ผลวิจัยชี้ มะเร็งอาจคร่าชีวิตคน 2.8 ล้านในจีนเมื่อปี 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570945

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.พ. 2559 04:10

 

(ภาพ: AFP)

นักวิชาการจีนเผยแพร่ผลวิจัยประเมินว่า มะเร็งอาจเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตในจีนถึง 2.8 ล้านคนในปี 2015 และมีผู้ป่วยรายใหม่เกิน 4 ล้านคน…

สำนักข่าว ซินหัว ของจีน รายงานว่า ผลวิจัยของกลุ่มนักวิชาการชาวจีนซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ ‘CA: A Cancer Journal for Clinicians’ ของสหรัฐฯ ระบุว่า โรคมะเร็งอาจเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนกว่า 2.8 ล้านคนในประเทศจีน เสียชีวิตในปี 2015 หรือเฉลี่ยเท่ากับมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง 7,500 คนทุกวัน

นอกจากนี้ ผลวิจัยยังประเมินว่าในปีเดียวกันนี้ มีผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเกือบ 4.3 ล้านคน หรือเฉลี่ยเท่ากับมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 12,000 คนทุกวัน ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าประเมินในปี 2013 ซึ่งระบุว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 3.12 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 2 ล้านคนในปี 2012

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในผลการศึกษานี้ไม่ใช่ตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่เป็นตัวเลขประเมินแนวโน้มจากสำนักงานทะเบียนผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งท้องถิ่นจำนวน 72 แห่ง ระหว่างปี 2009-2011 ซึ่งตอนนี้ได้รับการเปิดเผยโดยสำนักงานแห่งชาติเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งและสำนักงานทะเบียนผู้ป่วยมะเร็งกลางแห่งชาติ (National Office for Cancer Prevention and Control & National Central Cancer Registry: เอ็นซีซีอาร์)

เอ็นซีซีอาร์ ระบุว่า มะเร็งปอด, กระเพาะอาหาร, หลอดอาหาร, ตับ และลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายโดยคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม, ปอด, กระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่ และหลอดอาหารมากที่สุด

เฉิน ว่านชิง ผู้นำการเขียนผลวิจัยฉบับนี้และผู้อำนวยการของเอ็นซีซีอาร์ บอกกับสถานีวิทยุแห่งชาติจีนว่า มลภาวะทางอากาศเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด ขณะที่การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้เกิดผู้ป่วยโรคมะเร็งคิดเป็น 25% ของผู้ป่วยทั้งหมด

ไอซิสวางคาร์บอมบ์-ระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองหลวงซีเรีย ยอดเหยื่อพุ่ง 60 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570912

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.พ. 2559 00:20

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามจุดระเบิดรถยนต์และระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีภายในเขตทางใต้ของกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 60 ราย และบาดเจ็บมากกว่าร้อยคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. เกิดเหตุระเบิดรถยนต์และระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง ในเขตซายิดาห์ เซนาบ ทางใต้ของกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรีย ซึ่งได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 60 ราย รวมนักรบติดอาวุธชีอะห์ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด 25 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 110 คน

ตามรายงานของสำนักข่าวซานา ของรัฐบาลซีเรีย อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กลุ่มนักรบติดอาวุธกลุ่มหนึ่งจุดระเบิดในรถยนต์ที่จอดไว้ใกล้กับอู่รถสาธารณะแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากอาราม ซายิดาห์ เซนาบ ซึ่งได้รับความเคารพอย่างสูงจากชาวมุสลิมชีอะห์ ก่อนที่มือระเบิดฆ่าตัวตายอีก 2 คนจะจุดระเบิดตามในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้คนหลังเกิดระเบิดลูกแรก

รถยนต์จำนวนมากได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองซายิดาห์ เซนาบ ชานกรุงดามัสกัส ของซีเรีย (ภาพ: AFP)

หลังเกิดเหตุ กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ อ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ ขณะที่ นายวาเอล อัล-อาลาคี นายกรัฐมนตรีซีเรีย ออกมาระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่ต้องการเรียกขวัญกำลังใจของตัวเอง หลังจากพ่ายแพ้ต่อกองทัพอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง เหตุโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ตัวแทนรัฐบาลซีเรียและฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลไปรวมตัวกันที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศด้วยวิธีการทางการเมือง แต่จนถึงตอนนี้การพูดคุยก็ยังไม่เริ่มขึ้น

‘กาตาร์’ เพิ่มเที่ยวบินยาวสุดในโลก ‘สิงคโปร์แอร์ไลน์ส’ พร้อมทำลายสถิติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570638

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2559 09:00

 

สายการบินกาตาร์ประกาศจะเปิดเที่ยวบินระหว่างกรุงโดฮา-อ๊อคแลนด์ ระยะทางบิน 14,500 กม. โดยไม่จอดพัก ขณะที่สิงคโปร์แอร์ไลน์ส ประกาศพร้อมจะทำลายสถิติอีกครั้งหนึ่ง เริ่มทำการบินระหว่างสิงคโปร์-นิวยอร์ก ระยะทาง 15,300 กม.

เมื่อ31 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายอัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานสายการบินกาตาร์ประกาศ บริษัทจะทำการบินระยะยาวไกลที่สุดในโลกขณะนี้ เชื่อมระหว่างกรุงโดฮา ซึ่งเป็นศูนย์ใหญ่ หรือฮับของสายการบินกาตาร์ กับโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ เป็นระยะทางบินกว่า 14,500 กิโลเมตร โดยไม่จอดพัก หรือคิดเป็น 36% ของเส้นรอบวงโลก ผู้โดยสารจะต้องเป็นคนที่ไม่รู้สึกอึดอัดง่าย เพราะจะต้องนั่งเครื่องบินเป็นเวลานานถึง 18 ชั่วโมง 30 นาที ในเครื่องบินโบอิ้งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการบินพิสัยไกล

สายการบินกาตาร์จะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 777-200LR ซึ่งเป็นเครื่องบินที่สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับการบินพิสัยไกลเป็นการเฉพาะ รองรับผู้โดยสารได้จำนวน 260 คน (42 ที่นั่งเป็นชั้นธุรกิจ) ทำลายสถิติเที่ยวบินพาณิชย์ที่ไกลที่สุดในโลกขณะนี้ ทั้งนี้ เครื่องบินดังกล่าวสามารถบินได้ไกลถึง 17,370 กิโลเมตร

สำหรับเที่ยวบินไกลที่สุดในโลกของสายการบินกาตาร์ จะทำลายสถิติของสายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย ที่บินระหว่างดัลลัส-ซิดนีย์ ใช้เวลาบิน 16 ชั่วโมง 55 นาที และสายการบินเอมิเรตส์ที่ประกาศจะเริ่มทำการบินในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างดูไบ-ปานามา ระยะเวลาบิน 17 ชั่วโมง 35 นาที ที่ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า เป็นเที่ยวบินไกลที่สุดในโลก

ด้านสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่า จะเริ่มทำการบินระหว่างสิงคโปร์-นิวยอร์ก ในช่วงปี 2018 ระยะทาง 15,300 กิโลเมตร ใช้เวลาทำการบินถึง 19 ชั่วโมง ซึ่งเคยประกาศไปแล้วแต่ต้องทำการยกเลิกไปในปี 2013 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงเกินไป ทั้งนี้ เครื่องบินที่ทำการบินระยะทางไกลจะต้องบรรทุกน้ำมันจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้องเสียค่าน้ำมันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการบรรทุกน้ำมันเองที่ไม่ได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น เมื่อราคาน้ำมันลดลงมากในปัจจุบันทำให้หลายสายการบินหันมาเร่ิมต้นทำการบินระยะทางไกลมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ต่างหันมาแข่งขันกันผลิตเครื่องบินที่สามารถบินได้ในระยะทางไกล นอกจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แล้ว แอร์บัสก็หันมาผลิตเครื่องบินสำหรับการบินพิสัยไกลมาแข่งด้วย สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส จะใช้เครื่องบินแอร์บัส A350 900 URL ที่สามารถบินได้ถึง 19 ชั่วโมง มาประจำการสงครามแข่งขันเส้นทางการบินระยะยาวไกลที่สุดในโลกเริ่มขึ้นแล้ว

วันนี้ที่รอคอย! กู้ภัยจีนช่วย 4 คนงานสู่พื้นโลก หลังติดใต้เหมือง 36 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570288

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 05:45

 

(ภาพ: REUTERS)

หน่วยกู้ภัยจีนสามารถช่วยเหลือคนงาน 4 คน ออกจากใต้เหมืองยิปซั่ม ในมณฑลซานตง ทางตะวันออกของประเทศ หลังพวกเขาติดใต้เหมืองแห่งนี้มานานถึง 36 วัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของจีนเผยแพร่ภาพวิดีโอวินาทีชีวิตขณะเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย นำตัวคนงานเมือง 4 คนซึ่งติดอยู่ใต้เหมืองยิปซั่มแห่งนี้ตั้งแต่เหมืองถล่มที่เมืองปิงอี้ ในมณฑลซานตง เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2015 ขึ้นสู่พื้นผิวโลก ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เหตุเหมืองถล่มเมื่อ 25 ธ.ค. รุนแรงถึงขนาดศูนย์ติดตามแผ่นดินไหวของจีนสามารถตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนได้ ทำให้มีคนงานติดอยู่ใต้ดิน 29 คน มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินกว่า 400 นายเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งการช่วยเหลือล่าสุดทำให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือคนงานขึ้นมาได้แล้ว 15 คน เสียชีวิต 1 ศพ และยังมีคนงานสูญหายอีก 13 คน

หน่วยกู้ภัยดึงคนงานเหมืองกลับขึ้นสู่พื้นโลกหลังจากพวกเขาติดอยู่ใต้เหมืองมานานกว่า 1 เดือน (ภาพ: REUTERS)

สำหรับ 4 คนงานที่ได้รับการช่วยเหลือล่าสุด หน่วยกู้ภัยพบพวกเขาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุแล้ว โดยอยู่ใต้ดินลึกลงไป 200 ม. แต่ยังไม่สามารถช่วยเหลือได้ในทันที คนงานทั้ง 4 คนจึงต้องเอาชีวิตรอดด้วยน้ำและอาหารที่ถูกส่งลงไปผ่านช่องแคบๆ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ขุดอุโมงค์ลงไปช่วยเหลือ

จนกระทั่งในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าถึงเหล่าคนงาน และช่วยเหลือพวกเขาออกมาทีละคนด้วยแคปซูลที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ คนงานเหมือนทั้ง 4 คนกลับขึ้นสู่พื้นโลกโดยสวมหน้ากากปิดตาเอาไว้ ก่อนจะถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลท้องถิ่น

ทั้งนี้ นายจาง ชูปิง เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลซานตง ออกมากล่าวชื่นชมปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ พร้อมระบุด้วยว่า ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายที่เหลือจะยังคงดำเนินต่อไป และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะใช้อุปกรณ์ตรวจจับขนาดเล็กในการระบุตำแหน่งของพวกเขา.

อิหร่านอ้าง ส่งโดรนลาดตระเวนบินผ่าน-ถ่ายรูปเรือบรรทุกเครื่องบินมะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570265

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 03:30

 

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี ทรูแมน (ภาพ: AP)

อิหร่านส่งโดรนลาดตระเวนบินผ่านเหนือเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมกับถ่ายรูปกลับมาด้วย ชี้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. สถานีโทรทัศน์ IRNA สื่อของอิหร่านกล่าวอ้างว่า พวกเขาได้ส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ลาดตระเวนเหนือเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ และถ่ายรูปอย่างละเอียดของเรือลำนี้มาด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อมทางทะเลซึ่งเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้

ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่าน (ภาพ: AP)

สื่อของอิหร่านยังเผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยเป็นวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนแสดงให้เห็น เรือบรรทุกเครื่องบินลำหนึ่งกำลังแล่นในทะเลโดยมีเครื่องบินหลายลำจอดอยู่ด้วย จากนั้นภาพจึงซูมเข้าไปที่แถวของเครื่องบินขับไล่

นาวาโท เควิน สตีเฟนส์ โฆษกกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในประเทศบาห์เรน ระบุว่า เขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะยืนยันวิดีโอของอิหร่านหรือเหตุการณ์ที่สื่ออิหร่านกล่าวอ้างได้ แต่มีโดรนไม่ติดอาวุธสัญชาติอิหร่านลำหนึ่งบินผ่านใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ชาร์ลส์ เดอ โกล’ ของฝรั่งเศส และบินผ่านเหนือเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ยูเอสเอส แฮร์รี ทรูแมน’ ของสหรัฐฯ เมื่อ 12 ม.ค. ในขณะที่เรือทั้ง 2 ลำอยู่ในน่านน้ำสากลในอ่าวเปอร์เซีย

นาวาโท สตีเฟนส์ ระบุด้วยว่า โดรนลำนี้ไม่แสดงท่าทีเป็นอันตรายต่อเรือของสหรัฐฯ แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ถือเป็นเรื่องผิดปกติและไม่เป็นมืออาชีพ ด้านพลเรือเอก ฮาบิบอลเลาะห์ เซย์ยารี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่านออกมาระบุว่า การส่งโดรนบินผ่านเหนือเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ

ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่าน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากนานาชาติลงมติยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับมหาอำนาจ 6 ชาติ แต่ไม่นานหลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่าน จากกรณีทดสอบยิงขีปนาวุธ.

ญี่ปุ่นสั่งทหารเตรียมพร้อมรับมือ กรณีโสมเหนืออาจยิงขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570192

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 00:20

 

(ภาพ: AFP)

รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ออกคำสั่งให้ทหารเตรียมความพร้อม หลังออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าพบข้อบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมทดสอบยิงขีปนาวุธในเวลาอันใกล้…

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คน ว่า รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ออกคำสั่งให้ทหารเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกรณีพบข้อบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ประเทศเกาหลีเหนือกำลังเตรียมตัวทดสอบยิงขีปนาวุธภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งข่าวระบุว่า นาย เกน นาคาทานิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ออกคำสั่งให้เรือพิฆาตระบบเอจิส (Aegis) ซึ่งประจำการอยู่ในน่านน้ำทะเลญี่ปุ่นให้เตรียมพร้อมยิงวัตถุใดๆ จากเกาหลีเหนือที่มุ่งหน้าเข้าหาญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม โฆษกคนหนึ่งของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นปฏิเสธไม่ตอบว่า มีการประจำการระบบต่อต้านมิสไซล์ PAC-3 และเรือพิฆาตระบบเอจิสเพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือหรือไม่

ภาพถ่ายจากดาวเทียม แสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวที่สถานีปล่อยดาวเทียม ‘โซแฮ’ ในเกาหลีเหนือ เมื่อ 25 ม.ค. 2016 (ภาพ: REUTERS)

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวถามนายนาคาทานิ ในงานแถลงข่าวงานหนึ่งว่า ญี่ปุ่นจะยิงมิสไซล์ของเกาหลีเหนือหรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมแดนอาทิตย์อุทัยตอบว่า พวกเขาจะใช้มาตรการเพื่อตอบโต้ แต่จะไม่เปิดเผยข้อมูลจำเพาะของมาตรการ

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ อ้างว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม พบสัญญาณที่มีความเป็นไปได้ว่า เกาหลีเหนือเตรียมตัวที่จะทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ‘ตงชาง-รี’ จากฐานยิงขีปนาวุธบริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังจากเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 เมื่อ 6 ม.ค. โดยคราวนี้พวกเขาอ้างว่าเป็นการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน ที่มีอานุภาพมากกว่าระเบิดปรมาณูหลายเท่า.

ช็อกอีก! ไต้หวันสรุปบินทรานส์เอเชียตก 2 ปีก่อน เกิดจากนักบินผิดพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570157

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 19:27

 

สภาความปลอดภัยด้านการบินของไต้หวัน สรุปผลการสอบสวนหาสาเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินทรานส์เอเชีย เที่ยวบิน จีอี 222 ตกบนเกาะเผิงหูเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน เกิดจากความผิดพลาดของนักบิน ชี้นำเครื่องบินฝ่าพายุเพื่อลงจอด ถือเป็นการไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการบิน

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สภาความปลอดภัยด้านการบินของไต้หวันเสนอรายงานสรุปผลการสอบสวนขั้นสุดท้ายถึงสาเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินทรานส์เอเชีย เที่ยวบิน GE222 ประสบเหตุตก ใส่ย่านชุมชน ใกล้สนามบินหม่ากง บนเกาะเผิงหู ทางตะวันตกของไต้หวัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 48 ราย และรอดชีวิต 10 รายเมื่อ 24 ก.ค.57 ว่า มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของนักบิน

นายโทมัส หวัง ผู้อำนวยการสภาความปลอดภัยด้านการบินของไต้หวัน ซึ่งรับหน้าที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 ม.ค.กล่าวว่า ตามรายงานสรุปผลการสอบสวนขั้นสุดท้าย ระบุว่า การประสานของลูกเรือเที่ยวบิน รวมถึง การสื่อสาร, และการจัดการต่อภัยคุกคาม และการจัดการความผิดพลาดของนักบินต่ำกว่าสิ่งที่ควรปฏิบัติ โดยขณะเครื่องบินตกได้เกิดฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่าอย่างรุนแรง แต่กัปตันและนักบินผู้ช่วยยังคงพยายามที่จะมองหาตำแหน่งรันเวย์ แต่ทำให้สูญเสียการตระหนักรู้ต่อสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่

เครื่องบินตกใส่ย่านชุมชน ใกล้สนามบิน

รายงานของสภาความปลอดภัยด้านการบินของไต้หวัน ยังระบุด้วยว่า กัปตันของเที่ยวบินจีอี 222 ล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานในการเตรียมที่จะนำเครื่องบินลงจอด ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารของสายการบินทรานส์เอเชียเที่ยวบิน จีอี 222 จากสนามบินเมืองเกาสง มุ่งหน้าไปยังสนามบินหม่ากง บนเกาะเผิงหู ประสบเหตุตกขณะจะลงจอดที่สนามบินบนเกาะเผิงหู ขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงจัดจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นแมตโม  โดนจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้มีเที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก

จีนสกัดมะกัน จะส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD มาให้เกาหลีใต้ไว้สู้เกาหลีเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570110

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 17:50

 

ทางการจีน รีบขวางสหรัฐฯ ขยายอิทธิพลทางทหารมายังเอเชียตะวันออก เริ่มขยับจะส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD มาให้เกาหลีใต้ เพื่อรับมือกับเกาหลีเหนือที่เพิ่งทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ขณะที่เกาหลีใต้ยังแบ่งรับแบ่งสู้ บอกระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ช่วยให้อุ่นใจในด้านการป้องกันประเทศ

เมื่อ 29 ม.ค. 59 สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานว่า รัฐบาลจีนออกโรงสกัดสหรัฐฯ ไม่ให้ขยายอิทธิพลทางทหารมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออก ด้วยการส่งระบบป้องกันขีปนาวุธสุดล้ำ THADD (Terminal High Altitude Area Defense) มาให้เกาหลีใต้ เตือนจีนจะใช้มาตรการด้านเศรษฐกิจตอบโต้ ถ้าเกาหลีใต้ขืนอนุญาตให้สหรัฐฯ ส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD เพื่อหวังนำมาใช้รับมือกับเกาหลีเหนือที่มีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา อีกทั้ง ยังมีสัญญาณพบความเคลื่อนไหวที่เกาหลีเหนือแอบซุ่มจะทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลในเร็วๆ นี้อีกด้วย

วันเดียวกัน สำนักข่าวยอนฮับยังได้รายงานถึงท่าทีของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เกี่ยวกับกรณีสหรัฐฯ จะส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD มาให้เกาหลี โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD จะช่วยในด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศชาติ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้จะพิจารณาในทุกมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามด้านขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ของสหรัฐฯ

ยอนฮับ สื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า หนึ่งวันก่อนหน้านี้ (28 ม.ค. 59) หนังสือพิมพ์ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ในสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจจะประกาศเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า โดยขณะนี้ ทั้งสองประเทศกำลังหารือเกี่ยวกับระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD กันอยู่ ทั้งนี้ เมื่อ เม.ย.ปี 58 รัฐบาลรัสเซียเคยออกมาประสานเสียงกับจีน เตือนสหรัฐฯ ที่จะมาติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ในเกาหลีใต้มาแล้ว เนื่องจากเห็นว่าจะก่อให้เกิดความวิตกกังวลด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก.

ญี่ปุ่นเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ระบบ ‘สเตลธ์’ พัฒนาเองลำแรกของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569795

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 04:45

 

เครื่องบินขับไล่ระบบสเตลธ์ (ภาพ: AP)

ญี่ปุ่นเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต ที่ใช้เทคโนโลยีระบบลดการตรวจจับด้วยเรดาร์ หรือ สเตลธ์ลำแรกของประเทศแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี โดยจะมีการทดสอบบินครั้งแรกในเดือนหน้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ม.ค. ประเทศญี่ปุ่นเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ซึ่งมีคุณสมบัติหลบเลี่ยงการตรวจจับด้วยเรดาร์ หรือระบบ ‘สเตลธ์’ ลำแรกของประเทศแล้ว ที่สนามบินในเมือง โคมากิ โดยใช้ชื่อว่า ‘เอ็กซ์-2’ (X-2) พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีภายในประเทศทั้งหมด

เครื่องบิน เอ็กซ์-2 พัฒนาขึ้นโดยบริษัท ‘มิตซูบิชิ เอฟวี่ อินดัสทรีส์’ ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Advanced Technology Demonstrator X หรือ ATD-X เริ่มต้นโครงการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2009 ออกแบบให้มีความยาว 14.2 ม. กว้าง 9.1 ม. ด้วยรูปทรงที่ลดภาคตัดขวาง สะท้อนคลื่นเรดาร์ได้ต่ำ มีความคล่องแคล่ว และทำมุมปะทะเมื่อต้องบินรบระยะประชิดได้ดีกว่า เอฟ-35 เพราะใช้่เครื่องยนต์แบบปรับทิศทางแรงขับได้ เพื่อนำมาใช้แทนเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ เอฟ-2 (F-2) ที่ญี่ปุ่นพัฒนาร่วมกับสหรัฐฯ โดยใช้พื้นฐานมาจากเอฟ-16

เครื่องบินลำนี้มีกำหนดทดสอบบินเป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือน ก.พ. ก่อนจะถูกส่งมอบให้แก่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นภายในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.ปี 2017

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีเพียงสหรัฐฯ, รัสเซีย และจีนเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาและบินเครื่องบินระบบสเตลธ์แบบมีคนขับ โดยญี่ปุ่นรายงานว่าใช้เงินในการพัฒนาเครื่องบิน เอ็กซ์-2 ประมาณ 3.94 หมื่นล้านเยน หรือราว 1.18 หมื่นล้านบาท.

โดนกล่าวหารับสินบน! รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่น ตัดสินใจลาออกทั้งน้ำตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569593

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 17:56

 

อากิระ อามาริ รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่น ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งทันที ท่ามกลางข้อกล่าวหาแอบรับเงินสินบน จากบริษัทก่อสร้าง สื่อชี้ เป็นมรสุมลูกใหญ่ถาโถมใส่ นายกฯ ชินโสะ อาเบะ เนื่องจากถือเป็นรัฐมนตรีที่ไว้วางใจที่สุด

เมื่อ 28 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายอากิระ อามาริ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อกล่าวหาประพฤติทุจริตคอร์รัปชัน แอบรับเงินสินบนจากบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยนายอามาริ ได้มีการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวประกาศการลาออกของตนเอง ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ม.ค.นี้ และเขาไม่อาจจะกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ได้

ข่าวแจ้งว่า นิตยสารท้องถิ่นฉบับหนึ่งในญี่ปุ่นได้รายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า นายอามาริและทีมที่ปรึกษาของเขาได้แอบรับเงินสินบน จากบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นการสมนาคุณตอบแทนที่ได้ช่วยทำให้บริษัทก่อสร้างติดต่อกับเจ้าของที่ดินได้ โดยหลังถูกสื่อท้องถิ่นนำเรื่องมาเปิดโปง นายอามาริกล่าวว่าเขารับเงินจริง แต่ต้องการที่จะแจ้งว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคทางการเมือง แต่ทีมงานของเขาจัดการในเรื่องนี้ผิดพลาด

อากิระ อามาริ รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่นตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งแล้ว

ทั้งนี้ นายอามาริได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.เศรษฐกิจและนโยบาย ตั้งแต่ปลายปี 2555 โดยนายอามาริยังถือเป็นรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีอาเบะเชื่อใจมากที่สุดในคณะรัฐบาลของเขา ด้วยเหตุนี้ ข้อกล่าวหารับเงินสินบน จนทำให้นายอามาริต้องตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง จึงถือเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่จะถาโถมใส่นายกรัฐมนตรีอาเบะไปด้วย.