เมืองท่า ‘มะริด’ มีดีมากกว่าที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414546

เมืองท่า ‘มะริด’ มีดีมากกว่าที่คิด

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

เมืองมะริด มีชื่อทางการในภาษาเมียนมาว่า “Myeik” คือ 1 ใน 3 ของเมืองในภูมิภาคตะนาวศรี (Tanintharyi Division) ด้วยทำเลที่ตั้งของเมืองตั้งอยู่บนเกาะที่เกิดจากตะกอนของปากแม่น้ำตะนาวศรี ทำให้ในอดีตเมืองมะริด (Myeik Township) เป็น 1 ใน 2 ของเมืองท่าฝั่งอันดามันที่มีความสำคัญของอยุธยา

เมืองมะริด เป็นเมืองชายฝั่งขนาดใหญ่ มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ปัจจุบันเกิดการลงทุนจากกลุ่มนักธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้เมืองมะริดกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมทางประมงที่สำคัญของภูมิภาคไปโดยปริยาย

การเดินทางไปยังเมืองมะริดนั้น นอกจากทางเครื่องบินและรถยนต์แล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าน่าสนใจไม่น้อย คือ การล่องเรือไปตามแม่น้ำตะนาวศรี ซึ่งสามารถเดินทางจากท่าเรือเมืองตะนาวศรีไปยังเมืองมะริด หรือจะโดยสารไปเมืองทวายก็ได้เช่นเดียวกัน สภาพภายนอกของเรือโดยสารอาจจะดูไม่สะดวกสบายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยรถยนต์ บนถนนที่ยังขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นละอองแล้วละก็ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเรือกันบ้างก็ดีไม่น้อย

หมากคือผลผลิตทางเกษตรที่สำคัญของเมืองท่ามะริด

 

นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว เรายังได้ซึมซับวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ และผู้คนที่อาศัยอยู่บนดินแดนแห่งเมืองพุทธแห่งนี้ จากภาพของวัด เจดีย์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำที่เรือล่องผ่าน

เวลากว่า 4 ชั่วโมงที่ล่องไปตามแม่น้ำ จริงอยู่ที่ว่า การเดินทางด้วยวิธีนี้จะต้องใช้เวลามากขึ้น แต่ถ้าหากเราไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก คงไม่เสียหายอะไร หากจะลองเปิดใจและเปิดโอกาสให้ตัวคุณเอง ได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ซึมซับธรรมชาติไปพร้อมๆ กับผู้คนที่นี่ ความประทับใจที่คุณได้รับก็อาจจะทำให้ติดใจจนต้องกลับมาอีกครั้งก็ได้

เมื่อเรือเข้าเทียบท่า สิ่งแรกที่สัมผัสได้ของความเป็นเมืองท่าสำคัญ ก็คือการลำเลียงสินค้าลงเรือขนส่งขนาดมหึมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วท่าเรือแห่งนี้จะใช้ขนส่งสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก และยังใช้แรงงานคนในการลำเลียงเป็นส่วนใหญ่

สะพานเหล็กจวยกูทอดข้ามแม่น้ำตะนาวศรี

 

นอกจากบรรยากาศของท่าเรือมะริดที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารเรือ รวมถึงคนงานที่เดินกันขวักไขว่ตลอดเวลาแล้ว ใจกลางเมืองมะริดก็คึกคักไปด้วยผู้คนที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น ถนนเส้นต่างๆ เต็มไปด้วยรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่สัญจรกันอย่างคับคั่ง สื่อสารกันด้วยเสียงแตรรถจนกลายเป็นเสียงที่ชินหูสำหรับผู้มาเยือนไปเสียแล้ว

หากอ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่า ไหนล่ะความน่าสนใจของเมืองมะริด และอาจจะถอดใจไม่อยากออกเดินทางไปแล้วก็ได้ แต่เดี๋ยวก่อน มะริดยังมีอะไรซุกซ่อนอยู่อีกมาก ที่ทั้งคุณและเราเองอาจจะไม่เคยรู้และได้ยินมาก่อน

ปัจจุบันผู้คนที่นี่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้อย่างดีที่สุด ทั้งบ้านเรือน วิถีชีวิต วัฒนธรรม การสื่อสารสำเนียงภาษาที่ยังคงความเป็นชาวเมืองมะริดอยู่เช่นเดิม ทุกชีวิตที่นี่ยังคงดำเนินไปบนความเรียบง่าย ไม่แก่งแย่งแข่งขัน แต่กลับพัฒนาขึ้นในแง่ของเศรษฐกิจ การค้าขาย ที่ดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของพวกเขาไม่น้อยเลย

แรงงานคนยังเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญของอู่ต่อเรือ

 

อย่างที่เคยกล่าวไปในตอนต้นว่า เมืองมะริดถือว่าโดดเด่นในเรื่องของอุตสาหกรรมประมงเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากสินค้าทางทะเลที่ส่งกระจายออกไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศ รวมถึงประเทศไทยอย่างกุ้งมังกรหรือกั้งแล้วนั้น ยังคงมีอีกหนึ่งธุรกิจสืบเนื่องกัน คือ อู่ต่อเรือขนาดใหญ่ ที่เกิดจากนักธุรกิจไทยร่วมมือกันกับนักธุรกิจชาวเมียนมา จนทำให้ธุรกิจนี้ขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางการต่อเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเมียนมา

ด้วยความที่มะริดเป็นเมืองท่าชายฝั่งที่มีความสำคัญมาหลายร้อยปี ผู้คนที่นี่จึงสั่งสมความรู้ในการต่อเรือและการทำทะเล ผู้คนที่นี่มีความสามารถ ความเชี่ยวชาญ เรียกได้ว่า ถ้าเจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการอยากจะต่อเรือดีๆ ในราคาที่คุ้มค่าแล้วละก็ ก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น

หากใครเคยมาเยือนเมืองมะริด คงพอจะทราบกันบ้างแล้วว่า ที่นี่นอกจากอู่ต่อเรือและอาหารทะเลที่เป็นสินค้าหลักที่สำคัญแล้ว ยังมีผลผลิตทางเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้กับเมืองนี้อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นหมากที่แทบทุกบ้านต้องปลูก รวมถึงเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากเมืองใกล้เคียง ก็ถูกลำเลียงส่งเข้ามาแปรรูปที่เมืองมะริดนี้ด้วยเช่นกัน

ความสวยงามของเจดีย์เตนดอจียามพลบค่ำ

 

นอกจากความรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ที่เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยจุดชมวิวสวยๆ มากมาย โดยเฉพาะสะพานเหล็กจวยกู ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเมียนมา มีความยาว 1 กิโลเมตร เชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองมะริดไปสู่เมืองทวาย

ที่สะพานจวยกู ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ ในยามเย็น เพราะนอกจากจะได้เห็นบ้านเรือนของชาวประมงที่ปลูกแบบยกพื้นสูงแล้ว เราจะได้เห็นวิวสวยๆ ของปากแม่น้ำตะนาวศรีที่ไหลลงสู่ทะเลอันดามันอีกด้วย

ปัจจุบันเมืองมะริดนั้น ยังคงหลงเหลือหลักฐานจากยุครุ่งเรืองในสมัยที่สยามปกครองให้ผู้มาเยือนได้เห็นกันอยู่ไม่น้อย เช่น ชื่อของ “วัดเตเอกู” ก็ดูเหมือนว่าจะถูกเอ่ยถึงเป็นชื่อแรกๆ ในเส้นทางแนะนำการท่องเที่ยวของเมืองนี้ ด้วยลักษณะพิเศษอันโดดเด่นจากรูปปั้นพระบิณฑบาตกว่า 500 รูป เดินเรียงรายไปตามแนวเขา ซึ่งเรามักไม่ค่อยพบเห็นกันสักเท่าไหร่

และก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าที่เมืองมะริด ยังมีอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรพลาด คือ เจดีย์เตนดอจี (Thein DawGyi Pagoda) ที่ยามเย็นนั้นแสงของอาทิตย์จะส่องกระทบกับองค์เจดีย์สะท้อนเป็นสีเหลืองทองสวยงามมากๆ และนอกจากผู้คนจะนิยมเดินทางมาเพื่อไหว้พระขอพรกันแล้ว ที่นี่ยังสามารถมองเห็นแนวชายฝั่งของทะเลอันดามันได้อย่างชัดเจน และเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ตกชัดเจนและสวยงามมากอีกด้วย

เรื่องราวความน่าสนใจของเมืองมะริดยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เราจะนำมาเสนอกันในตอนต่อไป สามารถติดตามกันต่อได้ในโพสต์ทูเดย์สัปดาห์หน้า แต่สำหรับเรื่องราวที่บอกเล่ากันในครั้งนี้สามารถรับชมได้ผ่านรายการโลก 360 องศา ทางช่อง 5 วันเสาร์นี้ เวลา 21.20 น. โดยประมาณ

 

แกรนด์แคนยอนเมืองปัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414545

แกรนด์แคนยอนเมืองปัว

โดย…กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

หนีเมืองกรุง หนีรถติด หนีชีวิตที่วุ่นวาย แล้วเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า สะพายกล้อง แล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่เมืองปัว จ.น่าน จังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งมลพิษ แต่ใครจะรู้ว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กลับมีธารน้ำไหลที่สูงตระหง่านอย่าง “วังศิลาแลง” หรือแกรนด์แคนยอนเมืองปัว ที่นี่ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นอันซีนเมืองน่านอีกด้วย วังศิลาแลงเป็นซอกหินที่ลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามกาลเวลา ในช่วงฤดูแล้งจะมองเห็นความสวยงามของวังน้ำและโตรกผาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างมาก

 

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414544

Travel Update

โดย…กาญจนา

กาตาร์ แอร์เวย์สเปิดเส้นทางโดฮา-เบอร์มิงแฮม

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เปิดเส้นทางใหม่ โดฮา-เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2559 เป็นต้นไป ให้บริการสัปดาห์ละ 8 เที่ยวบิน ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติฮามัดจากที่ปัจจุบันให้บริการสู่ลอนดอน แมนเชสเตอร์และเอดินบะระ โดยเบอร์มิงแฮมเป็นเมืองที่เดินทางเชื่อมต่อโดยรถไฟและรถยนต์ไปทั่วอังกฤษได้สะดวก

เส้นทางโดฮา-เบอร์มิงแฮม ให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ แบบ 2 ชั้นทุกที่นั่งมีหน้าจอส่วนตัวขนาด 10.6 นิ้ว มีความบันเทิงให้เลือกหลากหลายกว่า 2,000 รายการและผู้โดยสารสามารถใช้ไว-ไฟ ได้ขณะเดินทางในทุกชั้นโดยสาร

 

เอมิเรตส์เปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยบนมือถือ

สายการบินเอมิเรตส์เปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยบนมือถือครั้งแรกให้บริการจองที่นั่งออนไลน์เช็กอินออนไลน์จัดการบุ๊กกิ้ง ข้อมูลสถานะล่าสุดของเที่ยวบิน ข้อมูลตารางบิน ลูกค้าสามารถใช้บริการผ่านมือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยให้ตลอดการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น เข้าชมข้อมูลได้ที่ emirates.com/th

 

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทาง Capital Express

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทางใหม่ Capital Express บินสู่แคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย และเวลลิงตันเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ ให้บริการ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2559 เป็นต้นไป ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 จำนวน 266 ที่นั่ง และนับเป็นสายการบินแรกที่มีตารางบินประจำในเส้นทางไปและกลับจากแคนเบอร์รา สำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.singaporeair.com

 

ตรุษจีนนี้ฉลองที่บ้านสุชาดา

บ้านสุชาดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.สระบุรี ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 6,800 บาท ประกอบด้วยห้องพักแบบสุพีเรียร์ วิลล่า การ์เด้นวิว 1 คืน ชุดอาหารจีนมื้อค่ำและส่วนลดทันที 10% สำหรับโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ทุกรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ปั่นจักรยานเสือภูเขา ขี่ม้า และปลูกข้าว จองผ่าน www.souchadaresort.com

 

ชีวา เรสซิเดนซ์กรุงเทพ ลด 20%

ชีวา เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกเพื่อเดินทางไปในเมืองได้อย่างสบาย นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลด 20% สำหรับห้องพักแบบสตูดิโอ ควีน ราคาคืนละ 1,836 บาท พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. 2559 สำรองห้องพักได้ที่ www.mosaic-collection.com/chiva-residence-bangkok

 

บอกรักกลางสวนที่สามพราน ริเวอร์ไซด์

โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ (สวนสามพราน) จัดแพ็กเกจพิเศษ Love N’ Roses ให้คู่รักได้ความประทับใจร่วมกันท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน และช็อปปิ้งตลาดสุขใจกับผลผลิตเกษตรอินทรีย์มากมาย แพ็กเกจราคา 3,900 บาท ประกอบด้วยห้องพักวิวสวน สปาเท้าที่อรุษยาสปา โรเซ่ไวน์ 1 ขวด และช่อดอกกุหลาบมอญและดอกไม้ไทยออร์แกนิก สำหรับการเข้าพักวันที่ 8-14 ก.พ. 2559 สอบถามโทร. 034-322-544 หรือ www.sampranriverside.com

 

NOSTRA แอพเที่ยวไทย

นอสตร้า (NOSTRA) ผู้นำด้านบริการแผนที่นำทางและแผนที่ดิจิทัลครบวงจรให้บริการ NOSTRA Map Thailand แอพพลิเคชั่นแผนที่นำทางบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ใช้สำหรับการเดินทางบนท้องถนนในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ล่าสุดได้อาสาพาเที่ยวโฮมสเตย์ในหัวข้อ Home Sweet Homestay นำเสนอโฮมสเตย์มากกว่าสิบแห่งที่มีเอกลักษณ์ และยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น 24 แหล่งท่องเที่ยวของไทยกับตำนานที่เขาเล่าว่า… หรือ 12 เมืองต้องห้ามพลาด Plus และสามารถจองโรงแรมในเครือ Agoda ได้ทันทีผ่านแอพนอสตร้า

 

ชายข้ามแดน คงกะพัน แสงสุริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414543

ชายข้ามแดน คงกะพัน แสงสุริยะ

โดย…รอนแรม ภาพ… คงกะพัน

ชายคนนี้ไปมาครบ 77 จังหวัด เคยบุกป่าหาซาไก และเคยขับรถทั่วยุโรป เขาคือ หนุ่ม–คงกะพัน แสงสุริยะ เจ้าของบริษัท ดี ด็อกคิวเมนมารี่ ผลิตรายการบางอ้อ แฟ้มสืบสวน ล่า หักเหลี่ยมโจร และเกมล่าท้าแปลก จึงปฏิเสธไม่ได้ว่างานเป็นส่วนหนึ่งทำให้เจอเรื่องแปลกใหม่ แต่อีกส่วนก็เป็นนิสัยส่วนตัวที่เลิกเดินทางไม่ได้ เขาจึงมีเรื่องเล่ามากมายจากประสบการณ์ทั้งชีวิต

ลุยสุดขีด

ถ้าให้จำกัดสไตล์การเที่ยวของตัวเอง หนุ่มบอกมีหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่การผจญภัยที่ไม่มีใครเคยทำและหรูหราไฮโซ เพราะความที่ชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้ต้องลองทุกรูปแบบ ซึ่งถ้านับแล้วแบบผจญภัยจะมีมากกว่าเพราะชอบมากกว่า

“ยกตัวอย่างป่าฮาลาบาลาที่ชายแดนไทยติดกับมาเลเซีย” เขาเริ่มเล่า ครั้งนั้นเป็นการเข้าไปถ่ายทำรายการ “ผมเข้าไปทำเรื่องซาไกโดยเฉพาะ คนกลุ่มนี้เป็นคนที่อาศัยอยู่ในป่า ใช้ชีวิตอยู่ในป่าจริง โชคดีมีโอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ไปลาดตระเวน ฮ.ไปจอดอยู่กลางป่าแล้วต้องเดินป่าเข้าไปอีก โดนทากกัดเต็มตัว ตอนหลังต้องลงไปเดินในแม่น้ำเพราะเดินในป่าไม่ไหว ป่ามีแต่ต้นไม้สูง รก เป็นป่าดิบมากๆ แต่ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เพราะถ้าไม่ได้นั่ง ฮ.มากับเจ้าหน้าที่ก็คงไม่มีโอกาสได้มาถึงตรงนี้”

 

ทว่า ความลำบากเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค เขาเล่าต่อ “ตอนที่อยู่ในนั้นเราเห็นเลยว่าธรรมชาติมันสุดยอดจริงๆ มีทั้งนกเงือก มีรอยช้าง มีรอยเสือ มันอาจไม่ใช่ที่ที่น่าพิสมัยสำหรับมนุษย์ แต่มันคือประสบการณ์ที่คงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ ทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ขนาดนั้น และชาวซาไกที่ยากจะหาเจอ” อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จริงก็มีจุดอันตราย แต่เพราะความชอบใช้ชีวิตแนวผจญภัยจึงรู้สึกสนุกและประทับใจไม่มีวันลืม

ชอบสุดทาง

ตามปกติไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานหรือเที่ยวส่วนตัว หนุ่มชอบขับรถยนต์มากกว่าขึ้นเครื่องบิน เพราะสามารถแวะระหว่างทางและสัมผัสกับคำว่าการเดินทางมากกว่า รวมถึงการเที่ยวยุโรปของเขาและภรรยาด้วย “ถ้าเป็นทริปที่อยากกลับไปทำอีก ดิ้นรนให้ได้ไปคือ ทริปขับรถเที่ยวยุโรป เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย” เขาเริ่มเล่า

“ตอนนั้นมีคนที่นู่นแพลนเส้นทางให้ เป็นกลุ่มคนที่ใช้รถคลาสสิกเที่ยว แต่ผมไม่กล้าขับรถโบราณเหมือนอย่างเขา เพราะไม่เชี่ยวชาญเส้นทางกลัวว่าจะไปเสียระหว่างทาง (หัวเราะ) สุดท้ายเลยได้ขับรถปกติ ครั้งนั้นไปกันสิบคัน สิบครอบครัว โดยตอนเช้าจะกินข้าวด้วยกัน จากนั้นแยกย้ายไปเที่ยว แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนเย็น ปรากฏว่าชอบมาก ประทับใจมาก เพราะสถานที่ที่เขาวางทริปให้คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่รู้จัก เช่น ได้ไปนอนในปราสาทเก่าอายุเป็นพันๆ ปี มีห้องพักแค่ไม่กี่ห้อง ได้ไปตามตรอกซอกซอยในชนบทที่มันสวยงามมาก เข้าป่าขึ้นเขา หลงบ้างถูกบ้าง ซึ่งผมชอบเที่ยวแนวนี้เลยรู้สึกประทับใจมากเป็นพิเศษ และตั้งใจไว้ว่าถ้าลูกโตพอเดินทางไกลได้เมื่อไหร่จะกลับไปอีกครั้ง” หนุ่มเป็นอีกคนที่ชอบเลี้ยงลูกนอกบ้าน ซึ่งลูกชายวัยแบเบาะได้เก็บประสบการณ์การเดินทางไปไม่น้อย

 

ไปสุดเขต

“ผมไปมาครบแล้ว 77 จังหวัด ล้านเปอร์เซ็นต์” หนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่นเมื่อถามถึงประเทศไทย “เมืองไทยของเราสุดยอดแล้วครับ บ้านของเราเป็นหนึ่งในเบสต์ เดสติเนชั่น ออฟ เดอะ เวิลด์ ถนนหนทางก็ไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับในเออีซี ยกเว้นสิงคโปร์ บรูไน แต่ว่าเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่เลิศ! เลิศจริงๆ แต่น่าเป็นห่วงเพราะเราจัดการการท่องเที่ยวแบบไม่ยั่งยืน เราไปเอาเปรียบเขา สำหรับผมคิดว่าการเข้าถึงยากหน่อยเป็นเรื่องที่ดี ผมเคยไปเกาะพีพีตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนใต้ ยังจำความทรงจำวัยเด็กได้ ตอนเห็นพีพีนึกว่าสวรรค์ มันสวยมาก แต่ตอนนี้เรากลับไปอีกครั้งรู้เลยว่ามันไม่สวยเหมือนเดิม หลายสิ่งหลายอย่างมันเอาคืนมาไม่ได้ เหลือแต่เพียงความเคยสวย เพราะบนเกาะมีแต่คน นักท่องเที่ยวล้นหาด ทะเลมีคราบน้ำมัน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วปูที่ไหนจะมาวิ่งเล่นเหมือนเดิม”

เขาเสนอแนวทางให้จำกัดนักท่องเที่ยวเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะในขณะที่อนุญาตให้คนเข้าได้ไม่จำกัดแต่ธรรมชาตินั้นมี ยกตัวอย่างในมาเลเซียจำกัดนักท่องเที่ยว 100 คน/วัน และราคาแพง แต่นักท่องเที่ยวยินดีที่จะเสียเวลาจองล่วงหน้า ยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อเข้าชื่นชมธรรมชาติที่ยังสวยงาม

“เข้าใจว่ามันคือเรื่องของรายได้ปากท้อง แต่มันไม่ใช่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถ้าวันหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวตรงนั้นพัง คนก็จะไปเสาะหาแหล่งอื่นต่อไปเรื่อยๆ กลับเข้าสู่วงจรเดิม ผมเสียดาย” เขาแสดงทัศนะ

 

ความหมายการเดินทาง

การเดินทางปัจจุบันกลายเป็นไลฟ์สไตล์ แต่ความหมายก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน “การเดินทางของผม มันไม่ได้แค่ไปเห็นแล้วจบ แต่ผมพยายามสังเกตวิถีชีวิตผู้คนว่าคนที่นั่นอยู่กันยังไง มีวิธีคิดยังไง และบางทีมันทำให้ได้กลับมามองชีวิตตัวเองที่เราเป็นอยู่ เกิดคำถามว่าเราใช้ชีวิตเร่งรีบไปไหม ทำงานหาเงินมาทั้งชีวิตเพื่ออะไร เราจะดิ้นรนไปทำไม ทำไมคนที่เราพบเจอเขามีความสุขจังเลย โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนคนในเมือง และสุดท้ายคือเกิดคำถาม ความสุขของเราคืออะไร ดังนั้นสำหรับผม การเดินทางทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งบางครั้งก็มากกว่าการได้รู้จักคนอื่นเสียด้วยซ้ำ”

โลกของหนุ่ม

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เขาคงต้องตอบแบบนางงาม เพราะมันคือโลกสวยที่คนฝันถึง “อยากให้โลกใบนั้นไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีสงคราม ไม่มีความยากจน ทุกคนอยู่ดีกินดี เดินทางไปมาหาสู่กันโดยที่ไม่ต้องกังวล เท่านี้ก็มีความสุขและเป็นโลกที่สมบูรณ์”

ใครเป็นแฟนรายการบางอ้อ คงเคยตั้งคำถามว่า รายการมีมานาน 8 ปี ทำไมยังมีปัญหาให้ค้นหาคำตอบทุกอาทิตย์ หนุ่มตอบว่า เพราะประเทศไทยหรือในโลกใบนี้มันมีคำถามเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะคน สัตว์ สิ่งของ วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต ล้วนเป็นเรื่องใคร่รู้ “เราทำมานับพันเรื่องราว แต่โลกใบนี้ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอยู่ตลอด” นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเดินทางต่อไป

 

ล่องเมลเบิร์น เลาะแทสเมเนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2559 เวลา 09:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413384

ล่องเมลเบิร์น เลาะแทสเมเนีย

โดย…อ.ตากวาง ภาพ สุรพงษ์

สวัสดีครับ อาจารย์ตากวาง

มีโอกาสพาลูกๆ ไปเที่ยวเมลเบิร์น เมืองที่พ่อแม่เคยมาเรียนหนังสือเมื่อ 40 ปีก่อน และถือโอกาสข้ามไปเที่ยวรัฐแทสเมเนียและชมเทนนิส Australian Open ด้วย เลยขอส่งภาพมาร่วมสนุกครับ

สุรพงษ์&วัลลี

 

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2559 เวลา 09:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413367

เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

โดย…กองทรัพย์ ภาพ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

การเดินทางสำหรับ ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ นอกจากจะเพื่อเป็นการพักผ่อนจากงานวิชาการและงานด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทุกก้าวย่างของการไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป คือการเดินทางที่สนุกกับความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับ เช่นเดียวกับความประทับใจที่ได้รับตลอด 6 วันเต็ม บนเส้นทางสเปนสู่โปรตุเกสที่เธอยังจดจำภาพเหล่านั้นได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ความงดงามของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม มิตรภาพของผู้คนที่ได้พบเห็น รวมถึงเพื่อนร่วมเดินทางที่สร้างความสนุกสนานเฮฮากันตลอด

ดร.ยุ้ย เล่าว่า เมื่อปี 2012 เรากับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ตกลงกันว่าจะเดินทางไปสเปนและไปเที่ยวต่อในประเทศข้างเคียงคือโปรตุเกส ซึ่งจุดเริ่มต้นของทริปนี้อยู่ที่เมืองเซโกเบีย (Segovia) ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเบีย ในแคว้นคาสตีลและเลออน อยู่ห่างจากกรุงมาดริดของสเปนไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา กับแม่น้ำกลาโมเรส ที่ตีนเขากวาดาร์รามา

 

“เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไปชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เป็นการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์ ว่ากันว่ารางส่งน้ำโรมันไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินใดๆ เลย ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สําคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย

“เท่าที่ดิฉันจำได้รางส่งน้ำนี้ประกอบขึ้นจากหินแกรนิตประมาณ 2.5 หมื่นก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร การวางเรียงสอดรับกับความโค้งเว้าของช่องหินที่สวยงาม ซึ่งจากประสบการณ์ทางด้านอสังหาฯ ที่ดิฉันทำอยู่ ทำให้ต้องยอมรับในความสามารถและอัจฉริยภาพของวิศวกรผู้ก่อสร้างสถาปัตยกรรมนี้จริงๆ ลองนึกภาพว่าหากบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันสร้างโดยไม่ต้องนำกาวหรือวัสดุใดๆ มาเชื่อมต่อ เราอาจจะได้สิ่งปลูกสร้างที่มีรูปแบบและความแตกต่างซึ่งโดดเด่นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

 

จากเมืองเซโกเบีย ดร.ยุ้ย และเพื่อนๆ ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังเป้าหมายต่อไปคือที่หอคอยเบเล็ง (Belem Tower) อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการทางน้ำใช้สำหรับดูแลการเดินเรือเข้า-ออก ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกสอีกด้วย

ในฐานะของอาจารย์มหาวิทยาลัย ดร.ยุ้ย ก็มีโอกาสได้ไปเยือนเมืองแห่งมหาวิทยาลัยของสเปน เธอบอกว่าการมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เพื่อให้ทัดเทียมและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

 

“อีกเมืองหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจสำหรับทริปนี้ คงเพราะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เมืองอื่นๆ และทัวร์ต่างๆ มักพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงาม นั่นคือเมือง Salamanca ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางทิศตะวันตกของสเปน หรือที่เรียกกันว่าเมืองมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่มีมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการ

สอนภาษาสเปน และไฮไลต์ของเมืองนี้ก็อยู่ที่ Plaza de Espana ที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศ คือเกือบทุกๆ เมืองใหญ่ของสเปนจะมี Plaza ชื่อเดียวกันนี้อยู่ด้วย

 

“หลายวันในทริปนี้กับหลายเมืองที่เราได้เดินทางไปท่องเที่ยว ได้ดูศิลปวัฒนธรรม ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ได้หาร้านอาหารอร่อยๆ รับประทานอาหาร และได้ช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ นั้น ช่วงเวลาดังกล่าวนอกจากจะเป็นการพักผ่อนจากการทำงาน ที่น้อยครั้งเหลือเกินที่ดิฉันเองจะหยุดพักการทำงานหลายวันติดต่อกันแบบนี้ จึงเสมือนการได้ชาร์จแบตให้กับตนเอง และยังทำให้ดิฉันได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายที่ดิฉันสามารถนำมันกลับมาใช้กับการทำงานด้านอสังหาฯ ได้อีกด้วย” ดร.ยุ้ย กล่าวทิ้งท้าย

การท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิงเก่งจึงมิใช่เป็นการเที่ยวเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่กลับเป็นเหมือนการไปดูงานพร้อมๆ กับการได้พักผ่อน ดูจากสิ่งที่เธอเก็บมาเล่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

 

 

 

 

เที่ยวตะนาวศรี มีแต่ยิ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มกราคม 2559 เวลา 14:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413275

เที่ยวตะนาวศรี มีแต่ยิ้ม

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

พอเกริ่นชื่อ “ตะนาวศรี” ก็จะมีหลายคนที่พลันนึกไปถึงการเสียดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศ (มะริด ทวาย ตะนาวศรี) ซึ่งเวลาได้ผ่านพ้นไปกว่าสองร้อยปีแล้ว วันนี้เราไม่ได้มีการแย่งชิงดินแดนกันดังเช่นในอดีต จะคงเหลือก็แต่มิตรภาพและความร่วมมือของผู้คนทั้งสองประเทศ

ปัจจุบันประเทศเมียนมาได้เปิดเสรีให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น คนไทยเดินทางไปไหว้พระที่ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์แทบจะไม่เว้นวัน ในขณะที่นักท่องเที่ยวขาลุยก็เดินทางไปค้นหาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ในเมียนมามากขึ้น ทำให้เรารู้จักเมียนมามากกว่าที่เราเคยรู้ และบางคนก็ได้เห็นเมียนมามากกว่าที่เคยเห็น และเราเชื่อว่าถ้าใครได้มีโอกาสไปเมียนมาตอนใต้ ก็จะยิ่งหลงรักเมียนมามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปยังเมียนมาตอนใต้ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ทั้งเรื่องความสะดวกสบายของเส้นทาง ระยะเวลา และค่าใช้จ่าย แต่สำหรับนักเดินทางที่ชอบความท้าทายและอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เราก็ขอแนะนำให้ลองเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านชายแดนไทยเข้าสู่เมียนมา รับรองว่าทั้งสนุก ทั้งเพลิดเพลิน

เด็กนักเรียนที่ตะนาวศรี แจกยิ้มต้อนรับผู้มาเยือนอย่างจริงใจ

 

พื้นที่ที่น่าไปเที่ยวที่สุดของเมียนมาตอนนี้ ก็คงต้องยกให้ภูมิภาคตะนาวศรี (Tanintharyi Division) ซึ่งก็จะมีทั้งเมืองมะริด เมืองทวาย และเมืองตะนาวศรี ซึ่งการเดินทางไปยังภูมิภาคตะนาวศรีนั้น ก็สามารถเดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี หรือจะเดินทางผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษ ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทาง ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น

ภูมิภาคตะนาวศรีนั้นกว้างใหญ่มาก ทอดตัวจากเหนือลงใต้ ขนานไปกับทิวเขาตะนาวศรี และภาคตะวันตกจนถึงภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย ซึ่งภูมิภาคนี้จะประกอบไปด้วย 10 เมือง มีทวาย (Dawei Township) เป็นเมืองเอก

เมืองตะนาวศรี (Tanintharyi Township) เป็นหนึ่งใน 10 เมืองของภูมิภาคตะนาวศรี แต่ด้วยความที่ชื่อเหมือนกัน คนส่วนใหญ่จึงมักจะสับสนระหว่างภูมิภาคตะนาวศรี และเมืองตะนาวศรี ซึ่งเมืองตะนาวศรีที่ว่านี้ ตั้งอยู่ห่างจากด่านสิงขรเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเท่านั้น แต่ด้วยสภาพถนนที่อยู่ในระหว่างปรับปรุง ก็จะต้องใช้เวลาเดินทางนานเป็นพิเศษ แต่ก็จะเป็นความยาวนานที่ยังหาความเพลิดเพลินได้จากบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งภาพสวนหมาก สวนปาล์ม ตลอดสองข้างทาง ก็พอจะให้เราเดาได้ในเบื้องต้นว่า วิถีชีวิตของคนที่นี่ มีความผูกพันกับอาชีพเพาะปลูกและเกษตรกรรมเป็นหลัก

สองสาวที่กำลังช่วยจัดเตรียมอาหารงานบุญ ส่งยิ้มหวานมาให้

 

ก่อนจะถึงเมืองตะนาวศรี เราจะผ่านหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งของเมียนมา แต่เมื่อจอดรถทักทายและพูดคุยกับผู้คนก็ทำให้เราเริ่มไม่มั่นใจว่าเราอยู่ประเทศไทยหรือเมียนมากันแน่ เพราะผู้คนที่นี่พูดไทยได้อย่างฉะฉาน สอบถามกันไปจึงได้ความว่า พวกเขาสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษคนไทยที่เข้าไปรบในเมียนมาและตกค้างอยู่ จนมีลูกหลานอย่างในปัจจุบัน

ชาวบ้านไทยสิงขร ยังคงสืบทอดภาษาพูด ภาษาเขียน ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมแบบไทยๆ แทบทุกอย่าง ยิ่งปัจจุบันนี้มีอินเทอร์เน็ต มีโทรศัพท์มือถือ และได้รับชมรายการโทรทัศน์จากประเทศไทย ก็ยิ่งมีความรู้จักมักคุ้นกันมากขึ้น ดังนั้น ถ้าจะเดินทางเข้ามาเที่ยวเมียนมาตอนใต้ ลองมาเริ่มต้นที่หมู่บ้านนี้ก่อน ก็จะทำให้คุณรู้สึกคุ้นเคยและอุ่นใจกับการเดินทางเที่ยวในเมียนมามากขึ้น

จากหมู่บ้านสิงขรอีก 100 กว่ากิโลเมตร ก็จะถึงเมืองตะนาวศรี ซึ่งวินาทีแรกที่เห็นก็อาจจะแปลกใจกับขนาดที่เล็ก และบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบของเมือง ที่เรานึกภาพเอาไว้ว่าจะเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีกิจกรรมการค้าวุ่นวายเต็มไปหมด

รอยยิ้มที่เป็นมิตรจากเด็กๆ

 

ซึ่งอันที่จริงแล้ว บทบาทของเมืองตะนาวศรีลดลงตั้งแต่ครั้งอดีตที่มีการพัฒนาท่าเรือขึ้นในเมืองมะริด แต่ถ้าลองค้นข้อมูลในอดีตกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก็จะทราบว่าเมืองนี้เคยมีบทบาทสำคัญมากในการขนสินค้ามาทางเรือ จากยุโรปและอินเดีย เพื่อส่งไปยังสยามประเทศ

แม้ว่าปัจจุบันเมืองตะนาวศรี จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีบทบาทสำคัญทางการค้าเหมือนในอดีต แต่เมืองนี้ก็ยังคงมีเสน่ห์ และมีความน่าสนใจไปอีกแบบ เพราะวิถีชีวิตที่ดูสงบ เรียบง่าย และความเป็นมิตรของผู้คน ถ่ายทอดผ่านรอยยิ้มและความเป็นกันเอง จะคอยสร้างความจดจำอันน่าประทับใจให้กับทุกผู้มาเยือน

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเมืองน่ารักเมืองนี้ คือทิวทัศน์ของแม่น้ำ ภูเขา และวัดวาอาราม ที่มีอยู่แทบทุกมุมของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ รวมทั้งสถานที่สำคัญอันเป็นแหล่งรวมความเชื่อและความศรัทธาของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เสาหลักเมือง หรือสระน้ำโบราณ

ยิ้มละไมกับเด็กต่างวัยที่ตะนาวศรี

 

ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจของเมืองนี้ก็ไม่ได้ดีนัก ผู้คนอยู่กันแบบพออยู่พอกิน ไม่ได้มีอุตสาหกรรมใหญ่โต และไม่ได้มีการแก่งแย่งแข่งขันทางเศรษฐกิจมากนัก ทำให้วัดและโรงเรียนยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนได้ดังเดิม ผู้คนยังคงเข้าวัดไหว้พระ และเด็กๆ ก็ยังไม่มีสิ่งยั่วเย้าจากโลกภายนอกมากนัก เราจึงยังมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มน่ารักของบรรดาเด็กน้อยไร้เดียงสาที่คอยแจกยิ้มต้อนรับผู้มาเยือนอย่างจริงใจ

ที่นี่ไม่มีร้านสะดวกซื้อ หรือห้างร้านทันสมัย ดังนั้นร้านน้ำชาจึงยังคงเป็นแหล่งนัดพบเพื่อพูดคุยของทุกคน ในขณะที่รายได้จากการค้าขายก็ยังคงกระจายอยู่ในท้องถิ่น โดยปราศจากการเบียดเบียนจากทุนนิยม

ชาวบ้านที่นี่มีมิตรไมตรีต่อผู้มาเยือนเสมอ แม้จะไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรต่อกัน และมีประวัติศาสตร์ที่เคยสู้รบกันระหว่างคนสองชาติ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือเป็นข้อจำกัดในการแสดงออกถึงมิตรภาพระหว่างกันเลย รอยยิ้มและแววตาที่เป็นมิตรสร้างสรรค์มิตรภาพระหว่างกันได้ แม้จะไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้ด้วยภาษาพูด

หากใครอยากค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมียนมา ก็ต้องลองเปิดใจรับเมืองเล็กๆ น่ารักๆ อย่างตะนาวศรีไว้พิจารณาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก รับรองว่าคุณจะหลงเสน่ห์ของเมืองที่ชื่อ “ตะนาวศรี” อย่างแน่นอน แต่ถ้าอยากจะเห็นภาพจริงก่อนละก็ ต้องติดตามทางรายการสารคดีโทรทัศน์ โลก 360 องศา ช่อง 5 วันเสาร์นี้ เวลา 21.20 น. โดยประมาณ

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มกราคม 2559 เวลา 14:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413272

Travel Update

โดย…กาญจนา

เทศกาลดอกบ๊วยมิโตะ จังหวัดอิบารากิ

จังหวัดอิบารากิ ชวนชาวไทยร่วมสัมผัสกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิด้วยเทศกาลชมดอกบ๊วยมิโตะ (Mito Plum Festival) ณ สวนไคราคุเอ็น (Kairakuen) และโคโดกัน (Kodokan) เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ เทศกาลดอกบ๊วยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น และสร้างประวัติศาสตร์จัดอย่างต่อเนื่องยาวนานครบรอบ 120 ปีในปีนี้ โดยเทศกาลเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.-31 มี.ค. 2559 และในเวลาเดียวกันยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น เทศกาลเหล้าบ๊วย และการจัดไฟในสวนดอกบ๊วยยามค่ำคืน ชมรายละเอียดที่ www.mitokoumon.com

 

สิงคโปร์แอร์ไลน์สไปญี่ปุ่นแค่หมื่นต้นๆ

พลาดไม่ได้กับตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ไปยังสถานที่ที่คุณชื่นชอบทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่นราคาเริ่มต้น 1.09 หมื่นบาท ออสเตรเลีย1.6 หมื่นบาท นิวซีแลนด์ 2.91 หมื่นบาท ยุโรป 2.33 หมื่นบาท แอฟริกาใต้ 2.53 หมื่นบาท และอเมริกา 3.2 หมื่นบาท จองได้ตั้งแต่วันนี้-15 ก.พ. 2559 สำหรับเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ธ.ค. 2559 โดยการซื้อผ่านเว็บไซต์ singaporeair.com เท่านั้น

 

ลุฟท์ฮันซ่า เปิดเคาน์เตอร์ แฟมิลี่ เช็กอิน

สายการบินลุฟท์ฮันซ่าเปิดตัว แฟมิลี่เช็กอิน เคาน์เตอร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริการใหม่นี้ถูกออกแบบเพื่อการเดินทางที่น่าจดจำสำหรับเด็กๆ เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินจะมีจุดบริการ แฟมิลี่ เช็กอิน เคาน์เตอร์ ด้วยบันไดพิเศษให้เด็กรับบอร์ดิ้งพาสด้วยตัวเอง จากนั้นรับตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ และมีเมนูอาหารสำหรับเด็กบนเครื่องบินนอกจากนี้สายการบินยังได้แบ่งปันเคล็ดลับการเดินทางกับเด็กๆ ไว้ที่ www.LH.com/Family หรือดาวน์โหลด Super JetFriends แอพพลิเคชั่นสำหรับเด็กของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า

 

โรงแรมยูทุกแห่งลด 25%

เครือโรงแรมยู พร้อมใจมอบส่วนลด 25% ทั้งในไทย เวียดนาม และบาหลี กับโปรโมชั่น Ur Spring พร้อมรับวงเงิน 800 บาทต่อห้องต่อการเข้าพัก เพื่อรับประทานอาหารภายในโรงแรม สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 มิ.ย. 2559 โรงแรมยูมีหลากหลายแห่ง ทั้งที่กรุงเทพฯ พัทยา กาญจนบุรี ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ ซาปา (เวียดนาม) และเซมินยัก (บาหลี) จองได้ตั้งแต่วันที่ 1-29 ก.พ. 2559 ทางเว็บไซต์ www.uhotelsresorts.com หรืออีเมล reserve@uhotelsresorts.com ระบุโปรโมชั่นโค้ด USPR

 

อีสติน พัทยา มอบฮอตดีลสำหรับคนไทย

โรงแรมอีสติน พัทยา ชวนคุณมาพักผ่อนช่วงซัมเมอร์นี้กับโปรโมชั่นฮอตดีล ห้องพักราคาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยเฉพาะ เริ่มต้นคืนละ 1,899 บาทถ้วน สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี สามารถพักรวมกับผู้ปกครองฟรี 1 คนต่อห้อง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-30 เม.ย. 2559 จองได้ทันทีโทร. 038-427-120-9 หรืออีเมล rsvn@eastinpattaya.com

 

สตรีทฟู้ดไทยเก๋ไก๋กว่าเดิม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)จัดงาน Thailand Stylish Street Food Makeover 2016 – พลิกโฉมสตรีทฟู้ดเมืองไทยให้เก๋ไก๋กว่าเดิม ระหว่างวันที่26-28 ก.พ. 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นครั้งแรกที่จะแปลงโฉมสตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางของประเทศไทยให้มีความแปลกใหม่ไฉไลกว่าเดิม โดยโครงการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปและนิสิตนักศึกษาเข้าประกวดผลงานออกแบบรถเข็นอาหารริมทางแบบสร้างสรรค์ ในเชิงพัฒนารูปลักษณ์ร้านค้าให้เหมาะกับการใช้งานและนำไอเดียนวัตกรรมมาปรับใช้ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านอาหารในเชิงคุณภาพและภาพลักษณ์ให้เมืองไทยเป็น Street Food Destination ที่โดดเด่นกว่าชาติอื่นในโลก

 

เทศกาลบอลลูนนานาชาติเชียงใหม่

บริษัท ออล อะเบ้าท์อาร์ท ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ประเทศไทย ครั้งที่ 9 ในวันที่ 4-5 มี.ค. 2559 ณ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ พบกับการแสดงของวงลานนาออร์เคสตร้าคู่กับบอลลูนยักษ์ ชิมอาหารจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดัง และสนุกสนานกับกิจกรรมเสริมทักษะตลอดวัน ราคาบัตรสำหรับผู้ใหญ่ 200 บาท เด็กนักเรียนอายุ 7-12 ขวบ 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบเข้างานฟรี จำหน่ายบัตรล่วงหน้าที่ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา หรือซื้อบัตรหน้างานได้ทันที ติดตามข่าวสารได้ทาง www.thailandballoonfestival.com สอบถามโทร. 09-8750-1535

 

ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ เวทมนตร์นำทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มกราคม 2559 เวลา 14:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413271

ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ เวทมนตร์นำทาง

โดย…รอนแรม ภาพ… ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ

ความทรงจำในวัยเด็กเมื่อครั้งได้ท่องโลกจินตนาการในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำให้ นุ่น ไกอา (GAIA) – ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ เติบโตมาเป็นสาวช่างคิดช่างสร้างสรรค์และฝันอยากไปโลกเวทมนตร์ กระทั่งวันหนึ่งการเดินทางสู่ฮอกวอตส์เริ่มต้นขึ้น…

เปิดประตูฮอกวอตส์

นุ่นสมัครตัวเป็นแฟนคลับนิยายแฟนตาซีเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ ตั้งแต่เล่มแรก คุณแม่ของเธอซื้อมาให้อ่านแล้วเธอก็ติดมันมากเหมือนเด็กทั่วโลก จากนั้นเมื่อตัวหนังสือถูกทำเป็นภาพยนตร์ มันทำให้จินตนาการกลายเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งเมื่อถามถึงตัวละครสุดโปรด เธอกลับไม่เลือกตัวละครหลัก แต่กลับชอบ ด็อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้านตระกูลมัลฟอย ที่ยกให้เรื่องความซื่อสัตย์และจงรักภักดี และศาสตราจารย์สเนป ที่ต้องยกให้เรื่องการมีรักแท้ “ตัวละครนี้สอนให้นุ่นไม่มองคนจากภายนอกจนกว่าจะสัมผัสจิตใจ” เธอกล่าวถึงสเนป

กระทั่งตอนนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จบบริบูรณ์ไปแล้วทั้งหนังสือและภาพยนตร์ แต่ความชื่นชอบยังไม่จบตาม เธอบอกว่ามันเหมือนความตราตรึงใจในวัยเด็ก ที่แม้ว่าอายุจะมากขนาดไหนแต่เมื่อรื้อฟื้นความทรงจำมันก็ยังรู้สึกสนุกเหมือนอย่างตอนนั้นได้ตลอดเวลา

 

แฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดที่ลอนดอน ดังนั้นความฝันของเธอคือ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่สำหรับแฟนคลับวัยละอ่อนมันไกลเกินเอื้อม ทว่าก็ไม่ไกลเกินไป เมื่อยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวสวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ (The Wizarding World of Harry Potter) สาวกอย่างเธอจึงสมใจรีบคว้าไม้กวาดตามไปทันที

ญี่ปุ่นครั้งแรก

“มันอลังการงานสร้างมาก เห็นแล้วน้ำตาปริ่ม เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ เหมือนเรามีเวทมนตร์ผ่านเครื่องเล่นเจ๋งๆ พวกนั้น” นุ่นเล่าความรู้สึกเมื่อแรกพบโรงเรียนฮอกวอตส์ ภายในโซนยังมีห้องโถง ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ หมู่บ้านฮอกส์มี้ด ร้านฮันนีดุกส์ และร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์

 

วันนั้นเธอไปรอสวนสนุกเปิดเหมือนกับหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ แต่ที่ทำให้ตกใจคือ วินาทีที่ประตูเปิด ทุกคนวิ่งพุ่งตัวไปที่เครื่องเล่นที่อยากเล่น ซึ่งแน่นอนว่าเธอเองก็วิ่งเช่นกัน นุ่นคลุกตัวอยู่ในยูนิเวอร์แซลตั้งแต่ประตูเปิดจนเกือบปิด เล่นเครื่องเล่นในโซนแฮร์รี่หลายรอบและโซนอื่นๆอีกเกือบครบ ซึ่งหากใครได้ไปแล้วต้องอยู่จนฟ้ามืดเพื่อชมสวนสนุกตอนเปิดไฟ เมืองเวทมนตร์จะดูน่าหลงใหลเหมือนในภาพยนตร์

“การชื่นชอบนิยาย ชอบตัวละคร ซื้อของสะสม มันเป็นคุณค่าทางจิตใจ นุ่นคิดว่าอะไรที่ทำให้มีความสุขแล้วมันไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่รบกวนคนอื่น ก็ทำไปเถอะ บางครั้งการชอบอะไรสักอย่างแบบบ้าคลั่ง มันอาจเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตก็ได้ อย่างตัวนุ่น นุ่นยังอยากมีชีวิตอยู่ เพราะยังไม่ไปลอนดอน”

 

เมื่อถามถึงประเทศญี่ปุ่น เธอชอบประเทศนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะความน่ารักของคน ระเบียบวินัยในสังคมและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟ พนักงานในสวนสนุก ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่จนทำให้รู้สึกว่างานนั้นมันมีคุณค่ามาก

การไปเยือนฮอกวอตส์ครั้งนั้นยังเป็นครั้งแรกที่เธอไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้จะมีครั้งที่สองตามมา นุ่นในอายุ 20 ปีจะกลับไปหาเพื่อนๆ ในโรงเรียนเวทมนตร์เพื่อย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ส่วนลอนดอนเธอเก็บไว้เป็นเป้าหมายในชีวิตโดยตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บหอมรอมริบไปเรื่อยๆ

 

ชีวิตจริง

เมื่อพูดถึงเรื่องออมเงิน นุ่นเริ่มหารายได้ด้วยตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น ด้วยการขายเสื้อผ้ามือสองที่ตลาดนัดจตุจักร รับจ้างเต้น ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการเรียน ขณะนี้เธอเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะดิจิตอลอาร์ต สาขาคอมพิวเตอร์อาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต แต่เมื่อเทียบอายุกับเพื่อนร่วมรุ่นถือว่าเรียนช้าไป 1 ปี

เธอเล่าว่า ช่วงที่เรียนจบมัธยมได้ตัดสินใจไปทำในสิ่งที่ตัวเองรักและค้นหาตัวเอง 1 ปี ซึ่งตรงกับช่วงที่สร้างวงไกอาและเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอค้นพบว่าสิ่งที่ชอบที่สุดคือ งานศิลปะ ทั้งการวาดรูป การทำแอนิเมชั่น และการทำภาพยนตร์

 

“นุ่นคิดว่าการเรียนมหาวิทยาลัยเราต้องเลือกดีๆ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่จะไปสู่อนาคต ถ้าเราเลือกพลาดมันจะเสียเวลาเริ่มต้นใหม่” เธอกล่าว ดังนั้นเวลาที่เสียไป 1 ปีไม่ได้เสียเปล่า เพราะทุกวันเธอสนุกกับการเรียนมีความรู้ด้านการทำแอนิเมชั่นติดตัว และยังได้ร้องเพลง เต้นเล่นดนตรีที่ชอบไปพร้อมๆ กัน

โลกของนุ่น

ถามเธอว่าถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ อยากให้โลกใบนั้นเป็นอย่างไร นุ่นบอกอยากให้โลกนั้นยังอยู่ในธรรมชาติ เพราะทุกวันนี้สิ่งที่มนุษย์ทำมันรบกวนโลก ถ้าเป็นไปได้อยากย้อนกลับไปในยุคที่คนกับธรรมชาติอยู่ด้วยกัน มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว มันน่าจะเป็นโลกที่มีความสุขทั้งคนทั้งธรรมชาติ ถามเธอกลับว่า แล้วไม่อยากให้โลกในฝันมีเวทมนตร์หรือ นุ่นหัวเราะร่วนก่อนตอบ “มันดูเป็นไปไม่ได้ แต่ในจินตนาการของนุ่นมันเป็นแบบนั้น และมันเป็นโลกที่สนุกมากๆ”

 

ต่างฤดูกาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มกราคม 2559 เวลา 12:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/412042

ต่างฤดูกาล

Benjakiti Park in different season, Bangkok, Thailand Siri

คอลัมน์ลู้ปส์ส่งกันมาได้ที่เดิมเลยครับสำหรับคนทีชื่นชอบการถ่ายภาพจากแอพมือถือเท่ๆ หรือถ่ายภาพสวยๆ แนวๆอาร์ตๆ ฮิปๆ พอสวยๆ สัก 5-10 รูป ฝากเขียนชื่อตรงSubject นิดนึงว่า Loops ส่งมาอวดกันได้ที่อีเมลอาจารย์เลยนะครับ (bambi5789@gmail.com) ถ้าได้อะไรที่มันฮิปๆแบบ Bike Diary ยิ่งดีเลยครับอย่าลืมส่งรูปมาอวดกันล่ะ… เฝ้ารออยู่นะฮะ