AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต  เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.01 น.

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (AIDSID) ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส ในโครงการ “ฉีดวัคซีนปอดบวมแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส 1,000 ราย” ระดมทุน 2,347,000 บาท ภายในปี 2569 เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยเปราะบางที่ด้อยโอกาสได้ฉีดวัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส (PCV-20) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อที่อาจลุกลามรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล เข้าห้องไอซียู หรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก

ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดอักเสบสูงถึงประมาณ 200,000–250,000 ราย และเชื้อไม่ได้ก่อโรคเพียงที่ปอดเท่านั้น แต่ยังอาจลุกลามสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมองจนเป็นภาวะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งมีผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันได้

ทุกการให้ = โอกาสหายใจอย่างปลอดภัยอีกครั้ง ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญได้ที่ www.donationhub.or.th/project/155/detail  ลดหย่อนภาษีได้2เท่า  รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www AIDSID.or.th หรือโทร.02-2516711-5

สำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ‘มนุษย์’ และ ‘สัตว์เลี้ยง’ ผ่านภาพถ่าย ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’

สำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ‘มนุษย์’ และ ‘สัตว์เลี้ยง’  ผ่านภาพถ่าย ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’

สำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ‘มนุษย์’ และ ‘สัตว์เลี้ยง’ ผ่านภาพถ่าย ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

เทรนด์ Pet Parent มาแรงแซงทุกโค้ง! จะดีแค่ไหนนะ ถ้าความน่ารักของลูก ๆ เรา ได้ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (MMAD, MunMun Srinakarin) ชวนชาว Pet Parent มาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ผ่านภาพถ่าย 1,000 ภาพ กับ ‘นิทรรศการ 1 วัน 1,000ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’ นิทรรศการสุดคิวท์ที่ไม่ได้มีแต่ความน่ารัก แต่เป็นการรวบรวม ‘Moments’ ของภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงจำนวน 1,000 ภาพ ที่ถูกคัดเลือกมาจากภาพทั้งหมด 12,500 ภาพ ของผู้ส่งภาพกว่า 1,700 ท่าน นำเสนอ ‘ภาพถ่ายสัตว์’ ที่สะท้อนบุคลิก ตัวตน และความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์ในมุมมองที่หลากหลาย ผ่านรูปแบบ A Photographic Installation ขนาดใหญ่ สะท้อนภาพรวมของคอมมูนิตี้คนรักสัตว์เลี้ยงผ่านสายตาของผู้ถ่ายภาพจากหลากหลายพื้นหลัง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพาน้องหมาน้องแมวมาเช็คอิน แชร์ไลฟ์สไตล์สุดคิวท์ในพื้นที่ Pet-Friendly ไปด้วยกัน

 ‘นิทรรศการ 1 วัน 1,000ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’ จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี) บริเวณชั้น 1, แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์) พร้อมอัปเดตไอเดียใหม่ ๆ และเข้าร่วมคอมมูนิตี้ของศิลปะและดีไซน์กับ แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์) ได้ที่ Facebook และ Instagram: MMAD – MunMun Art Destination และ MunMun Srinakarin

‘กล่องสุข ปลูกผัก’ เปลี่ยนขยะเป็นแปลงผัก เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างคุณค่าให้ชุมชน

‘กล่องสุข ปลูกผัก’ เปลี่ยนขยะเป็นแปลงผัก  เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างคุณค่าให้ชุมชน

‘กล่องสุข ปลูกผัก’ เปลี่ยนขยะเป็นแปลงผัก เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างคุณค่าให้ชุมชน

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมกับสำนักงานเขตประเวศ เปิดกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green)” เดินหน้าส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมตั้งเป้าปลูกพืชผักออร์แกนิก 2,400 ต้นต่อปี เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1,200 กิโลกรัมต่อปี และเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในศูนย์การค้ากว่า 96 ตารางเมตร

ในการนี้ได้รับเกียรติจาก  เรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตประเวศ พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค นำโดย จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด วราภรณ์ ตติปาณิเทพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนน์ ติวานนท์ จำกัด เอกกร อัมบัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ จำกัด และ ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน ณ ชั้น 3 โซน บิ้วตี้ แอนด์ เฮลธ์ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

ภายในงานมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอป กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green) กว่า 70 คน โดยมีวิทยากรจากฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตประเวศมาถ่ายทอดความรู้การนำวัสดุเหลือใช้อย่างกล่องโฟมมาประยุกต์เป็นแปลงปลูกผัก พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ให้ครบชุด รวมทั้งผู้เข้าร่วมยังได้รับเมล็ดพันธุ์จาก บริษัท เจียไต๋ จำกัด ที่ให้ผลผลิตคุณภาพ ตอบโจทย์ผู้ปลูกทุกกลุ่ม ตั้งแต่มือใหม่ ช่วยให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นปลูกผักได้ง่าย ๆ ภายในพื้นที่จำกัด กิจกรรมนี้นอกจากเพิ่มคุณค่าวัสดุเหลือใช้ ช่วยลดขยะแล้ว ยังสามารถต่อยอดใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงในครัวเรือน

เรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตประเวศ กล่าวว่า กิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก” (Growing Green) เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ในการร่วมสร้าง พื้นที่สีเขียว ลดขยะและร่วมรักษ์โลก กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ แต่ยังเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านการปลูกพืชออร์แกนิกให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน อีกทั้งยังต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าทางสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน ในกิจกรรมครั้งนี้ทางเขตประเวศ มีวิทยากรมาช่วยสาธิตการปลูกผักจากล่องโฟม ซึ่งทางเขตทำมาอย่างต่อเนื่องทั้งในโรงเรียน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่ดีให้ศูนย์การค้าอื่น ๆ ในเครือเอ็ม บี เค นำไปขยายผลต่อไป”

จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด กล่าวว่า “พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด MBK Care สำหรับกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก” (Growing Green)  จัดร่วมกับ สำนักงานเขตประเวศ ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เราตั้งเป้ากิจกรรมนี้เป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรในศูนย์การค้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 “ภายใน 1 ปี เราตั้งเป้าปลูกผักออร์แกนิก 2,400 ต้น เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1,200 กิโลกรัม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวเชิงการใช้ประโยชน์ประมาณ 96 ตร.ม. และผลผลิตที่ได้จากกิจกรรมนี้ จะถูกส่งต่อให้โรงเรียนและชุมชนในเขตประเวศ เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมและสนับสนุนชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเราต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืนภายใต้แนวทาง ESG”

ทั้งนี้ กิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก” (Growing Green) จะดำเนินการต่อไปทุกศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค เพื่อให้        แต่ละศูนย์ฯ มีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่สีเขียว ร่วมรักษ์โลก ไปด้วยกัน พร้อมขยายการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มคนและชุมชนได้มากยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์  1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

EnCo สนับสนุน ปตท. ชวนคนเมืองมาเช็กอินพื้นที่สีเขียว กับกิจกรรม ‘Wellness Activity, Healthy Park’

EnCo สนับสนุน ปตท. ชวนคนเมืองมาเช็กอินพื้นที่สีเขียว กับกิจกรรม ‘Wellness Activity, Healthy Park’

EnCo สนับสนุน ปตท. ชวนคนเมืองมาเช็กอินพื้นที่สีเขียว กับกิจกรรม ‘Wellness Activity, Healthy Park’

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.39 น.

บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) บริษัทในกลุ่ม ปตท. เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ ยกระดับสุขภาวะคนเมืองภายใต้แคมเปญ “Wellness Activity, Healthy Park” โดย EnCo Fitness by Power Gym ซึ่งได้รับการสนับสนุนพื้นที่จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ สวนเปรมประชาวนารักษ์ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่ออกแบบมาเพื่อคนเมืองที่มองหาพื้นที่เชิงไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย ทั้งนี้ กิจกรรมมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาวะองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านโปรแกรมการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบที่ครอบคลุมคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “Reconnect with Yourself” เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนเมืองหันมาดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

กิตติยา บรรทัดจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) 

กิตติยา บรรทัดจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เปิดเผยว่า EnCo มุ่งมั่นที่จะทำให้สุขภาพที่ดีเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายและเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สอดรับกับเทรนด์ Active Lifestyle ของคนไทยที่หันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพเชิงลึกกันเพิ่มมากขึ้น และเปลี่ยนแนวคิดจากการออกกำลังกายเพื่อความสวยงามสู่การให้ความสำคัญและลงทุนกับสุขภาพระยะยาวเพื่อเสริมสมรรถภาพร่างกายที่ยั่งยืน ทิศทางดังกล่าวสะท้อนได้จากกระแส Sport & Wellness Events รวมถึงตลาดสินค้ากีฬาและสุขภาพที่โตเฉลี่ย 6% ทั่วโลกและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“กิจกรรม ‘Wellness Activity, Healthy Park’ ณ สวนเปรมประชาวนารักษ์แห่งนี้ เราได้ผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาวะเข้ากับการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตคนเมืองให้กลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ โดยการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้เป็นโอเอซิสสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ตอกย้ำพันธกิจในการบริหารจัดการพื้นที่และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะในบริเวณรอบพื้นที่รอบสำนักงาน  นอกจากกิจกรรมออกกำลังกายแล้ว EnCo Fitness ยังจัดเตรียมบริการ Inbody Scale เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถวัดผลสุขภาพเชิงลึกและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ  เพื่อการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมและเน้นผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง โดย EnCo เชื่อมั่นว่าการเปิดพื้นที่สวนสร้างสุขในครั้งนี้ จะช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างเครือข่ายผู้รักสุขภาพให้เชื่อมโยงกันทั่วเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่มั่นคงให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี

กิจกรรม ‘Wellness Activity, Healthy Park’ ได้กำหนดธีมหลักในการออกกำลังกายที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มต้นสร้างความประทับใจครั้งแรกไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา กับกิจกรรม Flow & Glow Wellness Celebration สร้างพลังและความยืดหยุ่นให้กับร่างกายด้วย Pound Fit การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ที่ผสมผสานท่าเต้น โยคะและพิลาทิสไว้ด้วยกัน และกิจกรรม Chair One Fun & Fit ในเดือนเมษายน กับโปรแกรมการออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยด้วยการออกกำลังบนเก้าอี้เพื่อลดแรงกระแทก แต่ยังได้ยืดเหยียดและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง โดยกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนานมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 80 คน

ทั้งนี้ กิจกรรม Wellness Activity, Healthy Park ยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม 2569 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 – May Harmony: Full Energy for Families กิจกรรมเสริมสร้างพลังและความสดชื่น ชวนทุกคนในครอบครัวมาโลดแล่นไปกับแทรมโพลีน พร้อมสร้างสมดุลและความยืดหยุ่นให้ร่างกายด้วยพิลาทิส

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 – Balance in Motion: Combat Meets Yoga กิจกรรมสร้างสีสันและความสนุกให้กับการออกกำลังกาย พร้อมเผาผลาญแคลอรี่ไปกับเสียงเพลงในโปรแกรม Full Combat ที่ผสานศาสตร์แห่งโยคะ ที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิและยืดเหยียดกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 – Balance of Power ที่มาในธีมผสานความเข้มแข็งของศิลปะการต่อสู้อย่างมวยไทย เข้ากับการออกกำลังกายเพื่อสร้างความยืดหยุ่น เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งด้านพละกำลังและความสมดุล   วันที่ 9 สิงหาคม 2569 – Chair One Fun & Fit (Special for Mother’s Day) กิจกรรมต้อนรับเดือนแห่งวันแม่ เชิญชวนคู่แม่ลูกมาออกกำลังกายบนเก้าอี้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงผ่านการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นในบรรยากาศดี ๆ และความร่มรื่นของสวนร่วมกัน

ผู้สนใจสนเข้าร่วมกิจกรรม สามารถติดตามรายละเอียด กิจกรรมและตารางการออกกำลังกายเพิ่มเติมได้ที่  เฟสบุ๊ก EnCo Fitness By Power Gym หรือ LINE @POWERGYMBANGKOK

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ กรุงปารีส La Mode en Majesté Royal Thai Dress from Tradition to Modernity

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ กรุงปารีส La Mode en Majesté Royal Thai Dress from Tradition to Modernity

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ กรุงปารีส La Mode en Majesté Royal Thai Dress from Tradition to Modernity

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ พิพิธภัณฑ์  Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส พ.ศ. 2399 – 2569 (ปี ค.ศ. 1856–2026) นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดย ความร่วมมือระหว่าง สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ กรุงปารีส ขณะเสด็จฯ ไปยังห้องเสื้อบัลแมง ค.ศ.1960

ผลงานต่างๆ งานผ้า และภาพถ่ายฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี

พันปีหลวง ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับงานแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากมิติด้านแฟชั่นแล้ว นิทรรศการยังถ่ายทอดบทบาทของเครื่องแต่งกายด้วยการสื่อสารผ่านมิติด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางการทูตด้วยเช่นเดียวกัน จากแนวพระราชดำริใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และนักออกแบบจนเกิดเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งได้ปรากฏโฉมสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

โครงการนี้นับเป็นประวัติการณ์ของการตามรอยวิวัฒนาการแห่งเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทยตั้งแต่ช่วงพ.ศ. 2503 (ค.ศ.1960) จนถึงปัจจุบัน จัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น ประกอบด้วยฉลองพระองค์ชุดกระโปรงและเครื่องใช้ เครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบโดย นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ รวมไปถึงนักออกแบบชาวไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ผลงานการพัฒนาเครื่องแต่งกายประจำราชสำนักและบทบาทที่สื่อสะท้อนออกไปบนเวทีโลก

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงก่อตั้งและอุปถัมภ์มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (SUPPORT) ขึ้นในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) เพื่ออนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทย จวบจนวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงสืบสานพระราชปณิธานและทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภายใต้การดำเนินงานโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ด้วยพระราชปณิธานในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมด้วยแนวคิดสร้างสรรค์อันร่วมสมัยและเพื่ออุปถัมภ์นักออกแบบไทย

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับการปรับแต่งเครื่องแต่งกายของราชสำนักสู่ความร่วมสมัย

จากคณะราชทูตสยามสู่การเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส สู่ความร่วมมือบนหน้าประวัติศาสตร์อันร่วมสมัยทั้งทางด้านศิลปะ งานเสื้อผ้าชั้นสูง แฟชั่น และงานผ้าทอ โดยความร่วมมือเพื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ประจักษ์สู่สายตาเวทีโลก สำหรับแนวคิดของนิทรรศการได้ผ่านการพินิจพิเคราะห์ถึงแนวทางแฟชั่นที่สะท้อนรูปแบบของความสัมพันธ์ทางการทูตในเชิงวัฒนธรรม ด้วยหลักฐานทางภาพถ่าย ชิ้นงาน และผลงานประณีตศิลป์อันเปี่ยมคุณค่า งานผ้าไหมไทยและฉลองพระองค์สำหรับในราชพิธีต่างๆ ล้วนถูกพบเห็นผ่านสายตาสาธารณชนโลก อันเป็นผลงานจากความร่วมมือของห้องเสื้อชั้นสูงแห่งปารีส พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในฐานะนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความงดงามเป็นสง่าของงานผ้าไทย ซึ่งนับเป็นการสานความสัมพันธ์อันดีในการส่งเสริมเกื้อกูลและการแลกเปลี่ยนผ่านแนวความคิดอันสร้างสรรค์

ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี 

ประเทศไทย และ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เรื่องราวแห่งแฟชั่น ประดุจเครื่องมือทางการทูตด้านวัฒนธรรม

นิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ในระหว่างที่  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทรงมีสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นกับห้องเสื้อชั้นสูงและช่างตัดเย็บชาวฝรั่งเศส และเมื่อครั้งตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนั้นยังแสดงให้เห็นถึงการปรากฏพระองค์ที่สะท้อนผ่านฉลองพระองค์อันงดงามอย่างเอกลักษณ์ไทยและผสานความร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว ด้วยพระอัจฉริยภาพอันสร้างสรรค์ในฐานะพระราชินีแห่งราชอาณาจักรไทยในระหว่างการตามเสด็จไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาและ 14 ประเทศในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในกาลนั้นเองที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาและพัฒนาเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทย ที่ยังคงเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิม โดยประยุกต์องค์ความรู้เทคนิคการตัดเย็บสากลเข้าไว้ด้วยกัน ในงานนิทรรศการยังได้รวบรวมผลงานฉลองพระองค์ที่คัดสรรมาเพื่อจัดแสดงในงานนี้ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันรุ่มรวยของงานผ้าไทยและงานเครื่องใช้ เครื่องประดับ ด้วยพระราชปณิธานที่จะอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแต่งกายแบบไทย

ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี โจงกระเบน 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง : ภาพลักษณ์แห่งสยามประเทศ

ภายในนิทรรศการได้เรียบเรียงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เต็มเปี่ยมด้วยสไตล์และความทันสมัย อันส่งผลให้ประเทศไทยได้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ณ ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ และในช่วงปี 1960 การปรากฏพระองค์ในระหว่างเสด็จเยือนประเทศต่างๆ ยังสร้างความปลาบปลื้มและกระแสสนใจในหมู่สื่อต่างชาติ ด้วยพระสิริโฉมอันสง่างามเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ไทยจึงส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการทูตได้อย่างทรงพลัง นอกจากนี้ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้มีหมุดหมายบนเวทีโลก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยเครื่องแต่งกายได้กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น ที่ผสานไว้ซึ่งความประณีตวิจิตรบรรจงและการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทย

ฉลองพระองค์ชุดราตรี 

การเฉลิมฉลองในความร่วมมือ: งานศิลปหัตถกรรมและเครื่องใช้ เครื่องประดับ

ส่วนสำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ได้อุทิศให้แก่ภูมิปัญญาในงานหัตถกรรมโดยช่างฝีมือไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคนิคและกระบวนการที่ใช้ในการรังสรรค์ผลงานเครื่องใช้ และองค์ประกอบสำหรับการตกแต่งต่างๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในผลงาน “ชุดไทยพระราชนิยม” ในทุกวันนี้ 

ชุดเข้ากัน 2 ชิ้น แบรนด์ SIRIVANNAVARI

ภาพที่บอกเล่าถึงกระบวนการทุกขั้นตอนของการคัดสรรชิ้นงานฝีมืออันประณีตถูกถ่ายทอดเป็นงานภาพวีดีโอ ให้ได้เห็นถึงทักษะฝีมืองานช่างทำมือ วิธีคิดและประดิษฐ์ รวมไปถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับวัสดุที่คัดสรรมาใช้เบื้องหลังชุดฉลองพระองค์ ที่ยังคงส่งต่ออิทธิพลของแนวคิดมาสู่ผลงานสร้างสรรค์อันร่วมสมัยในปัจจุบัน

ฉลองพระองค์ชุดราตรี

ผลงานหัตถศิลป์ที่เป็นไฮไลท์สำคัญยังรวมไปถึงงานจักสานย่านลิเภา งานเขียนลายบนพัด งานเครื่องถม และงานคร่ำ ซึ่งล้วนเป็นงานหัตถกรรมที่มีส่วนสำคัญในขนบธรรมเนียมในราชสำนัก และยังคงสืบสานแนวทางของมรดกทางวัฒนธรรมในการประดิษฐ์เครื่องใช้ เครื่องประดับร่วมกับงานชุดไทยพระราชนิยมจวบจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานเขียนลายบนเครื่องเบญจรงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลงานประณีตศิลป์ในราชสำนักด้วยเช่นเดียวกันการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับบทบาทของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิฯ นี้ ก็เพื่ออนุรักษ์ทักษะด้านงานหัตถกรรมและยกระดับความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มชาวบ้านที่ทำงานด้านหัตถศิลป์ ด้วยการสนับสนุน ให้การฝึกอบรม และพัฒนาด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องยาวนาน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางเพื่อสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญาด้านหัตถศิลป์นี้ให้คงอยู่สืบไป นอกจากนี้ยังจัดแสดงการสาธิตการทำงานหัตถกรรมโดยช่างฝีมือชาวไทยระดับครู ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs อีกด้วย

มรดกแห่งชาติอันร่วมสมัย: ปิแอร์ บัลแมง และ งานเสื้อผ้าชั้นสูง

เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเยือนประเทศต่างๆ เพื่อทรงเจริญทางพระราชไมตรีนั้น พระองค์ได้พระราชทานความไว้วางใจให้แก่นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสให้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งแบบสากลและแบบไทย โดยถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้ประยุกต์เข้ากับเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่ของห้องเสื้อ มุมมองที่นักออกแบบได้ตีความเครื่องแต่งกายของไทยนั้นล้วนเต็มไปด้วยองค์ประกอบของงานเสื้อผ้าชั้นสูง โดยนำศิลปะการแต่งกายตามแบบฉบับไทยทั้งรูปทรง สัดส่วน และเนื้อผ้า

ฉลองพระบาท

ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการพันผ้าและการจับจีบผ้ามาใช้เป็นหลัก การเลือกใช้ผ้าไหมไทย ผ้าทอยกดอก ผ้าไหมมัดหมี่ (ikat) และงานปัก โดยเขาได้พัฒนาฉลองพระองค์ให้เข้ากับโอกาสในการสวมใส่สำหรับงานทางการที่เป็นสากล โดยยังคงรากฐานของความเป็นไทยและมีสไตล์ที่ร่วมสมัย งานนิทรรศการนี้นับเป็นครั้งแรกที่จะได้รับชมขั้นตอนในระหว่างทรงงานและทรงค้นคว้าของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และห้องเสื้อบัลแมง สถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผ่านภาพวาดและตัวอย่างเนื้อผ้ารวมถึงงานปักประดับ

แฟชั่นไทยในปัจจุบัน: เครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัย

ภายในนิทรรศการมีการนำเสนอสไตล์แฟชั่นไทยที่วิวัฒนาการจากการแต่งกายดั้งเดิม พร้อมด้วยฉลองพระองค์ชิ้นประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งฉลองพระองค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

นารีรัตนราชกัญญา โดยผลงานที่จัดแสดงเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพระราชปณิธานในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องจากในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งรูปทรงอันคมชัด โดดเด่น ประณีตศิลป์ของงานผ้าไทย การประยุกต์เครื่องแต่งกายไทยโบราณให้ร่วมสมัย องค์ประกอบเหล่านี้ยังคงเป็นสารตั้งต้นในการอนุรักษ์งานสร้างสรรค์อันร่วมสมัยที่ยังคงสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยและให้แฟชั่นไทยได้สร้างแรงกระเพื่อมในระดับสากล

นิทรรศการในครั้งนี้ ยังรวบรวมผลงานจากนักออกแบบไทยสมัยใหม่ในบทบาทผู้สืบทอด และผู้ตีความประยุกต์ศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณที่ยังคงฝั่งรากลึกและคงอยู่จวบจนทุกวันนี้ เห็นได้จากงานสร้างสรรค์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งทรงก่อตั้งโดย  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมด้วยผลงานจากแบรนด์นักออกแบบไทยอย่าง TIRAPAN, ASAVA, VATIT ITTHI, WISHARAWISH และ MESHMUSEUM โดยผลงานเหล่านี้นับเป็นการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่สนับสนุนแนวทางการสร้างสรรค์ด้วยกลิ่นอายของเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันร่วมสมัยที่ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับสากล

ผศ.ดร. อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT  เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยนำฉลองพระองค์ และผลงานหัตถศิลป์ไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยรวบรวมผลงานกว่า 200 รายการ ครอบคลุมทั้งฉลองพระองค์ ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูงประเภทต่าง ๆ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และวัตถุจัดแสดงออกแบบร่วมสมัยของนักออกแบบไทย ซึ่งนับเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงใช้เป็นสื่อกลางทางการทูตเพื่อเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากลมาอย่างยาวนาน นิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับการดูแลโดย Béatrice Quette ภัณฑารักษ์ประจำคอลเลคชั่นศิลปะเอเชียและอิสลามของ Musée des Arts Décoratifs

“นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงความงามทางพัสตราภรณ์เท่านั้น แต่มีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีทางการทูตและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านศิลปหัตถกรรม และวัฒนธรรมสู่สายตาชาวฝรั่งเศสและชาวโลก เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงคุณค่าและกระตุ้นความสนใจในงานหัตถศิลป์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมให้แก่ประชาชนไทยทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญยังเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาและรูปแบบของชุดไทยพระราชนิยมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งสอดคล้องกับวาระสำคัญที่ประเทศไทยเตรียมเสนอให้ชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในปี พ.ศ. 2569 นี้ด้วย” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนภาพมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ผศ.ดร.อนุชา ได้ฉายภาพวิวัฒนาการ การแต่งกายของสตรีไทยนับพันปี ตั้งแต่ยุคทวารวดี ผ่านการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย กระทั่งในปี พ.ศ. 2503  “ชุดไทยพระราชนิยม” ได้ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งจะต้องโดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้สตรีไทยมีชุดประจำชาติ ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนและทัดเทียมสากล จึงเป็นที่มาของชุดไทยทั้ง 8 แบบ ซึ่งตั้งชื่อตามพระตำหนักและพระที่นั่งสำคัญ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ในคราวเสด็จเยือนต่างประเทศ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความงามแบบไทยเข้ากับแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศสได้อย่างวิจิตรลงตัว และพระราชทานให้เป็นชุดประจำชาติสำหรับสตรีไทยที่เผยแพร่สู่สายตาโลกผ่านบุคคลสำคัญอย่าง อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทย เมื่อครั้งเดินทางไปร่วมการประกวดนางงามจักรวาล ณ สหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมไทยให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับงานต่าง ๆ และนิยมนำมาเป็นชุดในพิธีมงคลสมรส จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตและสืบทอดคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน

“SACIT เชิญชวนให้คนไทยร่วมสวมใส่ “ชุดไทยพระราชนิยม” อย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ชุดไทยได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในกระบวนการพิจารณาของ UNESCO พร้อมส่งเสริมให้เกิด Social Practice หรือแนวปฏิบัติทางสังคมในการสวมใส่ชุดไทยอย่างแพร่หลายและสร้างพลวัตในงานหัตถศิลป์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมไทยสู่การยอมรับในเวทีโลก

ทั้งนี้ SACIT ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเผยแพร่ภาพการสวมใส่ชุดไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยขอให้ร่วมกันใส่แฮชแท็ก #ชุดไทยพระราชนิยม #SACIT #CHUDTHAI #RoyalThaiDress #expo_lamodeenmajeste เพื่อร่วมกันแสดงพลังของคนไทยให้คนทั่วโลกได้เห็น” ผศ.ดร.อนุชา กล่าวเชิญชวน

ร่วมภาคภูมิใจกับความประณีตแห่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ผ่านนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement แห่งแรกในไทย

Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement แห่งแรกในไทย

Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement แห่งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.51 น.

วงการสุขภาพและการออกกำลังกายในประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการดูแลสุขภาวะ เมื่อ Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok) สตูดิโอด้าน Circus Movement และ Holistic Wellness เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ผสานศาสตร์การเคลื่อนไหว ศิลปะการแสดง และการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของร่างกายควบคู่กับการดูแลสมดุลของจิตใจในรูปแบบสากล

จิลมิกา เฉลิมสุข (ฟ้า) ผู้ก่อตั้งและโค้ชระดับนานาชาติที่ Dancing in the moonligh

สตูดิโอแห่งนี้ก่อตั้งโดย จิลมิกา เฉลิมสุข (ฟ้า) ผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์ในวงการกีฬาและศิลปะการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันของ International Pole Sports Federation และคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน Asia Airstars Competition รวมถึงได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น  ที่ได้จับมือก่อตั้งร่วมกับ คุณสมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ ผู้จัดการศิลปินชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในวงการบันเทิงมายาวนาน

แนวคิดของ “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” คือการนำศาสตร์ Circus-ed Movement & Wellness Experience มาผสมผสานกับแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) โดยเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นศิลปะที่ช่วยปลดปล่อยพลัง สร้างสมาธิ และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย จิตใจ และอารมณ์   

ภายในสตูดิโอมีการเปิดสอนและจัดกิจกรรมด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งศาสตร์การแสดงและการออกกำลังกายเชิงฟื้นฟู อาทิ Contortion (การดัดตัวแบบนักกายกรรม) , Aerial Silk/ hoop/hammock/aerial,  pole/strap Pole Sport/ exotic pole, Pilates, water rehabilitation in the pool, Yoga/yoga fly, Sound Bath Therapy, Mindfulness & Meditation, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะกายและใจ,  นวดไทย และนวดสปอร์ต, Weight Training & rehabilitation

พร้อมยกระดับประสบการณ์ Wellness ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว “FIT WITH FAH” คลีนฟู้ดคอนเซ็ปต์พิเศษภายในสตูดิโอ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ โดยเมนูทั้งหมดปรุงสดใหม่ภายใต้แนวคิด “กินคลีนอย่างแท้จริง” ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใช้น้ำมัน ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใช้สารกันบูด เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน สอดรับกับโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของสตูดิโออย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ภายในสตูดิโอฯ ยังยกเอาคาเฟ่ชื่อดัง “Round Cafe” จาก Washinton DC  ที่มี Positioning คือ From Farm to Cup – Crafted with Intention คาเฟ่ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากเริ่มจากต้นทางจริงๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นผู้ที่ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ -ปลูกกาแฟเอง- คั่วเอง – ไปจนถึงการออกแบบเครื่องดื่มในแต่ละแก้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ สาขาแรกได้เปิดที่ Washington DC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจมาตรฐานของ coffee culture ระดับโลก และนำมาพัฒนาเป็นแนวทางของ Round Café และอีกจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ Thai Beverages on Global Stage เพราะต้องการยกระดับเครื่องดื่มไทยให้ไปไกลในระดับโลกไม่ว่าจะเป็นชาไทย หรือรสชาติแบบ local เรานำมาพัฒนาให้มีความ refined และ contemporary มากขึ้น โดยสาขาสองก็ได้มาเปิดให้บริการลูกค้าใน Dancing in the Moonlight ฯ

 นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาเป็น ศูนย์ฝึก Contortion แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่มีหลักสูตร Teacher Training Program สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาเป็นครูผู้สอนในระดับสากล รวมถึงหลักสูตรฝึกครู Pilates และ Yoga โดยครูผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และ พิเศษสุด ในวันที่ 9 – 10พฤษภาคม นี้  สตูดิโอฯ ยังได้ครูโยคะชื่อดังระดับโลกอย่าง Saurabh singh Rajput ที่จะมาเปิดคลาสพิเศษที่ Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)  เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

Dancing in the Moonlightฯ ได้จัดแพ็กเกจรีทรีต ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ โปรแกรมครึ่งวัน (Half-Day Urban Reset) ไปจนถึงโปรแกรมหลายวัน เช่น 2 วัน 1 คืน, 3 วัน 2 คืน และ 6 วัน 5 คืน Signature Cultural & Wellness Retreat ที่ผสานกิจกรรมสุขภาพเข้ากับประสบการณ์วัฒนธรรมไทย อาทิ การเยี่ยมชมวัดสำคัญ การสวมชุดไทยถ่ายภาพ ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ จ.อยุธยา ด้วยแนวคิดของโปรแกรม คือการสร้างประสบการณ์ “Private • Intentional • Transformational” หรือการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว มีเป้าหมายชัดเจน และช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสุขภาวะของผู้เข้าร่วม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพระดับนานาชาติคอยดูแลอย่างใกล้ชิด   ผสานศิลปะการแสดงเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ผู้รักสุขภาพที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 097-149-2656    Line: @moonlightpoleyogaและ IG : dancing.in.the.moonlight.bkk

พม. มอบของขวัญสงกรานต์ 69 ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ผู้มีรายได้น้อย มีบ้านใหม่ง่ายขึ้น

พม. มอบของขวัญสงกรานต์ 69 ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ผู้มีรายได้น้อย มีบ้านใหม่ง่ายขึ้น

พม. มอบของขวัญสงกรานต์ 69 ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ผู้มีรายได้น้อย มีบ้านใหม่ง่ายขึ้น

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.21 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ตามที่ ตนได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้หน่วยงานต่างๆ  สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการช่วยเหลือค่าครองชีพจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน สำหรับพี่น้องประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายโดยด่วน ในส่วนของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวง พม. มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ ขณะนี้ มีการขยายโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร โดยมุ่งลดข้อจำกัดด้านราคา การเงิน และสินเชื่อ ด้วยแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 โดยนำโครงการพร้อมอยู่กว่า 60 โครงการทั่วประเทศ อาทิ 1) บ้านเอื้ออาทร อาคารแนวราบ ราคา 390,000 บาทต่อหน่วย 2) อาคารชุดขนาด 24 ตารางเมตร (เฉพาะชั้น 3-5) ราคา 250,000 บาทต่อหน่วย และ 3) อาคารชุดขนาด 33 ตารางเมตร (เฉพาะชั้น 3-5) ราคา 390,000 บาทต่อหน่วย มาปรับลดราคาสูงสุด 20% พร้อมเงื่อนไขพิเศษ วางมัดจำเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท , อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี นอกจากนี้ ไม่มีการตรวจเครดิตบูโรสำหรับบางโครงการ , มีการคืนเงินมัดจำในกรณีไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ และมีการเชื่อมโยงกับโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (คบส.) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ กระทรวง พม. มีความมุ่งมั่นในการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถมีที่อยู่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานเป็นของตนเอง เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนผู้สนใจที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ กระทรวง พม. ด้วยแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 สามารถจองที่อยู่อาศัยผ่านเว็บไซต์ House.nha.co.th และ เฟซบุ๊กแฟนเพจ NHA_Marketing หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1615 , 0 2351 6944 , 0 2351 6441, 0 2351 6186 และ 0 2351-6242

คุณแหน : 15 เมษายน 2569

คุณแหน : 15 เมษายน 2569

คุณแหน : 15 เมษายน 2569

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

๐๐ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการของโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อการฟื้นฟูท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมี โคมาฮาชิ ริเอะ ผู้แทนระดับอาวุโสขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประจำประเทศไทย ร่วมประชุม..๐๐

๐๐ ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทน ผอ.ใหญ่ ดีป้า ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล Prime Minister’s Digital Awards 2025 รางวัลเชิดชูเกียรติผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของไทย พร้อมเปิดตัว 3 สาขาใหม่ ครอบคลุม Content, Software และ Hardware..๐๐

๐๐ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย ร่วมพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมรับมอบเงินบริจาค จาก อลิสา สิมะโรจน์ ผ่านการจัด “โครงการ AIA CI Share and Care – รับเพื่อให้ สร้างสุขภาพพร้อมสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน” เพื่อสมทบทุน “โครงการจัดสร้างอาคารศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย”..๐๐

๐๐คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รศ.ดร. ภก.วิชิต โนสูงเนิน พร้อมด้วย รศ.ดร. ภญ.ศิตาพร ยังคง และ ผศ. ดร. ภก.จตุรงค์ ประเทืองเดชกุล ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก School of Pharmacy, Tongji Medical College, Huazhong University of Science and Technology (HUST) ประเทศจีน นำโดย Prof. ZENG Jing และ Ms. Haikun WANG เพื่อพัฒนาความร่วมมือในระดับนานาชาติ..๐๐

๐๐ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ สุดปลื้มที่งานพิธีประทาน “ทุนสมเด็จเจ้าฟ้าฯ” ปีที่ 14 และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดได้อย่างราบรื่น น่าประทับใจ ได้รับคำชื่นชมจากแขกที่มาร่วมงาน อาทิ สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ, รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร, Mr. Walter Lee..๐๐

๐๐ รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ พา ศ.พญ.ภาวนา ภูสุวรรณ และ อมรา บูรณธนิต ไปตะลุยเที่ยวชมดอกไม้ที่ญี่ปุ่น สำรวจเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย แถวโทยามาและคานาซาวา ก่อนกลับโตเกียว ยาวนานถึง 15 วัน ทำเอาคนวัย 70+ กะปลกกะเปลี้ยไปตามๆกัน..๐๐

๐๐รับเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ชวนร่วมทำบุญช่วยเหลือเด็กป่วยโรคมะเร็งยากไร้ทั่วประเทศ โดยบริจาคที่ บช. SCB อ่อนนุช 133-2-08742-3 ใบเสร็จรับเงินนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร 027183800..๐๐

๐๐ ดร.ปรีสาร รักวาทิน, ขนิษฐ์ ผาทอง, ศิริมา ทองรื่น และ ราชิต ไชยรัตน์ ร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ Digital & AI Transformation ร่วมขับเคลื่อนนักบัญชี SME สู่มาตรฐานดิจิทัลและเศรษฐกิจยุคใหม่ จัดโดย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐ ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ.เรียล สมาร์ท เผยว่า ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บมจ. เรียล สมาร์ท ได้สำรวจแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของชาวเน็ตไทยในยุคน้ำมันแพง ตั้งแต่วันที่ 28 กพ.- 7 เมย. ในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 58,088 ข้อความ พบว่า 81% ของ จำนวนข้อความทั้งหมด ต้องการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน รวมถึงควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ  เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและราคาสินค้า ที่ปรับตัวสูงขึ้น..๐๐

๐๐สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แสดงความเสียใจกับการจากไปของ ภก.ณัฐพงษ์ นามสกุล สมศักดิ์ เภสัช มช. รุ่น 20..๐๐

เบน-จอนนี่ ร่วม Private Dinner แสดงความยินดีกับ ไฮโซกี้ หลังประกาศขอ ‘มินนี่ ภัณฑิรา’แต่งงาน

เบน-จอนนี่ ร่วม Private Dinner แสดงความยินดีกับ ไฮโซกี้ หลังประกาศขอ 'มินนี่ ภัณฑิรา'แต่งงาน

เบน-จอนนี่ ร่วม Private Dinner แสดงความยินดีกับ ไฮโซกี้ หลังประกาศขอ ‘มินนี่ ภัณฑิรา’แต่งงาน

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

เรียกได้ว่าเป็น Private Dinner ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเหล่าเพื่อนสนิทของ ไฮโซกี้ หรือ คุณสราวุธ เสรีธรณกุล ทายาทรุ่นที่ 3 อาณาจักรสารให้ความหวาน และเจ้าของแบรนด์รังนกชื่อดัง ที่ทำเซอร์ไพร้สคุกเข่าขอแต่งงาน มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร นางเอกสาวที่กลายเป็น “ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน” ไปแล้ว 

ล่าสุดทั้งคู่เปิดคฤหาสน์ Versace ต้อนรับเพื่อนสนิทอย่าง คุณเบน-กัลยานี กมลวิศิษฎ์ หลานสะใภ้คนสวยของคุณขูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ และ คุณจอนนี่-ธิติธรรม กมลวิศิษฎ์ ร่วมด้วยเพื่อนสนิทอีกหลายคน อาทิ คุณเอิ๊ก พรหมพร, คุณฟลุ๊ค เกริกพล ที่ควงแขนมาพร้อมภรรยาคนสวย คุณนาตาลี เจียวรนนท์ และเพื่อนสนิทในแวดวงไฮโซ ร่วมรับประทานอาหารแสดงความยินดี 

โดย คุณเบน และ คุณจอนนี่ ยังได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และยังอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขมากๆ สร้างความปลาบปลื้มให้กับ ไฮโซกี้ และสาวมินนี่ เป็นอย่างมากเลยล่ะ!!!   

Paul Smith จัดงาน Pool Smith เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2026

Paul Smith จัดงาน Pool Smith เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2026

Paul Smith จัดงาน Pool Smith เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2026

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.33 น.

PaulSmith ต้อนรับซัมเมอร์กับงาน “Pool Smith” ชวนทุกคนเพลิดเพลินกับบรรยากาศสุดชิลริมสระ ไปพร้อมกับคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 ที่หยิบบันทึกการเดินทางแสนสนุกและน่าจดจำของ PaulSmith จากทั่วทุกมุมโลก มาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านดีไซน์ สีสัน และลวดลายอย่างมีสไตล์

คอลเลกชันนี้โดดเด่นด้วยสีสันสดใส อย่าง สีเขียวมะนาว สีชมพูบานเย็น และสีส้มปะการัง เสริมด้วยสีเอิร์ธโทนนุ่มนวลดั่งถูกแดดเผาจนซีดจาง ที่ถูกนำมาแต่งแต้มลงบนดีไซน์แบบคอลลาจ (collage) ผสานภาพความทรงจำจากหลากหลายทริป ก่อนพิมพ์เป็นลายกราฟิกลงบนเชิ้ต เสื้อคลุม และเนคไท ชวนให้นึกถึงการเดินทางในฤดูร้อนที่แสนประทับใจ พร้อมเติมกลิ่นอายความขี้เล่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับ PaulSmithโดยมีเหล่าคนดังอย่าง เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร, วี วิโอเลต วอเทียร์, มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, เอส ศุภ สง่าวรวงศ์, ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ และ ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล ร่วมถ่ายทอดสไตล์ของคอลเลกชันนี้ผ่านโททัลลุคของแบรนด์

#PaulSmithTH @paulsmithdesign