นักสื่อสารมวลชน รุ่น 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 4 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653529

 

สถาบันพระปกเกล้า เปิดหลักสูตรวุฒิบัตรความรู้ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักสื่อสารมวลชน ประเดิมเป็นรุ่นที่ 1

โครงการนี้มีคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวุฒิบัตร ดังต่อไปนี้

1.นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็น กรรมการที่ปรึกษา 2.นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็น ประธานกรรมการ 3.นายจำลอง สิงโตงาม กรรมการ 4.นายธนภน วัฒนกุล กรรมการ 5.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กรรมการ 6.นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการ 7.นายนิยม รัฐอมฤต กรรมการ 8.นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ กรรมการ 9.นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมการ 10.นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ กรรมการ 11.นายสติธร ธนานิธิโชติ กรรมการ 12.นายภควัต อัจฉริยปัญญา หัวหน้าศูนย์บริการวิชาการ สถาบันฯ กรรมการ 13.นางนราวรรณ อธิวาสนพงศ์ เลขานุการ 14.น.ส.จารุวรรณ แก้วมะโน ผู้ช่วยเลขานุการ 15.น.ส.เกวลี ศรีตลาลัย ผู้ช่วยเลขานุการ

หลักสูตรใช้เวลาไม่นาน ภาคทฤษฎี ระหว่างวันที่ 25 มิ.ย. ถึง 24 ก.ค.59 มีวิชาที่เปิดการเรียนการสอนดังนี้ วิชา ธรรมาภิบาลกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาสถาบันพระปกเกล้า, วิชา รัฐธรรมนูญและสถาบันการเมืองกับดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตย โดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากนั้นให้เข้าอบรม เข้ารับฟังการบรรยายเกี่ยวกับพระราชประวัติรัชกาลที่ 7 และพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า โดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และนักศึกษาจะได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 7 พิพิธภัณฑ์รัฐสภาไทย และพิพิธภัณฑ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ช่วงต่อไปเป็นการฟังคำบรรยายวิชา ประเด็นร่วมสมัยสำหรับสังคมไทย การปฏิรูปการเมือง โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน, วิชา ประเด็นร่วมสมัยสำหรับสังคมไทย ประชาคมอาเซียน ผลกระทบต่อประเทศไทยและการเตรียมความพร้อม โดย ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู, วิชา บทบาทนักสื่อสารมวลชนมืออาชีพกับการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายชัยวัฒน์ จันทิมา นายสุชัย เจริญมุขยนันท และนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์, วิชา ภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกสมัยใหม่ โดย รศ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์, วิชา สันติวิธีในการสร้างสังคม สันติสุข สมานฉันท์ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายนพพร โพธิรังสิยากร นายเมธัส อนุวัตรอุดม, วิชา การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทย รศ.วุฒิสาร ตันไชย, วิชา แนวคิด และหลักการประชาธิปไตย บริบทสากลและประเทศไทย โดย ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, วิชา บทบาทนักสื่อสารมวลชนมืออาชีพกับการพัฒนาประชาธิปไตยไทย โดย ศ.ธีรยุทธ บุญมี, วิชา กฎหมายและจริยธรรมวิชาชีพ สำหรับนักสื่อสารมวลชน โดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี, วิชา การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศกับความท้าทายของนักสื่อสารมวลชน โดย ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์, วิชา ประเด็นร่วมสมัยสำหรับสังคมไทยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการสิ่งแวดล้อม ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, วิชา ประเด็นร่วมสมัยสำหรับสังคมไทย ความเสมอภาคทางเพศและสิทธิมนุษยชน โดยนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์

การเรียนการสอนรุ่นแรกนี้ หากประสบความสำเร็จ คณะกรรมการบริหารจะนำไปพิจารณาเปิดเป็นรุ่นต่อไป โดยมีสื่อมวลชนที่ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการฯ จำนวน 40 คน ในจำนวนนี้มี นายเชษฐ์ สุขสมเกษม ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.ไทยรัฐ เป็นนักศึกษารวมอยู่ด้วย

เขียนถึงหลักสูตรนี้ดีตรงที่ข้อมูลเน้นที่อาจารย์ผู้สอนไม่เน้นชื่อผู้เข้ารับการอบรมเหมือนหลักสูตรอื่นๆที่เข้าเรียนเพื่อหาพวก.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 02/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 2 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652229

 

ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์สำหรับการสะสางความอื้อฉาวใน กรมป่าไม้ ที่ พนักงานราชการ ที่ทำหน้าที่ คนขับรถ บังอาจปลุกปล้ำล่วงละเมิดทางเพศ ข้าราชการหญิง ที่เดินทางไปราชการด้วยกัน มีหลายเสียงหลายสายถามไถ่มาด้วยความข้องใจว่า คนขับรถ ผู้ก่อเหตุน่าละอายรายนี้เป็นใครมาจากไหนถึงได้ดูเหมือนว่า เจ้านาย จะช่วยกันปกป้องคุ้มครองกันเกินงาม

ข้อเท็จจริงที่กระหึ่มอยู่ในกรมป่าไม้บางเรื่องฟังแล้วขนลุกอย่างประเด็นที่ว่า ห้องพัก ในหน่วยงานที่ไปราชการที่สระบุรีนั้นมีอยู่ 2 ห้อง แต่มีคนไปราชการรวม 5 คน เป็นข้าราชการหญิง 4 และคนขับรถชาย 1 หัวหน้างานหญิง ที่คุมทีมไปใช้ดุลพินิจที่สุดแสนจะพิลึกพิลั่นว่า ห้องแรก ตัวเองพักกับข้าราชการหญิงอาวุโสอีกคน อีกห้องให้ 2 ข้าราชการสาว นอนรวมกับ คนขับรถชาย ก็เลยเกิดเรื่องขึ้นหลังจากเสร็จงานเลี้ยงที่มีการเสพสุรายาเมากันด้วย

เรื่องนี้เห็นจะปล่อยเลยตามเลยโดยไม่เอาผิด หัวหน้างาน ด้วยไม่ได้เสียแล้ว เพราะในกรณีเช่นนี้ถ้าเกิดขึ้นที่ไหนโดยหน้าที่แล้วถ้าหาที่พักไม่ได้ก็ต้อง นอนในรถ แถมยังมีข้อเท็จจริงประกอบอีกว่า ผู้ก่อเหตุ รายนี้เช่าบ้านหรือห้องพักที่ผู้บังคับบัญชาเป็นเจ้าของทำเป็นอาชีพเสริมแล้วติดค้างค่าเช่าอยู่บานเบอะไม่มีจ่ายเจ้านายเลยหาทางช่วยด้วยการให้ไปราชการต่างจังหวัดบ่อยๆเพื่อจะได้หักเบี้ยเลี้ยงมาใช้หนี้ค่าเช่าเป็นงั้นไป

เรื่องราวเหล่านี้ล้วนไม่เป็นผลดีต่อชาวป่าไม้ทั้งหลายทั้งปวงถ้า ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ไม่รีบแก้ไขให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมโดยเร็วอาจจะมี นิทานป่าไม้ อีกหลายเรื่องที่หลั่งไหลมาจาก คนรู้จริง เป็นต้นว่าพฤติกรรมของข้าราชการใหญ่ใกล้ตัวที่เอา หน้าห้องมาเป็นกิ๊ก เป็นอาทิ

หมดจากข่าวคาวก็มาถึงข่าวคราวอันดีงามในวงราชการ ยินดีกับตำแหน่งใหม่ที่มีงานสำคัญรออยู่ของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ 3 คนที่เข้าสู่ตำแหน่ง กงสุลใหญ่ นั่นคือ ศักดิ์สีห์ พรหมโยธี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็น กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมรัฐอิลลินอยส์ อาร์คันซอ อินเดียนา ไอโอวา แคนซัส เคนตักกี มิชิแกน มินเนโซตา มิสซูรี เนบราสกา นอร์ทดาโกตา โอกลาโฮมา เซาท์ดาโกตา และวิสคอนซิน

อีก 2 รายได้แก่ พันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก เป็น กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมมณฑลเสฉวน และเทศบาลนครฉงชิ่ง กับ พรภพ อ่วมพิทยา รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็น กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมมณฑลยูนนาน มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลหูหนาน

ส่วนที่ขึ้นสู่ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ 2 รายจาก 2 กระทรวงคือ ปานทิพย์ ศรีพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็น ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง และ วิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็น ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม

ส่วนการลาออกจากราชการของข้าราชการระดับสูงช่วงนี้มี วันนภิศ จารุสมบัติ ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ อีกราย สมชาย พฤฒิกัลป์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 เพื่อไปประกอบอาชีพอื่น

“ซี.12”

 

เพื่อความเป็นธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 1 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651252

 

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่อาศัยอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่สั่งโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการนั้นมีมาหลายครั้งหลายหนแล้ว

คำสั่งล่าสุดที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นนั้น ระบุเหตุผลว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศ และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการอันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน

จึงให้ข้าราชการซึ่งถูกร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการกระทําความผิดเกิดขึ้นในพื้นที่ของตนหรือมีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือดำเนินการหรือไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จนเกิดความเสียหายแก่ทาง ราชการและมีมูลอันสมควรตรวจสอบ ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิมและให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว

โดยคราวนี้เป็นคำสั่งรวมหมู่มีทั้ง ข้าราชการพลเรือน 3 ราย ข้าราชการอัยการ 3 ราย และ ข้าราชการตำรวจ 17 ราย

เรื่องตำรวจนั้นยกไว้เถอะไม่อยากจะเอ่ยถึงในคอลัมน์นี้ มาว่ากันถึงเรื่องที่ให้พลเรือนและอัยการอันประกอบด้วย 1.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย 2.นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 3.นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 4.นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 5.นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงอุตสาหกรรม 6.นางสาวรัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน

ถ้าแยกแยะเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามพื้นที่จะเห็นว่าสามารถแบ่งเป็น 2 พื้นที่ด้วยกัน คือพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กับพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนาทวี

มาว่ากันถึงสมุทรสาครก่อน มีข้าราชการที่ปรากฏชื่อในคำสั่งนี้ 4 รายด้วยกัน คือ 1.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร 2.นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร 3. นางสาวรัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร และ 4.นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร

รายการแรกนี้ถึงคำสั่งไม่ได้ระบุว่าย้ายด้วยเรื่องอะไร แต่ทุกฝ่ายคาดหมายตรงกันว่าต้องพัวพันกับการค้ามนุษย์แน่นอน

จะสอบสวนทวนความหาความเกี่ยวข้องอย่างไรในข้อกล่าวหาเหล่านั้นก็ว่ากันไปขอเพียงแต่ให้ดำเนินการให้รวดเร็ว และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วถ้าผิดก็ลงโทษไป

แต่ถ้าไม่มีความผิดใดๆแค่คืนตำแหน่งให้นั้นไม่พอต้องเยียวยาในความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงให้ด้วย

ส่วนเรื่อง 2 อัยการที่นาทวีพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่าถ้าปรากฏความจริงในภายหลังว่าคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาต้องมารับผลในทางตรงกันข้ามแล้วละก็

นอกจากจะเยียวยาให้แล้วต้องดำเนินการกับผู้ตั้งเรื่องกล่าวหาขึ้นมาด้วย.

“ซี.12”

 

ขรก.ดีเด่นชุดสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 30 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650289

 

คราวนี้คงเป็นชุดสุดท้ายจริงๆสำหรับข้าราชการดีเด่นจากกระทรวงต่างๆที่ได้รับการยกย่องรับรางวัลในวันข้าราชการพลเรือน

เป็นข้าราชการพลเรือนในกระทรวงสายสังคมเริ่มต้นที่

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพัชระ ตั้งพานิช กรมพลศึกษา นางสาวอรุณนีย์ เอื้อเฟื้อสุข กรมการท่องเที่ยว นางสาวจริมา ทองสวัสดิ์ สถาบันการพลศึกษา รศ.มลิวัลย์ ผิวคราม นายโกเศษ บุญเที่ยง

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายศิริพงษ์ ศรีอาค๊ะ นายพูนพัฒน์ ขันธาโรจน์ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางอัจฉราฉวี หาสุณหะ นางวรรณวิไล สุระดนัย กรมกิจการเด็กและเยาวชน นางปิยะวดี พงศ์ไทย นางสาวกมลวรรณ กำแหง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นางสาวนภัทร หาริตะวัน นางดรุณี บุญเปลี่ยน กรมกิจการ
ผู้สูงอายุ นางสาวกอบกุล กวั่งซ้วน

กระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวจุฑารัตน์ สบู่ม่วง นายดำรง วรรณโนมัย กรมการจัดหางาน นางสาวอนงค์นุช มีศิริ นางสาวกฤษฎาพร รันกระโทก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางคำบง ยักไธสง นายประสิทธิ์ สุวรรณเกตุ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นางสาวอำไพ ศรีเริงหล้า นายสิริชัย รุ่งสาคร สำนักงานประกันสังคม นายชลอ ลิ้มศิริ นายถวิล สุขสุหรัด

กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสุภาวดี พร้อมพงษา กรมการศาสนา นางสาววาสนา เพ็งสะ–และ กรมศิลปากร นางวิรัลยา เชี่ยวสุขตระกูล นางสาววิภารัตน์ ประดิษฐอาชีพ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางดาวลดา พันธ์วร นางสาวกชนันท์ เชยชื่น สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นางสาวนาถนิศา สุขจิตต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นายอภิชาญ หนันเมา

หน่วยราชการอิสระ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางทักษิณา ก้อนดอน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ นางมาลีนา เย็นนาน พาร์กี้ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา นางกนกวรรณ ทองตะโก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล พันตำรวจเอกหญิง วรรณีย์ ตระการวนิช พันตำรวจเอก นครินทร์ สุคนธวิท จ่าสิบตำรวจ อารยะ ป้อมค่าย สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายเรวัต จันทนง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายสุวิจักขณ์ ธรรมชัยพจน์ นางกชพร จำรัสรักษ์

เป็นอันครบถ้วนทั้ง 621 ราย สำหรับข้าราชการพลเรือนดีเด่นจากทุกกรม–กระทรวง ที่มีคุณค่าควรแก่การยกย่อง.

&ldqldquo;ซี.12”

 

ข้าราชการไทยไม่โกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 29 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649111

 

วันนี้มีการประชุมต่อต้านการโกงกินอันเป็นมะเร็งร้ายในวงราชการกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งน่าสนใจติดตาม

ต้องบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของการจัดการประชุมครั้งนี้เสียก่อนว่า เป็นที่ตระหนัก รับรู้กันอยู่แล้วว่าจริยธรรมและธรรมาภิบาลเป็นหลักการสำคัญในการบริหารราชการให้สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อระบบการบริหารราชการว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง

เพราะงานราชการเป็นงานที่ใช้ทรัพยากรของสาธารณะ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตัดสินใจ และจัดการเรื่องของส่วนรวมที่สามารถส่งผลดีหรือผลเสียต่อบุคคลและส่วนรวม รวมทั้งป้องกันและแก้ไขการกระทำผิดและลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และมีผลต่อการบริหารจัดการที่ดีของภาคราชการ

แต่ไม่วายที่โรคการทุจริตคอร์รัปชันยังระบาดแพร่หลายอยู่ในวงราชการ

คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งมีคณะอนุกรรมการด้านการปลุกจิตสำนึก และสร้างการรับรู้ รับหน้าที่ในการดำเนินการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ การรับรู้ เพื่อสร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์ไม่กระทำทุจริต ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายในการลงโทษผู้กระทำผิดและในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

จึงได้มอบหมายให้ สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการสร้างหลักสูตรฝึกอบรม “สำนึกข้าราชการไทยไม่โกง” สำหรับข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคขึ้นในวันนี้

ประกอบกับ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อราชการใสสะอาด ได้เห็นชอบให้จัดการประชุมร่วมระหว่าง อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อราชการใสสะอาด คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาสาระ ประเด็นสำคัญ และวิธีการฝึกอบรมของหัวข้อในหลักสูตรนี้ เพื่อสร้างความครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหา อีกทั้งยังเป็นการทำความเข้าใจร่วมกันในกรอบประเด็นเนื้อหาหลักสำหรับผู้ที่จะเป็นวิทยากรหลักสูตร “สำนึกข้าราชการไทยไม่โกง” นี้

สำนักงาน ก.พ.จึงได้จัดการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นจาก อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อข้าราชการใสสะอาด คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้เนื้อหาสาระของหลักสูตร “สำนึกข้าราชการไทยไม่โกง” มีความเหมาะสม มีประสิทธิผลตลอดจนเป็นการสร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และทดลองหลักสูตรด้วย

การประชุมมีในวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559 ณ ห้องบางลำพู ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ถนนเพชรบุรี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.

เปิดให้ผู้ทรงคุณวุฒิอภิปรายเนื้อหาสาระ ประเด็นสำคัญของการจัดทำหลักสูตรข้าราชการไทยไม่โกง ระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในประเด็นเกี่ยวกับรายละเอียดของเนื้อหาสาระ ประเด็นสำคัญของการจัดทำหลักสูตรสำนึกข้าราชการไทยไม่โกง และเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมการประชุม

กลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน ประกอบด้วย อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อราชการใสสะอาด คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัย, NGO, ตัวแทนมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, ตัวแทนจากศูนย์คุณธรรม

โดยมีนายสีมา สีมานันท์ ดร.จุรี วิจิตรวาทการ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร และนายสมภพ อมาตยกุล นำทีมการระดมความเห็นดังกล่าว.

“ซี.12”

 

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 28 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648234

 

ในจำนวน 621 รายของข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2558 ที่ได้รับการประกาศชื่อยกย่องและรับรางวัลในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2559 นั้น ได้แจ้งชื่อเป็นรายกระทรวงให้ทราบเป็นส่วนใหญ่แล้วนั้น

ยังมีหลงเหลืออีกบางกระทรวงจึงขอรวบรวมมาให้ครบถ้วนในช่วงนี้เพื่อบันทึกถึงเกียรติคุณของผู้ได้รับการยกย่องดังนี้

กระทรวงคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม นายอัครัชญ์ พ่วงแสง นางสาวอุไรรัตน์ ธนะรุ่ง กรมการขนส่งทางบก นางสาวพรทิพย์ คำเครือคง นายวันพุธ สุดใจ กรมท่าอากาศยาน นายอุดมพร แซ่ลิ้ม นางไพวรรณ ธีรภานุกูล กรมทางหลวง นายมนตรี เดชาสกุลสม นายนิพันธ์ ใหญ่อรุณ นางกมลรัตน์ อนุรักษ์ชนะชัย นายสายัน พรมแก้ว กรมทางหลวงชนบท นายครรชิต ละอองดิลก นายวิเชียร อัศววัฒนาภรณ์ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางสาวจิรังรัก ห้วยหงษ์ทอง

กระทรวงพลังงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นางสาวพัชรี จงรักษ์ ธุรกิจพลังงาน นายศุภวัฒก์ ฉิมทับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทน นายอนุชา อนันตศานต์ และอนุรักษ์พลังงาน นายทวีป พลเสน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นางสาวกรกช ภู่ไพบูลย์

กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวทัศนียา ลัธธนันท์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม นางสาวปัทวรรณ คุณประเสริฐ นายสุเชาว์ ปานนุกูล กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ นางละออ ธำรงธีระกุล กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายธีรวุธ ตันนุกิจ นางสาวจารุวัฒน์ พ่วงสุข สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายอาสาฬห์ ขำดี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นางกอบกุล กฤตผลชัย นางอำพันธ์ ชมภูพงศ์ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายอุษิณ วิโรจน์เตชะ

กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางสาวภาวนา เผือกผาสุข นางศุภมิตร ปรีติเขมรัตน์ นายอมร ศรีเมือง กรมการแพทย์ นายภักดี สรรค์นิกร นางสาวบุปผาวัลย์ ศรีล้ำ นางพุทธลักษณ์ พุกเจริญ นายศรีวงค์ รูปศิริ กรมควบคุมโรค นายวิรัช ประวันเตา นางวราภรณ์ เทียนทอง นายขจรศักดิ์ พรหมมานะ กรมพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายสมศักดิ์ กรีชัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายสมชาย แสงกิจพร นางสาวจารุวรรณ ลิ้มสัจจะสกุล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายบงกช อุบลเลิศ นายสมาน บุญสิงห์ศร กรมสุขภาพจิต นางพันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ นางอุดมรัตน์ ศรีเกตุ นายชิงชัย บุญสิงห์ กรมอนามัย นางณีรนุช อาภาจรัส นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นางสมจิตร สีงาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายนิรัตน์ เตียสุวรรณ นายญาณพล ขาวพลศรี

วันนี้ก็ยังไม่สามารถเสนอได้ครบถ้วน ยังเหลือข้าราชการดีเด่นในกระทรวงสายสังคมอีก 3-4 กระทรวงรับรองว่าจะมาได้ในเร็ววัน.

“ซี.12”

 

กรรมการจริยธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 27 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647554

 

คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการนั้นมีทั้งระดับกรม กระทรวง และจังหวัด ซึ่งมีการจัดตั้งกันครบถ้วนทุกส่วนราชการแล้ว

เพียงแต่กิจกรรมการดำเนินงานของคณะกรรมการจริยธรรมแต่ละหน่วยงานนั้นยังแตกต่างกันไปตามปัจจัยของแต่ละแห่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความสนใจของหัวหน้าหน่วยงานเป็นสำคัญ

มีตัวอย่างการดำเนินงานที่น่าสนใจของ คณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เพิ่งดำเนินการไปเมื่อตอนปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือการจัดการประชุมวีดิทัศน์ทางไกลระหว่างคณะกรรมการของกระทรวงกับคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้ดำเนินการด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งก็ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด

คณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้นมีตัวประธานคือ นายสุดจิต นิมิตกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตอธิบดีกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท ผู้ได้รับการยกย่องเป็น คนดีศรีมหาดไทย

ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายกฤษฎา บุญราช นายประทีป กีรติเรขา นายชัชวาล ฉายะบุตร นางสาวดวงพร บุญครบ นายปริญญา อุดมทรัพย์ นายประภาศ บุญยินดี

ทั้งนี้กรรมการ 2 คนแรกเป็นกรรมการที่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรือประเภทอำนวยการเลือกกันเองเข้ามา ซึ่งในที่นี้ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงเข้ามาเป็นเอง อีก 2 คนถัดมาเป็นข้าราชการในหน่วยงานนั้นที่ได้รับการคัดเลือกจากคนในกรมทั้งหมด ส่วน 2 รายสุดท้ายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่ผู้บริหารหน่วยงานและรองเสนอเข้ามา

การเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการนั้นดำเนินการมาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน คือเชิญข้าราชการบำนาญที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้นๆมาเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ส่วนกรรมการภายในส่วนราชการนั้นถ้าหัวหน้าหน่วยให้ความสำคัญลงมาเล่นเองงานนี้ก็จะเดินหน้าไปได้รวดเร็วมีคนขานรับช่วยเหลือมาก แต่บางหน่วยงานหรือส่วนใหญ่มักได้ รองหัวหน้าหน่วย เข้ามาเป็น ถ้าเป็นของจังหวัดก็เป็นรองผู้ว่าฯหรืออะไรอย่างนั้น

แต่มีอยู่หน่วยงานหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมชุดใหม่แทนชุดที่ครบวาระ ทราบมาว่าได้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาคือเป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจังและไม่เหมือนใคร

ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานคือ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ผู้สร้างผลงานปราบโกงเพื่อชาติไว้มากมาย

กรรมการที่มาจากผู้บริหารนั้น อธิบดี และ รองอธิบดี เข้ามาเป็นเอง กรรมการที่มาจากข้าราชการในกรมคือ ผู้อำนวยการสำนัก ที่สำคัญ 2 สำนัก

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกคือ พันเอกนิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กับ ศาสตราจารย์ ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กระบวนการแต่งตั้งนั้นผ่านขั้นตอนการอนุมัติครบถ้วนแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

จึงทิ้งเป็นปริศนาไว้ให้ทายกันดูว่าเป็นคณะกรรมการจริยธรรมของกรมไหน กระทรวงใด เอาไว้ประกาศแล้วค่อยมาเฉลยกัน.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 25/06/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 25 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646112

 

เหตุการณ์อันน่าอับอายในวงราชการที่เกิดขึ้นในกรมป่าไม้ จากการที่ ข้าราชการหญิง ถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยการกระทำของ คนขับรถ ที่เป็น พนักงานราชการ โดยเหตุเกิดในระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างจังหวัดนั้นเป็นสิ่งที่ผู้รับผิดชอบต้องจัดการอย่างตรงไปตรงมาด้วยความถูกต้องเป็นธรรม…

แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์กลับบานปลายไปด้วยการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ ผู้บังคับบัญชา กล่าวคือเมื่อ ผู้เสียหาย เข้าไปร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาลำดับต้นที่เป็น เพศหญิง ด้วยกันแทนที่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดกลับห้ามไม่ให้ ผู้เสียหาย แจ้งความดำเนินคดีโดยอ้างว่าเพื่อรักษาชื่อเสียงของกรมป่าไม้และสงสารคนทำผิดที่มีลูกเมียครอบครัวต้องดูแล จน เพื่อนข้าราชการในกรม ที่รู้เรื่องทนไม่ได้มีการส่งข้อความในไลน์ถามหาความเป็นธรรมและเรื่องแดงขึ้นมาจนเป็นที่รับรู้ถึง ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ซึ่งรับปากว่าจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรมโดยกลายเป็นข่าวอื้อฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์นั้น…

ประเด็นของเรื่องราวคราวนี้จึงมิได้สิ้นสุดยุติลงที่การกระทำอันไม่ยั้งคิดของคนคนเดียวไปเสียแล้วแต่มันกลับบานปลายไปถึงดุลพินิจและคุณธรรมของ ข้าราชการระดับผู้บังคับบัญชา ด้วยเพราะถ้าปล่อยเรื่องราวเลยตามเลยแค่ลงโทษ ผู้ก่อเหตุ คนเดียวในที่สุดคนที่จะเดือดร้อนมากกว่าใครเพื่อนก็คือ อธิบดีชลธิศ เองนั่นแหละ…

ตัวอย่างจากข่าวที่ระบุว่าเมื่อสอบถามไปยัง สุชาติ กัลยาวงศา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ หน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดของผู้ก่อเหตุคำตอบในตอนแรกที่ว่า “ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ทราบเรื่องไม่รู้ไม่เห็นเป็นเรื่องการเมืองหรือเปล่า” นั้นต้องพิจารณากันแล้วว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนกับการทำหน้าที่ผู้บังคับบัญชาตรงจุดนี้…

ดังนั้นเพื่อเรียกหาตัว ผู้รับผิดชอบ ที่พยายามปกปิดเรื่องราวขอแสดงรายละเอียดของแผนภูมิการบังคับบัญชาใน สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของหน่วยงานนี้ว่านอกจาก นายสุชาติ กัลยาวงศา เป็นผู้อำนวยการสำนักแล้ว ยังมี นายพิเศรษฐ ลือชานิมิตจิต เป็นผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ นางสาวพรรณี เด่นรุ่งเรือง เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาผลิตผลป่าไม้ นางสาวรัณธร สุขวัฒน์นิจกูล เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ นางวิลาวัณย์ วิเชียรนพรัตน์ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจป่าไม้ นายบพิตร เกียรติวุฒินนท์ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานวนวัฒนวิจัย นายรัตนะ ไทยงาม เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี นางสุรางค์ เธียรหิรัญ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ ใน 7 กลุ่มงานนี้เป็น ข้าราชการหญิง เสีย 4 ราย ใครเกี่ยวข้องแค่ไหนคนกรมป่าไม้รู้กันเองดีอยู่แล้ว ส่วนท่านที่ไม่เกี่ยวไม่ข้องขอจงออกมาแสดงบทบาทในการปกป้องสตรีเพศด้วยกัน…

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ายข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง 2 ราย คือ วรศาสน์ อภัยพงษ์ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สลับกับ สุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นรองปลัดกระทรวง ส่วนกระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง อรนุช ไวนุสิทธิ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง และกระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง สมณ์ พรหมรส รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นที่ปรึกษาเฉพาะด้านนโยบายและการบริหารงานยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม…

“ซี.12”

 

นบร.รุ่น 5 (ต่อ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 24 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645099

 

หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) รุ่นที่ 5 อันประกอบด้วย ข้าราชการ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนรวมทั้งสิ้น 50 รายนั้น

ได้นำเสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกไปแล้วเมื่อวานนี้ 20 ราย ยังเหลืออีก 30 ราย ดังนี้

21.นายสุจิโรจน์ คงเมือง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายพิเศษ กรมการปกครอง 22.นายสุพิทยา พุกจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจโคนมของสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ 23.นายสุกิจ รัตนศรีวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กรมวิชาการเกษตร 24.นายวิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาสุขภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ 25.นายอติชาต รักษะจิตร ผู้อำนวยการโครงการ มูลนิธิชัยพัฒนา

26.นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน 27.นางสาวพจนันท์ กองมาก ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน 28.นายคงศักดิ์ มีแก้ว นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ กรมป่าไม้ 29.นายสุวรรณชัย สมปอง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 30.นายวรดลต์ แจ่มจำรูญ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

31.นายธเนศ ปลื้มคิด ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 32.นายธีรวัฒน์ บุญสม หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและสร้างคุณค่างานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 33.นายสุทธิพงศ์ รอตโกมิล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 34.นางสาวถนอมจิตต์ ท้าวแดนคำ หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 35.นายไวทิต โอชวิช ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์งบประมาณ กรมชลประทาน

36.นายสัณฐิต พีรานนท์ ผู้อำนวยการส่วนกิจกรรมพิเศษ กรมชล–ประทาน 37.นายถิระศักดิ์ ทองศิริ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมชลประทาน 38.นายสายัณห์ บุญญานุสนธิ์ ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดชุมพร กรมชลประทาน 39.นายธเนศ พุ่มทอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง ประจวบคีรีขันธ์ กรมประมง 40.นายปกป้อง อุ่มอยู่ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ กรมประมง

41.นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 42.นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 43.พันเอกนรินทร์ มีสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการ สำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองบัญชาการกองทัพไทย 44.นายสุเทพ ชูชัยยะ ที่ปรึกษาสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย 45.นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ รักษาการเลขาธิการมูลนิธิรากแก้วมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ

46.นางสาวเสลาลักษณ์ แจ่มประวิทย์ รีไรเตอร์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 47.นางเสาวลักษณ์ ควรพินิจ ผู้อำนวยการกลุ่มติดตาม สำนักงาน กปร. 48.นายวัชระ หัศภาค ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงาน กปร. 49.นายเอกชัย เพ็งสว่าง ผู้อำนวยการกลุ่มสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิต สำนักงาน กปร. 50.นางสาวสุธัญญา ลีแวง ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริม สำนักงาน กปร. และคุ้มครองจริยธรรม

เป็นความร่วมมือกันเพื่อดำเนินการในเรื่องที่มีคุณค่าเป็นความดีงามของบ้านเมืองให้อยู่ยืนยงไปตลอด.

“ซี.12”

 

นบร.รุ่น 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 23 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/644162

 

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร.นั้น มีภารกิจที่จะต้องทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆในราชการหลายแห่งมานานแล้ว

การจัดหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ขึ้นมาโดยเชื้อเชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆเข้ามาศึกษาอบรมร่วมกันนับเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าในการผลักดันดูแลโครงการที่มีคุณค่า

ในปีงบประมาณ 2559 นี้มีการเปิดหลักสูตรไปแล้วเป็น หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) รุ่นที่ 5 อันประกอบด้วย ข้าราชการ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 50 ราย คือ

1.พันเอกจินตมัย ชีกว้าง ผู้อำนวยการกองกิจการพัฒนา กรมกิจการพลเรือนทหารบก 2.นายเรืองชัย เจริญกิจสุพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชนบท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3.นางสาว
นาฎยา บาลี หัวหน้ากลุ่มงานบริหารผลิตภัณฑ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง 4.นางสาววัลย์นภา รัชเดช ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการและประชาสัมพันธ์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.นางสายใจ มณีรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

6.นางสาวพรรณี พัชรประภาส ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานงานโครงการพระราชดำริ ภาคใต้ สำนักราชเลขาธิการ 7.นางสาววีณา เตชะพนาดร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 8.นายก่อเกียรติ สมประสงค์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 9.นายกิตติพันธ์ จันทาศรี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาพื้นที่พิเศษ กรมส่งเสริมการเกษตร 10.นายทวีแสง พูลพุฒ ผู้อำนวยการกลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน

11.นายเดชา เชื้อบุญยืน นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12.นายพลังจิต โกศัลวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานรณรงค์และประสานงานเครือข่าย สำนักงาน ก.พ. 13.นายวัฒนา มัญชุนากร นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 14.นายวิทยา ไพศาลศักดิ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 15.นายโอภาส วรวาท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา กรมการข้าว

16.นายชัชร์พงษ์ นคราวัฒน์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงบประมาณ 17.นางวิภาวดี ชวนบุญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 18.นายสุวิทย์ ศิริโท เศรษฐกรชำนาญการพิเศษสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 19.นายนพดล แก้วคำไสย์ หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 20.นายสมร ทิพบุญชู นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดร้อยเอ็ด

นบร.รุ่น 5 อีก 30 รายจะนำเสนอต่อไปในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”