ตะลอนเที่ยว : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังฤดูร้อนของกรุงรัตนโกสินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772878

ตะลอนเที่ยว : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังฤดูร้อนของกรุงรัตนโกสินทร์

ตะลอนเที่ยว : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังฤดูร้อนของกรุงรัตนโกสินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระราชวังฤดูร้อนแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้ชื่อว่างดงาม แต่เรียบง่ายมากที่สุดคือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน แห่งเมืองเพชรบุรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น เมื่อ 2466-2467 สำหรับประทับในช่วงฤดูร้อน

ปัจจุบันพระราชฐานแห่งนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

ในปีหน้านี้ พระราชฐานแห่งนี้จะมีอายุ 100 ปี ซึ่งน่าจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ แต่ทว่าสภาพปัจจุบันของพระราชฐานมีความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แม้ผู้ดูแลจะพยายามซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพที่ดีสักเพียงใด แต่ก็ต้องเสื่อมไปตามสภาพเนื่องด้วยกาลเวลา

ดังนั้น วันนี้ Mr. Flower จึงขออนุญาตมูลนิธิฯ เชิญชวนคุณผูู้อ่านแนวหน้าได้โปรดร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์พระราชฐานให้กลับมาวิจิตรงดงามดังเดิม ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกบูรโณปถัมภ์ ได้ที่ https://forms.gle/gQL9CwgBESvfRiBn9 ค่าสมาชิกคือ 6,910 บาทสิทธิพิเศษที่สมาชิกจะได้รับคือ afternoon tea และของว่างยามบ่าย คือขนมอร่อยๆ ของเมืองเพชรฯ พร้อมกับแซนด์วิชตำรับพิเศษของมูลนิธิฯ ที่เรือนเจ้าพระยารามราฆพ ณ ริมทะเลชะอำที่แสนสงบ แล้วหลังจากนั้น เมื่อเข้าชมพระราชฐานครั้งต่อๆ ไปจะได้รับส่วนลดพิเศษ และสามารถนำพาผู้ติดตามไปได้อีกหนึ่งคน โดยจ่ายค่าเข้าชมในราคาลดพิเศษ แต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ก่อนเข้าชม 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Mr.Flower นำคณะเล็กๆ ไปชมพระราชฐานแห่งนี้ พร้อมชมการสาธิตอ่านบทพระราชนิพนธ์ มัทนะพาธา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ แล้วชมการแสดงละครมัทนะพาธา ณ สวนมัทนะพาธา 

ขอบอกกล่าวเล่าประวัติของพระราชนิเวศน์มฤคทายวันให้ทราบโดยคร่าวๆ ดังนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายแอร์โกเล มันเฟรดี (Ercole Manfredi) สถาปนิกชาวอิตาเลียน ออกแบบพระราชนิเวศน์ฯ ในรูปแบบไทยผสมตะวันตก โดยใช้ไม้สักทองสร้างทั้งหมด พระราชฐานแห่งนี้ยกพื้นสูง มีใต้ถุนโล่ง มีเสาคอนกรีตเป็นตัวฐานทั้งหมด 1,080 ต้น ที่ฐานของเสามีรางน้ำเพื่อกันมด ปลวก และสัตว์อื่นๆ ไต่ปีนป่ายขึ้นไปบนพระที่นั่ง องค์พระราชฐานส่วนใหญ่เปิดโล่งเพื่อรับลมทะเลตลอดเวลา หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวสี่เหลี่ยม องค์พระที่นั่งมีบานเกล็ดระบายความร้อน และเปิดรับแสงสว่าง 

องค์พระที่นั่งพระราชนิเวศน์มฤคทายวันมีความยาวทั้งสิ้น 399 เมตร แบ่งเป็นสามส่วนคือ ท้องพระโรง เขตที่ประทับฝ่ายหน้า และเขตที่ประทับฝ่ายใน โดยมีทางเชื่อมถึงกันโดยตลอด สำหรับพระที่นั่งมีพระนามดังต่อไปนี้ 

พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ มีท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกทรงว่าราชการ รับพระราชอาคันตุกะ และเพื่อใช้ทรงประกอบพระราชพิธี และมีเวทีสำหรับแสดงละครด้วย

หมู่พระที่นั่งสมุทรพิมาน ความสำคัญคือ เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีทางเชื่อมต่อไปยังศาลาลงสรงฝ่ายหน้า

หมู่พระที่นั่งพิศาลสาคร เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรราชชายาและมีทางเชื่อมต่อไปยังศาลาลงสรงฝ่ายใน 

นอกจากนี้ยังมีสวนต่างๆ เช่น สวนเวนิสวานิช สวนศกุนตลา และสวนมัทนะพาธา

ก่อนจะลากันในวันนี้ ขอเชิญชวนคุณๆ ร่วมกันเป็นสมาชิกบูรโณปถัมภ์ เพื่อร่วมกันบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวันให้กลับมาวิจิตรงดงามเหมือนดังเดิม และขอเชิญคุณๆ ไปเที่ยวชม เพื่อชื่นชมกับความงามของพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ 

สำหรับคุณๆ ที่สนใจจะไปเที่ยวชมพระราชนิเวศน์ฯ เป็นหมู่คณะ และต้องการให้ Mr.Flower นำพาคุณไปเที่ยวชม แล้วไปชมแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจของเมืองเพชรฯ สามารถติดต่อได้ที่ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : กว่าจะปรากฏความงดงามของโขนต่อสายตาผู้ชม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771438

ตะลอนเที่ยว : กว่าจะปรากฏความงดงามของโขนต่อสายตาผู้ชม

ตะลอนเที่ยว : กว่าจะปรากฏความงดงามของโขนต่อสายตาผู้ชม

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับการยกย่องจากสาธารณชนที่ได้ไปชมการแสดงแล้ว โดยทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า งดงาม วิจิตร อลังการ เมื่อได้ชมแล้วแสนจะภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย เพราะเราทุกคนมีบรรพบุรุษผู้ทรงคุณ ที่ได้รังสรรค์ศิลปะการแสดงชิ้นสำคัญนี้ไว้เป็นมรดกของชาติไทย

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในวันนี้ มีกำเนิดการแสดงครั้งแรก ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2550 โดยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระราชทานชุบชีวิตการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของแผ่นดินให้กลับฟื้นคืนมาสู่สาธารณชน ด้วยความที่พระองค์ท่านทรงเอาพระทัยใส่ในการทรงทำนุบำรุงและส่งเสริมให้โขนอยู่คู่กับแผ่นดินไทยสืบต่อไปอีกทั้งทรงอุทิศทั้งพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้การแสดงโขนตามแบบฉบับของราชสำนัก ซึ่งเป็นการสืบทอดรักษาภูมิปัญญาของงานศิลป์ทุกสรรพแขนงเข้าด้วยกัน ทั้งด้านวรรณกรรม นาฏกรรมคีตกรรม การขับร้องบรรเลง ศิลปกรรมทุกแขนง ทั้งหัตถศิลป์ และงานช่างฝีมือสารพัดชนิด อีกทั้งด้านพัสตราภรณ์ ศิราภรณ์ จนในที่สุดโขนได้กลับมาเป็นที่นิยมอย่างสูงในสังคมไทยอีกครั้ง และที่น่าภาคภูมิใจมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งคือองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนและประกาศให้โขนของไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ เมื่อปี 2561 

สำหรับในปีล่าสุดนี้ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ โดยจะเปิดการแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2566 เท่านั้น ซึ่งบัดนี้บัตรเข้าชมการแสดงทุกรอบได้ถูกจำหน่ายหมดไปเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้น ผู้ที่พลาดชมการแสดงในปีนี้ ก็ต้องอดใจรอชมการแสดงตอนใหม่ในปีหน้า 

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯครั้งแรกเมื่อปี 2550 นำเสนอตอนพรหมาศ และในปี 2552 ได้นำตอนพรหมาศ กลับมาแสดงอีกครั้ง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างมากมาย จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขนเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2552 มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการแสดงตอนต่างๆ ไปแล้ว ดังนี้ ปี 2553 ตอนนางลอย ปี 2554 ตอนศึกมัยราพณ์ปี 2555 ตอนจองถนน ปี 2556 ตอนโมกขศักดิ์ ปี 2557 ตอนนาคบาศ ปี 2558 ตอนพรหมาศ ปี 2559 ตั้งใจจะนำเสนอตอนพิเภกสวามิภักดิ์ แต่ต้องยกเลิกการแสดงเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ต่อมาปี 2560 จึงจัดแสดงโขนพิเศษขึ้นสามตอน คือสีดาหายถวายพล และพิเภกสวามิภักดิ์ ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง 

ครั้นในปี 2561 จึงจัดการแสดงตามปกติ ณ โรงละครศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ปี 2562 ตอนสืบมรรคา ต่อมาเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ต้องงดการแสดงจนกระทั่งในปี 2565 ได้กลับมาจัดการแสดงตอนสะกดทัพ และปีล่าสุด 2566 ตอนกุมภกรรณทดน้ำ

วันนี้ Mr. Flower ขอนำภาพเบื้องหลังบางช่วงบางตอนของคณะทำงานเพื่อให้การแสดงโขนได้ปรากฏความวิจิตรอลังการต่อสายตาผู้ชม เหตุที่บอกว่าเบื้องหลังบางช่วงบางตอน เพราะอันที่จริงยังมีบุคคลอยู่เบื้องหลังการทำงานนี้อีกมากมาย ตั้งแต่คณะทำงานเริ่มต้นผู้เขียนบท ผู้ทำฉาก ผู้คัดเลือกนักแสดง ผู้ฝึกซ้อมนักแสดง ตัวของนักแสดง นักร้อง นักดนตรีนักพากย์ ช่างเทคนิคต่างๆ ช่างแต่งตัว ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม เจ้าหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ประกอบการแสดง เจ้าหน้าที่จัดเตรียมอาหารการกินให้นักแสดง ฯลฯ 

ส่วนภาพที่นำมาเสนอในวันนี้ ก็เป็นภาพบนเวทีการแสดงที่แสนวิจิตรตระการตากับภาพเบื้องหลังการแสดง ที่ชี้ให้เห็นถึงการแต่งหน้า แต่งตัว ทำผม บอกได้เพียงคำเดียวว่าทุกคนทุ่มเทกับการแสดงโขนครั้งนี้มากที่สุด เพื่อให้ออกมางดงามสมกับที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ทรงชุบฟื้นให้โขนได้กลับมาโลดแล่นอย่างโดดเด่นสมศักดิ์ศรีของการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770083

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของการไปเที่ยวประเทศอังกฤษ คือการได้ไปเที่ยวชมบ้านเมืองในชนบท โดยเฉพาะชนบทที่เต็มไปด้วยธรรมชาติไร้ความพลุกพล่านวุ่นวายเมื่อเปรียบเทียบกับกรุงลอนดอน

อันที่จริงหมู่บ้านชนบทในอังกฤษมีมากมายก่ายกองให้คุณๆ เลือกเที่ยวได้ตามกำลังทรัพย์ และความชื่นชอบ แต่วันนี้Mr.Flower ชวนคุณไปเที่ยวเมืองที่อยู่นอกกรุงลอนดอน นั่งรถยนต์ออกจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หากจะพูดถึงที่ตั้งจริงๆ ของ Bourton on theWater คืออยู่ที่ Cotswold, Gloucestershireมีแม่น้ำ Windrush ไหลผ่าน โดยที่นี่เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ (Conservation Area) เมืองนี้มีประชากรประมาณ 3,500 คนเท่านั้น แต่ทว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึงปีละ 3 แสนคนเป็นอย่างน้อย

ความน่ารักของเมืองคือมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลอ้อยอิ่งผ่าน โดยมีสะพานขนาดเล็กทำด้วยหินเป็นตัวเชื่อมสองฟากฝั่งเมือง ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีความน่าสนใจมากตรงที่บ้านเรือนมีสไตล์แบบ English Coutryบ้านช่องส่วนใหญ่มีเพียง 1-2 ชั้นเท่านั้น มีสวนแบบอังกฤษที่หน้าบ้าน ตัวบ้านทำจากหินและคอนกรีต หลังกะทัดรัดมาก ดูแล้วอบอุ่นน่าพักอาศัย ส่วนบนสายน้ำก็มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวคือฝูงเป็ดและหงส์ กับห่านว่ายวนเวียนหาอาหารในน้ำ แล้วก็รอรับอาหารจากนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน เป็ดและห่านที่นี่เป็นมิตรมาก ไม่กลัวผู้คน เพราะรู้ว่าคนไม่ทำอันตราย แถมใจดี มีอาหารให้กินบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือผู้คนที่ไปเยือนเมืองนี้ชอบถ่ายรูปกับเป็ดและหงส์

นอกจากเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ในหมู่บ้านแล้วนั่งเล่นสบายๆ ริมสายน้ำ นั่งดูเป็ดและห่านแล้ว ก็ยังมีร้านรวงเล็กๆ ให้เลือกกินอาหาร ขนม ไอศกรีม และซื้อของที่ระลึกมากมายพอประมาณ มีโรงแรมสองแห่ง เห็นแล้วน่าพักมาก แต่ไม่มีเวลาพัก เพราะต้องกลับเข้าไปนอนในกรุงลอนดอน เนื่องจากยังมีงานคั่งค้างในช่วงค่ำ แต่ตั้งใจว่าจะกลับไปพักค้างคืนให้จงได้ในอนาคตอันใกล้ (หากคุณๆ สนใจร่วมทริปในเร็วๆ นี้ ก็ขอให้บอกนะครับ จะได้พาคุณๆ ไปเที่ยวด้วยกัน)

ช่วงเวลาที่ Mr.Flower ไปเที่ยวเมืองนี้คือเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านไป อากาศเย็นสบายมาก เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ยังไม่หนาวจัดมากนัก ถ้าหากคุณคิดจะไปฉลองคริสต์มาสที่สุดพิเศษในเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารักแห่งนี้ รับรองว่าคุณจะประทับใจมากจนยากจะลืมได้ แล้วยิ่งหากไปกับคนรู้ใจด้วยแล้ว รับรองว่าจะสุดแสนโรแมนติก จนเกินจะหาคำบรรยายได้

ขอกระซิบถามว่า เมื่อดูภาพของเมืองBourton on the Water แล้ว คุณมีความคิดอยากไปสัมผัสความน่ารักของเมืองนี้หรือไม่ หากต้องการไปเที่ยวเมืองน่ารัก ที่แสนสงบ ติดต่อ Mr.Flower ได้ที่ 091-7233615 แล้วเราไปเที่ยวด้วยกันครับ แต่เน้นว่าไปเพียงกลุ่มเล็กๆ 8-10 คน เท่านั้นครับ หากสนใจรีบติดต่อครับ

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768618

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวนานาชาติ ทั้งกลุ่มที่เคยมาเที่ยวไทยแล้ว และกลุ่มที่ไม่เคยมาเที่ยวไทย แต่ตั้งใจจะมาเที่ยวในอนาคต จะได้รับคำตอบเหมือนๆ กัน เมื่อถามว่า ทำไมต้องการไปเที่ยวเมืองไทย คำตอบที่ได้รับคือ เพราะความประทับใจในรอยยิ้มสยาม และชื่นชอบในอัธยาศัยไมตรี รวมความมีน้ำใจเอื้ออารีของคนไทย

สิ่งเหล่านี้ นับเป็นเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซาบซึ้งและตราตรึงประทับใจในความเป็นไทย แล้วเป็นเครื่องดึงดูดให้นักท่องเที่ยว
จากทั่วโลกต้องการมาสัมผัสรอยยิ้มสยามและความมีน้ำใจของคนไทย

ในงาน World Travel Mart (WTM) 2023 ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ Excel วันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2566 ทั้งนี้ ในวันที่6 พฤศจิกายน 2566 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเสด็จร่วมงานนี้ ณ คูหาประเทศไทย ในพระฐานะทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพระราชทานสัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยถึงประเด็นความมีมิตรไมตรีของคนไทย และรอยยิ้มสยามว่ามีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนานาชาติหลงใหลประเทศไทย และพระราชทานสัมภาษณ์แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในการนี้ ทรงประดิษฐ์กระเป๋าถือทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ (re-cycle) เพื่อทรงเน้นย้ำให้เห็นว่าเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และเน้นการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยกันรักษาโลกของเราให้มีสภาวะแวดล้อมที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ได้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานกระเป๋าทรงประดิษฐ์จากพระหัตถ์ 

งาน World Travel Mark 2023 ณ กรุงลอนดอน เป็นนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติที่สำคัญ และเก่าแก่มากที่สุดของกรุงลอนดอน เป็นงานจัดแสดงความก้าวหน้า และนำเสนอสินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติ โดยมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมงานนี้

สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดคูหาประเทศไทยโดยเน้นแนวคิดด้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ นอกจากนี้ภายในงานยังมีผู้ประกอบการการท่องเที่ยวภาคเอกชนจำนวนกว่า 40 ราย นำผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของตนเองไปนำเสนอต่อตัวแทนผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจากนานาชาติที่ไปร่วมงานนี้ 

ส่วนความเห็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวต่างประเทศบอกกับ Mr.Flower ว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวยุโรป เพราะไทยมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งด้านอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแบบธรรมชาติ และโบราณสถาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา ศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี และในระยะหลังยังมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวที่เน้นให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่แท้จริงของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้แบบเจาะลึก เช่น การเข้าไปเรียนรู้เรื่องชีวิตของช้าง และชีวิตของคนในชุมชนประมงชายฝั่ง

ประโยคสำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างชาติบอกกับ Mr.Flower คือ คิดถึงเมืองไทยเสมอ และการได้ไปเที่ยวเมืองไทยคือการได้ไปอยู่ในดินแดนแห่งมิตรไมตรี คนไทยมีความน่ารัก และมีความโอบอ้อมอารี ขอให้เก็บรักษาสิ่งนี้ไว้ให้ดี เพราะเป็นเสน่ห์มัดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ตะลอนเที่ยว : ยังคิดถึง นครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767225

ตะลอนเที่ยว : ยังคิดถึง นครพนม

ตะลอนเที่ยว : ยังคิดถึง นครพนม

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.45 น.

เคยมีความรู้สึกแบบนี้หรือไม่ เพิ่งไปเที่ยวเมืองนั้นมาหยกๆ แต่ยังคิดถึงเมืองนั้นทุกเวลา อยากกลับไปเที่ยวอีก หากคุณมีความรู้สึกแบบนี้ นั่นแสดงว่าคุณหลงรักเมืองนั้นเข้าแล้ว

ไม่ใช่ความผิดที่จะหลงรักเมืองไหนๆ ที่คุณไปเยือน แล้วเกิดอาการถวิลหา เพราะตราตรึงและประทับใจในเมืองนั้นๆ เพราะหลายคนก็เกิดความรู้สึกประทับใจ ตราตรึงใจกับเมืองบางเมืองที่ได้ไปเยือน ซึ่งอาจประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของผู้คนในเมืองนั้นๆ ประทับใจในความงามของธรรมชาติของเมือง ประทับใจในขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชุมชน หรือประทับใจในรสชาติอาหาร ประทับใจในสถานที่ต่างๆ ที่ได้ไปเยี่ยมชมเมื่อเกิดความประทับใจแล้ว ก็ย่อมมีเสียงเรียกร้องจากใจของผู้นั้นว่าต้องกลับไปเยือนอีก 

เมืองนครพนมนับเป็นเมืองหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ได้ไปเยือน แล้วทำให้ต้องหวนกลับไปเยือนอีกเมื่อมีโอกาส หลายคนบอกว่าอยากไปไหว้พระธาตุพนมทุกปี หลายคนบอกว่าชอบบรรยากาศริมโขงในเขตเมืองนครพนม เพราะมีความเป็นเมืองผสมกับความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว บางคนชอบอาคารบ้านเรือนเก่าในยุคโคโลเนียลที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยยังปรากฏความงามของสถาปัตยกรรมในยุคอดีตได้อย่างน่าหลงใหล

คณะของเราเพิ่งไปเที่ยวนครพนมและบึงกาฬ เมื่อ 24-25 ตุลาคม 2566 แม้จะกลับมาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ยังมีเสียงเรียกร้องว่า อยากไปเที่ยวนครพนมอีก แต่ไปคราวหน้าจะต้องขอนอนอย่างน้อย 2 คืน เพราะยังมีอีกหลายสถานที่ที่ยังไม่ได้ไปเยือน และบางคนก็บอกว่า อยากจะใช้เวลายามเย็นที่พระธาตุพนม อยากจะเห็นพระธาตุพนมในคืนเดือนเพ็ญ 

แน่นอนครับ เราจะกลับไปเยือนเมืองนครพนมอีกในเร็วๆ นี้ (คาดว่าน่าจะช่วงต้นปี 2567โดยขอให้ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ไปก่อนครับ) ไปครั้งหน้าตั้งใจจะนอนที่นครพนม 2-3 คืน เพราะยังมีสถานที่เที่ยวต่างๆ รอให้ไปเยี่ยมเยือนอยากใช้ชีวิตแบบ slow life ที่ริมน้ำโขง อยากไปนั่งเรือล่องแม่น้ำโขง อยากไปไหว้พระธาตุอื่นๆเช่น พระธาตุเรณู พระธาตุท่าอุเทน เป็นต้น

เมื่อมีเสียงเรียกร้องมาเช่นนี้ ก็ต้องบอกกันตรงๆ เลยว่า ได้เลยครับ ยินดีครับวันหน้าเราไปเที่ยวนครพนมกันอีก เตรียมตัวไว้ก็แล้วกันครับ หลังปีใหม่ 2567 ภายในเดือนมกราคม เราจะไปเที่ยวนครพนมกันอีกครับ

วันนี้ขอนำภาพสวยๆ จากมุมต่างๆ ของเมืองนครพนมมาฝาก เช่น ภาพพระธาตุพนม โบสถ์คริสต์นักบุญอันนา พญาศรีสัตตนาคราชศาลากลางนครพนมหลังเดิม (ปัจจุบันคือหอสมุดแห่งชาติ จังหวัดนครพนม) โดยภายในอาคารมีหนังสือดีๆ ที่น่าอ่านไว้ให้บริการฟรี และยังมีห้องเก็บรักษาคัมภีร์ใบลาน และสมุดข่อยด้วย และที่พลาดไม่ได้คือการไปชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ณ เมืองนครพนม แล้วก็ปิดท้ายที่บ้านลุงโฮ หรือประธานโฮจิมินห์ผู้กอบกู้เอกราชให้เวียดนามในยุคใหม่ 

สนใจร่วมทริปประทับใจไปนครพนมด้วยกันในช่วงต้นปีหน้า กรุณาติดต่อสำรองที่ได้ที่โทรศัพท์ 091-7233615 รับสมาชิก 20 รายเท่านั้นครับ

ตะลอนเที่ยว : เมืองพุทธที่เกี่ยวข้องกับพญานาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765745

ตะลอนเที่ยว : เมืองพุทธที่เกี่ยวข้องกับพญานาค

ตะลอนเที่ยว : เมืองพุทธที่เกี่ยวข้องกับพญานาค

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

สุดสัปดาห์นี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงเทศกาลออกพรรษา หลายจังหวัดจัดงานวันออกพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีสำคัญไว้

แต่วันนี้จะชวนคุณไปเที่ยวเมืองริมโขงสักสองเมือง คือนครพนม และบึงกาฬ(อันที่จริงเราเพิ่งไปเที่ยวกันมาเมื่อวันที่ 24-25ตุลาคม) เหตุที่ชวนไปเที่ยวบึงกาฬ และนครพนมก็เพราะจะชวนคุณไปเที่ยวถ้ำนาคา บึงโขงหลง บึงกาฬ และไปไหว้พระธาตุพนม ที่นครพนม

เมื่อพูดถึงเมืองริมโขงในประเทศไทยแล้ว ต้องยอมรับว่าชาวพื้นเมืองมีความเชื่อและศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ดังจะพบว่าหลายจังหวัดที่อยู่ริมโขงนั้นมีพระเกจิอาจารย์มากมาย แต่ละองค์ล้วนได้รับความศรัทธาจากผู้ใฝ่ในธรรมอย่างสูงส่ง เนื่องจากพระอริยสงฆ์เหล่านั้นล้วนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น แล้วนอกจากความเลื่อมใสศรัทธาในพระอริยสงฆ์แล้ว คนจำนวนมากยังเชื่อเรื่องพญานาคกับพุทธศาสนาอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อเราไปวัดวาอารามต่างๆ ในจังหวัดริมโขง เราจึงพบเรื่องราวของพญานาคเป็นประจำ แต่ที่มากกว่านั้นคือสภาพภูมิประเทศของจังหวัดชายแดนโขง ก็มีส่วนทำให้เราคล้อยตามกับเรื่องเล่าของพญานาคเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำโขงเกาะแก่ง โขดเขา เนินผา รวมถึงหินที่มีลักษณะละม้ายคล้ายพญานาค เช่น เกล็ดพญานาค เศียรพญานาค ลำตัวพญานาค เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อันที่จริงต้องบอกว่าเกือบทุกวัดในประเทศไทยล้วนมีความเชื่อมโยงกับพญานาค ในแง่มุมต่างๆ มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป เพราะคนไทยเชื่อว่านาคมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา

ย้อนไปที่การเที่ยวถ้ำนาคา บึงกาฬในวันที่คณะของเราไปถึงนั้น นายจุมภฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ให้เกียรติกับคณะของเรา โดยไปสนทนาพูดคุยกับสมาชิกร่วมคณะ ซึ่งเป็นโอกาสที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ไปตรวจงานที่บริเวณถ้ำนาคาด้วย รองผู้ว่าฯ บอกว่าตั้งใจจะพัฒนาให้สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติในจังหวัดบึงกาฬได้มาตรฐานด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านความปลอดภัย และด้านการรักษาสภาพแวดล้อม เพราะเป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ และเป็นการสร้างงานในพื้นที่

พูดถึงถ้ำนาคาแล้ว หลายคนอยากไปมาก แต่หลายคนก็ไม่สามารถบุกฝ่าเข้าไปถึงบริเวณถ้ำได้ เนื่องจากการเดินทางเข้าไปในเขตถ้ำนั้น ต้องใช้ความพยายามในระดับหนึ่งแม้ทางจังหวัดจะพยายามสร้างทางเดิน และบันไดเพื่ออำนวยความสะดวกให้แล้ว แต่เนื่องจากไม่ต้องการทำลายธรรมชาติมากจนเกินไป ก็จึงต้องเน้นการรักษาธรรมชาติไว้มากกว่าจะเน้นการเอาใจนักท่องเที่ยว แต่ก็ต้องย้ำเหมือนเดิมว่าผู้จะเข้าไปเที่ยวในเขตถ้ำนาคานั้น ต้องประเมินศักยภาพด้านพละกำลังของตนเองให้ดี เพราะบันไดบางช่วงสูงและชันมาก แต่หากสุขภาพเอื้ออำนวยแล้ว บวกกับความตั้งใจจริงก็รับรองไปถึงถ้ำนาคาได้แน่นอน

ส่วนแหล่งโบราณสถานและพุทธสถานสำคัญในนครพนมก็คือวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร สถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องไทย-ลาวมายาวนานหลายศตวรรษ นอกจากวัดพระธาตุพนมแล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในนครพนมอีกหลายแห่ง เช่น บ้านเก่าของโฮจิมินห์ผู้กอบกู้เอกราชให้เวียดนาม อาคารศาลากลางหลังเก่าของนครพนม โบสถ์นักบุญอันนา และหอนาฬิกาที่ชาวเวียดนามที่เคยอพยพเข้ามาพำนักในนครพนมร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก และแสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้ที่พักพิงแสนอบอุ่นในวันที่พวกเขาประสบความยากลำบากของชะตากรรม

และที่สำคัญคือบรรยากาศริมโขงในยามเช้าที่ชวนให้หลายคนยอมตื่นเช้าไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ และตักบาตรพระสงฆ์ที่ริมโขง

เราไปเที่ยวกันสองวันหนึ่งคืน หลายคนบ่นว่าทริปนี้มีเวลาสั้นไป เราก็เลยมีข้อสรุปร่วมกันว่า วันหน้าเราจะไปเที่ยวเมืองริมโขงกันอีก ไปเที่ยวครั้งหน้า 4 วัน 3 คืน จะได้ไปเที่ยวจังหวัดริมโขงในภาคอีสานได้มากขึ้น

สนใจร่วมทริปเที่ยวริมโขงภาคอีสาน หรือทริปอื่นๆ กับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : ประทับใจทริปเพชรบูรณ์ ศรีเทพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764336

ตะลอนเที่ยว : ประทับใจทริปเพชรบูรณ์ ศรีเทพ

ตะลอนเที่ยว : ประทับใจทริปเพชรบูรณ์ ศรีเทพ

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.15 น.

หลังจากจบทริปแสนวิเศษ เพชรบูรณ์ ศรีเทพ เมื่อต้นเดือนตุลาคมปีนี้ หลายคนก็ยังคงถามไถ่กันบ่อยๆ ว่า เมื่อไรจะจัดไปอีก อยากไปอีก บางรายก็บอกว่า คราวที่แล้วติดงาน จึงไม่ได้ไปด้วย แต่คราวนี้รับรองไม่พลาดแน่นอน จัดอีกเถอะนะ อยากไป อยากไป อยากไปจริงๆ 

ก็ต้องขอเรียนแจ้ง ณ ตรงนี้ว่า ทริปต่อไปอาจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งก็คงจะเป็นไปตามเดิมคือ 2 วัน 1 คืน ส่วนสถานที่พักก็ยังต้องเป็นที่เดิมคือ The Blue Sky Resort @ เขาค้อ แล้วโบราณสถานที่ต้องไปเยี่ยมชมแน่นอนคือ เมืองโบราณศรีเทพ 

สำหรับสมาชิกที่จะรับก็คงไม่มากไม่น้อยไปกว่าเดิมคือ 50 คน เพราะสามารถใช้รถบัสขนาดใหญ่คันเดียวได้ ทั้งนี้ขอเรียนตรงๆ ว่า ไม่ชอบนำผู้คนไปเที่ยวเป็นจำนวนมากๆเพราะเมื่อเวลาคนไปกันมากๆ ก็จะมีปัญหาจุกๆ จิกๆ ตามมา เข้าตำรามากหมอ มากความแต่ต้องยืนยันหนักแน่นว่าทริปที่ผ่านมานั้น สมาชิกของเราน่ารักมาก ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กันและกันเลยแม้แต่น้อย ทุกคนน่ารัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันดีมาก ทำให้หลายคนได้เพื่อนใหม่สืบต่อมาจนถึงบัดนี้

การท่องเที่ยวสไตล์ Mr.Flower นั้น เน้นการเที่ยวแบบเนิบๆ ช้าๆ ละมุนละไมไม่เร่งไม่รีบ ไม่ร้อนรน แต่ทุกอย่างต้องดี คือกินดี นอนดี และสมาชิกดี

ส่วนปัญหาในทริปที่ผ่านมาก็มีบ้าง เช่น สภาพของรถบัสที่ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แม้โดยภาพรวมจะดูดี แต่ก็ยังมีจุดอ่อน ข้อบกพร่องบางประการ เช่น ระบบเสียง เป็นต้น ก็ต้องขอน้อมรับข้อผิดพลาดไว้ แล้วจะพยายามแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องให้หมดสิ้นไปในทริปต่อๆ ไป

สำหรับเรื่องที่พักนั้น ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของโครงการเป็นอย่างสูงที่ช่วยให้ราคาที่พักแบบพิเศษสุดๆ กับทริปนี้ ขอบอกเลยว่าไม่มีทริปไหนจัดได้ราคาถูกพิเศษแบบที่ Mr.Flower จัดอย่างแน่นอน สาเหตุที่คณะของเราได้ราคาพิเศษ ก็เพราะเป็นผลบุญจากการที่พวกเราส่วนมากร่วมกันทำบุญทำทาน ทำกุศล ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส สัตว์จรจัดและทำบุญกับพระศาสนาเป็นประจำ 

ประกอบกับผู้จัดก็ไม่ได้เน้นกำไรเป็นที่ตั้ง แต่เราเน้นการเที่ยวด้วยกันแบบเพื่อนๆ ไปเที่ยวด้วยกัน อะไรที่แชร์ค่าใช้จ่ายกันได้ก็แชร์กัน แต่สิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้คือคุณภาพการเที่ยว คุณภาพการกิน และคุณภาพสถานที่นอน 

แม้จะจบทริปไปเกือบเดือนแล้ว สมาชิกหลายคนก็ยังถาม Mr.Flower ว่าจะเก็บเงินส่วนเพิ่มเมื่อไร หลายคนบอกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นไม่น่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทริปนี้ได้ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่ายังไม่ได้เคลียร์บัญชีค่าใช้จ่ายครับ หลายคนอาจจะงงว่า จัดทริปอย่างไร มีด้วยหรือเที่ยวก่อนแล้วจ่ายเงินภายหลัง เพราะมีแต่เก็บเงินก่อน แล้วจึงเดินทางท่องเที่ยว ก็ต้องบอกอีกว่า มีครับ ทริปที่ Mr.Flower จัดมักจะเป็นแบบนี้ครับ เที่ยวก่อน จ่ายภายหลัง แต่ก็เน้นว่าทำแบบนี้เฉพาะกับคนที่สนิทชิดเชื้อเท่านั้นครับ ไม่ได้ทำเป็นการทั่วไป เพราะมิฉะนั้น มีหวังขายรถ ขายบ้านใช้หนี้แน่นอน

วันนี้ขออนุญาตนำภาพสวยๆ จากทริปเพชรบูรณ์ ศรีเทพ มาฝากคุณๆ อีกครั้ง เพื่อจะบอกว่า ในช่วงกลางเดือนธันวาคม ปีนี้เราจะไปเที่ยวกันอีกครับ ขอขอบคุณภาพสวยๆ จากสมาชิกร่วมทริป ที่กรุณาแบ่งปันภาพงามๆ มาให้เราได้ชมกัน

ส่วน 24-25 ตุลาคมนี้ Mr.Flower นำคณะสมาชิกกลุ่มเล็กๆ 10 กว่าคนไปเที่ยวนครพนม บึงกาฬ ไปชมเทศกาลไหลเรือไฟ และชมถ้ำนาคา ไปไหว้พระธาตุพนม พระธาตุเรณู และชมบ้านเมือง โบราณสถานสำคัญของเมืองนครพนม สัปดาห์หน้าจะนำภาพสวยๆ จากทริปนครพนม บึงกาฬ มาฝากครับ 

ส่วนทริปเกาะกูดก็จะตามมาเร็วๆ นี้ครับและทริปบรมพุทโธ อินโดนีเซีย น่าจะไปกันในช่วงต้นปี  2567 แล้วจะตามมาด้วยทริปภูฏาน และทิเบต หากคุณๆ สนใจทริปไหน กรุณาติดต่อสอบถาม 091-7233615 

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762827

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เข้าช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว เพราะนี่ก็ปาเข้าไปกลางเดือนตุลาคมแล้ว บางวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่มากๆก็เริ่มมีลมหนาวโชยมาอ่อนๆ ให้ได้กลิ่นของลมหนาวจากลมตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อลมหนาวเริ่มมา ก็หมายความว่าจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกของไทยก็จะเข้าสู่ช่วงแห่งการท่องเที่ยวอีกรอบหนึ่งของปี แต่หากจะว่าไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวเกาะกูดได้ตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้กระทั่งฤดูฝน เพราะหน้าฝนก็ทำให้เย็นชุ่มฉ่ำดี นอนดูเม็ดฝนที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า เมื่อฝนหยุดก็ออกไปเดินเที่ยวเล่นได้ อากาศใสสะอาดมาก หายใจชุ่มปอดดีด้วย เพียงแต่หน้าฝนทำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลได้ไม่สะดวกเท่านั้น 

เกาะกูดใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดตราด รองจากเกาะช้าง และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ต สมุย ช้าง ตะรุเตา และพะงัน 

เกาะกูดคือเกาะสุดท้ายของพระราชอาณาจักรไทยที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก อยู่ในเขตน่านน้ำจังหวัดตราดความงดงามของเกาะแห่งนี้อยู่ที่น้ำทะเลสีสวยมาก เป็นสีเทอร์ควอยซ์ ใสแจ๋ว ส่วนวิถีชีวิตของผู้คนชาวเกาะก็ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก แม้จะมีรีสอร์ทเกิดขึ้นมากกว่าเดิมก็ตาม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ คือ ราคาที่ดินบนเกาะแพงกว่าเดิมมากหลายเท่า แต่เราไปเที่ยวก็คงไม่ได้เดือดร้อนกับราคาที่ดินแพง ใช่ไหม เพราะเราคงไม่ได้ไปกว้านซื้อที่ดิน 

ชาวเกาะกูดจำนวนไม่น้อยยังคงทำอาชีพประมงพื้นบ้าน และมีวิถีชีวิตเรียบง่ายดังนั้น เมื่อไปเที่ยวเกาะกูดทั้งที ก็ควรจะต้องไปแวะชม และแวะซื้ออาหารทะเลทั้งสดและแห้งจากชาวประมงพื้นบ้านด้วย เพื่อกระจายรายได้

แน่นอนว่าเมื่อไปเที่ยวเกาะ ก็ต้องเล่นน้ำทะเล แต่สำหรับเกาะกูดแล้ว ยังมีน้ำตกให้เล่นอีกด้วย บนเกาะแห่งนี้มีน้ำตกสำคัญคือน้ำตกคลองเจ้า มีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกแห่งนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเคยเสด็จประพาส แล้วพระราชทานชื่อว่าน้ำตกอนัมก๊ก เพราะเป็นที่ระลึกถึงองเชียงสือที่เคยเข้ามาขอพระราชทานพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินสยาม เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 

สำหรับผู้ที่ตั้งอกตั้งใจไปเล่นน้ำทะเลแสนสวยสีใสก็ต้องไปที่หาดและอ่าวต่างๆ อาทิ อ่าวตาตื้น หาดคลองยายกี๋ หาดคลองเจ้า หาดง่ามโซ่ หาดอ่าวพร้าว อ่าวสับปะรด อ่าวยายเกิด อ่าวสลัด และอ่าวจาก นอกจากนั้นยังมีแหลมต่างๆ ที่งดงามสามารถลงเล่นน้ำตามชายหาดได้อีกมาก เช่น แหลมหินดำ แหลมบังเบ้า แหลมเทียน แหลมศาลา เป็นต้น

ชาวเกาะกูดนั้น นอกจากทำอาชีพประมงพื้นบ้านแล้ว ยังทำอาชีพเกษตร เช่น สวนมะพร้าว สวนผลไม้ และสวนยางพารา 

สำหรับที่พักบนเกาะนั้น มีให้เลือกมากมาย แต่หากคุณตัดสินใจไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวๆ ต่อเนื่องกันหลายวันคุณต้องจองที่พักไปก่อนจะดีที่สุด เพื่อป้องกันการไม่มีที่พักให้ เพราะคนไปเที่ยวเยอะ ที่พักก็ถูกจับจองไปจนหมด หรือหากไม่หมด ก็จะต้องจ่ายราคาแพงกว่าช่วงปกติดังนั้นแนะนำให้จองไปก่อน

ส่วนการเดินทางข้ามไปเกาะกูด ก็ต้องไปขึ้นเรือที่แหลมศอก โดยมีเรือให้บริการประจำวัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูด้วย เช่น ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากๆ เรือก็จะออกค่อนข้างถี่ แต่หากมีนักท่องเที่ยวน้อย เรือก็จะปรับตารางการเดินเรือตามความเหมาะสม ใช้เวลานั่งเรือจากฝั่งไปถึงเกาะประมาณ 2 ชั่วโมง แต่หากจะเน้นความรวดเร็วก็สามารถเช่าเรือเร็ว (speed boat) ได้

แต่หากคุณๆ สนใจจะไปเที่ยวกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า นำทัวร์โดย Mr. Flower โปรดติต่อที่ 091-7233615 เรามีบริการนำเที่ยวแบบเสร็จสรรพครบครันทั้งอาหารการกิน การเดินทางจากกรุงเทพฯและที่พักบนเกาะ โดยเรามีเรือคาตามารันให้บริการ

ปลายฝนต้นหนาวนี้ไปเที่ยวเกาะกูด และเกาะต่างๆ ในเขตจังหวัดตราดด้วยกันนะครับ รับรองจะประทับใจในการเดินทาง และประทับใจกับสมาชิกร่วมทริปที่แสนเป็นกันเอง

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761500

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 08.45 น.

การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ โดยการจัดของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในปีนี้จะเริ่มวันที่ 5 พฤศจิกายนถึง 5 ธันวาคม2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับความเป็นมาของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หรือในระยะแรกนั้น คนทั่วไปเรียกว่าโขนพระราชทาน เริ่มแสดงครั้งแรกเมื่อปี 2550 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา โดยจัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ตอนศึกพรหมาศ ในโอกาสนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การแสดงรอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม2550

แล้วในปีต่อๆ มาก็มีการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาโดยตลอด (แต่มีการเว้นการแสดงในบางปี เช่น ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตและในช่วงเกิดโรคโควิด-19 แพร่ระบาด)

ครั้นมาปีนี้ จัดการแสดงตอนกุมภกรรณทดน้ำ โดยเชิญบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มาเป็นแนวทางในการจัดทำบทละครในการแสดง โดยจับตอนตั้งแต่ช่วงหลังจากกุมภกรรณทำศึกหอกโมกขศักดิ์โดยพุ่งหอกไปต้ององค์พระลักษมณ์ แต่ไม่สามารถปลงพระชนม์พระลักษมณ์ได้ จึงได้รับคำบัญชาจากทศกัณฐ์ ให้หากลวิธีทำศึกเพื่อให้มีชัยชนะเหนือกองทัพของพระราม กุมภกรรณจึงเนรมิตกายให้ใหญ่เสมือนภูเขาแล้วนอนขวางแม่น้ำ เพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลไปถึงบริเวณที่ตั้งทัพของพระราม

ขออนุญาตเล่าเรื่องย่อๆ ของตอนกุมภกรรณทดน้ำให้ทราบเพียงเท่านี้ เพราะต้องการเชิญชวนให้คุณๆ ไปชมการแสดงโขนด้วยตาของคุณเอง เพื่อจะได้สัมผัสความงดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการด้วยตัวของคุณเอง

แต่ที่มากกว่านั้นคือ ขอชวนเชิญคุณๆ ไปเที่ยวชมหาความรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโขนในทุกแง่มุม ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย Mr.Flower จะจัดทริปพิเศษนำคุณๆ ไปชม และเรียนรู้เรื่องโขนด้วยกัน ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

รับรองว่าเมื่อคุณได้เข้าไปชม และได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโขนแล้ว คุณจะมีความรู้ ความเข้าใจ และประทับใจในการแสดงชั้นสูงมากยิ่งขึ้น แล้วที่มากกว่านั้นคือ คุณจะภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของเราที่ท่านได้สรรค์สร้างความวิจิตรบรรจงผ่านการแสดงโขน นาฏศิลป์ชั้นสูงแล้วจะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์การแสดงชั้นสูงนี้ไว้ เพราะโขนคือศิลปะการแสดงที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ ทั้งด้านการร่ายรำ ดนตรี การขับร้อง การพากษ์ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฉาก แสงและสี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เราจะสามารถสัมผัสได้ทันทีว่า การแสดงโขนคือการแสดงที่มีมนต์เสน่ห์ ทรงพลังและมีการสื่อสะท้อนถึงรากเหง้า ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเป็นมาของความเป็นไทยได้อย่างลึกซึ้ง

สนใจร่วมทริปไปชมและศึกษาโขนด้วยกัน ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน และนำเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญของพระนครศรีอยุธยาด้วย โปรดติดต่อ 091-7233615 รับสมาชิกจำนวนจำกัดเท่านั้น เดินทางวันที่ 28 ตุลาคม 2566

ตะลอนเที่ยว : ตำหนักวังบางขุนพรหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759982

ตะลอนเที่ยว : ตำหนักวังบางขุนพรหม

ตะลอนเที่ยว : ตำหนักวังบางขุนพรหม

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วังบางขุนพรหม คือที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (ต้นราชสกุลบริพัตร) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับ สมเด็จพระปิตุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี 

วังแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวังของเจ้านายชั้นสูงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วังแห่งนี้ประกอบด้วยตำหนักสำคัญสององค์คือตำหนักใหญ่ และตำหนักสมเด็จ (หมายถึงสมเด็จพระปิตุฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี) 

วังบางขุนพรหมมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับวังเทวะเวสม์ ที่ประทับของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ สำหรับตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม ในปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

วังแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่ผสมผสานระหว่างเรเนอซองส์ บาโร้ค ร้อคโคโค และอาร์ตนูโว สถาปนิกผู้ออกแบบคือ นายคาร์ล ดอห์ริง ชาวเยอรมัน และในกาลต่อมาก็ได้มีสถาปนิกชาวตะวันตกเข้ามาออกแบบก่อสร้างพระตำหนักเพิ่มเติม คือ มาริโอ ตามัญโญ ชาวอิตาเลียน

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามประเทศวังแห่งนี้ยึดโดยผู้มีอำนาจรัฐในยุคสมัยนั้น แล้วใช้เป็นสถานที่ราชการ จนกระทั่งในปี 2488 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ย้ายเข้าไปใช้พื้นที่วังบางขุนพรหมเป็นที่ทำการ จนกระทั่งในปี 2525 ได้ปรับเปลี่ยนตำหนักบางขุนพรหมเป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับจัดแสดงเงินตราไทย ในยุคสมัยต่างๆ จนถึงยุคปัจจุบัน โดยผู้ให้แนวคิดก่อตั้งพิพิธภัณฑ์คือ นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยุค 2502-2514 เดิมนั้นพิพิธภัณฑ์เงินตราของไทยแห่งแรกอยู่ที่สำนักงานสุรวงศ์ แต่ปิดตัวลงเมื่อปี 2512 แล้วจึงมาเปิดพิพิธภัณฑ์เงินตราของไทย และเงินตราของอาณาจักรต่างๆ ก่อนจะพัฒนามาเป็นราชอาณาจักรไทย ณ ตำหนักใหญ่วังบางขุนพรหมในกาลต่อมา โดยกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถพบิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2536

จุดเด่นที่น่าสนใจของตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหมคือ การออกแบบตำหนักในแนวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาตัวตำหนักใหญ่ตกแต่งด้วยลวดลายไม้และปูนปั้นสุดวิจิตร กรอบหน้าต่างมีความงดงามมาก ออกแบบเป็นแบบ palladian คือหน้าต่างที่แบ่งเป็นสามส่วน โดยส่วนกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าสองส่วนด้านข้าง และทำเป็นรูปโค้ง ประดับด้วยเสาปูนแบบคลาสสิก โถงกลางตำหนักใหญ่มีบันไดหินอ่อนทอดขึ้นไปสู่ชั้นสอง แล้วแบ่งเป็นสองทางคือซ้ายและขวา เป็นศิลปะแบบ ceremonial stair โดยฐานล่างมีความกว้างกว่าส่วนชั้นบน มีลักษณะสอบเข้าหากัน มีลักษณะแบบเดียวกับบันไดในโรง 0pera Garnier ในฝรั่งเศส 

เวลาเมื่อได้ไปชมตำหนักใหญ่ ขอให้ชมความวิจิตรของลวดลายปูนปั้นที่ประดับเหนือ และใต้กรอบหน้าต่างจะพบว่ามีองค์ประกอบมากมาย เช่น มีผลไม้ชนิดต่างๆ พรรณพฤกษานานาชนิด และมีตัวอักษร PN ซึ่งถูกตีความว่ามาจากคำว่า Prince of Nakorn Sawan

ส่วนตำหนักเล็กหรือตำหนักสมเด็จฯ ถูกก่อสร้างขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากตำหนักใหญ่ โดยเน้นศิลปะแบบอาร์ตนูโว ที่มีลักษณะเด่นคือภาพวาดปูนเปียก (freshcho) ผลงานของคาร์โล ริโกลิศิลปินชาวอิตาเลียน ผู้ที่วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบปูนเปียกในพระที่นั่งอนันตสมาคม สถาปัตยกรรมที่ใช้ก่อสร้างตำหนักสมเด็จฯ มีความละม้ายกับพระราชวังบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี เป็นอย่างมาก 

จุดเด่นอีกอย่างของวังบางขุนพรหมคือ อาคารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าวัง บริเวณที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่ากระโจมแตร หรือศาลาแตร ใช้เป็นที่ซ้อมวงโยธวาทิตของทหารเรือ ทหารบก ใช้เป็นที่บรรเลงเพลงโดยเครื่องดนตรีแบบตะวันตก เมื่อมีงานเลี้ยงในวัง

สำหรับสาธารณชนสามารถจองเข้าชมวังบางขุนพรหมได้โดยผ่านระบบจองออนไลน์ ที่ website://services.botlc.or.th/PhysicalDistancing โดยเมื่อจองผ่านแล้วจะรับสมาชิกในแต่ละรอบเพียง 40 คน โดยเข้าชมได้ในวันเสาร์และอาทิตย์ แบ่งเป็นสามรอบในเวลา 11.00-12.00 น. 13.30-14.30 น. และ 15.00-16.00 น. หรือโทรศัพท์จองได้ที่ หมายเลข02-3567766 แล้วกด 2 

ขอบคุณเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์วังบางขุนพรหม และคุณสุมัยวดี เมฆสุต ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กรุณาพา Mr.Flower ชมความงามของตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จฯ และให้ข้อมูลที่น่าสนใจ  

หมายเหตุ สำหรับสมาชิกหนังสือพิมพ์แนวหน้าแฟนคอลัมน์ตะลอนเที่ยว ที่สนใจเข้าชมวังบางขุนพรหมเป็นหมู่คณะ โปรดติดต่อ 091-7233615 เพื่อที่หนังสือพิมพ์แนวหน้าจะได้ทำเรื่องขอพาสมาชิกเข้าชมวัง ตามแต่ที่ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์วังบางขุนพรหมจะเห็นสมควรอนุมัติ