ล้านนาโมเดิร์น! กินดื่มเที่ยว แกรนด์วิสต้าเชียงราย พักสบายใกล้เมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684852

 

ต่างจังหวัดก็มีแบบนี้ด้วย! เรากำลังพูดถึงโรงแรมน้องใหม่ย่านใจกลางเมืองจังหวัดเชียงรายอย่าง แกรนด์ วิสต้า เชียงราย (Grand Vista Chiangrai) ที่พักแนวล้านนาโมเดิร์น มาพร้อมความสะดวกสบายครบครัน และมีบริการที่ดีเหมือนโรงแรมหรูห้าดาว กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากทีเดียว

ใครที่วางแผนไปเที่ยวเชียงรายแต่ยังไม่ได้หาที่พักละก็ วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปสแกนเจาะลึกทุกมุมของโรงแรม แกรนด์ วิสต้า เชียงราย ยังไงก็ลองดูไว้เผื่อพิจารณากันนะจ๊ะ ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาส่องทางนี้


มีมุมพักผ่อนเล็กๆ ภายในห้องพัก

มีความล้านนาอยู่ทุกมุม
เข้ามาเพียงก้าวแรก ก็สัมผัสได้ถึงความทันสมัย ตัวอาคารได้โปร่ง โล่งสบาย มีความเป็นลอฟต์นิดๆ แต่พอมองให้ดีถึงรายละเอียดการตกแต่งภายใน ก็เห็นว่ามีการออกแบบที่ดีใส่ดีเทลของศิลปะล้านนาไว้ได้อย่างลงตัว แว่วมาว่าเป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นล้านนาที่ดีที่สุดในเชียงรายทีเดียวนะ ไม่ธรรมดา!

ที่โดดเด่นที่สุดและมีให้เห็นอยู่ทุกๆ มุมในโรงแรมคือ เขานำเอาลวดลายผ้าทอของชาวเขาในเชียงราย มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งโรงแรม ที่สำคัญที่นี่เป็นโรงแรมใหม่แกะกล่อง เปิดตัวกับนักท่องเที่ยวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2558 และเพิ่งจะจัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งโรงแรมไปเมื่อ 1 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานี่เอง


ตกแต่งเรียบแต่เก๋ เน้นลวดลายผ้าทอล้านนา

มีโต๊ะมินิบาร์

รูปแบบห้องพักและราคา
แกรนด์ วิสต้า เชียงราย ให้บริการห้องพักทั้งหมด 80 ห้อง แบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ DELUXE ROOMS ราคาเริ่มต้น 1,700 บาท, CORNER SUITE ราคาเริ่มต้น 2,300 บาท, JACUZZI SUITE ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท, DUPLEX SUITE ราคาเริ่มต้น 3,500 บาท, GRAND VISTA SUITE ราคาเริ่มต้น 4,500 บาท

ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นทุกรูปแบบห้องจะบวกราคาเพิ่มอีก 600 บาท และช่วงพีคคือวันที่ 31 ธ.ค. และ 1 ม.ค. ทุกรูปแบบห้องจะบวกราคาเพิ่มอีก 1,200 บาท


สีสันออกโทนอบอุ่นด้วยงานไม้

กว้างขวางดีจริงๆ

ห้องแบบจากุชชี่

ห้องเตียงคู่ก็มีบริการ เป็นแบบนี้

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น Free Wifi สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สปา และห้องอาหารที่มีหลากหลายเมนูความอร่อย ซึ่งห้องอาหารที่นี่ เริด หรู อลังการไปอีก เพราะมีสเตชั่นอาหารให้เลือกชิมถึง 7 โซน ได้แก่ โซนอาหารอีสาน โซนก๋วยเตี๋ยว โซนปากหม้อญวน โซนผัดไทย โซนขนมจีน 4 ภาค โซนของหวาน และซูชิบาร์ พร้อมโซนเครื่องดื่ม เขามีเป็นโปรโมชั่นเซตอาหารมื้อกลางวัน ทุกๆ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 11.45-14.30 น. ราคา 249 บาทต่อคน เด็กต่ำกว่า 7 ขวบทานฟรีนะจ๊ะ


ของทอดก็มีให้เลือกชิมนะ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

นอกจากนี้ก็มีบุฟเฟ่ต์สเต๊ก เสิร์ฟสำหรับมื้อเย็นทุกๆ วันอังคารและพุธ เวลา 18.00-21.00 น. ราคาเริ่มต้นที่ 350 บาทต่อคน มีเนื้อสเต๊กให้เลือกมากมาย เช่น พอร์กชอพ, หมูสันนอก, หมูสันใน, อกไก่, ปลากะพง, เนื้อเซอร์ลอยด์, ปลาดอรี่ เป็นต้น แต่ถ้าอยากทานแบบพรีเมียม เพิ่มราคาอีกหน่อยก็จะได้ทาน เนื้อเซอร์ลอยด์นิวซีแลนด์, เทนเดอร์ลอยด์นิวซีแลนด์, เนื้อแกะ, แซลมอน, กุ้งแม่น้ำ, หอยแมลงภู่

ปิดท้ายด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล บริการทุกๆ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 18.00-21.00 น. ราคาเน็ตแล้วอยู่ที่ 400 บาทต่อคน


บริเวณห้องอาหาร

กุ้งทอดฟรุ๊ตสลัด

เครื่องดื่มสดชื่น

บริการประทับใจ
สตาฟฟ์ของที่นี่ถูกอบรมมาอย่างดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเองกับนักเดินทางที่มาเข้าพักที่นี่ทุกคน ที่สังเกตเห็นได้ชัดเรื่องการบริการที่ดีก็คือในห้องอาหาร จะคอยมีพนักงานคอยเดินมาถามไถ่ คอยเคลียร์โต๊ะอาหารเราให้เรียบร้อยอยู่ตลอด การต้อนรับของพนักงานที่ล็อบบี้ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน อ้อ! พอดีห้องที่เราพักมีปัญหาเรื่องกลอนประตูห้องน้ำ ล็อกแล้วเปิดไม่ออก พนักงานรีเซ็ปชั่นก็ติดต่อช่างให้อย่างรวดเร็วทันที ได้ใจมากๆ ดูแลใส่ใจตลอด 24 ชม.


มีสระว่ายน้ำให้บริการด้วย

ห้องกว้างขวาง โปร่ง สบาย

จุดเด่นที่ลูกค้าบอกต่อ
จุดเด่นที่ลูกค้าให้การชื่นชมโรงแรมแห่งนี้ คือ ห้องใหม่ สะอาด ออกแบบได้โล่ง โปร่ง สบาย ไม่อึดอัด การตกแต่งก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำใคร คือมีกลิ่นอายของความเป็นล้านนาขณะเดียวกันก็ดูทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

โลเกชั่นแสนสะดวก
โรงแรมแกรนด์ วิสต้า เชียงราย ตั้งอยู่ที่ถนนรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตรงกันข้ามกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีจากสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และยังสะดวกในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่างๆ อีกมากมาย เช่น เชียงรายไนท์บาซาร์ วัดร่องขุ่น สิงห์ปาร์ค ไร่ชาฉุยฟง ไร่เชิญตะวัน และถนนคนเดินวันเสาร์-อาทิตย์


โรงแรมน้องใหม่ในเชียงราย

ด้านหน้าทางเข้าโรงแรม

เดินทางไป เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงราย 200 เมตร
เดินทางไป ตัวเมืองเชียงราย 3 กิโลเมตร
เดินทางไป สถานีขนส่งเชียงราย 5 กิโลเมตร
เดินทางไป สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง 10 กิโลเมตร
เดินทางไป วัดร่องขุ่น 12 กิโลเมตร
เดินทางไป สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) 18 กิโลเมตร

แผนที่โรงแรมแกรนด์ วิสต้า เชียงราย คลิกที่นี่


แผนที่โรงแรมในกูเกิลแม็พ
 

โปรเด็ดรับวันแม่! รวม 8 งาน ช็อปของขวัญเซอร์ไพรส์คุณนายกันดีกว่า!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687677

 

ชวนลูกๆ มาต้อนรับวันแม่ 2559 กับโปรโมชั่นดีๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ จะพาคุณไปเลือกของขวัญราคาสุดคุ้ม มามอบให้คุณแม่สุดที่รัก แถมยังได้เดินเที่ยวช็อปเพลินในวันหยุดด้วยเนอะ เอาล่ะ จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาดูทางนี้…

1. บำรุงผิวคุณแม่ แครบทรี แอนด์ อีฟลิน


แฮนด์ครีมกลิ่นใหม่ ให้คุณแม่

วันนี้ ชวนลูกๆ มาเลือกช็อปผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้คุณแม่กับ “Crabtree & Evelyn Hand Therapy” ณ เคาน์เตอร์แบรนด์ Crabtree & Evelyn (แครบทรีแอนด์อีฟลิน) ทั้ง 6 สาขาในกรุงเทพฯ ได้ที่ สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 1, สยามพารากอน ชั้น 1, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2, เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 2, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 2 และสาขาเซ็นทรัล East Ville ชั้น 1 โซนแฟชั่น

อีกทั้งยังมี เซตของขวัญครีมบำรุงมือ (Hand Therapy) รุ่นพิเศษ 3 กลิ่นหอมสดชื่นใหม่ล่าสุด ด้วยคอลเลกชั่น A Garden of Delightful รุ่น Limited Edition ประกอบด้วยกลิ่น Fresh Water Garden – Aromatic Orangery และ Orchard in Bloom ขนาด 25 กรัม จำนวน 3 หลอด ราคาพิเศษ 900 บาท และมีเซตของขวัญในแพ็กเกจกล่องเหล็ก 6 ชิ้น และ 12 ชิ้น อีกด้วย เพื่อวันแม่ปีนี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2911-0046-7 ต่อ 238

2. พาแม่ไปเลือกนาฬิกาใหม่


ช็อปนาฬิกาข้อมือ

วันนี้-22 ส.ค. 2559 ชวนคุณแม่คุณลูกควงแขนไปช็อปนาฬิกาข้อมือ “Central International Watch PRE–Fair” ณ แผนกนาฬิกา เซ็นทรัลทุกสาขา และเซน (สินค้าจำนวนจำกัด/เฉพาะรุ่น-แบรนด์) พบกับ นาฬิกาเพื่อมอบเป็นของขวัญที่สร้างความประทับใจให้กับคุณแม่ กับราคาสุดพิเศษ ลดสูงสุด 50% พร้อมลดเพิ่มด้วยบัตร The1Card และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือน และเตรียมพบกับงานมหกรรมนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย “Central International Watch Fair 2016” งานใหญ่ประจำปีเร็วๆ นี้

3. ชวนแม่ชิมกาแฟสูตรเด็ด 


กาแฟสูตรใหม่น่าลอง

วันนี้ ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟรูปแบบใหม่กับ สตาร์บัคส์ โคลด์ บรู คอฟฟี่ “Starbucks Cold Brew Coffee” ณ ร้านสตาร์บัคส์ 104 สาขาทั่วประเทศ พบกับการสร้างสรรค์เครื่องดื่มกาแฟดำเย็นแบบพิเศษ ที่มอบสุนทรียรสการดื่มด่ำ รสชาติกลมกล่อม และหอมละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ จากการแช่เมล็ดกาแฟในน้ำเย็นนานกว่า 14 ชั่วโมง เพื่อสกัดรสชาติกาแฟอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนได้รสชาติที่มีน้ำหนัก พร้อมกลิ่นหอมของช็อกโกแลต จากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าจากละตินอเมริกาและแอฟฟริกา และนำมาชงแบบ โคลด์ บรู (Cold Brew) โดยเฉพาะ

4. ควงคุณแม่มาช็อปเสื้อผ้ากีฬา


ช็อปเสื้อผ้ากีฬากันดีกว่า

วันนี้-15 ส.ค. 2559 ชวนคุณแม่มาช็อปเสื้อผ้าแบรนด์ราคาถูกในงาน “Amarin Brand Sale: Sports World Sale Up To 50%” ณ อีเวนท์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ภายในงานพบกับ สปอร์ตไอเทม เสื้อผ้า รองเท้ากีฬา และอุปกรณ์ออกกำลังกายจากแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Nike, Converse, Under Armou, Crocs, Asics, Saucony, Adidas, Brooks, Skechers Performance, D&P, Young Sport รับส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อช็อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป (ไม่สามารถรวมใบเสร็จได้) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2650-4704

5. All’s MoM Market


ช็อปของขวัญคุณแม่

วันนี้-21 ส.ค. 2559 ชวนมาเพิ่มความสนุกทั้งครอบครัว ชวนคุณแม่ไปเที่ยวงาน “All’s MoM Market” ณ เดอะพาซิโอ พาร์ก ถนนกาญจนาภิเษก ภายในงานพบกับของขวัญเพื่อคุณแม่มากมายที่ขนมาลดจัดหนักถึง 50% มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของใช้ในบ้าน ของแต่งบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย พิเศษ เมื่อช็อปในศูนย์การค้าฯ ครบ 1,500 บาท ขึ้นไป รับฟรี ต้นมะลิแทนคำบอกรัก 1 ต้น

6. Hug mom Festival @SENA fest


ร่วมกิจกรรมวันแม่แสนสนุก

วันนี้-14 ส.ค. 2559 ชวนแม่มาช็อปในงาน “Hug mom Festival @ SENA fest เจริญนคร” ณ ศูนย์การค้าเสนาเฟส ถนนเจริญนคร ฝั่งธน ภายในงานพบกับกิจกรรมเพื่อคุณแม่ คู่แม่ลูก และครอบครัว เช่น
– บูธตรวจสุขภาพคุณแม่
– ผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่และคนในครอบครัว
– ลุ้นดินเนอร์มื้อพิเศษกับคุณแม่ฟรี!! จากร้านอาหารชั้นนำภายในศูนย์ฯ
– กิจกรรม Photo Hug mom ส่งภาพถ่ายคู่คุณแม่พร้อมความในใจต่อแม่
– ประกวดเรียงความเรื่อง ฉันอยากกอดแม่ทุกวัน สำหรับน้องๆ นักเรียน
– ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรฯ แม่ของแผ่นดิน
– การเดินแบบคู่แม่ลูก จากเซเลบคนดัง
– มินิคอนเสิร์ต หนูรักแม่ โดย น้องอริส เดอะวอยซ์คิดส์
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-0781-7377

7. ไอเทมเด็ดให้คุณแม่

วันนี้ ชวนคุณลูกช็อปเครื่องสำอางตัวเด็ด เพิ่มความสดใสไฉไลให้คุณแม่กับ “No7 บิวตี้ฟูลลี่ แมท ฟาวเดชั่น” และ “No7 แมตช์ เมด ลิปสติก เซอร์วิส” ณ เคาน์เตอร์ No7 ร้านบู๊ทส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ


รองพื้นเพื่อผิวเนียนขั้นสุด

เริ่มจาก No7 บิวตี้ฟูลลี่ แมท ฟาวเดชั่น เป็นรองพื้นเนื้อบางเบา ปกปิดดีเยี่ยม เกลี่ยง่าย และควบคุมความมันได้ดียิ่งขึ้นกว่าสูตรเดิม ช่วยปกปิดริ้วรอยและรูขุมขนโดยไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ปกป้องการเกิดริ้วรอยด้วยค่า SPF15 ราคา 690 บาท


ลิปสติกสีสวย สด ติดทน

ส่วน No7 แมตช์ เมด ลิปสติก เป็นลิปสติก 15 เฉดสีใหม่ ที่กลมกลืนกับรองพื้นของ No7 ที่มีเฉดสีต่างๆ เหมาะกับทุกโทนสีผิว พร้อมช่วยขับผิวให้ดูดียิ่งขึ้น เปิดตัว 4 สี ได้แก่ ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม พลัม แดงอมชมพู (คอรัล) แดง และส้ม วางจำหน่าย 2 รุ่น คือรุ่น Moisture Drench ลิปสติกสูตรมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น ให้ริมฝีปากชุ่มชื่น และรุ่น Stay Perfect ลิปสติกสูตรแมตท์ สีเข้มสด ชัด ติดทนนาน แต่ไม่ทำให้ปากแห้ง


8.ไทม์ เดคโคดึงอาดิดาส (Adidas) เข้าไทยพร้อมปรับราคาเท่ากันทั้งเอเชีย ไม่ต้องง้อพรีออเดอร์!!

บริษัท ไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลก ดึงนาฬิกาอาดิดาสแบรนด์สตรีทคัลเจอร์ (Street culture) อันดับ 1 ของวัยรุ่นทั่วโลกเข้าไทยกับคอลเลกชั่นซัมเมอร์ 2016 โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือ Performance และ Original พร้อมมีการ ปรับลดราคาลงถึง 15% อาทิ รุ่น ADH1969 (Super Star) จาก 4,550 บาท เหลือ 3,950 บาท ซึ่งเป็นการปรับราคาให้เท่ากันทั้งเอเชีย ให้นาฬิกาอาดิดาสเป็นส่วนหนึ่งในสไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้ ที่ร้านไทม์ เดคโค ช็อป สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว สาขาเทอร์มินอล 21 สาขาซีคอนสแควร์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น เป็นต้น วันแม่ซื้อให้แม่ก็น่ารักดีอีกแบบ

อ้อ แถมท้ายไหนๆ ก็พูดถึง อาดิดาสแล้ว 16-18 สิงหาคมนี้ รีบไปจับจองคิว NMD เป็นสิบๆ สีใหม่จะมาถล่มไทยอย่างแน่นอน.

ที่มาภาพบางส่วน : rhythmstreetmarketthepaseobytbnStarbucksThailand,

crabtree-evelyncentral

 

พาแม่เที่ยว ชิม ช็อป อิ่มเอมใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686783

 

เทศกาลวันแม่ 12 ส.ค. บรรดาลูกๆทั้งหลายคงเตรียมโปรแกรมพาคุณ แม่ไปเที่ยว ไปชิม ไปช็อป เพื่อสร้างความสุขใจทดแทนพระคุณของแม่สุดที่รัก!!!! ซึ่งหลากหลายศูนย์การค้าและแบรนด์ดังต่างร่วมฉลองในโอกาสพิเศษนี้อย่างเต็มที่ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จัดแคมเปญ What Mom Wants ลดราคาสินค้าสูงสุด 70% ถึง 14 ส.ค. และวันแม่แห่งชาติ ลูกค้า M Card ช็อป 5,000 บาท รับคะแนน 12 เท่า…ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา/เซน รวมทั้งช็อปในเซ็นทรัลเอ็ม– บาสซี, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 และสีลมคอมเพล็กซ์ จัด Mother’s Day ลดราคาแผนกเสื้อผ้าสตรี, ชุดชั้นในสูงสุด 30% แผนกบิวตี้ ลด 10-15% ถึง 14 ส.ค. …ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จัด To Mom With Love 2016 ช็อปของขวัญให้คุณแม่ ได้ถึง 14 ส.ค.


ลาคอสท์ จัดบริการชุดของขวัญชิ้นพิเศษ “เสื้อโปโลลา–คอสท์ปักอักษร” และกระเป๋าคอลเลกชั่น “ชองทาโก” ที่ร้านชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์…ยูนิโคล่ แจกฟรี! สติกเกอร์ และการ์ด “Gifts for Mom” พร้อมถุงของขวัญ UNIQLO Gift Bag 1 ชุด เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป ถึง 14 ส.ค. …Crabtree & Evelyn จัดเซตของขวัญครีมบำรุงมือ รุ่นพิเศษ Limited Edition 3 กลิ่นหอมสดชื่นในเซตของขวัญแพ็กเกจกล่องเหล็กหลากดีไซน์…ลองจินส์ แบรนด์นาฬิกาดังจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดคอลเลกชั่น Equestrian มานำเสนอแทนความผูกพันของแม่และลูก…เดอะ เมท สโตร์ จัดของขวัญเพียงซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไป โดยนำภาพถ่ายแม่ลูกให้ทางร้านปริ้นต์ลงบนพื้นผ้าแคนวาส ขนาด A4 ฟรี!! ถึง 31 ส.ค.

พาแม่เที่ยว เอไอเอส ชวนลูกควงแม่เที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งจัดแสดงผลงานช่างศิลปาชีพ สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา และพระราชวังสนามจันทร์ (1 หมายเลข/1 สิทธิ์) ฟรี!! ตลอดเดือน ส.ค. ….หรือจะไปชมงาน “84 พรรษา มหาราชินี ศรีแผ่นดินศิลป์” นิทรรศการชุดผ้าไทยพระราชนิยม จากพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดที่รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค…พลาดไม่ได้กับงาน “มาลัยดอกไม้ไทยให้แม่” ซึ่ง พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ จัดขึ้น ให้ซาบซึ้งกับศิลปะวัฒนธรรมไทยผ่านงานดอกไม้ไทยที่งดงามยิ่ง ระหว่างนี้ถึงวันที่ 14 ส.ค.


พาแม่กิน BreadTalk จัดเค้กและขนมปัง อาทิ Cheesecake Original Cake แต่งหน้าด้วย Chocolate ลวดลายฟ้าขาว พร้อมหัวใจดวงโตส่งมอบแทนความรักจากลูก รายได้จากการขายขนมที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษนี้ จะร่วมสมทบทุน มูลนิธิสยามบรมราชกุมารีเพื่อโรงเรียนจิตรลดา ถึง 31 ส.ค. …โฟชอง ต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยเมนู “The Endless love éclair” พร้อมเสิร์ฟถึง 14 ส.ค. …โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ จัด บุฟเฟ่ต์บรั้นช์และมื้อค่ำในวันแม่ พร้อมให้แม่ลูกได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปกับผลิตภัณฑ์สปาจาก BHAWA SPA….ห้องอาหารเดลิช ราชพฤกษ์คลับ ฉลองวันแม่ด้วยบุฟเฟ่ต์ในราคาเพียง 888 บาท ส่วน ห้องอาหาร หม่าน ฟู่ หยวน จัด “special set menu” มีให้เลือก 2 เซต สำหรับ 6 ท่าน และ 10 ท่าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 12,888 บาทต่อโต๊ะ โทร. 0-2955-0056 ต่อ 2113.

 

มืดฟ้ามัวดิน ! คนดังไหว้ ‘ดาวพฤหัสย้าย’ วัดสามพระยาแรงศรัทธาล้นวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684643

 

เป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่มีดารา คนดัง เซเลบและประชาชนแห่มาร่วมงานอย่างมืดฟ้ามัวดิน ทำให้พื้นที่กว้างขวางแน่นขนัด กับการร่วมงานสวดนพเคราะห์รับส่ง ‘ดาวพฤหัส’ ย้ายพ้นราหู โคจรเข้า ‘ราศีกันย์’ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี หรือเรียกว่า ‘วันเปลี่ยนดวง’ 

อ่านเพิ่ม : พฤหัสย้ายใหญ่! 7 ส.ค. วันดวงเปลี่ยน ทุกราศี หมอช้างชี้วิธีไหว้รับดาวแรง, nbsp;วันดวงเปลี่ยน! รวมวัดดังจัดงานสวดรับ ‘ดาวพฤหัสใหญ่’ 7 สิงหาต้องไป

ไทยรัฐออนไลน์ เดินทางไปรวมงานที่ ‘วัดสามพระยา’ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศตั้งแต่บ่าย จนเวลากลางคืนที่มีสายฝนโปรยปรายราวกับเทวดาให้พร พร้อมภาพคนดังที่ต่างเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิเช่น นวลพรรณ ล่ำซำ, ป๊อป วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, วุ้นเส้น, ทาทายังและสามี ฉัตรอดุลย์ สีนะพงษ์พิพิธ, ดร.อริสรา กำธรเจริญ, แหวนแหวน ปวริศา, แพง ภิชาภัทร เป็นต้น มาให้ชมกัน.


ดอกดาวเรือง







คนมาร่วมงานมากมาย





ทำบุญ

น่าหลงใหล ราวอยู่บนสวรรค์ โลกใต้น้ำ ‘หมู่เกาะพีพี’ จ.กระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ส.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678771

 

เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ไม่แปลกที่คนที่ชอบดำจะหลงรักแบบหักปักหัวปำ มันสงบสวยงาม น่าหลงใหล และไม่มีสงคราม ช่างภาพเปรียบไว้แบบนั้น

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์ เอกลักษณ์ ไม่น้อย ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ เก็บภาพมาจากเกาะพีพี หนึ่งในแหล่งดำน้ำที่เคยงดงามติดอันดับแหล่งดำน้ำในดวงใจของโลก มาให้ชมกัน แม้จะเป็นภาพความเสียหายของปะการังมากมาย จากความรู้และไม่รู้ของมนุษย์ แต่ก็ยังคงงดงามมาก

“ไม่ใช่แค่โลกใต้น้ำ บางทีถ้าบนโลกเราไม่มีมนุษย์ มันอาจจะสวยงามแบบที่เราจินตนาการไม่ถึงเลยทีเดียว”




















**รู้ไว้ใจว่า**

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามัน ด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ รอบๆ เกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงาม และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้นๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอย 40 ล้านปี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 389.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 243,725 ไร่

 

เดินจับหมอก หยอกลมหนาว ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 พฤศจิกายน 2559 เวลา 07:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/466232

เดินจับหมอก หยอกลมหนาว ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ลมหนาวเคลื่อนตัวปกคลุมภาคเหนือเต็มกำลัง คนก็พลันหยิบเสื้อกันหนาวออกมาทำหน้าที่อีกครั้ง พร้อมเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือโดยพร้อมเพรียง หนึ่งในสถานที่รับลมหนาวยอดนิยมคงหนีไม่พ้น “ดอยตุง” หรือโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย ดอยที่มักมีหมอกปกคลุมตลอดปี และในช่วงส่งท้ายปีอุณหภูมิจะลดลงแตะเลขตัวเดียว นอกจากพระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวงที่คนรู้จักกันดีแล้ว เมื่อกลางปีที่ผ่านมาดอยตุงได้เปิดทางเดินบนยอดไม้ หรือ ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก (Tree Top Walk) ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติในมุมใหม่ที่สวยและเสียวกว่าเดิม

ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก ตั้งอยู่ก่อนถึงทางเข้าสวนแม่ฟ้าหลวง โดยผู้ซื้อบัตรดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก สามารถเดินทะลุเข้าไปในสวนแม่ฟ้าหลวงได้เลย ไม่ต้องวกกลับเพื่อเข้าใหม่ให้เสียเวลา ทุกครั้งที่เดินทางจะมีเจ้าหน้าที่จัดแจงสวมชุด อธิบายการใช้อุปกรณ์ และให้คำแนะนำตลอดการเดินทาง โดยแต่ละกลุ่มที่เข้าไปจะแบ่งเป็นรอบ รอบแรกเริ่มเวลา 08.30 น. กลุ่มต่อไปทุก 30 นาที กลุ่มละไม่เกิน 13 คน และใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ทางเดินบนยอดไม้ทำด้วยตาข่ายบ้าง แผ่นไม้บ้าง สูงจากพื้นดินราว 10-40 เมตร รวมระยะทาง 300 เมตร ทางเดินจะระโยงระยางจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ ทว่าเส้นทางจะลดเลี้ยวไปตามธรรมชาติ ผ่ากลางดงไม้ใหญ่บ้าง เรี่ยยอดไม้สูงบ้าง ระหว่างทางจะได้ศึกษาพรรณไม้เมืองหนาวได้จากป้ายสื่อความหมายและคำบอกเล่าจากผู้นำทาง นอกจากจะได้สัมผัสความหนาว สัมผัสธรรมชาติ ยังจะได้จับหมอกตลอดทาง ทำให้ทางเดินบนยอดไม้เป็นสะพานจับหมอกที่อยู่สูงพ้นยอดไม้เสมือนว่ากำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆ

ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่สวมใส่จะช่วยรักษาความปลอดภัยบนที่สูง ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก สายรัดตัว (Harness) และตัวฮุกที่จะคล้องไปกับสายลวดสลิงตลอดทาง ทว่าอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าจะสนุกแบบไม่อันตรายแน่นอน

 

ปลายทางของเส้นทางเดินบนยอดไม้จะไปสิ้นสุดที่สวนแม่ฟ้าหลวง ข้อมูลในเว็บไซต์ดอยตุง ระบุไว้ว่า สวนแม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย มีคนอาศัยอยู่ 62 ครอบครัว ในอดีตหมู่บ้านนี้เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญและเป็นที่พักของกองคาราวานฝิ่น น้ำยาทำเฮโรอีน และอาวุธสงคราม ประกอบกับที่ตั้งมีลักษณะเป็นหุบลึกลงไป บ้านเรือนอยู่อย่างแออัด ขยายไม่ได้ จึงมีปัญหาเรื่องการดูแลความสะอาด ขยะ และน้ำเสีย

ทางโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงขอให้หมู่บ้านย้ายไปอยู่ที่ใหม่ห่างจากที่เดิมราว 500 เมตร แต่ตั้งอยู่บนเนินเขา กว้างขวาง และสวยงาม มีระบบประปาและไฟฟ้าเข้าถึง มีถนนลาดยางตัดผ่าน จึงเป็นที่พอใจของชาวบ้าน และในบริเวณหมู่บ้านเดิมก็สร้างสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว บนเนื้อที่ราว 30 ไร่ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ต้องการให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศได้เห็นไม้ดอกเมืองหนาวที่สวนแห่งนี้ กลางสวนมีงานประติมากรรมของ มิเซียม ยิบอินซอย โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงพระราชทานชื่อว่า ความต่อเนื่อง (Continuity) สื่อความหมายว่า การทำงานใดๆ จะสำเร็จได้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 

โดยไม้ดอกไม้ประดับที่นำมาตกแต่ง อาทิ ดอกซัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบ ดอกลำโพง ไม้มงคล ไม้ยืนต้น และซุ้มไม้เลี้อยมากกว่า 70 ชนิด ได้ปลูกและเลี้ยงดูโดยชาวบ้านในโครงการ เป็นการพัฒนาทักษะฝีมือทางการเกษตร และสร้างงานให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ทั้งยังเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาสู่พื้นที่ปีละหลายล้านบาท ทำให้ในปี 2536 สวนแม่ฟ้าหลวง ได้รับรางวัล พาตา โกลด์ อวอร์ด (PATA Gold Award) ประเภทรางวัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก

ในพื้นที่เดียวกันยังมีสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าที่ พระตำหนักดอยตุง เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างบ้านหลังแรกของพระองค์หลังนี้ขึ้นมาในปี 2530 พระตำหนักเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาเรียบง่าย เป็นบ้านปีกไม้ มีกาแล ผสมกับลักษณะบ้านพื้นเมืองของชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่เรียกว่า ชาเลต์ โดยมีศิลปะไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลอ่อนช้อย เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้สอยได้อย่างครบครัน พระตำหนักถูกรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ก่อนเข้าไปภายในเจ้าหน้าที่จะให้ถอดรองเท้าและแจกเครื่องอธิบายความหมายและหูฟังให้ผู้เข้าชมได้กดฟังคำบรรยายตามหมายเลขที่ตั้งไว้ตามจุดต่างๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องทรงงาน และเพดานดาวที่มีตำแหน่งดาวเรียงกัน เช่น ในวันพระราชสมภพ โดยจะมีเจ้าหน้าที่นำชมเป็นรอบ รอบละ 20 นาที

 

นอกจากนี้ ยังมีอาคารนิทรรศการควรค่าแก่การศึกษาที่ หอแห่งแรงบันดาลใจ อาคารนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของราชสกุลมหิดลที่ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน โดยเรื่องราวได้สะท้อนถึงปรัชญาการทรงงานและผลงานอันเกิดจากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกล ที่ทำให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น มีห้องจัดแสดงนิทรรศการ 7 ห้อง ให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาลึกซึ้งและน้อมนำปรัญชาการดำเนินชีวิตไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป

สถานที่ทั้งหมดที่กล่าวมา ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก สวนแม่ฟ้าหลวง พระตำหนักดอยตุง และหอแห่งแรงบันดาลใจ สามารถอธิบายความเป็นดอยตุงได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ความหนาวเหน็บของสภาพอากาศ พระราชประวัติของราชสกุลมหิดล ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้ควบคู่ไปกับความสนุก แถมยังได้สัมผัสอากาศหนาวอย่างลึกซึ้งให้สมกับเป็นฤดูกาลที่รอคอย

 

 

มุมพักใจ พูลแมน เขาหลัก คาทิลิยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/466201

มุมพักใจ พูลแมน เขาหลัก คาทิลิยา

โดย…คีตะ

ชีวิตในเลนวิ่งเร็วทำให้เราโหยหาวันพักร้อน รวมทั้งการพักกายผ่อนใจในสถานที่อันสวยงาม สงบ เพื่อเพิ่มพลังชีวิตด้วยการออกไปพบเจอ และทำเรื่องสนุกๆ ซึ่ง พูลแมน เขาหลัก คาทิลิยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ก็ตอบโจทย์นั้นได้ชัดเจน

จากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงด้วยรถยนต์ก็มาถึงเขาหลัก และโรงแรมหรูสไตล์รีสอร์ท บนชายฝั่งทะเลอันดามัน อันทันสมัย งดงาม แนบชิดธรรมชาติ

 

ด้วยที่ตั้งทำให้การเดินทางจากโรงแรมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในพังงานั้นสะดวกสบาย แต่ถึงจะไม่ออกไปไหน โรงแรมแห่งนี้ก็ยังสร้างความพึงพอใจ และทำให้วันหยุดของคุณสมบูรณ์แบบ

โรงแรมตั้งอยู่ริมหาดกว้างและยาวเกือบ 1 กม. ทำให้คุณทำกิจกรรมริมหาดหรือในน้ำได้ตามใจชอบ ทั่วบริเวณรื่นรมย์เขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ แซมด้วยสีสันจากดอกไม้นานาพรรณ การตกแต่งทันสมัยผสมผสานวัฒนธรรมไทยท้องถิ่น

 

การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักจะทำให้คุณใช้เวลาสบายๆ โดยเฉพาะในห้องพักวิลล่าแบบที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ถ้าอยากออกไปพบปะผู้คนหรือทำกิจกรรมอื่นๆ โรงแรมก็ยังมีริมสระน้ำขนาดใหญ่จำนวน 5 สระ รวมทั้งมุมผ่อนคลายในสปา หรือไปออกกำลังให้ได้เหงื่อที่ยิม เล่นกอล์ฟ ยิงธนู ต่อยมวยไทย ขี่จักรยานเสือภูเขา เตะฟุตบอล เล่นโยคะ หรือเล่นเทนนิส ก็ย่อมได้ สำหรับเจ้าตัวเล็กก็มีมุมเด็กให้ได้เล่นสนุกสนาน พร้อมการดูแลอย่างใกล้ชิดจากพนักงาน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ สวนสัตว์เล็กๆ ซึ่งมีกวาง ไก่ป่า กระรอก ฯลฯ ให้ได้ไปชมแบบตัวเป็นๆ พื้นที่ตรงนี้ยังเป็นเส้นทางเดินป่า และจุดตั้งแคมป์ ซึ่งจะมอบประสบการณ์การผจญภัยที่น่าจดจำ

 

อาหารและเครื่องดื่มซึ่งให้บริการภายในโรงแรมก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย เพราะมีห้องอาหารถึง 6 แห่ง และบาร์อีก 2 โดยเฉพาะ ดิ เทอเรส โอเชียนฟรอนท์ ซึ่งบริการตลอดทั้งวันด้วยอาหารทะเลและอาหารนานาชาติ เสิร์ฟพร้อมวิวอันดามันตระการตา ชั้นบนเป็น เดอะ รูฟท็อป บาร์ แอนด์ เลานจ์ ให้ได้นั่งรับลมและชมทะเล

สถานที่แห่งนี้เหมาะมากสำหรับคู่ฮันนีมูน รวมทั้งครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัวลำพัง โรงแรมยังมีพื้นที่จัดประชุมสัมมนาและงานต่างๆ โดยเฉพาะงานที่เป็น “ครั้งหนึ่งในชีวิต” อย่างพิธีวิวาห์

 

ที่นี่ทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีความเป็นส่วนตัว ทั้งยังเต็มอิ่มด้วยกิจกรรมสนุกๆ จนอยากจะยืดเวลาพักร้อนออกไปอีก

แล้วคืนวัน ณ พูลแมน เขาหลัก คาทิลิยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ก็จะกลายเป็นความทรงจำดีๆ ที่เมื่อนึกถึงทีไรหัวใจก็สดชื่น และอยากกลับไปอีกสักครั้ง

Place : พูลแมน เขาหลัก คาทิลิยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/9 หมู่ 1 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โทร.: +66 (0) 76 427 500 แฟกซ์: +66 (0) 76 427 501 อีเมลm reservations@pull mankhaolak.com

 

ตามรอยผู้พิทักษ์ ‘ผืนป่าตะวันตก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

9 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/466199

ตามรอยผู้พิทักษ์ ‘ผืนป่าตะวันตก’

โดย…กาญจน์ อายุ

กาญจนบุรีเคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วย สัตว์ป่า ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ จนกระทั่งหลังเหตุการณ์สงครามมหาเอเชียบูรพาระหว่างปี 2484-2488 สัตว์ป่าได้ถูกล่าจนเกือบหมดสิ้น ซึ่งการล่าสัตว์ในครานั้นไม่ได้ล่าเพื่อกีฬา แต่เป็นการล่าแบบล้างผลาญ อย่างนั่งรถจี๊ปส่องไฟสปอตไลต์ฉายกราดแล้วยิงไม่เลือกว่าเป็นสัตว์ชนิดใด แม้แต่ ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ซึ่งเป็นสัตว์สวยงามประดับป่าก็ถูกยิงจนแทบไม่เหลือ กระต่ายป่า ที่เคยมีตามท้องทุ่งก็ถูกยิงจนแทบสูญสิ้น และนกยูงอันเป็นต้นเสียงของเพลงเขมรไทรโยคก็ถูกยิงจนแทบไม่มีเหลือ

หนึ่งในความอุดมสมบูรณ์ของเมืองกาญจน์ คือ ผืนป่าสลักพระ อุดมไปด้วยโขลงช้างป่า เสือ วัวแดง กระทิง และพืชหลากหลายพันธุ์ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีคนออกมาปกป้อง จนกระทั่งกรมป่าไม้ได้ประกาศให้ผืนป่าสลักพระ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ในปี 2508 โดยมีเหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีกาว่า

“ป่าสลักพระมีสภาพภูมิประเทศเหมาะสมที่จะกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่ายิ่งของประเทศชนิดหนึ่ง ที่อำนวยประโยชน์ในการเศรษฐกิจ วิทยาการ และรักษาความงามตลอดจนคุณค่าตามธรรมชาติไว้ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชน”

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีเนื้อที่ประมาณ 860 ตร.ม.หรือประมาณ 5.3 แสนไร่ ครอบคลุม 4 อำเภอใน จ.กาญจนบุรี โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนยากแก่การลาดตระเวน ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณทุ่งสลักพระและทุ่งนามอญที่เป็นแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์ป่า

 

ทุ่งสลักพระเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในเชิงเขาล้อมรอบ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าและต้นไม้ที่ออกผล เป็นอาหารของสัตว์ป่าอยู่มากมาย เช่น มะขามป้อมไทย มะกอก สมอ และยังมีโป่งดินเค็มจำนวนมากกว่า 100 แห่ง  ซึ่งเป็นแหล่งแร่ธาตุของสัตว์ป่า มีพื้นที่ประมาณ 2-2.3 หมื่นไร่ และยังมีทางติดต่อกับทุ่งหญ้ากว้างอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1 หมื่นไร่ เรียกว่า ทุ่งนามอญ ซึ่งสัตว์ป่าสามารถหนีภัยข้ามไปมาได้ระหว่างสองทุ่ง นอกจากนี้ยังมีลำห้วยสำคัญไหลผ่านและมีน้ำตลอดปี คือ ห้วยสะด่อง หรือห้วยสลักพระ ซึ่งสัตว์ป่าได้อาศัยกิน รวมถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เข้าไปลาดตระเวนต้องอาศัยแหล่งน้ำในการดำรงชีวิต

 

อรัญ สงพรมทิพย์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กล่าวว่า ปัจจุบันได้แบ่งเขตพื้นที่ดูแลผืนป่าเป็น 12 หน่วย โดยหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องเป็นหน่วยแรกที่ติดกับชุมชนและถนนใหญ่ก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่า ภายในป่าสลักพระมียอดเขาที่สูงที่สุด ชื่อ เขาหัวโลน สูงประมาณ 1,100 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ในตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย ทั้งห้วยสะด่องห้วยแม่ละมุ่น ห้วยแม่ปลาสร้อย และห้วยยากากี่ ยอดเขาที่สูงรองลงมา ชื่อ เขาสูง ในพื้นที่ตอนเหนือของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเป็นแหล่งต้นน้ำของห้วยอีซู ห้วยน้ำขาว ห้วยกระพร้อย และห้วยแม่ละมุ่น ห้วยและลำธารหลายสายเหล่านี้จะไหลรวมลงสู่แม่น้ำแควใหญ่ สาขาแม่น้ำแม่กลอง เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนท่าทุ่งนา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระมีการบริหารจัดการแบ่งเขตการจัดการพื้นที่เป็น 4 ส่วน ได้แก่ เขตหวงห้าม เป็นบริเวณที่มีสังคมพืชและป่าไม้สมบูรณ์ควรค่าแก่การรักษาไว้เพื่อเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าและแหล่งต้นน้ำลำธาร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภูเขาทุ่งนามอญและทุ่งสลักพระ สอง เขตสงวนสภาพธรรมชาติ เป็นบริเวณที่จะต้องคุ้มครองรักษาสภาพสังคมพืชและสัตว์ป่าให้มีสภาพดั้งเดิม สาม พื้นที่ฟื้นฟูธรรมชาติ เป็นบริเวณที่มีสภาพธรรมชาติถูกทำลายจนเสื่อมโทรมจำเป็นต้องฟื้นฟูให้กลับสภาพเดิม ด้วยการปลูกป่าทดแทนและปล่อยให้ฟื้นตัวคืนสู่สภาพธรรมชาติ และ สี่ เขตบริการศึกษาธรรมชาติและการสื่อสารธรรมชาติ เป็นเขตที่กำหนดขึ้นจากบริเวณพื้นที่สภาพธรรมชาติที่มีจุดเด่นสวยงามและคุณค่าในการศึกษาเรียนรู้ของประชาชน

แต่แม้ว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติ ที่นี่ก็ยังไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ทำให้ต้องทำจดหมายขออนุญาตถึง ไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จึงจะเข้าไปศึกษาธรรมชาติได้ หัวหน้าฯ ยังเผยด้วยว่า ในปีหน้า (2560) จะมีการจัดสรรพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อที่จะเผยแพร่ความรู้สู่คนไทยอย่างรวดเร็วและตรงประเด็น ทำให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสผืนป่าแห่งนี้ง่ายขึ้น

ส่วนของหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องที่พี่อรัญดูแลนั้น ตั้งอยู่บริเวณปากลำห้วยสะด่องก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนท่าทุ่งนา มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1 ทาง เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาเพื่อสังเกตสภาพป่าที่เปลี่ยนไปตามความสูงของพื้นที่ จากป่าเต็งรังที่มีต้นไผ่ขึ้นหนาแน่นเป็นป่าเบญจพรรณที่มีต้นเต็งและต้นรังขึ้นปกคลุม รวมถึงฐานสังเกตธรรมชาติรอบตัวด้วยการให้ตามหาใบไม้ตามโจทย์ ฐานดูรอยตีนสัตว์ริมโป่งธรรมชาติ และกิจกรรมผูกเปลคอนโด กิจกรรมหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ทำอาหารโดยใช้อุปกรณ์เดินป่า ซึ่งเป็นทักษะจริงที่ผู้พิทักษ์ป่าต้องมี

นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอื่นที่หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น เป็นหน่วยพิทักษ์ป่าทางด้านบนของพื้นที่ สามารถมองเห็นลำห้วยแม่ละมุ่นที่มาบรรจบกับห้วยแม่ปลาสร้อยก่อนไหลลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ โดยด้านหลังของสำนักงานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และหน่วยพิทักษ์ป่าหนองรี เป็นหน่วยพิทักษ์ป่าที่อยู่บนสุดทางทิศตะวันออกตั้งอยู่ริมห้วยอีซู มีสถานที่สวยงามเหมาะสำหรับกิจกรรมนันทนาการ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติลำอีซูตั้งอยู่ในพื้นที่ด้วย

พื้นที่ทั้ง 5 แสนไร่ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ผู้พิทักษ์ป่าได้ออกลาดตระเวนทั่วหมดทุกตารางนิ้ว เพื่อเฝ้าระวังปัญหาตัดไม้ หาของป่า ล่าสัตว์ และลักลอบเก็บหินแผ่น สำหรับคนทั่วไปจะได้เห็นสลักพระเพียงเศษเสี้ยวเดียว คือเฉพาะในเส้นทางศึกษาธรรมชาติเท่านั้น คนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปยังทุ่งสลักพระ ทุ่งนามอญ หรือไปพิชิตยอดเขาหัวโลนได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยเพราะการเดินป่าสลักพระต้องใช้ความอดทนสูง อย่างในหน้าฝนอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือในหน้าแล้งอาจไม่มีน้ำสำหรับดำรงชีวิต และสามารถเจออันตรายจากสัตว์ป่าได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะช้างป่าที่มีมากจนเจ้าหน้าที่ยังขยาด

เวลานี้ ผืนป่าสลักพระกลับมาอุดมไปด้วยสัตว์ป่าและสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ กลายเป็นผืนป่าตะวันตกที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ และอย่างที่ท้ายพระราชกฤษฎีการะบุไว้ ทรัพยากรธรรมชาติมีคุณค่ายิ่งที่จะอำนวยประโยชน์ในการเศรษฐกิจ วิทยาการ และรักษาความงามตลอดจนคุณค่าตามธรรมชาติไว้ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชน

ผืนป่าตะวันตกทั้งหมดมีพื้นที่ประมาณ 11.7 ล้านไร่ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้งหมด 17 แห่ง อยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และตาก อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ และครอบคลุมลุ่มน้ำสำคัญทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแควที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต

 

เดินย้อนเวลา ณ ตลาดน้ำอโยธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 พฤศจิกายน 2559 เวลา 07:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/464991

เดินย้อนเวลา ณ ตลาดน้ำอโยธยา

โดย…โยโมทาโร่

เสียงปืนดังสนั่นกลางตลาดจนทุกคนต้องหันมาเหลียวมอง ชาย 3 คน แต่งกายเป็นทหารเมียนมาพายเรือส่งเสียงข่มขู่ชาวสยามกลางตลาดน้ำอโยธยา แล้วทุกคนก็ทำท่าถอนหายใจพร้อมๆ กัน นั่นเป็นทหารปลอม เพราะดูแต่ละคนแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไรมากนัก แล้วเราก็เดินเที่ยวชมกันต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยอยุธยา ให้นักท่องเที่ยวได้ชมบรรยากาศบ้านเมืองสยามสมัยก่อน มีการแสดงการละเล่น การแสดงพื้นบ้าน และการแสดงอิงประวัติศาสตร์เมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2

 

การเดินทางมาที่ตลาดน้ำแห่งนี้โดยการขับรถให้ใช้เส้นทางมาตามเส้นทางถนนสายเอเชีย เลี้ยวซ้ายเข้าพระนครศรีอยุธยาแล้วมุ่งหน้าไปตามถนนโรจนะ ขับตรงไปถึงเจดีย์วัดสามปลื้ม ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นวนรอบวงเวียนเจดีย์ และเลี้ยวขวาไปทางวัดมเหยงคณ์ ก็จะเห็นทางเข้าตลาดน้ำอโยธยา ข้างในมีที่จอดรถฟรีประมาณ 500 คันเห็นจะได้ แต่ถ้าไปแล้วเต็มก็ยังมีที่จอดรถเอกชนเสียค่าจอดไม่สูงมากนักรองรับนักท่องเที่ยวอยู่

สิ่งที่เราแนะนำให้เตรียมไป ก็คือ กระเป๋าสะพายหลังและน้ำเปล่าสักขวด เพราะคุณอาจจะได้เสียเงินไปกับสินค้าสวยงาม หาซื้อได้ยากจากตลาดน้ำแห่งนี้ โดยเฉพาะของเล่นและขนมในวัยเด็กที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีขายแล้ว ก็สามารถหาซื้อได้จากที่ตลาดแห่งนี้ครับ และเนื่องจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าวเกือบตลอดทั้งปี เราจึงแนะนำให้คุณเดินทางมาเที่ยวช่วงเช้า อากาศกำลังดี แสงกำลังสวย เหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างยิ่ง

 

ทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้าเยี่ยมชมทั้งไทยและต่างชาติ โดยมากจะมาเพื่อถ่ายรูป และรับประทานอาหาร โดยเฉพาะชาวต่างชาติจะนิยมบริการนั่งเกวียนเทียมวัว และขี่หลังช้าง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าในวันที่เราไปนั้นในส่วนกิจกรรมต่างๆ มีการจัดแสดงและให้บริการหรือไม่ หากมีความตั้งใจจะไปร่วมกิจกรรมพิเศษของทางตลาดน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำว่าควรโทรสอบถามก่อนที่เบอร์ 035-881-733

เมื่อเดินเข้ามาภายในตัวตลาด จะพบว่า ทั้งหมดสร้างด้วยไม้เป็นลักษณะเรือนไทยเรียงต่อกันเป็นวงกลม 2 ชั้น ล้อมรอบคลองจำลองขนาดใหญ่ แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่มีความผูกพันอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเป็นหลัก เพราะเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่า มีตลาดริมน้ำเล็กๆ พอเป็นสีสัน มีร้านค้าอยู่ประมาณ 150 กว่าร้านค้า ซึ่งเราไปล่าสุดก็พบว่ามีพื้นที่ว่างให้เช่าเหลืออยู่อีกมาก ก็น่าจะเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวสำคัญ แต่ร้านค้าหลักๆ ที่เป็นสีสัน เช่น ร้านขายเสื้อผ้าไทย ขนมไทยโบราณ ของเล่นโบราณยุค พ.ศ 2510-2530 ศ.เครื่องดื่มกาแฟโบราณใส่ในภาชนะแปลกๆ ยังคงมีอยู่ และเพิ่มเติมก็เห็นจะเป็นพวกของเล่นไฮเทคที่เริ่มเข้ามาวางจำหน่ายเอาใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

 

เราแนะนำว่า เมื่อมาถึงที่นี่แล้วควรดูตารางกิจกรรมก่อนว่าจะเริ่มการแสดงเมื่อไหร่ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่เข้าชมฟรี เว้นแต่การขี่หลังช้างและล่องเรือ หรือนั่งเกวียนที่สามารถใช้บริการได้ตลอดทั้งวัน ถ้าเวลาค่อนข้างกระชั้นมากควรให้เวลาชมการแสดงสักหน่อย โดยเฉพาะการแสดงแอ็กชั่น สงครามเสียกรุง แม้จะเป็นการแสดงจากทีมนักแสดงเล็กๆ แต่ก็ปลุกเลือดรักชาติให้เดือดพล่านได้ไม่น้อย

จากนั้นค่อยเดินเวียนขวาชมร้านค้าร้านรวงต่างๆ ประมาณ 2 รอบ แบ่งเป็นรอบในกับรอบนอกตัวตลาดก็จะเดินครบพอดี หยุดร้านนั้นนิดร้านนี้หน่อยแวะชิมขนม ชมของเล่น ซึ่งเกือบจะร้อยทั้งร้อยต้องแวะร้านของเล่นโบราณกันทุกคน ส่วนฉากถ่ายภาพที่นิยมมากที่สุดก็เห็นจะเป็นประตูหน้าร้านที่ยังไม่ได้เปิดให้บริการเป็นฉากหลังที่เหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นอย่างมาก รองลงมาก็จะเป็นด้านหน้ากับป้ายชื่อ “ตลาดน้ำอโยธยา” รูปปั้นเด็กไทย รถสามล้อถีบ รถโบราณที่จอดจนยางแบนก็เก็บมุมสูงหน่อยเป็นอันใช้ได้มีรูปประทับใจไปโพสต์อวดเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก

 

เดินนานๆ ชักจะเมื่อย เราแนะนำให้ใช้บริการล่องเรือ เป็นเรือเล็กๆ แต่ปลอดภัย วิ่งรอบตลาดน้ำได้บรรยากาศคล้ายตลาดน้ำ ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีโดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยากจะลองนั่งเรือดูสักครั้ง ค่าบริการก็ไม่ได้แพงมาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงเที่ยงก่อนการแสดงโชว์เราอาจจะได้เห็นนักแสดงแต่งชุดทหารเมียนมาพายเรือยิงปืนอยู่ใกล้ๆ เรือเราอีกด้วย

ปิดท้ายด้วยการรอชมการแสดงวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ บริเวณเรือนไทยกลางน้ำ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ซึ่งเราอาจจะได้ชมระบำนาฏนารีศรีอโยธยา ระบำบันเทิงเภรี และการแสดงชุด วสันตนฤมิตร ทั้งหมดเป็นการแสดงที่ให้เราได้เข้าชมฟรี แต่จะมีทีมนักแสดงถือกล่องบริจาคเงินตามจิตศรัทธา ก็ควรให้ตามอัตภาพของแต่ละท่านเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเขาได้สืบสานการแสดงของไทยให้คงอยู่สืบไป ถ้าหากแวะมา จ.พระนครศรีอยุธยา ตลาดน้ำอโยธยาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้คุณได้มาเยี่ยมเยือนกันสักครั้ง

 

 

 

 

 

จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เดินทางเพื่อพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/464942

จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เดินทางเพื่อพัฒนา

โดย…รอนแรม

สาวขาแดนซ์แห่งค่ายเวิร์คพอยท์ มิวสิค จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เธอเดินตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 บนเส้นทางแห่งความพอเพียงและการแบ่งปัน โดยจันจิและจันทรา (พี่สาว) ได้นำริบบิ้นเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นริบบิ้นดำแจกให้ผู้ที่จะเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  ในพระบรมมหาราชวัง นอกจากนั้น จันจิยังมีความเพียรในการทำงานแต่เด็กจนถึงวันนี้ในวัย 25 ปี เธอสามารถดูแลครอบครัว

วงไกอาฟอร์มทีมขึ้นมาเมื่อ 3 ปีก่อน โดย จิก-ประภาส ชลศรานนท์ เป็นคนตั้งชื่อวงที่แปลว่า พระแม่ธรณี เธอมีคาแรกเตอร์เป็นสาวลุคสปอร์ตและเปรี้ยว รับหน้าที่เป็นนักร้องสายเต้น เพราะตัวเธอได้โตขึ้นมาจากการเป็นแดนเซอร์ให้ศิลปินดังหลายคน

 

“จันจิเป็นเบื้องหลังมาก่อน เคนเป็นแดนเซอร์ให้ศิลปินแกรมมี่มา 5 ปี ให้เอเอฟบ้าง และระหว่างที่เป็นแดนเซอร์ก็เคยเป็นดีเจมาก่อนด้วย จากนั้นมีพี่ที่เคยเต้นด้วยกันอยู่ที่เวิร์คพอยท์ได้เรียกจันจิมาออดิชั่น ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ เพราะตัวเองร้องเพลงไม่เก่ง จะหนักเต้นมากกว่า เลยต้องฝึกต้องพัฒนาการร้องให้ดีด้วย” จันจิเริ่มทำงานเป็นแดนเซอร์ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นต้นมา

ความดี

เนื่องในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เธอและพี่สาวได้ทำริบบิ้นดำแจกฟรีแก่ผู้ที่จะไปถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยมีจันทราเป็นโต้โผ ส่วนจันจิเป็นแรงงานและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ตอนแรกเป็นการนำริบบิ้นเหลือใช้จากการทำเครื่องประดับมาทำเป็นริบบิ้นดำให้คนในครอบครัว ซึ่งในขณะนั้นมีกระแสเรื่องการใช้เสื้อสีดำมาก ทั้งคู่จึงมีความคิดอยากทำไปแจกคนที่สนามหลวง

 

จันทราจึงโพสต์ประกาศแจกริบบิ้นดำลงอินสตาแกรมให้คนที่จำเป็นจริงๆ แอดไลน์ส่วนตัวเพื่อติดต่อรับริบบิ้นทางไปรษณีย์ ซึ่งมีคนติดต่อเข้ามากว่า 3,000 คน จันจิจึงลงมาช่วยทำริบบิ้นเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ

“หลังจากพี่สาวโพสต์ไปก็มีออร์เดอร์เข้าเรื่อยๆ ทำเท่าไรก็ทำไม่พอ จึงต้องชี้แจงไปว่าจะให้คนละชิ้นสองชิ้นเท่านั้น เพื่อจะแบ่งสันปันส่วนให้ครบทุกคน” จันจิ กล่าวเพิ่มเติม “จนถึงตอนนี้ก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ แต่เปลี่ยนจากที่แจกฟรีอย่างเดียว ก็ได้นำไปขายร้านค้าเพื่อที่จะได้นำเงินมาบริจาคให้โครงการที่เกี่ยวข้องกับในหลวง ซึ่งก็น่าจะทำแบบนี้ต่อไป ยังไม่มีกำหนดหยุด จนกว่าไม่มีใครต้องการเพิ่มแล้ว”

 

นอกจากนี้ เธอและพี่สาวยังนำริบบิ้นดำไปแจกที่สนามหลวง 2 ครั้ง รวมๆ กันนับกว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งครั้งนี้ได้แรงจากเพื่อนพ้องน้องพี่ของทั้งสองคนมาช่วยทำ และความตั้งใจต่อไปทั้งคู่อยากนำริบบิ้นดำไปแจกให้คนต่างจังหวัด กำลังพยายามหาช่องทางที่จะส่งให้ถึงทั้ง 77 จังหวัด นับได้ประมาณ 3 หมื่นชิ้น ทุกชิ้นทำด้วยมือตั้งแต่ตัด ติดกาว ลนไฟปลายริบบิ้น ซึ่งทุกชิ้นทำด้วยความตั้งใจทั้งสิ้น

“ยังไม่มีโอกาสเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ ได้แต่แจกข้าว แจกน้ำ แจกริบบิ้นให้คนที่มาร่วมงานข้างนอก” เธอกล่าวด้วยว่า แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาในยุคที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระชนมพรรษามากแล้ว แต่เธอก็ยังรักและผูกพันอย่างเหลือล้น

 

“ตอนเด็กๆ เราก็จะเรียนเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงเยอะมาก ซึ่งทำให้เราทึ่งว่าท่านทำได้ยังไง เราเห็นท่านในทีวี เห็นในโรงหนังทุกครั้ง ก็รู้สึกว่าท่านเท่และเก่งมากๆ เล่นดนตรีก็ได้ เล่นกีฬาก็ได้ พูดได้หลายภาษา พอได้ยินข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ เรายังไม่ได้เตรียมใจ มันหนักอึ้งไปหมด ท่านจากเราไปแล้วจริงๆ หรอ ท่านจากเราไปแล้วจริงๆ มันเศร้า เศร้าอยู่ในใจ”

สิ่งที่คนไทยได้ยินกันมาตลอดคือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 สอนให้อยู่อย่างพอเพียง ซึ่งเธอได้น้อมนำมาใช้ในการทำริบบิ้นจากของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น เธอกล่าวต่อว่า “ตามปกติจันจิก็ประหยัดของเราเอง ไม่ได้คิดว่าต้องพอเพียงขนาดไหน แต่พอท่านเสด็จสวรรคต ทำให้เราต้องยึดหลักพอเพียงอย่างจริงจัง เราต้องกลับมาดูที่ตัวเราแล้วละว่าจะใช้ชีวิตยังไงให้พอเพียง เพราะนี่เป็นการทำดีเพื่อพ่อที่ใครๆ ก็ทำได้ ในหลวงไม่ได้ไปไหน แต่ท่านยังอยู่ในชีวิตและจิตใจของทุกคน”

 

ความฝัน

จันจิจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สวนทางกับความฝันในวัยเด็กของเธอที่อยากเป็นสัตวแพทย์ แต่เมื่อได้เดินมาบนเส้นทางนี้แล้ว เธอก็ขอใช้ชื่อเสียงศิลปินเป็นเครื่องกระจายเสียงเพื่อช่วยเหลือสัตว์ และหากเป็นไปได้เธออยากตั้งมูลนิธิ

“ถ้าจันจิทำหน้าที่ในการดูแลที่บ้านได้แล้ว ก็อยากทำมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกรังแกหรือถูกปล่อยให้จรจัด จะใช้เสียงของเราช่วยเหลือชีวิตอื่น ทำประโยชน์ให้แก่สังคมและสิ่งมีชีวิตร่วมโลกใบนี้”

 

ด้านการใช้ชีวิต ส่วนใหญ่เธอจะใช้เงินไปกับสิ่งที่สามารถพัฒนาตนเองได้ เช่น ออกกำลังกาย เรียนการแสดงเพื่อหาความรู้ใหม่ และเพื่อหาประสบการณ์ จันจิชอบไปทะเลอย่าง ภูเก็ต กระบี่ ซึ่งเธอใช้คำว่า เที่ยวบ้าง

“เมื่อก่อนจันจิเป็นแดนเซอร์จะไม่ค่อยมีเวลา ทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย แต่พอมาเข้าวงการ พอมีเวลาว่างมากขึ้นก็จะหาเวลาไป เพื่อออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ชาร์จพลังและพักร่างกาย เพราะตอนเต้นหนักๆ จะใช้ร่างกายเต็มที่ ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย”

เธอให้ความหมายของคำว่า การเดินทาง คือ การเปิดโลกใหม่ เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ตนเองไม่มี ซึ่งแม้ว่าเธอจะไม่ยกให้เรื่องเที่ยวเป็นอย่างแรก แต่ก็ไม่เคยลืมให้จิตใจได้พัก ให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างแข็งแรง