จริงหรือไม่?’หนุ่ม ศรราม’ หลังความรักถึงทางตัน..เตรียมสานสัมพันธ์ รักใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346026

จริงหรือไม่?'หนุ่ม ศรราม' หลังความรักถึงทางตัน..เตรียมสานสัมพันธ์ รักใหม่

จริงหรือไม่?’หนุ่ม ศรราม’ หลังความรักถึงทางตัน..เตรียมสานสัมพันธ์ รักใหม่

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.02 น.

เป็นกระแสร้อนแรงมาตลอดสี่วัน ที่ผ่านมานี้กับความสัมพันธ์ที่ต้องขาดสะบั้นลง ระหว่าง “นิโคล เทริโอ” กับ “หนุ่ม ศรราม” ซึ่งชาวเน็ตจับพิรุธ ตั้งแต่ “นิโคลเทริโอ” ป่วยหนักแต่ไร้เงา“หนุ่ม ศรราม” ตามมาด้วยการโพสต์IG ของหนุ่ม กับภาพทะเลสีดำ พร้อมคำคมธรรมะว่า “อยู่กลางทะเลใหญ่ อย่าไว้ใจทะเลสงบ เพราะมันอาจสยบ เพื่อหลีกทางให้พายุ – ท่านพุทธทาสภิกขุ”ท่ามกลาง ข่าวลือหนาหู ถึงความสัมพันธ์ทั้งสอง ที่สุด“หนุ่ม ศรราม” ได้ออกมาโพสต์ ผ่านIG (16 มิถุนายน 2561) ประกาศยุติความสัมพันธ์กับสาวนิโคลแล้ว พร้อมชี้แจงว่า “ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อชี้แจงข่าวของผมและคุณนิโคล สำหรับสื่อต่าง ๆ ที่มีข่าวเสนอออกมา เพื่อชี้แจงไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดที่อาจจะมีขึ้นได้ เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับคุณนิโคลได้จบลงตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมที่แล้ว เราพยายามดูแลความรักที่มีให้กัน พยายามเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ปรับปรุงในหลาย ๆ เรื่อง แต่สุดท้ายก็มาลงที่บทสรุปว่าเราสองคนไปต่อกันไม่ได้ ซึ่งด้วยเหตุผลของเราสองคนต้องขออนุญาตไม่ชี้แจงรายละเอียด และที่ไม่อยากให้เป็นข่าวเพราะเราอยากรักษาความรู้สึกของเราทั้งสองคน อยู่กันแบบเงียบ ๆ และดำเนินชีวิตของแต่ละคนต่อไป

ผมก็กลับมาใช้ชีวิตโสดเหมือนคนทั่วไป ผมยอมรับว่ามีการคุยกับคนอื่น ๆ ซึ่งผมมีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้ บางคนก็เหมาะจะเป็นเพื่อน บางคนก็เหมาะที่จะเป็นพี่เป็นน้อง ติดต่อกันระยะเวลาน้อยมาก แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติของคนที่ยังไม่มีพันธะอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องบุคคลที่สามที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มีทางเกิดขึ้นในระหว่างที่ผมคบกับคุณนิโคลแน่นอน ไม่มีการคบซ้อน เพราะผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ผมต้องขอโทษพี่ ๆ สื่อมวลชนที่ไม่สามารถไปพบและให้ข่าวได้ด้วยตัวเองและผมต้องกราบขอโทษ ถ้าสิ่่งที่ผมทำนั้นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือทำความไม่สบายใจให้แก่ผู้ใดไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับผม ขอบพระคุณครับผม”

แต่นั้นก็ไม่ทำให้ข่าวลือลดน้อยถอยลงไปเลย ลือไปถึงขั้นว่าสาเหตุหลักอาจมาจาก ปัญหาสุดคลาสสิค“มือที่สาม” เนื่องจาก โพสต์ ครั้งสุดท้ายของ“นิโคล” ก่อน “ศรราม” ประกาศ จบสัมพันธ์นั้นชวนสงสัย กับแคบชั่นที่ว่า “All women have instinct… And my instincts were right” แปลว่า “ผู้หญิงทุกคนมีสัญชาตญาณ และสัญชาตญาณของฉันถูกต้อง” ซึ่งกลายเป็นว่าหวยมาออกที่นางงามสาวสวยนางหนึ่ง เมื่อมีสื่อดังเผยภาพหลุดพร้อมข้อมูลว่า “ได้มีภาพหลุดแชทลับของพระเอกหนุ่มหน้าคล้ายคุณศรรามอยู่กับผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งคุยกันหวานแหวว” ซึ่งภาพสาวสวยคนดังกล่าวนั้น เธอมีดีกรีเป็นถึงนางงาม ระดับประเทศ ใบหน้าสวย ตากลมโต เซ็กซี่สุดๆ ซึ่งต่อมาสื่อหลายสำนักต่างขุดคุ้ย หาข้อมูลของสาวสวยนางนี้ จนกระทั่งพบว่าในภาพหลุดนั้นไม่น่าจะใช่นางแบบทั่วไปหรอก แต่ดูแล้วน่าจะเป็นนางงามมากกว่า เมื่อเทียบโครงหน้าคิ้ว คาง ปาก รอยยิ้ม ยันรูขุมขนแล้ว เหมือนสาว “น้ำฝน- ทวีพร อารีย์ววัสดิ์” ดีกรี Miss Tourism Thailand 2011, Miss Tourism Asia International 2011-2012  และเมื่อสำรวจไอจีของสาวเจ้าพบว่า”น้ำฝน”ยังฟอลโล่ไอจีพระเอกคนดัง อีกด้วย  และอย่ามองว่าเธอเป็นนางงามธรรมดาๆ เพราะพูดเลยว่าเธอคนนี้ไม่ใช่แต่สวย และเป็นขวัญใจคนในเครื่องแบบ หากแต่เธอมีกึ๋น  ฉลาดปราดเปรียว ไม่เอาเปรียบใคร ตรงไปตรงมา ตลอดจนมีความฝันที่จะก้าวขึ้นเป็นอัยการสาว  ที่สำคัญคือเธอเป็นเด็กกตัญญูดูแลพ่อแม่  เหมือนศรรามเป๊ะ

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไวใดๆ ที่ชี้ความกระจางอย่างชัดเจนนัก ไม่ว่าจะเป็น  “นิโคล เทริโอ,หนุ่ม ศรราม” และ “น้ำฝน- ทวีพร”ซึ่งแน่นอนว่า ถ้ามีความคืบหน้าต่อจากนี้ ทีมข่าวจะเกาะติดนำเสนอต่อไป

อินสตาแกรม : fontaveeporn, nicole_officiaiaccount, sornranfanclub
เฟซบุ๊ก : ทีวีพูล

‘แพนเค้ก’ชวนวิ่งแสดงพลังหยุดยั้งยาเสพติด รับวันต่อต้านยาเสพติดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346025

'แพนเค้ก'ชวนวิ่งแสดงพลังหยุดยั้งยาเสพติด รับวันต่อต้านยาเสพติดโลก

‘แพนเค้ก’ชวนวิ่งแสดงพลังหยุดยั้งยาเสพติด รับวันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.56 น.

เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกในปีนี้ (วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี)สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการร่วมแสดงพลังต่อต้านยาเสพติดเพื่อลูกหลานเยาวชนไทยปลอดจากภัยยาเสพติด กับกิจกรรม“วิ่งมินิมาราธอน ต่อต้านยาเสพติด” (RUN AGAINST DRUGS)ในวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายนนี้ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ซึ่งจะมีระยะทางวิ่งให้เลือก 2 ช่วง คือ 10.5 km. และ 5 km. เพียงร่วมบริจาคเงินจำนวน 200 บาท สมทบทุนมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE เพื่อการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีศิลปินดารามากมายแบบไม่แบ่งค่ายไม่แบ่งสังกัดเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล ,พิมพ์-พิมประภา ตั้งประภาพร  ,อัค- อัครัฐ นิมิตชัย ,พลพล พลกองเส็ง เป็นต้น

ซึ่งแพนเค้ก ขออาสาเป็นตัวแทนศิลปินดารา มาชวนแฟนคลับและประชาชนทุกคนมาร่วมแสดงพลังกันในกิจกรรมนี้ “สำหรับปัญหาเรื่องยาเสพติด แพนว่ายังเป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆที่เราทุกคนต้องมาช่วยกันต่อต้านและกำจัดให้หมดไปจากสังคมไทย โดยเฉพาะกับเด็กๆเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ และเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกที่จะถึงนี้ แพนว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่ทุกคนจะมาแสดงพลังในการต่อต้านยานรกพวกนี้ด้วยกัน กับกิจกรรม วิ่งมินิมาราธอน ต่อต้านยาเสพติด” (RUN AGAINST DRUGS)จากทาง ป.ป.ส. ในอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายนนี้ ซึ่งแพนเองพร้อมด้วยเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ศิลปินดาราอีกมากมายก็จะมาร่วมวิ่งแสดงพลังในครั้งนี้ด้วย แพนอยากชวนให้พี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วยกันเยอะๆนะคะ  แล้วเจอกันค่ะ”

สำหรับผู้เข้าเส้นชัยในลำดับที่ 1-3 ทุกประเภทจะได้รับรางวัลโล่เกียรติยศจาก รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อีกด้วยผู้สนใจสามารถลงทะเบียน ได้แล้ววันนี้ที่ http://www.berving.com (เว็บไซต์เบอร์วิ่งด็อทคอม) หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 081-987-6055 และ 087-990-0199…เพราะทุกคนคือพลัง หยุดยั้งยาเสพติด

ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 Pantomime in Bangkok เมื่อความเงียบสร้างเสียงหัวเราะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346018

ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 Pantomime in Bangkok เมื่อความเงียบสร้างเสียงหัวเราะ

ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 Pantomime in Bangkok เมื่อความเงียบสร้างเสียงหัวเราะ

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.25 น.

ห่างหายไปถึง 4 ปี เวทีละครใบ้ในกรุงเทพฯ กลับคืนมาอีกครั้ง เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ และเก็ท ไลฟ์ เมนเนจเม้นท์ ภูมิใจเสนอ ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 (Pantomime in Bangkok)การรวมตัวกันของนักแสดงละครใบ้มืออาชีพจากญี่ปุ่นและไทย ที่ต่างมาสร้างสรรค์เรื่องเล่าผ่านทักษะการแสดงไร้คำพูด เรียกเสียงหัวเราะและความประทับใจจากผู้ชม โดยการชมละครใบ้นับเป็นการ “บริหารจินตนาการ” เพื่อลับคมความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากผู้แสดงต้องใช้จินตนาการในการถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ใช้คำพูด ส่งต่อให้กับผู้ชมซึ่งรับการถ่ายทอดด้วยท่าทางเหล่านั้นโดยใช้จิตนาการในรับรู้เรื่องราวสนุกๆ เหล่านั้นด้วยเช่นกัน

ครั้งนี้ได้รวบรวมนักแสดงละครใบ้ชั้นนำของเอเชีย อาทิ   Guri Guri Girl กุริ กุริ เกิร์ล”หญิงอ้วนอารมณ์ดีในชุดสดใสพร้อมเสียงแอ็กคอเดียนที่จะทำให้คุณหลงรักเหมือนเคย, “AYUKOJI อะยุโคจิ” ที่มี Kojimaya Mansuke โคจิมะยะ มันสุเกะ” ร่วมแสดงกับ Ayumi อะยุมิ” ทั้งคู่หยิบเรื่องสนุกๆ จากชีวิตประจำวัน อย่างเรื่องผู้จัดการและไอดอล และเข็มแผ่นเสียงกับผู้ฟัง ที่สนุกไม่ซ้ำใคร Yamamoto Koyo ยะมะโมโตะ โคโย” นักแสดงละครใบ้มากประสบการณ์แนวสตรีทโชว์ , Inagaki Kahoru อินะกะคิคะโอรุ” นักแสดงหญิงจากญี่ปุ่น เธอใช้มุมมองอ่อนโยนของผู้หญิง ถ่ายทอดละครใบ้เรื่อง “ดอกไม้ไฟ (Fireworks)”โดยสร้างบรรยากาศของเทศกาลงานวัดแบบญี่ปุ่นให้ปรากฏขึ้นบนเวทีละครใบ้ ,  PANTOMANGA NEO แพนโทมังกะนีโอ” การแสดงคู่ของสองศิลปินรุ่นใหญ่ กับบรรยากาศคลาสสิคสไตล์หนังเงียบย้อนยุค , ร่วมด้วยนักแสดงคลื่นลูกใหม่ จากเกาหลีใต้ Empty Hands เอมตี้ แฮนดส์” ที่ใช้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและบริสุทธิ์แบบเด็กไร้เดียงสา และนักแสดงไทย อย่าง Babymime “เบบี้ไมม์” ที่มาพร้อมกับความกวน และฮา  และ Yano Kazuki “ยาโนะ คะสุกิ” นักแสดงญี่ปุ่นหัวใจไทย ที่จะหยิบเอาอารมณ์ขันเสียดสี ผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตในประเทศไทยของเขา มาเล่าผ่านละครใบ้ที่จะเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่ยาก

การแสดงละครใบ้กรุงเทพฯ ครั้งที่ 15  Pantomime in Bangkok จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 รอบ ในศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ 6-7-8 กรกฎาคม (วันที่ 6 : รอบ 20.00 น., วันที่ 7 : รอบ 14.00 น.และ 19.00 น. และวันที่ 8 : รอบ 14.00 น.) ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ  บัตรราคา 900 , 1,200 และ 1,500 บาท                      ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.0-2262-3456  ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง FB, IG : pantomimeinbangkok และ Twitter : pantomimeinbkk

สุดเฮง’สุนารี ราชสีมา’ถูกหวย 2 งวดติดลอตเตอรี่รวดเดียว63ใบ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346015

สุดเฮง'สุนารี ราชสีมา'ถูกหวย 2 งวดติดลอตเตอรี่รวดเดียว63ใบ!!

สุดเฮง’สุนารี ราชสีมา’ถูกหวย 2 งวดติดลอตเตอรี่รวดเดียว63ใบ!!

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.18 น.

ดวงเฮงรับทรัพย์ สำหรับ “สุนารี ราชสีมา” ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ถูกลอตเตอรี่ ประจำงวดวันที่ 1 มิ.ย. 2561 รางวัลที่ 4 จำนวน 5 ใบรางวัลละ 40,000 บาท มูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท

แถมล่าสุดก็เฮงอีก!! โดยสุนารี โพสต์ภาพกองลอตเตอรี่จำนวนเกือบ 100 ใบ พร้อมแคปชั่นว่า “ก็ถือว่าหมานยุเด้ ขอบคุณพ่อหลายเด้อที่มาบอกเลขให้ลูกสาว”  ซึ่งงวดนี้เธอถูกล็อตเตอรี่ 63 ใบรวด รวมเป็นเงิน 174,000 บาท โดยเป็นเลขท้ายสองตัว 46 จำนวน 39 ใบ และเลขท้ายสามตัว 868 จำนวน 15 ใบ และ 132 จำนวน 9 ใบ ทำเอาบรรดาแฟนๆ ถึงกับเข้ามากระหน่ำคอมเม้นท์อิจฉา พร้อมขอเลขเด็ดกันหนักมาก!!

‘มาช่า’ให้กำลังใจ’นิโคล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346014

'มาช่า'ให้กำลังใจ'นิโคล'

‘มาช่า’ให้กำลังใจ’นิโคล’

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.13 น.

“มาช่า วัฒนพานิช” ได้โพสต์ภาพคู่กับสาว “นิโคล เทริโอ” ในอินสตาแกรม เพื่ออวยพรวันเกิด พร้อมบอกว่าตั้งใจมาหาด้วยความห่วงใย เพราะทราบว่าไม่สบาย เพิ่งออกจากโรงพยาบาล โดยบอกว่าเราสองคนคล้ายกันอยู่ที่เป็น singel mom ทั้งคู่ งานนี้รุ่นพี่อย่างมาช่าก็ได้ให้กำลังใจให้เดินต่อไปด้วยความเข้มแข็ง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตและเพื่อลูกชายคือน้องทิกเกอร์ ถือเป็นโมเมนต์ที่ได้ใจสุดๆ

‘ALZHEIMER’ โฉมใหม่ส่ง’น้องป๊อปปี้’ขึ้นแท่นนักร้องนำหญิงคนแรกของวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346013

‘ALZHEIMER’ โฉมใหม่ส่ง’น้องป๊อปปี้’ขึ้นแท่นนักร้องนำหญิงคนแรกของวง

‘ALZHEIMER’ โฉมใหม่ส่ง’น้องป๊อปปี้’ขึ้นแท่นนักร้องนำหญิงคนแรกของวง

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.05 น.

เรียกได้ว่าเป็นวงดนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนสมาชิกวงบ่อยที่สุดก็ว่าสำหรับวงALZHEIMER ล่าสุดก็เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อหัวหน้าวง ไก่ จิรทีปต์ ส่งนักร้องนำคนใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นผู้หญิงมาสร้างสีสันให้กับวงโดย ‘ไก่’เล่าให้ฟังว่า

วงเรายังคงมีผมมือกลองเหมือนเดิมและ สุชาติ -ตี๋   เบส , ธรรมบุตร-  แบค  กีต้าร์ ยังคงเดิม เพียงเปลี่ยนนักร้องนำ จากเลโก้ มาเป็น อารีรัตน์ ช้างทองแดง หรือ น้องป๊อปปี้ นักร้องหญิงคนแรกของวงALZHEIMER ที่ผ่านมาเราเปลี่ยน นักร้อง เป็นชายตลอด แต่ครั้งนี้ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อสะดวก และ ง่ายต่อการทำงานโดยส่วนร่วม ส่วนเลโก้ นั้น เราถือว่า จบโรงเรียน อัลไซเมอร์ เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

น้องป๊อบปี้  อารีรัตน์  มีรุ่นน้องแนะนำให้ผมรู้จัก  ว่ามีนักร้องหญิงที่มีพลังเสียงดีมาก เราเลยให้น้องมาเทสที่ห้องอัด กับพี่สราวุธ  แสงบุตร  น้องเป็นนักศึกษา ม.จันทร์เกษม  ด้วยน้องเป็นแฟนคลับวงเราด้วย ด้วยการทำงานร่วมกันครั้งแรก ที่เรามีนักร้องหญิง  ไม่เป็นปัญหาเราเลย  น้องเป็นคนที่ง่ายทำงานง่าย  อยากให้แฟนเพลงเปิดใจรับ นักร้องคนใหม่ล่าสุด น้อง อารีรัตน์ ช้างทองแดง ป๊อปปี้”ครับผม

นภพา ตรึกชลธิศ ใช้ธรรมะเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559838

  • วันที่ 05 ส.ค. 2561 เวลา 09:28 น.

นภพา ตรึกชลธิศ ใช้ธรรมะเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิต

โดย อนุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ นภพา ตรึกชลธิศ นี้อาจจะทำหน้างงๆ นึกไม่ออกว่าเธอคือใครกันน้า แต่ถ้าเห็นหน้าก็เริ่มจำได้ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งว่า เธอคือ พา-นภาดา สุขกฤต หรือสายสุนีย์ สุขกฤต อดีตนักร้องชื่อดังเจ้าของบทเพลง กลับมารักกัน เพลงประกอบละครเรื่อง สายรุ้ง ออกอากาศทางช่อง 3 ในปี 2540 ที่โด่งดังสุดๆ ในอดีต หลายคนคงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว เพราะในอดีตเธอเป็นที่รู้จักอยู่ช่วงหนึ่งจากการร้องเพลงและแสดงละคร และยังมีเพลงโด่งดังอีกเพลงอย่าง I Will Survive เวอร์ชั่นอีสาน ที่เธอโชว์เสียงแหล่ได้แสนแซ่บและทรงพลังยิ่งนัก และปี 2543 ออกอัลบั้ม Season of Love สีสันแห่งรักให้จดจำ

ปัจจุบันนี้ในวัย 48 ปี เธอเปลี่ยนชื่อและนามสกุลอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 เป็น นภพา ตรึกชลธิศ เป็นเพราะอะไรเธอจึงเปลี่ยนชื่อหลายครั้งหลายครา แล้วตอนนี้เธอทำอะไรอยู่หลังจากเงียบหายไประยะ 3-4 ปีมานี้ เธอเล่าว่า “คือตอนที่เปลี่ยนจากสายสุนีย์ มาเป็น นภาดา มีคนทักว่ารวมตัวเลข รวมความหมายต่างๆ แล้ว มันไม่เข้ากับนามสกุล เราก็นะเปลี่ยนมาแล้วทั้งที่ก็อยากให้มันดีที่สุด อยากให้ชีวิตมันดีขึ้นคือที่ผ่านมาเกือบจะดี แต่ไม่ดีจริงๆ สักที ตอนนั้นมีแฟน แฟนก็ขี้หึงมาก ทะเลาะกันบ่อย ชีวิตก็มีแต่เรื่องยุ่งๆ ไม่ลงตัวอะไรสักอย่างก็เลยต้องเปลี่ยนนามสกุลอีกครั้งเพื่อให้เข้ากับชื่อ ก็เป็นการเปลี่ยนครั้งสุดท้ายแล้วมั้งนะ คงไม่เปลี่ยนอีกแล้ว มาเป็น นภพา ตรึกชลธิศ ซึ่งมันก็ดีต่อใจ เราใจเย็นขึ้นสงบราบรื่นขึ้น เข้าใกล้ธรรมะมากยิ่งขึ้น ไม่ร้อนรนวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน” เธออธิบายถึงอารมณ์ความรู้สึกในตอนนี้

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการเพลงมา 30 ปี นับตั้งแต่เรียนจบจากคณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอก็เข้าสู่วงการเพลงทันที ชีวิตนักร้องของ พา-นภพา นั้น เริ่มตั้งแต่การเข้าประกวดแข่งขันร้องเพลงในหลากหลายเวทีตั้งแต่ยังเด็ก

แต่การประกวดที่ทำให้เธอได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง คือ เคพีเอ็นอวอร์ด ที่เธอคว้ารางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2536 หลังจากนั้น บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ก็ได้ชักชวนให้เธอไปร้องเพลง The Circle of Life เป็นเพลงนำของภาพยนตร์การ์ตูน The Lion King จากนั้นเธอก็ได้พากย์เสียงตัวการ์ตูนอีกหลายเรื่องต่อมา เช่น หนูน้อยทัมเบลลีน่า เพลงทรามวัยกับไอ้ตูบ เรื่อง Oliver & Companyเฮอร์คิวลิส เพลง Truth in My Heart เพลงประกอบภาพยนตร์ “ข้างหลังภาพ” ทั้งร้องและแสดง เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Brother Bear และมีผลงานละครเวที เรื่องสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ และเรื่อง หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคัล

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2557 ที่ผ่านมา เธอได้โชว์พลังเสียงบนเวที The Winner Is Thailand ในเพลง แสงสุดท้าย และเพลง Proud Mary จนได้รับการโหวตให้ชนะแบบเอกฉันท์ ส่งผลให้เธอคว้ารางวัลชนะเลิศประจำสัปดาห์ เพื่อเข้าไปชิงรางวัลอีก 10 ล้านบาทได้สำเร็จ

แล้วอยู่ๆ เธอก็เงียบหายไป ไม่มีผลงานเพลงผ่านตามาให้เราได้เห็นเธออีกเลยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีงานร้องเพลงในผับ บาร์ ในกรุงเทพฯ เลย เธอหายไปไหน ทำอะไรอยู่ วันนี้ได้เจอเธอตอบคำถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ตอนนี้กำลังเรียนต่อปริญญาเอกทางด้านพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เรียนมา 3 ปีแล้วปีนี้ต้องจบแล้วกำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาคุณธรรมและจริยะในเยาวชน ด้วยกิจกรรมธรรมะนันทนาการกลุ่ม” เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการเรียน

เธอบอกว่าช่วง 5-6 ปีหลังมานี้สนใจเรื่องพุทธศาสนามาก เริ่มสวดมนต์ไหว้พระมากขึ้น ไปปฏิบัติธรรมมากขึ้น ไปบวชชีพราหมณ์แล้วหลายครั้ง เมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอตั้งใจจะบวชชี 1 พรรษา เพื่อศึกษาธรรมะที่ จ.กาญจนบุรี ถึงขั้นโกนผมแล้ว แต่หลานชายไปด้วยบวชได้ 2 อาทิตย์ หลานไม่ยอมอยู่ร้องจะกลับ เลยอยู่ไม่ครบความตั้งใจ

เธอบอกว่าช่วงที่ผ่านมามีอยู่หลายครั้งที่เธอรู้สึกเต็มอิ่มกับชีวิตทางโลกแล้ว เลยอยากจะออกจากทางโลกเพื่อไปศึกษาธรรมะอย่างเต็มตัว แต่ก็ยังทำไม่ได้จริงๆ สักทีก็เลยเลือกเรียนปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาแทนไปก่อน อนาคตก็คงเข้าหาธรรมะแบบจริงจังมากยิ่งขึ้น

“แม้ว่าเธอจะทำงาน ใช้ชีวิตแบบคนกลางคืนมาโดยตลอด แต่ สำหรับเธอมันก็คืองานที่ต้องทำ แต่เธอไม่ได้ชื่นชอบชีวิตกลางคืนสักเท่าไร ไม่ได้อยากไปเที่ยวกลางคืน หรือสนุกกับสถานที่แบบนั้น ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้ก็คงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับชีวิตกลางคืนมากนัก ตอนนี้ถ้ามีงานก็ไปทำ แต่ถ้าไม่มีงานเธอก็ไม่เคยย่างกรายไปเที่ยวกลางคืนที่ไหนเลยตอนนี้เป็นช่วงที่อยากทำงานในเวลางานปกติมากขึ้น

แล้วก็ไปวัดมากขึ้นในช่วงระยะ 4-5 ปีนี้ ถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่เข้าใกล้ธรรมะมากที่สุด ชีวิตสงบร่มเย็นดีมาก ปล่อยวางเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงได้ มีเวลาว่างก็ไปวัดสวดมนต์ วัดที่ไปบ่อยก็วัดบวร แล้วก็วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้บ่อยที่สุด แล้วก็ไปเป็นจิตอาสาช่วยงานที่วัดท่าซุงเวลามีงานอยู่หลายครั้งแล้ว

“พอมีชีวิตใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากขึ้น จิตใจเราก็เยือกเย็นมากขึ้น เหมือนได้ดื่มกินน้ำเย็นแล้วทำใจหัวใจเบิกบาน การมีธรรมะเอาไว้ก็เหมือนมีไม้ค้ำชีวิตไม่ให้เราซวนเซเมื่อเจออุปสรรคปัญหา นำไปปรับใช้ได้ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ทำให้มีขันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เวลาทำงานก็มีสติมากขึ้น” เธอกล่าวอย่างใจเย็น

สำหรับเรื่องงานนั้น เธอบอกว่างานผ่านสื่อตอนนี้ไม่มีเลย ตอนนี้เธอมีงานร้องเพลงทุกวันเสาร์ที่ Leela Bar ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน อาทิตย์ละวันเท่านั้น แล้วก็มีสอนร้องเพลงให้กับเด็กๆ วัย 4-12 ขวบ เนื่องจากเพื่อนของเธอเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนแอ็กติ้ง ก็เลยชวนเธอไปสอนร้องเพลงคู่กัน ซึ่งสอนมาได้ปีกว่าแล้วและสนุกกับงานนี้มาก

เธอบอกว่าตอนแรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะไปสอนใครได้ แต่พอสอนได้เพียง 2 ครั้ง ก็พบว่าชอบมาก ก่อนหน้านี้มีคนมาชวนไปช่วยสอนเยอะ เธอก็ปฏิเสธตลอดเพราะไม่ชอบสอนหนังสือ แต่ตอนนี้พอมาลองกลับพบว่า มีความสุขมาก เป็นเรื่องใหม่ๆ ที่เธอได้ค้นพบตัวเอง จนถึงขั้นคิดว่าในอนาคตหลังจากเรียนจบปริญญาเอกแล้ว เธอจะเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนร้องเพลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทำจริงจังเป็นอีกอาชีพหลักของเธอ

“ไม่เคยคิดว่าจะสอนได้เลย นี่เป็นการค้นพบพรสวรรค์ใหม่ในตัวเองอย่างคาดไม่ถึง โชคดีที่ว่าเราจบปริญญาโทด้านจิตวิทยามา แล้วอ่านหนังสือมาเยอะ ก็เลยนำมาใช้ได้ว่าเวลาเราจะสื่อสารกับเด็กควรจะพูดคุย หรือแสดงออกกับเด็กอย่างไรให้เขาสนุก ผ่อนคลาย ไม่น่าเบื่อ เราเข้าได้ถูกทาง การสอนเด็กก็ได้ฝึกวินัยในตัวเราเองด้วย เราต้องตื่นเช้าขึ้น ตรงเวลา เตรียมการมาสอนอย่างดี ได้ฟื้นฟูวิชาที่เราเคยเรียนมา ก็มีความสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียน”

นอกจากนั้น เธอยังมีความคิดว่าหากเธอเรียนจบปริญญาเอกแล้ว เธออยากจะไปสอนวิชาพุทธศาสนา ให้กับโรงเรียนของวัดท่าซุง เพราะโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ เด็กนักเรียนต้องมีวิชาธรรมะเยอะกว่าโรงเรียนทั่วไป มีนั่งสมาธิ สวดมนต์ แล้วเป็นโรงเรียนที่เด็กสอบภาษาอังกฤษเกือบเต็มทั้งโรงเรียน เธอเคยไปเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะให้เด็กๆ ครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ อยากกลับไปสอนอีก ระยะนี้มีความสุขกับการสอนหนังสือมากๆ

สำหรับตอนนี้เป้าหมายระยะสั้นในชีวิตก็คือ ต้องการจะเรียนปริญญาเอกให้จบสักที ตอนนี้เข้าปีสุดท้ายแล้ว เมื่อจบแล้วก็อยากจะไปสอนหนังสือมากขึ้น ทั้งสอนร้องเพลงหรือไม่ก็สอนวิชาศาสนาซึ่งสนใจงานด้านการสอนมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เวลาที่เธอสอนร้องเพลงนั้น เธอไม่ได้สอนแค่การร้องเพลง แต่เธอจะสอนจริยธรรมสอดแทรกไปด้วย

“เวลาที่เราได้ไปสอนหนังสือแม้กระทั่งสอนร้องเพลง เราก็ได้นำหลักธรรมะ นำเรื่องศาสนาเข้าไปสอดแทรกด้วยเสมอ มีความรู้สึกว่าธรรมะถ้าเริ่มสอนกันตั้งแต่วัยเด็กมันดีกว่าอยากติดอาวุธ อยากให้เด็กๆ มีวัคซีนใจเอาไว้ป้องกันจิตใจไม่ให้หวั่นไหวอะไรง่ายๆ กับเรื่องรอบตัว เคยไปเจอเด็กต่างจังหวัดอย่างอำเภอไกลๆ อายุ 15-16 ปี ก็ตั้งท้องกันแล้ว เพราะเด็กขาดความรู้ในหลายเรื่องๆ ทำให้เขาไม่เท่าทันโลก อยากให้เขามีวิชาใจไว้ดูแลตัวเองกันได้สักระดับหนึ่งก็ยังดี และถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะให้กับผู้สูงวัยด้วย การได้น้อมนำเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตมันทำให้เรามีความสุข อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่ยึดติดอะไรมากนัก อยากให้ทุกคนมีความสุขใจทั้งทางโลกและทางธรรม” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในส่วนของงานร้องเพลงนั้น ถ้ามีคนจ้างก็ยังอยากทำอยู่ เธอมีความถนัดด้านเพลงแจ๊ซ หรือเพลงละครบรอดเวย์ เพลงที่ใช้พลังเสียงเยอะๆ เป็นเพลงแบบผู้ใหญ่ๆ หน่อย ไม่ถนัดเพลงวัยรุ่นยุคนี้เท่าใดนัก 

พาลูกเที่ยวแดนปลาดิบกับ ‘ปาป้านาโน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559750

  • วันที่ 04 ส.ค. 2561 เวลา 11:22 น.

พาลูกเที่ยวแดนปลาดิบกับ ‘ปาป้านาโน’

โดย ฤดูกาล ภาพ : ปาป้านาโน

ประเทศยอดฮิตของครอบครัวคงหนีไม่พ้น “ญี่ปุ่น” ประเทศที่เดินทางสะดวก ท่องเที่ยวสบาย และมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเด็กโดยเฉพาะ “เป้” พงศธร โปสินธุ์ คือครอบครัวหนึ่งที่หลงรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง ถึงขนาดที่ลูกสาววัย 8 ขวบของเขาไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วมากกว่า 25 ครั้งภายใน 7 ปีญี่ปุ่นครั้งแรกเริ่มต้นตอนน้องนาโนอายุ 1 ขวบครึ่ง ซึ่งเป็นทริปที่ทุลักทุเลที่สุดเนื่องจากลูกสาวไปป่วยที่นั่น

“ผมและภรรยาไม่เคยพาลูกออกนอกประเทศ เคยแต่พานั่งเครื่องบินไปเที่ยวในประเทศ ทำให้จากที่คิดว่าเตรียมตัวมาดีแล้วกลายเป็นว่ายังไม่ดีพอ” พ่อเป้เล่า

“ทริปนั้นน้องนาโนไข้ขึ้นสูง 39 องศา อาจเป็นเพราะนอนไม่เพียงพอผสมกับต้องหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทาง เพราะเราซื้อทัวร์เที่ยวทำให้ต้องตื่นตามเวลา กินตามเวลา เที่ยวและพักตามเวลา นอกจากนั้น การไปโรงพยาบาลหาหมอในญี่ปุ่นจะเดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้ แต่ต้องเรียกรถพยาบาลแล้วผ่านขั้นตอนของเขา และก็โชคดีที่มีคนไทยในญี่ปุ่นช่วยประสานงานให้สุดท้ายก็จบลงด้วยดี”

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาและภรรยาเรียนรู้เรื่องการเตรียมตัว แต่ที่มากกว่าคือ มันเกิดเป็นความรู้สึกค้างคา “เหมือนเป็นข้อผิดพลาดที่เราต้องกลับไปแก้ไข” จึงทำให้เกิดทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ขึ้นในเวลาไม่นาน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาและภรรยาก็วางแผนและเดินทางเอง

“น้องนาโนไปญี่ปุ่นมาแล้วประมาณ 25 ครั้ง” ทำไมต้องเป็นญี่ปุ่น ถามเขาต่อ

“เพราะเป็นประเทศที่ใช้เวลาเดินทางไม่นานเกินไป และทั้ง 4 ฤดูของเขาก็มีทิวทัศน์และกิจกรรมที่เปลี่ยนไป ทำให้มีที่ใหม่ๆ ที่อยากไปอยู่เสมอ ดังนั้น 20 กว่าครั้งที่เราไปด้วยกันแทบไม่ได้ไปที่ซ้ำๆ เลย หรือถ้าไปเมืองเดิมก็จะเลือกทำกิจกรรมใหม่ และแต่ละเมืองก็ไม่ได้มีแค่กิจกรรมสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์พ่อและแม่ด้วย”

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของครอบครัว เขามักเลือกไปพิพิธภัณฑ์ที่มีแทบทุกเมืองในญี่ปุ่น ทั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงได้น่าสนใจ ทำให้เด็กเที่ยวได้สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน

“หลังจากพาลูกไปเที่ยวบ่อยๆ ทำให้ผมเห็นพัฒนาการของน้องนาโนในด้านการเข้าสังคม การปฏิบัติตัวในที่สาธารณะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกความอดทน เพราะคนญี่ปุ่นต่อคิวทุกอย่างไม่ว่าจะเด็กแค่ไหนก็ต้องต่อคิว ดังนั้นถ้าลูกต้องการอะไรก็ต้องอดทนรอและต้องต่อคิว ซึ่งสุดท้ายลูกจะได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่รอด้วย”

เขากล่าวด้วยว่า การท่องเที่ยวยังทำให้พ่อแม่ได้เรียนรู้ลูกในทุกด้าน และทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้น

“เวลาเราทำกิจกรรมด้วยกัน มันคือช่วงเวลาที่ดีเสมอ ไม่ว่าระหว่างทางจะเจออุปสรรคหรือทะเลาะกัน สุดท้ายเราก็จะรักกันมากกว่าเดิม”

นอกจากนี้ พ่อเป้ยังต่อยอดการท่องเที่ยวไปสู่การเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าสำหรับแม่และเด็กนำเข้าจากญี่ปุ่น (nuccishop.com) และยังได้สร้างพื้นที่เล็กๆ ในเพจเฟซบุ๊กชื่อ “papa nano ปาป้านาโน พาลูกเที่ยวญี่ปุ่นกัน” ไว้บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวของครอบครัว และเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่มือใหม่ที่ต้องการพาลูกไปญี่ปุ่นด้วย 

Pay attention to our feet (1) ว่าด้วยการลงน้ำหนักของฝ่าเท้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559748

  • วันที่ 04 ส.ค. 2561 เวลา 11:17 น.

Pay attention to our feet (1) ว่าด้วยการลงน้ำหนักของฝ่าเท้า

โดย ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) ผู้ก่อตั้ง Japayatri Yoga Style โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

เพราะว่าเท้ามีหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกาย รวมทั้งการเคลื่อนไหว การจัดวางขาส่งผลถึงสะโพก การจัดการนิ้วเท้าส่งผลถึงเข่า บางทีเรื่องนี้อาจต้องเขียนกันยาวๆ มีหลายภาคต่อเลยทีเดียว เอาแบบค่อยเป็นค่อยไปละกันค่ะ มีหลายเรื่องให้เขียนเกี่ยวกับเท้านะ จะวางยังไง กว้างดี หรือแคบดี น้ำหนักอยู่ตรงไหน ข้อเท้าจัดวางยังไง นิ้วเท้าตั้งตรงหรือเหยียด น้ำหนักฝ่าเท้าลงที่ไหนดี และแต่ละแบบแตกต่างกันยังไงไม่เพียงแค่เฉพาะเวลาที่เราฝึกโยคะอาสนะ บางทีในชีวิตประจำวันของเราเอง คนส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ใส่ใจฝ่าเท้ากันเลยจนกระทั่งเกิดปัญหาของฝ่าเท้ามารบกวนการใช้ชีวิต หรือบางทีการที่เราละเลยการใส่ใจเท้าอาจสร้างปัญหาโดยอ้อมให้ร่างกายส่วนอื่นๆ ก็เป็นได้ สำหรับการฝึกท่าโยคะการจัดการเท้าที่ถูกต้องจะส่งผลกับท่าที่เราฝึกอย่างมหาศาล ซึ่งวันนี้ครูจะคุยเกี่ยวกับเรื่องการลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้า นั่นหมายความว่า อาสนะที่ส่งผลโดยตรงคือ กลุ่มอาสนะท่ายืน ทั้งยืน 2 ขาและยืนทรงตัวขาเดียว (Standing, Balancing Asanas) เพราะกลุ่มอาสนะท่ายืนมีฝ่าเท้าเป็นฐานนั่นเอง ความมั่นคงและการจัดระเบียบร่างกายเริ่มต้นมาจากฐาน ซึ่งก็คือฝ่าเท้าของเรา

เริ่มต้นเมื่อวางฝ่าเท้าลงสู่พื้นโลก การติดต่อสัมผัสพื้นด้วยความรู้สึกของพลังงานที่ถ่ายเทลงสู่พื้นเราจะสามารถรับรู้ด้วยความรู้สึกว่ามีส่วนใดของฝ่าเท้าบ้างที่ตอนนี้สัมผัสกับพื้นดินอยู่ ลองหลับตาสักครู่แล้วเริ่มสำรวจดูด้วยตัวเองว่า อะไรสัมผัสบ้าง มีน้ำหนักลงมากแค่ไหน นิ้วเท้า โคนนิ้วเท้า จมูกเท้าฝั่งด้านใน จมูกเท้าฝั่งด้านนอก อุ้งฝ่าเท้า ใจกลางฝ่าเท้า กระดูกส้นเท้า ลองรู้สึกถึงการติดต่อแบบโดยรวมทั่วทั้งฝ่าเท้า จากนั้นลองติดต่อแบบแยกส่วนแบบเฉพาะเจาะจงดู แล้วน้ำหนักมันลงตรงไหนมากสุด น้อยสุดของฝ่าเท้าโดยไม่ต้องวิเคราะห์ใดๆ แล้วลองจดโน้ตไว้ในใจดู นั่นคือการเริ่มต้นจากราก (Root)

อ้างจากสารานุกรมฝ่าเท้าของมนุษย์แข็งแรงและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนประกอบไปด้วยกระดูก 26 ชิ้น 33 ข้อต่อ และมีกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอีกมากกว่าร้อย ทีนี้ครูจะพูดถึงเฉพาะในมุมมองของการฝึกโยคะอาสนะตามโครงสร้างของกระดูกฝ่าเท้าส่วนที่คอยสนับสนุนการยืน คือส่วนที่มั่นคงที่สุดและแข็งแรงขณะยืนจะมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกันโครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะเหมือน 3 ขา Tripod ไม่ว่าพื้นผิวที่เราสัมผัสจะเป็นยังไง อ่อนนุ่มเหมือนทราย แข็งกระด้างเหมือนก้อนหิน ผิวขรุขระ ยังไงก็ตาม น้ำหนักที่เราปล่อยลง 3 จุดนี้ จะทำให้เรายืนได้โดยไม่ล้ม ยืนได้นานๆ ลดอาการเมื่อยล้าลง นั่นคือ 3 จุดหลักที่ควบคุมการยืนของเราให้มั่นคง แข็งแกร่ง

เมื่อลากเส้นทั้งสามเข้าหากันจะมีลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม ลองนึกถึงขาตั้งกล้องที่กางออกมาแล้วมี 3 ขา วางกล้องและเสนส์ที่บางครั้งหนักหลายกิโลกรัมได้อย่างมั่นคง ดังนั้นให้เราเน้นกระจายน้ำหนักของฝ่าเท้าออก แต่น้ำหนักจะลงมากสุดที่ 3 จุดดังรูปภาพที่ 1 เพื่อสร้างความมั่นคงคือ บริเวณจมูกเท้าฝั่งโป้ง (ฝั่งด้านใน) จมูกเท้าฝั่งก้อย (ฝั่งด้านนอก) และกระดูกส้นเท้า ส่วนบริเวณอื่นๆ ของฝ่าเท้าให้ลงน้ำหนักเช่นกัน แต่ในปริมาณที่น้อย ลองดูตัวอย่างการฝึกอาสนะ

ตัวอย่างการลงน้ำหนักฝ่าเท้าจากท่าต้นไม้

ในท่าต้นไม้ ให้นักเรียนลองจับความรู้สึกที่ฝ่าเท้าข้างที่เรายืนดูเมื่อลงน้ำหนักมากสุดตรง 3 จุดตามที่ครูบอกแล้วให้ลองยกนิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วลอยขึ้นมาเล็กน้อยจากพื้นดูก็จะยังไม่ล้ม ยังอยู่ในท่าได้อย่างมั่นคง จากนั้นก็วางนิ้วเท้าลงเบาๆ สัมผัสพื้นเฉยๆ ไม่ต้องจิกนิ้วเท้าจะรู้สึกสบายและมั่นคง ขณะฝึกสามารถค้างท่าได้นานขึ้น

ตัวอย่างการลงน้ำหนักในท่าสุนัข

เช่นกันในท่านี้ ลองยกนิ้วเท้าทั้ง 10 นิ้วขึ้นมาเบาๆ แล้วค้างไว้สัก 5 วินาทีเพื่อสำรวจดู จะเห็นว่าเราก็ยังอยู่ในอาสนะได้โดยไม่ล้มเช่นกัน เมื่อเราได้ลงน้ำหนักตามจุด Tripod แล้วจะรู้สึกได้ว่าฝ่าเท้ามั่นคง นิ้วเท้าผ่อนคลาย จากนั้นก็ลองวางนิ้วเท้าลงเบาๆ ในฉบับหน้ามาคุยเรื่องฝ่าเท้ากันต่อค่ะ (ภาพมีลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต)

CR.ขอขอบคุณภาพเขียนสีน้ำแนวอาร์ตจากคุณเจน Jane Jiit (Watercolor), IG : janewaterblog

Nune noppaluck สาวบิวตี้ค้นพบสีธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/559738

  • วันที่ 04 ส.ค. 2561 เวลา 10:51 น.

Nune noppaluck สาวบิวตี้ค้นพบสีธรรมชาติ

โดย รอนแรม

เมื่อบล็อกเกอร์สายบิวตี้ชอบเดินทาง จึงเกิดเป็นการผสมเรื่องราวของ 2 ขั้วระหว่างสายสวยและสายลุย ในแบบของ “นุ่น” นพลักษณ์ กุลธวัชชัย เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Nune noppaluck สาวสวยที่คนคุ้นกับเมกอัพจัดเต็ม แต่อีกด้านเธอก็มีมุมสบายๆ เมื่อออกเดินทาง

“นุ่นเป็นคนชอบเดินทางมาก เพราะทุกครั้งที่ได้เดินทางจะได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตลอด โดยสไตล์ของนุ่นเป็นคนลุยๆ อาจจะไม่เหมือนลุคที่เห็นในเพจเท่าไร และทุกครั้งไม่ว่าจะไปไหน นุ่นจะเตรียมตัวหาข้อมูลก่อนว่าที่ที่จะไปเป็นยังไง ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน และต้องเตรียมเครื่องสำอางสีโทนไหนถึงจะเข้ากับสถานที่”

ล่าสุดเธอได้เดินทางไปเยือนเมืองสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เส้นทางสีชมพูอมม่วงเช่นเดียวกับสีเครื่องสำอางบนใบหน้าของเธอ นุ่นได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนของแคมเปญ พาเลท ออฟ ไทยแลนด์ (Palette of Thailand) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับโอเรียนทอล พริ้นเซส จัดทำแคมเปญพิเศษภายใต้แนวคิด “ตลับสีเมืองไทย เฉดสีบันดาลใจให้คุณออกไปเดินทาง”

นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยกับกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ ด้วยการนำเฉดสีของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยมาออกแบบและผลิตเครื่องสำอางชุด Palette of Thailand วางจำหน่ายจำนวนจำกัดในร้านโอเรียนทอล พริ้นเซส โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้หญิงที่มีกำลังซื้อสูง และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัว

“การท่องเที่ยวกับการแต่งหน้าดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เชื่อว่าสำหรับสาวๆ ที่รักการท่องเที่ยว จะทราบดีว่าสองอย่างนี้เกี่ยวโยงกันมาก เพราะเวลาเราไปเที่ยว เราก็อยากถ่ายรูปให้ออกมาสวย สาวๆ ก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่ที่ไป

อย่างนุ่นเองก็ชอบแต่งตัวเหมือนคนในท้องถิ่น อย่างมาสังขละบุรีก็จะหาชุดของสาวมอญมาใส่ และเลือกที่จะแต่งหน้าอ่อนๆ ให้ดูเป็นวันสบายๆ ไม่แต่งหน้าเต็มจนกลายเป็นแปลกหรือโดดเด่นเกินไป เพื่อให้การท่องเที่ยวครั้งนั้นสนุกมากขึ้น” บล็อกเกอร์สายบิวตี้กล่าวเพิ่มเติม

“นุ่นคิดไม่ถึงมาก่อนว่า สีของเครื่องสำอางจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามจากธรรมชาติ อย่างสีมอญมิ้งจะเป็นสีของแสงพระอาทิตย์ตกที่ตกกระทบกับผิวน้ำออกมาเป็นโทนสีชมพูอมม่วง และสาวๆ ที่สนใจก็จะได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่านเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละเฉดสีของเครื่องสำอาง”

พาเลท ออฟ ไทยแลนด์ แบ่งออกเป็น 5 สีสันจาก 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย เลอพันโบก (โทนสีน้ำตาล ส้ม ทอง) ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงพระอาทิตย์สีทอง ณ สามพันโบก จ.อุบลราชธานี

ครามดาว (โทนสีเทา ฟ้า) ได้แรงบันดาลใจจากทะเลหมอกจรดท้องฟ้าบนดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ลาลา มรกต (โทนสีเขียวน้ำทะเล ทอง) ได้แรงบันดาลใจจากสีท้องทะเลของสระมรกต จ.กระบี่

ตะลอนตราด (โทนสีชมพู พื้นทราย) ได้แรงบันดาลใจมาจากสีลอนของหาดทรายบนเกาะช้าง จ.ตราด

และมอญมิ้ง (โทนสีชมพู ม่วง) ความมุ้งมิ้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีท้องฟ้าเหนือสะพานมอญตอนเย็นที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ติดตามความหวานละมุนของเธอ และแหล่งท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์ของสังขละบุรีในรูปแบบวิดีโอผ่านเพจ Nune noppaluck หรือติดตามเส้นทางทั้ง 5 สีได้ทางเว็บไซต์ http://www.paletteofthailand.com