เกาหลีเหนือกำลังซุ่ม อาจทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลในสัปดาห์นี้อีก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569411

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 13:16

 

เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่น เผยทางการโสมแดงอาจกำลังเตรียมตัวทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ภายในสัปดาห์นี้ หลังเพิ่งสร้างความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ออกมาประกาศ ประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนลูกแรก

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างข่าวจากสำนักข่าวเกียวโดในญี่ปุ่น ว่า ทางการเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน อาจกำลังเตรียมทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลภายในสัปดาห์นี้ โดยจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ อ้างว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม พบสัญญาณที่มีความเป็นไปได้ว่า เกาหลีเหนือเตรียมตัวที่จะทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ‘ตงชาง-รี’ จากฐานยิงขีปนาวุธบริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศ

ทางการเกาหลีเหนือเพิ่งออกมาประกาศความสำเร็จในการทดลองระเบิดไฮโดรเจนลูกแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา จนทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำลังหารือถึงมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเกาหลีเหนือที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เป็นลูกที่ 4 หลังจากก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือได้โดนคว่ำบาตรที่ดำเนินโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธอยู่แล้ว

ชาวเกาหลีเหนือปรบมือให้กับผลงานและความสำเร็จของรัฐบาลคิม จอง อึน

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือได้เคยทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งสุดท้าย เมื่อปลายปี 2555 และประสบความสำเร็จในการยิงเข้าสู่วงโคจรของโลก ขณะที่ทางการเกาหลีเหนืออ้างว่า การทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลในครั้งนั้นเพื่อใช้สำหรับภารกิจด้านดาวเทียมสื่อสาร ทว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธมองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเกาหลีเหนือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถยิงได้ข้ามทวีป

ด้านสำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอที่ฐานยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีการติดตั้งระบบสกรีนในพื้นที่สำคัญ และบางทีรวมทั้งการยับยั้งดาวเทียมสอดแนม ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ ในกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือจะมีการทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลในเร็วๆ นี้

ตำรวจอัฟกันวางยาก่อนยิงสังหารเพื่อนร่วมอาชีพดับ 10 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568585

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 00:45

 

(ภาพ: AFP)

ตำรวจอัฟกานิสถานนายหนึ่งก่อเหตุวางยาและยิงสังหารเพื่อนตำรวจเสียชีวิต 10 นาย ขโมยอาวุธและเผาป้อมตำรวจก่อนหลบหนี ขณะที่กลุ่มตาลีบันออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจชาวอัฟกานิสถานนายหนึ่งซึ่งต้องสงสัยว่า อาจสมคบคิดกับกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน ก่อเหตุวางยาและใช้อาวุธปืนยิงสังหารเพื่อนตำรวจด้วยกันจนเสียชีวิต 10 นาย ที่ป้อมตำรวจแห่งหนึ่งในเขตชินาร์โต ของจังหวัดอูรุซกาน ทางใต้ของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. จากนั้นเขายังขโมยอาวุธและวางเพลิงเผาป้อมอีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ของอัฟกานิสถานกำลังออกตามล่าตำรวจแปรพักตร์นายนี้ ขณะที่โฆษกของกลุ่มตาลีบันออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอูรุซกาน ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดเฮลมานด์และกันดาฮาร์ ฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน

ทั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีพวกเดียวกันเองทั้งภายในกองกำลังความมั่นคงจากนานาชาติและของอัฟกานิสถาน เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ทำให้มีทหารต่างชาติเสียชีวิตมากกว่า 100 นายเช่นเดียวกันตำรวจอัฟกัน แต่จำนวนครั้งที่เกิดเหตุจะลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากกองกำลังนาโตออกมาตรการรักษาความปลอดภัยพิเศษ.

ปลื้มทั้งประเทศ! ประมวลภาพ มิสยูนิเวิร์ส กลับฟิลิปปินส์ บ้านเกิดหลังคว้ามงกุฎ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568529

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2559 19:21

 

ชาวฟิลิปปินส์สุดปลื้ม แห่ต้อนรับ เพีย วูร์ทซ์บาค นางงามจักรวาลคนล่าสุดอย่างเนืองแน่นเยี่ยงวีรสตรี กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด หลังคว้ามงกุฎจากเวทีประกวดนางงามจักรวาลที่สหรัฐฯ เดือนก่อน แถมยังเกิดเหตุดราม่า พิธีกรประกาศชื่อนางงามจักรวาลผิดคน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวฟิลิปปินส์แห่แหนต้อนรับ น.ส.เพีย อลองโซ วูร์ทซ์บาค สาวงามชาวฟิลิปปินส์ และนางงามจักรวาลคนล่าสุด ในโอกาสเดินทางกลับมาบ้านเกิดเยี่ยงวีรสตรี หลังคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลประจำปี 2015 ในการประกวดที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนก่อน โดยชาวฟิลิปปินส์ที่มารอต้อนรับ ทั้งส่งเสียงเชียร์ด้วยความดีอกดีใจ ที่เพีย วูร์ทซ์บาค ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและสร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวฟิลิปปินส์อย่างมาก

เพีย วูร์ทซ์บาค ซึ่งสวมชุดประจำชาติสีฟ้าน้ำทะเล พร้อมกับสวมมงกุฎนางงามจักรวาล ประดับด้วยเพชรและแซฟไฟร์ สีฟ้าเม็ดใหญ่ ได้โบกธงชาติฟิลิปปินส์ให้กับฝูงชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับเธอและใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพของเธออย่างมีความสุข โดยเพีย ได้กล่าวกับฝูงชนชาวฟิลิปปินส์ก่อนจะขึ้นรถขบวนแห่ไปตามท้องถนนในกรุงมะนิลา เมื่อ 25 ม.ค.ว่า เธอหวังว่า เธอสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ชาวฟิลิปปินส์ทุกคน ขอให้อย่ายอมแพ้ และศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา รวมทั้งให้ความเคารพต่อพ่อแม่ และปฏิบัติต่อท่านทั้งสองอย่างดี

ทั้งนี้ ได้เกิดเหตุไม่คาดคิดบนเวทีประกวดนางงามจักรวาล ปี 2015 ที่นครลาสเวกัส เมื่อสตีฟ ฮาร์วีย์ พิธีกรบนเวทีประกวด ได้ประกาศชื่อสาวงามที่คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สผิดคน โดยตอนแรก ได้ประกาศชื่อ น.ส.อะเรียดนา กูเตียร์เรส สาวงามจากโคลอมเบีย วัย 21 เป็นผู้ครองมงกุฎ แต่แล่วไม่กี่นาที ต่อมา เขาได้ออกมาหน้าเวทีและพูดว่า มีเรื่องต้องขอโทษ รองอันดับ 1 คือ มิสโคลอมเบีย และเพีย วูร์ทซ์บาค สาวงามจากฟิลิปปินส์ ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ปี 2015

ไอซิสแพร่คลิป ‘9 ผู้โจมตีปารีส’ ขู่โจมตีชาติพันธมิตรสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567526

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 06:15

 

(ภาพ: REUTERS)

ไอซิสแพร่คลิปวิดีโอใหม่ แสดงให้เห็น 9 ผู้ก่อเหตุโจมตีปารีสขณะยังมีชีวิต ข่มขู่จะโจมตีชาติสมาชิกกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ที่ต่อสู้กับไอซิสในซีเรียและอิรัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) เผยแพร่คลิปวิดีโอใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. แสดงให้เห็นภาพนักรบติดอาวุธ 9 คน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุวินาศกรรมในกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสเมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน โดยในคลิปทั้ง 9 คนขู่จะโจมตีกองทัพพันธมิตรสหรัฐฯ รวมทั้งอังกฤษ

คลิปวิดีโอดังกล่าวผลิตโดย ศูนย์สื่อ ‘อัล-ฮายัต’ ของกลุ่มไอซิส ถูกโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของกลุ่มติดอาวุธหลายเว็บ โดยจั่วหัวว่า “ฆ่า ที่ใดก็ตามที่คุณพบพวกมัน” แสดงให้เห็นนักรบติดอาวุธ 4 คน, นักรบชาวฝรั่งเศส 3 คน และนักรบชาวอิรักอีก 2 คน ที่ไอซิสอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีปารีส และอธิบายว่านักรบทั้ง 9 คนเป็นสิงโตผู้ทำให้ฝรั่งเศสต้องคุกเข่าศิโรราบ

ในคลิปนักรบทั้ง 9 คนกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาอาราบิก ระบุว่า ข้อความของพวกเขาขอส่งถึงทุกประเทศที่เข้าร่วมในกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ต่อสู้กับไอซิสในซีเรียและอิรักตั้งแต่เดือนก.ย. 2014 นอกจากนี้ วิดีโอยังมีภาพของ เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร พร้อมกับข้อความภาษาอังกฤษว่า “ใครก็ตามที่อยู่ข้างคาฟีร์ (ผู้ไม่ศรัทธา) จะเป็นเป้าหมายของดาบของพวกเรา”

ระทึก! บินเดลต้าลงจอดฉุกเฉินที่นาริตะ หลังพบควันในห้องโดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567171

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 02:15

 

(ภาพ: AP)

เครื่องบินโดยสารของสายการบิน เดลต้า แอร์ไลน์ส ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนาริตะของญี่ปุ่น หลังจากมีรายงานพบควันภายในห้องโดยสาร แต่เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติในห้องแต่อย่างใด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบิน เดลต้า แอร์ไลน์ส ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไปยังเกาะไซปัน เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาของสหรัฐอเมริกา ในมหาสมุทรแปซิฟิก ต้องวกกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติ นาริตะ ในจังหวัดจิบะ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 ม.ค. หลังมีรายงานพบควันภายในห้องโดยสาร แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานฯ นาริตะระบุว่า เครื่องโบอิ้ง 757-200 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ ต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับมาลงจอดที่นาริตะเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังพบควันในห้องโดยสาร ส่งผลให้สนามบินต้องปิดชั่วคราว ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนอพยพออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นรายงานว่า จนถึงตอนนี้วิศวกรของสนามบินยังไม่พบความเสียหายภายในห้องนักบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของเดลต้าแอร์ไลน์ส เริ่มการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

โสมเหนือจับนศ.มะกัน ฐานมีพฤติกรรมเป็นศัตรูกับรบ.เปียงยาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567124

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 23:35

 

ธงชาติสหรัฐฯผืนเล็กถูกนำมาติดไว้ใกล้บ้านของนาย ออตโต วอร์มเบียร์ (ภาพ: AP)

เกาหลีเหนือเผย จับกุมนักศึกษาชายชาวอเมริกันเอาไว้ 1 คนตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ ต่อต้านรัฐบาลเปียงยาง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ออตโต เฟรเดริค วอร์มเบียร์ นักศึกษาปี 3 ของมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย ชาวอเมริกันจากเมืองซินซินแนติ ในรัฐโอไฮโอ ถูกจับกุมในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของประเทศเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ ต่อต้านรัฐบาลของแดนโสมแดง

สื่อของเกาหลีเหนือระบุเมื่อวันศุกร์ (22 ม.ค.) ว่านายวอร์มเบียร์ ซึ่งเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซานักท่องเที่ยว ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เขาเข้าประเทศมาเพื่อโค่นล้มรากฐานความเป็นหนึ่งเดียวของเกาหลีเหนือ โดยรัฐบาลสหรัฐฯรู้เห็นเป็นใจด้วย

‘ยัง ไพโอเนียร์ ทัวร์’ บริษัททัวร์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศจีนและจัดทริปให้นศ.อเมริกันรายนี้ เปิดเผยว่า นายวอร์มเบียร์ถูกจับกุมตัวที่สนามบินในกรุงเปียงยาง ขณะที่กำลังผ่านพิธีศุลกากร

บริษัททัวร์แห่งนี้ระบุด้วยว่า ครอบครัวของนายวอร์มเบียร์ได้รับการแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการติดต่อประสานงานกันกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ, กระทรวงกิจการต่างประเทศเกาหลีเหนือ และสถานทูตสวีเดนในเกาหลีเหนือ ซึ่งเคยช่วยไกลเกลี่ยช่วยเหลือพลเมืองอเมริกันที่ถูกรัฐบาลเปียงยางจับกุมมาแล้วหลายครั้ง

ไต้หวันกักหนุ่มไทยตรวจพบไวรัสซิกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566292

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ม.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวกลางไต้หวันรายงานสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา โดยอ้างการเปิดเผยของนายหลิว ติง-ผิง ผู้อำนวยการศูนย์จับตาโรคระบาดไต้หวัน ระบุว่า ได้มีการกักตัวชาวไทย เพศชาย วัย 24 ปี ไม่เปิดเผยชื่อ ไว้ในโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด หลังเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ชายไทยรายดังกล่าวที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เป็นครั้งแรก ถูกด่านตรวจสนามบินนานาชาติเถาหยวนกรุงไทเป พบว่ามีไข้สูง และจากตรวจอาการเพิ่มเติมพบว่าติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นผู้ติดเชื้อซิการายแรกที่ถูกตรวจพบในไต้หวัน ทั้งนี้ ชาวไทยที่ถูกกักตัวได้เดินทางมาจากภาคเหนือของไทยพร้อมกับพรรคพวกอีก 2 คน ที่ไม่พบเชื้อซิกาแต่อย่างใด

ขณะที่ภูมิภาคอเมริกาใต้ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของซิกา เช่นเดียวกัน โดยที่บราซิลนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน พบเด็กทารกมีอาการศีรษะ เล็กผิดปกติ 3,893 ราย จากการที่มารดาได้รับเชื้อซิกา และมีเด็กทารกเสียชีวิต 5 คน ขณะตั้งครรภ์ ส่วนโคลอมเบียพบผู้ติดเชื้อ 13,500 ราย พร้อมเตือนสตรีงดตั้งท้องระหว่างการแพร่ระบาด สำหรับเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะ ผู้ติดเชื้อจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะและปวดข้อ หลังติดเชื้อ 3-12 วัน แต่อัตรา การเสียชีวิตต่ำ กระนั้นจะอันตรายพิเศษต่อทารกในครรภ์ของมารดาที่ติดเชื้อ มีโอกาสทารกสมองฝ่อ ศีรษะเล็ก และเสียชีวิต.

จวกตาลีบันบึมคนข่าวทีวีอัฟกันตามคำขู่ ดับ 7 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566288

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ม.ค. 2559 04:50

 

ชาวอัฟกันแห่ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดรถมินิบัสฝีมือกลุ่มตาลีบัน (ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิด (คาร์บอมบ์) ก่อนกดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีรถมินิบัสของสถานีโทรทัศน์ข่าวเอกชนช่องโตโลของอัฟกานิสถานเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ม.ค. แรงระเบิดส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและทำให้ลูกจ้างโทรทัศน์ช่องโตโลที่เสนอข่าวตลอด 24 ชั่วโมง เสียชีวิต 7 คน และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 20 คน รวมทั้งชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงคาบูล ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภาของอัฟกานิสถาน

ต่อมากลุ่มตาลีบันแถลงรับผิดชอบก่อเหตุหลังเคยข่มขู่โจมตีสถานีข่าวแห่งนี้มาแล้วกรณีรายงานข่าวระบุนักรบตาลีบันก่อเหตุข่มขืน ใช้ศาลเตี้ยจัดการเหยื่อและวิธีการทำร้ายเหยื่ออื่นๆระหว่างการ ต่อสู้ในเมืองคุนดุซ เมื่อเดือน ก.ย. ขณะที่เบื้องต้น รายงานข่าวระบุว่า เหตุระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีสถานทูตรัสเซีย แต่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียแถลงอาคารสถานทูตได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้นและไม่มีผู้บาดเจ็บ ด้านประธานาธิบดีอัชราฟ กานีของอัฟกานิสถาน ประณามเหตุโจมตีดังกล่าว ระบุเป็นการโจมตีที่โหดร้ายป่าเถื่อนของพวกก่อการร้ายที่ขี้ขลาด

ข่าวระบุว่าตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ปี 2559 กรุงคาบูลเผชิญเหตุระเบิดโจมตีแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง รวมทั้ง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุคนร้ายยิงจรวดตกใกล้ สถานทูตอิตาลี ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบาดเจ็บ 2 นาย ขณะที่ที่ทำการด้านการทูตของอินเดีย และปากีสถานเพิ่งถูกโจมตีในส่วนอื่นๆของอัฟกานิสถาน โดยผู้สังเกตการณ์คาดว่าเหตุโจมตีใกล้สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างชาติ อาจเพื่อมุ่งบ่อนทำลายความพยายามฟื้นเจรจาสันติภาพกับตาลีบัน

ส่วนเมื่อ 21 ม.ค. ชาวปากีสถานร่วมไว้อาลัยทั่วประเทศหลังคนร้าย 4 คน พร้อมอาวุธครบมือทั้งระเบิดมือและปืนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา นอกเมืองเปชวาร์ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชายและมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน แต่แกนนำกลุ่มตาลีบันปากีสถานกลับแถลงขัดแย้งกัน ตอนแรกแถลงอ้างรับผิดชอบ แต่ต่อมาปฏิเสธและประณามเป็นการก่อเหตุที่ไม่ใช่อิสลาม

เหตุโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ที่แม้คนร้าย 4 คนจะถูกสังหารหมด แต่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกลุ่มนักรบหัวรุนแรงและยังบ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายสามารถก่อเหตุเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ โดยเมื่อปี 2557 ก็มีเหตุโจมตีโรงเรียนในเมืองเปชวาร์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจนหลายฝ่ายยกให้เป็นเหตุวินาศกรรมใหญ่ของปากีสถานเทียบชั้นเหตุการณ์ 9/11 ของสหรัฐฯ.

จีนตอบโต้เลือกตั้งไต้หวัน ถล่มเฟซบุ๊ก ‘ไช่ อิง เหวิน’-กองทัพจัดซ้อมรบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566231

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 02:10

 

ไช่ อิง-เหวิน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ไต้หวัน (ภาพ: AP)

ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนร่วมกันโพสต์ข้อความจำนวนมากลงในหน้าเพจของเว็บไซต์เฟซบุ๊กของนาง ไช่ อิง เหวิน ว่าที่ประธานาธิบดีไต้หวัน เพื่อต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระจากจีน ขณะที่กองทัพจีนจัดการซ้อมรับใกล้ไต้หวัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน้าเพจเว็บไซต์เฟซบุ๊กของนาง ไช่ อิง-เหวิน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน ถูกโจมตีด้วยข้อความหลายหมื่นข้อความ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นฝีมือของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศจีน เพื่อต่อต้านความคิดที่จะประกาศอิสรภาพซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ของไต้หวัน

การโจมตีด้วยข้อความครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากนางไช่กล่าวปราศรัย หลังพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ของเธอได้รับชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ (16 ม.ค.) แต่จำนวนข้อความเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในวันพุธ ซึ่งมีข้อความถูกโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของนางไช่มากกว่า 70,000 ข้อความภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

สื่อในประเทศจีนรายงานว่า การรณรงค์โจมตีเฟซบุ๊กของนางไช่ในครั้งนี้ เป็นฝีมือของกลุ่ม ตี๋ปา (Diba) กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกติดตามในเว็บไซต์ไป่ตู้มากกว่า 20 ล้านคน

ด้านนางไช่ ออกมาตอบรับข้อความต่างๆ ที่ถูกโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของเธอ โดยระบุว่า ความยิ่งใหญ่ของไต้หวันคือการที่ประชาชนทุกคนสามารถแสดงออกซึ่งสิทธิของตน ขณะที่พรรคดีพีพีแถลงว่า พวกเขาให้ความเคารพเหล่าผู้ที่แสดงเสรีภาพทางการพูด

ในขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์กลางจีน (ซีซีทีวี) รายงานข่าวการซ้อมยิงปืนใหญ่และมิสไซล์จากทะเลและจากเฮลิคอปเตอร์สู่พื้นดิน รวมทั้งการฝึกจำลองสถานการณ์ภาคพื้นดินของกองทัพหน่วยที่ 31 ของจีน โดยการฝึกซ้อมเกิดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะไต้หวันพอดี

สื่อของจีนระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ไม่ระบุถึงการเลือกตั้งในไต้หวันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า การนำเสนอข่าวการซ้อมรบครั้งนี้เป็นการย้ำเตือนไต้หวันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคิดที่จะประกาศแยกตัวจากแผ่นดินใหญ่

ทั้งนี้ ชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของไต้หวัน สร้างความกังวลให้กับจีน เนื่องจากเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางว่า ดีพีพีเป็นพรรคที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระจากแผ่นดินใหญ่ ในขณะที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งต้องการให้ไต้หวันกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางในสักวันหนึ่ง.

ไอซิสทำลายวัดคริสต์โบราณอายุ 1,400 ปีในอิรักไม่เหลือซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565793

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 05:00

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามทำลายวัดศริสต์โบราณอายุกว่า 1,400 ปี ในประเทศอิรักแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ วัดนี้ถูกทำลายไปตั้งแต่ปี 2014…

สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งแสดงให้เห็นว่า ‘อารามของเซนต์ เอลิยาห์’ (St Elijah’s Monastery) ซึ่งเป็นวัดคริสต์เก่าแก่ที่สุดในประเทศอิรักอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองโมซูล ทางตอนเหนือ ถูกกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ทำลายไปแล้ว

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จากหลักฐานที่ปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่า วัดแห่งนี้ถูกทำลายไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 หรือไม่นานหลังจากที่กลุ่มไอซิสบุกยึดเมืองโมซูลแล้ว

ขณะที่หลวงพ่อ พอล ธาบิต ฮาบิบ บาทหลวงคาทอลิกจากเมืองโมซูลซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ในเมืองอิดลิบของชาวเคิร์ด ออกมาเตือนว่า ประวัติศาสตร์ชาวคริสต์กำลังถูกทำลายอย่างป่าเถื่อน “เรามองเรื่องนี้ว่าเป็นความพยายามขับไล่เราออกจากอิรัก, กำจัดและกลืนกินการมีอยู่ของพวกเราบนดินแดนแห่งนี้”

ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปี 2011 อารามของเซนต์ เอลิยาห์ ยังคงตั้งตระหง่าน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ กลุ่มไอซิสมักมุ่งเป้าโจมตีที่ชาวคริสต์ในอิรักและซีเรีย ทั้งยึดทรัพย์สินและบังคับให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม หรือต้องจ่ายภาษีสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ไอซิสยังทำลายอารามและโบสต์คริสต์โบราณยุคก่อนอิสลามในอิรักและซีเรียไปเป็นจำนวนมาก

อนึ่ง อารามของเซนต์ เอลิยาห์ หรือ ‘เดียร์ มาร์ เอลิยา’ เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นโดยนักบวชชาวอัสซีเรียในช่วงปี ค.ศ.595 ก่อนจะถูกอ้างความเป็นเจ้าของโดยคริสตจักรคาทอลิกของชาวคาลเดียน จากนั้นอารามแห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางสังคมชาวคริสต์ท้องถิ่น และชาวคริสต์จำนวนมากจะเดินทางมาร่วมงานวัน มาร์ เอลิยา ซึ่งตรงกับวันพุธสุดท้ายของเดือน พ.ย. ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายศตวรรษ

จนกระทั่งใน ปีค.ศ.1743 กองทัพเปอร์เซียยื่นคำขาดให้นักบวชของอารามเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม ซึ่งนักบวชปฏิเสธทำให้นักบวชถูกสังหารกว่า 150 ชีวิต.