UN โวย! โรงเรียน-โรงหมอในซีเรียถูกโจมตีอื้อ ดับกว่า 50 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578010

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 04:55

 

โรงพยาบาลของแพทย์ไร้พรมแดนในเมือง มารัต อัล-นูมาน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก (ภาพ: AFP)

สหประชาชาติออกมาประณามการโจมตีโรงเรียนและโรงพยาบาลในซีเรีย รวมทั้งโรงพยาบาลขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมถึง 50 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่งในภาคเหนือของประเทศซีเรียถูกโจมตีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน โดยองค์การสหประชาชาติออกมาประณามการโจมตีที่เกิดขึ้นว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และกระทบต่อข้อตกลงหยุดความเป็นศัตรู ที่นานาชาติตกลงกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

ข่าวระบุว่า โรงพยาบาลขององค์กรแพทท์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) ในเมืองมารัต อัล-นูมาน ในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันออกของซีเรีย เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่ถูกโจมตีโดย โฆษกของเอ็นเอสเอฟระบุว่า โรงพยาบาลของพวกเขาถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ถึง 4 ลูกทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย สูญหายอีก 8 คน และพวกเขาไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุ ขณะที่นายเมโก เทอร์เซียน ประธานของเอ็มเอสเอฟฝรั่งเศสระบุว่า กองทัพซีเรียหรือไม่ก็รัสเซียเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการร์นี้อย่างชัดเจน

โรงพยาบาลอีกแห่งในเมือง มารัต อัล-นูมาน ก็ถูกโจมตีเช่นกัน โดยคณะกรรมการท้องถิ่นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาล 2 แห่งและโรงเรียนอีก 2 แห่งในเมืองอาซาซ ติดพรมแดนตุรกี ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย เป็นเด็กถึง 6 คนตามรายงานของยูนิเฟซ ขณะที่หน่วยงานการกุศลของซีเรียกล่าวโทษรัสเซียว่าเป็นผู้โจมตี

อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯก็ออกมาประณามการโจมตีโรงพยาบาลและโรงเรียนในซีเรียเช่นกัน และระบุว่าพวกเขาสงสัยในความตั้งใจหรือความสามารถของรัสเซียในการช่วยหยุดความโหดร้ายของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียที่มีต่อประชาชนของพวกเขาเอง ส่วนสหภาพยุโรประบุว่า การโจมตีคลินิกของแพทย์ไร้พรมแดนเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

ผลตรวจชี้! ไอซิสใช้แก๊สพิษโจมตีชาวเคิร์ดในอิรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578001

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 03:35

 

(ภาพ: AFP)

องค์กรห้ามอาวุธเคมียืนยันผลตรวจตัวอย่างจากนักรบเคิร์ดที่ล้มป่วยในอิรักเมื่อปีก่อน พบว่าป่วยเพราะถูกแก๊สพิษ มัสตาร์ด ซัลเฟอร์ ขณะที่ทูตในอิรักยืนยันว่ากลุ่มไอซิสเป็นผู้ใช้งานพิษดังกล่าว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวในองค์กรห้ามอาวุธเคมี (Organization for the Prohibition of Chemical Weapons: OPCW) ยืนยันว่า ผลการตรวจสอบตัวอย่างที่เก็บมาจากนักรบชาวเคิร์ด 35 คนที่ล้มป่วยระหว่างสู้กับกลุ่มไอซิสในเมืองเออร์บิล เมืองเอกของเขตปกครองเคอร์ดิสถานในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิรักเมื่อเดือนส.ค. ปีก่อน พบว่าพวกเขาป่วยจากแก๊สพิษซัลเฟอร์ มัสตาร์ด ซึ่งถือว่าเป็นการใช้แก๊สพิษในอิรักครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสมัยการปกครองของซัดดัม ฮุสเซน

OPCW ไม่ได้ระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้ใช้แก๊สพิษดังกล่าว แต่ทูตในอิรักคนหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามระบุว่า ผลการตรวจดังกล่าวยืนยันว่าอาวุธเคมีนี้ถูกใช้โดยนักรบของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส)

ทั้งนี้ เมื่อเดือนต.ค.ปีก่อน OPCW ออกมายืนยันว่า พบการใช้แก๊สพิษในซีเรีย หลังจากรัฐบาลซีเรียยอมทำลายอาวุธเคมีในปี 2013 หลังจากพบประชาชนหลายร้อยคนเสียชีวิตจากแก๊สซารินในกรุงดามัสกัส จนนานาชาติเข้ามาตรวจสอบ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ที่มาของแก๊สพิษซัลเฟอร์ มัสตาร์ดที่พบในอิรักมี 2 ทางคือ จากคลังแสงที่ไม่เปิดเผยในบัญชีของรัฐบาลซีเรีย หรือกลุ่มไอซิสพบวิธีผลิตแก๊สพิษซัลเฟอร์แล้ว โดยแก๊สพิษชนิดนี้ถูกจัดเป็นสารเคมีประเภทที่ 1 หมายความว่ามีการใช้นอกจากเพื่อเป็นอาวุธน้อยมาก เคยถูกนำมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีผลทำให้ผิมหนัง, ดวงตา ทางเดินหายใจส่วนบนเป็นแผลพุพอง

ปากีฯเปิดมหา’ลัย ‘บาชา ข่าน’ หลังถูกถล่มดับ 20 ศพ-อนุญาตให้ครูพกปืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577935

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 23:40

 

หน่วยคอมมานโดปากีสถานถือปืนเดินลาดตระเวนภายในมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน (ภาพ: AFP)

มหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งถูกกลุ่มตาลีบันโจมตีเมื่อปลายเดือนม.ค. เปิดการเรียนการสอนอีกครั้งแล้ว โดยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งอนุญาตให้ครูอาจารย์พกปืนด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีนักรบกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน 4 คนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา จังหวัด ไคเลอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จนทำให้มีอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตถึง 20 รายเมื่อวันที่ 20 ม.ค.นั้น ล่าสุดมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลับมาเปิดสอนอีกครั้งแล้วในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.

ตามการเปิดของนาย ฟาซาล ราฮิม มาร์วัด รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นับตั้งแต่เกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากมายรวมทั้ง เพิ่มกล้องวงจรปิด, จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น และเพิ่มความสูงของกำแพงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังอนุญาตให้อาจารย์ที่มีใบอนญาต พกปืนมาสอนหนังสือได้ด้วย แต่ต้องไม่เปิดเผยให้ใครเห็นในห้องเรียน

ส่วนบรรยากาศการเปิดการเรียนการสอนวันแรกของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นักศึกษาหลายคนเดินทางมาเรียนพร้อมกับพ่อแม่และญาติพี่น้อง อย่างไรกก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนยังไม่ยอมให้ลูกหลานเดินทางมาเรียนด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก เนื่องจากกลุ่มตาลีบันประกาศไว้ว่าจะโจมตีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีก

แค่มองตาก็รู้!! สื่อนอกมองสหรัฐฯ ‘เปิดบ้าน’จัดประชุมผู้นำอาเซียน หวังสกัดอิทธิพลจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577703

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 12:49

 

นักวิเคราะห์การเมืองต่างประเทศ มองการประชุมสุดยอดผู้นำ ‘สหรัฐฯ-อาเซียน’ ที่แคลิฟอร์เนีย ครั้งแรกบนแผ่นดินสหรัฐฯ รัฐบาลบารัค โอบามา มุ่งหวังยกระดับการสนับสนุนอาเซียน หวังตอบโต้อิทธิพลของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อ 15 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำ ‘สหรัฐฯ-อาเซียน’ 2015 ที่ ซันนีแลนด์ ในเมืองแรนโช มิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 วัน เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.นี้ โดยมีประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ พร้อมด้วยผู้นำ 10 ประเทศ จากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เข้าร่วมการประชุม

เว็บไซต์ข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ตามความเห็นของนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ มองว่าการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-อาเซียน เป็นครั้งแรก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บนแผ่นดินสหรัฐฯ และมีวาระการประชุมครอบคลุมหลายเรื่อง รวมทั้ง ความมั่นคง การค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้น ถือเป็นการยกระดับความพยายามของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนชาติพันธมิตรในอาเซียน เพื่อตอบโต้อิทธิพลของจีนที่กำลังเติบโตขึ้นในภูมิภาคนี้ หลังจากประธานาธิบดีโอบามา เคยถอดเสื้อสูทประชุมหารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ ที่แห่งนี้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา โบกมือก่อนเข้าไปในเครื่องบิน แอร์ ฟอร์ซ วัน จาก ลอส แองเจลิส ไปที่ปาล์ม สปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-อาเซียน

นักวิเคราะห์การเมืองต่างประเทศชี้ว่า ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องจับตา เพราะมีผู้นำอาเซียนบางประเทศมีความกังวลที่จีนกำลังเข้าไปสร้างอิทธิพลในทะเลจีนใต้อย่างไม่เกรงกลัวใคร โดยขณะนี้ ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม ซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์ในเขตพิพาทบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์เช่นกัน ต้องการคำการันตี รับรองด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ ขณะที่ชาติอาเซียนชาติอื่นๆ ก็ไม่ต้องการให้เหล่าผู้นำจีนโกรธเคืองต่อการเข้ามายุ่งเกี่ยวของ สหรัฐฯ ในเรื่องนี้

การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-อาเซียน 2015

ส่วนเรื่องเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียนนั้น ถือเป็นประเด็นหลักของนโยบายรัฐบาลโอบามา ที่ ‘มุ่งสู่เอเชีย’ โดยนักวิเคราะห์มองว่า 10 ชาติอาเซียน เป็นแกนหลักสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทอเมริกันจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้เข้ามาลงทุนในประเทศต่างๆ ของอาเซียนแล้ว เป็นเม็ดเงินถึง 226,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8,136 ล้านล้านบาท) ขณะเดียวกัน อาเซียนยังเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐฯ และทำให้ชาวอเมริกันกว่าครึ่งหนึ่งมีงานทำ โดยขณะนี้ กลุ่มอาเซียน 10 ชาติ ซึ่งมีจำนวนประชากร 625 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังมีความเห็นว่า ความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะสกัดอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังไม่ให้ความสนใจต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และประชาธิปไตยในอาเซียนด้วยเช่นกัน

นักแสดงบอลลีวูดดัง หนีตายไฟไหม้งานวัฒนธรรมในมุมไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577543

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

เกิดไฟไหม้ที่งานแสดงวัฒนธรรมในนครมุมไบของอินเดียเมื่อวันอาทิตย์ โดยไฟสร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากอพยพผู้คนได้ทัน โดยมีนักแสดงบอลลีวูดชื่อดังรวมอยู่ในนี้ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่งานแสดงวัฒนธรรมซึ่งมีชื่องานว่า ‘Make in India’ ในนครมุมไบ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ต้องอพยพผู้คนออกไปยังที่ปลอดภัย โดย 2 นักแสดงบอลลีวูดชื่อดัง อมิตาภ พัจจัน และ อาเมียร์ ข่าน เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ภาพสถานที่จัดงานก่อนเกิดไฟไหม้ (ภาพ: AP)

ภาพจากคลิปวิดีโอซึ่งมีการเผยแพร่ทางโลกออนไลน์แสดงเห็นภายในสถานที่จัดงานที่หาดชอว์ปาตีซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ โดยไฟเริ่มลุกไหม้ใต้เวทีในขณะที่นักเต้นกำลังทำการแสดงอยู่ ก่อนจะเริ่มลุกลาม ในขณะที่แขกวีไอพีหลายคนรวมทั้งมุขมนตรีของรัฐมหาราษฏระพยายามโบกมือบอกให้นักเต้นหยุดแสดง

ทั้งนี้ รายงานข่าวในอินเดียระบุว่า ไฟไหม้ครั้งนี้มีสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และไม่มีผู้ต้องรับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จแล้ว (ภาพ: REUTERS)

ฝรั่งเศสวอนตุรกีหยุดโจมตีนักรบเคิร์ดในซีเรีย ชี้ทำให้สถานการณ์แย่ลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577538

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 05:10

 

(ภาพ: AFP)

ฝรั่งเศสเรียกร้องให้ตุรกีหยุดโจมตีชาวเคิร์ดในพื้นที่ทางเหนือของประเทศซีเรีย รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดโจมตีทางอากาศ เพื่อบังคับใช้ข้อตกลงลดความเป็นศัตรู…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. กระทรวงต่างประเทศของประเทศฝรั่งเศส ออกมาเรียกร้องให้ตุรกียุติการโจมตีนักรบชาวเคิร์ดในภาคเหนือของประเทศซีเรีย หลังจากกองทัพตุรกียิงปืนใหญ่โจมตีนักรบเคิร์ดกลุ่มนี้ ซึ่งพวกเขาอ้างว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถานมาตั้งแต่วันเสาร์แล้ว โดยกังวลว่าจะทำให้สถานการณ์ในซีเรียแย่ลง

การโจมตีของตุรกีเริ่มต้นขึ้นหลังจาก นักรบชาวเคิร์ด ‘หน่วยป้องกันประชาชน’ (วายพีจี) ในซีเรียปฏิเสธข้อเรียกร้องของตุรกีที่ต้องกันให้พวกเขาออกจากฐานทัพอากาศ ‘เมนากห์’ ในเมืองชื่อเดียวกันทางภาคเหนือของซีเรีย ที่พวกเขายึดครอง โดยวายพีจีให้เหตุผลว่า หากพวกเขาออกจากพื้นที่ กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) จะกลับมายึดครองอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวของซีเรียยังเผยแพร่แถลงการณ์ประณามการรุกรานของตุรกีด้วย โดยระบุว่า เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ฝรั่งเศสยังเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรีบและชาติพันธมิตรระงับการโจมตีทางอากาศในซีเรีย และชี้ว่าตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ การต่อสู้กับกลุ่มไอซิส และการบังคับใช้ข้อตกลง ‘ลดความเป็นศัตรู’ ที่ชาติมหาอำนาจตกลงกันที่เมืองมิวนิคเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์ส่งความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมือง ในพื้นที่ที่ยากเข้าถึง ไปจนถึงการหยุดยิงและบังคับใช้แผนเปลี่ยนผ่านอำนาจด้วยวิธีทางการเมือง ทั้งนี้ ข้อตกลง ลดความเป็นศัตรู ไม่กระทบต่อการโจมตีกลุ่มอย่าง ไอซิส หรือ อัล-นุสรา

อย่างไรก็ตาม เกิดความกังขาว่าแผนการลดความเป็นศัตรูจะใช้การได้จริงหรือไม่ เนื่องจากประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ประกาศกร้าวว่า รัฐบาลจะยึดพื้นที่ทั้งหมดคืนจากกลุ่มกบฏ ขณะที่ซีเรียประกาศจะไม่หยุดโจมตีทางอากาศใส่กบฏฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งรวมถึงกบฏสายกลางด้วย นอกจากนี้การแทรกแซงของตุรกีจะทำให้สถานการณ์ที่ซับซ้อนอยู่แล้วแย่ลงอีกด้วย

อินโดฯ-ปากีฯแบนวาเลนไทน์ ชี้ผิดคำสอนอิสลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577483

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.พ. 2559 03:05

 

(ภาพ: REUTERS)

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดกระแสต่อต้าน วันเทศกาลแห่งความรักวาเลนไทน์ ในหลายเมืองของอินโดนีเซีย อาทิ เมืองบันดาอาเจะห์ จังหวัดอาเจะห์ เมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก หรือเมืองมาคาสซาร์ จังหวัดสุลาเวสีใต้ หลังทางการท้องถิ่นรวมถึงผู้นำศาสนาได้เรียกร้องว่าการเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ผิดต่อหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม และวันวาเลนไทน์มิใช่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิสลาม ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นมุสลิมจำนวนหลายพันคนยังร่วมเดินขบวนตอบรับกระแสต่อต้านเทศกาลวาเลนไทน์ครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะในเมืองบันดาอาเจะห์ ที่มีการชุมนุมต่อต้านถึง 4 จุด

ก่อนหน้านี้ นายมามนูน ฮุสเซน ประธานาธิบดีปากีสถาน ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ระบุว่า เทศกาลวันวาเลนไทน์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปากีสถาน เป็นวัฒนธรรมของตะวันตกที่ขัดแย้งกับวัฒนธรรมมุสลิม และควรหลีกเลี่ยง เช่นเดียวกับทางการในเขตโคฮัต จังหวัดไคเบอร์ ปักฮตุนวา ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามร้านค้าขายของที่เกี่ยวกับเทศกาลวาเลนไทน์ และสภาท้องถิ่นเมืองเปชาวาร์ ที่สั่งห้ามเฉลิมฉลองระบุว่าเป็นวันไร้สาระ.

UN ชี้ ปี 2015 พลเรือนอัฟกันตกเป็นเหยื่อความรุนแรงสูงสุดในรอบ 7 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577493

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 00:10

 

(ภาพ: AP)

สหประชาชาติเผยรายงาน ระบุ จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรงในประเทศอัฟกานิสถานในปี 2015 เพิ่มขึ้นจนทำลายสถิติมากที่สุดในรอบ 7 ปีแล้ว โดยเกิดจากการโจมตีที่รุนแรงขึ้นของกลุ่มตาลีบัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. องค์การสประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาเปิดเผยว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในประเทศอัฟกานิสถานในปี 2015 เพิ่มขึ้นสู่ตัวเลขสูงสุดในรอบ 7 ปี เนื่องจากเหตุความรุนแรงแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ในขณะที่กองกำลังพันธมิตรนานาชาติเกือบทั้งหมดกำลังถอนกำลังกลับมาตุภูมิ

ยูเอ็นระบุในรายงานประจำปี ว่าด้วยจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายของพลเรือน ว่า เมื่อปีก่อนมีพลเรือนซึ่งไม่ใช้ทหารหรือนักรบเสียชีวิตจากการต่อสู่ในอัฟกานิสถานอย่างน้อย 3,545 ราย และมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอก 7,457 คน หรือเพิ่มจากตัวเลขในปี 2014 ราว 4%

ทั้งนี้ รายงานของสหประชาชาติระบุว่ามี 2 ปัจจัยที่ทำให้จำนวนพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นคือ การต่อสู้อย่างรุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลอัฟกานิสถานและกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ที่เมืองคุนดุซ ทางเหนือของประเทศในช่วงปลายเดือนก.ย. ปีก่อน และเหตุระเบิดฆ่าตัวตายหลายระลอกในกรุงคาบูลซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

รายงานยังแจกแจงรูปแบบการโจมตีที่ทำให้พลเรือนอัฟกานิสถานเสียชีวิตในปี 2015 โดยปะทะภาคพื้นมาเป็นอันดับ 1 ที่ 37% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ตามด้วยระเบิดแสวงเครื่องข้างถนนคิดเป็น 21% อีก 17% เป็นระเบิดฆ่าตัวตาย ส่วนที่เหลือเป็นการโจมตีรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้หญิงและเด็กยังตกเป็นเหยื่อเหตุความรุนแรงมากขึ้น โดยมีพลเรือนหญิงเสียชีวิตและบาดเพิ่มขึ้น 37% ขณะที่เด็กเพิ่มขึ้น 14%

ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่ หรือ 62% เกิดจากฝีมือของกลุ่มตาลีบัน อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตและบาดเจ็บของพลเรือนที่เกิดจากฝีมือของกองกำลังความมั่นคงฝ่ายรัฐบาลก็เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2014 ส่วนการเสียชีวิตจากฝีมือกองกำลังนานาชาติ เพิ่มขึ้น 9% โดยส่วนใหญ่อยู่ในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งกระสุนไปตกใส่โรงพยาบาลขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 42 ราย และบาดเจ็บอีก 43 คน

ชนขนาดนี้ไม่ตาย! รถบรรทุกพุ่งชนชายจีนอย่างจัง มอเตอร์ไซค์ล้มกลางถนน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577088

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 18:58

 

(ภาพจากคลิปวีดิโอ CNN อัพโหลดลงยูทูบ)

สุดช็อก…รถบรรทุกพุ่งชนชายจีน ขี่รถจักรยานยนต์ล้มกลางถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ดันร่างที่ติดไปกับหน้ารถ จนไปสงบนิ่งอยู่ริมขอบปูนกั้นถนน แต่ไม่น่าเชื่อ รอดตายปาฏิหาริย์

เมื่อ 13 ก.พ.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวีดิโออุบัติเหตุสุดระทึกผ่านทางยูทูบ บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นนาทีที่รถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งชนและดันชายชาวจีนคนหนึ่งที่กำลังประสบเหตุรถจักรยานยนต์ล้มอยู่กลางถนนที่ลื่น เพราะปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ในเมืองหวูหู ประเทศจีน เดชะบุญที่ชายจีนคนดังกล่าว รอดตายอย่างเหลือเชื่อ

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า คลิปวีดิโอนี้ถูกบันทึกโดยกล้องวีดิโอที่ติดอยู่หน้ารถยนต์คันหนึ่งที่วิ่งสวนมาเห็นเหตุการณ์สุดช็อกครั้งนี้พอดี โดยชายจีนที่ประสบเหตุได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นในเมืองหวูหู และเขาโชคดีสุดๆ ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุสยองครั้งนี้ เพียงแต่ต้องถูกตัดนิ้วมือเท่านั้น

ชมคลิป ที่นี่

ยอดเหยื่อดินไหวไต้หวันพุ่ง 94 ศพ ยังเหลือผู้สูญหายอีก 30 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576718

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 23:25

 

(ภาพ: AP)

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในภาคใต้ของไต้หวันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายซึ่งคาดว่าติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.4 ในภาคใต้ของเกาะไต้หวัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้วในวันศุกร์ ขณะที่หน่วยกู้ภัยของสำนักงานดับเพลิงกำลังค้นหาผู้สูญหายอีกราว 30 คน ที่เชื่อว่าถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวดังกล่าวมีจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน ทำให้อพาร์ตเมนต์ ‘เว่ยกวน จินหลง’ (มังกรทอง) สูง 17 ชั้นในเมืองแห่งนี้พังถล่ม มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังหลายร้อยคน ซึ่งผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด หรือ 92 คน ถูกพบใต้ซากอาคารหลังนี้ และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้แล้ว 310 คน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สืบสวนของไต้หวันดำเนินการจับกุมอดีตผู้บริหารของบริษัทซึ่งรับผิดชอบในการสร้างอพาร์ตเมนต์มังกรทอง 3 คน ในข้อหากระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากเกิดข้อสงสัยว่ามีการทุจริตในการก่อสร้างหรือไม่ เพราะมีอาคารหลายหลังที่เก่ากว่าอพาร์ตเมนต์หลังนี้แต่กลับไม่พังถล่ม