สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย  ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้จัด พิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 114 โดยมี ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และภริยาเป็นประธานในพิธี ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ทั้งการเมือง ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ สื่อมวลชน สมาคมและนักธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทย รวมถึงคณะทูตจากนานาประเทศ มากกว่า 1,000 คนเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

ภูชิต ธนกรเจริญ, เจีย-จิ้น เจิ้น, เพ็ญณี ไพรสานฑ์กุล, ธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานสมาคมการช่วยเหลือฉุกเฉินชาวไต้หวันประเทศไทย, บรินดา จางขจรศักดิ์, พรชัย อยู่วิมลชัย ประธานสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย, ปีเตอร์ หลัน ผอ.ใหญ่ สนง.เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และภริยา, พิพัฒน์ หวังพิชิต ที่ปรึกษาประธานาธิบดีไต้หวัน, สุจิตรา ลาภธีรวุฒิ ที่ปรึกษาการเมืองสภาบริหาร, ระบุ ตั้งทองทวี นายกสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย, เฉิน ฮั่นชวน และ โซเฟีย หยาง ร่วมดื่มเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 114 ปี วันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

 ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยกล่าวปราศรัย

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ปธ.นสพ.แนวหน้า, พนิดา-พงษ์เทพ เทพกาญจนา และ …………….. ร่วมยินดี

ปีเตอร์ หลัน และภริยาถ่ายภาพร่วมกับตัวแทนศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง) และสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้กล่าวคำปราศรัยว่า ตนเองได้ให้จำกัดความสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ไว้ 3 ประการคือ งดงาม (Beautiful) นวัตกรรม (Innovative) และมีความยืดหยุ่น (Resilience) ประการแรก ไต้หวัน “งดงาม” ไต้หวันเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในหมุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปไต้หวันมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี และในปี ค.ศ. 2024 มีเพื่อนๆ ชาวไทยเดินทางไปไต้หวันเกือบ 400,000 คน

คณะผู้แทนที่ปรึกษานโยบายทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันและสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

สมาคมไต้หวันและโรงเรียนนานาชาติไทย-จีน TCIS

สมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล

ESG Service Corporation Association

ประการที่สอง ไต้หวันมีความเป็น “นวัตกรรม” ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก จากประกาศผลการการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของโลกประจำปี 2025 ของสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่า ไต้หวันครองอันดับที่ 6 จากตัวอย่างการสำรวจ 69 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก ประการที่สาม ไต้หวันมี “ความยืดหยุ่น” ในการปรับตัว ในไตรมาสที่สองของปี ค.ศ.2025 อัตราการเติบโต GDP ของไต้หวันสูงถึง 8.01% ซึ่งอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังได้ประกาศจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมในอนาคตเป็น 3% ของ GDP ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการปกป้องประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ไต้หวันกำลังเสริมสร้างแนวปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG อย่างจริงจัง รวมถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวด้านพลังงาน เพื่อรับรองอนาคตที่ยั่งยืน

สมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

คณะผู้แทนที่ปรึกษาการเมืองสภาบริหาร

สมาคมหอการค้าไทย-ไต้หวัน

ปีเตอร์ หลัน ยังเน้นย้ำว่า เรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สมดังที่ประธานาธิบดีไล่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า จะสร้าง “ประเทศแห่งเศรษฐกิจที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน” ซึ่งนายหลิน เจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงนำเสนอ “การทูตเชิงบูรณาการ” และ “การทูตเศรษฐกิจ” ให้สอดคล้องกับแนวคิดนี้ โดยจะผสานกำลังของภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริม “5 อุตสาหกรรมสำคัญที่พึ่งพาได้” (Five Trusted Industrys: Semiconductors, AI, Military, Security and surveillance, Next-generration communication) และ “นโยบายมุ่งใต้ใหม่ยุคดิจิทัล” อย่างต่อเนื่อง โดยผ่าน “แผนแม่บทการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของชาติและมิตรประเทศ”

สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย

ตัวแทนจากสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย และสมาคมสโมสรไลออนส์ตลิ่งชัน

ไกรสิทธิ์ โรจนเกษตรชัย อุปนายกศิษย์เก่ากองทุนพัฒนาความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศ ไต้หวัน-ไทย และคณะร่วมแสดงความยินดี

ดร.องอาจ เดชอิทธิรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ กีระณา-อัครวิทย์ สุมาวงศ์

ปีเตอร์ หลัน และภริยา สนทนากับแขกที่มาร่วมงาน อาทิ พนิดา-พงษ์เทพ เทพกาญจนา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ไพรัช บูรพชัยศรี, อิสระ ว่องกุศลกิจ, Stanley Kong

ไพรัช บูรพชัยศรี, อิสระ ว่องกุศลกิจ และ Stanley Kong

วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์, นิคม ไวยรัชพานิช, เจริญ นีติวัฒนวงษ์ และสุทธา พิมาลัย

พิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 114 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความยืดหยุ่นของแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน” โดยผสานภาพลักษณ์หลักของวันชาติร่วมกับอาคารไทเป 101 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไต้หวัน ส่วนประติมากรรมน้ำแข็งถูกออกแบบเป็นตัวเลข “114” โดยมีพื้นผิวตกแต่งด้วยลวดลายที่เลียนแบบแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ คู่กับแผนที่ไต้หวันที่ฝังลวดลายแผงวงจรพิมพ์ (PCB) พร้อมเสริมองค์ประกอบคำว่า “TAIWAN” เพื่อเน้นย้ำบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันให้ไต้หวันเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI Island)” ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก และต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ เทพชัย หยอง

ภายในงานยังมีการฉายวิดีโอวันชาติ ประจำปี 2568 เรื่อง “ไต้หวันที่มีความยืดหยุ่น (Taiwan the Resilient)” ซึ่งนำเสนอพัฒนาการอันโดดเด่นของไต้หวันตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความยืดหยุ่น ความสามัคคี และความไม่ย่อท้อต่อความท้าทาย สภาการค้าไต้หวัน (TAITRA) และสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ยังได้ตั้งบูธนิทรรศการ เพื่อแนะนำบริการด้านเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่สำคัญอย่าง “Taiwan International Tradeshows 2026” และเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวัน พร้อมเผยแพร่วิดีโอนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวของไต้หวัน การแสดงดนตรีโดย Thai-wan Chamber Orchestra ที่บรรเลงบทเพลงคลาสสิกและเพลงพื้นบ้านไต้หวันหลากหลายบท ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมไต้หวันได้อย่างลึกซึ้ง แขกผู้มีเกียรติหลายท่านในชุดไทยได้ร่วมกันออกมาเต้นรำอย่างเป็นกันเอง เพิ่มสีสันและบรรยากาศแห่งความรื่นเริง พร้อมแต่งแต้มกลิ่นอายความเป็นไทยให้กับงานเลี้ยงได้อย่างงดงาม

ประติมากรรมน้ำแข็งที่สื่อถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

ชานมไข่มุก Soft Power ของใต้หวัน

 Thai-wan Chamber Orchestra บรรเลงบทเพลงคลาสสิกและเพลงพื้นบ้านไต้หวันหลากหลาย สร้างความบันเทิงให้กับผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเชิญผู้ประกอบการชาชื่อดังจากไต้หวันมาตั้งบูธ เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง ชานมไข่มุกต้นตำรับ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ความหลากหลายของไต้หวันอย่างใกล้ชิด บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการต่างร่วมกล่าวคำอวยพรให้ไต้หวันเจริญรุ่งเรือง พร้อมเฉลิมฉลองวันชาติของ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อย่างชื่นมื่น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ ILC ผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้บริการมานานกว่า 55 ปี ตอกย้ำการเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางที่เน้นการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น ให้กับกองทัพภาคที่ 2 มูลนิธิ และหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพช่องปากคนไทย

ILC โดย แก้วตา องค์สรณะคม กรรมการและผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และ บุษบา จินตโสภณ กรรมการและผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ เป็นผู้แทนบริษัทนำผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจำนวน 40,020 ชิ้น มอบให้แก่กองทัพภาค 2 เพื่อสนับสนุนภารกิจของเหล่าทหารกล้า ที่เสียสละและยืนหยัดปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลโทบุญกลิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2  เป็นผู้แทนรับมอบ นอกจากนี้ยังได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันอีก 22,750 ชิ้น เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยส่งมอบให้แก่มูลนิธิและหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 แห่ง ตลอดช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันนี้ ไม่เพียงเป็นการส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการส่งต่อความห่วงใย ความใส่ใจ และความตั้งใจของบริษัทฯ ที่อยากเห็นคนไทยยิ้มได้อย่างงดงาม 

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.04 น.

ในช่วงเวลาสำคัญของการตั้งครรภ์และให้นมบุตร โภชนาการที่เหมาะสมไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อย โดยเฉพาะในด้านสมองและระบบประสาท “คุณแม่กว่า 62%** ให้ความสำคัญกับสารอาหารที่ช่วยเสริมพัฒนาการสมองของลูกเป็นอันดับแรก” สะท้อนความใส่ใจของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับลูกตั้งแต่ในครรภ์ ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังแนะว่า “โคลีน” เป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ เพื่อเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของทารกอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งถึงความต้องการนี้ แอนมัม  แบรนด์นมสำหรับคุณแม่ที่อยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลาของการตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงได้เปิดตัว “แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่ แลคโตสฟรี และมีโคลีน 4 เท่า”* อย่างเป็นทางการในงาน Amarin Baby & Kids Carnival 2025 ณ ไบเทค บางนา เพื่อตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกโภชนาการที่ทั้งมีประโยชน์และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันอย่างแท้จริงจากผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกนมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรโดย The Asian Parent พบว่า กว่า 62% ของคุณแม่ให้ความสำคัญกับสารอาหารที่ช่วยเสริมพัฒนาการสมองของลูกเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะสารสำคัญอย่าง DHA, Omega 3-6-9 และโคลีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาสมองในช่วงแรกของชีวิต

ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากผลสำรวจนี้ “แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่” จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแม่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร โดยมีจุดเด่นคือ:

  • มีโคลีน 4 เท่า*
  • ไม่มีแลคโตส เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาในการย่อยน้ำตาลแลคโตส
  • โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามิน B12 สูง ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  • โฟเลตและแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูกและพัฒนาการโดยรวมของครรภ์

นางสาวพัชรนันท์ คงธนัยรุ่งโรจน์ Senior Brand Manager – Maternal, Dairy Foods and Myanmar กล่าวว่า “เราเชื่อว่าคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับโภชนาการเป็นหลัก ซึ่งสารอาหารที่ดีไม่เพียงสำคัญกับแม่ท้องเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการของลูกตั้งแต่ในครรภ์ ‘แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่’ จึงถูกพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการนี้ ซึ่งแอนมัมส่งเสริมการดูแลครรภ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมสารอาหารหลากหลายมีประโยชน์และเพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ของครรภ์มารดา ตอบโจทย์ความต้องการของแม่รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ รวมไปถึงระยะให้นมบุตร

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ. แพทย์หญิงบงกช นราพุฒิ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ “โคลีน…กุญแจลับ เสริมพัฒนาการสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์” โดยเน้นบทบาทของโคลีนในกระบวนการพัฒนาระบบสมองและระบบประสาทของทารก พร้อมเปิดโอกาสให้คุณแม่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองนอกจากนี้ แอนมัมยังนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุคใหม่ ได้แก่:

  • นมผงรสจืดไม่เติมน้ำตาลทราย
  • นม UHT พกพาสะดวก (รสจืด, รสอิงลิชมอลต์, รสน้ำผึ้งมานูก้า)
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่มใยอาหารสูง

ทุกสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยอย่างครบถ้วนในทุกช่วงเวลาแอนมัมยังคงครองยอดขายอันดับ 1*** ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ และได้รับการโหวตจากคุณแม่ว่าเป็น Best Milk for Mom” จากเว็บไซต์ มะลิ (Mali) แพลตฟอร์มแม่และเด็กชั้นนำของไทย ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจที่คุณแม่มีต่อแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสาร ข้อมูลสุขภาพสำหรับคุณแม่ และผลิตภัณฑ์จากแอนมัมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Anmum Club Thailand

‘แอมมี่ สุนีพร’มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

'แอมมี่ สุนีพร'มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

‘แอมมี่ สุนีพร’มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

นครแห่งศรัทธานมัสการหลวงพ่อใหญ่ ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน ชมดอกหยาดวานรพักตร์” เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 . ณ วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร (วัดเขาพระงาม) อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี “นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจัดงาน สืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมร่วมพิธีตักบาตรเทโวโรหณะกับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก โดยมี  มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร2025  “แอมมี่ สุนีพร เจริญชัย” ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ในปีนี้ด้วย

การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญในเทศกาลออกพรรษา ส่งเสริมให้ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร สร้างความสามัคคีในชุมชน และอนุรักษ์เอกลักษณ์ท้องถิ่น “ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน” อันเป็นตำนานคู่เมืองลพบุรีมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ งาน “เขาพระงามเทโวโรหณะ” ยังจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นครแห่งศรัทธา นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน ชมดอกหยาดวานรพักตร์” เพื่อเฉลิมฉลอง พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล หลวงพระงาม ซึ่งมีอายุครบ 113 ปี และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตำบลเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

JASPAL (ยัสปาล) เปิดตัวแคมเปญ JASPAL Women Breast’s Friend” เพื่อตอกย้ำความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและสร้างการตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งเต้านม ภายใต้แคมเปญนี้ยังได้ออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober ที่ทางแบรนด์ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยใช้สีชมพูซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลแสดงความหวัง ความเมตตา พลังของความแข็งแกร่งและกล้าหาญของผู้หญิงที่กำลังและเคยเผชิญกับโรคนี้ มาออกแบบเป็นแฟชั่นไอเทม อาทิ เสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อโปโล คาร์ดิแกน และกางเกง เพื่อจำหน่ายตลอดเดือนตุลาคม 2568 โดยรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งมอบให้กับมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Queen Sirikit Centre for Breast Cancer Foundation) เพื่อสนับสนุนการรักษา การดูแลผู้ป่วยและการวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทย

พร้อมได้ชวน 3 อินฟลูเอนเซอร์สาวรักสุขภาพ ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ มัดหมี่ – กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์,แคร์ – ปาณิสรา ริกุลสุรกาน และ โบว์ – ชนาพร เจริญสุข เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล Pink Park Run 2025 เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โดยจัดขึ้น ณ สเตเดียม วัน สปอร์ต คอมมูนิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นอกจากการจำหน่ายเสื้อผ้าในคอลเลกชั่น Pinktober แล้ว แบรนด์ JASPAL ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ในวันเสาร์ที่ 11 และ วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคมนี้ ณ หน้าร้าน JASPAL สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เชิญชวนทุกคนถ่ายรูปตัวเองแล้วแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียโดยใช้ Template “Add Yours” ใน IG Story ก็สามารถแลกรับ Voucher เพื่อรับส่วนลดพิเศษเพื่อใช้ช้อปสินค้า และเมื่อซื้อสินค้าในคอลเลกชั่นรับเครื่องดื่มสมูทตี้  พร้อมร่วมเขียนข้อความให้กำลังใจถึงผู้ป่วยลงบนกระดาษโพสต์อิทสีชมพู ซึ่งจะถูกส่งมอบต่อไปยังผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อเป็นแรงใจและความอบอุ่นในช่วงเวลาสำคัญของพวกเขา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจถึงผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในแคมเปญ JASPAL Women Breast’s Friend” เพียงช้อปสินค้าในคอลเลกชั่น Pinktober ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งมอบให้กับ มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อสนับ สนุนการรักษา การดูแลผู้ป่วย และการวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทยต่อไป

แคร์ - ปาณิสรา ริกุลสุรกาน

แคร์ – ปาณิสรา ริกุลสุรกาน

มัดหมี่ - กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์

มัดหมี่ – กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์

 โบว์ - ชนาพร เจริญสุข

โบว์ – ชนาพร เจริญสุข

3 อินฟลูเอนเซอร์ สาวรักสุขภาพกับกิจกรรม PINK PARK RUN 2025

3 อินฟลูเอนเซอร์ สาวรักสุขภาพกับกิจกรรม PINK PARK RUN 2025

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการสมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ คณะที่ 24 ร่วมกันจัดงานแสดงความยินดีให้กับ ” พลตรีหญิงปิยนุช รัตนวิชัย ” ศิษย์โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล “สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568” ประเภทองค์กรสมาชิก สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์  เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ หอประชุมศุขศรีสมร โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ 

พลตรีหญิงปิยนุช รัตนวิชัย เคยดำรงตำแหน่ง อุปนายก และกรรมการสมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์  เป็นผู้อุทิศตนทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารงานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนตาบอดและผู้พิการทางสายตา ในตำแหน่งกรรมการมูลนิธิธรรมิกชน เพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ร่วมจัดกิจกรรมด้านการศึกษาอาชีพ และการส่งเสริมคุณธรรมแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไป

เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผ่านโครงการสื่อสารการเรียนรู้ “นายเรือเร่แห่งแผ่นดิน”รวมถึงการจัดทำหนังสือและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหลายโครงการ

-(016)

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นห้องเรียนและพื้นที่สื่อสารของเยาวชน สถิติการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะปี 2567 พบคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเยาวชนออนไลน์กว่า 346 คดีทั่วประเทศ โดยเด็กหญิงอายุ 8–14 ปีเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดกว่า 118 ราย รูปแบบการหลอกลวงส่วนใหญ่เริ่มจาก การล่อลวงออนไลน์เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ, หลอกถ่ายคลิปลามกเพื่อแบล็กเมล์, การกลั่นแกล้งทางออนไลน์, ไปจนถึง การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสมโดยไม่ตั้งใจ เช่น การคลิกโฆษณาลวง

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึง “ช่องว่างความรู้” ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มเยาวชน ที่จำเป็นต้องเร่งปลูกฝังความเข้าใจและภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างจริงจัง โดย สคส. จึงได้จัดกิจกรรมโรดโชว์เชิงรุก “PDPC SCHOOL TOUR” ลงพื้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นแห่งแรก ต่อยอดจากโครงการ “PDPC สร้างความรู้สู่ชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้สิทธิของตนเองภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

“เด็กและเยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับความรู้เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะพวกเขาเติบโตในโลกที่ทุกการคลิกคือข้อมูล กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR จึงเป็นเครื่องมือเชิงรุกที่ สคส. ตั้งใจนำความรู้เรื่อง PDPA ไปสู่ห้องเรียนจริง”

กิจกรรมโรดโชว์ PDPC SCHOOL TOUR ครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบเชิงสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย เรียนรู้ปลูกฝังตั้งแต่ห้องเรียน โดยมีทั้งเกมจำลองสถานการณ์ “ข้อมูลรั่วไหล”และ การบรรยาย “รู้สิทธิ เข้าใจ PDPA ในชีวิตประจำวัน” โดยทีมวิทยากรจาก สคส. และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security ร่วมให้ความรู้ เพื่อให้เยาวชนเห็นภาพจริงของความเสี่ยง และสามารถนำหลักการ PDPA ไปใช้ในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่บริเวณชุมชนใกล้เคียงเพื่อเผยแพร่ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในทุก ๆ อาชีพ พร้อมเปิดตัวแมสคอต “น้องซีโร่” ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานเป็นครั้งแรก 

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นการคุ้มครองข้อมูลเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เช่นกรณี หน่วยงาน ICO ของสหราชอาณาจักรสั่งปรับ TikTok 12.7 ล้านปอนด์ (ราว 540 ล้านบาท) จากการอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี กว่า 1.4 ล้านคน ใช้งานแพลตฟอร์มโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

“ในประเทศไทย มาตรา 20 ของกฎหมาย PDPA กำหนดชัดว่า การประมวลผลข้อมูลของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ต้องได้รับความยินยอมในทุกกรณี ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของเด็กยุคดิจิทัล” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “Zero Data Breach – ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็นศูนย์” ของ สคส. ที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมคุ้มครองข้อมูลตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย โดยมีแผนขยายกิจกรรมโรดโชว์ “PDPC SCHOOL TOUR” เดินหน้าสู่สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง วางแนวทางทำงานเชิงรุกทั้งการจัดกิจกรรมในโรงเรียน การอบรม การจัดทำชุดสื่อเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง มีเป้าหมายคือสร้างเครือข่ายความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเยาวชนให้แข็งแรงและยั่งยืน สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 ตุลาคมนี้ ณ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

วันนวมินทรมหาราช ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ใน หลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธานอันหาที่สุดมิได้

ขอเชิญประชาชนพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองร่วมงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ” ในวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 07.00 – 13.10 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช  ภายในงานมีกิจกรรมดังนี้  เวลา07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 50 รูป ,เวลา 07.40 น. ผู้บริหารคณะฯ ถวายไทยธรรม ,เวลา 08.05 น. พิธีถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล นำกล่าวสดุดี ,เวลา 08.15 น. สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ , เวลา 09.00 น. เจริญจิตตภาวนา 9 นาที จากนั้น ถวายภัตตาหาร จตุปัจจัยและไทยธรรม , เวลา 09.40 น. ชมการแสดงดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 จากวงดุริยางค์ทหารเรือ ,เวลา 10.30 น. ปาฐกถาเทิดพระเกียรติ โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และเวลา12.00 น. ชมการแสดงดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์  รัชกาลที่ 9 จากวงดุริยางค์ทหารเรือ

นอกจากนี้ ขอเชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๙ ปี รำลึก ใต้ร่มพระบารมี ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ระหว่างวันที่ 8 – 16 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ ได้ที่ Facebook : พิพิธภัณฑ์ศิริราช หรือ โทร.0 2414 1476

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก  ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมเปิดฉากเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก กำหนดจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี ภายใต้แนวคิดใหม่ “นางฟ้า ผจญมาร” (Angles and Mara) โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแกนหลักในการผนึกกำลังกับภาครัฐและเอกชน ล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินชั้นนำกลุ่มแรกจากไทยและต่างประเทศ ที่จะร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ชิ้นงาน จัดแสดง ณ สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” จัดขึ้นครั้งแรก ในปี 2018 โดยมีเป้าหมายผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านศิลปะร่วมสมัย และเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก นอกจากจะเป็นการสร้างเวทีศิลปะระดับนานาชาติแล้ว เทศกาลนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้หมุนเวียนในวงกว้าง ตั้งแต่ชุมชนศิลปะ ธุรกิจท่องเที่ยว และเกี่ยวเนื่องไปจนถึงเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงาน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  กล่าวว่า การจัดงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” (Bangkok Art Biennale 2026) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “นางฟ้า ผจญมาร” (Angels and Mara) ที่สะท้อนถึงความหวังท่ามกลางความตึงเครียด ความขัดแย้ง และการอยู่ร่วมกันของสองขั้วตรงข้ามในโลกปัจจุบัน โดยผลงานศิลปะจะถูกนำมาจัดแสดงบนแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัส และร่วมตีความผ่านงานศิลปะไปด้วยกัน

ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์

 ยกระดับกรุงเทพมหานคร สู่การเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

ตลอดการจัดงานที่ผ่านมา “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” เป็นหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาและค้นหาตัวตน พร้อมทั้งได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันศิลปินต่างชาติก็ได้เรียนรู้ความงดงามในแบบไทย เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ผลักดันศักยภาพ และทุนทางวัฒนธรรมของไทยสู่เวทีสากล ก่อให้เกิดคุณค่าเชิงสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานคร สู่การเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

ในปีที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีที่เรามีผู้เข้าชมกว่า 1.2 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 10,000 คน สร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยถึง 228 ล้านบาท (ข้อมูลจาก TCEB) สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เทศกาล “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2569 –28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ / บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กรุงเทพมหานคร / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินชั้นนำทั่วโลก จำนวน 60 คน เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความสุขแก่นักท่องเที่ยว และผู้รักศิลปะได้ชื่นชมผลงาน พร้อมอัปเดตเทรนด์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 สานต่อความสำเร็จจาก 4 ครั้งที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์  ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  กล่าวว่า เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของกรุงเทพมหานคร กับการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติระดับโลก ที่ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมแห่งภูมิภาค การจัดงานครั้งนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจาก 4 ครั้งที่ผ่านมา เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2018 และต่อเนื่องในปี 2020, 2022 และ 2024  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง

ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-นานาชาติร่วมแสดงผลงานศิลปะ

รายชื่อ 15 ศิลปินนานาชาติกลุ่มแรกที่จะเดินทางมาร่วมแสดงผลงานศิลปะ นำโดยศิลปินที่มีผลงานในระดับโลก แมนดี้ เอล-ซาเยห์ (อังกฤษ) ยะสึมะซะ โมริมูระ (ญี่ปุ่น) กรกาญจน์ รุ่งสว่าง (ไทย) ซุน หยวน และ เผิง หยู่ (จีน)ปิเอโร โกลียา (อิตาลี) ธีรพล สีสังข์ (ไทย) มานิต ศรีวานิชภูมิ (ไทย) แมรี่ ภาคินี (ภาคินี ศรีเจริญสุข) (ไทย) ชิน มิน (เกาหลีใต้) มาห์ทับ ฮุสเซน & กาย กุณารัตเน (อังกฤษ) เทน ลิน (สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์) เจอราร์ด &  เคลลี่ (สหรัฐอเมริกา) เมล ชิน (สหรัฐอเมริกา) โซเนีย ฮัมซา (ฝรั่งเศส)  รี(สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์)

พร้อมกันนี้ ยังมีคณะภัณฑารักษ์ผู้มากประสบการณ์อีก 5 คน มาร่วมทำงานกับศิลปิน และคัดเลือกผลงานศิลปะ จากนานาประเทศ อาทิ  ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต   เบียนนาเล่ ร่วมด้วย ดร.เรมี่ จารี่  คณาจารย์ประจำหลักสูตรนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  อดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เมลานี่ โพค็อก ผู้อำนวยการศิลป์ IKON Gallery, เบอร์มิงแฮม, สหราชอาณาจักร และ ดร. กุลภัทร ยันตรศาสตร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อํานวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของ WHY ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับ BAB 2026 ให้เป็นเวทีศิลปะระดับโลก อันเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสรรค์เชิงศิลปะและเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้ง

งาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2025 พร้อมจะถ่ายทอดงานศิลป์สู่สายตาชาวโลก ผ่านสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครทั้งในย่านใจกลางเมือง และในย่านเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยมากกว่า 200 ผลงาน จากศิลปินชั้นนำของโลกมาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร / พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / มิวเซียมสยาม / วันแบงค๊อก เป็นต้น

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 Bangkok Art Biennale 2026 (BAB 2026) เพิ่มเติมได้ทาง  Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale 

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง ย้ำไทยมีระบบเฝ้าระวังเข้มแข็ง ขอประชาชนมั่นใจ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเฝ้าระวังโรคโควิด19 ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีสายพันธุ์ใหม่ XFG หรือ “Stratus” ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่ต้องจับตา Variant Under Monitoring (VUM) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน มีการกลายพันธุ์โปรตีนหนามหลายตำแหน่ง ทำให้แพร่ได้เร็วและอาจหลบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลปัจจุบันยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ XFG ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 – 4 ตุลาคม 2568 พบผู้ติดเชื้อสะสม 34 ราย ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ และน้ำมูก

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า จากการถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคโควิด 19 เพื่อเฝ้าระวังการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 4 ตุลาคม 2568 จำนวน 613 ราย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1* ร้อยละ 73.4, สายพันธุ์ XEC* ร้อยละ 8.6, สายพันธุ์ JN.1* ร้อยละ 6.5, สายพันธุ์ XFG* ร้อยละ 5.5, และพบสายพันธุ์อื่นๆ ร้อยละ 5.9

 ขณะเดียวกันประเทศไทยได้ถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด 19 และเผยแพร่ข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลสากล GISAID รวมกว่า 48,870 ตัวอย่าง ตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์ระบาด ซึ่งแสดงถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายห้องปฏิบัติการไทย

“โควิดสายพันธุ์ XFG เป็นตัวอย่างตอกย้ำว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมทำงานเชิงรุก ไม่เพียงเพื่อควบคุมโรค แต่เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนและเสริมเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ” อธิบดีย้ำ

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอให้ประชาชนมั่นใจ แม้สายพันธุ์ XFG จะแพร่เร็ว แต่ยังไม่รุนแรง การป้องกันตนเองยังสำคัญ ได้แก่ การสวมหน้ากากในที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจ ATK หากมีอาการ  เป็นต้น