ตะลอนเที่ยว : ไหว้สาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609325

ตะลอนเที่ยว : ไหว้สาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 หลายเมืองของประเทศไทย อาทิ เชียงใหม่(บางอำเภอ เช่น อำเภอเมือง)ชลบุรี (พัทยา) เพชรบุรี (ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)เป็นต้น จะเปิดบ้านเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ซึ่งก็หมายความว่าจะมีความคึกคักและครึกครื้นจากหมู่นักท่องเที่ยวตามมาด้วย  

แต่ทว่าความครึกครื้นคึกคักที่ว่านี้คงจะมีบรรยากาศแตกต่างไปจากช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างแน่นอน เพราะทั้งชาวเมืองที่เป็นเจ้าของบ้าน และแขกผู้มาเยือนต่างก็จะต้องระมัดระวังดูแลสุขภาพของกันและกันอย่างที่สุดเนื่องจากการเปิดเมืองนั้นไม่ได้หมายความว่าเปิดแล้วจะปราศจากเชื้อโควิด-19 แต่ก็คงไม่สามารถปิดเมืองได้ตลอดไป เพราะไม่มีเมืองใดสามารถปิดเมืองแล้วดำเนินกิจการด้านธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองได้ 

เมื่อเราจำเป็นต้องเอาตัวให้รอด (รอดทั้งตัวและรอดทั้งเศรษฐกิจ) ก็จึงต้องอยู่ร่วมกับเชื้อโควิด-19 ให้ได้ และต้องอยู่ให้ได้โดยที่เราไม่ตกเป็นเหยื่อของมัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่เราไม่เป็นเหยื่อเท่านั้น เราต้องระวังตัวเองไม่ให้กลายเป็นผู้แพร่กระจายเชื้อไวรัสตัวนี้ไปยังผู้อื่นด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เราทุกคนต้องยกการ์ดสูงเพื่อป้องกันตัวเองและป้องกันคนอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้เราทุกคนทำได้ถ้าเราไม่ประมาท และไม่คิดเอาเองว่าเราจะไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่เราต้องคิดตลอดเวลาว่า เราอาจจะติดเชื้อนี้ก็ได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เราจึงต้องสวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาที่อยู่กับผู้อื่น ล้างไม้ล้างมือทุกครั้งเมื่อจับต้องและสัมผัสสิ่งของอื่นๆ แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือของเราเอง เราก็ต้องทำความสะอาดตลอดเวลา แล้วที่สำคัญต้องเว้นระยะห่างทางสังคมระหว่างบุคคลอย่างน้อย1-2 เมตรแต่หากไม่สามารถเว้นระยะห่างได้เช่นนั้นก็ต้องไม่เปิดหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้อื่น 

เกริ่นเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเพื่อให้พ้นจากเชื้อโควิด-19มานานแล้ว ขอเข้าเรื่องที่จะชวนคุณๆ ไปไหว้สา (ไหว้สาคือคำของชาวเหนือของไทย)กราบพระศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเชียงใหม่ด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นที่วัดพระสิงห์วรวิหารก่อน แล้วตามมาด้วยวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (อันที่จริงมีวัดและพระศักดิ์สิทธิ์อีกหลายสิบแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งวันหน้าจะพาคุณไปไหว้สา) 

ถามว่าทำไมต้องไปวัดพระสิงห์เป็นแห่งแรก ก็ขอตอบว่าเพราะต้องการพาคุณไปกราบพระสิงห์ หรือพระพุทธสิหิงค์ (แต่วันที่ไปนั้นทางวัดปิดวิหารพระสิงห์ชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม) จึงไม่ได้นำภาพของพระสิงห์มาฝากคุณในวันนี้ แต่ก็นำภาพพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งมีนามว่าพระศรีสรรเพ็ชญมาฝากคุณ และด้านหน้าพระอุโบสถจะมีรูปหล่อของครูบาเจ้าศรีวิชัยประดิษฐานอยู่เนื่องจากท่านเป็นเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์มาก่อน นอกจากนี้เมื่อไปวัดพระสิงห์แล้วทุกคนจะต้องไปชมวิหารลายคำ และหอไตรที่แสนงดงามด้วย สำหรับคนที่เกิดปีมะโรงก็จะไปกราบไหว้พระมหาเจดีย์ธาตุ หรือพระธาตุหลวง เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุประจำปีมะโรง  

ส่วนวัดที่สองที่จะพาคุณไปไหว้สาก็คือวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดนี้มีความสำคัญมากตรงที่มีพระมหาเจดีย์องค์มหึมา (ฐานกว้างด้านละ 60 เมตร และความสูงเมื่อครั้งที่ยังสมบูรณ์ คือ 80 เมตร) และยังมีเสาอินทขิล(เสาหลักเมือง) ตามประวัติระบุว่าพระมหาเจดีย์นี้สร้างไว้ ณ ใจกลางเมืองเชียงใหม่เมื่อครั้งโบราณ ครั้งสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาพระมหาเจดีย์นี้ได้รับการก่อสร้างสืบต่อมาจากกษัตริย์ผู้ทรงครองล้านนามาอีกหลายพระองค์ จนกระทั่งยุคของพระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี ประมาณช่วง พ.ศ. 2088ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นในเมืองนี้จนทำให้ส่วนยอดของพระมหาเจดีย์หักพังทลายลงมา จากนั้นก็มิได้มีการซ่อมบำรุงพระมหาเจดีย์แต่อย่างใด จนผ่านเลยไปเกือบ 400 ปี ในยุคเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย จึงได้มีการบูรณะพระมหาเจดีย์ 

สำหรับพระวิหารหลวงของวัดแห่งนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในยุคของเจ้าอินทวิชยานนท์(เจ้าพ่อของเจ้าแก้วนวรัฐ) สร้างเมื่อปี 2471 ภายในพระวิหารประดิษฐานพระปางห้ามญาติ สูง18 ศอก หล่อด้วยสำริดทั้งองค์ ครั้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้ใช้วัดนี้ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา แทนการกระทำพิธีที่วัดเชียงมั่น  

นักโบราณคดีที่ศึกษาศิลปะเมืองเหนือยกย่องว่าพญานาคที่หน้าวิหารหลวงวัดเจดีย์หลวงงดงามมากที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่างดงามประดุจสิ่งมีชีวิตจริงในยามที่ต้องแสงไต้แสงไฟยามค่ำ (แต่วันที่ไปนั้นปิดซ่อมพระวิหาร จึงไม่สามารถถ่ายภาพพญานาควัดเจดีย์หลวงมาให้ชมได้)  

ทั้งหมดทั้งมวลที่บอกเล่าความวิจิตรงดงามของวัดทั้งสองให้คุณฟังในวันนี้ คงจะไม่มีอะไรดีกว่าคุณได้ไปสัมผัสด้วยสายตาของคุณเอง ก็จึงขอเชิญชวนคุณไปไหว้สาและทำบุญด้วยกันครับ เราตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ หากคุณสนใจร่วมเดินทางกับเรา (รับสมาชิก 12 ราย) โปรดติดต่อ091-7233615 (สำหรับทริปสมุยเดินทาง20-23 ตุลาคม เต็มแล้วครับ ส่วนทริปกระบี่ เดินทาง 20-23 พฤศจิกายน ยังมีที่นั่งว่างอยู่บ้างครับ)

วัดพระสิงห์วรวิหารวัดพระสิงห์วรวิหาร

วัดเจดีย์หลวงวรวิหารวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/607745

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ

วันอาทิตย์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มีเสียงเรียกร้องจากหัวใจของนักเดินทางท่องเที่ยวเรียกร้องไปยัง Mr.Flower ว่า ช่วยจัดทริปสำหรับกลุ่มเล็กๆ สมาชิก 8-12 คน ไปเที่ยวภูเก็ตหน่อยเถอะจ้า เพราะอยากไปเที่ยวภูเก็ตมากเหลือเกิน คิดถึงภูเก็ตมากที่สุด 

เมื่อได้รับคำเรียกร้องเช่นนี้ก็ต้องบอกว่ายินดีครับ ยินดีพาคุณๆ ที่คิดถึงภูเก็ตไปเยือนภูเก็ตด้วยกัน  

ถามว่าไปกันเมื่อไรดี ตอบว่า ไปเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ ไปช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายนครับ หลายคนถามว่าทำไมไม่ไปช่วงเดือนตุลาคม ตอบว่า เพราะเดือนตุลาฯนี้เรามีทริปไปเกาะสมุยแล้วครับ วันที่ 21-24 ตุลาคม รับสมาชิกเพียง 12 รายเท่านั้นครับ นอนพักที่โรงแรม The Pavillion หาดละไม โรงแรมน่ารักของโกฉุย 

กลับไปคุยเรื่องทริปภูเก็ตกันอีกที ถามว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง คำตอบเบื้องต้นก็คือ ไปเที่ยวตัวเมืองเก่าของภูเก็ต นอนพักในโรงแรมเก๋ๆ ย่านเมืองเก่า 1 คืน แล้วอีกคืนหนึ่งไปนอนที่โรงแรมริมทะเล คิดว่าไปสองคืนก็น่าจะเพียงพอ แต่ก็มีข้อเสนอสำรองคือ อาจไปกันสักสามคืน โดยหนึ่งคืนนอนในตัวเมืองเก่า ส่วนอีกสองคืนนอนที่โรงแรมริมทะเล  

ส่วนอาหารการกินนั้น เราก็จะตระเวนหาของอร่อยๆ รับประทานกันตามร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหารที่แสนอร่อย สะอาดสะอ้านถูกสุขลักษณะ ซึ่งร้านอาหารที่แสนอร่อยในภูเก็ตมีให้เลือกรับประทานมากมายเกินบรรยาย มีทั้งที่ตั้งอยู่ในตลาดพื้นเมือง ตามร้านค้าในชุมชน และในภัตตาคารหรูหรา 

หลายคนถามว่าจะมีโอกาสนั่งเรือออกไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ด้วยหรือไม่ ก็ขอตอบว่า หากไปเพียงสองคืน ก็อาจจะไม่ได้นั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะแก่ง เพราะแค่พาคุณๆ ไปเที่ยวชมเมืองเก่า ไหว้พระทำบุญก็เกือบจะหมดเวลาแล้วแต่ถ้าหากเป็นโปรแกรมสามคืนสี่วันก็รับรองว่าต้องพาคุณไปนั่งเรือเที่ยวตามเกาะแก่งที่โด่งดังขึ้นชื่อแน่นอน เช่น เกาะนาคา หรืออาจไปเที่ยวเกาะพีพีด้วยกัน  

หลายคนถามว่า ไปเที่ยวภูเก็ตช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเจอพายุฝนหรือไม่ คำตอบคือ โดยปกติแล้ว เมื่อเข้าเดือนพฤศจิกายน ทะเลด้านฝั่งอันดามันจะปลอดโปร่งจากลมพายุฝน ดังนั้นโอกาสเจอฝนหนักๆ ก็จะน้อยมาก เพราะฉะนั้นเทศกาลเที่ยวท้องทะเลในฝั่งอันดามันจึงเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย 

สำหรับรูปภาพท้องทะเลสวยๆ หาดทรายขาวสะอาดที่นำมาฝากคุณๆ เพื่อยั่วต่อมอยากเดินทางท่องเที่ยวให้ทำงานพลุ่งพล่านจนเกินหักห้ามใจ รวมถึงภาพอาหารการกินสารพัดชนิดที่บ่งบอกถึงความเอร็ดอร่อย คงทำให้คุณหลับตานึกถึงรสชาติอาหารที่แสนอร่อยจนเกินบรรยายได้โดยทันที แล้วก็เชื่อว่าคงทำให้คุณอยากไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ 

สำหรับคุณๆ ที่สนใจร่วมทริปแสนวิเศษ สุดสนุก น่าประทับใจ เต็มไปด้วยมิตรภาพแสนอบอุ่น โปรดติดต่อ 091-7233615 แต่มีเงื่อนไขเบื้องต้นที่สำคัญคือคุณต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเรียบร้อยแล้ว และต้องมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมเดินทางท่องเที่ยว 

เราไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ รับรองคุณจะประทับใจเมื่อเดินทางท่องเที่ยวกับเรา

ตะลอนเที่ยว : เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604622

ตะลอนเที่ยว : เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจากห่างเหินไม่ได้เชิญชวนคุณๆ ไปเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรค์สรวลเสด้วยกันมาระยะหนึ่งเพราะติดปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วทั้งเมืองไทยและทุกประเทศทั่วทั้งโลก  

แต่มาถึงบัดนี้ เมื่อได้ทราบข่าวดีว่าคนไทยจำนวนพอประมาณได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ครบสองเข็มแล้ว โดยเฉพาะได้รับข้อมูลจากแฟนๆคอลัมน์ตะลอนเที่ยวบอกว่า ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว ในขณะที่สมาชิกหลายรายก็บอกว่าได้รับวัคซีนเข็มที่สามเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้เราจึงสามารถไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่เรามั่นใจว่าปลอดภัยไร้โรคโควิด-19 ด้วยกัน 

สมาชิกหลายต่อหลายคนบอกตรงกันว่าคิดถึงลมทะเล คิดถึงน้ำทะเล คิดถึงหาดทรายขาวนุ่มละมุน และคิดถึงเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะในยามที่เราได้ท่องเที่ยวด้วยกัน บางคนก็บอกว่าคิดถึงอาหารรสชาติอร่อยในถิ่นต่างๆ ที่เราได้เคยไปเยือนเมื่อหลายคนคิดตรงกันเช่นนี้ก็จึงถามกลับมาพร้อมๆกันว่า เมื่อไรจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก อยากเที่ยวใจจะขาดแล้ว 

หลังจากบอกให้สมาชิกอดใจรอทริปท่องเที่ยวทริปใหม่มาเป็นระยะเวลานานนับปีจนกระทั่งมาถึงวันนี้ เราก็ได้พบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ยืนยันว่าปลอดภัยไร้โรคโควิด-19 และพร้อมรองรับให้พวกเราไปเยือนเราจึงตัดสินใจจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกันโดยไปเที่ยวกันภายในเดือนตุลาคมนี้   

คำตอบเบื้องต้นคือ คาดว่าจะไปเที่ยวเกาะสมุยกันภายในเดือนตุลาคมนี้ เหตุที่ต้องไปสมุยในช่วงนี้ เพราะสมุยจะปลอดโปร่งโล่งจากฝนฟ้า หลายคนรู้ดีว่าเมื่อหน้าหนาวมาเยือนกรุงเทพฯ เกาะสมุยก็จะชุกไปด้วยเม็ดฝนที่ตกลงมาเกือบทุกวัน ซึ่งนับเป็นช่วง Low Season ของเกาะสมุย แต่หากไปภายในเดือนตุลาคม ก็ยังมีโอกาสเจอะเจอฝนไม่มากนัก 

ถามว่าไปสมุยแล้วไปพักที่ไหน ตอบว่าพักที่ The Pavillion หาดละไม โรงแรมน่ารัก เจ้าของอัธยาศัยดีมาก หาดทรายที่ละไมยาวสุดลูกหูลูกตา น้ำทะเลสะอาด และที่สำคัญคือในระยะนี้ผู้คนที่เป็นนักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านหนาแน่นมากนัก เรียกได้ว่าหาดแสนสวยจึงกลายเป็นเสมือนหาดส่วนตัวของเราไปโดยปริยาย 

ถามว่าไปนอนที่สมุยกี่คืนดี ตอบว่า นอนบนสมุย 2 คืน แล้วนอนบนฝั่งสุราษฎร์ธานี 1 คืน สรุปว่ารวมสามคืน นับว่าเป็นระยะเวลาที่พอเหมาะพอสมกำลังดี เพราะหากนอนบนสมุยเพียงคืนเดียวก็จะสั้นไป ทำให้เที่ยวสมุยไม่อิ่มใจ หากอยู่บนสมุยมากกว่า 2 คืน ก็อาจจะเบื่อหน่าย เพราะสมุยมีที่เที่ยวบนเกาะไม่มากนัก ดังนั้นจึงตัดสินใจอยู่บนสมุยสองคืน แล้วอยู่บนฝั่งสุราษฎร์ฯ หนึ่งคืน  

ทริปนี้รับสมาชิก 12 คนเท่านั้นครับ ตั้งใจจะเดินทางช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้หากคุณสนใจร่วมทริปแสนวิเศษ แสนสนุกแสนสบาย แสนเป็นกันเอง แล้วได้อิ่มเอมกับอาหารรสชาติแสนอร่อย สด สะอาด ถูกสุขลักษณะโปรดติดต่อ 091-7233615 ครับ 

ไปสมุยกันนะครับ รับรองคุณจะมีความสุขและสบายใจ

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603018

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การทำบุญทำกุศลในแต่ละครั้งมักจะมีความไม่ราบรื่นเกิดขึ้นบ้าง แต่ถึงกระนั้น ผู้มีจิตกุศลที่ตั้งใจแน่วแน่แล้ว ก็ไม่เคยล้มเลิกการกระทำความดี และทำการกุศลทั้งปวง โดยถือทำนองว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิด 

ฉันใด ก็ฉันนั้น การทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็เช่นกัน แม้จะทำโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2557 จวบจนปัจจุบัน ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ไขเป็นระยะๆ แต่ถึงกระนั้นผู้ร่วมทำโครงการนี้ (คือหนังสือพิมพ์แนวหน้าและผู้อ่านแนวหน้า) ก็ไม่เคยคิดล้มเลิกโครงการนี้ เพราะเมื่อคิดใคร่ครวญดีแล้ว ก็พบว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ได้ช่วยให้โคกระบือกว่าร้อยชีวิตรอดพ้นการถูกฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ และที่มากกว่านั้นคือนับตั้งแต่ทำโครงการนี้มาจนถึงทุกวันนี้ เราได้ลูกโคกระบือมาแล้วมากถึง 23 ตัว 

ขอเรียนย้ำให้คุณผู้อ่านแนวหน้าทราบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้มาจวบจนปัจจุบัน เราทุกคนร่วมกันไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้ว 105 ตัว โดยแรกเริ่มนั้นก็ไถ่ชีวิตครั้งละ3-5 ตัว แล้วหลังจากนั้นก็ไถ่ชีวิตได้ครั้งละมากขึ้น เช่น 7-15 ตัว จนกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 สามารถไถ่ชีวิตได้ภายในครั้งเดียวเป็นจำนวน 37 ชีวิต โดยไถ่จากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดเชียงราย 33 ชีวิต และไถ่จากชาวบ้านที่กำลังจะนำโคกระบือไปขายโรงฆ่าสัตว์อีก 4 ชีวิต โดยโคกระบือทั้งหมดกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ดังนี้ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี นครปฐม ขอนแก่น และเชียงราย  

โคกระบือบางตัวตั้งท้อง โคกระบือบางตัวมีลูกอ่อนอายุ 3-5 เดือน พวกเราที่ร่วมทำโครงการนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องไถ่ชีวิตโคกระบือท้อง และโคกระบือแม่ลูกอ่อนออกมาก่อน แต่ถ้าหากมีเงินมากเพียงพอก็จะไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาให้มากที่สุด แม้เราจะรู้ดีว่าการไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาก็ไม่ได้ทำให้การฆ่าพวกเขาเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนจะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย แต่เราก็ยึดถือแนวคิดว่า ช่วยได้เท่าที่ช่วย ช่วยได้เพียงเล็กน้อย ก็ดีกว่าไม่ช่วยเหลือ และเราก็ชวนเชิญกันให้เราทุกคนไม่บริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกชนิด และหากใครสามารถวิรัติ (งดเว้น) การบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้ ก็จะขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วย  

สำหรับเรื่องราวสำคัญของสัปดาห์นี้ที่อยากจะเรียนให้คุณทราบคือ มีครอบครัวหนึ่งที่รับกระบือไปเลี้ยงดู (ครอบครัวนี้อยู่เชียงราย) โดยเลี้ยงดูมาประมาณเกือบ 3 ปี แต่มาระยะหลังผู้เลี้ยงดูรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้เลี้ยงดูกระบือได้ไม่ดีเท่าที่ควร (แรกเริ่มได้รับกระบือไป 2 ชีวิต แล้วต่อมาตกลูกอีก  2 ชีวิต) กระบือมีชื่อว่า บุญหลาย (เพศเมีย) โชคดี (เพศผู้) มีเงิน และนำโชค สองตัวหลังเป็นเพศผู้ ผู้รับเลี้ยงเดิมต้องการจะหาบ้านใหม่ให้กระบือฝูงนี้ จึงถามกลับมายังผู้ทำโครงการว่า มีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับการหาบ้านใหม่ให้กระบือ ซึ่งล่าสุดก็กำลังสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะรับกระบือสี่ชีวิตนี้ไปเลี้ยงดูสำหรับเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้รับไปเลี้ยงดูก็คือ ต้องไม่ฆ่า ไม่ขายโคกระบือที่ได้รับไปเป็นอันขาด และไม่ฆ่าไม่ขายลูกของโคกระบือให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทำโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน สำหรับการฆ่านั้น ไม่มีการอนุญาตอย่างเด็ดขาด ส่วนการขายต่อนั้น หากมีคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยานอีก 3 คน ว่าไม่ได้ขายเพื่อทำเป็นอาหาร ก็อาจจะอนุญาต แต่ต้องมีการยืนยันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ซื้อเช่นกันว่าไม่ฆ่าเขาเพื่อทำเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด 

กลับมาที่ประเด็นกระบือฝูงนี้ ขอแจ้งให้คุณที่ต้องการจะรับกระบือไปอุปการะโปรดติดต่อผู้ทำโครงการคือหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างกัน ขอเรียนย้ำว่ากระบืออยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนั้นผู้ที่สนใจรับไปอุปการะต่อก็น่าจะมีภูมิลำเนาไม่ไกลจากเชียงรายมากนัก เพื่อไม่ต้องเสียค่าขนส่งในราคาที่แพงเกินความจำเป็น  

หากคุณมั่นใจว่าสามารถรับไปอุปการะได้ โปรดติดต่อ 091-7233615 ภายในวันที่ 24 กันยายน 2564 หลายคนที่ดูคอลัมน์อาจถามว่าในภาพที่นำมาประกอบนั้นมีวัวด้วย จะบริจาควัวด้วยหรือ ขอเรียนว่าไม่บริจาควัว เพราะผู้เลี้ยงรายเดิมยังคงตั้งใจเลี้ยงดูอย่างดีต่อไป

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601486

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ขออนุญาตชวนคุณร่วมทำบุญด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

เมื่อพูดถึงโรงพยาบาลอุ้มผาง หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการบริหารจัดการเพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจำนวนนับหมื่นคนในแต่ละปี

ดังนั้นคอลัมน์นี้จึงขอบอกบุญด้วยการเชิญชวนให้คุณผู้อ่านร่วมบริจาค เพื่อให้การทำงานของแพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลอุ้มผางดำเนินการได้สะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

Mr.Flower เคยไปที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว และพบว่าสี่ทั้งคนไทยรวมถึงคนซึ่งอยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นจำนวนนับหมื่นคนต่อปี

แต่ปัญหาที่ผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้ต้องประสบมาเป็นระยะเวลานับ 10 ปีก็คือขาดแคลนงบประมาณในการรักษาดูแลผู้ป่วย เนื่องจากหน่วยงานของภาครัฐที่ดูแลเรื่องการจัดสรรงบประมาณไม่สามารถจัดสรรงบให้กับโรงพยาบาลได้ตามภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ

ดังนั้นโรงพยาบาลจึงต้องขอบริจาคยาจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับยาไปแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ยาจนหมด ดังนั้นแทนที่จะทิ้งยาไปโดยเปล่าประโยชน์ก็สามารถส่งไปให้โรงพยาบาลอุ้มผางได้ ซึ่งโรงพยาบาลสามารถนำยานี้ไปใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล รวมถึงยังเป็นการช่วยประหยัดเงินงบประมาณของโรงพยาบาลในการสั่งซื้อยาสำหรับผู้ป่วยอีกด้วย

สิ่งที่ Mr.Flower ขอบอกบุญมายังคุณผู้อ่านทุกท่านก็คือ ขอให้ท่านที่มีความพร้อมช่วยบริจาคเงินรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ยารักษาโรคที่ท่านมีแต่ท่านมิได้ใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม ชุดกีฬา ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องกีฬา รวมถึงอาหารแห้งโดยสามารถส่งไปยังโรงพยาบาลอุ้มผางโดยตรง สามารถบริจาคเงินไปยังบัญชีของธนาคารออมสินที่โรงพยาบาลอุ้มผางเปิดขึ้นเพื่อรับบริจาคเป็นค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยยากไร้

ทั้งนี้ Mr.Flower มีความคิดว่าจะจัดทอดผ้าป่าเพื่อระดมทุนสำหรับหาเงินให้กับโรงพยาบาลอุ้มผางในอนาคตอันใกล้ โดยจะขอบอกบุญมายังคุณผู้อ่านเพื่อให้ร่วมกันบริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ที่ประสบโรคภัยไข้เจ็บ

และมีแนวคิดจะชวนคุณผู้อ่านคอลัมน์นี้ไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยคาดว่าจะเดินทางไปให้กำลังใจประมาณช่วงปลายปีนี้ หากคุณสนใจจะร่วมเดินทางไปกับเรากรุณาติดต่อที่หมายเลข 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เชิญชวนร่วมกันช่วยเหลือคนและสัตว์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599873

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เชิญชวนร่วมกันช่วยเหลือคนและสัตว์

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เชิญชวนร่วมกันช่วยเหลือคนและสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สองสามสัปดาห์มานี้ Mr.Flower ไม่ได้เชื้อเชิญชักชวนให้คุณไปท่องเที่ยวในที่แห่งใดๆ เนื่องจากต้องการให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ด้วยการ “อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน” อยู่บ้านหยุดเชื้อ (โควิด-19) เพื่อชาติ เพราะMr.Flower มั่นใจว่าเมื่อเราทุกคนดูแลตัวเองดีที่สุด เพื่อให้เราห่างไกลและรอดพ้นจากเชื้อโควิด-19 แล้ว สังคมไทยของเราก็ปลอดภัยไกลจากเชื้อไวรัสมรณะตัวดังกล่าว เมื่อสังคมเราปลอดภัย เราทุกคนก็จะปลอดภัย แล้ววันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้เราก็จะออกไปท่องเที่ยวร่วมกันด้วยความสนุกสนานสำราญเบิกบานใจ  

ขอเรียนย้ำว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่แสนสวยงามอีกมากมายทั่วประเทศไทย และทั่วโลก ยังรอให้คุณไปเยี่ยมชม ไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด ขอให้อดใจรออีกไม่นาน แล้วเราจะไปเที่ยวด้วยกัน ไปสนุกสนาน ไปเบิกบานสำราญใจด้วยกัน ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีเท่านั้น แล้วทุกอย่างจะดีตามไปด้วย 

เมื่อเรายังไม่ต้องการจะออกไปเที่ยวเตร่หาความสำราญตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในระยะนี้ แต่เราทุกคนก็ยังมีจิตใจที่คิดถึงสังคม คิดถึงเพื่อนร่วมประเทศ และคิดถึงสัตว์ที่อยู่ร่วมโลกกับเรา เนื่องจากเราทราบว่าในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ เพราะวิกฤตโควิด-19เพื่อนร่วมชาติของเราจำนวนมากต้องตกงาน หลายคนติดเชื้อทั้งครอบครัว หลายคนเผชิญกับชะตากรรมที่แสนเลวร้าย นอกจากคนจำนวนไม่น้อยจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้ายแล้ว เรายังทราบด้วยว่าสรรพสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราก็ได้รับความเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่าคน เพราะเมื่อคนขาดรายได้เลี้ยงดูตัวเองก็ย่อมไม่สามารถเลี้ยงดูสัตว์ต่างๆ ได้เหมือนที่เคยกระทำมาก่อน  

ดังนั้น คอลัมน์ตะลอนเที่ยว จึงขออนุญาตแปลงสภาพจากคอลัมน์ท่องเที่ยวมาเป็นคอลัมน์สะพานบุญ เพื่อเป็นตัวเชื่อมให้คุณๆ ที่มีจิตอันเป็นกุศลได้ร่วมกันทำบุญ ทำทาน เกื้อหนุนจุนเจือเพื่อนมนุษย์ และเพื่อนสัตว์เดรัจฉานของเรา 

ที่ผ่านมานั้น หลายท่านที่ติดตามเนื้อหาสาระจากหนังสือพิมพ์แนวหน้ามาโดยตลอด ย่อมทราบดีว่าแนวหน้าได้ทำตัวเป็นสะพานบุญมาโดยตลอด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลของการเป็นสะพานบุญนี้ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากท่านผู้อ่านแนวหน้าด้วยดีเสมอมา (และรวมถึงแฟนรายการ Good Time ออกอากาศทางสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 21.00-22.00 น. ดำเนินรายการโดย เฉลิมชัย ยอดมาลัย บรรณาธิการข่าวของแนวหน้า) 

ทุกครั้งที่เราในฐานะสื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวความทุกข์ยาก ความลำบากของเพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์ให้ท่านได้รับทราบทุกท่านก็จะพร้อมใจกันเสียสละทุนทรัพย์เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยพลันดังนั้นคณะของเราจึงสามารถช่วยเหลือคนทุกข์คนยาก รวมถึงสรรพสัตว์ได้เป็นอย่างดี เช่นที่ผ่านๆ มานั้น เราได้ช่วยกันบริจาคเพื่อไถ่ชีวิตโค กระบือ มาแล้วกว่า100 ชีวิต ช่วยทำหมันหมาแมวจรจัดในสถานที่ต่างๆ หลายจังหวัดมาแล้วหลายร้อยชีวิต รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้หมาแมวจรจัดด้วย (โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯ แนวหน้า และพันธมิตรเริ่มต้นคือสายการบินนกแอร์ และบริษัทห้างร้านต่างๆ อีกมากมาย) และบริจาคเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับโรงพยาบาลสนาม รวมถึงให้ทุนการศึกษากับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 

และล่าสุดแนวหน้าก็ทำหน้าที่สะพานบุญรับสิ่งของบริจาคต่างๆ เพื่อนำไปให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนามหลายแห่ง รวมถึงนำหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ชุด PPE ไปมอบให้พระ และสัปเหร่อ รวมถึงคนเก็บขยะในชุมชุนต่างๆ และร่วมกับสมาคมต่างๆ นำอาหารกล่องไปบริจาคให้ชุมชนที่ขาดแคลน 

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากความร่วมมือร่วมใจของท่านผู้อ่านแนวหน้า ที่มอบความไว้วางใจให้แนวหน้าเป็นสะพานบุญ เพื่อส่งต่อความดีงามไปสู่เพื่อนร่วมสังคมของเรา 

หากท่านมีความประสงค์จะร่วมโครงการสะพานบุญกับแนวหน้า กรุณาติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615  

บุญกุศลและความดีงาม ช่วยรักษาโลกของเราให้ร่มเย็นเป็นสุข

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เพื่อความผาสุกของเพื่อนร่วมสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598240

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เพื่อความผาสุกของเพื่อนร่วมสังคม

ตะลอนเที่ยว : สะพานบุญแนวหน้า เพื่อความผาสุกของเพื่อนร่วมสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ได้ทำงานช่วยคนอื่นถือว่าเป็นเกียรติทำให้เรามีความสุข” 

ลายพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2556

หนังสือพิมพ์แนวหน้าขอปาวารณาตนร่วมทำความดีเพื่อให้สังคมไทยมีความสุข และขอทำตัวเป็นสะพานบุญเพื่อนำสิ่งของบริจาคจากคุณผู้อ่านแนวหน้าไปมอบให้กับเพื่อนร่วมสังคมไทย ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ทั้งนี้แนวหน้าได้อุทิศตนเพื่อเป็นสะพานบุญให้กับสังคมไทยมาโดยตลอด เพราะผู้อ่านแนวหน้าจำนวนมากมายให้ความไว้วางใจโดยขอให้แนวหน้าช่วยติดต่อประสานงานกับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ รวมถึงคนในชุมชนทั่วประเทศที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้รอดพ้นจากความเดือดร้อนอันเกิดจากพิบัติภัย และความเดือดร้อนสารพัดชนิด 

โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งรุมเร้าสังคมไทยมายาวนานประมาณหนึ่งปีครึ่ง ผู้อ่านแนวหน้าทราบดีว่าเพื่อนร่วมชาติของเราต้องประสบความเดือดร้อนแสนสาหัส หลายคนต้องไร้งานทำ หลายคนต้องติดเชื้อโควิด-19 หลายคนประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร ขาดยาสามัญประจำบ้าน และขณะเดียวกันก็ทราบดีว่าบุคลากรด้านการแพทย์คือบุคคลสำคัญที่สุดซึ่งอยู่ในพื้นที่ด่านหน้า เพราะคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญหน้ากับเชื้อโควิด-19 ตลอดเวลา ดังนั้นเราทุกคนจึงต้องช่วยกันบำรุงรักษาให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายให้ได้ เพราะหากด่านหน้าพังทลายลงแล้ว สังคมไทยจะไม่สามารถต้านทานเชื้อโควิด-19 ได้อีกต่อไป 

นับเป็นเวลาหลายเดือนมาแล้วที่ผู้อ่านแนวหน้านำสิ่งของต่างๆ อาทิ เจลแอลกอฮอล์ และสเปรย์แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยชุด PPE ถุงมือการแพทย์ ชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) สเปรย์พ่นจมูกเพื่อดักจับเชื้อไวรัสที่จะเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสเปรย์นี้มาจากสารสกัดลำไย(ผลงานวิจัยของ ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ว่าที่คณบดีคณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โคมไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้า แปรงและยาสีฟัน สบู่ น้ำดื่ม ขนม อาหาร เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่น ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เครื่องกีฬา ไปมอบให้แนวหน้า เพื่อให้เป็นตัวกลางนำข้าวของไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนาม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน วัด โรงเรียนและชุมชนต่างๆ ที่ขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้ 

ซึ่งที่ผ่านมานั้นผู้มีจิตศรัทธาหลายรายได้นำสิ่งของบริจาคไปมอบให้ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้าเป็นประจำ หรือหากในกรณีมีสิ่งของบริจาคจำนวนมาก หนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ประสานงานไปยังกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เพื่อขอให้ส่งรถบรรทุกของตชด. ไปรับสิ่งของบริจาคถึงบ้านของผู้บริจาค 

โดยข้าวของที่ทุกท่านบริจาคมานั้นได้ถูกส่งไปยังจุดหมายต่างๆ โดยครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพื่อให้ผู้เดือดร้อนสามารถนำไปใช้งานได้ทันการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุด 

ในนามของหนังสือพิมพ์แนวหน้าMr.Flower ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มีจิตเป็นกุศล และเสียสละเพื่อเพื่อนร่วมสังคมของเราที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ และขอเรียนให้ทุกท่านที่มีความประสงค์จะบริจาคข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพื่อนร่วมสังคม กรุณาติดต่อประสานงานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

และก่อนจะลาจากกันในสัปดาห์นี้Mr.Flower ขอเชิญชวนคุณที่มีสุขภาพดี แข็งแรง ไร้โรคร้ายต่างๆ กรุณาไปร่วมกันบริจาคโลหิต ณ สภากาชาดไทย หรือที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งที่มีจุดให้บริการรับบริจาคโลหิต เนื่องจากในระยะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนโลหิตสำหรับช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องได้รับโลหิต 

ขอยืนยันว่า ผู้ให้ย่อมมีความสุขตลอดไป และมีความอิ่มเอมใจตลอดเวลา เพราะผู้ให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ย่อมได้รับความปีติยินดี และเบิกบานใจ

ตะลอนเที่ยว : ช้างตกยาก กลับบ้านเกิดที่สุรินทร์แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593366

ตะลอนเที่ยว : ช้างตกยาก กลับบ้านเกิดที่สุรินทร์แล้ว

ตะลอนเที่ยว : ช้างตกยาก กลับบ้านเกิดที่สุรินทร์แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำหรับคุณๆ ที่เป็นแฟนประจำของคอลัมน์ตะลอนเที่ยวคงทราบดีแล้วว่า สมาชิกของคอลัมน์นี้ และสมาชิกรายการวิทยุชื่อ Good Time (ออกอากาศทางสถานีวิทยุจุฬาฯFM 101.5 MHz วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 3 ทุ่ม) ได้ช่วยกันสมทบทุนช่วยเหลือช้างตกยากที่ไร้งานทำ ด้วยการซื้อต้นสับปะรด กล้วย อ้อย และจัดหาข้าวสาร อาหารแห้งให้กับคนเลี้ยงช้าง โดยที่ผ่านมาได้ช่วยช้างและคนเลี้ยงช้างซึ่งตกทุกข์ได้ยากอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ปีนี้ 

ล่าสุดคนเลี้ยงช้างและช้างที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากคณะของเราติดต่อมาเพื่อแจ้งข่าวว่า ทั้งช้างและคนเลี้ยงช้างกลุ่มหนึ่งจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดสุรินทร์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากทนอดและอดทนมานานนับปีจนในที่สุดก็ตัดสินกลับบ้านเกิดดีกว่า เพราะอย่างน้อยก็ประหยัดเงินค่ากินค่าใช้จ่ายรายได้ไปได้บ้าง 

ดังนั้น ภาพที่นำมาเสนอให้คุณๆ ได้ชมในคอลัมน์วันนี้จึงเป็นภาพเก่าที่บางภาพเคยนำเสนอให้ได้รับชมรับทราบไปแล้ว แต่สาเหตุที่ต้องนำภาพเก่ากลับมาให้ชมอีกครั้งก็เพราะได้รับคำบอกกล่าวจากเจ้าของช้าง และคนเลี้ยงช้างที่พวกเราเคยให้การช่วยเหลือมาหลายครั้งฝากคำขอบคุณมาถึงพวกเราทุกคน และเป็นภาพที่น่าจะทำให้คุณดูแล้วมีความสุข เมื่อเห็นช้างและคนเลี้ยงช้างมีกินมีใช้บ้างในยามตกทุกข์ได้ยาก 

คนเลี้ยงช้างฝากบอกว่า ขอบคุณในเมตตาจิต ขอบคุณในน้ำใจที่มีให้กับช้างและคนเลี้ยงช้าง แม้พวกเราจะช่วยพวกเขาไปแค่ 2-3 ครั้ง ด้วยการสั่งซื้อต้นสับปะรดจำนวนสี่คันรถสิบล้อ และซื้อกล้วย อ้อย และหญ้าเนเปียร์ให้อีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงให้อาหารจำนวนไม่มากนักกับคนเลี้ยงช้าง แต่พวกเขาก็บอกว่าจะขอจดจำความมีเมตตาจิตไปตลอดชีวิต และจะระลึกถึงความมีน้ำใจตลอดไปแล้วหากวันหน้าวันหนึ่งในอนาคตที่เขาจะสามารถตอบแทนบุญคุณได้ ก็ยินดีจะตอบแทนบุญคุณให้ด้วยความเต็มใจ 

ต้องบอกว่า เมื่อ Mr.Flower ได้รับโทรศัพท์จากคนเลี้ยงช้างเมื่อสามสี่วันก่อน ซึ่งเขาโทรศัพท์มาแจ้งเพื่อจะลากลับบ้านเกิด และโทรฯ มาเพื่อแสดงความขอบคุณ ก็ได้ตอบกลับไปยังคนเลี้ยงช้างว่า พวกเรายินดีช่วยเหลือตามความสามารถ แม้จะไม่สามารถช่วยได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่สามารถช่วยให้ช้างและคนเลี้ยงช้างมีกินมีอยู่ที่ดีมากกว่าเดิมเท่าไรนัก แต่เราทุกคนก็ยินดีช่วย และเต็มใจช่วย โดยไม่หวังว่าเรื่องบุญกุศลหรือเรื่องใดๆ เป็นสิ่งตอบแทน แต่ช่วยเพราะมีจิตที่ต้องการจะเห็นช้างและคนรอดพ้นจากความอดอยากหิวโหยในบางมื้อบางคราวเท่านั้น แล้วก็บอกกับคนเลี้ยงช้างด้วยว่า เมื่อกลับไปถึงบ้านเกิดที่สุรินทร์แล้ว ก็ขอให้ช่วยส่งข่าวความเป็นอยู่ของทั้งช้างและคนเลี้ยงช้างให้ทราบเป็นระยะๆ ด้วย และหากพวกเรายังสามารถช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ ได้ในอนาคต ก็ยินดีจะช่วยเหลือต่อไป แต่ขออย่างเดียวคือขอให้คนเลี้ยงช้างรักและเมตตาต่อช้างให้มาก  

คำตอบที่คนเลี้ยงช้างตอบคือ รับรองว่าจะรักและดูแลช้างให้ดีที่สุด เพราะเขาเกิดและอยู่กับช้างมานาน บางคนบอกว่าที่มีกินมีอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะช้างในยามที่ช้างมีความสุข เขาก็มีความสุขด้วย แต่ในยามที่ช้างตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาก็ตกทุกข์ได้ยากด้วย ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะทอดทิ้งช้าง เพราะช้างเป็นเสมือนคนในครอบครัวของเขา และเป็นผู้มีพระคุณต่อเขาด้วยเพราะฉะนั้นเขาจึงให้คำสัญญาอย่างหนักแน่นว่า เขาไม่ทอดทิ้งช้างอย่างแน่นอน ซึ่ง Mr.Flower ก็บอกคนเลี้ยงช้างไปว่า หากในอนาคตวันที่โควิด-19 พ้นผ่านสังคมไทยไปแล้ว เราคงจะได้พบกันอีก โดยอาจจะไปเยี่ยมที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วถ้าวันนั้นมาถึง Mr.Flowerจะชวนคุณๆ ไปเยี่ยมช้างและคนเลี้ยงช้างด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591699

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนอาจกำลังเครียดกับวิกฤตโควิด-19 ที่รุมเร้าสังคมไทย จนรู้สึกเศร้าหมอง หมองหม่น จนถึงขั้นระทมทุกข์ ท้อแท้ หมดหวัง ไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไป เพราะไม่มีโรงพยาบาลใดรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไปรักษา ความทุกข์สาหัสเช่นนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในครอบครัวที่สมาชิกหลายคนติดเชื้อโควิด-19  

Mr. Flower ขอเรียนตรง ๆ ว่า จากการติดตามข่าว (จริง) ทุก ๆ วัน และจากการได้รับทราบข้อมูลจริงซึ่งได้รับโดยตรงจากคนรู้จักที่มีญาติป่วยด้วยโรคโควิด-19 หรือแม้กระทั่งเพื่อน และคนที่รู้จักอีกจำนวนไม่น้อยที่ร้องขอความช่วยเหลือจาก Mr. Flower ว่าต้องการที่รักษาพยาบาล เพราะตนเองติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จนร่างกายมีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ซึ่ง Mr. Flower ก็ได้แต่ให้กำลังใจ และพยายามช่วยหาที่รักษาพยาบาลให้ตามความสามารถ ซึ่งก็ช่วยได้บ้างบางราย (แต่ก็เพียงไม่กี่คน) แต่ส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่พยายามช่วยอย่างเต็มความที่แล้ว 

ในเมื่อทุกอย่างเป็นความจริงตามที่หลายคนประจักษ์ชัดแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับความจริง แล้วก็ต้องรักษาตัวให้รอดพ้นจากไวรัสโควิด-19 เพราะเปล่าประโยชน์ที่จะวิตกทุกข์ร้อนไป เพราะร้อนรนกระวนกระวายใจไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ดังนั้นจึงขอย้ำเพียงว่า ต้องยอมรับความจริง แล้วรักษาตนให้พ้นภัย แล้วก็ต้องไม่นำเชื้อโรคนี้ไปแพร่ให้กับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะคนแก่ และเด็ก รวมถึงคนที่มีโรคร้ายแรงประจำตัว 

หนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีความสบายใจในยามที่โควิด-19 บุกรุกประชิดตัวแบบเช่นทุกวันนี้ ก็คือการรักษาใจตัวเองให้นิ่ง มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา และสามหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ๆ อย่างน้อย 1-2 เมตร ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่เป็นเวลา 1 นาที ทุกครั้งเมื่อหยิบจับสิ่งของอื่น ๆ ที่อยู่นอกบ้าน หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ทำความสะอาดมือ แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งคือ หากคุณสามารถเลือกอยู่ในพื้นที่ที่มีความโปร่ง โล่ง สะอาด เช่นบริเวณริมทะเล ริมแม่น้ำ หรือในแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียนขจีร่มเย็น คุณก็จะมีความสุขกายและสบายใจ เพราะคุณน่าจะอยู่ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19  

สัปดาห์นี้จึงตั้งใจชวนคุณเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตต่ออีก แต่การเที่ยวภูเก็ตในครั้งนี้จะชวนคุณรับประทานอาหารอร่อยสารพัดชนิด เพราะภูเก็ตมีอาหารอร่อยให้เลือกรับประทานมากมายหลากหลายชนิด ทั้ง อาหารทะเล อาหารพื้นเมือง ผัก และผลไม้ 

การได้รับประทานอาหารอร่อยในสถานที่แสนงดงาม โดยเฉพาะบนชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดเสมือนแป้งทาตัวเนื้อละเอียด แถมยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่แสนสวย แสนสะอาด และแสนสงบ คือความสุขใจที่เกินจะบรรยาย  

ดังนั้นภาพประกอบคอลัมน์ในวันนี้จึงเน้นเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการเชิญชวนคุณ ๆ รวมทริปกินอร่อยและเที่ยวเมืองภูเก็ตแบบสุขใจไร้กังวลกับ Mr. Flower แม้ในยามนี้หลายคนอาจจะสับสนว่ายังสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวภูเก็ตได้หรือไม่ ก็ต้องย้ำว่า ยังสามารถเข้าไปเที่ยวเมืองภูเก็ตได้ ในกรณีที่คุณได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเรียบร้อยแล้ว และมีใบรับรองสุขภาพว่าร่างกายของคุณปราศจากเชื้อโควิด-19 เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินทางเข้าไปสัมผัสความงดงาม และลิ้มรสชาติแสนอร่อยของอาหารสารพัดชนิดบนเกาะภูเก็ตได้ โปรแกรมคร่าว ๆ คือ จะไปเที่ยวพักผ่อนสัก 4 คืน โดยจะนอนบนฝั่ง 3 คืน และอีกหนึ่งคืนนอนบนเกาะ (แต่ขอตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกบนเกาะไหนจึงจะดีที่สุด เพราะมีเกาะที่น่าสนใจให้เลือกไปนอนพักหลายแห่ง) 

Mr. Flower ตั้งใจว่าปลายเดือนสิงหาคมนี้จะนำกลุ่มผู้อ่านคอลัมน์ตะลอนเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ (14 คน) ไปกินอาหารรสอร่อย และไปเที่ยวชมสัมผัสความงามของธรรมชาติ และชมเมืองเก่าในตัวเมืองภูเก็ตด้วยกัน หากคุณสนใจจะร่วมทริปแสนอบอุ่น และเป็นกันเองกับคณะที่แสนน่ารักและเต็มเปี่ยมด้วยน้ำจิตน้ำใจ โปรดติดต่อ 019 7233615  

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/590067

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย)

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย)

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ใจหนึ่งก็กลัวติดเชื้อโควิด แต่อีกใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยว อยากออกไปเปิดหู เปิดตา เปิดสมอง เปิดใจสัมผัสความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีอยู่มากมายก่ายกองทั่วประเทศไทย 

Mr. Flower ได้ยินเสียงบ่นทำนองนี้จากมิตรรักผู้ติดตามคอลัมน์ตะลอนเที่ยว และบรรดาแฟนคลับที่ไปท่องเที่ยวกับ Mr. Flower อยู่เป็นประจำ จะบ่นเสมอ ๆ ทุกครั้งที่ได้พูดคุยผ่านระบบ social media และการได้สนทนาผ่านโทรศัพท์ แล้วทุกครั้งก็จะปลอบใจกลับไปว่า ขอให้รักษาตัว รักษาสุขภาพทั้งใจและกายให้ดีก่อนนะครับ ผมมั่นใจว่าอีกไม่นาน (อย่างน้อยก็คงครึ่งปี) เราจะไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ซึ่งมีแต่ความงดงามของแหล่งท่องเที่ยว และเต็ทไปด้วยรอยยิ้ม และความประทับใจจากำการได้ร่วมเที่ยวด้วยกันอีก ขอย้ำว่า ขณะนี้ขอให้รักษาสุขภาพกายและใจให้ดีที่สุด แล้วในอีกไม่ช้าเราจะไปเที่ยวกันอีกอย่างแน่นอน 

สมาชิกหลายคนบอกว่าขอจองที่ไว้ก่อนเลย เพราะรู้ว่าถ้าจองช้าจะไม่เหลือที่ เนื่องจากกลุ่มที่เราเที่ยวกันนั้นเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนไม่เกิน 14 คนเท่านั้น หลายคนบอกว่าชอบการท่องเที่ยวในแบบกลุ่มเล็ก ๆ เพราะกระทัดรัด ไปไหนมาไหนง่าย ไม่ต้องเสียเวลารอ เพราะหากมีสมาชิกมากมาย 40-50 คน ก็จะต้องเสียเวลารอกันไปรอกันมากว่าจะรวมพลได้ครบจำนวน แล้วความน่ารักของการท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ คือ ไม่มากหมอมากความ คุยกันง่าย ตกลงกันง่าย กินอยู่ก็ง่าย อยากกินอะไรก็กินได้ตามความต้องการ อยากจะเปลี่ยนโปรแกรมท่องเที่ยวก็ทำได้ง่าย เพราะหารือกันในกลุ่มเล็ก ๆ แล้วตกลงกันง่ายมาก เนื่องจากทุกคนจะมีรสนิยมการกิน การเที่ยวไม่แตกต่างกันมากนัก 

สำหรับสัปดาห์นี้ Mr. Flower ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวสืบเนื่องต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว คือยังคงนำเสนอความน่ารัก น่าหลงใหลของเกาะสมุยในยามที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่มาก ขอบอกอีกครั้งว่าสมุยในยามนี้แสนสะอาด แสนบริสุทธิ์ แสนที่จะน่าไปเที่ยว (ย้ำว่าสำหรับคุณ ๆ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มแล้วเท่านั้น จะเป็นวัคซีนยี่ห้อไหนก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องครบสองเข็ม แล้วต้องมีใบยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 หลงเหลืออยู่ในร่างกายด้วย) ขอบอกว่าโรงแรมหลายแห่งปิดตัวในยามที่ร้างไร้นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีโรงแรมสวย ๆ อีกมากมายยังคงพยายามเปิดให้บริการอยู่เช่นเดิม แต่อาจจะไม่เปิดทุกส่วนของโรงแรม  

ผมได้คุยกับเจ้าของโรงแรมสองสามแห่งบนสมุย เขาบอกตรงกันว่า แม้จะไม่มีแขกเข้าพักเลย แต่ก็ต้องบำรุงรักษาโรงแรมให้อยู่ในสภาพดีที่สุด เพราะหากปิดตาย ห้องพักจะเหม็นอับจนแขกเข้าพักอาศัยไม่ได้ สระน้ำก็จะสกปรกเต็มไปด้วยตะกอนและตะไคร่ ระบบทำความสะอาดน้ำที่ทำให้น้ำหมุนเวียนในสระตลอดเวลาก็จะเสียหากไม่เปิดเครื่องทำงานเป็นประจำ สวนไม้ดอกไม้ประดับก็จะรกรุงรังไม่เป็นระเบียบไม่งดงาม และยากที่จะฟื้นฟูให้กลับมางดงามดังเดิม นี่คือเหตุผลที่ทำให้เจ้าของโรงแรมต้องจ่ายเงินเพื่อบำรุงรักษาโรงแรมให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด แม้จะไม่มีแขกเข้าพัก และแม้จะต้องเสียเงินลงทุนโดยไม่มีผลตอบแทนก็ต้องทำ ซึ่งได้ฟังแล้วก็น่าเห็นใจเป็นที่สุด

เมื่อได้คุยกับเจ้าของโรงแรมแล้ว ก็เกิดความรันทนขึ้นมา ก็จึงอยากจะเชิญชวนคุณ ๆ ให้ไปช่วยกันสนับสนุนกิจการของคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ เพราะในยามนี้คนไทยเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ เพราะหากเราไม่ช่วยกันแล้ว ใครจะมาช่วยเรา ดังนั้น Mr. Flower จึงกำหนดไว้คร่าว ๆ ว่า ประมาณปลายเดือนสิงหาคมนี้ จะพาคณะซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไปเที่ยวสมุยกันครับ (แต่ขอดูสถานการณ์โควิด-19 ก่อนด้วยนะครับ) เราจะไปพักผ่อนใจและกาย รวมถึงไปสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวชาวไทยด้วยกัน และไปเพื่อบอกให้คนไทยด้วยกันรับรู้ว่า เราคิดถึงและเป็นห่วงพวกเขา และเราก็อยากบอกด้วยว่า นอกจากคิดถึงผู้คนแล้ว เราก็ยังคิดถึงหาดทราย น้ำทะเล และธรรมชาติที่แสนงดงามด้วย 

สนใจร่วมเดินทางกับเรา โปรดติดต่อที่ 091 7233615 (รับสมาชิก 14 ท่านเท่านั้น เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพไปเกาะสมุย)