สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (2)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี  เป็นที่ประจักษ์ (2)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (2)

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปี  “SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLOR” เบื้องหลังเส้นทางแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK   ทรงมีรับสั่งว่า “เริ่มต้นจากการไปร้านหนังสือต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นหนังสือแฟชั่นของแบรนด์ต่างๆ  จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง ข้าพเจ้าเคยมีความฝันไว้ว่าอยากมีหนังสือแฟชั่นเป็นของตัวเอง เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของข้าพเจ้าและแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ รวมทั้งตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มอบโอกาสให้คนในวงการแฟชั่นรุ่นหลังๆ ได้ศึกษาเรียนรู้”

นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามภายในหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ที่ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยองค์เอง เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่ภาพสเก็ตช์ภาพการฟิตติ้งนางแบบ ภาพเบื้องหลังเวทีภาพถ่ายแคมเปญโฆษณา ภาพรันเวย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK อีกทั้ง ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่างๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน อาทิ บทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์และที่มาของสัญลักษณ์นกยูงหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชียอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์

ด้วยความที่พระองค์ทรงเริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในพระดำริของพระองค์หญิงคุณสมบัติของศิลปินที่ดีต้องประกอบไปด้วย “ศิลปินที่ดีต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นในงาน ตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ มีสปิริต มีการทำงานที่ต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีแพชชั่นในงาน ต้องรู้จริงในงานของตัวเอง รู้จักแก้ปัญหาและมีวินัย รวมทั้งต้องมีเทสต์ที่ดี และรู้เทสต์ของทั่วโลก ทุกวันนี้แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย แต่อย่างไร ก็ต้องชอบทักษะด้านงานฝีมือซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่เราจะสามารถบอกทีมงานให้ทำตามได้ อีกอย่างคือ ผู้ใหญ่สั่งมาอย่างไร สอนมาอย่างไร ต้องไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาสอนมา บุคคลที่เป็นแรงผลักดันพระองค์เดียวและทรงเป็นไอคอนของข้าพเจ้า ก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าทรงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ข้าพเจ้าทูลลาไปเรียนต่อด้านแฟชั่น ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน”

ด้วยความตั้งพระทัยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป และผู้ที่รักในแฟชั่น รวมทั้งส่งผ่านประสบการณ์ในวงการแฟชั่นที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 16 ปี ผ่านหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” องค์ดีไซเนอร์พระราชทานข้อคิดให้แก่บุคคลที่มองพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ว่า “อย่างแรกคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ใจชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเจอปัญหา หรือทุกข์เมื่อไหร่ แต่ทุกข์แล้วยังมีความสุข แสดงว่าเราชอบสิ่งนั้นจริง และต้องพร้อมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบ รู้จักยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญคือ ยึดความเป็น Identity (ตัวตน) และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง ทั้งสมอง มือ ใจ หรือแม้กระทั่งตาของตัวเอง เมื่อฝึกตัวเราแล้ว ก็จะสามารถชนะคู่แข่งได้ 

ด้านกีฬา นอกจากพระอัจฉริยภาพที่โดดเด่นในฐานะดีไซเนอร์แล้ว ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาโดยทรงโปรดกีฬาแบดมินตัน และการขี่ม้า ทรงเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันตั้งแต่ทรงศึกษามัธยมศึกษาปีที่3 และทรงผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อพ.ศ.2548 และทรงคว้าเหรียญทองประเภททีมหญิง  อีกทั้ง ทรงร่วมเป็นนักก๊ฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันในซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา และทรงคว้าเหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง

ขณะที่ กีฬาขี่ม้า พระองค์ทรงสนพระทัยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ตามแบบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยทรงคว้าแชมป์ประเภท Dressage ในรายการ “ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012” และทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส โดยพระองค์ทรงเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ทรงคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันศิลปะการบังคับม้า ประเภทบุคคล ทั้งนี้ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Best Achievement Award ให้แก่พระองค์ด้วย

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทีมชาติไทย คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุดในการแข่งขันขี่ม้า “FEI Asian Championships Pattaya 2019” การแข่งขันขี่ม้าครั้งประวัติศาสตร์ในทวีปเอเชีย รายการ “FEI Asian ChampionshipsPattaya 2019” โดยสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ ทรงสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม นำทัพนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน Dressage ศิลปะบังคับม้า ประเภททีม ประเดิมชัยให้ทีมชาติไทยเป็นเหรียญแรก ซึ่งตลอดการแข่งขัน 8 วัน ทีมไทยทำผลงานยอดเยี่ยมสามารถกวาดเหรียญรางวัลได้มากที่สุด 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงินและ 1 เหรียญทองแดง

ด้านดนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและสนพระทัยในด้านดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยปัจจุบันทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิรอยัลแบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า และ วงรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) หรือ RBSO ทั้งยังทรงพระนิพนธ์เพลงให้วงรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ 2559 เป็นต้นมา และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีพ.ศ.2562 มูลนิธิรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 4 บทเพลง จัดแสดงดนตรี “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X”ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงละครแห่งชาติ และล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565  มูลนิธิวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ต “Royal Concert”  เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  70 พรรษา   ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ทอดพระเนตรการแสดง โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงเป็นผู้อำนวยการแสดงคอนเสิร์ต และบรรเลงบทเพลงพระนิพนธ์ของพระองค์

ด้านการอนุรักษ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางทะเล โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ณ หอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรืออ.เมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีโครงการ พระราชทานพระราโชบายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ทรงปล่อยปลาฉลามและเต่าทะเล ทอดพระเนตรนิทรรศการของหน่วยงานสนองพระดำริฯ ทอดพระเนตรการปล่อยเต่าทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจังหวัดสงขลา จังหวัดภูเก็ต ผ่านระบบการประชุมทางไกลวีดิทัศน์พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้สนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการดำเนินงานสนับสนุน “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา” โดยทรงมีความห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์ โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไทย

สำหรับ “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้ดำเนินโครงการจำนวน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ 2.ด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและแนวปะการัง ประกอบด้วย แผนงานจัดทำปะการังเทียม และแผนงานอนุรักษ์ท้องทะเล 3.ด้านการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย แผนงานเสริมสร้างจิตสำนึก และแผนงานประชาสัมพันธ์โครงการ

และในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566 ขอถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระชนม์ยิ่งยืนนาน  เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตราบนานเท่านาน

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด และแบรนด์ร้านอาหารในเครือ บาร์บีคิวพลาซ่า นำโดย คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด พร้อมด้วย นายรัฐธนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี, นายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์, นางสาวพูลทรัพย์ เทพนคร ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์  และพนักงานร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 – 7 มกราคม 2569 เพื่อส่งมอบน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น ให้แก่หน่วยทหารประจำพื้นที่ชายแดนและประชาชนที่พักพิงอยู่ในศูนย์อพยพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมส่งกำลังใจ

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฟู้ดแพชชั่นในการเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และพนักงานในองค์กร เพื่อร่วมดูแลและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม

ฟู้ดแพชชั่น ยังคงยึดมั่นบทบาทของการเป็นองค์กรที่เติบโตเคียงข้างสังคม พร้อมสนับสนุนและส่งต่อพลังใจในทุกสถานการณ์ โดยเชื่อว่าพลังแห่งความร่วมมือและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนจะเป็นแรงสำคัญในการช่วยให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ‘เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์’ ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 'เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์' ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ‘เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์’ ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ( Art & Lifestyle Journey ) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 5-6 มกราคม 2569 โดยเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพ และพื้นที่ศิลปะสำคัญของจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย Chiangrai Life Artist Studio for Tourism เส้นทางที่ 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการยกระดับวิชาชีพชุมชนสู่ศิลปาชีพที่ทรงคุณค่า และเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชน รวมถึงสร้างการรับรู้ พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายหมุนเวียงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มมากขึ้น โดยเส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ประกอบด้วยจุดหมายเส้นทางที่หนึ่ง “ Daynin เดนิน “ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เกิดขึ้นจากความชอบและความตั้งใจที่สร้างสรรค์ การทำมือ ผ่านการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ต่ ภายใต้แนวความคิดและแรงบันดาลใจจากธรรม รวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงเลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็นรูปทรง ลวดลาย สีของดิน และเคลือบ ที่แตกต่างกันออกไป สร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ต่อด้วยจุดหมายเส้นทางที่สอง “ ไม้หมอนฟาร์ม ” เป็นจุดที่แสดงผลงานรวมของกลุ่มศิลปินอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นนั้น สะท้อนตัวตนและเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างมีเอกลักษณ์ ที่นี้ เราจะเน้นเรื่องปลุกฝั่งศิลปะให้กับเยาวชนในชุมขน และเด็กๆ ที่ชื่นชอบในศิลปะอีกด้วย

จุดหมายเส้นทางที่สาม Sahasawat Art Area “ สหัสวัต ปิติสิริอนันต์ ” อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นศิลปินที่ทำงานปั้น หรือทำงานแนวประติมากรรม โดยผลงานที่ผ่านมา มีหลากหลายแต่ที่จำขึ้นใจนั้นคือ การทำรูปปั้น จ่าแซม เด็กติดถ้ำ 13 คนที่ ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับโอกาสจากอาจารย์เฉลิมชัยให้เป็นหัวหน้าทีม และได้รับโอกาสต่อเนื่องจากอาจารย์เฉลิมชัย ล่าสุดได้ปั้นช้างสามเศียรให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกทั้งมองว่างานปั้นต่างจากรูปภาพคือ การปั้นเป็นสามมิติสามารถจับต้องได้จริง และมีความหลากหลายที่จะสื่อสารออกไป

จุดหมายเส้นทางที่สี่ “ บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ ” อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ศิลปินผู้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านลายเส้นและสีสัน ภายในบ้านศิลป์รวบรวมผลงาน จิตรกรรมที่สะท้อนวัฒนรรรม วิถีชีวิต และความงดงามแบบไทยได้อย่างลุ่มลึก เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสแรงบันดาลใจและเสน่ห์ ของงานศิลป์ร่วมสมัยในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองได้รับการต้อนรับจาก คุณทนงศักดิ์ ปากหวาน พร้อมนำคณะเยี่ยมชม แกลลอรี่ภาพวาด ศิลปะไทย ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความงาม และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านลายเส้นและสีสันอย่างประณีต ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์งานศิลป์ไทยแท้ๆ สร้างแรงบันดาลใจและชื่นชมเอกลักษณ์ความงามของชาติ

จากนั้น Media FamTrip ก็เดินทางถึงจุดหมายสุดท้ายของงานศิลปะในเส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ครั้งนี้ เส้นทางศิลปินจุดที่ห้า Gumpor Art Studio อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยคุณผูกพันธ์ ไชยรัตน์ และคุณวรวิทย์ แสงทอง เยี่ยมชมผลงาน และร่วมทำกิจกรรม Workshop เพ้นท์ลวดลายต่างๆ ลงบนภาชนะ คาเฟ่และอาร์ตสตูดิโอ น่ารักๆในอำเภอแม่ลาว ยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินท้องถิ่น “กำปอ” ที่มีจุดเด่นในการถ่ายทอดมุมมองต่อชีวิต สังคม และธรรมชาติ ผ่านงานจิตรกรรม และประติมากรรม นอกจากงานศิลปะแล้ว Gumpor Art Studio ยังมีบริการห้องพัก ห้องอาหาร ไว้ค่อยบริการอีกด้วย

-(016)

อว. จับมือ ASU – SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

อว. จับมือ ASU - SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

อว. จับมือ ASU – SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุม Thailand Semiconductor Roadmap Co-Design Workshop เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรระดับชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันระดมความคิด นำทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยจากระดับนโยบายสู่การดำเนินงานจริง 

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในช่วงปิดการประชุมว่า เวิร์กช็อปครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มการทำงานจริง” ที่เชื่อมโยงนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และระบบอุดมศึกษาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดย อว. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการบูรณาการผลลัพธ์จากเวทีนี้ไปสู่การกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและการพัฒนากำลังคนในระยะต่อไป

“ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย จะเกิดขึ้นได้จากการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างนโยบาย ความต้องการของอุตสาหกรรม และการพัฒนากำลังคน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของ อว. ในการทำให้ทั้งระบบขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน” 

ทั้งนี้ การประชุมยังได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคนโยบายกับภาคเอกชน และนำมุมมองด้านการลงทุนจริงมาประกอบการออกแบบ Roadmap เพื่อให้มาตรการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนากำลังคน และการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศสอดคล้องกันในเชิงโครงสร้าง

ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาเปิดงานว่า เซมิคอนดักเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) โดยการพัฒนากำลังคนเชิงลึกเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ 

ในส่วนของภาคการศึกษา รศ.ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ MUT National Semiconductor Training Center ระบุว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ระดับชาติให้เป็นหลักสูตร และการฝึกอบรม สู่เส้นทางอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง โดยเน้นการพัฒนากำลังคนในสาขาที่ประเทศมีศักยภาพและความต้องการสูง พร้อมสร้างต้นแบบการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ 

ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศ นาย Jose Quiroga ผู้แทนจาก Arizona State University (ASU) สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงความร่วมมือกับประเทศไทยว่า เป็นการทำงานในลักษณะ “การร่วมออกแบบ” ในระดับระบบ ตั้งแต่นโยบาย การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึงการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากภาคอุตสาหกรรมโลก

ในเวทีนี้ ยังได้รับมุมมองจาก Semiconductor Industry Association (SIA) ซึ่งช่วยสะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และทักษะที่ตลาดโลกต้องการ เพื่อนำมาใช้ประกอบการออกแบบหลักสูตร การฝึกอบรม และระบบการพัฒนากำลังคนของไทยให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ 

การประชุม Thailand Semiconductor Roadmap Co-Design Workshop ประกอบด้วยการนำเสนอทิศทางนโยบายระดับชาติ การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมโลก และการอภิปรายกลุ่มย่อยใน 6 ประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยผลลัพธ์จากเวทีนี้จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำ Thailand Semiconductor Roadmap และขับเคลื่อนสู่การดำเนินงานเชิงรูปธรรมในระยะต่อไป 

-(016)

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณอมตวรรธน์ มั่นทน รองผู้จัดการสายงานขยายงาน เข้าร่วมงาน พาณิชย์ลดราคา “New Year Mega Sale 2026” ที่จัดโดย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 23–25 ธันวาคม 2568 เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด

ภายในงาน ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำเสนอ นวัตกรรมประกันภัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ อาทิ ประกันรถเปิดปิด ไม่ขับไม่ต้องจ่ายค่าประกัน ช่วยประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 80% ,ประกันสุขภาพ Active Health ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งได้ส่วนลดค่าเบี้ยสูงสุด 40% และ ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด ที่ให้ความคุ้มครองยืดหยุ่น จัดการทริปได้เอง พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงานสูงสุด 20%  การเข้าร่วมงานครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของประกันภัยไทยวิวัฒน์ในการร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

-(016)

‘มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดล Health Ecosystem ผสาน Green Innovation มุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

‘มหิดล - เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดล Health Ecosystem ผสาน Green Innovation มุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

‘มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดล Health Ecosystem ผสาน Green Innovation มุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.54 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ จัดงาน “มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” (MU x KU Fair 2026) ระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พลิกโฉมงานแฟร์สู่ “ห้องเรียนไร้กำแพง” ภายใต้แนวคิด “ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน” (Grow Together, Change Together) ผสานความแกร่ง “การแพทย์” และ “เกษตรกรรม” สร้างระบบนิเวศสุขภาพครบวงจร พร้อมโชว์ศักยภาพนวัตกรรมสีเขียวเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ยุค Carbon Neutrality

ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า งานนี้ถือเป็นปฐมบทครั้งสำคัญที่สะท้อนว่าสถาบันการศึกษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่กำลังขับเคลื่อนภารกิจในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน” เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลก ทั้งเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งที่เป็นเลิศของสองสถาบัน คือ ‘ศาสตร์แห่งการแพทย์’ ของมหิดล มาผสานพลังร่วมกับ ‘ศาสตร์แห่งเกษตรกรรม’ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้าง ‘ระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครบวงจร’ (Health Ecosystem) เราต้องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาประเทศ โดยเชื่อมโยงต้นน้ำคือแหล่งอาหารที่ปลอดภัย ส่งต่อไปยังปลายน้ำคือสุขภาพที่ดีของประชาชน เพื่อนำพาสังคมไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) อย่างแท้จริง”

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเสริมถึงบทบาทในฐานะผู้ดูแล “ต้นน้ำ” ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมนำเสนอ Green Innovation หรือนวัตกรรมสีเขียว เพื่อเปลี่ยนภาพจำสู่ “เกษตรแม่นยำและเป็นมิตรต่อโลก” (Climate-Smart Agriculture) “เจตนารมณ์ของเราคือการนำองค์ความรู้เกษตรสมัยใหม่ มาเชื่อมต่อกับสุขภาวะ เพราะเราเชื่อว่า ‘อาหารเป็นยา’ และ ‘สิ่งแวดล้อมที่ดีคือวัคซีนที่ดีที่สุด’ โดยในงานจะมีการจัดแสดงนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืชรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้งานนี้เป็นต้นแบบของ Green Fair ที่ใส่ใจโลกอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะทำงานจัดงาน ได้เปิดเผยถึงรูปแบบงานที่จัดขึ้นเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน” (Learning Outside the Classroom) โดยมี 5 ไฮไลท์สำคัญ ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ดังนี้:

1.            ด้านวิชาการ (Academic & Future): เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาตัวตนและสร้าง Portfolio ผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับมหาวิทยาลัย ได้แก่ การสอบ MU-ELT (1,200 ที่นั่ง) และ การสอบ MUAP-Test (วัดความรู้คณิต-วิทย์ เทียบเท่า ป.ตรี ปี 1) ซึ่งสามารถนำผลคะแนนไปยื่นศึกษาต่อหรือเทียบโอนหน่วยกิตได้ทั้งที่มหิดลและเกษตรศาสตร์

2.            ด้านสุขภาพ (Holistic Health): บริการตรวจสุขภาพจากหลายส่วนงาน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ครอบคลุมทั้งการวัดองค์ประกอบร่างกาย โภชนาการ เบาหวาน กายภาพบำบัด ความจำ และศาสตร์แพทย์แผนจีนอย่าง การฝังเข็ม

3.            ด้านนันทนาการ (Happiness & Recreation): เอาใจคนรักสัตว์กับ Pet Zone กิจกรรม ประกวด“สุนัขนิสัยดี” แข่งเต่าวิ่งแฟร์เพื่อชิงรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัย บริการฉีดวัคซีน-ฝังไมโครชิป พร้อมสนุกกับคอนเสิร์ตจากนักศึกษาและศิลปินชื่อดังตลอด 5 คืน (ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น.)

4.            ด้านเศรษฐกิจ (Economy & Innovation): ระดมร้านค้ากว่า 400 ร้าน ทั้งสินค้าชุมชน อาหารนานาชาติ และไฮไลท์สำคัญคือ “โซนผู้ประกอบการนักศึกษา” ที่นำสินค้านวัตกรรมและงานวิจัยสู่ตลาดจริง ตามแนวทาง Real World Impact  และนอกจากนั้นยังมีโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งมาจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม จาก 30 กว่าส่วนงานของทั้งสองมหาวิทยาลัย

5.            ด้านสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly):: มหาวิทยาลัยเตรียมพื้นที่จอดรถกว่า 2,300 คัน พร้อมบริการ รถพลังงานไฟฟ้า (EV & Tram) มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีความร่วมมือที่เข้มแข็งจากหน่วยงานภายนอก เช่น สถานีตำรวจพุทธมณฑล ในการอำนวยการด้านความปลอดภัยด้วย พร้อมยกระดับงานสู่เป้าหมาย Zero Waste ด้วย “ระบบบริหารจัดการขยะ” โดยมีกลุ่มนักศึกษาจิตอาสา “พี่เลี้ยงแยกขยะ” คอยให้คำแนะนำ เพื่อคัดแยกและหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตามหลัก Circular Economy

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังการเปลี่ยนแปลง “ร่วมปลูก” องค์ความรู้ และ “ร่วมเปลี่ยน” อนาคตไปด้วยกัน ในงาน “มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” ระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

-(016)

‘ASIATIQUE’s THAILAND COUNTDOWN 2026’ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เสริมไทยเป็นเมืองแห่งการเฉลิมฉลอง – จุดหมายของการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา

‘ASIATIQUE’s THAILAND COUNTDOWN 2026’ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เสริมไทยเป็นเมืองแห่งการเฉลิมฉลอง - จุดหมายของการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา

‘ASIATIQUE’s THAILAND COUNTDOWN 2026’ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เสริมไทยเป็นเมืองแห่งการเฉลิมฉลอง – จุดหมายของการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.49 น.

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายใต้การบริหารงานของ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC) พร้อมด้วยพันธมิตร อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกสิกรไทย ประกาศความสำเร็จในงาน “ASIATIQUE’s THAILAND COUNTDOWN 2026” ที่ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์การเฉลิมฉลองข้ามปีสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งแรกกับงานเคานต์ดาวน์ 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 25 – 28 และ 31 ธันวาคม 2568

ผ่านไปแล้วกับงานยิ่งใหญ่แห่งปี ที่เปลี่ยนลานกิจกรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้กลายเป็น Global Countdown Destination ด้วยการผสานพลังของ Art – Music – Culture – Immersive Light Experience นำเสนอประสบการณ์ใหม่ไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ สู่เวทีโลก และเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องมาเยือนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งเสียง ความคิดสร้างสรรค์ และ อัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย” ผ่านกิจกรรมสุดตื่นตากับงานใหญ่ 5 วันเต็ม กับ Countdown Festival แบบ Non-stop

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ข้ามปีด้วยค่ำคืนสุดยิ่งใหญ่ กับงาน ‘CHANG MUSIC CONNECTION presents ASIATIQUE’s THAILAND COUNTDOWN 2026’ จัดเต็มลาน Lifestyle Market ริมน้ำเจ้าพระยา กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปินระดับท็อปของประเทศ ได้แก่ ZEAL, PARADOX, TATTOO COLOUR, BODYSLAM ตื่นตากับพลุสุดอลังการออกแบบโดยทีมระดับโลก และในค่ำคืนสุดพิเศษ คุณ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติร่วมงาน กล่าวเปิดงาน และให้คำอวยพร พร้อมกันนี้ผู้บริหารของ AWC ตัวแทนในการมอบของขวัญสุดพิเศษจาก AWC ให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงาน ด้วยบัตรกำนัลที่พักพร้อมอาหารเช้า 2 คืน สำหรับ 2 ท่าน จากโรงแรมในเครือ AWC ดังนี้ Banyan Tree Samui – Pool Villa, Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach – Pool Villa และ InterContinental Chiang Mai The Mae Ping – Suite รวมถึงบัตรเครื่องเล่น Skyflyers รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท และปิดท้ายด้วย After Party จากดีเจชื่อดัง ที่ทำให้ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เต็มทั้งพื้นที่ ASIATIQUE ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำกลายเป็นคืนที่มีความสุข ความสนุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

รวมไปถึงค่ำคืน Christmas Eve (24 ธันวาคม 2568) ด้วยพลุเปิดเทศกาล เพื่อส่งสัญญาณงานเฉลิมฉลองระดับโลกได้เริ่มขึ้น ต่อด้วยความสนุกต่อเนื่อง 25–28 ธันวาคม 2568 กับคอนเสิร์ตและโชว์สุดพิเศษจาก โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, GAVIN.D, เก่ง ธชย พร้อมโขนไทยชุดพิเศษ, F.HERO และ การประกวดสตรีทแดนซ์กับ Breakdance Crew ระดับประเทศ พร้อมรางวัลพิเศษสู่การประกวดระดับนานาชาติที่ต่างประเทศ ที่ได้มีผู้มาร่วมกิจกรรมมากมาย

ทั้งนี้ ASIATIQUE พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากกิจกรรมดีๆ ทาง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสแลนด์มาร์กและประสบการณ์ใหม่ระดับโลก ที่ไม่ควรพลาด อาทิ Skyflyers: Wings of Garudapterus เครื่องเล่นลอยฟ้าที่สูงที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก มอบมุมมองพาโนรามาเหนือฟากฟ้าเจ้าพระยา Jurassic World: The Experience Bangkok ประสบการณ์ผจญภัยในโลกแห่งไดโนเสาร์แบบ Immersive และ เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านความยั่งยืนกับ Better World Better Future พื้นที่จัดแสดงแบบ Immersive Sustainable Edutainment นอกจากนี้ เอเชียทีค ยังมีกิจกรรมใหม่ ร้านค้าคอนเซ็ปต์ใหม่ และประสบการณ์ใหม่อีกมากมาย ที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกทุกวัน ทั้งหมดเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

การเดินทางสะดวก – มาที่เดียวครบทุกความสุข

สามารถเดินทางมา เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ได้หลายเส้นทาง

•             รถยนต์ส่วนตัว มีบริการลานจอดรถ 3 โซน

•             Shuttle Van บริการฟรีทุกวัน 11:00 – 19:00 น. จากวัดยานนาวา ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน

•             Shuttle Boat บริการฟรีทุกวัน 16:00–23:30 น. จากสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน       

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: โทร. 02-108-4488 ต่อ 204, 205 เว็บไซต์: asiatiquethailand.com | assetworldcorp-th.com ,  FB/IG: Asiatique.Thailand | AssetWorldCorporation

-(016)

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนหนูๆ ดูโขน ตอน หนุมานชาญกำเเหง ในวันเด็กแห่งชาติ 10 ม.ค. 69 ฟรี

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนหนูๆ  ดูโขน ตอน หนุมานชาญกำเเหง ในวันเด็กแห่งชาติ  10 ม.ค. 69 ฟรี

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนหนูๆ ดูโขน ตอน หนุมานชาญกำเเหง ในวันเด็กแห่งชาติ 10 ม.ค. 69 ฟรี

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.34 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ร่วมสืบสานเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ ส่งเสริมให้เด็กไทยรักชาติไทย…ใส่ใจโลก เห็นคุณค่าและความวิจิตรงดงามของสุดยอดศิลปะการแสดงชั้นสูงประจำชาติไทย ท่องโลกโขนไปกับ “หนุมาน” ทหารเอกผู้เก่งกล้าและมีความจงรักภักดีต่อพระราม ในกิจกรรม ชวนน้องหนู มาดูโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน หนุมานชาญกำเเหง ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 รอบ 13.30 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

โขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “หนุมานชาญกำแหง” จับตอนตั้งแต่ กำเนิดหนุมาน พระพายซัดพละกำลังของพระอิศวร เข้าปากนางสวาหะที่ยืนเหนี่ยวต้นไม้อยู่ และกำเนิดเป็นหนุมาน ทหารเอกผู้ช่วยพระรามรบกับทศกัณฐ์จนชนะและได้รับประทานสมญาศักดิ์เป็น พระยาอนุชิตจักรกฤษณ์พิพรรธพงศา ครองเมืองนพบุรี เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรนั้น รับชมได้ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน หนุมานชาญกำแหง กำกับการแสดงโดย ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ)

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้น้องหนูร่วมสนุกสนาน เล่นเกมส์ตอบคำถาม รับของรางวัลมากมาย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ก่อนพากันเข้าชมการแสดงโขนในช่วงบ่าย

ชมฟรี! สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ผู้ปกครองราคา 300 บาท **สงวนสิทธิ์สำหรับ เด็ก 1 คน / ผู้ปกครองไม่เกิน 2 คน  จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร 0-2225-8757-8 เเละไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 11 สาขาหลัก โทร. 0-2262-3456

เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีรับปีใหม่

เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีรับปีใหม่

เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่คือการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ หลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยเรื้อรัง และแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดีแต่มักถูกมองข้ามคือ สุขภาพกล้ามเนื้อ การดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงจะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถเคลื่อนไหวได้ ลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ

ผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีที่สุด คือผู้ที่ใส่ใจและลงมือดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านตั้งแต่เนิ่น  โดยยึด “สี่เสาหลักของสุขภาพ” ได้แก่ กาย ใจ สังคม และสมอง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางง่ายๆ ที่ทำได้จริง เพื่อเสริมสร้างทั้งสี่ด้าน โดยเฉพาะการเน้นย้ำความสำคัญของการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ความยืดหยุ่น และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในวัยสูงอายุ

สุขภาพกาย

การมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกายสำหรับผู้สูงวัย ได้แก่ การออกกำลังกาย: การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้สูงวัยคงความสามารถในการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว ควรออกกำลังกายระดับปานกลางรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ทำสวน หรือเต้นรำ และควรเสริมด้วยการฝึกฝนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ งานวิจัยยังพบว่า ผู้ที่เดินวันละ 8,000 ก้าว มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่เดินเพียง 4,000 ก้าวอย่างมีนัยสำคัญ

โภชนาการ: โภชนาการที่ดีเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดี ผู้สูงวัยมีความต้องการโปรตีนต่อวันสูงขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างโปรตีนน้อยลง (anabolic resistance)  โดยโปรตีนพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ พืชตระกูลถั่ว นม และถั่วเปลือกแข็ง แต่ในผู้สูงวัยที่ไม่สามารถรับประทานโปรตีนได้อย่างเพียงพอ อาจเสริมด้วยผลิตภัณฑ์โภชนาการ เช่น เอนชัวร์ โกลด์ แอดวานซ์โปร* ที่มี HMB  และ YBG  พร้อมด้วยสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ เช่น แคลเซียม สังกะสี และวิตามินดี เพื่อช่วยเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวัน

การประเมินสุขภาพด้วยตนเอง: ผู้สูงวัยสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น เครื่องคำนวณ “อายุกล้ามเนื้อ” ของแอ๊บบอต เพื่อประเมินสุขภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ และควรทําควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจําปี เพื่อวางเป้าหมายที่เหมาะสมในการดูแลความแข็งแรงและความคล่องตัวของร่างกาย

สุขภาพจิตใจและอารมณ์

เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านการได้ยิน การมองเห็น ความจำ และการเคลื่อนไหว อาจนำไปสู่ความเครียดได้ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจและอารมณ์ ผู้สูงวัยที่สามารถจัดการอารมณ์ได้ดีจะมีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับการออกกำลังกาย หรือในบางกรณีอาจเสริมด้วยการรักษาทางการแพทย์ถือเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ การมีเครือข่ายคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือผู้ให้คำปรึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยสร้างความสุขและความมั่นคงทางใจให้ผู้สูงวัย

สุขภาพทางสังคม

การมีส่วนร่วมทางสังคมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่สุขภาพที่ดีของผู้สูงวัย จากงานวิจัยพบว่าผู้สูงวัยที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่กว้างกว่าจะมีการทํางานของสมองที่ดีกว่า กิจกรรมทางสังคมเช่น การเป็นอาสาสมัคร การรวมกลุ่มเรียน (เช่นการปั้นเซรามิก การวาดภาพ) เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างการสนับสนุนด้านสังคมและมีส่วนร่วมในชุมชน

สุขภาพสมองและความจำ

การรู้คิดและความจำ (Cognition) คือความสามารถในการคิด จดจำ และเรียนรู้ การกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง และช่วยทำให้ผู้สูงวัยยังคงตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ8 กิจกรรมต่างๆ เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นเกมปริศนา การเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ล้วนช่วยให้สมองมีความกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ

ก้าวสู่ผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ

หลังอายุ 40 ปี ร่างกายอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้มากถึง 8% ในทุก ๆ 10 ปี แม้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคนแต่การตระหนักรู้ถึงสุขภาพของตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุดลองใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อดูว่าคุณทำได้ดีในด้านใดแล้ว และด้านใดที่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

รู้จัก ‘NK Cells Therapy’ เพชฌฆาตจัดการมะเร็ง

รู้จัก ‘NK Cells Therapy’ เพชฌฆาตจัดการมะเร็ง

รู้จัก ‘NK Cells Therapy’ เพชฌฆาตจัดการมะเร็ง

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

NK cells หรือ Natural Killer Cells คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน ที่มีหน้าที่หลักในการตรวจจับและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง หรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส โดยไม่จำเป็นต้องมีการกระตุ้นมาก่อนเหมือนภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ จึงทำงานได้รวดเร็ว

NK Cells Therapy คืออะไร
นายแพทย์ อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า NK Cells Therapy คือการนำเซลล์ของผู้ป่วยหรือผู้บริจาคมาเพาะเลี้ยงเพื่อขยายจำนวน จากนั้นจึงฉีดกลับเข้าไปในตัวผู้ป่วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เซลล์เหล่านี้เข้าไปกำจัดเชื้อมะเร็งโดยตรง กระบวนการนี้จัดเป็น Immunotherapy (ภูมิคุ้มกันบำบัด) ชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ทำลายเซลล์ปกติรอบข้าง มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำเคมีบำบัด

ขั้นตอนการทำ NK Cells Therapy

พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินก่อนทำการรักษา (Pre-Screening) 2.การเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยในปริมาณ 50-100 ซีซี เพื่อใช้ในการเพาะเลี้ยง 3.แยกและเพาะเลี้ยง NK Cells ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้สารกระตุ้นเพื่อเพิ่มจำนวนและเพิ่มประสิทธิภาพ  4.ให้เซลล์กลับคืนสู่ร่างกาย ผ่านการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

เหมาะกับมะเร็งชนิดใด

มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งที่เป็นก้อน เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งสมอง มะเร็งผิวหนัง โดยแพทย์สามารถพิจารณาใช้ NK Cells ในการบำบัดมะเร็งร่วมกับการรักษาวิธีอื่น

ข้อดีของ NK Cells Therapy

เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย เจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติ สามารถใช้ร่วมกับการบำบัดในรูปแบบอื่น เพื่อเสริมผลลัพธ์ มีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับเคมีบำบัด

ข้อควรระวัง

ผลข้างเคียง เช่น ไข้ต่ำ หนาวสั่น อ่อนเพลียชั่วคราว ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการมาตรฐานเท่านั้น ความยากในการเพาะเลี้ยงเซลล์ และมีราคาสูง

NK Cells Therapy เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการแพทย์สมัยใหม่ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง แม้จะยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ก็ถือเป็นความหวังใหม่ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของผู้ป่วย และอาจเพิ่มคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการรักษาแบบมาตรฐาน ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล ชั้น 11 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร 02-836-9999 ต่อ