการพัฒนาระบบ 3จี ขึ้น เพื่อให้เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นในปี 2008 ระบบ 4จี ก็ทำให้เข้าถึงทั้งการส่งข้อความ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการใช้งานวิดีโอ

ทว่า ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ จึงมีการพัฒนาระบบ 5จี เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทั้งการส่งข้อความ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงวิดีโอความคมชัดสูงสุด และระบบบ้านอัจฉริยะ (สมาร์ทโฮม) ซึ่งคือการใช้เทคโนโลยีควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านผ่านมือถือ

นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็นยังชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้จากระบบ 5จี ได้แก่

วิดีโอ มัลติแคสติ้ง คือ การส่งสัญญาณภาพและเสียงไปหลายผู้รับได้ในครั้งเดียว เช่น การถ่ายทอดสด ซึ่งต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นระบบ 5จี จะช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงวิดีโอ มัลติแคสติ้ง ได้ โดยจะสามารถเปลี่ยนมุมกล้องหรือเล่นวิดีโอซ้ำได้ตามที่ต้องการ และความคมชัดถึง 3,840×2,160 พิกเซล

สำหรับยานยนต์ไร้คนขับนั้นปฏิบัติการผ่านเครือข่ายไร้สาย แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นคือ ระยะเวลาแฝง หรือความล่าช้าของระบบปฏิบัติการระหว่างเซ็นเซอร์ของรถกับศูนย์ควบคุม ดังนั้นการใช้งานยานยนต์ไร้คนขับจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทันทีเพื่อให้ยานยนต์สามารถรับส่งข้อมูลกับศูนย์ควบคุมได้ในทันที

ในส่วนของหุ่นยนต์ผ่าตัด ซีเอ็นเอ็นระบุว่า หุ่นยนต์ผ่าตัดจำเป็นต้องมีการตอบสนองแบบเรียลไทม์รองรับ เพื่อให้ตอบสนองต่อคำสั่งที่มีความซับซ้อนสูงของแพทย์

สำหรับ โลกเสมือนจริง (วีอาร์) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักในยุคปัจจุบัน การทำงานของ 5จี จะช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานวีอาร์ ไม่เพียงเฉพาะระหว่างผู้ใช้งานกับระบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออนไลน์ระหว่างผู้ใช้งานกับผู้ใช้งานด้วยกันเองให้มีความเหมือนจริงมากขึ้น เสมือนราวกับอยู่ในสถานที่ทางกายภาพเดียวกัน

มาร์คัส เวลดอน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของโนเกีย ระบุว่า ระบบ 5จี จะพลิกโฉมหน้าขีดความสามารถของมนุษย์ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเครื่องจักรกลเทคโนโลยีมาใช้แทนมนุษย์

“เทคโนโลยีเครื่องจักรกลจะมีความอัจฉริยะและไร้สายมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดธุรกิจและการบริการใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์มีเวลาว่างมากขึ้น”เวลดอน กล่าว

ภาพ…เอพี

 

ลือ!’ไอโฟน’จอ4นิ้วรุ่นใหม่-‘ไอแพด แอร์3’จ่อขายจริง18มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/415986

ลือ!'ไอโฟน'จอ4นิ้วรุ่นใหม่-'ไอแพด แอร์3'จ่อขายจริง18มี.ค.

‘ไอโฟน5เอสอี’และ’ไอแพด แอร์3’จ่อขายจริง18มี.ค.นี้

มาอีกแล้วสำหรับข่าวลือมือถือ’ไอโฟน’รุ่นใหม่ เมื่อรายงานจากเว็บไซ์ข่าวไอที 9to5mac รายงานว่า ทางแอปเปิลได้เตรียมตัวเปิดตัว’ไอโฟน5เอสอี’ (iPhone5SE) หน้าจอ 4 นิ้ว และ’ไอแพด แอร์ 3′ (iPad Air3) ภายในเดือนมีนาคมนี้ และจะวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 มี.ค.

รายงานระบุว่า ไอโฟน5เอสอีจะมีรูปร่างเหมือน’ไอโฟน5เอส’ แต่จะมาพร้อมกับชิพเซ็ต A9, NFC และรองรับระบบจ่ายเงิน Apple Pay ทั้งยังจะมีคุณภาพกล้องบันทึกภาพระดับเดียวกับ’ไอโฟน6′

ส่วนไอแพด แอร์3 จะมีฟีเจอร์ต่างๆ คล้าย’ไอแพด โปร’ คือ จะมีลำโพง 4 ตัว และรองรับดินสอ’แอปเปิล เพนซิล’

ที่มา 9to5mac

 

ภัยไซเบอร์โจมตีไทยหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 07:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/415902

ภัยไซเบอร์โจมตีไทยหนัก

โลกออนไลน์ไทยโดนคุกคามหนักเพิ่ม 150% ติดอันดับ 2 ของอาเซียน เว็บไซต์รัฐ-ภาคการศึกษาถูกโจมตีมากสุด

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. เปิดเผยว่า จากผลสำรวจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ปี 2558 พบว่าประเทศไทยติดปัญหาภัยคุกคามเกี่ยวกับโปรแกรมไม่พึงประสงค์อันดับที่ 25 ของโลก และมีภัยเรื่องหลอกลวงกว่า 1,000 กรณี หรือ 26% การเจาะระบบ 23%

“สถิติช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า จำนวนภัยคุกคามที่ได้รับแจ้งเพิ่มกว่า 150% ที่สำคัญคือ สถิติภัยคุกคาม ประเภทเจาะหน้าเว็บของหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษาในไทยสูงถึง 81.56% เมื่อเทียบกับหน่วยงานทั้งหมด” นางสุรางคณา ระบุ

ทั้งนี้ ปี 2558 ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีกว่า 4,300 กรณี เป็นภัยคุกคามที่เกี่ยวกับโปรแกรมไม่พึงประสงค์กว่า 1,500 กรณี คิดเป็น 35% ภัยจากการหลอกลวงกว่า 1,100 กรณี คิดเป็น 23% สพธอ.ได้เข้าไปจัดการปัญหาภัยไซเบอร์แล้วกว่า 4,300 กรณี ซึ่งจากการจัดอันดับของไมโครซอฟท์และแคสเปอร์สกี้นั้น แสดงให้เห็นว่าไทยยังมีการป้องกันที่ไม่ดีพอ จึงต้องเร่งหาทางป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยการให้หน่วยงานรัฐจดโดเมนเนมเป็น .co.th เพื่อตรวจสอบการบุกรุกทางไซเบอร์

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามไซเบอร์ได้ขยายขอบเขตและสร้างความเสียหายรุนแรงขึ้น โดยประเทศไทยถูกภัยคุกคามไซเบอร์เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐจะโดนโจมตีมากที่สุด เนื่องจากขาดการเฝ้าระวังและขาดแคลนบุคลากร

อย่างไรก็ตาม ไอซีทีได้เร่งสร้างกลไกรับมือและขยายการรับรู้ด้านการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ผ่านศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) โดยขยายโครงการ ThaiCERT Government Monitoring System ป้องกันภัยคุกคามและการโจมตีทางไซเบอร์ให้ 80 หน่วยงาน 240 เว็บไซต์ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดอันดับการถูกโจมตีออนไลน์ของไทยให้ลดลงภายใน 2 ปี

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ รองผู้อำนวยการ สพธอ. กล่าวว่า เว็บไซต์ภาครัฐที่ถูกคุกคามมากที่สุดคือ เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา โดยโดเมนเนม .go.th และ .ac.th มีสถิติถูกโจมตีสูงกว่า 80% ของภัยคุกคามภาครัฐ

 

สำรวจพบการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/415830

สำรวจพบการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

เผยผลสำรวจการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง พบร้อยละ59ของเด็กไทยไม่ไว้ใจพ่อแม่รับฟังปัญหา

ดีแทค ร่วมกับ เทเลนอร์กรุ๊ป เผยผลสำรวจเพื่อร่วมรณรงค์ในช่วงสัปดาห์ของ Safer Internet day วันรณรงค์ใช้อินเทอร์เน็ตปลอดภัยโลก เรื่องผลกระทบที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเด็กไทย พบว่ากำลังเผชิญหน้าการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbully) ภัยเงียบที่กำลังคุกคามและเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและถูกพูดถึงมากที่สุด โดยพบว่าร้อยละ 59 ของเด็กไทยไม่ไว้ใจพ่อแม่ ใช้วิธีเก็บตัว แก้แค้นแทนหากโดนกลั่นแกล้งบนออนไลน์ พร้อมประกาศนำโครงการ Safe Internet สร้างสังคมชาวเน็ต หยุดรังแก ข่มเหง ทำร้ายกันบนโลกออนไลน์ ตั้งเป้าทำกิจกรรมลดปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ Safe Internet การใช้อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ มุ่งเน้นปูพื้นฐานให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องให้กับเด็กและเยาวชนเป็นหลัก สอดคล้องกับสถิติในภาพใหญ่ของประเทศไทยที่พบว่ามีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 75 และมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดถึง 54.2 ชั่วโมง /สัปดาห์  (เกือบ 8 ชั่วโมงต่อวัน) และด้วยเหตุนี้จึงได้ทำผลสำรวจเป็นประจำทุกปี และจะทำการเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์ของ Safer Internet day วันรณรงค์ใช้อินเทอร์เน็ตปลอดภัยโลก เพื่อชี้เห็นถึงสภาวการณ์ปัจจุบันและร่วมรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจและพฤติกรรมการใช้งานบนโลกออนไลน์ของเด็กไทยที่จะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางแก้ไขและป้องกัน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์สามารถนำไปใช้สอนและแนะนำเด็กได้อย่างถูกต้อง โดยครั้งนี้เป็นผลการทดสอบจากเด็กจำนวนทั้งสิ้น 1,336 คน อายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งอยู่ในหัวเมืองหลัก พบว่า เด็กไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ที่หลากหลายโดยเฉพาะเรื่องการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying)

ร้อยละ 33 ของเด็กไทยมีประสบการณ์ของการเป็นทั้งผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งหรือก่อกวนบนโลกออนไลน์ จากคนที่ไม่รู้จัก และหรือจากคนที่รู้จักซึ่งเป็นคนเดียวกับที่แกล้งอยู่ในโลกของความเป็นจริง และในขณะเดียวกันเด็กเหล่านี้ก็กลับเป็นผู้กลั่นแกล้งคนอื่นบนโลกออนไลน์โดยปิดบัง ไม่เปิดเผยชื่อจริงในการใช้อินเทอร์เน็ต

ร้อยละ 35 ของเด็กไทย จะถูกสิ่งเร้าต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะกับเว็บไซด์ที่ไม่เหมาะสมต่างๆ อาทิ เกมอันตราย หรือเว็บอนาจาร ที่เต็มไปด้วยคำก้าวร้าวและหยาบคาย ซึ่งจะเข้าไปดูและเกิดพฤติกรรมเลียบแบบ

ร้อยละ 59 ของเด็กไทย จะรู้สึกว่าตนเองสามารถแก้ปัญหาหรือเผชิญหน้ากับความเลวร้ายบนโลกออนไลน์นี้ได้ด้วยตัวเอง หรือจะปรึกษาเพื่อนเป็นอันดับแรก

ในขณะที่มีตัวอย่างกรณีศึกษาที่จะชี้ให้เห็นว่า การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ของเด็กไทยเป็นภัยใกล้ตัวที่น่าวิตกมาก โดยเป็นบทสัมภาษณ์เด็กชายทอม (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี (ที่มา: เรื่องพฤติกรรมการข่มเหงรังแกกันบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนชั้นประถม 4-6 ของนางสาวชัชฎาภรณ์ พรมนอก นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล ปีพ.ศ. 2558) ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยมีคนเอารูปจากกล้องวงจรปิดหรือกล้องโทรศัพท์ เป็นภาพตอนที่เด็กชายทอมกำลังอาบน้ำ เป็นภาพเปลือยจากด้านหลังโพสต์อยู่บนหน้าเฟซบุ๊กของเด็กชายทอมเอง ขณะเล่าเด็กชายทอมร้องไห้ไปด้วย และพยายามตามสืบว่าคนโพสต์เป็นใคร เมื่อตามสืบไปในเฟซบุ๊กของคนโพสต์ก็ไม่มีข้อมูลมีแต่รูปเป็นผู้ชายหันหลัง เมื่อได้ส่งข้อความไปหาคนโพสต์ก็ได้รับข้อความตอบกลับมาว่า “เดี๋ยวลบให้” เด็กชายทอมตัดสินใจไม่บอกใคร เก็บตัว ไม่เล่นเฟซบุ๊ก มีความกลัวว่าเขาจะนำภาพนี้ไปทำให้เสียชื่อเสียงด้วยวิธีอื่นๆ คนที่เชื่อใจมากที่สุดคือเพื่อนสนิท เพื่อนแนะนำว่าให้ปิดเฟซบุ๊กที่ใช้อยู่แล้วไปสมัครใหม่ ไม่แนะนำให้ไปบอกผู้ใหญ่เพราะกลัวว่าผู้ใหญ่ทราบเรื่องแล้วจะไปแจ้งตำรวจเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กชายทอมมีอาการฝันร้ายฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตกใจตื่นกลางดึก หลังจากที่คุยปรึกษาเพื่อนก็พยายามลืมเรื่องราวนี้ไปแต่ก็ลืมไม่ได้ คิดว่าถ้าทราบว่าเป็นใครก็จะบอกพ่อแต่ไม่กล้าบอกตอนนี้ และยังเกิดความระแวงกลัวว่าจะมีอุปกรณ์อะไรติดตั้งไว้ในห้องน้ำอีกหรือไม่ หลังจากนั้นเด็กชายทอมก็ได้เข้ามาปรึกษานักจิตวิทยาที่โรงเรียนเป็นระยะๆ

จากกรณีข้างต้น จะพบว่าปัญหาเรื่องของการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) จะเป็นปัญหาที่เด็กไทยเผชิญอยู่และมีอัตราการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นมหันตภัยเงียบที่เด็กอาจจะทำหรือโดนกระทำอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ปัญหาที่สามารถลดลงได้นั่นคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนครูอาจารย์ ซึ่งจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจถึงพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็ก และคอยสอดส่องดูแล สร้างพื้นที่ความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก

 

สมาร์ทโฟนดิ้นหนีตาย สู้ศึกโอเปอเรเตอร์ร่วมวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/415679

สมาร์ทโฟนดิ้นหนีตาย สู้ศึกโอเปอเรเตอร์ร่วมวง

โดย…ทีมข่าวไอทีโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยภายหลังการเปิดประมูล 4จี ดูเหมือนจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่ายโดดเข้ามาจัดโปรโมชั่นแลกเครื่อง แจกเน็ตเพิ่ม หรือถ้าใครเลือกโปรใหม่พร้อมซื้อเครื่องใหม่ก็รับของแถมไปมากมาย หวังกระตุ้นผู้บริโภคให้ย้ายเครือข่ายหรือเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่จาก 2จี มาเป็น 3จี หรือ 4จี มากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ภาพของการแข่งขันในตลาดจากเดิมที่เป็นระหว่างแบรนด์ผู้ผลิตด้วยกันเองจะเพิ่มโอเปอเรเตอร์เข้ามาอีกหนึ่งส่วนและเน้นจับตลาดล่าง ทำให้ผู้เล่นกลุ่มล่าสุดนี้ แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปได้ไม่น้อยกว่า 30% ของภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด ซึ่งภาพการแข่งขันเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายในงาน “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 ก.พ. 2559 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่นอกจากจะมีบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนกว่า 40 แบรนด์แล้วโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 3 ค่าย ก็มาเต็มไม่แพ้กัน

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ กล่าวว่า ทิศทางตลาดสมาร์ทโฟนตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมา เริ่มเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการส่งเครื่องราคาระดับล่าง 1,000-3,000 บาท ของกลุ่มโอเปอเรเตอร์ ที่งัดโปรโมชั่นและเงื่อนไขพิเศษมาดึงดูดผู้บริโภคไปใช้เครือข่ายของตน แต่ไม่ส่งผลกระทบในเรื่องของแบรนด์ออปโป้ที่เน้นจับตลาดระดับกลางถึงบน 6,000-9,000 บาท

“ปีนี้ตลาดสมาร์ทโฟนมีอัตราเติบโตราว 10% หรือ 15 ล้านเครื่อง ถือว่าโตน้อยกว่าปี 2556-2557 ที่มีอัตราเติบโตราว 30% มองว่ามาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ส่วนทิศทางการประมูล 4จี ชัดเจนรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายจาก 2จี สู่ 3จี ผู้บริโภคยังมีความต้องการเครื่องอยู่ ซึ่งเมื่อหักลบกันแล้วอาจเรียกได้ว่าอยู่ในระดับทรงตัวหรือเติบโตไม่มาก จึงยังนำเครื่องรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ในราคา 8,990 บาท ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 1.2-1.5 ล้านเครื่อง หลังจากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 5% เป็น 7%” ชานนท์ กล่าว

ด้าน ทวนทอง ศรีวิเชียร ผู้จัดการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้คาดว่าจะคงที่ ในขณะที่การแข่งขันสมาร์ทโฟนระดับต่ำกว่า 3,000 บาท มีความรุนแรงสูงจากการนำเครื่องเข้ามาขายเพิ่มจากโอเปอเรเตอร์

“ปีนี้ถือเป็นปีที่โอเปอเรเตอร์จะเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้นกว่าเดิม จากการเข้ามาใช้เงินอุดหนุน (ซับซิไดซ์) สมาร์ทโฟนราคาสูงให้ลูกค้าจับต้องได้เพื่อดึงความสนใจให้หันมาใช้บริการเครือข่าย ทำให้บริษัทต้องปรับตัวในการจำหน่ายสินค้าร่วมกับทางโอเปอเรเตอร์ถึง 40% และเตรียมเจรจากับค่ายอื่นเพิ่มเติม” ทวนทอง กล่าว

ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและงานขายกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสตั้งเป้าลูกค้า 4จี สิ้นปีนี้ 10 ล้านราย จากฐานลูกค้าที่ใช้งานเน็ตเวิร์กอยู่แล้ว จากตอนนี้ที่มีดีไวซ์รองรับ 4.4-4.5 ล้านเครื่อง คาดว่าจะแตะ 6 ล้านเครื่องได้ไม่ยาก

“เพื่อให้เป็นไปตามเป้า เอไอเอสได้จัดโปรโมชั่นเพิ่มความต้องการใช้งาน 4จี ให้แก่ลูกค้าที่มีความพร้อมเรื่องของดีไวซ์อยู่แล้ว ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้บริษัทไม่ค่อยกังวล แต่มีลูกค้ากลุ่มที่ใช้งานเครื่อง 3จี อยู่และต้องการอัพเกรดดีไวซ์ที่รองรับ 4จี ได้ในราคาไม่สูงมาก ทำให้เอไอเอสเข้ามาจับตลาดนี้เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้า” ฐิติพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดโอเพ่นมาร์เก็ตสมาร์ทโฟนในปี 2559 นี้ จะมีแนวโน้มทิศทางราคาที่ต่ำลงเหลือราว 2,000 บาท/เครื่อง จากปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,900 บาท ทำให้ผู้ผลิตแต่ละค่ายจัดเครื่องใหม่เข้ามาเติมเต็มความต้องการในตลาด

ยกตัวอย่างเช่น เลอโนโวจับตลาดกลุ่มกลาง-บน เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ ราคา 7,590-15,990 บาท ทรูเปิดตัวทรูสมาร์ท แม็กซ์ 3 รุ่น ราคา 1,590-3,090 บาท ส่วนแบรนด์ดังที่ลดราคาอย่าง ซัมซุง จัดโปรโมชั่น ซื้อกาแล็กซี่โน้ตเงินสดลดเพิ่ม 3,000 บาท วีโว่ ลดราคารุ่น X Play จาก 13,990 บาท เหลือ 9,990 บาท เป็นต้น

 

ตรวจมือถือ’ลาวา’บึ้ม ซ้ำรอบสอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/415668

ตรวจมือถือ'ลาวา'บึ้ม ซ้ำรอบสอง

กสทช.สั่งตรวจมาตรฐาน เอไอเอส-ลาวา อีกรอบ หลังมือถือระเบิดขณะชาร์จแบต

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้เชิญบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ “ลาวา” และบริษัท ลาวา อินเตอร์เนชั่นแนล (ฮ่องกง) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกัน หลังเกิดเหตุโทรศัพท์มือถือยี่ห้อลาวาเกิดไฟลุกไหม้ในบ้านพักของชาวบ้านใน จ.ฉะเชิงเทรา ระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ โดยสำนักงาน กสทช.ได้สั่งให้เอไอเอสและลาวานำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อลาวาไปทดสอบมาตรฐานเพิ่มเติมอีกครั้งในแล็บมาตรฐานที่มีความเชี่ยวชาญและตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ก่อนรายงานผลกลับมายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 2 สัปดาห์

สำหรับการเยียวยานั้น เอไอเอสได้จัดหาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้แก่เจ้าของเพื่อทดแทนเครื่องเดิมแล้ว ทั้งนี้ กสทช.จะดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ และหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ขอให้ประชาชนแจ้งมายังคอลเซ็นเตอร์ 1200 ของสำนักงาน กสทช. พร้อมนาเครื่องและอุปกรณ์ที่เกิดเหตุมาให้ตรวจสอบด้วย ทั้งนี้เพื่อสอบข้อเท็จจริงสำหรับใช้เป็นฐานเยียวยา