‘อิ่มท้อง อิ่มบุญ’ ชิม ช้อปของอร่อย ‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ พร้อมส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี

‘อิ่มท้อง อิ่มบุญ’ ชิม ช้อปของอร่อย ‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ พร้อมส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี

‘อิ่มท้อง อิ่มบุญ’ ชิม ช้อปของอร่อย ‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ พร้อมส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.37 น.

อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า ได้เวลาช้อป ชิม  ใน เทศกาลอัศจรรย์ความอร่อย “ลิ้นติดโปรแฟร์” ก้อง ปิยะ  และ ท็อป ดารณีนุช เจ้าแม่ตลาดยืน1  รวมพลร่ายมนต์ความอร่อย ขนร้านดังทั่วไทยมาเสิร์ฟ  ให้ได้ช้อป ชิม กว่า 80 ร้านค้า กว่า 1,000 เมนู รวมรสชาติครบจบคาวหวานในงานเดียว !!

เปิดตลาดวันแรกอร่อยปัง! กับตัวแม่จิตอาสา “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ราชินีแห่งสนามรบ  มาร่วมชวน ชิม พิสูจน์ความอร่อยกับเมนูเด็ดร้านดังทั่วไทย  

ภายในงานละลานตากับร้านค้ามากมาย อาทิ Top’s Homemade หมู-เนื้อแดดเดียว , แตงโมสมูทตี้ by ผัดไท ดีใจ, ธงธง ทุเรียนทอด,ไส้อั่ว by ฟลุ้ค ณธัช, น้ำพริกยายลี่ by ลิลลี่ ภัณฑิลา – ชิน ชินวุฒ,คนตื่นธรรม by อ.เบียร์,ไก่ย่างอังกอร์ by สามกอ,หอยจ๊อปูแม่วรรณา , หลี่ ชิม เฮีย, เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุ, อ๊อด-เจน เขียวหวานสะท้านฟ้า, ปูกินเส้น (หมี่คลุกปู), ไฉไลขนมไทยสไตล์ชาววัง, สิงโตขนมไทย, Chef’s Table To Deliver by Chef GOR, หมูกระด้งเบคอนทอดน้ำปลา,ไก่ย่าง จีระพันธ์,ข้าวเกรียบเห็ดหอมนายเกาะ, ราชาเกี๊ยวต้ม, LYNหมี่ไก่ฉีก,จินดาแกงไตปลา, ณมนน้ำพริกกากหมู, เจ๊พริกกุยช่าย, แก้มใส ซาลาเปา, บ้านลานตาล, ครัวอรัญญาแกงเขียวหวาน, เฮียหงี เยาวราช, ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง, Pizza dollar, เรื่องหอยไว้ใจเรา, J-Jan ขนมอร่อยหลังการบินไทย ฯ  รอเสิร์ฟ เปิบ ความอร่อยให้ได้ฟินกันทุกเมนู

ในช่วงพิธีการเปิดตลาด คุณดวงตา  พงษ์วิไลย์   ผู้อำนวยการใหญ่การตลาดศูนย์การค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  ให้เกียรติร่วมงาน พร้อมโชว์สนุกๆจาก น้องไฟฉาย กับบทเพลง “แรดสะแมนแตน” มาสร้างบรรยากาศเปิดตลาดให้ได้คึกคัก พร้อมการสนทนาธรรมจาก อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย  โดยครั้งนี้ ก้อง-ท็อป  ยังได้ร่วมเป็นสะพานบุญ  มอบรายได้ส่วนหนึ่งจากบรรดาร้านค้า และลูกค้าในงานลิ้นติดโปรแฟร์ ส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี สมทบทุนจัดหาสิ่งของจำเป็นให้พี่น้องและทหารกล้าที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาอธิปไตย ชายแดนไทย-กัมพูชา 

อิ่มท้อง อิ่มบุญ กันทั่วหน้า  ในเทศกาลอาหารอร่อย ลิ้นติดโปรแฟร์  ชวนทุกคนมาอิ่มหนำสำราญไปด้วยกัน เริ่มแล้ว วันนี้ ถึง 13 ตุลาคมนี้  ณ  M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  งานเดียวที่รวมทั้งความสุขและความอัศจรรย์ของอร่อยไว้ที่นี่เท่านั้น  

-(016)

แสงดาวแห่ง AVALON ในค่ำคืนของ Bangkok International Film Festival 2025

แสงดาวแห่ง AVALON ในค่ำคืนของ Bangkok International Film Festival 2025

แสงดาวแห่ง AVALON ในค่ำคืนของ Bangkok International Film Festival 2025

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

สิ้นสุดการรอคอยกว่า 16 ปี กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568 (Bangkok International Film Festival 2025) ภายใต้การสนับสนุนของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA (Thailand Creative Culture Agency)

ตลอดระยะเวลา 19 วันของเทศกาล (27 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568) ผู้ชมจะได้ร่วมชมภาพยนตร์กว่า 200 เรื่องจากทั่วโลก ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ได้แก่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, เอส เอฟ ซีเนม่า, เฮ้าส์ สามย่าน และลิโด้ คอนเน็คท์

ท่ามกลางแสงสีและความงดงามแห่งศิลปะภาพยนตร์ AVALON Jewelry รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนเปิดงานสุดพิเศษ ณ พินาเคิล ฮอลล์ ไอคอนสยาม วันที่ 29 กันยายน 2568โดยนำเสนอเครื่องประดับที่เปล่งประกายบนพรมแดง ถ่ายทอดแนวคิด “Art to Wear, Stories You Can Feel” ศิลปะที่สวมใส่ได้ เรื่องราวที่สัมผัสได้ด้วยหัวใจทุกชิ้นงานของ AVALON คือการผสมผสานระหว่าง ศิลปะ งานฝีมือ และอารมณ์ความรู้สึก ถ่ายทอดผ่านเทคนิคระดับสูงและรายละเอียดอันประณีต เพื่อให้ทุกการสวมใส่สะท้อนความสง่างามในแบบของตนเอง

Facebook: AVALON Jewelry

Instagram: @avalonjewelry_manee

http://www.avalonjewel.com

จาก ‘หมายรับสั่ง’ สู่ทริปล่องเรือย้อนรอยเส้นทางเสด็จ ‘ตามรอยพระแก้ว-พระเจ้าตาก’

จาก 'หมายรับสั่ง' สู่ทริปล่องเรือย้อนรอยเส้นทางเสด็จ 'ตามรอยพระแก้ว-พระเจ้าตาก'

จาก ‘หมายรับสั่ง’ สู่ทริปล่องเรือย้อนรอยเส้นทางเสด็จ ‘ตามรอยพระแก้ว-พระเจ้าตาก’

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

ชมรมตามรอยเจ้าตาก นำโดย สุชาติ กนกรัตน์มณี  ประธานชมรม  และ ปเรตร์ อรรถวิภัชน์  ที่ปรึกษาชมรม ร่วมกับ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด จัดกิจกรรมทางประวัติศาสตร์  จาก “หมายรับสั่ง” สู่ทริปล่องเรือย้อนรอยเส้นทางเสด็จของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระราชวังเดิมขึ้นไปรับพระแก้วมรกตที่บางธรณี ซึ่งเชื่อกันว่าในปัจจุบันเป็นพื้นที่บริเวณกระทรวงพาณิชย์กับวัดตำหนักใต้ นนทบุรี  ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568  เริ่มเวลา 13.00 น.  

สุชาติ กนกรัตน์มณี และปเรตร์ อรรถวิภัชน์

ปเรตร์ อรรถวิภัชน์  ที่ปรึกษาชมรมตามรอยเจ้าตาก กล่าวว่า  หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกู้เอกราชคืนจากพม่าและสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พระองค์ทรงตระหนักดีว่าการจะทำให้บ้านเมืองมั่นคง ต้องรวมเมืองใกล้เคียงให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจ ในปีพ.ศ. 2321 พระองค์โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง ภายหลังคือรัชกาลที่ 1) ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ การศึกครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะ และเวียงจันทน์ก็ตกอยู่ใต้อำนาจของสยาม
จากชัยชนะครั้งนั้น มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางข้ามแม่น้ำโขง มาประดิษฐานชั่วคราวที่เมืองพานพร้าว ปัจจุบันคือที่ตั้งของหน่วยเรือรักษาความสงบลำน้ำโขง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

จากนั้นขบวนอัญเชิญพระพุทธรูปก็เริ่มเดินทางลงใต้ ทั้งทางบกและทางน้ำ ผ่านหัวเมืองอีสานเข้าสู่ภาคกลาง เมื่อถึงสระบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้กรมขุนอินทรพิทักษ์ (เจ้าฟ้าจุ้ย พระราชโอรสองค์ใหญ่) ขึ้นไปรับเสด็จที่ท่าเจ้าสนุก และมีการจัดสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ 3 วันเต็ม มีละคร หนังใหญ่ การละเล่นต่าง ๆ และดอกไม้เพลิงตระการตา

วัดตำหนักใต้ (ติดกับกระทรวงพาณิชย์ )

หลังเสร็จสิ้นการสมโภชที่ท่าเจ้าสนุกแล้ว ได้อัญเชิญพระแก้วลงเรือพระที่นั่ง 13 วา พระบางลงเรือพระที่นั่ง 15 วา และพระคัมภีร์ ลงเรือโขมดยาทอง พร้อมด้วยเรือพระราชาคณะ เรือพนักงานตามเสด็จในกรม เรือพนักงานตามเสด็จ วันเสาร์ (4 มีนาคม พ.ศ.2322) ประทับแรมที่พระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยา วันอาทิตย์ (5 มีนาคม พ.ศ.2322) ประทับแรมเมืองสามโคก ปทุมธานี และวันจันทร์ (6 มีนาคม พ.ศ. 2322) ประทับแรม ณ พระตำหนักบางธรณี นนทบุรี

ที่เมืองสามโคกกับที่พระตำหนักบางธรณี ทั้งสองแห่งได้จัดให้มีการเล่นดอกไม้เพลิง ประกอบไปด้วย ดอกไม้รุ้ง ฝอยทอง กังหัน ช่อม่วง ปลาสร้อยชมหาด เป็ดไซ้แหน ตะเข้สร้างความครึกครื้นไปทั่ว 
รุ่งเช้าวันถัดมา (7 มีนาคม พ.ศ.2322) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จลงเรือพระที่นั่งมายังบางธรณี พร้อมขบวนเรือกว่า 246 ลำ ทั้งเรือพระราชาคณะ เรือเจ้าพนักงาน และเรือมหรสพที่มีการแสดงโขน งิ้ว หุ่นลาว ระบำชวา มโหรี รวมถึงการแสดงของฝรั่งและเขมร


ในบ่ายวันเดียวกัน ขบวนอัญเชิญอันยิ่งใหญ่ได้มาถึงกรุงธนบุรี พระแก้วมรกตได้รับการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอย่างสมพระเกียรติ ณ วัดอรุณราชวราราม ส่วนพระบางก็ประดิษฐานคู่กันอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะถูกอัญเชิญกลับไปยังกรุงเวียงจันทน์ในภายหลัง
สุชาติ กนกรัตน์มณี  ประธานชมรม  กล่าวว่า จาก “หมายรับสั่ง” สู่ทริปล่องเรือย้อนรอยเส้นทางเสด็จของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพระราชวังเดิมขึ้นไปรับพระแก้วมรกตที่บางธรณี ซึ่งเราเชื่อกันว่าในปัจจุบันเป็นพื้นที่บริเวณกระทรวงพาณิชย์กับวัดตำหนักใต้ นนทบุรี  เราใช้เรือของบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เรือลำที่เราจะใช้เป็นเรือขนาดใหญ่ ห้องโดยสารติดเครื่องปรับอากาศ เย็นสบาย  เราจะจัดทริปนี้ในวันอาทิตย์ที่  21  ธันวาคม 2568 เริ่ม 13.00  น. ที่ท่ามหาราช ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เส้นทางล่องเรือ คือ จากท่ามหาราช ไปยังพระราชวังเดิม กระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี วัดตำหนักใต้ นนทบุรี คลองนครบาล วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร


บนเรือจะมีการบรรยายเรื่องราวของพระแก้วมรกต การที่พระแก้วมรกตมาอยู่กรุงธนบุรี และร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ที่จุดสำคัญ ๓ แห่ง คือ บริเวณที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชลงเรือพระที่นั่ง บริเวณที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรับพระแก้วมรกตเป็นคร้้งแรก เป็นการพบกันของมหาราชผู้ยิ่งใหญ่กับพระพุทธปฏิมากรสำคัญ และบริเวณที่พระแก้วมรกตขึ้นจากเรือพระที่นั่งเพื่อประดิษฐาน ณ ศูนย์กลางแห่งกรุงธนบุรี
ขอเชิญผู้สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทริปล่องเรือประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน  ราคาบัตรคนละ 2,000 บาท (ราคานี้รวม snack box กับของมงคลที่ระลึก) หรือสนใจจะเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม ก็สามารถติดต่อได้ทาง เฟสบุ้ค :https://www.facebook.com/share/p/15wwK4ssH6/

‘Sunday Playland’ สวนสนุกในร่มสุดพรีเมียม โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชวนคุณหนูๆ ปล่อยพลังแห่งจินตนาการรับปิดเทอม

‘Sunday Playland’ สวนสนุกในร่มสุดพรีเมียม โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชวนคุณหนูๆ ปล่อยพลังแห่งจินตนาการรับปิดเทอม

‘Sunday Playland’ สวนสนุกในร่มสุดพรีเมียม โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชวนคุณหนูๆ ปล่อยพลังแห่งจินตนาการรับปิดเทอม

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.25 น.

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำแนวคิดการเป็น Family Destination จุดหมายแห่งความสุขของทุกคน ในครอบครัว ชวนน้องๆ หนูๆ มาร่วมสนุกไปกับ Sunday Playland สวนสนุกเด็กเล่นในร่มสุดพรีเมียม ภายใต้แนวคิด Play & Learn ที่ต่อยอดการเล่นสนุกให้เป็นการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมให้ทุกครอบครัวมาสนุกไปด้วยกัน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทย พร้อมแผนเดินหน้าขยายเพิ่มทั้งในโรบินสันไลฟ์สไตล์ และท็อปส์พลาซ่า ต้อนรับช่วงปิดเทอมนี้ เติมเต็มวันสนุกของเด็กๆ ด้วยความสนุกและจินตนาการไม่รู้จบ พร้อมสร้างโมเมนต์พิเศษของครอบครัวกันอย่างเต็มที่  

Sunday Playland ผสมผสานความสนุกเข้ากับการเสริมสร้างทักษะอย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ภายใต้การออกแบบพื้นที่ที่สะอาด ปลอดภัยและทันสมัย จึงตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่มองหากิจกรรมคุณภาพให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า และเชื่อมั่นได้ว่าทุกกิจกรรมช่วยส่งเสริมการเติบโตของพัฒนาการและจินตนาการของเด็กๆ อย่างแท้จริง

ภายใน Sunday Playland เต็มไปด้วยโซนกิจกรรมเสริมทักษะสุดสนุกถึง 7 โซนไฮไลต์ที่ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ ได้แก่ Supermarket จำลองซูเปอร์มาร์เก็ตให้เด็กๆ ได้สวมบทบาทนักช้อปตัวจิ๋ว เรียนรู้การเลือกซื้อและตัดสินใจด้วยตนเองอย่างสนุกสนาน

Trampoline โซนกระโดดฝึกสมดุลและกล้ามเนื้อ ช่วยเสริมพัฒนาการทางร่างกาย ปล่อยพลังพร้อมเสียงหัวเราะ

Ball House and Slider บ้านบอลสีสันสดใสพร้อมสไลเดอร์สุดน่ารัก สนุกเพลินจนลืมเวลา

Beauty เอาใจคุณหนูที่รักการแต่งตัว ได้ลองสนุกกับแฟชั่นสุดคิ้วท์ เสริมความมั่นใจและความคิดสร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง

Medical Care  สวมบทบาทคุณหมอตัวน้อย เรียนรู้การดูแลและเอาใจใส่ผู้อื่น ผ่านการเล่นบทบาทสมมติที่ทั้งสนุกและอบอุ่นใจ

Art & Craft พื้นที่ปลดปล่อยจินตนาการ ผ่านงานศิลปะและงานประดิษฐ์ ที่ให้เด็กๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานสุดน่ารักกลับไปโชว์ให้ครอบครัว

Tiny Town  เมืองจำลองสุดน่ารักที่เต็มไปด้วยของเล่นเสริมทักษะมากมาย

ปัจจุบัน Sunday Playland เปิดให้บริการแล้ว ทั้งในโรบินสันไลฟ์สไตล์และท็อปส์พลาซ่า ได้แก่ ราชพฤกษ์, พะเยา, ราชบุรี, บุรีรัมย์ และ สระ บุรี ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากครอบครัวทั่วประเทศ จึงพร้อมเดินหน้าขยายความสุข โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 นี้ เตรียมเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาใหม่ ได้แก่ ลาดกระบัง, กาญจนบุรี และ ชลบุรี ก่อนจะขยายสาขาต่อเนื่องในปี 2569 ไปยังจังหวัด สุพรรณบุรี เพื่อให้ครอบครัวทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงประสบการณ์ “Play & Learn” ได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ในแต่ละสาขา Sunday Playland ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับสไตล์ความชื่นชอบของคนในแต่ละพื้นที่และพฤติกรรมของครอบครัวในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เป็นสนามเด็กเล่นแห่งความสุข ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ตอกย้ำแนวคิดของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในฐานะศูนย์การค้าที่เป็น Family Destination ของครอบครัวทั่วไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

ปิดเทอมนี้ ชวนทุกครอบครัวมาสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและเสียงหัวเราะร่วมกันที่ Sunday Playland สวนสนุกเด็กเล่นในร่มสุดพรีเมียมจาก โรบินสันไลฟ์สไตล์ ที่รวมทุกความสนุกและการเรียนรู้ไว้ในที่เดียว ให้คุณหนูๆ ได้ปลด ปล่อยจินตนาการและให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาคุณ ภาพร่วมกันอย่างอบอุ่นหัวใจ พบกับโลกแห่งความสนุกได้แล้ววันนี้ที่ Sunday Playland ทุกสาขาทั่วประเทศ

Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025 มหกรรมศิลปะรอยสักนานาชาติ ครั้งแรกในประเทศไทย

Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025  มหกรรมศิลปะรอยสักนานาชาติ ครั้งแรกในประเทศไทย

Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025 มหกรรมศิลปะรอยสักนานาชาติ ครั้งแรกในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในแวดวงศิลปะรอยสัก ในงาน Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025 มหกรรมศิลปะรอยสักนานา ชาติที่รวบรวมศิลปินชื่อดังจากทั่วโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ณ ชั้น 28 อาคาร Pier111 โครงการศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ย่านราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร

Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านศิลปะรอยสักให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยเปิดพื้นที่ให้ศิล ปินรอยสักจากหลากหลายประเทศได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และผลงานอันเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนความงดงามของศิลปะรอยสัก ซึ่งสืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรอยสักและงานศิลป์,การประกวดรอยสักในหลากหลายหมวดหมู่, การสักสด โดยศิลปินนานาชาติ, การแสดงดนตรีเพื่อสร้างความบันเทิงเสริมบรรยากาศให้ผู้เข้าชมงานได้เต็มอิ่มกับการสัมผัสประสบการณ์ชมงานศิลป์ได้อย่างครบรส พร้อมกับไฮไลท์สำคัญของการรวมตัวศิลปินชั้นนำวงการศิลปะการสักจากทั้งไทยและต่างประ เทศเข้าร่วมงานกว่า 10 ประเทศ อาทิ Jimmy Wong (ประเทศไทย), Mario (ประเทศไทย), Genzaina & Marco Leoni (อิตาลี), Draw Raviola & Pazo Steel (อิตาลี) , Sulu’ape Keone (สหรัฐอเมริกา), Tim Massin (เยอรมนี), Jeremy Lo (มาเลเซีย) ตลอดจนศิลปินจากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และ อังกฤษ

Sawasdee Bangkok Tattoo Show 2025 ไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจด้านงานศิลปะสำหรับวงการรอยสัก แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนใจเข้าร่วมชมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Sawasdee Bangkok Tattoo Show,Instagram: @sawasdeebangkok_tattooshow โทรศัพท์  089-2131333, 082-3831333

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ จัดประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 25 ‘Transforming Global Health’ สร้างความยั่งยืนและคุณค่าในสาธารณสุขโลก

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ จัดประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 25  ‘Transforming Global Health’ สร้างความยั่งยืนและคุณค่าในสาธารณสุขโลก

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ จัดประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 25 ‘Transforming Global Health’ สร้างความยั่งยืนและคุณค่าในสาธารณสุขโลก

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติสาธารณสุข ครั้งที่ 25 ภายใต้หัวข้อ “Transforming Global Health in the Digital Era with AI-Driven Solutions for NCDs” ณ ห้องแมนดาริน บอลรูม โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ ห้องแมนดาริน บอลรูม โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมวิชาการ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต้อนรับผู้ร่วมการประชุม ศ.ดร.จิตรลดา อารีย์สันติชัย คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขจุฬาฯ กล่าวรายงาน มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 200 คน ซึ่งมากกว่าร้อยละ 60 เป็นผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศสะท้อนถึงความเป็นเวทีวิชาการระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

การประชุมนานาชาติครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการศึกษาสาธารณสุข ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก พร้อมเชื่อมโยงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่

SDG 3: Good Health and Well-being มุ่งเน้นการป้องกัน ควบคุม และจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure การใช้ AI, ดิจิทัลเฮลธ์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสุขภาพเพื่อยกระดับการวินิจฉัย การรักษา และระบบสาธารณสุข

SDG 17: Partnerships for the Goals ความร่วมมือกับเครือข่ายต่างประเทศ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI และการจัดการ NCDs

SDG 4: Quality Education การเสริมสร้างทักษะบุคลากรด้านสาธารณสุขดิจิทัลและ AI เพื่อใช้แก้ปัญหา NCDs

SDG 5: Gender Equality & SDG 10: Reduced Inequalities ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพดิจิทัลและ AI-driven solutions ในกลุ่มประชากรที่เปราะบาง

SDG 11: Sustainable Cities and Communities ใช้ AI และข้อมูลสุขภาพดิจิทัลจัดการพฤติกรรมเสี่ยงในเขตเมือง และพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพที่ดี

ภายในงานประชุมฯ มีกิจกรรมทางวิชาการที่โดดเด่น อาทิ ปาฐกถาศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ครั้งที่ 22 โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ลินดา บี. คอตเลอร์ ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2559 เป็นผู้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “The Promise and Challenges of Human and Non-Human Data Sources for Public Health” นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสุขภาพที่สำคัญ การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น การนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 55 เรื่อง แบ่งเป็นการนำเสนอแบบปากเปล่า 30 เรื่อง และแบบโปสเตอร์ 25 เรื่อง ตลอดจนการจัดแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์

การประชุมนานาชาติในปีนี้ ถือเป็น สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ความยั่งยืนของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขที่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ด้านสาธารณสุขให้สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงนโยบายอย่างแท้จริง

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ ประธานกล่าวเปิดการประชุมวิชาการ

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ ประธานกล่าวเปิดการประชุมวิชาการ

รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิ การบดีจุฬาฯ กล่าวต้อนรับผู้ร่วมการประชุม

รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิ การบดีจุฬาฯ กล่าวต้อนรับผู้ร่วมการประชุม

ศ.ดร.จิตรลดา อารีย์สันติชัย คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขจุฬาฯ กล่าวรายงาน

ศ.ดร.จิตรลดา อารีย์สันติชัย คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขจุฬาฯ กล่าวรายงาน

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ พร้อมด้วย อดีตอธิการบดีจุฬาฯ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส-ศ.กิตติ
คุณ พญ.คุณหญิงนิตยา สุวรรณเวลา

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ พร้อมด้วย อดีตอธิการบดีจุฬาฯ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส-ศ.กิตติ คุณ พญ.คุณหญิงนิตยา สุวรรณเวลา

มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น

มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น

มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น

มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น

ผู้เชี่ยวชาญร่วมบรรยายในประเด็นสุขภาพที่สำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญร่วมบรรยายในประเด็นสุขภาพที่สำคัญ

ศ.ดร.จิตรลดา อารีย์สันติชัย,รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ และ ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ศ.ดร.จิตรลดา อารีย์สันติชัย,รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ และ ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

นิทรรศการและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์

นิทรรศการและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์

​สถานีวิจัยลำตะคอง เชิญชวนร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้…กางเต็นท์ที่ไหนดี?’

​สถานีวิจัยลำตะคอง เชิญชวนร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้…กางเต็นท์ที่ไหนดี?’

​สถานีวิจัยลำตะคอง เชิญชวนร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้…กางเต็นท์ที่ไหนดี?’

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จ.นครราชสีมา  เชิญชวนร่วมกิจกรรม หนาวนี้กางเต็นท์ที่ไหนดี?”

โดยหน้าหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ สถานีวิจัยลำตะคอง วว. ได้จัดกิจกรรมตอบโจทย์เพื่อนักเดินทางที่อยากหนีความวุ่นวาย แต่ไม่อยากไปไกล จึงอยากเชิญชวนมาที่ “ลานกางเต็นท์สถานีวิจัยลำตะคอง” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพก็ได้ชมวิวธรรมชาติแบบไม่ต้องแย่งวิวกับใคร เพียงแค่พก “เต็นท์” กับใจที่อยากพักมาสูดอากาศดีๆให้เต็มปอด พร้อมกับตื่นมาเห็นหมอก คลอเขากับลมเย็นๆ สำหรับการชาร์จพลัง

LIFE & HEALTH : รู้จักดัชนีน้ำตาลในข้าว..คำตอบของการควบคุมเบาหวาน

LIFE & HEALTH : รู้จักดัชนีน้ำตาลในข้าว..คำตอบของการควบคุมเบาหวาน

LIFE & HEALTH : รู้จักดัชนีน้ำตาลในข้าว..คำตอบของการควบคุมเบาหวาน

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การเลือกชนิดของข้าวมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดโดยตรง เพราะข้าวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตหลักที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่าย หากเลือกข้าวที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงหลังอาหารได้ง่ายโดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด

ข้อมูลจาก ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า คุณค่าทางโภชนาการของข้าวพันธุ์ต่างๆ และการมีอยู่ของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ที่หลากหลาย  ด้วยประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกข้าวเพื่อบริโภคในประเทศและส่งออกรายใหญ่ของโลก ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละท้องที่ ฤดูกาล และความต้องการด้านโภชนาการที่มีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีสายพันธุ์ข้าวเจ้ามีกว่า 90 สายพันธุ์ ข้าวเหนียว 24 สายพันธุ์ ข้าวไร่ 10 สายพันธุ์ และข้าวแดง  3 สายพันธุ์ ในกลุ่มนี้เป็นข้าวสายพันธุ์ไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ ข้าว GI (geographical indication; GI) มีทั้งหมด 8 รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเจ็กเชยเสาไห้ ข้าวก่ำล้านนา ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวเหลืองประทิวชุมพร ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ และข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี

ข้าวกับค่าดัชนีน้ำตาล ข้าวแต่ละสายพันธุ์จะมีแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีปริมาณอะมิโลสและอะมิโลเพคตินในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อความนุ่ม/แข็งของข้าว ความสามารถในการย่อยและการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลกลูโคสภายหลังรับประทาน เมื่อคุณกินข้าว คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสด้วยเอนไซม์ภายในปาก กระเพาะ และลำไส้เล็ก เข้าสู่กระแสเลือด อินซูลินจะถูกหลั่งออกมาทำหน้าที่พาน้ำตาลไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย  โดยฮอร์โมน GLP-1 หรือ glucagon like peptide-1 จากลำไส้เล็กกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อมีน้ำตาลกลูโคสเข้ามาสู่ร่างกาย และยับยั้งการหลั่งกลูคากอนจากตับอ่อนในภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ยับยั้งการบีบตัวของกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์โดยตรงที่สมองส่วนไฮโปธาลามัส ทำให้รู้สึกอิ่ม ที่ซึ่งอัตราความเร็วในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเป็นกลูโคสจะพิจารณาจากค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic index; GI) แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ สูง (70-100) กลาง (56-69) และต่ำ (0-55) ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรเลือกบริโภคคาร์โบไฮเดรตชนิดที่มีค่า GI ต่ำ อย่างไรก็ตามการบริโภคคาร์โบไฮเดรตชนิดที่มีค่า GI ปานกลางสามารถบริโภคได้แต่ต้องควบคุมปริมาณให้เหมาะสมและทานร่วมกับอาหารอื่นที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ มีโปรตีน ไขมัน แร่ธาตุและใยอาหารสูง ตัวอย่างเช่น เมนูข้าวสวยหอมมะลิปลานึ่งและผัดผักในปริมาณที่เหมาะสมถือเป็นเมนูชูสุขภาพ  

ค่าดัชนีน้ำตาลของข้าวแต่ละสายพันธุ์มีความสัมพันธ์กับปริมาณอะมิโลส  ข้าวเจ้าที่มีปริมาณอะมิโลสต่ำ ได้แก่ ข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ 105 ปทุมธานี 1 กข43 และพิษณุโลก 80 เป็นข้าวที่มีลักษณะเนื้อนุ่ม เหนียว ชวนรับประทาน เหมาะสำหรับทานเป็นสำรับอาหาร จะมีค่าดัชนีน้ำตาลสูงกว่าข้าวเจ้าที่มีปริมาณอะมิโลสสูง ได้แก่ ขาวตาแห้ง 17 เจ็กเชย 1 และเหลืองประทิว 123 ซึ่งมีลักษณะแข็งร่วน เหมาะสำหรับข้าวราดแกง ข้าวต้มหรือทำเป็นแป้งข้าวเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารเส้น  สำหรับข้าวสีแดงอย่างทับทิมชุมแพที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของสายพันธุ์ข้าวระหว่างข้าวเจ้าขาวดอกมะลิกับข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยดพัทลุง ทำให้ได้ข้าวสีแดงที่มีลักษณะนุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมเหมือนข้าวหอมมะลิ หรือข้าวมะลินิลสุรินทร์ที่มีสีม่วงดำแต่ลักษณะเหมือนข้าวหอมมะลิ ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้จัดเป็นข้าวสีที่มีปริมาณอะมิโลสต่ำ จะมีค่าดัชนีน้ำตาลใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า สำหรับข้าวเหนียวที่มีปริมาณอะมิโลสต่ำกว่าข้าวเจ้าอย่างข้าว กข6 ที่นิยมบริโภคทั่วไปพบมีค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับสูงกว่าข้าวเจ้า คุณอาจเลือกบริโภคข้าวเหนียวสี เช่น ข้าวเหนียวดำ ซึ่งมีส่วนของรำข้าวและมากกว่าข้าวเหนียวขาวจะให้ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า นอกจากสายพันธุ์ข้าวแล้วกระบวนการแปรรูปด้วยวิธีการแตกต่างกัน มีผลให้ค่าดัชนีน้ำตาลนี้เปลี่ยนแปลงไปด้วย  (ตารางที่ 1) 

เคล็ดลับการบริโภคเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล

เลือกข้าวที่มีค่า GI ต่ำหรือปานกลาง
รับประทานร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน ไขมันดี หรือใยอาหาร เช่น ปลา เต้าหู้ ผัก
หลีกเลี่ยงการทานข้าวปริมาณมากในมื้อเดียว หรือนำไปทำเมนูหวาน
การหุงข้าวให้สุกพอดี (ไม่แฉะหรือแข็งเกินไป) จะช่วยลดการดูดซึมกลูโคสเร็วเกินไป

โดยสรุป การรู้จักค่าดัชนีน้ำตาลของข้าวแต่ละสายพันธุ์เป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นเบาหวาน ข้าวกล้องหรือข้าวพันธุ์ที่มีอะไมโลสสูงจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และการบริโภคข้าวร่วมกับอาหารอื่นในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ควบคุมน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตราสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”

ตราสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคง่ายในการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อบริโภคในปริมาณที่แนะนำตามหลักโภชนาการ ปัจจุบันโครงการอาหารไทย หัวใจดี ได้ครบรอบ 20 ปี และมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ อย่างไรก็ตามในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจพบผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์เก่าได้ในท้องตลาด สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ มองหาสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” ได้ที่ผลิตภัณฑ์

ร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ

จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สภากาชาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดหาโลหิตเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย สามารถร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ และ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ  http://www.blooddonationthai.com  หรือติดตามที่ https://www.facebook.com/nbctrc/?locale=th_TH

 

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

อนุกรรมการโครงการอาหารไทยหัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 

Edwards Lifesciences เปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ในไทย

Edwards Lifesciences เปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ในไทย

Edwards Lifesciences เปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ในไทย

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Edwards Lifesciences (NYSE: EW) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมโรคหัวใจและหลอดเลือดเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) ได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ในงานสัมมนา Mahidol TAVI Symposium ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยการเปิดตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระของภาวะลิ้นหัวใจในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลก

(ซ้าย) Mr. Scott Graham,รศ.นพ.ณัฐวุฒิ วงศ์ประภารัตน์ และ Mr. Parameswaran Nair

การเปิดตัวนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ตามสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2566) พบว่ามีคนไทยมากกว่า 250,000 คนที่กำลังเผชิญกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก เป็นโรคลิ้นหัวใจที่พบบ่อยที่สุด และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 40,000 รายต่อปี  และส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชากรสูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบเกิดจากการสะสมของแคลเซียมที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ลิ้นหัวใจหนาและแข็งตัวขึ้น การทำงานของลิ้นหัวใจลดลง และการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเริ่มแสดงอาการแล้วภาวะของโรคจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 10 อาจเสียชีวิตภายในห้าสัปดาห์ ดังนั้น การตรวจและวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้น พร้อมทั้งเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนชนิดขยายด้วยบอลลูนรุ่นใหม่ของ Edwards ประกอบด้วยเทคโนโลยีเนื้อเยื่อที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการต้านทานการสะสมของแคลเซียม ช่วยป้องกันการสะสมของแคลเซียมบนกลีบลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมสภาพของโครงสร้างลิ้นหัวใจและความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาซ้ำ  นอกจากนี้ ลิ้นหัวใจดังกล่าวยังมีระบบการเก็บรักษาเนื้อเยื่อแบบแห้ง ซึ่งช่วยให้กระบวนการทำงานในโรงพยาบาลสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการออกแบบชั้นผนึกด้านนอกที่ได้รับการพัฒนา เพื่อเพิ่มความทนทานในระยะยาว

ผลการวิจัยทางคลินิกที่โดดเด่น

เทคโนโลยีเนื้อเยื่อที่ใช้ในนวัตกรรมนี้เป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในลิ้นหัวใจเอออร์ติกสำหรับผ่าตัดในระดับชั้นนำของ Edwards โดยผลการศึกษาล่าสุดจาก COMMENCE Study ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี แสดงให้เห็นถึงผลการศึกษาที่ทำให้ไม่เกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างลิ้นหัวใจถึงร้อยละ 99.3 ระดับแรงดันการไหลของเลือดผ่านลิ้นหัวใจที่คงที่ และไม่เกิดการผ่าตัดซ้ำร้อยละ 97 

นอกจากนี้ เทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ของ Edwards Lifesciences พบว่ามีผลการวิจัยทางคลินิกที่โดดเด่นในกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลาย ข้อมูลจากการใช้งานจริงจากผู้ป่วยมากกว่า 9,000 รายใน United States National STS/ACC TVT Registry แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยลิ้นหัวใจนี้มีผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในระยะหนึ่งปี โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ อัตราการเข้ารับการรักษาซ้ำต่ำ และไม่มีการรั่วซึมรอบลิ้นหัวใจถึงร้อยละ 84.4 ของกรณีทั้งหมด6

รศ.นพ.ณัฐวุฒิ วงศ์ประภารัตน์ หัวหน้าหน่วยหัตถการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงข้อได้เปรียบทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไทยว่า “ความทนทานถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาลิ้นหัวใจ การออกแบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีใหม่นี้มุ่งเน้นการจัดการกับปัญหาการสะสมแคลเซียม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขของประเทศจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีการรักษาระดับโลกมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความพยายามในการลดผลกระทบอันร้ายแรงจากโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิตในที่สุด”

นพ.แมน จันทวิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถการหัวใจเชิงโครงสร้าง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

นพ.แมน จันทวิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถการหัวใจเชิงโครงสร้าง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้สำหรับผู้ป่วยคนไทยว่า “การเปิดตัวลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่นี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากสถิติระดับโลกที่น่าตกใจ แสดงให้เห็นว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และส่งผลกระทบต่อคนไทยมากกว่า 250,000 คน เทคโนโลยีนี้จึงถือเป็นความหวังใหม่ให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ เช่น ความเหนื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ หมดสติ เจ็บหน้าอก ข้อเท้าบวม และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความทนทานที่เพิ่มขึ้นและผลวิจัยทางคลินิกที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ทำให้สามารถรักษาได้ทั้งผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่าซึ่งมีภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบอย่างรุนแรง โดยมอบทางเลือกการรักษาที่เน้นความปลอดภัยกับประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งนี้ การตรวจวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้นยังคงมีความสำคัญและเทคโนโลยีนี้ถือเป็นความก้าวหน้าในการเพิ่มความสามารถด้านการรักษาไปอีกระดับ”

Mr. Scott Graham หัวหน้าหน่วยธุรกิจ THV ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Edwards Lifesciences เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในด้านนวัตกรรมและยกระดับการดูแลผู้ป่วยว่า “ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นล่าสุดนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนาเกือบสองทศวรรษ และสะท้อนถึงความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องของ Edwards ในการส่งมอบการรักษาที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ข้อมูลล่าสุดยังตอกย้ำความสำคัญในการจัดการกับโรคลิ้นหัวใจตลอดช่วงชีวิตของผู้ป่วย นวัตกรรมนี้ได้ยกระดับความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เน้นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน และเปิดโอกาสในการรักษาในอนาคต”

Mr. Parameswaran Nair หัวหน้าประจำประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Edwards Lifesciences ได้เชื่อมโยงการเปิดตัวครั้งนี้กับเป้าหมายด้านสาธารณสุขของไทยว่า “ประเทศไทยมีการจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในเชิงรุก และมีการออกประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาช่วยชีวิตในภาวะวิกฤตระดับโลก เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความพยายามดังกล่าวผ่านการนำนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัยสู่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ไทย ด้วยประสบการณ์ด้านนวัตกรรมมากกว่า 65 ปี บริษัท Edwards Lifesciences มุ่งมั่นที่จะยกระดับการรักษาผู้ป่วย การเปิดตัวนวัตกรรมนี้จะช่วยสนับสนุนความเป็นเลิศทางการแพทย์ของประเทศไทย และการเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจชั้นนำในขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น”

ประเทศไทยกำลังมุ่งจัดการกับภาระของโรคหัวใจและหลอดเลือดผ่านทั้งวิธีเชิงป้องกันและการรักษา บริษัท Edwards Lifesciences ยังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับแพทย์ผู้นำและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำ เพื่อขยายการเข้าถึงการรักษา โดยบริษัทเน้นย้ำด้านนวัตกรรม หลักฐานทางคลินิก และความร่วมมือกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยชาวไทยจะสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีการใช้ชีวิตที่มีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น นวัตกรรมนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดผ่านทางเลือกการรักษาที่ทันสมัย ท่ามกลางข้อมูลสถิติทั่วโลกที่ระบุว่าโรคดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 19 ล้านคนต่อปี

‘โปลิศ เทโร เอฟซี’ บนแคทวอล์คโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย

‘โปลิศ เทโร เอฟซี’ บนแคทวอล์คโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย

‘โปลิศ เทโร เอฟซี’ บนแคทวอล์คโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักฟุตบอลชื่อดังจากสโมสร “โปลิศ เทโร เอฟซี” นำโดย วีรวัฒน์ จิรภัคสิริ, เวลลิงตัน สมิธ, อับดุลเราะห์มาน กีรานี เอสซาดี และอณิพงษ์ กิจคาม ร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์ พร้อมสวมชุดผ้าขาวม้าจากชุมชนบ้านไทรงาม จังหวัดสระแก้ว ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาอย่างพิถีพิถันจากนักศึกษาสาขาวิชาเอกการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนและการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์จากผ้าทอมือเส้นใยรีไซเคิลจากปกคอเสื้อเหลือใช้จากโรงงานในพื้นที่

แฟชั่นโชว์ดังกล่าวนำเสนอผลงานที่สะท้อนถึงศิลปะไทยในแบบที่ทันสมัย ภายในงานสัมมนาประจำปี 2568 คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ผ่านโครงการต่างๆมากมาย รวมถึง โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ผ่านกิจกรรม Creative Young Designer ซึ่งบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการต่อยอดผ้าขาวม้าไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ