เกาหลีใต้กู้ซากจรวดโสมเหนือหวังไขความลับคู่อริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574169

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.พ. 2559 02:40

 

(ภาพ: AP)

เกาหลีเหนือยิงจรวดพิสัยไกลส่งดาวเทียม สำรวจโลกขึ้นสู่วงโคจรโลกท่ามกลางการรุมประณามของเพื่อนบ้านและสหรัฐฯ ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมฉุกเฉินรับมือแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวเกาหลีเหนือยิงจรวดดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า สำนักงานด้านการพัฒนาอวกาศแห่งชาติเกาหลีเหนือ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสำรวจโลก “กวางมยองซอง-4” เข้าสู่วงโคจรโลกหลังจากทะยาน ขึ้นพร้อมจรวดพิสัยไกลจากศูนย์อวกาศ “โซแฮ” ในจังหวัดพยองกันเหนือได้ราว 10 นาที ทั้งนี้ เป็นการลงนามคำสั่งโดยคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือและว่า เกาหลีเหนือมีแผนส่งดาวเทียมสู่วงโคจรโลกอีกหลายดวงในอนาคต

ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ แถลงว่าเรือรบของเกาหลีใต้ ได้ตรวจพบสัญญาณการยิงจรวด เมื่อเวลา 09.31 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.31 น. วันเดียวกันตามเวลาในไทย ต่อมาเรือรบเกาหลีใต้ยังสามารถกู้ซากชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นจรวดของเกาหลีเหนือแถวนอกชายฝั่งเกาะเชจู ซึ่งอาจบอกรายละเอียดโครงการจรวดของเกาหลีเหนือได้

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เตรียมประชุมฉุกเฉินถกหารือการยิงจรวด ดังกล่าวของเกาหลีเหนือตามคำร้องขอของสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งต่างออกมาประณามการยิงจรวดของเกาหลีเหนือ และมองว่าเป็นการทดสอบเทคโนโลยีขีปนาวุธที่ถูกสหประชาชาติสั่งห้าม

การยิงจรวดของเกาหลีเหนือมีขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังรัฐบาลเปียงยางอ้างว่าทดลองระเบิดไฮโดรเจน (เอช-บอมบ์) ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ทั่วไป และนับเป็นการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ของเกาหลีเหนือ

อนึ่ง ปฏิกิริยาจากประเทศอื่นๆ ล้วนออกมาประณามและไม่เห็นด้วยต่อการยิงจรวดของเกาหลีเหนือรวมทั้งจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรของเกาหลีเหนือ ระบุรู้สึก เสียใจต่อการกระทำของเกาหลีเหนือแต่ยังเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความระงับยับยั้งไม่ให้กระทำการอื่นใดที่อาจทำให้เกิดความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือแจ้งเตือนหน่วยงานยูเอ็นว่า จะทำการยิงจรวดช่วงวันที่ 8-15 ก.พ. แต่เปลี่ยนมาเป็นช่วงวันที่ 7-14 ก.พ. อ้างเป็นช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวยกว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดพิสัยไกลครั้งล่าสุดก็เมื่อปี 2555 ซึ่งครั้งนั้นได้อ้างเพื่อส่งดาวเทียมสื่อสารสู่วงโคจรโลก แต่นานาชาติตรวจไม่พบ สัญญาณใดๆตามที่เกาหลีเหนืออ้าง

UN เรียกประชุมฉุกเฉิน หาบทลงโทษเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574163

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2559 00:30

 

(ภาพ: AP)

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เตรียมจัดประชุมฉุกเฉิน เพื่อหามาตรการลงโทษเกาหลีเหนือ ที่ดำเนินการปล่อยจรวดส่งดาวเทียมเมื่อวันอาทิตย์ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินตามการเรียกร้องของรัฐบาลเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการลงโทษต่อประเทศเกาหลีเหนือ หลังยิงจรวดส่งดาวเทียมสู่วงโคจรโลก แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการกระทำบังหน้าเพื่อทดสอบขีปนาวุธมากกว่า ซึ่งเป็นการละเมิดมติห้ามทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธของยูเอ็นเอสซี

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. 2016 รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการยิงจรวดส่งดาวเทียมครั้งนี้ โดยแถลงการณ์ฉบับหนึ่งระบุว่า ดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ ‘กวางมยองซง-4’ เข้าสู่วงโคจรโลกได้สำเร็จแล้ว เพียงไม่ถึง 10 นาที หลังจากถูกยิงออกไปพร้อมจรวดที่ศูนย์ปล่อยจรวด โซแฮ ในจังหวัดพยองอันเหนือ

ขณะที่ สื่อของเกาหลีเหนือต่างออกมายกย่องการส่งดาวเทียมว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอวกาศอย่างสันติของประเทศ นอกจากนี้ยังรายงานด้วยว่า เกาหลีเหนือมีแผนปล่อยดาวเทียมอีกหลายดวงในอนาคต

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของเกาหลีเหนือ บอกกับที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ควรถือว่าการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือครั้งนี้เป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธ เนื่องจากดาวเทียมที่เกาหลีเหนือส่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั้นอาจเป็นของไร้ประโยชน์

ด้านปฏิกิริยาจากหน่วยงานและประเทศอื่นๆ นาย บัน คี มูน ประณามการยิงจรวดของเกาหลีเหนือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ขณะที่นาโตระบุว่า การกระทำของเกาหลีเหนือละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยตรงถึง 5 ข้อ ส่วน นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนว่า จะมีมาตรการรุนแรงเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ

แม้แต่จีน มหามิตรของเกาหลีเหนือก็ออกมาแสดงความผิดหวัง โดยระบุว่า พวกเขาเสียใจในการกระทำของเกาหลีเหนือ แต่ยังคงเรียกร้องให้ชาติที่เกี่ยวข้องอย่าเพิ่งออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้น

‘ญี่ปุ่น’ แถลงประณาม ‘เกาหลีเหนือ’ ยิงขีปนาวุธขึ้นฟ้า คุกคามความมั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573985

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2559 11:40

 

ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ หารือฉุกเฉิน เหตุเกาหลีเหนือทำการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่ใช่จรวดส่งดาวเทียมตามกล่าวอ้าง ขณะที่นายกฯ ญี่ปุ่น แถลงการณ์ประณามการกระทำ พร้อมระบุว่าเกาหลีเหนือจงใจคุกคามความมั่นคงของญี่ปุ่น…

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.พ. 59 ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลเกาหลีใต้และรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ยืนยันตรงกันว่า เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นสู่ท้องฟ้า และการทดสอบดังกล่าวไม่ใช่จรวดส่งดาวเทียมตามคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือแต่อย่างใด ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องหารือฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการทดสอบขีปนาวุธถือว่าเป็นการละเมิดมติสหประชาชาติ และเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของภูมิภาค

ล่าสุด สำนักข่าวยอนฮัพ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า การทดสอบครั้งนี้อาจเป็นการทดสอบที่ล้มเหลว เนื่องจากชิ้นส่วนจรวดจากขีปนาวุธถูกเผาไหม้ก่อนจะตกทะเล บริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเชจู ขณะที่ สายการบินญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เริ่มประกาศปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน เพื่อหลีกเลี่ยงชิ้นส่วนจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ได้ส่งคำร้องไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อขอให้มีการจัดประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือวางแผนตอบโต้การกระทำดังกล่าวในวันนี้ ขณะที่ล่าสุด นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ พร้อมทั้งระบุว่า เกาหลีเหนือจงใจท้าทายมติสหประชาชาติและคุกคามความมั่นคงของญี่ปุ่น ก่อนจะออกประกาศให้ประชาชนในประเทศญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเคยประกาศให้กองกำลังป้องกันตนเอง หรือ เอสดีเอฟ พร้อมรับสถานการณ์ โดยสามารถยิงสกัดวัตถุใดๆ ก็ตามที่ล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนญี่ปุ่น และจะก่อให้เกิดอันตรายกับประเทศได้

นาทีแผ่นดินไหวไต้หวัน! ดับแล้ว 14 หวั่นยอดตายพุ่ง อพาร์ตเมนต์17ชั้นถล่ม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573830

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 23:40

 

ชาวไต้หวันสลด ก่อนวันตรุษจีน…ธรณีพิโรธขนาด 6.4 ที่เมืองไถหนาน ทางภาคใต้  คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 11ราย แต่ยังสูญหายอีกหลายสิบ หวั่นยอดเหยื่อเคราะห์ร้ายจะเพิ่มมากว่านี้ เนื่องจากอพาร์ตเมนต์สูง 17 ชั้นหลังหนึ่งพังถล่ม

เมื่อ 6ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวใหญ่ ขนาด 6.4 ที่ไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ เวลา 03.47 น.ของวันที่ 6ก.พ. 59 ตามเวลาท้องถิ่น หรือ เพียงวันเดียวก่อนจะถึงวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน โดยแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนในเมืองไถหนาน ทางภาคใต้ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะอพาร์ตเมนต์ สูง 17 ชั้นหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของประชาชนอย่างน้อย 256 คน ได้พังถล่มลงมากจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวนั้น

จากรายการของสำนักข่าวกลางของทางการไต้หวัน ระบุ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุธรณีพิโรธครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 14 ราย บาดเจ็บ 475 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 30 คน บ้านเรือนประมาณ 9แสนหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ และ 4 แสนหลัง น้ำประปาถูกตัดขาด ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างน้อย 70 ราย และสามารถข่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยติดอยู่ในอาคารบ้านเรือนได้แล้วกว่า 200 คน

ด้านประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ของไต้หวัน ได้เดินทางลงพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เมืองไถหนาน ซึ่งมีประชากรราว 2 ล้านคน พร้อมกล่าวว่า ต้องเร่งจัดตั้งศูนย์ผู้ประสบภัยให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนพังเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะที่ทางการไต้หวันได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 1,500 คนเร่งช่วยค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่ถล่มลงมา

ข่าวแจ้งว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ไม่ใช่เพียงแค่รับรู้ได้ในกรุงไทเป เมืองหลวง ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือเท่านั้น แต่ชาวจีน ทางภาคใต้สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วย ขณะที่ ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งของสำนักข่าวเอ็นพีอาร์ที่กรุงไทเป กล่าวว่า ถึงแม้ไต้หวันจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมาในไต้หวัน

ชมคลิป ที่นี่

ช่วย 2 เด็กน้อย ติดใต้อาคารถล่มในไต้หวัน ยอดตายขยับ 7 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573762

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 17:03

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วย 2 หนูน้อย ติดใต้อาคารถล่มในเมืองไถหนาน ของไต้หวัน หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ขณะที่ ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ…

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ความรุนแรงระดับ 6.4 บนแผ่นดินทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน เมื่อเวลา 03.57 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.57 น. ตามเวลาไทย) ความคืบหน้าล่าสุด หน่วยกู้ภัยไต้หวันยังคงเร่งมือช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในอาคาร ในเมืองไถหนาน ที่พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 คน ในจำนวนนี้มีเด็กทารกเพศหญิงอายุเพียง 10 วัน รวมอยู่ด้วย และบาดเจ็บอีกกว่า 300 คน

ทั้งนี้ หน่วยกู้ภัยของไต้หวันสามารถช่วยชีวิตเด็กน้อย 2 คน ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 17 ชั้น ออกมาอย่างปลอดภัย และคาดว่ายังคงมีประชาชนติดอยู่ภายในอีกอย่างน้อย 30 คน เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายครอบครัวมีญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้านเพื่อฉลองตรุษจีน

ด้านประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ของไต้หวัน ได้ลงพื้นที่ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน และรับปากว่าจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในอาคารและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ให้เร็วที่สุด ขณะที่ทางการจีนได้เสนอความช่วยเหลือมายังไต้หวันหลังจากเกิดเหตุ ซึ่งไต้หวันยังอยู่ระหว่างการประเมินว่าจำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ หรือไม่

สำหรับ ไต้หวัน ตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2542 ด้วยแรงสั่นสะเทือนถึง 7.7 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2,400 คน.

ชาวภูฏานปลื้มปีติ พระชายากษัตริย์จิกมี ประสูติพระราชโอรส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573661

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 11:45

 

ชาวภูฏานปลื้มปีติราชินีเจตซุน พระชายากษัตริย์จิกมีประสูติพระราชโอรส ทั้งพระราชินีและพระโอรส มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงดี

สำนักพระราชวังภูฏาน เผยข่าวดีราชินีเจตซุน เปมา พระชายาของเจ้าชายจิกมี ประสูติพระราชโอรสแล้ว 6 ก.พ.59 สำนักพระราชวังภูฏานประกาศข่าวดีผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กของสมเด็จพระราชินี
เจตซุน เปมา พระชายาในกษัตริย์จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน โดยระบุว่า พระราชินีได้ทรงมีพระประสูติกาลพระโอรส ซึ่งเป็นพระโอรสองค์แรกในกษัตริย์จิกมี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ที่พระราชวังลิงกานา ในกรุงทิมพู

นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า ตลอดการประสูติพระราชโอรสของราชินี กษัตริย์จิกมีทรงอยู่เคียงข้างพระชายาไม่ห่าง และตอนนี้ทั้งพระราชินีและพระโอรส มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงดี

โดยข่าวนี้นำมาซึ่งความปีติยินดีของประชาชนชาวภูฏานอย่างมาก ซึ่งเหล่าพสกนิกรต่างพากันขอให้พระโอรสมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงต่อไป

ทั้งนี้ กษัตริย์จิกมี พระชนมพรรษา 35 พรรษาผู้เป็นที่รักและเคารพของชาวภูฏาน ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระบิดาของพระองค์เมื่อปี 2551 และอภิเษกสมรสกับพระราชินีเจตซุน พระชนมพรรษา 25 พรรษาเมื่อปี 2554.

สลด! อพาร์ตเมนต์ถล่ม-ตายแล้ว 5 จากแผ่นดินไหวไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573617

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 11:01

 

แผ่นดินไหวไต้หวันทำให้อพาร์ตเมนต์ในเมืองไถหนานถล่มมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 คน บาดเจ็บและติดค้างจำนวนมาก ด้าน กต.ระบุยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับอันตราย…

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 10.20 น. (ตามเวลาไทย) มีรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.4 บนแผ่นดินทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน เมื่อเวลา 03.57 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.57 น. ตามเวลาไทย) โดยสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานอ้างถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นมีอพาร์ตเมนต์สูง 17 ชั้น เมืองไถหนานพังถล่ม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 5 คน มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลประมาณ 150 คน คาดว่า มีผู้ติดค้างอีกกว่า 100 คน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและตรวจสอบตามจุดอื่นๆ

อาคารทั้งหลังเสียหายนอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มีอาคารอีกอย่างน้อย 2 หลัง พังถล่ม ส่วนอีกหลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

มีรายงานเพิ่มเติมแผ่นดินไหวครั้งนี้ จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองไถหนานประมาณ 43 กิโลเมตร โดยเมืองไถหนานอยู่ทางใต้ของไต้หวัน ห่างจากกรุงไทเปเมืองหลวง 317 กิโลเมตร หลังเกิดแผ่นดินไหวมีอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุมีคนไทยอยู่ในไต้หวันทั้งหมด 65,785 คน ในจำนวนนี้อยู่ในเมืองไถหนาน 5,080 คน เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานมีคนไทยได้รับอันตราย.

 

สภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหว

เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

ธรณีพิโรธ 6.4 เขย่าไต้หวัน ไม่มีเตือนภัยสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573514

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 04:30

 

(ภาพ: USGS)

เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.4 ในพื้นที่ทางใต้ของเกาะไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยยังไม่มีรายงานความเสียหาย และไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. 2016 เวลา 3:57 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 2:57 น. ตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.4 บนแผ่นดินทางใต้ของเกาะไต้หวัน จุดศูนกลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก ราว 10 กม. ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเทศมณฑลผิงตง

ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าเกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรู้สึกได้เกือบทุกพื้นที่ของเกาะไต้หวัน ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA: โนอา) ของสหรัฐฯ ไม่ประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

ภูเขาไฟ ‘ซากุระจิมะ’ ในญี่ปุ่นระเบิดรุนแรง-อุตุฯ เตือนภัยระดับ 3 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573499

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 02:50

 

(ภาพ: AP)

ภูเขาไฟซากุระจิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ระเบิดรุนแรงในช่วงเย็นวันศุกร์ และทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นประกาศเตือนไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภูเขาไฟ ‘ซากุระจิมะ’ ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่นระเบิดอย่างรุนแรง เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ (5 ก.พ.) ที่ผ่านมา ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของแดนอาทิตย์อุทัยประกาศคำเตือนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ภูเขาไฟลูกนี้ ขณะที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการระเบิดของภูเขาไฟ ซึ่งแสดงให้เห็นฟ้าผ่าบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ

ภาพต่อเนื่องแสดงให้เห็นการระเบิดของภูเขาไฟซากุระจิมะ (ภาพ: AFP)

ภูเขาไฟซากุระจิมะเริ่มระเบิดเมื่อวันศุกร์ เวลาประมาณ 19:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งเถ้าถ่านพุ่งขึ้นฟ้าสูงกว่า 7,000 ฟุต โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยืนยันว่า กลุ่มขี้เถ้าหนาทึบกระจายออกไกลกว่าครึ่งไมล์จากปากปล่องภูเขาไฟ และได้ประกาศเตือนภัยระดับที่ 3 จาก 5 ระดับ โดยเป็นการเตือนไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้ภูเขาไฟลูกนี้

ทั้งนี้ ซากุระจิมะเป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลังสูง ตั้งอยู่บนเกาะคิวชู ภูเขาไฟลูกนี้เคยเป็นเกาะมาก่อนแต่ลาวาจากการระเบิดเมื่อปี 1914 ได้เชื่อมมันเข้ากับแหลมที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ในระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย. ปี 2015 ภูเขาไฟซากุระจิมะระเบิดประมาณ 700 ครั้ง และมีถึง 200 ครั้ง ที่ส่งควันขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 6,000 ฟุต

ชมคลิปที่นี่

สื่อนอกตีข่าว นักข่าวจีนหายตัวระหว่างขอลี้ภัยในไทย ไปโผล่โดนจับที่จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572671

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 13:00

 

ซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวนักข่าวจีนหายตัวไปหลายสัปดาห์ ระหว่างขอลี้ภัยอยู่ในไทย จู่ๆ โทรกลับมาหาภรรยา บอกสมัครใจกลับไปจีนเอง ขณะที่ฝ่ายหญิงมั่นใจเป็นฝีมือของรัฐบาลจีนแน่ ที่ดำเนินการเพื่อนำตัวสามีของเธอกลับไปคุมขังในจีน

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59  สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานไปทั่วโลกว่านายหลี่ ซิน นักข่าวชาวจีน ซึ่งหายตัวไปหลายสัปดาห์ ระหว่างขอลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย ก่อนต่อมา จะไปอยู่ในจีนและโดนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว โดยจากการเปิดเผยของนางเหอ ฟั่งเหมย ภรรยาของนายหลี่ ซิน นักข่าวชาวจีนคนดังกล่าว ระบุว่า นายหลี่ ซิน สามีของเธอ ได้พูดคุยกับเธอ เมื่อวันพุธที่สัปดาห์ที่แล้ว (28 ม.ค.59) หลังจากได้หายตัวไปหลายสัปดาห์ในไทยว่า เขาสมัครใจกลับไปจีนด้วยตัวเอง เพื่อช่วยเรื่องการสอบสวนคดี และยังพูดกับเธอว่าไม่ควรพูดคุยกับสื่อต่างชาติ

‘ฉันรู้ว่านี่เป็นฝีมือพวกเขา (รัฐบาลจีน) มันขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่หลี่ ซิน เคยพูด’ นางเหอ ฟั่งเหมย กล่าว พร้อมกับปฏิเสธที่จะเผยว่าขณะนี้นายหลี่ ซิน อยู่ที่ไหนและเขายังได้ขอร้องให้เธออย่าถามคำถามใดๆ อีก

นายหลี่ ซิน นักข่าวจีนพูดคุยกับนักข่าวเอพีผ่านทางสไกป์ อยู่ที่สำนักงานของสำนักข่าวเอพีในกรุงนิวเดลี เมื่อ 20พ.ย.58

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายหลี่ ได้มีการติดต่อกับนางเหอ ฟั่งเหมย ภรรยา ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ม.ค.โดยเขาบอกกับเธอว่ากำลังอยู่บนรถไฟจากไทย จะไปยังประเทศลาว โดยนายหลี่ เคยเป็นอดีตบรรณาธิการของ นสพ.ไชนีส (Chinese) ซึ่งเป็นนสพ.ชื่อดังในจีน เและยังเคยเปิดเผยว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นกดดันให้เขาเป็นสายลับคอยสอดแนมความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพยายามจะขอลี้ภัยอยู่ในอินเดีย และไทย

ซีเอ็นเอ็น ยังระบุว่า เหตุการณ์ของนายหลี่ ซิน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 58 ที่เกี่ยวข้องกับกรณีชาวจีนต่อต้านรัฐบาล ถูกส่งตัวจากไทยไปให้จีน หรือหายตัวไประหว่างอยู่ในประเทศไทย