อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จัดงาน “การประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี ครั้งที่ 9 (NanoThailand 2025)” ภายใต้แนวคิด “Revolutionizing the Future” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

พิธีเปิดงานงานได้รับเกียรติจาก พญ. เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. และประธานคณะทำงานอำนวยการจัดงานฯ พร้อมด้วย รศ. ดร.สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ นายกสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมเปิดตัวครั้งแรกกับรางวัล Thailand Nanotechnology Hall of Fame 2025 สำหรับเชิดชูเกียรติสำหรับบุคคล และหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนด้านนาโนเทคโนโลยี รางวัล Young Nanotechnologist Award 2025 เพื่อยกย่องนักนาโนเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของนาโนเทคโนโลยี ซึ่ง ผศ. ดร.ภาวินทร์ เอี่ยมประเสริฐกุล จาก มธ. คว้ารางวัลในปีแรก รวมถึงรางวัล High School Student และรางวัล 3-Minute Pitching สำหรับนักเรียนนักศึกษา ปูทางสร้างกำลังคน และเครือข่ายความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยีระดับสากล

พญ. เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานเปิดการประชุม NanoThailand 2025 กล่าวว่า การประชุม NanoThailand 2025 ถือเป็นเวทีแห่งวิสัยทัศน์ที่รวมพลังนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้นำนโยบายจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอนาคตที่ยั่งยืน เพราะในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม “นาโนเทคโนโลยี” กลายเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบในระดับมหภาค

“NanoThailand 2025 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เข้าด้วยกัน เพื่อแปลงความรู้เป็นนวัตกรรม และแปลงนวัตกรรมเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โลกปัจจุบันนั้น เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อน ไม่มีใครสามารถพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้โดยลำพัง นาโนเทคโนโลยีเอง ก็ต้องอาศัยความร่วมมือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพลังงานสะอาด วัสดุอัจฉริยะ การแพทย์แม่นยำ หรือระบบการผลิตยุคใหม่ ความร่วมมือระหว่างประเทศคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการค้นพบ ยกระดับมาตรฐาน และสร้างความยืดหยุ่นให้สังคมโลก เราคาดหวังและเชื่อมั่นว่า เวที NanoThailand 2025 เป็นการสร้างความร่วมมือที่ไม่เพียงพลิกโฉม แต่สร้างอนาคตที่เท่าเทียม ครอบคลุม และยั่งยืน” พญ. เพชรดาวกล่าว

ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. และประธานคณะทำงานอำนวยการจัดงานฯ กล่าวว่า การประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี (NanoThailand) ในปี 2025 นี้นับเป็นครั้งที่ 9 โดยจัดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด “Revolutionizing the Future” นาโนเทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอนาคต ที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 500 คน จาก 20 ประเทศทั่วโลก ตอบโจทย์ในด้านการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ ผลงานวิจัย รวมทั้งการนำความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีไปประยุกต์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนำไปสู่การสร้างความร่วมมือการวิจัยทั้งในและนอกประเทศ

รศ. ดร.สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ นายกสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการจากองค์กรภาครัฐ ตลอดจนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งการเป็นศูนย์กลางประสานงาน แก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ เชื่อมโยงภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมในวงการนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจให้กับสังคมและประชาชนในประเทศ ซึ่งงาน NanoThailand ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงพัฒนานาโนเทคโนโลยีร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจากทั่วโลก

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนึ่งในกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่มาตั้งรกรากในประเทศไทย คือ ชาวจีนกวางตุ้ง หรือ กวางตง ( Cantonese 粵語) ซึ่งมีสัดสวนราวร้อยละ7 ของคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย   มีบทบาทสำคัญในการค้าและการเมือง จนได้รับตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมาแล้ว

รากเหง้าและถิ่นฐาน

ชาวจีนกวางตุ้งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่นที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และกวางสี ทางตอนใต้ของจีน โดยมีเมืองสำคัญอย่างกวางโจว (Guangzhou) และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เมืองซัวเถา (ซานโถว Shantou) ฮ่องกง และมาเก๊า

คนจีนกวางตุ้ง มีลักษณะนิสัยที่สรุปเป็นอักษรจีน 4 ตัว ว่า “乐天务实” หมายถึง “เบิกบาน ปฏิบัตินิยม” มุ่งเรื่องผลประโยชน์ หรือคุณโทษที่จะเกิดกับตนมาก มีความเบิกบานง่ายๆ ไม่ติดกรอบ ปรับตัวตามสถานการณ์เก่ง มีไหวพริบดี

ชาวจีนกวางตุ้งเริ่มอพยพออกนอกประเทศจีนไปสู่ดินแดนต่างๆจำนวนมาก ตั้งแต่ สมัยสงครามฝิ่น (พ.ศ. 2382-2403) และการปฏิวัติซินไฮ่ ช่วงปลายราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2438) ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศจีนเผชิญกับสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์และพรรคก๊กมินตั๋ง ความอดอยากและความไม่มั่นคงทางการเมืองทำให้ชาวจีนจำนวนมากต้องหาทางหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในต่างแดน

ประเทศที่ชาวจีนกวางตุ้งอพยพไปมีหลากหลาย เช่น สหรัฐอเมริกา (เป็นกรรมกรสร้างทางรถไฟ ขุดทองคำในแคลิฟอร์เนีย  ทำไร่อ้อยในฮาวาย)  แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์  แต่คนกวางตุ้งไม่อพยพมาเมืองไทยมากเท่าพวกแต้จิ๋ว แคะ ไหหลำ หรือฮกเกี้ยน  เพราะ เมืองกวางตุ้งเป็น

 ชาวจีนกวางตุ้งเริ่มเข้ามาในสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มีจำนวนมากขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 ซึ่งตรงกับช่วงปี พ.ศ. 2430–2475 การเดินทางมักใช้เรือสำเภาและเรือกลไฟ โดยมีจุดหมายปลายทางที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และหัวเมืองชายฝั่งทะเล เช่น จันทบุรี  สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต  ตรัง และนครศรีธรรมราช

เมื่อมาถึงสยาม ชาวจีนกวางตุ้งมักเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วย “เสื่อผืนหมอนใบ” คือไม่มีทรัพย์สินติดตัวมาเลย แต่มีความขยัน อดทน และทักษะในการค้าขาย พวกเขาทำงานหนักในโรงงาน ร้านค้า และกิจการต่างๆ เช่น  ร้านอาหาร   ค้าเมล็ดพันธุ์  ปุ๋ย  ค้าข้าว การผลิตเส้นหมี่ การทำทอง การประมง  ช่างกลึง ช่างเชื่อมโลหะ  และการขนส่งสินค้า หลายคนเริ่มจากแรงงานรับจ้างที่ท่าเรือหรือโรงสีข้าว ก่อนจะตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขยายไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่

ย่านสำคัญที่ชาวจีนกวางตุ้งตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ ได้แก่ เยาวราช สำเพ็ง บางรัก (ตรอกซุง ตรอกไก่) และคลองสาน ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวจีนในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีการตั้งโรงเรียนจีน เช่น โรงเรียนเผยอิง และโรงเรียนจีนในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและภาษาจีนให้กับลูกหลาน

อาชีพของคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้งมีความหลากหลาย ตั้งแต่พ่อค้า แม่ค้า เจ้าของโรงงาน ไปจนถึงนักธุรกิจระดับประเทศ  โดยประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การค้าขาย ทองคำ การทำธุรกิจ โรงน้ำแข็ง รวมถึงการเป็น เจ้าของกิจการร้านอาหาร ซึ่งอาหารกวางตุ้งหลายชนิดก็เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยจนถึงทุกวันนี้  เช่น ติ่มซำ  ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา ไข่เยี่ยวม้า  เป็ดย่าง   หมูแดง

บุคคลสำคัญของจีนที่เป็นชาวกวางตุ้งได้แก่  ซุนยัดเซ็น  ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน

มีบุคคลไทยคนสำคัญหลายท่านที่มีเชื้อสายจีนกวางตุ้ง เช่น  นายอนุทิน ชาญวีรกูร  นายกรัฐมนตรี  พ.ศ. 2568    พระยาภักดีนรเศรษฐ์ผู้ก่อตั้งบริษัทรถเมล์ขาว ซึ่งนับเป็นต้นกำเนิดของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ

โดย อาทร  จันทวิมล

ขอบคุณภาพจาก wikipedia

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเฉลิมพระนามสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา”..
  • เพื่อนๆยินดีกับ นพ.ธิติ แสวงธรรม ที่ได้เป็น ว่าที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข..
  • วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 2 จ.เชียงใหม่ จัดโดย ดีป้า ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ โดยมี จุลนภ ศานติพงศ์, ปรัชญา โกมณี ร่วมด้วย..
  • มิตรสหายปลื้มใจแทน ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ [NER] โชว์รายได้ 9 เดือนปี 68 เติบโต 24.28% กำไรสุทธิ 1,489.42 ล้านบาท พร้อมมั่นใจทิศทางธุรกิจยางพาราเติบโตต่อเนื่อง..
  • ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ดร.นิพนธ์ นาชิน ซีอีโอ บจ.อัลฟ่าเซค ได้ไปบรรยายเรื่องการยกระดับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยี (Privacy-Enhancing Technologies) ในงาน Thailand Reinsurance Conference 2025 จัด โดย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย..
  • ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ ชวนชาว Digital CEO#2 ประภาพรรณ พิชัยคำ, ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์, สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์, นพ.ภัทรวินฑ์ อัตตะสาระ, ชนวัฒน์ วาจานนท์, ดร.ฉกาจ วิสัย มาสังสรรค์ โดยมี วัชระ เอมวัฒน์ มาอัพเดทเรื่องคริปโตให้เพื่อนๆฟังด้วย..
  • นวชัย เกียรติก่อเกื้อ ให้การต้อนรับ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ นำคณะ DJS#3 ศึกษาดูงานโซลูชันนวัตกรรมภายในศูนย์ AIS EEC ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G, IoT และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมืองและธุรกิจในยุคดิจิทัล งานนี้ นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์, พ.อ.นำพล ไพบูลย์ฐิติพรชัย, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, ผศ.ประสิทธิชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์, นพ.ปรีดี ดิษร, กฤติย์ภรณ์ เตียไพรัชกูลกิจ, กฤษกร เตกิตติพงษ์, จิตติ วัฒนจัง,ชวิศ ยงเห็นเจริญ, บรรจง พูลศรี, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล , ดร.สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี,   จิรวัฒน์ เด่นแดนโดม, ธนภัทร นิลวัชรมณี, พชร แก้ววิเศษ, พีระ เชาว์เฉลิมพงศ์, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, ดร.ศิรญา ชาวนา, สันต์ทศน์ สุริยันต์,  สุภิรัก แสงอรุณศิริ ร่วมด้วย..
  • ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม วันเกิดได้ไปฉลองออกรอบตีกอล์ฟกับ ณัฐพงศ์ โกวิทยานันท์และ ดร.วิชัย สีสุด..
  • การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แจ้งเตือนลูกค้า อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นพนักงานของ กปภ. ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินชำระค่าน้ำ ทั้งนี้ กปภ. ไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินค่าน้ำผ่านบัญชีบุคคล เพื่อความปลอดภัยของท่าน โปรดตรวจสอบทุกครั้งก่อนชำระเงิน..

น้องใหม่

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ'สมเด็จพระพันปีหลวง'

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.25 น.

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

6 พ.ย.2568  เป็นสุดท้าย งาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้าร่วมงาน พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเมื่อวันนี้ 5 พฤศจิกายน 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหาร ททท. ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568 นี้ ไฮไลน์ของงานมีการนำเสนอความงดงามของขบวนแห่ประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตอาหาร หัตถกรรม ศิลปะงาน Craft และกิจกรรม DIY สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทย การจำหน่ายหัตถกรรมพื้นเมือง และอาหารท้องถิ่นรสเลิศในบรรยากาศย้อนยุคที่อบอุ่น

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวย้ำว่า งาน “Maha Loi Krathong @Ayutthaya” เป็นงานที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการดึงจุดเด่นของประเทศไทยและยกระดับเทศกาลงานประเพณีของไทยให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ โดยใช้แนวทางการจัดงานที่มีมาตรฐานสากล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ รวมถึงได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับห้วงเวลาของการถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความอาลัยถวาย และรับชมพระราชกรณียกิจที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่ปวงชนชาวไทย บรรยากาศของงานเทศกาลลอยกระทงในครั้งนี้จึงสง่างาม สมพระเกียรติ และเป็นการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างดียิ่ง ซึ่งจะสร้างคุณค่าและมูลค่าในด้านการท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน

งาน Maha Loy Krathong @ Ayutthaya นำเสนอความงดงามและมนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทงอันเป็นประเพณีที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาอย่างยาวนานในเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ท่ามกลางความงดงามของโบราณสถาน ภายใต้แนวคิดแบบย้อนยุคผสมผสานวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความรุ่งเรืองภูมิปัญญาไทย โดยมีไฮไลต์กิจกรรมร่วมจุดประทีปน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขบวนแห่นางนพมาศและพิธีจองเปรียงย้อนสมัยอยุธยาเรืองรอง นำโดย นางสาวโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จ๊ะจ๋า พริมรตา และบิ๊ก ศรุต การแสดงดอกไม้ไฟโบราณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ อาทิ โขน, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, หุ่นละครเล็ก, หนังใหญ่ และเพลงพื้นบ้าน การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ กัน นภัทร เก่ง ธชย โก้ มิสเตอร์ แซกแมนและมี่เดอะสตาร์ ไรอัล กาจบัณฑิต VIETRIO ไข่มุก รุ่งรัตน์ ฟีโน่ เดอะระนาด และสุนทราภรณ์ การจัดซุ้มถ่ายภาพ AI ชุดไทย รวมถึงจำลองการลอยโคม พร้อมสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทยผ่านกิจกรรมสาธิตศิลปะภูมิปัญญาและกิจกรรม D.I.Y. หลากหลาย อาทิ ทำเข็มกลัดริบบิ้นดำแสดงความไว้อาลัย กระทงจิ๋วจากใบตอง กระทงกาบกล้วย แม็กเน็ตจากหัวโขน สานปลาตะเพียน พร้อมซุ้มอาหารและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การตกแต่งเสริมสร้างบรรยากาศที่สง่างามและเหมาะสม เพื่อยกระดับงานเทศกาลลอยกระทงให้เป็น “มหาลอยกระทง” และเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและวันพักค้าง รวมถึงเกิดการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล  ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

ฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีปีนี้เริ่มต้นเร็วเป็นประวัติการณ์ “ProChile” กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี จับมือ “City Fresh” นำเข้าเชอร์รี่ล็อตแรกถึงไทยแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เอาใจคนรักเชอร์รี่ด้วยผลไม้นำเข้าสดใหม่ให้เลือกซื้อหา พร้อมบริการส่งถึงบ้าน และเมนูจากเชอร์รี่หลากหลายเสิร์ฟที่ร้าน City Fresh ทุกสาขา

ชิลีเป็นผู้นำการส่งออกเชอร์รี่ของโลก โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มายังภูมิภาคเอเชีย มร.ออสการ์ อาริอากาดา ผู้แทนการค้าชิลีประจำประเทศไทย  ProChile กล่าวว่า การส่งออกชิลีในฤดูกาลที่แล้วมีมูลค่าเกือบ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงสถาน ภาพที่แข็งแกร่งของชิลีในฐานะผู้ส่งออกผลไม้สดในเวทีโลก

“ชิลีมีความได้เปรียบเป็นพิเศษในการผลิตอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะผลไม้สด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีตั้งแต่เทือกเขาแอนดีส มหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลทรายอาตาคามา ไปจนถึงทวีปแอนตาร์กติกา การมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยกับมีสถาบันของรัฐที่เข้มแข็ง ตลอดจนระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ทำให้ชิลีสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปได้ทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยสามารถรัก ษามาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ ความปลอดภัยด้านอาหารและความยั่งยืนได้อย่างเข้มงวด”

นายออสการ์กล่าวว่า นวัตกรรมและระบบโลจิสติกส์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชิลีสามารถรักษาคุณภาพและความสดของผลิตภัณฑ์ สายพันธุ์เชอร์รี่ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วจะขนส่งทางอากาศก่อน จากนั้นสินค้าล็อตหลักจะส่งออกตามมาทางเรือ ประมาณกลางเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทันเวลากับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดมีความต้องการสูง

นอกจากนี้ ชิลียังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในอีกหลายประเภทผลไม้ ได้แก่ เชอร์รี่ พลัม และพรุน ในปี 2567 ชิลีส่งออกผลไม้สดมายังอาเซียนเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นเชอร์รี่อย่างเดียวกว่า 700 ล้านบาท การส่งออกเชอร์รี่มายังไทยเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี หรือ ProChile ได้จับมือร่วมกับภาคต่างๆ ของไทยทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงผู้นำเข้า ในการส่งเสริมตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพสินค้าส่งออกกลุ่มอาหารของชิลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล ผลไม้ รวมถึงเชอร์รี่ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ หรือภาคบริการต่างๆ

“City Fresh” ผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ เปิดฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีอย่างสวยงาม ด้วยสินค้าสดใหม่จากผู้ผลิตคุณภาพประเทศชิลี โดยเป็นการนำเข้าในช่วงเวลาที่รวดเร็วกว่าเดิมซึ่งเป็นช่วงเดือนธันวาคม คุณวงศรันย์ ฉัตรอมรวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท City Fresh เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริ ษัทได้จับมือ Global AG ผู้ผลิตรายใหม่ซึ่งคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถเร่งการออกผลได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท City Fresh เป็นผู้นำเข้าผลไม้จากซัพพลายเออร์อันดับต้นๆ ของชิลี ไม่ว่าจะเป็น Dole หรือ Cope Fruit ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณของสินค้า โดยคัดสรรผลไม้เกรดส่งออกหรือเกรดที่ดีที่สุดเข้ามายังไทย ก่อนที่จะกระจายให้ยี่ปั๊ว Wholesale และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ Gourmet Market และอื่นๆ รวมถึงผ่านช่องทางของ City Fresh เองไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายออนไลน์ เดลิเวอรี่ หรือหน้าร้าน

“หลักสำคัญของเราคือคุณภาพต้องได้ ราคาเป็นเรื่องตามมา เราพยายามคัดสรรซัพพลายเออร์ที่ดี ที่มีการ QC ตรวจสอบคุณภาพแล้วตรงตามเกณฑ์ที่เราได้ตั้งมาตรฐานไว้” คุณวงศรันย์กล่าว พร้อมเปิดเผยอีกว่า บริษัทฯ นำเข้าเชอร์รี่ชิลีทุกปี เนื่องจากเป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบที่สุดรวมถึงความมีคุณภาพ เนื้อแน่น กรอบ รู้สึกถึงความสดใหม่เมื่อรับประทานและเก็บรักษาได้นาน อีกทั้งอยู่ใน range ราคาที่จับต้องได้

เชอร์รี่ชิลี ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล จะมีราคาจำหน่ายปลีกในไทยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,700-1,800 บาทตามแต่ขนาดของผลไม้ มีทั้งไซซ์ 28-30 หรือ 30-32 มิลมิเมตร โดยสำหรับ City Fresh เอง จะนำเข้าอย่างต่อเนื่องให้เพียงพอกับการรอคอยและความต้องการของผู้บริโภคเชอร์รี่ จากการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ที่ขาดช่วงไปในระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับแฟนพันธุ์แท้เชอร์รี่ ที่ City Fresh นอกจากจะจำหน่ายผลเชอร์รี่สดจากชิลีเป็นพระเอกในช่วงปลายปีแล้ว ยังมีการรังสรรค์เมนูสมูตตี้ เค้ก ทาร์ต และพายเชอร์รี่ จำหน่ายที่  Concept Store ภายใต้คอนเซปต์ “Community for fruit lover” หรือสังคมคนรักผลไม้ ตั้งอยู่ที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 08.30-18.00 น. หรือ ที่คาเฟ่ผลไม้สาขา  Central World ชั้น 5 และสาขาที่กำลังจะเปิดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ที่ สยามพารากอน ชั้น 5

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.18 น.

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์แห่งภูมิภาคอาเซียน ได้สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้” โดยมี 9 แฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำในเครือ ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมออกแบบ ได้แก่ Jaspal, Misty Mynx, CPS CHAPS,CC Double O, Royal Ivy Regatta, LYN, Lyn Around, Jelly Bunny และ Quinn เพื่อสะท้อนแนวคิดของการส่งต่อสิ่งดีๆ ทั้งจากผู้ให้และผู้รับ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ยัสปาล กรุ๊ป เชื่อมั่นในพลังแห่งการให้ และการแบ่งปันให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้คนและสังคม สามารถเดินหน้าพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน โดยมองว่าเมื่อการให้ไม่ได้จำกัดแค่ในรูปแบบของการบริจาคเงิน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่ลวดลายงานดีไซน์บนของที่ระลึกของมูลนิธิรามาฯ ได้ จึงได้ผนึกกำลังดีไซเนอร์จาก 9 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำในเครือมาร่วมถ่ายทอดไอเดียส่งต่อแรงบัน ดาลใจผ่านลวดลายบนของระลึกการกุศลในคอลเลกชั่นพิเศษ “The Power of Sharing พลังแห่งการให้” เพื่อแทนคำขอบคุณและกำลังใจ”

ขอเชิญส่งต่อความห่วงใยผ่านคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศลที่สวยงามทันสมัย มีหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งเสื้อยืด เสื้อโปโล กระเป๋าหลากดีไซน์ ร่ม หมวก ที่ทุกคนสามารถเลือกใช้ในชีวิตประจำวันหรือเลือกเป็นของขวัญพิเศษที่มีความหมายให้กับคนที่คุณรักในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ได้แก่ แบรนด์ Jaspal ออกแบบโดย นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ได้แรงบันดาลใจการออกแบบของที่ระลึกมาจากคุณค่าของการแบ่งปัน การมอบความรัก และความสามัคคี (The Beauty of Sharing, Giving love, and Togetherness) ดีไซน์ผ่านลายเส้นรูปกลุ่มคนที่จับมือกัน ลงบน เสื้อยืดและกระบอกน้ำ พร้อมส่งต่อความหมายของการสร้างความอบอุ่น ความเข้าใจ และความสุขให้แก่ผู้คนในสังคม

แบรนด์ Misty Mynx ออกแบบโดย กัลยา นาคอ่อน จากความตั้งใจที่อยากจะส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปันผ่านมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง โดยถ่ายทอดผ่านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์เป็นรูปหัวใจสีสันสดใสบนพื้นสีม่วงในสไตล์ที่โดดเด่นบน ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังบวกสู่สังคม

แบรนด์ CPS CHAPS ออกแบบโดย นรากร เสมาฉิม กับงานดีไซน์ที่สะท้อนพลังบวกอันเกิดจากการแบ่งปันผ่านรูปมือที่เชื่อมโยงกับรูปปิ๊กกีต้าร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ สื่อถึงความร่วมมือ ความสามัคคี และการเกื้อกูล รวมไปถึงรูปนกพิราบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความบริสุทธิ์ และดอกไม้ที่แสดงถึงความเมตตา ความอ่อนโยน และความหวัง ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก

แบรนด์ CC Double O ออกแบบโดย กษมา ชาวอุทัย ที่ต้องการสื่อถึงพลังเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งคนยื่นมือออกไปช่วยเหลืออีกคนหนึ่ง โดยตีความผ่านภาพมืออุ้มหัวใจ ที่ใช้ตัวอักษร C และ O สัญลักษณ์ของแบรนด์มาจัดวางให้กลายเป็นรูปหัวใจ ลงบนเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าเพื่อสื่อถึงความรักและความอบอุ่นที่เกิดจากการให้ ซึ่งคือพลังแห่งการแบ่งปัน ที่ทุกคนสามารถร่วมสร้างได้

แบรนด์ Royal Ivy Regatta ออกแบบโดย ณัฐณิชา ธรรมวาริน ที่ออกแบบผ้าพันคอดีไซน์สุดเก๋ด้วยแนวคิดBloom ถ่ายทอดผ่านดอกลิลลี่ ที่กำลังบานสะพรั่ง สื่อถึงการฟื้นคืนพลังและการเติบโตอย่างงดงาม เปรียบเสมือนชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันน้ำใจของผู้ให้ ทำให้ผ้าพันคอที่ออกแบบในครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการส่งต่อพลังแห่งความหวังและความมีชีวิตชีวาให้กับสังคม

แบรนด์ LYN ออกแบบโดย เบญญา กรรณทิพย์สกุล มาในดีไซน์ลวดลาย “Infinite Love” บนกระเป๋าสะพาย เพราะหัวใจเป็นสื่อกลางของการส่งต่อความสุข และเป็นตัวแทนของผู้ให้ ส่งต่อถึงผู้รับ จึงได้ออกแบบรูปหัวใจที่เรียงต่อกันเป็นใบโคลเวอร์ 4 แฉก ซึ่งหมายถึง ศรัทธา ความหวัง ความรัก และความโชคดี ที่อยากจะแบ่งปันความสุขให้กันและกัน

แบรนด์ Lyn Around ออกแบบโดย อภิรติ มะลิซ้อน โดยลวดลายต่างๆ บน เสื้อยืด ร่มพับ และหมวกได้ถูกสะท้อนถึงแนวคิดเรื่องความรัก การสนับสนุน และการทำงานร่วมกันในสังคม ด้วยรูปนกสื่อที่ถึงอิสรภาพ, ดอกทานตะวันสัญลักษณ์ของความหวัง และหัวใจติดปีกสื่อถึงการส่งต่อความเมตตาจากใจหนึ่งไปสู่อีกใจหนึ่ง และยังมีแมว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสดงออกถึงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้ง ผ่านลายเส้นศิลปะ และความน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

แบรนด์ Jelly Bunny ออกแบบโดย หทัยฉัตร องคสิงห์ สะท้อนความสุขของการแบ่งปันและความอบอุ่นผ่านงานฝีมือทุกองค์ประกอบบน กระเป๋าผ้าแคนวาสขนาดเล็กและขนาดใหญ่  ได้เริ่มต้นจากการปั้นดินเป็นรูปทรงที่มีความหมาย เช่น มือที่โอบรับกัน หัวใจ โลก และช่อดอก ไม้ สัญลักษณ์ของการส่งต่อความรักและพลังบวก ที่เปรียบเสมือนของขวัญจากหัวใจ มอบให้ด้วยความตั้งใจ เป็นพลังเล็กๆ ที่เติมกำลังใจให้กับผู้รับในทุกวัน

แบรนด์ Quinn ออกแบบโดย เกื้อบุญ ชวนบุญ กับกระเป๋าทรงถังที่ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า ‘การให้’ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สิ่งของ แต่หมายถึงการแบ่งปันพลังบวก น้ำใจ และความหวังระหว่างกัน จึงนำตัวอักษร Q อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มาถ่ายทอดในรูปแบบกราฟิกที่เรียงร้อยอย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิด Unity หรือความเป็นหนึ่งเดียวแม้จะแตกต่างกันในรูปทรง แต่สามารถเรียงองค์ประกอบให้เกิดความเคลื่อนไหวที่สอดประสานกัน เปรียบเหมือน “สายใยแห่งการให้” ที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ทาง JPS CLUB (เจพีเอส คลับ) โปรแกรมสมาชิกจากยัสปาล กรุ๊ป ขอเชิญชวนสมาชิกร่วมบริจาคคะแนนผ่านทางแอปพลิเคชั่น JPS CLUB  เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้อีกด้วย (การแลกคะแนนสะสมเพื่อร่วมบริจาคในครั้งนี้ ไม่สามารถใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภา ษีในการขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีประเภทอื่นๆ ได้ รวมทั้งไม่สามารถขอเป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบอนุโมทนาบุญในนามบุคคลได้​)

ยัสปาล กรุ๊ป และดีไซเนอร์จาก 9 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำในเครือ พร้อมส่งมอบของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่น “The Power of Sharing พลังแห่งการให้” และขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งการให้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างของคุณ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ร่วมอุดหนุนของที่ระลึก พร้อมร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง สั่งซื้อและเลือกชมของที่ระลึกได้ที่ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเว็บไซต์ http://www.ramafoundation.or.th หรือทาง LINE @ramafoundation ,โทร.0 2201 2222 (ใบเสร็จซื้อของที่ระลึกไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้)

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร

นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ดีไซเนอร์แบรนด์ JASPAL

นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ดีไซเนอร์แบรนด์ JASPAL

กัลยา นาคอ่อน ดีไซเนอร์แบรนด์ misty mynx

กัลยา นาคอ่อน ดีไซเนอร์แบรนด์ misty mynx

นรากร เสมาฉิม ดีไซเนอร์แบรนด์ CPS CHAPS

นรากร เสมาฉิม ดีไซเนอร์แบรนด์ CPS CHAPS

กษมา ชาวอุทัย ดีไซเนอร์แบรนด์ CC DOUBLE O

กษมา ชาวอุทัย ดีไซเนอร์แบรนด์ CC DOUBLE O

ณัฐณิชา ธรรมวาริน ดีไซเนอร์แบรนด์ ROYAL IVY REGATTA

ณัฐณิชา ธรรมวาริน ดีไซเนอร์แบรนด์ ROYAL IVY REGATTA

เบญญา กรรณทิพย์สกุล ดีไซเนอร์แบรนด์ LYN

เบญญา กรรณทิพย์สกุล ดีไซเนอร์แบรนด์ LYN

อภิรติ มะลิซ้อน ดีไซเนอร์แบรนด์ lyn around

อภิรติ มะลิซ้อน ดีไซเนอร์แบรนด์ lyn around

หทัยฉัตร องคสิงห์ ดีไซเนอร์แบรน์ Jelly Bunny

หทัยฉัตร องคสิงห์ ดีไซเนอร์แบรน์ Jelly Bunny

เกื้อบุญ ชวนบุญ ดีไซเนอร์แบรนด์ QUINN

เกื้อบุญ ชวนบุญ ดีไซเนอร์แบรนด์ QUINN

เสื้อยืด และกระบอกน้ำ JASPAL ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด และกระบอกน้ำ JASPAL ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า misty mynx ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า misty mynx ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก CPS CHAPS ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก CPS CHAPS ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืดและกระเป๋าผ้า CC DOUBLE O ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืดและกระเป๋าผ้า CC DOUBLE O ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ผ้าพันคอ ROYAL IVY REGATTA ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ผ้าพันคอ ROYAL IVY REGATTA ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าสะพาย LYN คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าสะพาย LYN คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด ร่มพับและหมวก lyn around คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด ร่มพับและหมวก lyn around คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าผ้าแคนวาส Jelly Bunny ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าผ้าแคนวาส Jelly Bunny ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าทรงถัง QUINN ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าทรงถัง QUINN ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เทศกาลอาหารแห่งปี! Gourmet Tastival 2025 รวมที่สุดของความอร่อยในคอนเซ็ปต์ The Flavor Kingdom

เทศกาลอาหารแห่งปี! Gourmet Tastival 2025 รวมที่สุดของความอร่อยในคอนเซ็ปต์ The Flavor Kingdom

เทศกาลอาหารแห่งปี! Gourmet Tastival 2025 รวมที่สุดของความอร่อยในคอนเซ็ปต์ The Flavor Kingdom

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.59 น.

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลอาหารแห่งปีที่สายกินรอคอย! “Gourmet Tastival 2025 โดย กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลก และ กูร์เมต์ อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป  พร้อมเปิดประสบการณ์ท่องโลกแห่งรสชาติที่ไม่รู้จบ ในคอนเซปต์   The Flavor Kingdom  ให้เหล่านักชิมออกตามล่ารสชาติที่ถูกใจจากทั่วโลก ระหว่างวันที่ 4–12 พฤศจิกายน 2568 ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์

โดยภายในงาน ชวนทุกคนออกเดินทางค้นหารสชาติใน 3 โซนหลัก ได้แก่

 The Hidden Flavor – ตามล่า จานอร่อยเมนูแรร์ ลิ้มรสวัตถุดิบหายาก และร้านระดับตำนาน อาทิ  Smoked โดย เชฟแพม- พิชญา อุทารธรร นำเสนอ เนื้อรมควันสูตรพิเศษ  ที่นุ่มและมีกลิ่นหอมรมควันเข้าเนื้อด้วยไม้มะขาม ไม้ลำไย และไม้ลิ้นจี่  ก๋วยเตี๋ยวซุปปลาหมึกจากชลบุรี ร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปหอมปลาหมึกแห้งเข้มข้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงสูตรดั้งเดิม  นิภา หมูหัน หมูหันญวนเจ้าแรกของเมืองไทย เปิดมานานกว่า 60 ปี ทุกตัวผลิตจากฟาร์มออกแกนิค สุกี้พรศิริ เจ้าดังย่านอารีย์ สูตรเด็ดจะอยู่ที่ซอสมาสเตอร์  รวมถึงเมนูลับอย่าสุกี้ผักกรอบ  สุกี้ช้างเผือก  ร้านดัง จ. เชียงใหม่ กลับมาสร้างปรากฎการณ์ความอร่อยอีกครั้งกับเมนูสุกี้แห้ง-น้ำ และเมนูสุกี้มาเหนือ ใส่ไส้อั่วสูตรพิเศษ   หมึกมันไก่  ข้าวมันไก่สไตล์สงค์โปร์ ไก่นุ่มฉ่ำตับ นุ่ม เนียน คล้ายฟัวกราส์ละมุนลิ้น  ทุเรียนไข่มุกทอง   จากบ้านไร่ธนิสร  สายพันธุ์ใหม่จากเบตง  มีเปลือกเป็นสีเหลืองทองอร่าม เนื้อเหลืองเนียน รสชาติหวานมันกลมกล่อม NOOD’S บะหมี่คลุกเข้มข้น จาก อาเล็ก ธีรเดช รสชาติกลมกล่อม มากับหมูสับหมูชิ้นและหมูบะช่อ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยหมูกระจก

All Star Flavor –เมนูพิเศษระดับ All Star   สนุกกับเมนูคอลแลบสุดครีเอทีฟ ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น และเมนูจากเซเลบริตี้ดัง อาทิ Yogurtbara แบรนด์โยเกิร์ตพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้  เสิร์ฟในรูปแบบ โยเกิร์ตพร้อมดื่มแบบถุงดูด และ กรีกโยเกิร์ต เนื้อครีมมี่ ขาหมูบ้านไร่ จากเพจน้องตี๋พี่โคโค่

โดดเด่นด้วยรสชาติที่เข้มข้น น้าราดเค็มหวานกำลังดี   Pig Me Up คอหมูย่าง พรีเมียม จาก นักแสดงหนุ่ม เจมีไนน์  นรวิชญ์  คัดเฉพาะส่วนที่ดีที่สุด หมักนิ่มทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ  Rowie’s Coffee คาเฟ่สุดคิ้วท์โดยนักแสดงหนุ่ม ฟอส  จิรัชพงศ์ ร้านเครื่องดื่มที่สะดุดตาด้วยสัญลักษณ์แมวดำ  BUONO Ice Cream ไอศครีมเจลาโต้ รสชาติขนมไทย ทำจากผลไม้ไทย  clumsypie.bkk ร้านใหม่มาแรงเสริฟ์พายอบใหม่ พายโฮมเมดสดใหม่สไตล์ออสซี่ โดย เชฟต่อ แห่ง Clay Bangkok

First Flight Flavor – เสิร์ฟตรง รสชาติใหม่ที่คุณรอคอย พบร้านดังและเมนูจากไทย- ต่างประเทศที่มาเปิดตัวครั้งแรกในไทย   MidWinter Khao Yai ร้านดังดีกรีมิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน,ที่มาเปิดตัวเมนูใหม่ครั้งแรกในงานนี้กับเมนู Kansas Croissant Hotdog ฮอทดอกในรูปแบบใหม่ โดยใช้     ครัวซองเนยสดห่อไส้กรอก  Mr.Mulder By Chef Joe  ชูครีมเนเธอร์แลนด์ ไส้ครีมสดทะลักเต็มคำ ย่านเสรีไทย    Wazuka Cha Premium Kyoto tea ชาเขียวเกรดพรีเมียมทั้งจากเมืองยาเมะ ฟุกุโอกะ และ เมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ชงสดใหม่และทำเป็นไอศกรีมเจลาโต้ ไล่ระดับความเข้มทั้งเกรดพิธีการ และเกรดพรีเมียมGroobGlacé  ไอศกรีมกรุบกรอบ โดยเชฟฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย จาก MasterChef Thailand Season 4 มีรสชาติพิเศษเฉพาะในงานนี้ ได้แก่ รสกล้วยไข่กับแตงโมปลาแห้ง  After School Burger ร้านเบอร์เกอร์ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเปิดตัวเมนูเบอร์เกอร์ลาบทอดเนื้อวากิว เป็นที่แรก  Mr.Mulder by Chef Joe  ซูเช่ (Soesjes) ขนมพื้นเมืองของเนเธอร์แลนด์ แป้งบางเบา นุ่มฟู และมีไส้ครีมสดที่เข้มข้น หอมเนย และหวานกำลังดี 

โปรโมชันพิเศษ สำหรับนักชิมตัวยงมาร่วมเล่นเกมสะสมแต้ม อิ่มอร่อยกับร้านดังครบทุก 3 โซน โซนละ 2 ร้าน  และรับกระเป๋า Shopping Bag  จากกูร์เมต์อีทส์ รวมมูลค่า 390 บาท ฟรี ทันที *ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด   

นอกจากนี้ Gourmet Tastival 2025   ยังพร้อมต่อเนื่องความอร่อยสู่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต  และ กูร์เมต์ อีทส์ สาขา พารากอน ​เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ ระหว่างวันที่  13 พฤศจิกายน –   10 ธันวาคม 2568   โดยสามารถพบกับร้านดังทั้ง 3 หมวดหมู่  ที่ผลัดเปลี่ยนมาเสิร์ฟความอร่อยตลอดช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง พร้อมสาธิตการทำอาหารสุดเอ็กคลูซีฟอีกมากมาย   ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   Facebook: Gourmet Market Thailand และ Gourmet Eats The Mall Group 

‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ เรื่องราว ‘ความรัก’ ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น

‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ เรื่องราว ‘ความรัก’ ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น

‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ เรื่องราว ‘ความรัก’ ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  นำเสนอเรื่องราวของ “ความรัก” ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น กับ Absolute Siam Store Presents ‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ คอลแลบส์สุดพิเศษที่ผสานโลกของแฟชั่นและภาพยนตร์เข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนพลังความสนุกและเสน่ห์เฉพาะตัวในทุกรายละเอียด

‘ลงนวมบอยส์’ ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความโรแมนติกสุดอลวนจากภาพยนตร์ ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวของความรักในทุกมิติ ผ่าน “เสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย”ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉากสำคัญในภาพยนตร์ พร้อมด้วย  “The Spirit of Love Perfume Balm” — บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นพิเศษที่ปลุกเสน่ห์และพลังในตัวคุณ ภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งความรักจากภาพยนตร์เรื่องนี้

ในวันเปิดตัวคอลเล็กชั่น ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์, Absolute Siam Store และ ตัวแทนแบรนด์ลงนวมบอยส์ พร้อมด้วย ผู้บริหารจังก้าสตูดิโอ ผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ มาร่วมงานที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

ร่วมสัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักที่มาพร้อมทั้งพลังและความป่วน ผ่านเสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย และ บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกโรแมนติกสุดอบอุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ รายละเอียดเพิ่มเติม: Line@ : @absolutesiamstore

ครั้งแรกในไทยกับการแข่งขัน REDLINE Fitness Games ปลุกพลังความฟิตกับ Functional Fitness ระดับโลก

ครั้งแรกในไทยกับการแข่งขัน REDLINE Fitness Games ปลุกพลังความฟิตกับ Functional Fitness ระดับโลก

ครั้งแรกในไทยกับการแข่งขัน REDLINE Fitness Games ปลุกพลังความฟิตกับ Functional Fitness ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมระเบิดพลังและพิสูจน์ความแกร่งของร่างกายและจิตใจ เมื่อ REDLINE Fitness Games Bangkok 2025 สุดยอดการแข่งขัน Functional Fitness ในรูปแบบซีรีส์จากมาเลเซีย พร้อม แล้วที่จะเปิดฉากการแข่งขันครั้งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2568

ภายใต้ธีมที่กระตุ้นอะดรีนาลีนอย่าง “GET READY TO REDLINE! เหนือขีดจํากัด ไม่ว่าจะใครคุณก็สามารถฝ่า ขีดจํากัดตัวเองได้” REDLINE คือสนามประลองสุดท้าทายที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบองค์ รวม ผ่าน 12 ด่าน Functional Fitness คือ Run, Ski, Deadball Burpees, Bike, Farmer’s Carry, Row และด่านท้าทายอื่นๆ รวม 12 สเตชั่นที่ต้องใช้ความเร็ว ความแข็งแกร่ง ความอดทน และกลยุทธ์

REDLINE Fitness Games ถูกออกแบบมาเพื่อต้อนรับนักกีฬาและผู้รักการออกกําลังกายจากทุกระดับ ประสบการณ์ ให้มีโอกาสได้ผลักดันตัวเองไปถึงขีดสุดในเวทีระดับโลก การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก

และมีระดับความยากที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม คือ  Singles (บุคคล): แบ่งเป็น Level 1 (Beginner), Level 2 (Intermediate), และ Level 3 (Advanced) เพื่อให้นักกีฬาทุกคนสามารถค้นหา “REDLINE” ของตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยผู้ชนะใน หมวด Advanced มีโอกาสคว้ารางวัลและเงินรางวัลรวมอันน่าตื่นเต้น

หมวด Doubles (คู่): จับคู่กับบัดดี้ของคุณเพื่อสลับกันพิชิต 12 ด่านในรูปแบบ “You-Go–Go” (สลับกันทํางาน) Team Relay (ทีมผลัด): รวมทีม 4 คนเพื่อร่วมใช้กลยุทธ์และความสามัคคีในการเข้าเส้นชัย Corporate Team (ทีมกลุ่ม 4 คน) ทีมใหม่ในประเทศไทย สลับกันพิชิต 12 สถานีในรูปแบบ You-Go-I-Go (สลับกันทํางานในแต่ละด่าน ยกเว้นด่านวิ่ง) เน้นกลยุทธ์ ทีมเวิร์ก และความสามัคคีบนเวที  REDLINE

การนำการแข่งขัน REDLINE Fitness Games มาจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของวงการ Functional Fitness ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพในประเทศไทย และมอบเวทีที่น่าตื่นเต้นให้ทุกคน   ตั้งแต่นักกีฬามืออาชีพไปจนถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกําลังกายในยิม  ได้มาทดสอบความฟิตของตนเองในบรรยากาศที่สนุก เร้าใจ และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เดือนธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง และค้นหา “REDLINE” ของตนอย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน หรือต้องการซื้อบัตรเข้าชมเพื่อสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่อัดแน่นด้วยพลังงาน สามารถลงทะเบียน/ซื้อบัตร และ เยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://redlinefitnessgames.com/bangkok/

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน (Hokkien 福建人) หรือหมิ่นหนาน   (Minnan) มีนิสัยชอบค้าขาย กล้าเสี่ยง กะตือรือล้น เป็นคนจีนกลุ่มแรก ๆ ที่อพยพออกมาจากพื้นแผ่นดินใหญ่ไปตามประเทศต่าง ๆ เนื่องจากเป็นมณฑลที่อยู่ติดทะเลจึงสามารถออกจากประเทศได้ง่ายกว่ามณฑลอื่น  ส่วนใหญ่มาจากบริเวณเมืองเซี่ยเหมิน (เอ้หมึง)  จางโจว  เฉวียนโจว  ฝูโขว  ผูเถียน จางผิง  หลงหยาน  ในมณฑลฝูเจี้ยน (Fujian) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน  และจากเกาะไต้หวัน  ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งและ หมิง ชาวฮกเกี้ยนมีชื่อเสียงด้านการเดินเรือและการค้าขายระหว่างประเทศ   เป็นนักเดินทางที่กล้าหาญ เป็นพ่อค้าที่ชาญฉลาด และมีความสามารถในการปรับตัวสูง

การอพยพของชาวฮกเกี้ยนเริ่มต้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะช่วงปลายราชวงศ์หมิงและต้นราชวงศ์ชิง (ราวศตวรรษที่ 17–18) สาเหตุหลักคือความยากจน ความขัดแย้งทางการเมือง และความหวังในการสร้างชีวิตใหม่ในดินแดนที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่า   ประเทศที่ชาวฮกเกี้ยนนิยมอพยพไปได้แก่  สิงคโปร์  อินโดนีเซีย(สุราบายา และเมดาน) มาเลเซีย (ปีนัง มะละกา)  ญี่ปุ่น(โกเบ นางาซากิ)  ไทย (ภูเก็ต  กรุงเทพ)  ฟิลิปปินส์(มนิลา)  สหรัฐอเมริกา (นิวยอร์ค)  แคนาดา อิตาลี เมียนมาร์ (ย่างกุ้ง) เวียดนาม (ไซ่ง่อน)     ที่กรุงศรีอยุธยา มีชุมชนชาวฮกเกี้ยน ใกล้วัดสุวรรณดาราม  ตรงข้ามวัดพนัญเชิง 

กรุงเทพ  ภูเก็ต  สงขลา สตูล  ระนอง กระบี่  ตรัง ชุมพร  นราธิวาส  ปัตตานี เป็นที่อยู่ของชาวฮกเกี้ยนที่อพยพมาเมืองไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์แบบเสื่อผืนหมอนใบ   เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญ  ชาวฮกเกี้ยนในภูเก็ต มีบทบาทสำคัญใน การเป็นคนงานในเหมืองแร่ดีบุก และต่อมาชาวฮกเกี้ยน ในกรุงเทพซึ่งอยู่กันมากแถบตลาดน้อย  ศาลเจ้าโจวซือกง  ท่าเรือโปเส็ง ได้ตั้งโรงงานผลิตสินค้า และศูนย์การค้า เช่น รองเท้านันยาง  ไทยชูรสตราชฎา บริษัทซีคอนก่อสร้าง ซีคอนสแควร์  

ชาวไทยเชื้อสายฮกเกี้ยนมีลักษณะนิสัยที่โดดเด่น คือ  ขยัน อดทน และกล้าสู้ พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงตัว  สมถะ ไม่โอ้อวดตัว  อ่อนนอกแข็งใน   เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ในเหตุผล ไม่ยอมเสียเปรียบคนอื่น    ยึดหลัก “ฟ้าลิขิตสาม ความพยายามเจ็ด (三分天注定,七分靠打拼)… หมายความว่าความสำเร็จสามส่วนมาจากโชคชะตา  อีกเจ็ดส่วนมาจากความพยายามและความสามารถของตนเอง    คนฮกเกี้ยน  รักครอบครัวและชุมชน: มีการรวมกลุ่มอย่างเหนียวแน่น   ชอบค้าขายและการศึกษา มีความใฝ่รู้และมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง   ไม่ชอบความขัดแย้ง มักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง

สิ่งที่ชาวฮกเกี้ยนชอบคือ การรวมญาติ การไหว้บรรพบุรุษ การทำบุญ การค้าขาย   ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบคือความวุ่นวาย ความไม่มั่นคง และการละเมิดขนบธรรมเนียม   

ต้องสู้ถึงจะชนะ (爱拼才会赢)เป็นคติที่ถูกปลูกฝังให้ลูกหลานชาวฮกเกี้ยนทั่วโลกมีความกระตือรือร้นในการยกระดับชีวิตของตน

อาหารฮกเกี้ยนที่มีชื่อเสียงได้แก่  บะกุเต๋  ปาท่องโก๋  พระกระโดดกำแพง   หมี่ฮกเกี้ยน 

คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนคือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะในภาคใต้และเมืองท่าต่าง ๆ เป็นนักสู้ที่กล้าฝัน กล้าทำ และกล้าสร้างรากฐานใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย พร้อมส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงงดงามและมีชีวิตชีวาจนถึงปัจจุบัน  ตัวอย่างเช่น  ตระกูล  ณ ระนอง  หลีกภัย   โชติกเสถียร  ซอโสตถิกุล (ซีคอน)  ภิรมยภักดี (เบียรสิงห์)

โดย อาทร  จันทวิมล

ขอบคุณภาพจาก wikipedia