MSD หนุน ‘Trans Pride Thailand’ ปีที่ 2 เปิดตัวกิจกรรมวิ่งส่งเสริมความหลากหลายในองค์กรขับเคลื่อนความเท่าเทียม
วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.29 น.
บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DEI) ในเดือน Pride Month ปี 2569 ด้วยการสนับสนุน Trans Pride Thailand 2026 ผ่านนิทรรศการ ‘TRANSMISSION powered by AIS: ข้ามเพศ ข้ามเวลา สู่ภารกิจความเท่าเทียม’ ณ AIS Siam กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12–16 มิถุนายน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้กรอบโครงการ MSD Gives Back พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว MSD All Gen(ders) Run กิจกรรมวิ่งเชื่อมพลังความหลากหลายในเครือข่ายพนักงาน ณ สวนลุมพินี นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเอ็มเอสดีมุ่งขับเคลื่อนความเท่าเทียมอย่างรอบด้าน ทั้งในชุมชนหลากหลายทางเพศและภายในองค์กร ด้วยความเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมคือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนในสังคมสมควรได้รับ
Trans Pride Thailand 2026 มหกรรม Pride ระดับชาติเพื่อชุมชนคนข้ามเพศ นอนไบนารี และอินเตอร์เซกซ์ กลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ริเริ่มขึ้นในปี 2567 โดยเครือข่าย Trans Pride Thailand เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของ InterPride หรือสมาคมผู้จัดงาน Pride ระดับนานาชาติ งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “การส่งต่อพลัง” จากรุ่นสู่รุ่น จากอดีตสู่ปัจจุบัน และจากการมองเห็นสู่การมีอิทธิพลในระดับโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมของชุมชนคนข้ามเพศคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน โดยเอ็มเอสดี ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ ภายใต้โครงการ MSD Gives Back เพื่อตอบแทนชุมชนและสังคม
ตลอดระยะเวลา 5 วัน มีกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นเพื่อส่งต่อความหลากหลายและความภาคภูมิใจที่เชื่อมโยงสู่ระดับโลก ประกอบด้วย 3 ไฮไลท์หลัก ได้แก่ นิทรรศการ TRANSMISSION ถ่ายทอดคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชนคนข้ามเพศผ่าน 4 โซนประสบการณ์ ได้แก่ SEEN ประวัติศาสตร์คนข้ามเพศในสังคมไทย, MOVE การขับเคลื่อนสิทธิและกฎหมายเพื่อความเท่าเทียม, WORTH พลัง Trans Economy ที่ยังรอการปลดปล่อย, และ WORLD Soft Power ไทยสู่เวทีโลก เวทีเสวนา Talk Series ที่ครอบคลุมประเด็นกฎหมาย สุขภาวะ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และครอบครัว และ เวิร์กช็อป Boost Camp สำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์จากชุมชนคนข้ามเพศและหลากหลายทางเพศ ณ AIS SIAM STUDIO ชั้น 4 โดยเอ็มเอสดีร่วมส่งตัวแทนเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา ‘EARN YOUR WORTH’ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์จริงในการสร้างองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศและส่งเสริมความเท่าเทียมสำหรับทุกคน
นอกจากการสนับสนุน Trans Pride Thailand แล้ว เอ็มเอสดียังสะท้อน Pride ภายในองค์กรด้วยการจัด MSD All Gen(ders) Run กิจกรรมวิ่งเชื่อมพลังความหลากหลายเป็นครั้งแรก ณ สวนลุมพินี เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือข่ายพนักงานของเอ็มเอสดี 2 กลุ่ม ได้แก่ Next Gen Network เครือข่ายพนักงานคนรุ่นใหม่ และ Rainbow Alliance เครือข่ายพนักงานด้านความหลากหลายทางเพศ โดยชวนพนักงานมาจับคู่กับ Buddy ที่มีความแตกต่างด้านอายุ เพศ พื้นเพ หรือแผนกงาน เพื่อร่วมวิ่ง เดิน และสนุกกับกิจกรรม Color Hunting ความมุ่งมั่นของเอ็มเอสดีทั้งภายนอกและภายในองค์กรครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าเอ็มเอสดีมองความหลากหลายและความเท่าเทียมอย่างครบวงจร ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่คือวัฒนธรรมที่ทุกคนในองค์กรร่วมกันสร้างและมีชีวิตอยู่ทุกวัน
ความร่วมมือระหว่าง Next Gen Network และ Rainbow Alliance ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจร่วมกันในการพาพนักงานออกมาสัมผัสประสบการณ์นอกออฟฟิศ ร่วมวิ่ง เดิน และสนุกสนานไปด้วยกันอย่างมีพลัง เพื่อสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงผ่านกิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพนักงานคือรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเปิดรับทุกคน ทั้งสองเครือข่ายมุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง เพราะความเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในการสร้างองค์กรและสังคมที่ดีกว่า
ความมุ่งมั่นของเอ็มเอสดีในการสนับสนุน Trans Pride Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ควบคู่กับการจัด MSD All Gen(ders) Run สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่ครอบคลุมทุกมิติในการขับเคลื่อน DEI ทั้งในชุมชนหลากหลายทางเพศและภายในองค์กร เอ็มเอสดีเชื่อมั่นว่าสังคมที่เท่าเทียมและโอบรับความหลากหลายคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจ ‘Inventing for Life’ ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “ซีดในเด็กปฐมวัย โลหิตจางในวัยเยาว์ โลกไม่เศร้า เราช่วยได้ (Anemia in early childhood: the world isn’t, we can)” ซึ่งสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในเด็กไทย แนวทางการคัดกรอง และการดูแลเชิงป้องกันที่เหมาะสมกับบริบทของระบบบริการสุขภาพ เป็นหนึ่งในประเด็นด้านโภชนาการและพัฒนาการเด็กที่ยังคงต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการแสดงชัดเจน และอาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังและจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
หลังจากคุณหมอเรียนจบเฉพาะทางด้านจิตเวชศาตร์การเสพติด คุณหมอยังได้ไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ ที่ King’s College London เพื่อศึกษาเชิงนโยบายและนำแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ มาพัฒนาการบำบัดรักษายาเสพติดในประเทศไทยต่อไป
นอกจากเป็นอาจารย์แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ แล้ว คุณหมอยังผสานความร่วมมือกับทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ก่อตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด Day One Rehabilitation Center จังหวัดนครนายก และ Piti Clinic (ปีติ คลินิก) คลินิกสุขภาพจิต ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาที่มีความเป็นส่วนตัว
สำหรับ Day One Rehabilitation Center ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครนายก เป็นสถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาจากการใช้ยาเสพติดที่มีแนวคิดว่า “ทุกคนมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ การบำบัดรักษาไม่ใช่แค่การเลิกยา แต่คือการฟื้นฟูทั้งกายและใจ” ซึ่งจิตแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญจะวางแผนโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ด้วยสิ่งแวดล้อมท่ามกลางธรรมชาติที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับการดูแลและบำบัดรักษาทางจิตวิทยาโดยทีมสหวิชาชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณค่าและมีความสุขได้อีกครั้ง
ศึกษาข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook: ศูนย์บำบัดยาเสพติด Day One Rehabilitation Center Website: www.dayonerehabcenter.com ปรึกษาฟรี โทรศัพท์ 02 028 7775 (ข้อมูลเป็นความลับสูงสุด) หรือติดตามข้อมูลวิชาการและสาระน่ารู้ได้ที่ Facebook: หมอพีท Addiction Story