#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/635085

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ในเมื่อทะเลนั้นเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนได้ใช้ดำรงชีวิต ดังนั้น การตั้งถิ่นฐานที่ต้องอยู่กับท้องทะเลจึงเป็นวิถีชาวเลที่น่าสนใจ อาทิตย์นี้ขอตามรอยสยามไปยังหมู่บ้านปันหยีอ่าวพังงา และหมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นชุมชนต้นแบบของการเที่ยวชุมชนยลวิถีของกระทรวงวัฒนธรรม ที่บ้านสามช่องเหนือ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ในท้องทะเลอันกว้างไกลของอันดามันนั้นทำให้อ่าวพังงามีเสน่ห์จากไม้โกงกาง ป่าชายเลนและหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่พบว่ามีถ้ำของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ได้เคยอยู่อาศัยพร้อมกับฝากร่องรอยภาพเขียนสีไว้ให้ดูต่างหน้า การตั้งถิ่นฐานบนเกาะปันหยีนี้นั้นเกิดขึ้นประมาณปลายศตวรรษที่ ๑๘ โดยชาวประมงผู้เป็นชาวมาเลย์ที่เร่ร่อนหากินเป็นยิปซีในทะเล ทำให้เกาะปันหยีมีชื่อภาษามาเลย์ว่า Pulau Panji ด้วยข้อกฎหมายที่กำหนดความเป็นเจ้าของที่ดินให้กับคนที่มีสัญชาติไทยเพียงอย่างเดียวนั้นทำให้ชาวเล หรือชาวมาเลย์นั้นต้องปันเสาเข็มลงบนทะเลโดยมีเขาสูงเหมือนหมุดหมายแห่งธงนั้นเป็นที่กำบังและจุดสังเกต
เมื่อการท่องเที่ยวได้ให้ความสนใจต่อชีวิตชาวเล ก็ทำให้เพิ่มความมั่งคั่งให้กับชุมชนจากชาวประมงเร่ร่อนนั้นเป็นชุมชนการท่องเที่ยว จึงได้มีการสร้างแหล่งน้ำจืดและมัสยิดบนเกาะไปพร้อมกับธุรกิจการท่องเที่ยวจากทรัพยากรที่หาได้ใน
ท้องทะเล ในไม่ช้าชาวประมงก็เปลี่ยนเป็นวิถีของคนชาวทะเลหรือชาวเลให้เติบโตมีมากกว่า ๓๖๐ ครัวเรือนมีประชากรมากกว่า ๑,๖๘๕ คน ชาวเลนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่รับความทันสมัยซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอลโลก ๑๙๘๖ รวมตัวทำทีมฟุตบอลปันหยี ซึ่งเป็นสโมสรเยาวชนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย ในพ.ศ. ๒๕๕๔ จนมีการนำเรื่องฟุตบอลลอยน้ำในทะเลไปทำภาพยนตร์สั้นจนเป็นที่รู้จักทั่วโลก จนเป็นชุมชนที่มีรายได้อยู่กลางอ่าวทะเลพังงาจากการนั่งเรือชมหมู่เกาะทะเลงาม มุดช่องลอด ชมต้นแสมดำคู่ หรือต้นปีกลางทะเล เขาตะปู เขาพิงกัน ท่องทะเลรับสายลมแสงแดด ผจญกับกระแสคลื่นลมที่กระหน่ำตลอดเวลาแล้ว ยังมีรสชาติของอาหารสดจากกุ้ง หอย ปูปลา สาหร่ายพวงองุ่น ไข่มุกธรรมชาติ และของที่ระลึกจากทะเล เช่นเดียวกับชุมชนต้นแบบที่บ้านสามช่องเหนือ สามารถเดินทางเรือต่อเชื่อมกับเส้นทางทะเล อ่าวพังงามายังชุมชนนี้ได้ บ้านสามช่องเหนือนี้ตั้งอยู่ริมทะเลป่าชายเลน ในอดีตนั้นชุมชนนี้นอกจากมีอาชีพประมง ออกหาปลาในทะเลแล้วยังอาศัยการตั้งเตาถ่านเผาไม้จากป่าชายเลนขึ้นเรือสำเภาส่งขายมาเลเซียด้วย เดิมเรียกว่าบ้านทับเหนือ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยทำกินชั่วคราวของชาวประมง จนมีบ้านเรือนหนาแน่นและประกอบอาชีพปลูกยางพาราขึ้น ในปี พ.ศ.๒๔๕๗ จึงเปลี่ยนชื่อจากบ้านทับเหนือ เป็น บ้านสามช่องเหนือ จากการที่เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่กลางเส้นทางน้ำ คือ มีคลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ ที่ไหลมารวมกันเรียกว่าคลองสามช่อง เป็นชุมชนมุสลิมทั้งหมดจึงมีวิถีชาวคลองสามช่องที่อยู่กับธรรมชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นห่วงโซ่ทรัพยากรทางทะเลโดยธรรมชาติอยู่โดยรอบ ซึ่งต้องปรับตัวตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติตลอดเวลา ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านสามช่องเหนือ ที่ร่วมกันสร้างฐานรากของเศรษฐกิจชุมชน โดยการนำของนายประสิทธิ์ นนทรี ประธานชุมชนคุณธรรมฯบ้านสามเหนือ จึงนำพาให้ ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงและคณะที่ปรึกษา ข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปร่วมแสดงความยินดี และเยี่ยมชมชุมชนที่ได้รับยกย่องเป็นชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ของกระทรวงวัฒนธรรมถึงการสร้างงานสร้างรายได้ ร่วมกับจังหวัดพังงาโดย นายเถลิงศักดิ์นุชประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ซึ่งสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำผ้ามัดย้อมจากต้นตะบูน พืชทะเลในท้องถิ่น การนำเหงือกปลาหมอมาสร้างผลิตภัณฑ์ เช่น สมุนไพรสบู่, ครีม, ยาหม่อง,การนำไม้โพทะเลมาแกะสลักเป็นเรือจำลอง และของที่ระลึกอื่นๆ จากงานสลัก, การใช้ของพื้นบ้านผลิตขนม เครื่องดื่ม และการอนุรักษ์การละเล่นพื้นบ้านของตนที่มีการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง…อันเป็นภูมิปัญญาจากชาวบ้าน เช่นเดียวกับนายสุรศักดิ์ ทองย้อย ชาวประมงธรรมดาที่หาปลาจากทะเลสามารถเรียนรู้เรื่องนกท้องถิ่นจากป่าชายเลน เกาะแก่ง จนจับมาเลี้ยงในยามว่างได้…นี่คือเสน่ห์จากทะเลที่หาได้ยากนัก

พิธีเปิดชุมชน

ผู้นำชุมชนบ้านสามช่องเหนือ

เกาะปันหยี

การแสดงพื้นบ้าน

หมู่บ้านปันหยี

ขนมเบื้อง

สาวมุสลิม

ลอดช่องกลางทะเล

ท่องทะเลอ่าวพังงา

ต้นแสมดำ ๒ ต้นกลางทะเลงาม

ชุมชนเกาะปันหยี

เขาตะปู





จารึกเขากบ ด้าน ๑
เจดีย์บนยอดเขากบ
เจดีย์ใหญ่สมัยสุโขทัย
พระนอนในวิหารเก่า
พระนอนในวิหารสุโขทัย
พระนาคปรก
รอยพระบาทจากลังกา
หลวงพ่อทอง

.jpg)
หลวงนายสิทธิ์ (ช่วง)
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ)
สมเด็จเจ้าพระยาฯ ศรีสุริยวงศ์
ตราเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์
ตราสุริยมณฑล
กรมท่าสมัยรัชกาลที่ ๔
กรมท่าสมัยรัชกาลที่ ๕
บ้านสมเด็จเจ้าพระยาฯ (ช่วง)
ถิ่นฐานเดิมของสมเด็จเจ้าพระยาฯ องค์ใหญ่
ลูกหลานตระกูลบุนนาค
เรือหลวงที่ต่อโดยหลวงนายสิทธิ์

พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)เจ้าเมืองไชยา
สถูปพ่อท่านมา ครูมวยไชยา
ท่าย่างสามขุม
ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย
หมื่นมวยมีชื่อ
สวนอนุสรณ์มวยไชยา
ลูกหลานศรียาภัย
รูปหล่อพระยาวจีสัตยารักษ์
มวยไทยโบราณ
มวยไชยารุ่นใหม่
มวยไชยาท่าไม้ตาย
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมมวยไชยา


ม้วนทอและแกะรอยเวลา, โดย Mio Suzuki ศิลปินญี่ปุ่น
แมวโคราชเล่าเรื่อง
ศิลปกรรมที่หอศิลป์พิมานทิพย์
ศิลปกรรมในสวนน้ำ
ศิลปินจากนานาชาติร่วมพิธีเปิด
สีสันที่พิพิธภัณฑ์พิมาย
ศิลปินนำชมผลงาน
สีสันที่ พช.พิมาย



บาทหลวงอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
ภายในอาสนวิหาร
สถาปัตยกรรมฝรั่งเศส
หนองหาร
แห่ดาววันคริสต์มาส
ถนนคนทำดาว
อาคารเก่าที่ใช้อิฐแลงหลังแรก
อาคารเก่าแบบยุโรป
อาสนวิหารอัครเทวดาคามีแอล
อาหารพื้นถิ่นบ้านท่าแร่

โตสัญลักษณ์ของไทใหญ่
งานจักสานมุงไทใหญ่
คลุกงาอาหารประจำถิ่น
สะพานไม้ไผ่สานซ้อนปีละชั้้น
วิธีรีดน้ำมันถั่วลิสง
รำนกกิ่งกะหร่า
พิธีบวชลูกแก้ว
ผู้นำชุมชนและผู้ร่วมสร้างชุมชนต้นแบบ
ผ้าทอจากกี่เอว
บ่อน้ำแร่ผาบ่อง
ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร
ชาวไทใหญ่บ้านผาบ่อง
ผังชุมชนผาบ่องวิถีวัฒนธรรมไทใหญ่

การทำเกลือโบราณ
คนทำเกลือที่เหลืออยู่
สูบน้ำเกลือใต้ดิน
ต้มเกลือด้วยฟืน
แม่น้ำสงคราม
ศาลเจ้าปู่คำแดงของคนทำเกลือ
สะดุ้งหรือยอยักษ์จับปลา
สัมผัสเมนูอาหารเพื่อการเที่ยว
เสียงแคนบนหาดทราย

ชุมชนบางใบไม้
อุโมงค์ต้นจาก
ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ.
ที่เที่ยวสุราษฎร์ธานีแห่งใหม่
เที่ยวทางเรือคลองร้อยสาย
ผลิตภัณฑ์ของชุมชนบางใบไม้
ภายในบ้านหลังเก่า
หลวงพ่อสุข พระของชุมชน
อาคารมณฑปในวัด