โปรดีมีมาโชว์! รวมสุดยอด 6 โปรโมชั่นเด็ด ช็อปสุดคุ้มต้อนรับต้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559450

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 15:01

 

สวัสดีพี่น้องเมืองฟ้าอมร กลับมาเจอกันอีกแล้วกับช่วงสุดสัปดาห์หรรษา สำหรับใครที่ยังรู้สึกว่า ช่วงปิดปีใหม่ยังไม่เต็มอิ่มกับของลดราคา และสินค้าโปรโมชั่นดีๆ ละก็ ฟังทางนี้ เพราะเราสรรหาของดีราคาถูกมานำเสนอกันอีกแล้ว

สำหรับสัปดาห์นี้ ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์ จะชวนไปช็อปของดีราคาสุดคุ้มกับมหกรรมสินค้า Sale ลอตใหญ่ และเตรียมพบกับตลาดนัดไลฟ์สไตล์ในตู้คอนเทนเนอร์แนวใหม่ ที่อัดแน่นด้วยสีสันของไฟนีออนสดใสฟรุ้งฟริ้ง แถมยังมีโปรมื้ออาหารสุดคุ้ม โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินถูกๆ มาให้เลือกชมกันด้วย

พร้อมแล้ว ตามมาดูรายละเอียดกันเลย

1. งาน Sale น่าช็อป!

End of Season SALE
วันนี้ – 7 ก.พ. 2559 ชวนไปช็อปล้างสต๊อกในงาน “Central End of Season SALE” ณ เซ็นทรัลสาขาฟิวเจอร์พาร์ค ภายในงานพบกับสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ดังมากมาย ขนมาลดราคาสูงสุด 70% และยังสามารถลดเพิ่มได้อีก 25% จากการใช้จ่ายผ่านเดอะวันการ์ดและบัตรเครดิต

ไปช็อปกันให้สะใจ

NEON FEST BKK
11 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป เตรียมตัวพบกับงาน “NEON FEST BKK” ณ ลุมพินีสแควร์ (สวนลุมไนท์เก่า) เปิดตลาดเวลา 17.00-24.00 น. ภายในงานพบกับ ร้านค้าในตู้คอนเทนเนอร์สุดชิค 71 ตู้ รวมกว่า 800 ร้านค้า พร้อมบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ NEON ที่จะสร้างสีสันให้ชาวกรุงเทพฯ กินดื่มเที่ยว ที่เดียวครบ (ทุกวันพฤหัส ถึง วันอาทิตย์) พร้อมชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ทั้งหมดนี้บนเนื้อที่กว่า 9,000 ตารางเมตร

เตรียมพบกับตลาดนัดไลฟ์สไตล์ แนวฮิปสเตอร์

2. โปรโมชั่นอาหารรสเลิศ!

Shoot From The Shore
โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เอาใจคนรักอาหารทะเล มอบโปรโมชั่นใหม่จากห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ‘Shoot From The Shore’ ให้คุณอิ่มอร่อยสุดคุ้มไปกับเมนูซีฟู้ดสดๆ นานาชนิด เมนูจานเด็ด ได้แก่

– หอยนางรมสดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงต่างๆ
– หอยนางรมอบชีส (oyster Thermidor)
– ปลาซาชิมิสดๆ มีทั้งปลาทูน่า ปลาแซลมอน และปลาฮามาจิ
– กุ้งแทนดอรี สไตล์อินเดีย
– แกงโกนปลาเก๋าทะเลและหอยลายจากมะนิลา
– ปูศรีลังกาเผา เสิร์ฟคู่เนยกระเทียม มะเขือเทศ และอะโวคาโด
– ปลาแมคเคอเรลอบพาร์สลีย์มะนาว
– ปูอลาสก้าซอสมิโซะย่างถ่าน
– หอยลายมะนิลาผัดกะเพรา
– ปลาทูแมคเคอเรลผัดเปรี้ยวหวานแบบเมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง
– ปลาเก๋าทะเลทอดกรอบที่เสิร์ฟคู่กับซัลซ่าและซอสบ๊วย

มื้อนี้หรูมากๆ

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่มารับประทานโปรโมชั่นนี้ รับกุ้งเมนล็อบสเตอร์ครึ่งตัวต่อ 1 ท่านทันที โปรโมชั่นนี้ราคาเริ่มต้นเพียง 1,850 บาทต่อท่าน มาพร้อมกุ้งเมนล็อบสเตอร์ครึ่งตัวสำหรับทุกท่าน ให้บริการทุกวันอังคาร เวลา 18.00-22.30 น. ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. 2559 ณ ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ชั้น 2 โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4000

ชินเนนไค
โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ มอบโปรโมชั่นอาหารญี่ปุ่นชุด “ชินเนนไค (Shinnen kai)” หรือเทศกาลแห่งการสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานตามธรรมเนียมนิยมของชาวญี่ปุ่น เพื่อฉลองความสำเร็จของธุรกิจ และพูดคุยเพื่อวางแผนธุรกิจสำหรับปีใหม่ โดยมีเมนูใหม่พร้อมเสิร์ฟ ได้แก่ เมนูอาหารชุดมื้อค่ำ ประกอบไปด้วย ปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด ไก่ทอด เกี๊ยวใส่ปลาหมึกนึ่งกับซอสขิงและต้นหอม กุ้งเทมปุระ ซูชิ มิโซะซุป และขนมหวานพุดดิ้งชาเขียว

อยากทานอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ ต้องมาชิม

โปรโมชั่นนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท ให้บริการทุกคืน ตั้งแต่วันนี้-24 มกราคม 2559 เวลา 18.00-22.30 น. (ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2687-9000

3. ตั๋วบินสุดคุ้ม!

Hello 2016!
สายการบินแอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาสุดคุ้มต้อนรับต้นปี 2559 กับโปรโมชั่น “Hello 2016” มอบตั๋วราคาถูกราคารวมเริ่มต้นที่ 290 บาท โดยมีต้นทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายปลายทางมากมาย บินในประเทศ เช่น

โปรตั๋วถูกๆ แอร์เอเชีย

– อุบลราชธานี, สกลนคร เริ่มต้นที่ 290 บาท
– นครศรีธรรมราช, เชียงใหม่, เชียงราย, อุดรธานี, นครพนม, พิษณุโลก เริ่มต้นที่ 390 บาท
– กระบี่, หาดใหญ่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี เริ่มต้นที่ 490 บาท
– ขอนแก่น, ตรัง เริ่มต้นที่ 590 บาท
– นราธิวาส เริ่มต้นที่ 990 บาท

โปรโมชั่นนี้ สามารถจองได้ตังแต่วันนี้-10 ม.ค. 2559 และใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2559-5 ก.พ. 2560 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2515-9999

New Year Surprise
สายการบินนกแอร์ มอบโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษต้อนรับปีใหม่ 2559 กับโปร “New Year Surprise” ราคาเริ่มต้นเพียง 888 บาท สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้-11 ม.ค. 2559 เพื่อใช้เดินทางได้ตั้งแต่ 12 ม.ค.-30 ก.ย. 2559 สำรองที่นั่งก่อนเดินทางอย่างน้อย 7 วัน

โปรบินถูกๆ จากนกแอร์

โดยราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 888 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง พิษณุโลก, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สกลนคร, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, นครพนม และนครศรีธรรมราช

และยังมีราคาเริ่มต้นที่ 988 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่, น่าน, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์, เลย และตรัง

ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 1,088 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับ 1 ท่าน (รวมทุกอย่างแล้ว) สำหรับเส้นทาง ย่างกุ้ง, โฮจิมินห์, ฮานอย, ชุมพร แม่สอด, เชียงใหม่-อุดรธานี, แพร่, ระนอง และลำปาง สอบถามเพิ่มเติม โทร. Call Center 1318
ที่มาภาพบางส่วน : airasianokairfutureparkneonfestbkk

ท่องเที่ยววิถีไทย ในเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559396

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ม.ค. 2559 06:01

 

มหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดฉลองศักราชใหม่ ด้วยงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559” (Thailand Tourism Festival : TTF 2016) เพื่อหนุนปีท่องเที่ยววิถีไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยยกขบวนทั้งของกิน ของใช้ และการแสดงจาก 5 ภาค ทั่วเมืองไทยมาไว้ที่สวนลุมพินี

ผู้ว่า ททท. “ยุทธศักดิ์ สุภสร” กล่าวว่า งานนี้เป็นการแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศครั้งยิ่งใหญ่ หลากหลายแง่มุม ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยคัดเลือกของดีของเด็ดจากทั่วทุกภูมิภาค ทุกจังหวัดมารวมอยู่ในงานเดียว ภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” ในงานประกอบด้วย 4 โซนหลัก คือ โซนที่ 1 “12 เมืองต้องห้าม…พลาด Plus” เส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นที่สุด ห้ามพลาดของ 24 จังหวัดทางเลือกใหม่ และชมภาพยนตร์ไทยในอดีตที่หาดูได้ยากในโซนนี้

ส่วนโซนที่ 2 เป็นหมู่บ้าน 5 ภูมิภาค รวมของดีทั่วเมืองไทย ทั้งสินค้าและการแสดง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์ของพื้นที่ใน 5 ภูมิภาค มีการแสดงที่หาดูได้ยาก ในสโลแกน “ของแท้ 100% การันตี โดย ททท.” อาทิ ภาคเหนือ จัดการแสดง 5 นางพญาผ้าซิ่นแห่งล้านนา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดการแสดงจำลองนาข้าว ภาคใต้ จัดตลาดจำลองย้อนยุคสไตล์ชิโนโปรตุเกส ตลาดการค้าย่านสถานีรถไฟ และตลาดหน้าศาลเจ้า รวมทั้งมีการสาธิตการทำหนังตะลุง, การทำกรงนก, ภาคกลาง จัดในธีมสุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม จำลองบรรยากาศตลาด “15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ” มานำเสนออาหารและสินค้าท้องถิ่นที่โดดเด่น เป็นต้น

โซนที่ 3 รวมของดีจาก 50 ชุมชนในเขต กทม. มารู้จักอาหารอร่อยและสินค้าเด่น คัดสรรสินค้าเด็ดอาหารดังจากทุกชุมชน และโซนสุดท้าย เป็นเวทีใหญ่กับกิจกรรมบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เวลา 12.00- 22.00 น. โดยเข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค. ศกนี้ ที่สวนลุมพินี ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT สถานีสีลม และรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง.

แสงสุดท้ายที่ทุ่งบัวตอง…สู่แสงแรกบนภูชี้เพ้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554616

โดย หนีกรุงไปปรุงฝัน 3 ม.ค. 2559 16:05

 

ค่ะ ณ จุดๆ นี้ดิฉันได้พิชิตหนึ่งพันกว่าโค้งสู่ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ. แม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรกในชีวิต บอกได้คำเดียวว่า “จะตายแล้วค่ะ”

พี่เอกโชเฟอร์จอมพลังของทีมหนีกรุงยังคงหมุนพวงมาลัยไปมาด้วยใบหน้าสดชื่นระรื่นใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฉันมองตาพี่ชายผ่านกระจกหลังด้วยสายตาวิงวอนร้องขอชีวิต

“จอดเถอะพี่”

พี่ชายหัวเราะเยาะน้องสาวแบบไม่เหลือเยื่อใย ก่อนจะเทียบรถเข้าข้างทางอย่างนุ่มนวล ชนัตพล หวังเพิ่ม หรือพี่กอล์ฟ หรือพี่เฉื่อย ลืมตาตื่นมาเหมือนโดนเสียบปลั๊ก (เพราะตอนหลับพี่แกก็หลับง่ายเหมือนถอดปลั๊ก) หยิบกล้องแล้วเปิดประตูลงไปถ่ายรูปราวกับเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติ เช่นเดียวกับพี่เอก พี่ชายสายตลก กับน้องจ๋อม น้องสาวฝึกงานสายเส้นตื้น ซึ่งทั้งสองได้จับคู่กันเล่นมุกและหัวเราะมาตลอดทาง จนเจอโค้งแม่ฮ่องสอนจึงได้สลบคอตกไปตามกัน

ส่วนดิฉันในเวลานี้ วิ่งลงจากรถ ล้างหน้า ดมยา สะบัดแขน บิดตัวไปมา นาทีนี้ให้ตีลังกาก็ทำแล้วค่ะ ร่างกายปั่นป่วนมากเหมือนโดนพายุทอร์นาโดถล่ม พยายามยืนนิ่งๆ ตั้งสติ อยากร้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน ลองหันไปมองทีมงานหนีกรุงทั้งสี่คน ไม่มีใครสนใจดิฉันเลยค่ะ ทุกคนต่างมุ่งมั่นส่องเลนส์ไปทางทิศตะวันตกเพื่อเก็บบรรยากาศของแสงสุดท้าย ดิฉันถอนหายใจ…หันมองพระอาทิตย์ตกดินในสถานที่แปลกหน้าเป็นครั้งแรก

โอ้โห…
พระอาทิตย์สีส้มระบายสีลงบนท้องฟ้าสีชมพู ม่วง น้ำเงิน สาดแสงส้มเข้มลงบนเทือกเขาที่ซ้อนทับกันหลายเลเยอร์ ภูเขาที่อยู่ด้านหน้าสุดมีจุดเล็กๆ สีเหลืองของดอกบัวตองน่ารักๆ อยู่ทั่ว อืม…ฟื้นคืนชีพแล้วค่ะ

พี่เฉื่อยเดินมาหาดิฉันด้วยความเร็วหนึ่งกิโลเมตรต่อสองวัน (คือ ช้าจริงๆ ค่ะคุณพี่) ก่อนจะคลี่ยิ้มเฉื่อยๆ ไปทั่วใบหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงง่วงๆ ว่า

“คอลัมน์หลงรักประเทศไทยหลังจากนี้…พี่ยกให้แกนะ พี่อยากถ่ายรูปอย่างเดียวให้มันดีที่สุดไปเลย”

พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินจากไปโดยไม่ได้ไถ่ถามความรู้สึกของหญิงสาว ไม่แม้จะถามความสมัครใจหรือคิดถึงจิตใจของผู้อ่านที่ต้องมาอ่านตัวอักษรประหลาดๆ…ไม่มีเลยจริงๆ

ท้องฟ้าอับแสง สมองสติดิฉันก็มืดมนเช่นกัน…ตอนนี้เครียดมากค่ะ คอลัมน์หลงรักประเทศไทยนี่มัน คืออะไร!
พี่เฉื่อยถ่ายภาพ น้องดำรายงาน

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ‘มะขวัญ’ ชื่อนี้ไม่มีความหมาย มารับหน้าที่หลงรักประเทศไทยผ่านตัวอักษรแทนคุณชนัตพล หวังเพิ่ม หรือพี่เฉื่อย ช่างภาพมือโปรของหนีกรุง ขอออกตัวไว้ตั้งแต่บัดนี้ว่าไม่ใช่คนโลกสวยหรือโลกมืด เป็นคนมองโลกแบบที่มันเป็นนี่แหละค่ะ แต่ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ดิฉันรับหน้าที่เขียนคอลัมน์นี้ได้คงเป็นความรักและเคารพในธรรมชาติอย่างสุดซึ้ง ซึ้งถึงขนาดที่ชอบกอดต้นไม้เป็นงานอดิเรก แต่ดิฉันไม่ได้บ้านะคะ วางใจได้ ฝากตัวอักษรเหล่านี้ด้วยค่าาาาา

โอเค…พร้อมแล้ว ขอต้อนรับสู่บันทึกการเดินทางทั่วไทยครั้งแรก…ที่แม่ฮ่องสอนจ้าาาาา

ที่งานรื่นเริงใกล้บ้านคุณ

แฟนหนีกรุงหลายคนอาจสงสัยว่า เวลาชาวหนีกรุงออกทริปแต่ละคราว เรื่องราวเริ่มต้นยังไง

เริ่มจากการประชุมกันในหมู่กอง บก. เพื่อหาธีมหลักของแต่ละเล่ม เช่น ความรัก/แสง/ลอย หลังจากนั้นก็เฟ้นหาสถานที่เด็ดดวงพวงสร้อย แล้วรอทางคุณ บก. นกเขา ศิลปินรูปหล่อเคาะสถานที่ เสร็จสรรพก็แบกกระเป๋าออกเดินทางเลย

คร่าวๆ แค่นี้ ส่วนจะแวะที่ไหน กินอะไร หรือพักยังไง…ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตาล้วนๆ

ค่ำคืนนี้ในตัวอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ก็เช่นกัน เราทั้งห้าคนรู้แค่ว่าพรุ่งนี้เช้าต้องไปทุ่งดอกบัวตอง แต่เราไม่รู้ว่าคืนนี้จะหลับจะนอนกันที่ไหน จึงต้องเข้าออกๆ โรงแรมเกสต์เฮาส์ รีสอร์ตเป็นว่าเล่น (เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาลทุ่งดอกบัวบาน คนเยอะเหลือเกิน) ประมาณสองทุ่มกว่ากับจุดหมายที่มืดมน พี่อุหันไปเห็นแสงไฟสีๆ ชิงช้าสวรรค์ และร้านรวงมากมาย

“เทศกาลงานรื่นเริงทุ่งดอกบัวตองบาน แวะๆๆ”

เท่านั้นละค่ะ ความกังวลเรื่องที่นอนก็หายไปจนหมดสิ้น ทุกคนในรถขณะนี้เหมือนเด็กห้าขวบ ตื่นเต้นกับแสง สี เสียงยามค่ำคืนมากมากมากมาก

น้องจ๋อม : พี่ๆ นั่นๆ ไส้กรอกสีแดงโง่ๆ เวลามีงานวัดแถวบ้าน หนูต้องซื้อทุกทีเลย
พี่เฉื่อย : โห…เวลาพี่ไปงานวัดต้องระบายสีปูนปลาสเตอร์ สมัยพี่ต้องหล่อปูนเองด้วย
พี่อุ : พวกคุณยังอ่อนครับ ผมนี่ ต้องบ้านผีสิง เมื่อก่อนกลัวมาก ขาสั่น นอนไม่หลับเลย

ค่ะทุกคนแสดงความชราและความเป็นเด็กต่างจังหวัดออกมาได้ชัดเจนทีเดียวค่ะ ระหว่างที่ทุกคนกำลังรำลึกอดีตอันหอมหวาน ดิฉันได้ยินเสียงหมาหอนผสมกับเพลงลูกทุ่งดังมาจากลำโพงตัวใหญ่…ตรงท้ายงาน มีบ้านผีสิง

ล้วงเงิน 20 บาท เดินฉับๆ เข้าไปด้วยความมั่นใจราวนางแบบบนแคตวอล์ก บ้านผีสิงแค่นี้…ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

“เห้ยมะขวัญ เจ๋งว่ะ เข้าบ้านผีสิงคนเดียวเลยเว้ย” พี่เฉื่อยตะโกนมาแต่ไกล

มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะผีย่อมไม่กลัวผีด้วยกัน (ฮ่าๆๆ) เดินผ่านม่านดำ เป็นทางทึมๆ ทอดยาว มีผีกระสือพลาสติกห้อยลงมาเป็นสิ่งกีดขวางหนึ่งตัว (น่ากลัวตรงไหน…พูดซิ) ดิฉันตบไส้กระสือเล่นอย่างผู้มีชัย….แล้วมัน….ก็มาโดยที่เราไม่รู้ตัว

“แฮร่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

อีผีปลอม อีคนปลอมเป็นผีมันวิ่งไล่ค่ะ ด้วยสัญชาตญาณก็ต้องกรี๊ดและวิ่งหนีสิคะ จะรออะไรอยู่ ดิฉันวิ่งหนีออกมาด้วยความเร็วแสง ถึงหน้าบ้านผีสิงเห็นพี่เฉื่อยกำลังล้วงกล้องออกมาเพื่อถ่ายรูป

“เห้ย อะไรวะ ยังไม่ถึงห้าวิเลย ไอ้มะห้าวิ”

ได้มาแล้วค่ะ…ฉายาหลังจากนี้ในชีวิตหนีกรุง…มะห้าวิ

แสงสุดท้ายที่ทุ่งบัวตอง

ตีสี่ เราตื่นด้วยความสดชื่นสดใส ยิ้มรับวันใหม่ ยิ้มให้แก่กัน

ประโยคข้างบนนี่ไม่มีความจริงเลยค่ะ เรานัดกันตีสี่ แต่ตื่นมาตอนตีห้า ล้างหน้า แปรงฟัน ฉกกระเป๋ากล้องแล้ววิ่งขึ้นรถทันที พี่เอกยังคงรักษาฟอร์มการขับขี่ได้เป็นอย่างดี แม้เส้นทางจะฉวัดเฉวียน แต่พี่เอกก็พาเรามาถึงทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อย่างง่ายดายตอนใกล้หกโมงเช้า

ดิฉันลงจากรถ…เบิกสายตามองเจ้าดอกสีเหลืองที่กองพะเนินทุ่งสุดลูกหูลูกตาในเวลานี้…โอ้แม่เจ้า…
ทุ่งดอกบัวตองในแสงสลัว…ยังสวยขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าตอนพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยขนาดไหน

พี่เฉื่อยไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเดินขึ้นบันไดไปตามเนินทุ่งดอกบัวตอง หันซ้ายหันขวาหามุมที่ดีที่สุด ก่อนจะหายตัวไปในป่าสนตรงด้านบนสุดของเนิน ตั้งกล้องและเฝ้ารอความงดงามที่กำลังจะมาเยือนอย่างเงียบๆ

ดิฉัน…เดินขึ้นมายังจุดสูงสุดของทุ่งดอกบัวตองและมองกลับไปยังทิวทุ่งเหลืองอร่ามด้านล่าง สลับมองทิวเทือกเขาสีน้ำเงินเขียว ฉากหลัง…ทั้งสองทิวกำลังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามกำลังแสงของพระอาทิตย์ ค่อยๆ เหลือง ค่อยๆ เขียว…ค่อยๆ แสดงความสวยที่สุดที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้ออกมา

นี่กำลังยืนอยู่ในประเทศไทยจริงๆ เหรอวะ…สวยจังโว้ยยยยยยยยยยยยยยย !!!

อยากตะโกนให้ลั่นทุ่ง แต่ก็สงสารนักท่องเที่ยวคนอื่น เลยได้แต่ยืนอาบแสงอาทิตย์ ดื่มความงามของภูเขา ดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวตองอย่างสงบ อิ่มหนำสำราญใจมาก จนได้เวลาที่กระเพาะอยากอิ่มบ้าง เลยเดินทอดน่องลงมายังร้านค้าด้านล่าง พ่อค้าแม่ขายกำลังเปิดร้านอย่างขะมักเขม้น

บนเตาถ่านหน้าร้าน…มันเผากำลังส่งกลิ่นหอมเคล้าอากาศหนาว…มาอยู่ในท้องพี่เถิดน้องมันจ๋า…

“กินข้าวกันอีหนู”

พี่สาวแม่ค้าท่าทางใจดีกับผองเพื่อนสามสี่คนกำลังตั้งโต๊ะ กลิ่นแกงหอมฉุยลอยมากับควันขาวๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง พี่สาวตักข้าวให้เสร็จสรรพ…เลยต้องร่วมวงตามประสาคนมีมารยาท (ไม่ได้หิวมากหรอก แค่น้ำลายไหลเอง)

พี่สาว 1 : ที่นี่มีมานานแล้วน้อง ตั้งแต่สมัยก่อน ก่อนไหนไม่รู้ รู้แต่นานมากแล้ว เขาว่า พวกมิชชันนารีเอาเมล็ดดอกบัวตองมาโปรยไว้
พี่สาว 2 : ไม่ใช่ เขาบอกว่า ผู้เฒ่าบ้านเรานี่แหละเอามาโปรย เอามาจากตะวันตก
พี่สาว 1 : ตะวันตกไหน กาญจนบุรีเหรอ
พี่สาว 2 : ไม่ใช่ ตะวันตกยุโรปสิโว้ย
พี่สาว 3 : เออๆ ตำนานเริ่มเยอะแล้ว กินๆ น้อง นี่เขาเรียกว่าแกงโต่เจ ใช้ถั่วปีทำ ปีหนึ่งได้กินครั้งเดียว กินๆ

สดุดีทุกตำนานค่ะ…ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใคร กราบขอบคุณมากที่ทิ้งสิ่งที่งดงามที่สุดไว้เพื่อทุกหัวใจที่มาเยือนที่นี่

แกงโต่เจนี่กลมกล่อมดีจริงๆ พี่ๆ เล่าว่า เมื่อหมดฤดูดอกบัวตองบานชาวบ้านจะช่วยกันตัดต้นบัวตองทั้งหมดแล้วปล่อยให้มันขึ้นใหม่…บ่มเพาะให้ผลิบานอีกครั้งเมื่อถึงฤดูกาล…ทุกคนในที่นั้นยืนยันว่ามันสวยขึ้นทุกปี

วันนี้…ทีมงานหนีกรุงเลยสดุดีความงามที่ต้องใช้เวลาของทุ่งดอกบัวตอง ด้วยการอยู่ที่นี่จนพระอาทิตย์ตก พวกเราเปลี่ยนทุ่งบัวตองเป็นออฟฟิศบ้าง ห้องอาหารบ้าง ห้องนอนบ้าง สนามเด็กเล่นบ้าง แล้วแต่ความสบายใจแต่ละคน

ซึมซับทุกความรู้สึกดีๆ…จนแสงสุดท้ายของวันลาจากไป
สู่แสงแรกบนภูชี้เพ้อ

ตีสี่ เราตื่นด้วยความจำใจ…เพราะต้องไปเก็บแสงแรกของวันใหม่ให้ได้บนภูชี้เพ้อ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรในการเดินทาง

ตอนแรกดิฉันกะว่าจะงีบเอาแรงบนรถ แต่ถนนขึ้นภูชี้เพ้อนี่หลุมๆ บ่อๆ ราวกับรถขับบนผิวดวงจันทร์ รถกระเด้งไปกระดอนมาจนพี่เฉื่อยที่หลับง่ายยังหลับไม่ลง…ท้องไส้ของพวกเราปั่นป่วนสักพักก็ถึงตีนภูชี้เพ้อ…มีขั้นบันไดทอดยาวไปสู่ด้านบน…บันไดยาวมาก…ยาวจริง ๆ…ยาวเหลือเกิน

บอกได้เลยค่ะว่าหนึ่งร้อยขั้นแรก ดิฉันและน้องจ๋อมวิ่งขึ้นไปด้วยความกระฉับกระเฉง ต้องแสดงให้คนชราอย่างพี่เฉื่อย พี่เอก พี่อุเห็นสักหน่อยว่าเรายังวัยรุ่น แต่พอผ่านขั้นที่หนึ่งร้อยไปเท่านั้น…ทั้งห้าคน…หอบแบบจะตายเลยค่ะ

บันไดภูชี้เพ้อนี่ยิ่งกว่าหนังหักมุม หลอกเราไปมุมภูเขาด้านหนึ่ง เหมือนจะถึงแล้ว…อ้าว ยังมีบันไดต่อไปที่มุมอีกด้านหนึ่ง เรียกว่าเหนือบันไดยังมีบันได ช่วงสุดท้ายก่อนถึงยอดภูเริ่มได้ยินอะไรประหลาดๆ จากชาวหนีกรุง

“ทำไมไม่สร้างลิฟต์ให้กู !!!”
“หนูจะตายแล้วค่ะ ฝากบอกพ่อแม่หนูด้วยว่าหนูรักพ่อกับแม่มาก”
“ขาจะหักแล้วคร้าบบบบบบบ”

ค่ะ…ทุกคนเข้าใจแล้วยังคะว่าทำไมที่นี่ถึงชื่อ ‘ภูชี้เพ้อ’…ใครที่มาก็เพ้อเจ้อกันแบบนี้ทุกคนแหละค่ะ

พอขึ้นมาถึงเท่านั้นแหละ…แม่เจ้าโว้ย !!! นี่มันนิกโกะ ประเทศญี่ปุ่นชัดๆ เลย ทำไมนางสวยเช่นนี้ ภูเขาหลายลูกซ้อนกันสุดลูกหูลูกตาอยู่หลังม่านหมอกสีขาว อากาศเย็นชื่นใจ…แม้พระอาทิตย์วันนี้จะตื่นสายไปหน่อย…แต่ก็ใจดีส่งแสงรางๆ มาให้เราเห็นความสวยด้านล่าง

ชอบจริงๆ…ชอบมาก

พี่เฉื่อยไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินดุ่มๆ ไปหามุมที่สวยที่สุด เดินๆ หยุดๆ มองๆ อยู่เป็นครึ่งชั่วโมง ก่อนจะปักขาตั้งกล้องลงตรงมุมที่ตั้งใจเก็บมาเพื่อชาวหนีกรุงโดยเฉพาะ…แล้วพี่แกก็ยืนเฝ้าแสงอาทิตย์อยู่อย่างนั้น…ยืนอยู่นานจริงๆ

สงสัยว่าอะไรทำให้คนๆ หนึ่ง อดทนเพื่อภาพดีๆ ได้ขนาดนั้น

พี่เฉื่อยไม่ใช่คนกดชัตเตอร์หลายครั้ง แต่การกดแต่ละครั้ง คือ สิ่งที่คิดมาอย่างดีแล้ว มองรูปพี่แกแต่ละเฟรมก็ถึงบางอ้อว่า การเติบโตอย่างงดงามของคนทุกคนบนโลก…มันต้องใช้เวลาเพื่อสั่งสมประสบการณ์จริงๆ

ระหว่างยืนมองพี่เฉื่อย พระสงฆ์สองรูปเดินมาถึงจุดชมวิวอย่างสงบ…แต่หัวใจฉันหล่นวูบ

…ทำไมต้องมาเจอพระสงฆ์บนนี้ด้วย ?

หลายปีที่ผ่านมา พ่อของดิฉันบอกทุกคนในครอบครัวเสมอว่า ท่านอยากเดินทางธรรมเพราะเหนื่อยมาทั้งชีวิต เมล็ดความฝันนี้ถูกปลูกในใจพ่อมานานแสนนานและเติบใหญ่ขึ้นในวันที่ฉันรับปริญญา หลังจากวันนั้น…พ่อตัดสินใจเดินตามความฝันด้วยการบวชเป็นพระภิกษุและออกธุดงค์ในป่า เวลานั้นไม่มีใครในครอบครัวไม่ยินดีกับความสุขของพ่อ…และไม่มีใครไม่เจ็บปวด

ผ่านมาสองปี…ทุกครั้งที่ฉันต้องนั่งรถผ่านภูเขาทุกลูก ผ่านป่าทุกป่าในประเทศไทย ฉันมักมีความหวังเล็กๆ ในใจว่าพ่ออาจจะอยู่แถวนี้ แม้วันนี้พ่อจะย้ายกลับมาอยู่ที่วัดป่าในจังหวัดใกล้ๆ บ้าน…แต่มันไม่เคยใกล้ในความรู้สึกฉันสักที

ฉันเดินหลบผู้คนมาอีกด้านหนึ่งของภูชี้เพ้อ…รู้สึกหนาวไปหมดแล้ว เลยกอดต้นไม้ต้นหนึ่งไว้ เนื้อแข็งๆ เย็นๆ ของมันแผ่ความอบอุ่นอย่างประหลาด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสุดท้ายของพ่อกระซิบในความทรงจำ

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกต้องมีสติและอดทนมากๆ นะลูก”

แสงแรกของวันใหม่มาแล้ว…การเดินทางครั้งใหม่ของชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
และแน่นอนนะพ่อ…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกสาวคนนี้จะอดทนมากๆ…ไม่ต้องห่วงเลย

Text: มะขวัญ Photos: ชนัตพล หวังเพิ่ม

ที่มา – หนีกรุงไปปรุงฝัน
www.facebook.com/neekrungmagazine

ห้ามพลาด! อยากรู้ไหมสุดยอด ‘ภาพเล่าเรื่อง 58’ เรื่องไหนโดนใจคุณที่สุด?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556279

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ม.ค. 2559 06:05

 

เป็นประจำทุกปีที่เราต้องรวมคอลัมน์ในหน้าไลฟ์สไตล์ที่เป็นออริจินัลคอนเทนต์ หรือคอนเทนต์ที่ผลิตเองทั้งหมด ภาพเล่าเรื่องก็เช่นกัน เป็นคอลัมน์ที่เน้นเอาภาพสวยๆ มาเล่าแทนคำพูดหรือตัวหนังสือ ที่มาทุกวันอาทิตย์ อยากรู้ว่าสุดยอดภาพปี 2558 มีอะไรตรงใจคุณบ้างไปชมกันเลย

1. เซ็กซี่ ทรงพลังอย่างแรง เก็บตก 20 สาวเซ็กซี่ FHM อวดโฉมหุ่นสุดสะเด่า (ชมคลิป)

ผ่านไปอย่างสวยงาม กับงาน FHM Girls Next Door 2015 รอบ 20 คนสุดท้าย ปีนี้การันตีได้ว่าสวยและเซ็กซี่มากมาย ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์ก็มีโอกาสได้ร่วมงานเพื่อเก็บความประทับใจ ที่รับประกันได้ว่า ปีนี้ถ้าใครไม่ดูจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง

2. ‘อัศจรรย์’ ดินแดนแห่งฝัน วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เหมือนอยู่ในภวังค์​ เหมือนอยู่ในความฝัน เหมือนเดินดุ่มอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้น ‘ตรัยตรึงศ์’ เหมือนทอดกายอยู่บนท่ามกลางความงดงามของเหล่าก้อนเมฆ เบาคล้ายนุ่นน้อย-ใหญ่ ที่ลอยตัวคล้ายโอบกอดแผ่วละมุนอยู่เหนือขุนเขา

ให้ความรู้สึกคล้ายการถอดจิตไปไกลแสนไกลสบายว่างเปล่า และ ‘อนันตกาล’ ไม่มีที่สิ้นสุด “ภาพชุดนี้ให้ความรู้สึกแบบนั้น เป็นความงดงามที่ยากจะอธิบาย”

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ นุ ตฤณ จันทร์สว่าง อดีตช่างภาพไทยรัฐออนไลน์เก็บภาพสวยๆ จากวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” (มีลักษณะพระพุทธรูปสีขาวใหญ่อลังการบริสุทธิ์งดงามซ้อนกัน 5 องค์) มาให้เราหายคิดถึง

เป็นภาพที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่า อธิบายไม่หมดจดว่ามันงดงามมากสักแค่ไหน เพราะที่นี่คือสรวงสวรรค์ที่สักครั้งคนควรไปเยือน.

3. ปริศนารอยยิ้ม กับ พระอุโบสถถูกต้นไทรโอบกอด วัดบางกุ้ง อัมพวา

คล้ายพลังของ ‘สีเขียว’ ที่ยิ่งมอง ยิ่งสบายตา แต่ทว่าภาพเซตนี้ไปไกลกว่า เพราะนอกจาก ‘สบายตา’ แล้วยัง ‘สบายหัวใจ’

เป็นความสบาย ที่แฝงความสุขจากความนิ่งไร้การเคลื่อนไหว เป็นความนิ่ง สงบ ผ่อนคลายไปทั้งตัวและจิตใจ

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ ภพธนา บุบผชาติ ช่างภาพฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์เก็บมาจาก วัดบางกุ้ง หรือวัดค่ายบางกุ้ง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นภาพที่ยิ่งมองยิ่งเหมือนมีใครยิ้มให้

เป็นรอยยิ้มที่ย้ำเตือนให้เราพบความสุขจากการไม่ไขว่คว้า หรือแย่งใครชิงมา เป็นความสุขเรียบง่าย ไม่ต้องใช้จ่ายเงินตรา และหาได้ด้วยตัวเอง

4. ไปแล้วเสร็จความงามทุกราย เขาแหลมหญ้า จ.ระยอง

ไปทะเลหนีรัก ไม่ก็หนีร้อน เจ้าของภาพบอกไม่ได้เกี่ยวกับประโยคอมตะนี้เลย แต่เขาไปเพื่อถ่ายภาพประกาศให้คนที่ได้ชมรู้ว่าเมืองไทย สวยงามและน่าเที่ยวไม่แพ้ที่ใดในโลก…

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เอกลักษณ์ ไม่น้อย ช่างภาพฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์ไปกางเต็นท์เก็บภาพธรรมชาติมาจากเขาแหลมหญ้า หรือชื่อเต็มๆ ว่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นภาพสวยๆ ที่ไม่ว่าจะย้อมสีไหน ขาวดำ หรือสีธรรมชาติ ก็สวยงามและน่าไปเยือน

5. สวยงามด้วยกาลเวลา ‘มอหินขาว’ สโตนเฮนจ์ เมืองไทย!

ฝีมือไม่เคยตก ประโยคนี้มีความหมาย 2 ประการ ‘ฝีมือไม่ตก’ ประการแรกคือ ฝีมือ ‘ธรรมชาติ’ เหมือนยื่นมือเข้ามาหยิบ จับ และนำมาวางเอาไว้อย่างสวยงาม ตระการตา แต่ทว่ากลับลงตัว

ฝีมือไม่เคยตกอีกประการ คือมุมมองของอดีตช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ที่หันไปเอาดีกับชีวิตราชการ แต่ ‘สไนเปอร์’ อยู่ที่ไหน ก็ยังเป็น ‘มือสไนเปอร์’ อยู่วันยังค่ำ

ดังนั้นไม่แปลกทุกครั้งที่นิ้วเหนี่ยวไกกดชัตเตอร์ ภาพสโตนเฮนจ์ เมืองไทย จึงออกมาคม งดงาม และสื่อความหมายของธรรมชาติรังสรรค์ความยิ่งใหญ่ได้อลังการงดงามลงตัว

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เป็นของอดีตมือสไนเปอร์ไทยรัฐออนไลน์ ตฤณ จันทร์สว่าง นักถ่ายภาพ เก็บภาพสวยๆ มาจาก ‘มอหินขาว’ และต้นไม้ ใบหญ้า ณ จังหวัดชัยภูมิ Unseen in Thailand สวยงามตามกาลเวลาจนได้ฉายาว่า สโตนเฮนจ์ เมืองไทย ที่สวยแปลกตา อากาศเย็นสบาย ที่ต้องกางเต็นท์นอนแคมปิ้งท่ามกลางธรรมชาติสักครั้ง.

6. ความงามของการรอคอย เมื่อพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต

คุ้มค่ากับการรอคอย เจ้าของภาพบอกและย้ำว่า ถ้าเปรียบเป็นการรอคอย ‘เค้ก’ หรือ ‘อาหาร’ จากมือเชฟ เลอ กอร์ดอง เบลอ หรือ เชฟมิชลินระดับ 6 ดาว ปรุงอาหารมาให้กิน ไม่ว่าจะรอคอยอาหาร หรือ ขนมจานเด็ดนานสักแค่ไหน แค่ได้กลิ่นความหอมลอยฉุยออกจากเตามันก็มีความสุขมากระหว่างรอ

‘แหลมพรหมเทพซึ่งอยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ต คือจุดชมอาทิตย์ตกก่อนใคร ที่สวยที่สุดในเมืองไทย…’

ภาพเล่าเรื่อง ณัฐภูมิ คงถิ่น ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ฝีมือดี เก็บภาพมาจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต มาให้ชมกัน เป็นภาพเซตสวยๆ ที่สื่ออารมณ์ และเล่าความหมายของตัวมันได้ดีมาก ภาพที่ไม่ใช่แค่ดูแล้ว ‘สวย’ ก็จบกันไป.

7. วิ่งหาชีวิต ความงาม ‘เลห์ ลาดัก’ เมื่อเราตกหลุมรัก ‘ทิเบตน้อย’ โครมเบ้อเริ่ม

อารมณ์คล้ายภาพวาด, ไม่สิ ถ้าอธิบายให้ถูกหมดจดโดยการใช้ถ้อยภาษาวรรณกรรมอรรถาธิบายว่า

คล้ายภาพถ่ายที่ใช้ ‘หัวใจ’ ใหญ่ภายใน ตวัดฝีแปรงเป็นเส้นสายระบายถ่ายทอดออกมา มันจึงไม่เพียงปรากฏความงดงาม สะท้อนชีวิต เส้นทาง และสิ่งที่พบเห็น ซึ่งเป็นได้มากกว่า ‘แค่ภาพ’ ไม่แพ้เส้นสายที่โยงใยในดวงตาประมวลผลออกมา

พูดให้ตรงแบบไม่ต้องแคร์ เรตินา จอตา จอประสาทตา หรือ อวัยวะการมองเห็น เป็นภาพที่ว่าสะท้อนออกมาน่าประทับใจ อิ่มใจกว่า อะไรทำนองนั้น

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ พาไปทิเบตน้อย หรือ เลห์ ลาดัก พื้นที่ตอนบนสุด ซึ่งเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบตตะวันตก อยู่ทางตอนเหนือของ (อินเดีย) โดยมีเทือกเขาหิมาลัยทางตอนใต้ และเทือกเขาคาราโครัมทางด้านเหนือขนาบอยู่ในอดีต จุดนี้ถือเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างอินเดียกับจีนและทิเบต

ดินแดนที่เชื่อกันว่าเป็นสวรรค์บนดินที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้ง ไม่เฉพาะต้องเป็นนักเดินทาง.

8. โอบกอดที่อบอุ่น ดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่

ไม่เพียง ‘ระบบหายใจ’ ที่ได้สูดสัมผัสไอดิน ไอหญ้า กลิ่นหอมของน้ำค้างและอากาศหนาวชนิดเย็นยะเยือก แต่ทว่า ‘ระบบหัวใจ’ ที่ประจันหน้าอยู่อย่างท้าทายท่ามกลางขุนเขา แมกไม้ ความมืดที่งดงามจากดาวที่ระยิบระยับประดับอยู่บนฟากฟ้าจากธรรมชาติผ่องถ่ายมอบกลับมา

เป็นความรู้สึกชนิดไม่ว่าจะย่ำเดินไปทางไหน หรือหยุดหย่อนผ่อนกายที่ใด หัวจิตหัวใจก็มีความสุขได้แบบไม่ต้องเขย่งไขว่คว้าให้เมื่อยแขนขาให้เปลืองแรง

เหมือนอย่างที่ใครสักคนว่า ‘การยืนไม่ว่าจะลืม หรือหลับตา ท่ามกลางธรรมชาติสมบูรณ์ที่งดงามเหล่านี้ หัวใจเราก็ได้พลังมากมายชนิดหาอะไรมาอธิบายได้เป็นรูปธรรมยาก ติดตัวกลับไปให้อิ่มหัวใจเสมอๆ’

การเดินทางครั้งนี้ก็เช่นกัน, ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เอกลักษณ์ ไม่น้อย ช่างภาพฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์ เก็บมาจากการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภาพที่เก็บมาจากหัวใจ ซึ่งใช้รอยยิ้มและก้อนเล็กๆ ในอกซ้ายบันทึกผ่องผ่านไปยังส่วนที่เป็นคลังความทรงจำที่งดงามให้พวกเราได้ชมกัน.

9. เรียบ ‘ง่าย’ แต่ ‘งดงาม’ และน่าประทับใจที่ ‘วังเวียง เวียงจันทน์’

มีเสน่ห์ เธอบอกแบบนั้น, แต่ไม่ใช่เสน่ห์ที่ทำให้หลงรักแบบหัวปักหัวปำด้วย ลิปสติก เสื้อผ้า เครื่องหอม น้ำปรุง แต่ทว่า เป็นเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่ไร้การปรุง หรือตกแต่งใดๆ เป็นความงดงามจากสิ่งที่มีข้างใน และวิถีที่พวกเขา (หมายรวมถึง ผู้คน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม) ยังคงความบริสุทธิ์อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

‘กลิ่นดิน กลิ่นหญ้ายังลอยขึ้นมาหอมประทับใจ โดนเฉพาะเวลาฝนตกกระทบพื้นดิน ต้นไม้ใบหญ้า ไม่เหมือนหลายเมืองที่มีแต่ ‘คอนกรีต’ ตึก และสิ่งอำนวยความสะดวก แม้จะดูสวยงาม แต่ใช่หรือไม่ว่ามันถูกประดิษฐ์ให้คนชื่นชอบ แต่ทว่าไร้จิตวิญญาณ’

‘ดอกไม้พลาสติก’ หรือจะสู้ ‘ดอกไม้ธรรมชาติ’

‘น้ำแร่’ ขวดละร้อยก็มิอาจสู้ความชื่นใจของ ‘รสน้ำฝน’ ที่ไหลลงตุ่มมังกร รอเพื่อให้ตกตะกอนเมื่อครั้งแต่เก่าก่อน ขณะโลกยังไม่เร่าร้อน บาดเจ็บ และสกปรกจากมือมนุษย์แบบเราๆ ท่านๆ เฉกเช่นทุกวันนี้

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้พาไปเยือน วังเวียง เวียงจันทน์ ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังงดงาม งดงามจากสิ่งรอบข้าง งดงามจากธรรมชาติ และงดงามจากหัวใจผู้คน

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ยังบริสุทธิ์และน่าไปเยือน.

สถานที่ฮอตฮิตโดนใจ! รวมที่สุด 10 ข่าวท่องเที่ยวเพจวิวเหยียบแสน ปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554300

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ม.ค. 2559 06:05

 

มาถึงสิ้นปีกันอีกแล้ว และก็เป็นธรรมเนียมเหมือนทุกครั้งที่ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์ จะรวบรวมเอาที่สุดของข่าวน่าสนใจมาประมวลให้ทราบกัน

คราวนี้เป็นคิวของ ข่าวท่องเที่ยว 10 ข่าวเด่นมาแรงแห่งปี 2558 มาดูกันว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนที่ได้ใจคนอ่านสุดๆ รวมถึงสถานที่น่าสนใจที่เราไปเสาะหา นำมาเสิร์ฟแฟนๆ ขาเที่ยวชาวไทยรัฐออนไลน์ เอาเป็นว่าข่าวไหนจะต้องตาโดนใจคุณบ้าง มาชมกันเลย

1. ข่าวที่ฮอตฮิตที่สุดในช่วงต้นปี 2558 (เดือนมีนาคม) คงหนีไม่พ้นข่าว ไขปริศนาลับ! 10 ข้อควรรู้ ทำไมคลื่นมหาชนต้องดั้นด้นขึ้นเขาคิชฌกูฏ…?  โดยมียอดคนอ่านมากถึง 555,916 ครั้ง

เที่ยวตามศรัทธา เขาคิชฌกูฏ

เนื้อหาข่าวนำเสนอถึงที่มาที่ไป ตำนาน และความศักดิ์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ ว่าทำไมชาวพุทธถึงได้เลื่อมใสศรัทธากันมาก นิยมเดินทางขึ้นเขากันเรือนหมื่นเรือนแสนคน อย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย เพื่อไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง รอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่บนเขากันสักครั้งในชีวิต

2. อันดับต่อมา เป็นข่าวนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้ ที่เหล่าขาเที่ยวฮิปสเตอร์ทั้งหลายไม่พลาดที่จะมาแฮงก์เอาต์กับเพื่อนๆ นั่นคือห้ามพลาด! ArtBox กลับมาแล้ว 10 สิ่งต้องส่อง ตลาดนัดตู้สุดชิก สวรรค์คนรักแฮนด์เมด! มียอดคนอ่านถึง 295,410 ครั้ง

ตลาดฮิปสเตอร์ฮอตฮิตแห่งปี 2558

ตลาดนัดตู้คอนเทนเนอร์ หรือ Art Box Bangkok เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 12-14 มิ.ย. 2558 ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในทันที บรรดาขาช็อปชาวฮิปสเตอร์ตบเท้ามาเดินเที่ยวชม ชิม ชิล กันเพียบ โดยมีทั้งสินค้าเก๋ๆ งานแฮนด์เมดเท่ๆ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มหน้าตาดี รสชาติอร่อย มาให้ได้ลิ้มลองนับร้อยรายการ

3. มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศบ้าง ข่าวที่มีคนอ่านไม่น้อยเลย ก็คือ อุ๊ยเสียวท้องน้อย! กล้าพอไหม เที่ยววัดใจบนพื้นกระจกใสสูงกว่าตึก 10 ชั้น โดยมียอดคนอ่าน 145,333 ครั้ง

เที่ยวท้าความสูง

เนื้อหาข่าวได้รวบรวมและนำเสนอ สถานที่ท่องเที่ยวไต่บนที่สูงโดยมีทางเดินเป็นเพียงแผ่นกระจกเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการเที่ยวแนวผจญภัยหวาดเสียว เนื่องจากในปี 2558 นี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในโลกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวท้าความสูงบนแผ่นกระจกใส ไม่ว่าจะเป็นตามภูเขาสูง หน้าผา หรือแม้แต่ยอดตึกสูงระฟ้าในเมืองหลายแห่งมีระดับความสูงมากกว่าตึก 10 ชั้น

4. มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวในวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยกันบ้าง สถานที่ที่คนไทยติดตามอ่านข่าวมากที่สุด ได้แก่ ทำไมใครก็ว่าสาดน้ำที่นี่สนุกหลุดโลก? 10 เรื่องสงกรานต์พระประแดง ที่คุณไม่เคยรู้ โดยมียอดคนอ่าน 78,705 ครั้ง

เที่ยวพระประแดง

ความพิเศษอยู่ที่ เทศกาลวันปีใหม่ไทยของพระประแดงจะจัดช้ากว่าที่อื่น เรียกว่า วันไหลสงกรานต์ของพระประแดง เป็นประเพณีสงกรานต์แบบเก่าแก่ของชุมชนชาวมอญ ที่พักอาศัยอยู่ในเมืองไทยมายาวนานตั้งแต่อดีต แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมจำนวนมาก

5. มาถึงหมวดคู่มือท่องเที่ยวกันบ้าง สำหรับทิปส์ดีๆ ที่นักท่องเที่ยวมือใหม่สนใจเข้ามาอ่านมากที่สุด ก็คือข่าว โอ้แม่เจ้า จะถูกไปไหน! เจาะค่าเงิน 5 ประเทศ ปลายปีน่าโดน! โดยมียอดคนอ่าน 78,064 ครั้ง

แลกเงิน เที่ยวต่างประเทศ

เหมาะสำหรับขาเที่ยวที่แพลนไปเที่ยวต่างประเทศให้ฉ่ำปอด ทิ้งท้ายปลายปี โดยนำเสนออัตราค่าเงินแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ที่ในช่วงปลายปีบางประเทศค่าเงินจะถูกลง เราได้รวบรวม 5 อันดับ ประเทศที่อัตราค่าเงินถูกมาให้ดูกัน (ค่าเงิน ณ วันที่ 9 พ.ย. 2558)

6. อันดับต่อมา เป็นข่าวการรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวสไตล์ขาแดนซ์ในวันสงกรานต์ ที่หลายคนนิยมไปเที่ยวกัน นั่นคือ เปิดคู่มือ! รวมที่ลุยสงครามสงกรานต์ทั้งกลางวัน กลางคืน ที่ไหนเจ๋งต้องเช็กอินบ้าง? โดยมียอดคนเข้ามาอ่านจำนวน 76,038 ครั้ง

ที่เที่ยวสงกรานต์วัยรุ่นวัยมัน

เหมาะกับหนุ่มสาววัยจี๊ดหลายคน ที่กำลังมองหาสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์สุดมัน ได้เล่นสาดน้ำคลายร้อนกันแบบสุดเหวี่ยง มีทั้งสถานที่สำหรับเล่นน้ำตอนกลางวัน และสถานที่ที่ฮอตฮิตสาดน้ำยามค่ำคืน จะมีที่ไหนน่าไปร่วมวงบ้าง ต้องไม่พลาดข่าวนี้เลย

7. มาต่อกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่เรียกว่าได้ใจขาเที่ยวรอบโลกมากที่สุด นั่นก็คือข่าว รับรองดูแล้วหยอดกระปุกเตรียมลุย? โบราโบรา ทะเลที่สวยที่สุดในโลก มีคนเข้ามาติดตามไม่น้อย 70,250 ครั้ง

ไปเที่ยวทะเลสุดสวย

ด้วยความที่เป็นทะเลที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ขาเที่ยวที่หลงรักทะเลเป็นชีวิตจิตใจจึงสนใจเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะโบราโบรา ซึ่งเป็นเกาะแห่งหนึ่งของหมู่เกาะโซไซเอตี ตั้งอยู่ที่ประเทศเฟรนช์ โปลินีเซีย ซึ่งอยู่ในทะเลแปซิฟิกตอนใต้ พื้นทะเลนิ่งเพราะมีเทือกปะการังล้อมรอบเกาะ และมีหาดทรายที่สวยงามมาก บริเวณรอบๆ ลากูนของเกาะ ถือเป็นสถานที่ในฝันสำหรับนักดำน้ำอีกด้วย

8. มาถึงอันดับที่ 8 เป็นข่าวในหมวดโรงแรม โฮสเทล และรีสอร์ต นำเสนอที่พักสุดเก๋ย่านกลางกรุงที่บางคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีที่พักเก๋ๆ แบบนี้อยู่ นั่นคือแคปซูลสุดคูล! รู้ยัง? เมืองไทยก็มีห้องพักรูหนอนกับเขาด้วย! มียอดคนอ่าน 59,238 ครั้ง

ที่พักรูหนอน

โรงแรมแห่งนี้ก็คือ มายเบด (My Bed) รัชดาฯ-ลาดพร้าว เป็นโรงแรมดีไซน์ราคาประหยัด ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนถนนรัชดาฯ ความพิเศษของที่นี่อยู่ตรงที่ ห้องพักแบบรูหนอน หรือ ห้องแคปซูล เหมือนกับโรงแรมแนว Budget ของต่างประเทศ ว้าว!

9. ส่วนอันดับต่อมา เป็นสถานที่เหมาะสำหรับมาแฮงก์เอาต์กับเพื่อนๆ ใช้เวลาละเมียดละไมท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ในร้านกาแฟ ข่าวนี้ก็มีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย นั่นคือ น่ายกซด! สาวๆเตรียมนิ้วไว้กดไลค์รัวๆ บาริสต้าหล่อบอกต่อด้วย! มีคนเข้ามาติดตามอ่าน 52,596 ครั้ง

ร้านกาแฟเด็ด บาริสต้าสุดหล่อ

ร้าน 10 THIRTY CAFE นอกจากร้านนี้จะบรรยากาศดี ตกแต่งได้น่านั่งชิล สบายๆ มีทั้งกาแฟ เบเกอรี่ อาหารคาวหวานอย่างครบครันแล้ว จุดขายของร้านนี้อีกหนึ่งอย่างคงหนีไม่พ้นบาริสต้าหนุ่มสุดหล่อ หุ่นล่ำบึ้กได้ใจสาวๆ เปิดบริการ 24 ชม.

10. ปิดท้ายกันที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่กลางกรุงในบรรยากาศของตลาดน้ำ นั่นคือข่าว ไปกันยัง! เจาะลึก ตลาดน้ำนายกฯ ตู่ คลองผดุงกรุงเกษม ชิคชิลได้ฟีลฟิน! มีคนติดตามอ่านจำนวน 51,141 ครั้ง

ตลาดน้ำกลางกรุง คลองผดุงฯ

ตลาดน้ำวิถีไทยคลองผดุงกรุงเกษม ทอดยาวตั้งแต่สะพานอรทัย ถนนลูกหลวง ไปจนถึงบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวาระแห่งการท่องเที่ยววิถีไทยในปี 2558 มีสินค้าจากชุมชนมากมาย เป็นตลาดที่น่าเดินเที่ยว เดินช็อปเพลิน กระจายรายได้สู่คนไทยด้วยกัน

ฮักกันแน่นตึ๊บ…ม่วนชื่น…เมืองลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556861

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ม.ค. 2559 05:01

 

พระธาตุหลวงเวียงจันทน์

…“ถึงดาวเดือนเคลื่อนฟ้า ลาลา

เปล่งประดุจสุริยะพราว ผ่านพ้น

ฤดูฤดีแนบแอบหนาว นอนเอย

จากเวียงจันทน์ข้ามค้น ขอบฟ้า มาฝัน…”

โคลงสดที่พิธีกรหนุ่มใหญ่ อย่าง กฤษณะ ละไล จากเนชั่นทีวี ร่ายให้พวกเราฟังกลางทะเลสาบเขื่อนน้ำงึมวันนั้น ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงกิจกรรมดีๆอย่าง “SCG Sharing the Dream” ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SCG นำทุนการศึกษา 230 ทุน ไปมอบให้กับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของ สปป.ลาว เป็นอีกหนึ่งของกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของมิตรประเทศสองฝั่งโขงอย่างไทย-ลาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นักเรียนที่ได้รับทุนครั้งนี้ แต่ละคนจะส่งเรียงความเข้ามาให้คณะกรรมการตัดสิน ซึ่งเรื่องราวในเรียงความส่วนใหญ่เป็นชีวิตจริงของเด็กๆที่ต้องอยู่กับความยากจน การด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่ฟังไปพลางคุยไปพลางก็พานให้คนสัมภาษณ์น้ำตาจิไหลตามน้องๆไปด้วย

วันแรกในลาว หลังจากที่อิ่มหนำสำราญอาหารพื้นเมืองลาวที่ ร้านอาหารครัวลาว ปิดท้ายด้วย บัวลอยฟรุตสลัด ที่หวานกลมกล่อมชุ่มน้ำ ผลไม้ครบในถ้วยเดียวแล้ว พวกเราก็พากันไปเดินย่อยอาหารที่ตลาดนัดสินค้าพื้นเมืองในบรรยากาศถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงก่อนกลับเข้าที่พัก หลับแบบสบายดีเมืองลาวตลอดทั้งคืน

แม่หญิงลาว-ไทยแยกกันไม่ออก

พระจันทร์ยังไม่ทันลาท้องฟ้าก็ได้เวลาออกไปตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์ที่ วัดองค์ตื้อ งานนี้สาวไทย สาวลาว แต่งกายละม้ายคล้ายคลึงกันไปหมดนุ่งซิ่นสีสด ห่มสไบ ตามแบบฉบับแม่ญิ๋งลาว

บรรยากาศการตักบาตรข้าวเหนียวในช่วงเช้ามืด

การตักบาตรข้าวเหนียวนั้น เป็นประเพณีของคนลาวที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำบุญตามประเพณีของชาวพุทธแล้ว คนลาวยังมีความเชื่อว่าหลังตักบาตรเสร็จให้ปั้นข้าวเหนียว 4 คำไว้ในกระติ๊บ โดยเชื่อว่าเป็นการเสริมความร่ำรวย ให้เงินทองไหลมาเทมาไม่มีหมด โดย 1 คำแรกให้ใส่ไว้ในกระติ๊บเรียกว่า ขวัญข้าว ส่วนอีก 3 คำที่เหลือให้วางไว้ตามรั้ว ตามต้นไม้ หรือกระถางต้นไม้ สำหรับไหว้พระรัตนตรัย ทำบุญให้สรรพสัตว์

สรีรสังขารของสมเด็จสังฆราชลาว

และถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่มาตักบาตรที่วัดองค์ตื้อ เลยได้มีโอกาสเข้าไปกราบไหว้สักการะสรีรสังขารของ พระอาจารย์ใหญ่ ดร.มหาผ่อง ปิยะทีโร (สะมาเลิก) ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว (อพส.) สมเด็จพระสังฆราชประจำ สปป.ลาวรูปที่ 4 ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเถระ 2 ฝั่งโขง เพราะพื้นเพเดิมนั้น ท่านเป็นคนอุบลราชธานี แม่เป็นชาวจำปาสัก ถือเป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นที่เคารพศรัทธาของคนลาว ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา สิริรวมอายุ 100 ปี 6 เดือน 81 พรรษา

ถือเป็นบุญยิ่งที่ได้มีโอกาสครั้งนี้…..

สำหรับกำหนดการวันนี้ ทาง SCG จะพาไปตะลอนเวียงจันทน์ สวรรค์ริมฝั่งโขง โดยเริ่มที่ วัดสีสะเกด หรือที่ชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดสะตะสะหัสสาราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนครเวียงจันทน์ บางคนเรียกสั้นๆว่า วัดแสน มาจากคำว่า “สตสหัสส” แปลว่า 100,000 ส่วน อาราม แปลว่า วัด สาเหตุที่เรียกเช่นนี้ เพราะพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชและพุทธศาสนิกชนชาวลาวในอดีต ทรงสร้างพระพุทธรูปทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ทั่ววัด 100,000 องค์ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 6,820 องค์เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์

วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับไทยเพราะเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระยาจักรี ประมาณปี พ.ศ. 2321 ได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปทวงถามเครื่องบรรณาการจากลาว ลาวไม่ให้จึงสู้รบกัน ลาวรบแพ้ ในฐานะที่เจ้าพระยาจักรีเป็นนักรบผู้ทรงธรรมและเคยบวชเรียนหลายพรรษา เมื่อชนะศึกแล้วจึงนำพาทหารสยามบูรณะซ่อมแซมวัดนี้เพื่อเป็นพุทธบูชาอุทิศส่วนกุศลให้ทหารทั้ง 2 ประเทศที่เสียชีวิต และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าสถาปัตยกรรมเกือบทั้งหมดของวัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมไทย และถือเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในช่วงที่เกิดสงครามเวียงจันทน์

มาถึงเวียงจันทน์แล้ว ต้องแวะไปเยี่ยมเยียน อนุสาวรีย์ประตู หรือ ประตูชัย ที่ยังเห็นซึ่งในช่วงที่เราไปนั้น ยังมีบรรยากาศของการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนา สปป.ลาว มีการประดับตกแต่งและติดธงชาติตามจุดต่างๆ อย่างสวยงาม ประตูชัยนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพราะครั้งหนึ่งลาวเคยตกเป็นดินแดนในอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน แต่แม้ว่าจะได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสแต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของลาวจากสถาปัตยกรรมส่วนยอดด้านบนที่มีลักษณะเป็นปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้ง

นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์จากด้านบนสุดของประตูชัยได้ แต่ต้องขึ้นบันไดวนไป 147 ขั้น โดยการขึ้นไปนั้น ลาวจะมีการเก็บ “ค่าปี้” หรือ ค่าตั๋ว สำหรับคนที่ต้องการขึ้นไปด้านบน

พระประธานหน้าพระธาตุหลวง

ชมประตูชัยแล้วก็ไปต่อกันที่ วัดพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของ สปป.ลาว รูปทรงจะคล้ายพระธาตุพนมของไทย ผู้สร้างพระธาตุหลวง คือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ หรือ บุรีจันอ้วยล้วย เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พระธาตุแห่งนี้เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุส่วนหัวหน่าว 27 องค์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระนอนองค์ใหญ่ที่วัดพระธาตุหลวง

ทะเลสาบเขื่อนน้ำงึม

กราบไหว้ขอพรพระธาตุกันเสร็จเรียบร้อย SCG จัดโปรแกรมอาหารกลางวันบนเรือยนต์ กลางทะเลสาบเขื่อนน้ำงึม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของลาว ระหว่างที่เรือแล่นไปได้มีโอกาสแวะ “ดอนท้าว ดอนนาง” เกาะสถานเรือนจำของนักโทษชาย นักโทษหญิง กลางเขื่อน ที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ให้พวกเราได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกระติ๊บข้าวและงานจักสาน ชมความงดงามของ “ภูผาด่าง” ที่ตั้งตระหง่านขนานไปกับน้ำบนเขื่อนสีเขียวมรกตลึก 60 ม. ตัดกับท้องฟ้าที่ฟ้าใส เป็นบรรยากาศที่งดงามไปอีกแบบ

จุดแวะซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือนักโทษลาว

ผลิตภัณฑ์ฝีมือ นักโทษชาย-หญิง

เพียง 48 ชั่วโมง ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างเวียงจันทน์ เราได้มองเห็นชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งของคนลาว การยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างแนบแน่นและฝังลึก ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ แต่งกาย การใช้ภาษา ที่ต้องบอกว่า ถ้าเลือกได้บางครั้งการนั่งรถไฟฟ้า เดินห้างหรูหราในเมืองใหญ่ๆอาจเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ ต่างจากความสุขที่ได้จากการนั่งสามล้อ ถีบจักรยาน สานกระติ๊บใส่ข้าวเหนียว เอาไว้เปิบอย่างม่วนชื่น…กับครอบครัว เป็นความสุขที่ต่อให้มีเงินล้นฟ้า…ก็หาซื้อมาไม่ได้….

สะบายดี…เมืองลาว ขอให้เฮาฮักกันแน่นตึ๊บ ม่วนชื่นเช่นนี้ตลอดไปเด้อ…..!!!!

Beaches and beer

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Beaches-and-beer-30281130.html

CHINA

N.2 Bathing Beach, Qingdao, is empty during winter. The long beach, with its small promenade, is great for a stroll when the sun is shining. Nation/Phoowadon Duangmee

N.2 Bathing Beach, Qingdao, is empty during winter. The long beach, with its small promenade, is great for a stroll when the sun is shining. Nation/Phoowadon Duangmee

Chinese tourists pose along the promenade in Qingdao. The seaside city is a popular destination for local tourists, and is becoming known to Koreans and Japanese. Nation/Phoowadon Duangmee

Chinese tourists pose along the promenade in Qingdao. The seaside city is a popular destination for local tourists, and is becoming known to Koreans and Japanese. Nation/Phoowadon Duangmee

A German historic building with copper roof capping in Qingdao’s Old Town. Nation/Phoowadon Duangmee

A German historic building with copper roof capping in Qingdao’s Old Town. Nation/Phoowadon Duangmee

Tourists explore the marina in Qingdao. Nation/Phoowadon Duangmee

Tourists explore the marina in Qingdao. Nation/Phoowadon Duangmee

St Michael’s Cathedral stands in the old square of Qingdao’s Old Town. Nation/Phoowadon

St Michael’s Cathedral stands in the old square of Qingdao’s Old Town. Nation/Phoowadon

A Taoist shrine in Mouth Lao, Qingdao, offers a glimpse of the Chinese religious spirit. Nation/Phoowadon Duangmee

A Taoist shrine in Mouth Lao, Qingdao, offers a glimpse of the Chinese religious spirit. Nation/Phoowadon Duangmee

A friendly feline invites passers-by to drop in for a cup of coffee at the local cat cafe. Nation/Phoowadon Duangmee

A friendly feline invites passers-by to drop in for a cup of coffee at the local cat cafe. Nation/Phoowadon Duangmee

Qingdao on China’s East Coast is best known for its German architecture and its brews. Traders, of course, know Qingdao for its seaport and naval base.

Located on the south coast of Shandong Peninsula on China’s East Coast, Qingdao shares the same latitude as South Korea and Japan. If you set sail from the tip of the peninsula and crossed the Yellow Sea, you would eventually reach Incheon or Jeju Island in South Korea and perhaps Nagasaki in Southern Japan. Traders, of course, know Qingdao for its seaport and naval base. To me, Qingdao is synonymous with Tsingtao.

Indeed everything I know about this seaside city comes from my acquaintance with Tsingtao, a lager that’s a favourite tipple all over China. So it’s not surprising that I regard my trip to Qingdao as the perfect opportunity to unearth the origins of the famed Tsingtao brewery.

The search though is held at bay by the weather. It’s dark, cold and very foggy when we arrive in Qingdao and it’s impossible to see where the sky ends and the Yellow Sea begins. The sun breaks through on the second day and quickly the strong German influence on the city becomes clear.

The old town, for example, is an interesting blend of Baroque, Art Nouveau and the kind of architecture Thais associate with European cities. And Tsingtao Beer – one of China’s largest breweries – was founded by the German settlers in 1903, thus explaining the taste of this well-hopped pilsner.

The Germans were latecomers to the “colony hunting” game, arriving on China’s east coast in the late 19th century just as the Qing Dynasty was about to collapse. The Germans won a 99-year Kiautschou Bay concession by gunpoint following the brutal murder of two German Roman Catholic priests in Shandong Province in 1897.

Whatever Kaiser Wilhelm II visualised while listening to a report from his men about Germany’s concession in the Far East had little to do with land ideal for growing hops. His interest lay both in Qingdao’s strategic location and in the rich coal fields surrounding what, at that time, was little more than a coastal village. With their usual efficiency, the Germans set about urbanising the village, constructing roads, housing areas, government buildings, a sewer system and a safe drinking water supply, a rarity in those days.

We visit the former German Governor’s Residence on the east of Signal Hill Park. The mansion was constructed in the style of a German Palace and cost a small fortune to build. Kaiser Wilhelm II apparently sacked the governor the moment he saw the bill.

“Can you see the dragon on the roof?” asks Bui, my guide “The dragon was originally in chains. The German wanted to leave a message for the Chinese.”

For architecture and history buffs, a stroll through Qingdao’s Old Town is a must.

Perched on a hill overlooking the newer part of the city, Old Qingdao is where the German settlers first set foot. Boasting small and winding roads flanked by maple trees, the Old Town is a great place to admire some of the oldest buildings in Qingdao including St Michael’s Cathedral off Zhongshan Road. The crosses capping its twin spires were torn off during the Cultural Revolution but buried by locals for safekeeping. They were found in 2005 and restored to their rightful place.

Other than the old square and the historic buildings, there are many back roads to explore. One morning, after climbing the hill to admire the Bavarian architecture, I decide to follow a series of paintings of cats. After climbing flights of stairs and taking several turns, I finally discover a lovely coffee shop run by three young Chinese and a whole lot of well-fed moggies.

“Qingdao is a summer destination for the Chinese,” says Bui, as our bus runs parallel with the deserted beach. “In April, when Bangkok and many parts of Thailand are breaking records for heat, Qingdao is blessed with a cold sea breeze.”

Other than the German legacy and historic buildings, Qingdao also has some Buddhist temples and shrines to share. We visit Zhanshan temple, an active Buddhist sanctuary, and a Taoist shrine in Mount Lao, a shady haven of peace surrounded by big trees and a lovely Chinese garden.

I finally get the chance to explore the origins of my favourite Chinese beer on the last day when we visit Tsingtao Beer Museum. We admire the original and still functional machinery before ending our visit with a pint of draft pilsner. For a small surcharge, visitors can pose for a photo that’s then scanned on their bottle.

Four days in Qingdao are enough to convince me that this is one of the best cities in Asia to live or travel. It’s a great place for walking and on a sunny day, the locals stroll along the promenade to get some fresh air. Buskers provide the entertainment while street hawkers demonstrate their kites.

But perhaps the biggest draw is the potential explore the Germany legacy, chill in the hills at the Taoist shrine and Buddhist monasteries and still have time to hit the beach.

IF YOU GO

< NokScoot, a Thailand-based low-cost medium to long-haul airline, operates direct flights between Don Mueang International Airport and Qingdao Liuting International Airport. Visit http://www.NokScoot.com.

(The writer travelled in Qingdao as a guest of NokScoot.)

 

For the rich and famous

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/For-the-rich-and-famous-30281131.html

GETAWAYS

137 Pillars House Chiang Mai

137 Pillars House Chiang Mai

The award-winning 137 Pillars House Chiang Mai has partnered with VIP Jets based in Bangkok to offer a luxury Private Jet Package.

CHIANG MAI

For the rich and famous

The award-winning 137 Pillars House Chiang Mai has partnered with VIP Jets based in Bangkok to offer a luxury Private Jet Package. The offer includes round trip flights from Bangkok to Chiang Mai for two in a private Cessna Citation Mustang Jet, two nights’ accommodation in the luxurious Louis Leonowens Pool Suite, round-trip limousine transfers from Chiang Mai International Airport, a bottle of Champagne or fresh juices with Thai Tapas or Finger foods on arrival, daily buffet breakfast for two or a la carte breakfast in your suite, a SilverNeedle Collection Classic Afternoon Tea Experience on The Lawn, complimentary late check-out until 6pm (subject to availability), commemorative gift on departure, priority booking at The Spa and complimentary Wi-Fi. The package is priced at Bt651,600 based on double occupancy and is valid from now to April 30. Call (053) 247 788 or e-mail: stay@137pillarshouse.com. Visit http://www.137PillarsHouse.com.

BANGKOK

Downtown deluxe

Enjoy daily breakfast and a rejuvenating Thai massage during your stay at Sukhumvit Park, Bangkok – Marriott Executive Apartments. The relaxing Spa for Two package includes accommodation in selected room category, daily buffet breakfast for two persons, welcome drink, late check-out at 2pm, and 60-minute traditional Thai massage for two persons at Thada Heritage Spa (subject to availability). The offer is valid until March 31. Call (02) 302 5555 or e-mail: measukhumvitpark@marriott.com. Visit http://www.Marriott.com/bkksp.

Bridal beauties

Visit the “Marry Me @ So” Wedding Week at Sofitel So Bangkok from April 18 to 24 to see how the hotel can stage a wedding for you. Make a down payment on the nuptials during the event and you’ll receive a wealth of special offers. They include a bachelor/bachelorette party starting at Bt50,000, a Chinese engagement package at Bt65,000, Thai engagement package at Bt85,000, wedding package from Bt300,000 with complimentary set up time and no corkage charge. All appointments for the event are RSVP only: weekdays from 10 am to 2pm and 4pm to 8pm and the weekend from 10am to 8pm at The Box. Call (02) 624 0000 or e-mail: H6835-SL11@sofitel.com.

SAMUI AND CHIANG MAI

By sea and mountain

Akyra Manor Chiang Mai and Akyra Chura Samui are offering a four-night stay for two persons at Bt40,000 through March 31. The offer includes daily breakfast and return airport transfers. The new five-star, 30-suite Akyra Manor Hotel in Chiang Maiis located in the heart of the vibrant Nimmanhaemin art district while The Akyra Chura Samui is an “adults only” beach resort located on the quieter northern end of the trendy Chaweng Beach in Koh Samui, just a short walk from the main cultural hub. Visit http://www.Akaryn.com.

KRABI

Par for the course

Get more from your time in paradise with Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort’s outstanding value “Advance Purchase Rate” offer. Book at least 30 days in advance and enjoy 20 per-cent off from best unrestricted rate, plus free accommodation and breakfast for one child under 12 years of age sharing the parents’ room. Rates start from Bt6,705 per room per night and include breakfast for 2 persons. The deal is available until March 31. Visit http://www.Sofitel.com/6184.

PHUKET

Bliss by the beach

Cassia Phuket, a block of chic serviced apartments where you enjoy have kitchen cookouts, free Wi-Fi and tiffin breakfast, is offering an Ultimate Spring Break Promotion. Get 30 per-cent of the best available rate and continental Tiffin Breakfast for a minimum of two-night stay from now to October 31. Rates vary according to arrival date but March rates begin at Bt3,500. Book online at http://www.Cassia.com.

Pachyderms on the pitch

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Pachyderms-on-the-pitch-30281132.html

AROUND THAILAND

14th King’s Cup Elephant Polo Tournament takes place from tomorrow to Sunday on the banks of Anantara Bangkok Riverside Resort

14th King’s Cup Elephant Polo Tournament takes place from tomorrow to Sunday on the banks of Anantara Bangkok Riverside Resort

The 14th King’s Cup Elephant Polo Tournament takes place from tomorrow to Sunday on the banks of Anantara Bangkok Riverside Resort.

Pachyderms on the pitch

The 14th King’s Cup Elephant Polo Tournament takes place from tomorrow to Sunday on the banks of Anantara Bangkok Riverside Resort. This year’s event will have 10 teams encompassing more than 40 players, including Thai celebrities, professional horse polo players, New Zealand All Blacks rugby players and Thailand’s famous transgender cabaret team Miss Tiffany. Tickets cost Bt200 and are available at the pitch on tournament days. The special one-day VIP Pass is Bt5,000 per person and includes free-flow drinks, polo shirt and snacks. A two-day VIP Pass gives access to the Charity Auction Dinner and is priced at Bt15,000. The gross proceeds go to Golden Triangle Elephant Foundation in Chiang Rai province. Call (097) 012 0417 or email kmin@anantara.com.

Making new connections

AirAsia responds to the growing demand for domestic routes with daily direct flights between Khon Kaen and Chiang Mai and Khon Kaen and Hat Yai adding to the success of its regional connections. AirAsia flight FD5500 leaves Chiang Maidaily at 7am and arrives at Khon Kaen at 8.10am. The return flight FD5501 takes off at 2.20pm before landing at Chiang Mai at 3.40pm. A daily flight from Khon Kaen to Hat Yai leaves at 9.20am and lands in Hat Yai at 11.20am. Coming back, passengers leave Hat Yai at 11.50am and arrive at their destination at 1.50pm. Visit http://www.AirAsia.com.

Cooking up a storm

Calling all chefs, sous chefs and chef de parties! The S Pellegrino Young Chef 2016 contest is now inviting applications from chefs less than 30 years old to demonstrate a number of skills including mastery of ingredient selection and the ability to transform ingredients into wonderful dishes. The deadline to apply is March 31. Register now at http://www.FineDiningLovers.com.

Novices on parade

The Hat Siao Elephant Procession returns to the riverside communities of Sukhothai province on April 7. The annual ordination always draws many thousands of visitors for the unique and colourful elephant parade across the river. The elephants carry young men into their monkhood with the ordination s taking place at the local Buddhist chapel. Folk dances, music and other festive activities add colour to the rite. Hat Siao is part of Si Satchanalai District, home to Wat Chang Lom in Si Satchanalai National Historical Park.

The prettiest dairy in the world

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/The-prettiest-dairy-in-the-world-30280531.html

FOOD AND TRAVEL

Saleswoman Ina Stephan behind the counter inside Pfunds Molkerei in Dresden, one of the prettiest retail dairies in the world thanks to 247 square metres of hand-painted tiles. Photo/DPA

Saleswoman Ina Stephan behind the counter inside Pfunds Molkerei in Dresden, one of the prettiest retail dairies in the world thanks to 247 square metres of hand-painted tiles. Photo/DPA

Tourists crowd outside Pfunds Molkerei in Dresden. Photo/DPA

Tourists crowd outside Pfunds Molkerei in Dresden. Photo/DPA

Pretty tiles survive the Second World War to bring German cheese shop global fame

“Oh how lovely!” cry two elderly ladies in unison as they gaze in awe through the doorway of the Pfund Brothers’ 19th-century retail dairy in Dresden.

Busloads of tourists keep arriving at the milk-and-cheese shop, which dates back to 1891 and is covered inside from floor to ceiling in hand-painted glazed tiles.

“The Prettiest Dairy in the World” is inscribed on its window and the visitors seem to agree; it’s now as much a fixture on the tourist trail through the eastern German city as Dresden’s famous church, the Frauenkirche, or its opera house, the Semperoper.

The brightly coloured tiles show angels, children at play, flowers with trailing tendrils, shepherds and all kinds of animals in a land that seems to be flowing with milk and honey.

Every picture represents a chapter from the history of milk and the dairy.

Fruit, grazing cows, a portrait of the German Kaiser, and even flags and coats of arms can be seen in the intricate designs on the wall and ceiling tiles, as well as rabbits, squirrels, pigeons, cats, ribbons, measuring glasses and milk churns.

“There’s always something new to see,” says Ina Stephan, the chief saleswoman in the shop.

Pfunds Molkerei was founded by Paul Gustav Leander Pfund, a farmer and son of a spirits producer, who relocated to the city from the nearby village of Reinholdshain in 1879, bringing his wife and six cows.

Shocked by the unhygienic standards of milk production in the city with its rapidly growing population, he set about trying to change it, founding his dairy the following year.

When his brother joined the Dresdner Molkerei Pfund GmbH, the business began to expand even faster, with Pfund developing new machinery and even managing to produce condensed milk.

In 1886 he founded the first condensed milk factory in Germany, exports boomed and he invented new products such as a milk soap and a carbonated milk drink.

The business grew to incorporate several branches, its own health insurance company, company housing, swimming baths and nursery school. Clearly there was enough money in the kitty to afford an extra-special flagship store lined with 247 square metres of hand-painted tiles.

When Pfund died in 1923 the next generation took on the running of the dairy.

Miraculously, the building survived World War II and the infamous bombing of Dresden intact: It is across the river and some distance from the city centre.

“The many angels in the shop protected us,” quips Frank Zabel, current director of the dairy.

Legend has it that it also escaped the attention of Americans in the 1950s.

“Allied officers wanted to dismantle it and ship it over to America,” claims Paul Pfund, great-grandson of the dairy’s founder.

Taken over by the East German state in 1972, the shop then had to resist Communist taste.

Historians and conservationists were able to prevent a plan to replace the spectacular wall tiles with nice plastic panels, but didn’t manage to save the shop’s unique “milk fountain.”

At one point the East German state trade organisation also had plans to make a Communist self-service shop out of it, says 76-year-old Pfund, who still lives nearby and drops by occasionally.

But after the Berlin Wall came down in 1989 and Germany was reunited, the shop was given back to the descendants of the original owners.

Most of the tiles were easily cleaned and conserved, but five per cent had to be replaced by Villeroy & Boch, the original manufacturer, which still exists and is one of Germany’s leading ceramics companies.

The dairy was soon restored to its old glory, with a new milk fountain, and reopened for business in 1995. Now it receives up to 2,000 visitors a day during peak periods.

“They find themselves in another world and are completely enchanted,” says Zabel.

Cheese and milk are once again sold at the 4-metre-long counters, and wares are fetched from the original giant fridges, though the bars of ice they once contained have now been replaced with modern cooling technology.

But cows are no longer milked before the customers’ eyes and for hygiene reasons there’s no longer any milk in the milk fountain – just water.