ไม่ผิดหวัง! ArtBox กลับมาทวงบัลลังก์ 10 ร้านสุดคูลที่คุณต้องไปโดน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593285

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 06:05

 

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังจริงๆ สำหรับ ArtBox Signature ที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแบบ Flea Market หรือตลาดนัดแห่งปีที่ทุกคนรอคอย ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นใกล้ๆ กับ The Em District ในธีม ArtBox the Glass ขอบอกว่าสาวกสินค้าแฮนด์เมดห้ามพลาด เพราะมีของดีของเด็ดมาให้ชมเพียบ

พอรู้ว่า ArtBox เขาเปิดม่านขึ้นอีกครั้ง ไทยรัฐออนไลน์ ก็รีบตรงดิ่งไปสัมผัสสีสันของตลาดนัดแห่งนี้ทันที กลับมาคราวนี้เขาจะจัดกันไปยาวๆ เกือบ 4 เดือนแน่ะ! ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 19 มิถุนายน 2559 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 15.00 – 24.00 น.

ไหนๆ ก็ได้ไปชมตั้งแต่วันแรก เราเลยไม่พลาดเก็บบรรยากาศสีสันสดใส พร้อมกับร้านค้าเด็ดๆ น่าโดนมาให้ชมกัน 10 ร้าน เอาเป็นว่าจะมีร้านไหนถูกใจคุณบ้างรึเปล่า ตามมาดูกัน

บรรยากาศคึกคักที่คุ้นเคย

เริ่มกันที่โซนแฟชั่นและสินค้าแฮนด์เมด…

1. The Vintage Light Bulbs

ร้านนี้ขายหลอดไฟแนววินเทจ ออกแบบไส้หลอดไฟได้เก๋กู้ดมากๆ ฐานทำด้วยไม้ ตั้งวางประดับในห้องพักได้สวยแปลกตาดี สามารถเสียบปลั๊กไฟในห้องได้เลย ที่สำคัญสามารถปรับความสว่างของหลอดไฟได้ด้วย เท่อะ สนนราคาอันใหญ่ๆ ไส้เป็น LED ให้ความสว่างมาก ไม่ร้อน อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนอันเล็กๆ เป็นหลอดไส้ สว่างแบบเหลืองนวล มีความร้อนเล็กน้อย ราคา 600 บาท

หลอดไฟแนววินเทจ

หลอดใหญ่ 1,000 บาท หลอดเล็ก 600 บาท

2. TA MAE KRAE (ตะ-แมะ-แคระ)

ร้านนี้ขายกล่องไม้อเนกประสงค์ ไว้ใส่ของจุกจิก มีกล่องดินสอไม้สวยๆ แล้วก็มีกล่องใส่นามบัตรเก๋ๆ ด้วย คนชอบงานไม้น่าจะชอบสินค้าแนวนี้ สนนราคากล่องไม้อันเล็ก 100 บาท ส่วนกล่องเหล็กใส่นามบัตร เป็นงานเพ้นท์มือ ราคา 220 บาท

กล่องไม้น่ารัก

มีกล่องใส่นามบัตร และกล่องดินสอด้วย

3. Rise Leather 100%

ร้านนี้เป็นร้านเครื่องหนังแท้ มีสินค้าแฮนด์เมดจากหนังมากมาย ทั้งกระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสตางค์ เข็มขัด สร้อยข้อมือ แต่ที่สะดุดตาที่สุด เป็นสินค้าตัวใหม่ของร้าน นั่นคือ พวงกุญแจรูปสัตว์ต่างๆ น่ารัก ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย สนนราคาตัวละ 179 บาท (ยกเว้นตุ๊กตาม้า ทำยากหน่อย ราคา 200 บาท)

พวงกุญแจหนังแท้

ราคา 179 บาทเท่านั้น

4. Madoo Madoo 

ร้านนี้สาวๆ ต้องชอบแน่ เป็นร้านขายเสื้อผ้าแนวโบฮีเมียนสีสันสดใสมากๆ มีทั้งแบบเสื้อสายเดี่ยว เสื้อคลุม กางเกง แม่ค้าก็สวยน่ารัก เป็นกันเองสุดๆ สนนราคาเสื้ออยู่ที่ตัวละ 320 บาทเท่านั้น

เสื้อเก๋ๆ แนวโบฮีเมียน

เสื้อลายสวยๆ น่าลอง

5. Fabbiz

ร้านนี้ขายตุ๊กตาผ้าทำมือ แฮนด์เมดเย็บมือของแท้ แต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนกัน สามารถนำไปตั้งโชว์เป็นของแต่งบ้าน เอาไว้ปักเข็มหมุด หรือจะเอาไว้แขวนเครื่องประดับอย่างสร้อยคอและสร้อยข้อมือก็ได้ ทำออกมาเป็นตุ๊กตาสัตว์น่ารักหลายชนิด เช่น แมว กระต่าย เป็ด นกฮูก เป็นต้น สนนราคาประมาณ 350-390 บาท แม่ค้าบอกว่าตุ๊กตาสามารถซักได้ตามปกติ ไม่มีพังแน่นอน

ตุ๊กตาน่ารักๆ หลายแบบ

ตุ๊กตาแมวเหมียว

หลังจากดูสินค้าเก๋ๆ โซนแฟชั่นและแฮนด์เมดแล้ว ทีนี้แวะมาดูของกินร้านเด็ดที่โซนอาหารและฟู้ดทรักกันบ้าง…

6. FUKU Japanese Sushi Bar

ร้านอาหารญี่ปุ่นน่าทานมากๆ มีทั้งซูชิ ซาซิมิแซลมอนสดๆ และอื่นๆ อีกหลายเมนู เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ใครที่เป็นสาวกอาหารญี่ปุ่น ต้องไปชิม

แซลมอนน่ากินอะ!

7. DONI NACHO

ส่วนร้านนี้ขายอาหารทานเล่นของเม็กซิกันอย่าง นาโชส์ เป็นแผ่นแป้งข้าวโพดบางกรอบราดด้วยชีสซอส ใครที่เป็นชีสเลิฟเวอร์น่าจะถูกใจกัน มีสองเมนูให้เลือก คือ นาโชส์ชีส ราคา 99 บาท และนาโชส์ชีสเบคอนและผัก ราคาประมาณ 139 บาท หรือจะเพิ่มท็อปปิ้งอื่นๆ ก็คิดเพิ่มอย่างละ 20 บาท

ราดชีสซอส แล้วโรยชีสเพิ่มอีก โอยยย…หิว

เพิ่มชีส เพิ่มเบคอนได้ อย่างละ 20 บาท

8. High Cocktail

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มผู้ใหญ่สีสันสดใส โดดเด่นที่ตัวเครื่องดื่มมีบอดี้พลิ้วไหวสวยงาม เสิร์ฟมาในขวดแก้วแบนๆ เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยด้วนะ เมนูขายดี ได้แก่ เมล่อนและมิราเคิล ราคาขวดละ 150 บาท แต่ขอบอกก่อนว่ามันเหมาะกับผู้ใหญ่วัยทำงาน ไม่แนะนำสำหรับเด็กและเยาวชนนะจ๊ะ

เครื่องดื่มแปลกตา เจ้าแรกของไทย

9. Fried World

มาลองของทานเล่นอีกสักร้าน ร้านนี้ขายเฟรนช์ฟรายทอด แต่เพิ่มลูกเล่นความอร่อยเข้าไปอีก โดยราดซอสและท็อปปิ้งสูตรต่างๆ มีทั้ง Vodka salmon, Fried ไข่เค็ม, Ham and cheese, Carbonara, Black carbonara, Pork Ragu เป็นต้น สนนราคาถาดละ 80-100 บาท

เฟรนช์ฟรายพร้อมท็อปปิ้งรสชาติต่างๆ

10. Bloody Drink

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มพั้นช์รสอร่อย เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ดื่มสดชื่น คลายร้อนได้ดี มีพั้นช์แดงและพั้นช์น้ำเงิน รสหวานๆ เปรี้ยวๆ สดชื่น เครื่องดื่มอาจจะธรรมดาทั่วไป แต่มันเก๋ตรงที่เขาเสิร์ฟมาในถุงคล้ายถุงบริจาคเลือด เวลาดื่มก็จะต้องดูดจากสายสลิง แฟนๆ ผีดิบดูดเลือดคงฟินแน่ๆ อะ

หน้าร้าน Bloody Drink

แปลงร่างเป็นผีดูดเลือด เครื่องดื่มพั้นช์เก๋ๆ

การเดินทาง : สะดวกที่สุดให้เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า แล้วลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ออกทางออกที่ 6 จากนั้นก็เดินตรงมาประมาณ 200-300 เมตร ผ่านอุทยานเบญจสิริ เดินตรงมาเรื่อยๆ สังเกตซ้ายมือให้ดีๆ จะเห็นป้ายงาน ArtBox สีเหลืองขนาดใหญ่ประดับไฟ นั่นคือประตูทางเข้างาน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจกระเป๋าอยู่หน้างานด้วย

หัวใจสัมผัส ‘ท้องฟ้า’ งาม เท้าจุ่ม ‘น้ำคราม’ ทรายขาว กุ้ยหลินเมืองไทย จ.สุราษฎร์ธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593201

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2559 06:05

 

ระยะหลังเห็นภาพ ‘ท้องฟ้า’ เห็น ‘พื้นฟ้า’ สีฟ้างาม เคลื่อนไหวเชื่องช้างดงามตามแรงลม เปล่งประกายวิบวับตาตามแสงอาทิตย์ส่องเจิดจ้า, เห็นผืนน้ำ สีเทอร์ควอยซ์ สีคราม ทอดกายยาว สุดปลายสายตางดงาม 

บอกตรงๆ ใจแข็งปานใด หัวจิต หัวใจไพล่พาน สะเทิ้นหวั่นไหวก่อตัวในหัวใจ

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ของ ตฤณ จันทร์สว่าง ช่างภาพฝีมือดี เอาภาพจาก สถานที่งดงามจนคนขนานนามว่า ‘กุ้ยหลินเมืองไทย’ มีพื้นที่ติดกับ เขื่อนรัชชประภา ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี มาฝาก ภาพท้องฟ้า และผืนน้ำ ที่ยิ่งดูยิ่งหวั่นไหว ต่อให้เป็นคนที่ใจแข็งก็ละลายและอยากไปเยือน

ไปเพื่อเติมพลังให้กับคนที่ใช้ชีวิตที่ส่วนใหญ่เหยียบบนพื้นซีเมนต์ เดินในป่าคอนกรีตมากกว่าเอาเท้าแตะพื้นดิน ย่ำทรายละเอียด จุ่มน้ำใสให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำผ่อนคลายสักครั้งหนึ่งในชีวิต. 

รู้ไว้ใช่ว่า

อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่บริเวณเทือกเขาสูงไปจนถึงอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา แบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ๆ 1. เขื่อนเชี่ยวหลาน เรียกอีกชื่อว่า เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่บริเวณ กม. 57-58 ตามเส้นทางหลวงสาย 401 ห่างออกไปอีก 51 กม.คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 109 บนถนนเส้นเดียวกันนั่นเอง

“เกาะหลีเป๊ะ” มัลดีฟส์เมืองไทย ไม่รวยก็เที่ยวได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591817

โดย แบกกล้องเที่ยว 19 มี.ค. 2559 16:01

 

ช่วงนี้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แบกกล้องเที่ยว ก็เลยอยากพาท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ลงทะเลเพื่อคลายร้อนอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะพาไปเที่ยว หมู่เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์บนพื้นน้ำแห่งทะเลอันดามัน เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูลนั่นเองครับ

หลีเป๊ะ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะตะรุเตา ทั้งยังติด 1 ใน 3 อันดับเกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทยมายาวนาน ด้วยทะเลสีคราม ที่ตัดกับหาดทรายสีขาว และทะเลแหวกที่ปรากฏให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามบางเวลา ที่สำคัญปะการังยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ถึงแม้จะเดินทางไม่ง่าย แต่นั่นล่ะคือเสน่ห์ของมัน!

ช่วงเวลาสวยที่สุดของเกาะหลีเป๊ะคือ เดือนธันวาคม – มีนาคม ไม่มีฝนและน้ำใสมาก ส่วนเดือนเมษายน เริ่มมีโอกาสจะเจอฝนตก ฟ้าหลัว ส่วนช่วงเวลาอื่นก็เที่ยวได้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานที่มีเวลาปิดเกาะ แต่ก็ถือว่าวัดดวงถ้ามาช่วงมรสุม มีข้อดีอย่างเดียวคือที่พักราคาถูกครับ

แบกกล้องเที่ยวแนะนำให้หาตั๋วเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่ มาถึงแล้วเตรียมตัวออกไปยังท่าเรือปากบาราในช่วงเช้าเลยครับ สอบถามคนแถวนั้น หารถตู้เดินทางไป ปากบารา ใช้ระยะเวลาจากหาดใหญ่ถึงท่าเรือราวๆ 2 ชม. เรือ Speed boat ใช้เวลาเดินทาง ถึงเกาะหลีเป๊ะ โดยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีเรือออกทุกวัน ตั้งแต่ 11.30 -13.30 น. ค่าตั๋วเรือไปกลับประมาณ 900 บาท/ท่าน บางท่านอาจจะได้ของแถม เพราะเรือบางเจ้าจะพานักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปและชื่นชมความงามของเกาะไข่ให้ด้วย อันนี้ต้องลองสอบถามดูก่อน

บนเกาะหลีเป๊ะนั้นที่พักจะอยู่ริมชายหาด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 หาด ได้แก่ 1. หาดพัทยา หาดนี้จะมีที่พักค่อนข้างเยอะ ร้านอาหารเพียบ อยู่ใกล้ถนนคนเดิน ชายหาดน้ำใส เล่นน้ำได้ 2. หาดซันไรส์ (หาดชาวเล) หาดนี้ทะเลสวยสุด น้ำใส ทรายขาว ไปถนนคนเดินสะดวก 3. หาดซันเซท (หาดประมง) หาดนี้รีสอร์ตไม่เยอะ เงียบสงบดี ชายหาดสวยสู้ 2 หาดแรกไม่ได้ และไกลจากถนนคนเดินครับ

ไฮไลต์ของที่นี่คือ การออกเรือหางยาวไปดำน้ำ ซึ่งอัตราค่าบริการแบบเหมาลำ จะอยู่ราวๆ 2,400-3,000 บาท หรืออย่างผมไปคนเดียว ก็จะไปแบบ Join tour เรือหางยาว (โซนใน / โซนนอก)+ข้าวกล่องมื้อเที่ยง 750 บาท แนะนำให้เช็กราคาให้ดีก่อนครับ

ส่วนโลกใต้น้ำของที่นี่นั้นบอกเลยว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำโดยแท้จริง (ถึงแม้จะเป็นการดำน้ำแบบ snorkeling) ด้วยแนวปะการังและปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่ผลัดกันมาให้ชื่นชม รับรองว่าชาตินี้ลืมไม่ลงครับ อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ “เกาะหินงาม” ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะคือ บนตัวเกาะจะประกอบไปด้วยหินเล็กหินน้อย และมีความเชื่อกันว่าหากใครมาเรียงหินซ้อนกันที่เกาะแห่งนี้จะสมหวังเรื่องความรัก

เอาเป็นว่าวันหยุดยาวที่กำลังมาถึง ใครที่วางแผนไปหนีร้อน ก็รีบหาที่พักกันและวางแผนเดินทางกันแต่เนิ่นๆ นะครับ จะได้ไม่ผิดหวัง เวลาแบกกล้องไปเที่ยวจะได้มีรูปสวยๆ พร้อมความทรงจำดีๆ กันครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

ท่องแดน…อ้อมกอดหิมาลัย จิบชาที่ “ดาร์จีลิ่ง-สิกขิม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592680

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 มี.ค. 2559 05:01

 

เมื่อเร็วๆนี้ “พี่ปุ๊” สมทรง สัจจาภิมุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ผจก.ทั่วไปบริษัท เอส.เอส.แทรเวิลเซอร์วิส เอ่ยปากชวนไปเที่ยวสิกขิม

และดาร์จีลิ่ง ในทริป “DESTINATION EAST” ครั้งที่ 6 ที่สมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย (CII) และรัฐเบงกอลตะวันตก จัดขึ้น เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวของอินเดีย

สตาร์ตจุดแรกกันที่กัลกัตตา หรือโกล–กาตา เมืองหลวงเก่าของอินเดีย และเป็นเมืองแรกที่อังกฤษเข้ายึดครองอินเดีย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถนนทุกสายและสถาปัตยกรรมในเมืองนี้จึงยังคงมีกลิ่นอายของฝรั่งเมืองผู้ดีติดๆอยู่กับกลิ่นแขกๆของคนอินเดียในปัจจุบัน

คืนแรกในกัลกัตตา นอนหลับๆตื่นๆด้วยเสียงแตรรถที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก วันรุ่งขึ้นจึงออกเดินทางต่อไปยังเมืองดาร์จีลิ่ง โดยเครื่องบินภายในประเทศ เพื่อไปลงที่สนามบินบักโดกรา ก่อนนั่งรถไต่ระดับขึ้นไปยังเมืองตากอากาศบนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,134 เมตรที่ซึ่งนักล่าอาณานิคมอังกฤษชื่นชอบและขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งขุนเขา” (The Queen of Hills)

สถูปดุ๊ดดุล โชดเต็น ศาสนสถานสำคัญในเมืองกังต็อก

ถนนคนเดิน มหาตมะคานธี มาร์ก หรือถนนเอ็มจีมาร์ก

รถยนต์ขนาดเล็กพาพวกเราเดินทางขับลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสน ต้นสักขนาดใหญ่ และที่น่าตื่นตาตื่นใจเห็นจะเป็นไร่ชาเขียวขจีที่ไกลสุดลูกหูลูกตา

ระหว่างการเดินทางอันยาวนานในอินเดีย ซึ่งถนนแคบ และรถก็สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วจำกัด การแวะเที่ยวและพักไปด้วยระหว่างทางจึงเป็นเหมือนเทคนิคของการท่องเที่ยวในอินเดียที่ทำให้ไม่เบื่อและไม่เหนื่อยจนเกินไปนัก

ระหว่างทางเราแวะเที่ยวชม วัดกูม (Ghoom Monas– tery) ซึ่งเป็นวัดพุทธแบบวัชร–ยานอันเก่าแก่ของดาร์จีลิ่ง เสียงบทสวดมนต์ของพระทิเบต คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรี ที่ฟังแล้วทำให้ใจสงบ นิ่ง และเย็นกว่าที่คิด

กระดิ่ง หรือระฆังขนาดเล็ก “ฉื่อโป” ฉิ่งฉาบ กลองเล็กรัวถี่ และแตรยาวที่เป่าสลับกับจังหวะของการสวดมนต์ในแต่ละท่อน ด้วยลีลาหนักเบา เร่ง ช้า อย่างลงตัว เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่น่าประทับใจ และทำให้เห็นว่าธรรมะและการสวดมนต์บางทีก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อเสมอไป

“Toy Train” หรือ Darjeeling Himalayan Railway รถไฟหัวจักรไอน้ำที่ดาร์จีลิ่ง

ออกจาก วัดกูม เราเดินทางต่อเป้าหมายอยู่ที่ไร่ชาในดาร์จีลิ่ง เมืองตากอากาศของพวกอังกฤษ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกชาซึ่งฝรั่งนำมาเผยแพร่ให้แขกทำส่งไปขายในยุโรป ตลอดเส้นทางเรียกว่าถ้าไม่หลับก็มีลุ้น เพราะรถที่แล่นสวนไปสวนมาเป็นระยะชวนให้หวาดเสียว

เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากรถยนต์แล้ว บางทียังมีรถไฟขบวนเล็ก “Toy Train” หรือ Darjeeling Himalayan Railway ซึ่งเป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำสมัยอังกฤษเข้ามายึดครอง วิ่งสวนไปมาให้ทึ่งอีกต่างหาก

หลับๆตื่นราว 4-5 ชั่วโมงเราก็มาถึงที่พัก Mayfair รีสอร์ต…รีสอร์ต 5 ดาว กลางหุบเขาสูง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นราว 4 องศา ที่ต้องถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางอันยาวนาน เพราะบรรยากาศแบบนี้ไม่ใช่ใครก็จะมาได้ง่ายๆ

ระฆังมนตรา “กงล้อธรรม” ที่จารึกคาถา “โอม มณี ปัทเมหุม”

อากาศที่หนาวเย็นชวนให้ร่างกายที่อ่อนล้าเรียกร้องหาที่นอนอันอ่อนนุ่ม คืนแรกบนยอดเขาสูง พวกเราส่วนใหญ่จึงเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำด้วยความอ่อนเพลีย ที่สำคัญ พรุ่งนี้เช้าเราต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปรอชมแสงแรกของดวงอาทิตย์สะท้อนกับยอดเขาคันเช็งจุงก้า ที่ไทเกอร์ฮิลล์ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของทริปนี้

โชคของพวกเราไม่ค่อยดีนัก ที่วันนี้ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ม่านหมอกหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าตั้งแต่เช้ามืด เราจึงได้เห็นเพียงดวงอาทิตย์สีส้มผลุบโผล่ขึ้นมาแบบขมุกขมัว โดยมียอดเขาคันเช็งจุงก้า ภูเขาสูงอันดับ 3 ของโลกที่มองเห็นอย่างเลือนรางเป็นฉากหลัง

หลังชมพระอาทิตย์ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจให้เราได้เห็นอย่างเต็มตานักแล้ว ช่วงสายๆเราเดินทางต่อไปยังไร่ชา Glenburn Tea Estate ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาชื่อดังในแถบชานเมืองดาร์จีลิ่ง

เป็นครั้งแรกของเราที่ได้มีโอกาสจิบชารสเลิศ นุ่มนวลทั้งกลิ่นและรส พร้อมชมกระบวนการผลิตชาตั้งแต่การปลูก บ่มใบชา จนมาเป็นชาชั้นดีให้เราดื่มและส่งไปขายไกลถึงอังกฤษและอีกหลายประเทศในยุโรป โดยที่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก…เลยทีเดียว

ตัวแทนบริษัทนำเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณวัดรุมเต็ก

หลังจากอังกฤษได้บุกเบิกนำชาอู่หลงจากจีนมาทดลองปลูกจนมีคุณภาพทัดเทียมทั้งคิดค้นกรรมวิธีจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว จนอินเดียเป็นผู้ผลิตและส่งออกชารายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

จิบชาแบบผู้ดีกันแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยัง เมืองกังต็อก รัฐสิกขิม ที่ถือว่าเป็นดินแดนในอ้อมกอดของภูเขาหิมาลัยอย่างแท้จริง

กังต็อก เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของอินเดียมีชายแดนติดกับทิเบต เนปาลและภูฏาน เราใช้เวลาเกือบครึ่งวันเพื่อเดินทางมาที่นี่ ระหว่างทางต้องผ่านด่านเข้าเมืองของรัฐสิกขิม ที่เรียกว่า ด่านรังโป เพื่อทำเอกสารผ่านแดน กว่าจะถึงโรงแรมที่พักที่ชื่อว่า Terrace Valley Hotel ในเมืองกังต็อกก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว

อรุณสวัสดิ์สิกขิมด้วยอาหารเช้าแบบจีนปนแขก ก่อนเดินทางไปยัง วัดรุมเต็ก (Rumtek Monastery) วัดศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในสิกขิม ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 1,550 เมตร ห่างจากตัวเมืองกังต็อกประมาณ 24 กิโลเมตร

วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Dharma Chakra Center หรือ ศูนย์ธรรมจักร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในช่วงศตวรรษที่ 9 และเสื่อมลงเรื่อยๆ จนมาถึงสมัยพระสังฆราชการ์มาปาที่ 16 ซึ่งลี้ภัยมาจากทิเบตเพราะถูกจีนเข้ายึดครองได้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่กระทั่งแล้วเสร็จเมื่อปี 1966

ภาพพุทธประวัติ หรือภาพ “ทังก้า” (Thangka) 1 ในเทพที่ปกปักคุ้มครองวัดรุมเต็ก

ปัจจุบันนอกจากเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธในเมืองกังต็อกแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Karma Shri Nalanda สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาชั้นสูงอีกด้วย

จากวัดรุมเต็กเราเดินทางต่อไปยัง ทิเบตโทโลยี่ Tibetology อาคารพิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรมแบบทิเบต ซึ่งเป็นที่เก็บโบราณวัตถุล้ำค่า เช่น พระพุทธรูป

ภาพพุทธประวัติ หรือภาพ “ทังก้า” (Thangka) ที่หาดู ได้ยากอีกแห่งหนึ่ง จากนั้นเที่ยวชม (สถูปดุ๊ดดุล โชดเต็น) Do-Drul Choten ที่อยู่ใกล้ๆกัน องค์สถูปรายล้อมด้วยระฆังมนตรา ที่จารึกคาถาโอม มณี ปัทเมหุมเอาไว้

ช่วงเย็นๆมีโอกาสเดินทอดน่องท้าลมหนาวที่ถนนคนเดิน มหาตมะคานธี มาร์ก (Mahatma Gandhi Road) หรือถนนเอ็มจีมาร์ก เมืองสิกขิม คล้ายถนนคนเดินในบ้านเราที่มีชาวบ้านเอาสินค้าพื้นเมืองมาขายเป็นของฝากติดไม้ติดมือที่ราคาไม่แพงมากนัก

ขากลับจากสิกขิม ผ่านดาร์จีลิ่ง เราทอดสายตามองกลับขึ้นไปยังเมืองบนยอดเขา ความรู้สึกยามนี้เหมือนกำลังอยู่ในอ้อมกอดมนตรา…

เป็นมนตราแห่งรัก และความสงบ…ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจเหลือเกิน…

ก๊อก ก๊อก ขยี้ตาแล้วเช็กด่วน! 7 โปรโมชั่นเด็ดมาเคาะหน้าจออีกแล้ว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592387

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 13:05

 

ได้ยินมาว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อากาศร้อนระอุที่สุดในรอบเดือนมีนาคม เดาว่าคงไม่ค่อยมีใครอยากออกไปเที่ยวกลางแจ้งสักเท่าไร งั้นมาหาที่เดินเล่นเย็นๆ กันดีกว่า ไม่แน่ คุณอาจจะได้สินค้าหรือบริการในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้ม ติดมือกลับบ้านไปก็ได้

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ ขอต้อนรับกลางเดือนมีนาคมด้วยโปรเด็ดๆ แบบไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน และยังได้รวบรวมงานอีเวนต์สุดอลังการแห่งปีมาให้เลือกชมกันด้วย พร้อมแล้วตามมาเช็กลิสต์กันเลย

1. ไดโนซอร์ แพลนเน็ต มอบฟรีของที่ระลึก

ไปตะลุยดินแดนจูราสสิกกันเถอะ!

วันนี้ (18 มี.ค.) สวนสนุก ไดโนซอร์ แพลนเน็ต ณ ดิ เอ็มดิสทริค ถนนสุขุมวิท เปิดจำหน่ายบัตรล่วงหน้าทางเว็บไซต์เป็นวันแรก ผ่านทาง http://www.dinosaurplanet.net งานนี้ลูกค้าที่จองตั๋วเข้าชม 1,500 คนแรกผ่านเว็บไซต์ จะได้รับของที่ระลึกเป็นหมวกพรีเมียมฟรีทันที โดยมีกำหนดจะเปิดบริการวันที่ 25 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ทุกวัน (ผู้ใหญ่ ราคา 600 บาท เด็กความสูง 90-140 เซนติเมตร ราคา 400 บาท เด็กความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี)

2. โปรโมชั่น อีสเตอร์ เลซี่ ซันเดย์ส

ดื่มด่ำอาหารและเครื่องดื่มมื้อสายๆ วันอาทิตย์

วันที่ 27 มี.ค. 2559 โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ มอบโปรโมชั่น “อีสเตอร์ เลซี่ ซันเดย์ส” บรั้นช์สบายๆ ณ ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ตั้งแต่เวลา 12.30-15.00 น. ในราคาเริ่มต้นที่ 775 บาทต่อคน คุณจะได้เพลิดเพลินกับเมนูไข่หลากหลายชนิด พร้อมอาหารจานเด็ดอื่นๆ เช่น
– ขนมปังปิ้งเสิร์ฟพร้อมไข่ ปลารมควัน ผักโขม ซอสฮอลแลนเดซ
– เนื้อแกะฉีกเสิร์ฟบนขนมปังซาวโดว์ พร้อมหอมแดงและถั่วไพน์
– ช็อกโกแลตรูปไข่, แพนเค้กเสิร์ฟพร้อมเบอร์รี่ และมาร์ชเมลโล่

คุณยังสามารถสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมง ในราคาเริ่มต้นที่ 775 บาทต่อคน และยังมีแพ็กเกจ “Just for Kids” สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-12 ปี ในราคาเริ่มต้นที่ 450 บาทต่อคน โดยมีเมนูแนะนำ โดยสามารถเลือกได้ระหว่าง แมค แอนด์ ชีส เสิร์ฟพร้อมแฮมและบร็อกโคลี, มินิมาการิต้าพิซซ่า, สมูทตี้วานิลลา หรือช็อกโกแลต และอื่นๆ อีกมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4324

3. เทสติ้งเมนู

อาหารมื้อหรู พร้อมไวน์รสเลิศ

วันนี้เป็นต้นไป เดอะเฮ้าส์ออนสาทร ชวนคนชอบชิมอาหารหรูมาลองเซตอาหารมื้อหรู “เทสติ้ง เมนู” จากห้องอาหาร เดอะ ไดน์นิ่ง รูม โดยเชฟฟาติห์ ทูทัค (Fatih Tutak) ผู้อำนวยการด้านอาหารของเดอะเฮ้าส์ออนสาทร โดยมีให้เลือกถึง 3 เซตด้วยกัน ได้แก่

– เจอร์นีย์ : เซตอาหาร 9 คอร์ส ราคาเริ่มต้น 3,800 บาทต่อคน (คู่ไวน์เพิ่มอีก 2,200 บาทต่อคน)
– โวยาจ : เซตอาหาร 6 คอร์ส ราคาเริ่มต้น 2,600 บาทต่อคน (คู่ไวน์เพิ่มอีก 1,700 บาทต่อคน)
– โวยาจ มังสวิรัติ : เซตอาหาร 6 คอร์ส ราคาเริ่มต้น 2,100 บาทต่อคน (คู่ไวน์เพิ่ม 1,700 บาทต่อคน)

เปิดบริการทุกวัน สำหรับมื้อกลางวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-14.30 น. และมื้อเย็นตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-344-4324

4. แอร์เอเชียเปิดเส้นทางใหม่ พร้อมโปรฯ สุดจี๊ด

แอร์เอเชียเปิดเส้นทางใหม่ น่าสนๆ

วันนี้-20 มี.ค. 2559 สายการบินแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินใหม่ บินตรงจากสนามบินหาดใหญ่ สู่ปลายทางที่เมืองโกชิ อินเดียใต้ ในราคาพิเศษเพียง 1,255 บาท สามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2559-22 พ.ค. 2560

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่บุรีรัมย์ ราคารวมเริ่มต้นที่ 690 บาท, กระบี่ ราคารวมเริ่มต้นที่ 790 บาท, พิษณุโลก ราคารวมเริ่มต้นที่ 490 บาท, หลวงพระบาง ราคารวมเริ่มต้นที่ 590 บาท, สิงคโปร์ ราคารวมเริ่มต้นที่ 1,290 บาท, ฮ่องกง ราคารวมเริ่มต้นที่ 2,290 บาท, โฮจิมินห์ ราคารวมเริ่มต้นที่ 1,390 บาท, เซี่ยงไฮ้ ราคารวมเริ่มต้นที่ 4,920 บาท, โซล ราคารวมเริ่มต้นที่ 4,920 บาท ทั้งหมดนี้ เดินทางได้ตั้งแต่วันนี้-30 ก.ย. 2559 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2515-9999

5. Commart Connect 2016

ขาช็อปสายไอทีห้ามพลาด

วันนี้-20 มี.ค. 2559 ชวนขาช็อปสายไอทีมาร่วมงาน “Commart Connect 2016” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานพบกับสินค้าไอทีมากมาย ได้แก่ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ไอที โดรน กล้องโกโปร มือถือ นวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ แจกฟรีอีบุ๊ก และยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ร่วมสนุกมากมาย แถมท้ายด้วยการลุ้นรับ Gift Voucher 500 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2642-3400

6. Love Travel Fair Sale up to 80%

คนชอบเที่ยวต้องมาช็อปงานนี้

วันนี้-24 มี.ค. 2559 ขาเที่ยวทั้งหลายได้เวลาช็อปอุปกรณ์ท่องเที่ยวเกรดพรีเมียม แต่ราคาสุดคุ้ม ในงาน “Amarin Brand Sale : Love Travel Fair Sale up to 80%” ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ภายในงานพบกับ กระเป๋าเดินทางจาก Pierre Cardin, Delsey, THULE, Bonny, Giordano, Roncato และ Mandarin Duck อุปกรณ์เพื่อการเดินทางแบบครบครันที่ขนมาให้เลือกสรรจาก Case Logic และ Incase รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย ทั้ง กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย กระเป๋ากล้อง และรองเท้าจาก Eminent, Smartrip, Heys, Telic และ SWIMS ทั้งหมดนี้ยกทัพมาลดราคาสูงสุด 80% สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2650-4704

7. บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

คนรักรถ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

วันที่ 23 มี.ค.-3 เม.ย. 2559 ชวนคนรักรถไปเจอกันในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37” ภายใต้แนวคิด “NO BOUNDARIES MOBILITY : นวัตกรรมขับเคลื่อน…ไร้ขีดจำกัด” ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ก เมืองทองธานี ภายในงานพบกับ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 30 บริษัท, จักรยานยนต์ 10 บริษัท และอุปกรณ์ประดับยนต์ จากแบรนด์ชั้นนำ ร่วมออกบูธกว่า 175 บูธ ชมยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ในพื้นที่การจัดงานมากที่สุดในเอเชีย กว่า 140,000 ตารางเมตร

ผู้เข้าชมงานลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์, ฟอร์ด เฟียสต้า และรถจักรยานยนต์อีก 5 รางวัล เพียงตอบแบบสอบถามที่ได้รับมาพร้อมกับตั๋วเข้างาน กรอกข้อมูลแล้วนำมาหย่อนที่กล่องร่วมสนุกหน้างาน แจกรางวัลในวันที่ 3 เม.ย. 2559

ที่มาภาพบางส่วน : commartthailandAmarinBrandSalebangkokmotorshowgroup

“อาร์กติก” ขุมทรัพย์แดนหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588313

โดย National Geographic 16 มี.ค. 2559 16:01

 

สองสามวันก่อนวันคริสต์มาสปี 2014 ใบหน้าคุ้นๆ ปรากฏบนจอภาพในห้องประชุมที่บาวาเนียนคาวา บนคาบสมุทรยามัลของไซบีเรีย ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลไปทางเหนือ 400 กิโลเมตร ใบหน้าของวลาดิเมียร์ ปูตินดูเบลอๆ จากการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมที่ค่อนข้างช้า อะเล็กซีย์ มิลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ ซีอีโอแห่งก๊าซพรอม (Gazprom) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ยืนนิ่งมองจอภาพและประธานาธิบดีรัสเซีย นอกห้องประชุม หมู่อาคารสำเร็จรูปและท่อส่งน้ำมันแวววาวเปิดไฟสว่างไสวดูราวกับสถานีอวกาศ ที่ลอยอยู่ท่ามกลางความมืด บาวาเนียนคาวาคือแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มิลเลอร์ร้องขอให้ปูตินอนุมัติการสูบก๊าซธรรมชาติจากแหล่งใหม่ที่นั่น

“เริ่มได้” ปูตินเอ่ย

มิลเลอร์ส่งต่อคำสั่ง วิศวกรกดปุ่ม จากนั้น ก๊าซธรรมชาติจากอาร์กติกก็ไหลไปตามท่อความยาวกว่าหนึ่งพันกิโลเมตรเข้าสู่เครือข่ายโยงใยของรัสเซีย กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คาบสมุทรยามาลเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนของชาวเนเนตส์ ซึ่งเป็นชนเร่ร่อนเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และที่ตั้งค่ายกักกันหฤโหดสมัยโจเซฟ สตาลิน แต่บริษัทก๊าซพรอมคาดการณ์ว่า พอถึงปี 2030 ภูมิภาคนี้จะป้อนก๊าซธรรมชาติมากกว่าหนึ่งในสามของกำลังการผลิตในรัสเซียและน้ำมันอีกมหาศาล บาวาเนียนคาวาคือหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมากกว่า 30 แหล่งเท่าที่ทราบบนคาบสมุทรและนอกชายฝั่งคาบสมุทรยามาล ภูมิภาคนี้อาจกลายเป็นซาอุดีอาระเบียแห่งอาร์กติกที่ป้อนเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนให้โลกที่กระหายพลังงาน หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ปูตินคาดหวัง

แสงไฟจากสปอตไลต์ให้แสงสว่างแทนดวงอาทิตย์ตลอดค่ำคืนอันยาวนานของขั้วโลกที่บาวาเนียนคาวาแหล่งก๊าซธรรมชาติล่าสุดของรัสเซียบนคาบสมุทรยามัลอันห่างไกล การพัฒนาแหล่งก๊าซขนาดยักษ์ที่ค้นพบในช่วงต้นทศวรรษ 1970 แห่งนี้แพงเกินไป จนกระทั่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้ความสำคัญ

ขณะที่ภาวะโลกร้อนทำให้อาร์กติกอุ่นขึ้น รัสเซียก็เป็นหัวหอกนำทีมเข้าไปเพื่อหมายสูบทรัพยากรจากที่นั่น ปลายปี 2013 ก๊าซพรอมเป็นบริษัทแรกที่ผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งอาร์กติกจากแท่นขุดเจาะแห่งหนึ่งในทะเลเปโชรา หลังจับกุมและยึดเรือของผู้ประท้วงกรีนพีซ 30 คน ขณะที่ทางตะวันออกของคาบสมุทรยามัล โนวาเท็ก (Novatek) บริษัทร่วมทุนของรัสเซียอีกแห่ง กำลังสร้างสถานีแปรรูปก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ เพื่อส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกและยุโรปโดยอาศัยเรือบรรทุกน้ำมันตัดน้ำแข็ง แม้ว่ายิ่งนานวันจะมีน้ำแข็งให้ตัดน้อยลงเรื่อยๆ ก็ตาม

เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน โกเลียต แท่นขุดเจาะแห่งใหม่รอเริ่มงานในฟยอร์ดแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งประเทศนอร์เวย์ ปัจจุบันแท่นแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 71 องศาเหนือในทะเลแบเร็นตส์ ถือเป็นแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งที่อยู่เหนือสุดของโลก

ไม่ใช่แค่รัสเซียเท่านั้น สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ประมาณการเมื่อปี 2008 ว่า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ยังไม่ได้สำรวจกว่าหนึ่งในห้าของโลกอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และภูมิภาคนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอื่นๆ อีกด้วย เมื่อปีที่แล้ว นอร์เวย์สร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลแบเร็นตส์ ซึ่งอยู่เหนือยิ่งกว่าแท่นขุดเจาะของก๊าซพรอม ส่วนแคนาดาเปิดเหมืองเพชร ทอง และเหล็กในดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์และ นูนาวุต และในเมื่อตอนนี้ ชายฝั่งไซบีเรียอยู่ในสภาพปลอดน้ำแข็งปีละหลายเดือน เรือขนส่งสินค้าจึงเริ่มใช้เส้นทางนอร์เทิร์นซีรูต (Northern Sea Route) เดินทางจากยุโรปไปเอเชียตะวันออก ฤดูร้อนปีนี้ เรือสำราญขนาดใหญ่ คริสตัลซีรีนิตี มีกำหนดจะพานักท่องเที่ยวท่องไปตามเส้นทาง (เดินเรือ) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Passage) เส้นทางเดินเรือในตำนานของแคนาดา

ที่เกาะคอลกูยอฟของรัสเซีย คนงานตรวจวัดระดับน้ำมันในแทงก์กักเก็บซึ่งเป็นของบริษัทยูราลส์เอเนอร์จี เลยชายหาดออกไปคือทะเลแบเร็นตส์ แหล่งน้ำมันแห่งนี้ผลิตน้ำมันดิบชนิดเบาคุณภาพสูงมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 1980

การแข่งขันเพื่อแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในอาร์กติกดูจะเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้และน่าวิตก ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) ที่กำลังละลายปล่อยคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อนขึ้นสู่บรรยากาศอยู่แล้ว ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ถ้าเราอยากให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ในสภาพที่สามารถจัดการได้ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอาร์กติกคือแหล่งไฮโดรคาร์บอนลำดับต้นๆ ที่เราไม่พึงเข้าไปยุ่งเกี่ยว นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังเกรงด้วยว่า การพัฒนาจะส่งผลกระทบต่อผืนป่าบริสุทธิ์และสัตว์น่าทึ่งต่างๆ อีกทั้งผู้คนจำนวนมากในหมู่ชนพื้นเมืองสี่ล้านคนที่อาศัยอยู่รอบอาร์กติกต่างพากันวิตกถึงสิ่งที่จะคุกคามวิถีชีวิตของพวกเขา แม้ว่าหลายคนจะพอใจกับตำแหน่งงานใหม่ๆ และภาษีรายได้ที่การพัฒนาอาจนำพามาให้ก็ตาม

คนงานแท่นขุดเจาะโดยสารเฮลิคอปเตอร์มาทำงานกะละหลายสัปดาห์ที่บ่อน้ำมันเทรบส์และตีตอฟในเขตอาร์กติกของรัสเซียทางตะวันตกของคาบสมุทรยามัล ภูมิภาคซึ่งเป็นถิ่นอาศัยดั้งเดิมของชนพื้นเมืองเลี้ยงกวางเรนเดียร์

หากพิจารณาจากคำกล่าวอ้างเกินจริงของทั้งสองฝ่าย ช่างน่าแปลกใจที่การเร่งรุดสู่อาร์กติกกลับไม่หวือหวาอย่างที่คิด เพราะมีบริษัทเพียงหยิบมือที่เข้าไปชิมลางที่นั่น ส่วนที่กำไรได้ยิ่งมีน้อยกว่านั้นอีก เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว จู่ๆ บริษัทรอยัลดัตช์เชลล์ก็ล้มเลิกโครงการมูลค่าเจ็ดพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะใช้เวลาหลายปีในการสำรวจน้ำมันในทะเลชุคชี นอกชายฝั่งอะแลสกา หลังขุดบ่อน้ำมันแห่งหนึ่งและพบว่าไม่คุ้มทุน เหตุผล ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายมหาศาลของปฏิบัติการในภูมิภาคที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานน้อยนิด ระยะทางยาวไกล และสภาพอากาศเลวร้ายไม่แปรเปลี่ยน

เรื่อง โจเอล เค. บอร์น, จูเนียร์, ภาพถ่าย อีฟกีเนีย อาร์บูเกวา

ที่มา – National Geographic
www.ngthai.com

แชร์ 5 ทิปส์ ผู้หญิงเที่ยวคนเดียวได้ สบายมากหายห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590167

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 06:05

 

ยุคนี้ผู้หญิงแบบเราๆ หันมาเที่ยวคนเดียวกันมากขึ้นโดยไม่ต้องแคร์คุณผู้ชายกันแล้ว ไทยรัฐออนไลน์ไม่พลาดขอนำทิปส์เด็ดๆ จากสาวเก่ง “มาเรีย ณ ไกลบ้าน” บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดังชาวไทย มาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับผู้หญิงที่กำลังวางแผนในการเดินทางคนเดียวแบบนี้บ้าง จะทำได้มั้ยนะ? 

ไม่ต้องกลัว คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ คอนเฟิร์มว่าสาวๆ สามารถเที่ยวเดี่ยวด้วยตัวเองได้แน่นอน แต่อาจจะต้องมีเทคนิคเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะการเดินทางคนเดียวสำหรับผู้หญิงก็คงไม่ง่ายเหมือนหนุ่มๆ สักเท่าไหร่ งานนี้เราได้สอบถามไปยังกูรูนักท่องเที่ยวสาวเจ้าของนามปากกา ‘มาเรีย ณ ไกลบ้าน’ เพื่อสืบเสาะเจาะลึกคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง เข้ามาชมกันเลย

1. ผ่อนคลายแล้วดื่มด่ำกับสิ่งรอบตัว

เริ่มจากสิ่งแรก คือ ถ้าหลงทางขึ้นมา อย่าตื่นตระหนก ทำใจให้สบายและอย่าเครียดในขณะเดินทาง ใช้เวลากับการดื่มด่ำกับบรรยากาศและความสวยงามของสถานที่รอบตัว เปิดใจให้พร้อมกับการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น แล้วคุณจะประหลาดใจกับความมหัศจรรย์ของสถานที่ และสิ่งที่คุณพบเจอแบบไม่คาดคิด จากการออกนอกเส้นทางที่วางแผนไว้

มาเรีย ณ ไกลบ้าน

2. ปลอดภัยไว้ก่อน Safety first

สำหรับการเลือกที่พักนั้น สาวๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยก่อนเสมอ ไม่ว่าคุณจะเลือกที่พักตามโรงแรมหรือหอพักก็ตาม แนะนำว่าให้คุณยอมเพิ่มเงินอีกนิด เพื่อที่จะได้โรงแรมที่มีระบบความปลอดภัยสูง แต่หากคุณไม่สามารถเลือกได้ เลือกใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของที่มีน้ำหนัก เช่น กระเป๋าเดินทางหรือโต๊ะ วางกั้นประตูไว้ก่อน เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิก จะได้ป้องกันคนแปลกหน้าบุกเข้ามาในห้อง

3. หาข้อมูลให้มากที่สุด

สาวๆ ควรใช้เวลาว่างค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ควรอ่านรีวิวจากเว็บไซต์ท้องถิ่นและคำแนะนำจากบล็อกเกอร์ รวมถึงแม็กกาซีนท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง เพื่อเปิดโลกในการท่องเที่ยวแบบเดียวกับที่คนท้องถิ่นได้สัมผัส ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้พบกับประสบการณ์ที่หนังสือท่องเที่ยวอาจจะไม่เคยบอกคุณก็เป็นได้

4. บันทึกความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิต

ไม่ใช่เที่ยวอย่างเดียวแล้วลืมไปเลยนะ สิ่งสำคัญสำหรับนักเดินทางตัวยง คงหนีไม่พ้นการบันทึกเรื่องราวผ่านเลนส์ ซึ่งกล้องเป็นอุปกรณ์มหัศจรรย์ที่สามารถบันทึกทุกเรื่องราวและประสบการณ์ที่คุณพบเจอในขณะเดินทาง คุณควรถ่ายภาพสถานที่และสิ่งที่คุณพบเจอให้มากที่สุด นอกจากคุณจะแชร์บนโซเชียลฯ ของคุณแล้ว ยังสามารถย้อนกลับมาดูรูปพวกนั้น อาจจะเผลอยิ้มไปกับมันอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เปิดดูก็ได้

ถ่ายรูปสวยๆด้วยกล้องคู่ใจ

5. กดเช็กอินสถานที่ ‘ขากลับ’ เท่านั้น

สาวๆ ควรรู้จักใช้โซเชียลฯ มีเดียอย่างฉลาด เช่น การเช็กอินลงในโซเชียลมีเดียทันทีที่คุณถึงจุดหมายปลายทาง อาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่รู้หรือไม่? ขณะเดียวกันคุณอาจกำลังโดนมิจฉาชีพตามโดยที่คุณไม่รู้ตัว ทางที่ดีควร ‘เช็กอินเมื่อคุณกำลังจะออกจากสถานที่นั้นๆ’ เพื่อให้ครอบครัวและเพื่อนรับรู้ถึงสถานที่ที่คุณอยู่หรือไปมา และคุณยังปลอดภัยจากการตามหรือคุกคามจากมิจฉาชีพอีกด้วย

หวังว่าสาวๆ คงได้นำเคล็ดลับในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองเหล่านี้ ไปปรับใช้ในทริปขอบคุณ จะได้เที่ยวให้สนุก สบายใจ ปลอดภัย และได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมาเต็มกระเป๋านะจ๊ะ.

ที่มา : skyscanner

สร้างบรรยากาศคลายร้อนสุดคูล จำลอง 7 หาดดังของโลกกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590249

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มี.ค. 2559 05:30

 

ซัมเมอร์นี้อย่าได้แคร์เรื่องอากาศร้อนๆ เพราะ ดิ เอ็ม ดิสทริค ย่านการค้าระดับโลก ผุดไอเดียเก๋ “ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อปอัพ บีช” (The EM District World’s Pop-up Beach) เนรมิตประสบการณ์ซัมเมอร์สุดเก๋ ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้สนุกไปกับบรรยากาศ ดนตรี อาหาร กิจกรรม และสีสันของ 7 หาดดังของโลก ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ศุภลักษณ์ อัมพุช ชวนน้องๆ บุษราคัม ชันซื่อ และอัจฉรา อัมพุช ร่วมคลายร้อน.

บรรยากาศสุดคูลที่เนรมิตขึ้นครั้งนี้ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป ภูมิใจนำเสนอว่า เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับทุกสัมผัสทั้ง รูป รส กลิ่น เสียงจากสุดยอดจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องหาด ตั้งแต่ ริเวียร่า อิปาเนมา บอนได ไมอามี่ มิโคนอส รวมทั้งชายหาดเมืองไทยอย่างภูเก็ต และพะงัน ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันมาเพิ่มรสชาติให้กับชาวกรุงตลอด 7 สัปดาห์ในช่วงฤดูร้อน โดยมีอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และกิจกรรมบนหาดทรายตั้งแต่กระดานหมากรุก โต๊ะปิงปองไซส์มินิ ฮูล่าฮุ๊ป การติดรอยสักวิบวับ เพื่อให้คลายร้อนกันแบบชิลล์ๆ และยังนำเทคโนโลยีการฉายภาพ 3D Mapping Projection มาผสมผสานกับการเดินทางสู่ชายหาดในฝันทั้ง 7 โดยก่อนที่นักเดินทางทุกคนจะได้ชื่นชมความมหัศจรรย์ของการฉายแม็ปปิ้งภาพบนผนังอาคารศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ตัวแทนของนักเดินทางจะต้องเข้าแถวเช็กอินรับบอร์ดดิ้งพาส เพื่อขึ้นเครื่อง ดิ เอ็ม ดิสทริค บีช แอร์ไลน์ ออกเดินทางไปจนถึงที่หมาย ซึ่งพร้อมให้บริการเที่ยวบินทุกวันตั้งแต่ 19.00- 22.00 น. ที่สถานีรถ ไฟฟ้า บีทีเอส พร้อมพงษ์

สนุกกับป๊อปอัพ บีช..คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ, เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และมนาเทศ อันนวัฒน์.

นอกจากนี้ดิ เอ็ม ดิสทริค ยังได้เนรมิตแคมป์แสนสนุกสำหรับคุณหนูตัวน้อยๆ ที่ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ากับกิจกรรมเสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กๆได้มาสนุกสนานและเรียนรู้ไปกับ “ดิ เอ็ม ดิสทริค ซัมเมอร์ บีช แคมป์” ที่ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เด้น ชั้น 5 อาคารดิ ฮีลิกซ์ ควอเทียร์ ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยกิจกรรมค่ายซัมเมอร์บีชใจกลางเมืองนี้ แบ่งเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ได้แก่ “Interactive Beach Camp” ใช้เทคโนโลยีการฉายภาพล้ำสมัย ชุบชีวิตให้ทุกลายเส้นของเด็กๆ แหวกว่ายบนกำแพง “Summer Camp Workshop” โดยจะมีกิจกรรมบันเทิงเพื่อการเรียนรู้สลับสับเปลี่ยนมาให้น้องๆได้สนุกทุกสัปดาห์ และยังมี “Summer Camp Shop” ให้นักช็อปตัวน้อยและคุณพ่อคุณแม่ ได้เลือกซื้อสินค้าเพื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์ ที่คัดมาจากทั้ง BeTrend และ Kids’ Planet และสุดท้าย “Rope Course Adventure” ค่ายไต่เชือกให้ได้ฝึกทั้งร่างกายและเสริมสร้างสมาธิ ในรูปแบบที่สนุกสนาน ท้าทาย ประทับใจไม่รู้ลืม.

ความงามขาวราวตกอยู่ในนิทาน หมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ โอบกอดที่อบอุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589848

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มี.ค. 2559 06:05

 

‘ผมอยากเห็นหิมะ แต่ไม่อยากเห็นหิมะแบบขาวโพลนโอบทุกสิ่งอยู่ในอ้อมกอด แต่อยากเห็นหิมะกำลังค่อยๆ อ้าแขนกอดสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า’

พอนึกออกไหม, พูดอีกแบบให้เข้าใจง่าย คล้ายๆบางคนชอบอารมณ์ที่จีบผู้หญิง แต่ชอบน้อยกว่าเวลาที่ได้เธอมาครอบครอง ชอบผู้ชายที่หน้าตา แต่ไม่ได้รัก เพราะถึงหน้าตาดีก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมาพร้อมกับจิตใจและนิสัยที่ดีเสมอไป

ชอบการชงกาแฟ แต่ไม่ชอบดื่มเพราะไม่ชอบรสชาติฝาดขมปร่า คล้ายคนชอบวิธีเนิบช้าของการชงชามากกว่าเวลากลืนน้ำอำพันร้อนที่นั่งดูอยู่ไหลขื่นลงในคอ

กระทั่ง ชอบนะความงามของพระอาทิตย์ที่ประดับท้องฟ้าที่เวิ้งว้างไม่ให้เหงา แต่ไม่ชอบความร้อนเร่าที่เขาปล่อยออกมาแผดเผามนุษย์โลก ชอบพระจันทร์เวลาท้องฟ้าปิดไฟ แต่คล้ายกลัว อ่อนแอความมืดบอด เพราะในใจหวั่นถึงความปลอดภัย

กระทั่งชอบประวัติและรูปร่างของอาวุธ แต่ไม่ชอบอานุภาพที่มันทำลายล้างโลกของเรา…อะไรทำนองนั้น

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ เป็นของ นุ ตฤณ จันทร์สว่าง เจ้าของภาพที่ผิวตรงข้ามกับขาวผ่อง หนุ่มนักชอบเดินทาง ครั้งนี้เขาไปหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขา ชิราคาวาโกะ จ.กิฟูและโทยามา ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู นอกจากไปชื่นชมบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าหลายร้อยปี ตามที่ราบแคบๆ ที่ขนานไปกับ Shokawa River หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลก

เป็นที่ที่เขาบอกว่าไปแล้วรู้สึกชอบเวลาเสมือนว่าหมู่บ้านนี้กำลังกางแขนหนาด้วยหิมะกำลังโปรยลงมาโอบสวมกอด ฟังแล้วมันได้อารมณ์.

สวรรค์ใกล้แค่เอื้อมที่ “เกาะเต่า-เกาะนางยวน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588367

โดย แบกกล้องเที่ยว 12 มี.ค. 2559 16:01

 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่าน ช่วงนี้ อากาศร้อนๆ ทีไร ทำไมหัวใจมักจะเรียกร้อง สายลมเบาๆ แสงแดดอุ่นๆ กับหาดทรายขาวๆทุกทีร่ำไป วันนี้ แบกกล้องเที่ยว จะพาไปสัมผัสเม็ดทรายริมชายหาด ท่องเที่ยวในดินแดนใต้ท้องทะเล ลองมาปลีกวิเวกไปเป็นชาวเกาะดู และยังมีความสวยงามของท้องทะเล ติดอันดับต้นๆ ของโลกเลย นั่นคือ เกาะเต่า – เกาะนางยวน ของไทยเรานั่นเองครับ

เกาะเต่าเป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทะเลอ่าวไทย เป็นตำบลหนึ่ง ของ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่ของเกาะเกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว มีอ่าวอยู่มากมาย การเดินทาง ถ้ามาจาก กทม. แนะนำให้ออกเวลาประมาณห้าทุ่ม เพื่อไปถึงท่าเรือเร็วลมพระยา จังหวัดชุมพร ให้ทันขึ้นเรือรอบแรกที่ไปยังเกาะเต่า คือ 7.00 น. ครับ ค่าเรือโดยสารขาไป 600 บาท ขากลับอีก 600 บาท โดยเรือจะแวะส่งผู้โดยสารที่เกาะนางยวนก่อน ต่อด้วยเกาะเต่า เกาะพะงัน และจุดหมายปลายทางคือ เกาะสมุย ใช้เวลานั่งเรือไปเกาะเต่า ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาลงที่อ่าวแม่หาด โดยที่เรือทุกลำต้องมาจอดที่นี่ เป็นศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถ เรือเช่า ร้านอาหาร ฯลฯ

รีสอร์ตและโรงแรมบางแห่งก็จะมีรถมารับลูกค้าถึงท่าเรือ แต่บางแห่งก็ไม่มีก็สามารถนั่งรถสองแถวที่วิ่งรอบเกาะไปยังโรงแรมได้ ราคาจะอยู่ที่ 50-100 บาท แล้วแต่ระยะทาง เกาะเต่า กว้างขวางเป็นชุมชนหนึ่งคล้ายกับเกาะสมุย มีอ่าวและชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดทรายรี อ่าวโฉลกบ้านเก่า หาดทรายแดง อ่าวหินวง อ่าวโตนด อ่าวเทียนออก ฯลฯ ชายหาดยอดฮิตที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว คือ หาดทรายรี อ่าวโฉลกบ้านเก่า เนื่องจากไม่ไกลจากท่าเรือ เดินทางไปยังจุดต่างๆ ได้ง่าย เพราะถนนหนทางสะดวก

เกาะเต่า ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบดำน้ำเพราะมีจุดดำน้ำทั้งดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่สวยงามหลายจุด จนมีโรงเรียนสอนดำน้ำบนเกาะหลายแห่ง รวมถึงคนที่ชอบทำกิจกรรมผญภัยต่างๆ แต่จุดดำน้ำที่ผมแนะนำ คือ ที่อ่าวมะม่วง ครับ ที่นี่จะมีหาดทรายเล็กๆ ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน แต่น้ำทะเลบริเวณนี้จะใสเหมือนแก้วคริสตัลเลย  ปะการัง และเหล่าปลาทะเลสวยงามมากมาย เหมาะแก่การมาดำผิวน้ำ (Snorkering) มาก แต่บริเวณหาดนี้จะไม่มีถนนเข้าถึง ต้องจ้างเรือหางยาวโดยสารมา หรือว่าจะซื้อทัวร์แบบ oneday trip ก็ได้ครับ ค่าเรือหางยาว คนละ 250-300 บาท

ส่วนเกาะนางยวน เป็นเกาะที่ติด 1 ใน 10 เกาะที่สวยที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย 3 เกาะเชื่อมกันด้วยสันทรายสีขาวสะอาดตา 3 เส้น สามารถเดินข้ามไปมาได้ ยิ่งถ้าขึ้นไปมองจากจุดชมวิวก็จะเห็นความงามของเกาะนางยวนชัดเจน คล้ายๆ ทะเลแหวก จ.กระบี่ น้ำทะเลสีเขียวมรกต ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ยิ่งทำให้สวยงามยิ่งนัก หลายๆ คนจึงนิยมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก และจากเกาะนางยวนก็สามารถมองเห็นเกาะเต่าได้ นักท่องเที่ยวมักชอบมานอนอาบแดดกันที่สันทราย และยังเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่เรียกว่า เจแปนนิสการ์เด้น เพราะที่นี่มีฝูงปลาขนาดเล็กสีสันสวยงามมากมายบนเกาะมีรีสอร์ตอยู่ 1 แห่ง มีร้านอาหารบริการด้วยครับ แต่ถ้าอยากจะชมพระอาทิตย์ตกดินต้องพัก รีสอร์ตบนเกาะเท่านั้น เพราะบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้พักรีสอร์ตบนเกาะนางยวน หลัง 5 โมงเย็นจะต้องเดินทางออกจากเกาะ

เอาเป็นว่าหน้าร้อนนี้ใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปทะเลที่ไหน แบบราคาไม่แพงมาก และได้สัมผัสธรรมชาติจริงๆ ก็ลองมาที่เกาะเต่าหรือเกาะนางยวนกันดูนะครับ แบกกล้องเที่ยว รับรองว่าฟินเว่อร์ไม่ผิดหวังแน่นอน!

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong