แก้ระบบอุปถัมภ์ (5)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 6 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/615716

 

มาถึงประเด็นที่ 4 แนวความคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มี พลเรือเอกศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานระบุว่า

นโยบายของรัฐต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือวาระแห่งชาติในการบริหารราชการแผ่นดินโดยระบบคุณธรรมยกเลิกระบบอุปถัมภ์ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) ของหน่วยงานรัฐ โดยจัดทำมาตรฐานกำหนดแนวทางในการทำงานให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลัก 6 ประการ ได้แก่ หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบและหลักความคุ้มค่า

กำหนดเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการให้ทุกส่วนราชการถือปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนโดยละเอียด เช่น ห้ามรับของขวัญหรือรับเลี้ยงจากผู้อื่น ห้ามรับสินบนจากผู้อื่นที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับหน่วยงาน ห้ามการเล่นกอล์ฟร่วมกันระหว่างข้าราชการกับนักธุรกิจ ห้ามใช้ทรัพย์สมบัติสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ห้ามไม่ให้ข้าราชการบำนาญเข้ามาเกี่ยวข้องหรือรับจ้างบริษัทเอกชน ในลักษณะเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสองปีหลังจากเกษียณอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และความสัมพันธ์ในเชิงอุปถัมภ์ รวมถึงต้องกำหนดมาตรการและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีการทำผิดกฎหมายจริยธรรม

จัดตั้งองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล เพื่อเป็นกลไกในการควบคุมและกำกับดูแลให้การบริหารงานบุคคลภาครัฐให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน มีความเป็นกลาง เป็นหน่วยงานอิสระที่ไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหารหรืออยู่ใต้การบังคับ บัญชาของฝ่ายบริหารโดยตรง เกิดความเป็นธรรมในการปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ กระบวนการได้มาซึ่งคณะกรรมการกลางชุดดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความหลากหลายของผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาของทุกส่วนราชการให้มีขอบเขตอย่างชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการกำกับ ควบคุมและเป็นข้อพึงระวังต่อการใช้อำนาจในการตัดสินใจที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของระบบคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการอย่างแท้จริง ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาหรือแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับสูงควรหลีกเลี่ยงการให้อำนาจหรือการใช้ดุลพินิจของตัวบุคคล แต่ควรกำหนดให้เป็นอำนาจในรูปแบบของคณะกรรมการ

กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการผู้พิจารณาจะต้องบันทึกรายงานการประชุมถึงเหตุผลในการใช้ดุลพินิจหรือเหตุผลในการตัดสินใจแต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนตำแหน่งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีระบบตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการคัดเลือกของคณะกรรมการ

ระบบราชการจะต้องกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมทั้งระบบการเตรียมคนเพื่อดำรงตำแหน่งสำคัญไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งนักบริหารระดับสูง ตลอดจนต้องจัดทำหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง การโยกย้าย และการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งที่ชัดเจน โปร่งใสและเป็นธรรม

จะทำให้ข้าราชการเกิดความมั่นใจในระบบการบริหารงานบุคคลและสร้างศรัทธา ความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นภายในองค์กร และควรจัดทำคู่มือด้านการบริหารงานบุคคล เพื่อใช้เป็นมาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อเลื่อนตำแหน่งในทุกระดับ/ทุกชั้นยศ

ถึงวันนี้ยังจบไม่ลงคงต้องต่อพรุ่งนี้อีกวัน.

“ซี.12”

 

แก้ระบบอุปถัมภ์ (4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 5 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/615291

 

มาถึงประเด็นที่ 3 ผลเสียด้านต่างๆ เช่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการทุจริตคอร์รัปชันและด้านบริการประชาชน ที่เกิดจากการใช้ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทย

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ที่มี พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานนั้นพบว่า

ข้าราชการถูกใช้ไปในทางส่วนตัว ไม่ยึดที่ประโยชน์ของประเทศชาติ แต่มุ่งเน้นที่การประจบผู้มีอำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว จึงเป็นช่องทางให้นักการเมืองใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือของตนในการประพฤติผิด เกิดการย้ายข้ามห้วย หรือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในลักษณะการย้ายข้ามหน่วยงาน ข้ามกระทรวง ข้ามสายงาน

โดยการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวเป็นการวางตัวบุคคล จัดสรรตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งที่ฝ่ายการเมืองต้องการ โดยมักอ้างเหตุผลว่า เป็นไปเพื่อความเหมาะสม เป็นผลต่อเนื่องให้การบริหารงานภายในองค์กรเกิดปัญหาแตกความสามัคคีภายในองค์กร ข้าราชการขาดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและไม่แน่ใจในความก้าวหน้าในสายงาน ไม่ยึดถือหลักวิชาการ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งเป็นหลักการของระบบคุณธรรมในการพิจารณา

การบริหารงานบุคคลไม่มีหลักประกันว่าจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน เนื่องจากการคัดเลือกคนยึดหลักความพึงพอใจมากกว่าการเลือกสรรผู้มีความรู้ความสามารถ ข้าราชการขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

เนื่องจาก ระบบอุปถัมภ์ มีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับ ระบบคุณธรรม การนำเอาระบบนี้มาใช้หรือปล่อยให้แทรกซึมเข้าไปในหน่วยงานใดแล้ว จะทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า อาณาจักรแห่งอิทธิพล ซึ่งจะมีผลในทางเสื่อมของระบบคุณวุฒิหรือระบบคุณธรรม การพิจารณาการเลือกสรรคนเข้าทำงาน รวมทั้งการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง มักจะไม่คำนึงถึงหลักคุณวุฒิและความรู้ความสามารถเป็นเกณฑ์ บุคคลทำงานไม่ตรงกับความสามารถของตนเอง ผู้ที่มีความสามารถไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก่อให้เกิดการเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน

การนำระบบอุปถัมภ์ไปใช้ย่อมทำให้ศรัทธาเชื่อถือของประชาชน เสื่อมคลาย ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือกับราชการไทย และเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชัน

การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากระบบอุปถัมภ์ หรือเกิดจากเจตนาที่จะทุจริตตั้งแต่ต้นและใช้ระบบอุปถัมภ์นำทาง โดยเป็นผลมาจากการวางตัวบุคคลให้มีตำแหน่งหน้าที่เอื้ออำนวยต่อการกระทำผิด มีอำนาจให้คำอนุมัติ อนุญาต ให้สัมปทานหรือใบประกอบกิจการต่างๆ การอนุมัติในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะพบการทุจริตในลักษณะดังกล่าวอย่างมากมายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

หลักนิติรัฐถูกทำลาย และคนในสังคมละเลยต่อกฎกติกาของสังคม ภารกิจของส่วนราชการถูกจำกัดบทบาท เพราะต้องตอบสนองต่อฝ่ายที่ควบคุม โดยเน้นสนองตอบต่อผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม ระบบราชการขาดการยอมรับและเชื่อถือจากนานาประเทศ ส่งผลเสียที่ใหญ่หลวงต่อการลงทุน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศชาติ

พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะนำเสนอในประเด็นที่ 4 แนวความคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม.

“ซี.12”

 

แก้ระบบอุปถัมภ์ (3)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 4 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/614711

 

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีพลเรือเอกศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานได้ศึกษาเรื่องราวเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

ในประเด็นที่ 2 การวิเคราะห์เกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานบุคคลในระบบราชการไทย พบว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการ รวมทั้งนโยบายและแผนงาน หรือกระบวนการที่ถือปฏิบัติในการบริหารงานบุคคลมีช่องว่างหรือเปิดโอกาสให้มีการใช้ระบบอุปถัมภ์

โดยมีความหลากหลายของรูปแบบและวิธีการ เช่นการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลก็ยังไม่แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมได้อย่างชัดเจน ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดของกระบวนการได้อย่างครบถ้วน ซึ่งในบางครั้งมีช่องว่างให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เกิดการหลบเลี่ยง การเบี่ยงเบน หรือการจัดทำรายละเอียดที่เอื้อต่อการใช้ระบบอุปถัมภ์

มีการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางเพิ่มเติมได้ เช่น การกำหนดให้ส่วนราชการพิจารณากำหนดองค์ประกอบในการพิจารณาความเหมาะสม และแนวทางการคัดเลือกได้เอง ที่อาจทำให้เกิดช่องว่างในการใช้ดุลพินิจของผู้มีอำนาจได้ตามอำเภอใจ และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องของระยะเวลาอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอนของกระบวนการบริหารงานบุคคล

ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการบริหารงานบุคคลนั้น ผู้ใช้อำนาจ ปัญหาของระบบอุปถัมภ์ที่เข้ามาแทรกซึมอยู่ในกระบวนการบริหารงานบุคคลเป็นผลมาจากการเปิดช่องว่างให้ผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชาสามารถใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจ ซึ่งผู้ใช้อำนาจมักเข้าใจว่าตนเองสามารถใช้อำนาจโดยอิสระอย่างไรก็ได้ ซึ่งแท้จริงแล้วการใช้อำนาจนั้น ต้องเป็นการใช้อย่างเหมาะสมมีเหตุผล และต้องคำนึงถึงประโยชน์ทางราชการเป็นสำคัญ

ประกอบกับผู้มีอำนาจไม่ยึดหลักคุณธรรม หลักความสมเหตุสมผล หรือแม้กระทั่งผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่มีความสนใจหรือไม่ใส่ใจในเรื่องของหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ไม่ได้ศึกษาทำความเข้าใจในหลักการหรือเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์และวิธีการที่แท้จริง จนทำให้การใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเกิดการเบี่ยงเบนหลักการของกฎระเบียบต่างๆ

ยังมีปัญหาเกิดจากคณะกรรมการคัดเลือกไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบ วิธีการหรือขั้นตอนที่กำหนด อีกทั้ง คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดเดียวกันที่ต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลโดยผู้บริหารระดับสูงนั้น อาจได้รับการชี้นำหรือเสนอแนะจากผู้บริหารระดับสูงจึงไม่มีอิสระอย่างแท้จริงในการพิจารณา หรือในกรณีกรรมการจากภายนอกราชการก็อาจไม่ทราบข้อมูลหรือไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับคุณลักษณะ ความรู้ ความสามารถ ศักยภาพของผู้ดำรงตำแหน่งที่จะได้รับแต่งตั้ง

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการที่ขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชาของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงอธิบดี จึงมีความจำเป็นที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและอาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง

ระบบบริหารงานบุคคลขาดกลไกในการติดตามประเมินผลและบทลงโทษในกรณีที่เกิดผลเสียหายภายหลังจากการแต่งตั้งโยกย้าย เช่น การพิจารณาแต่งตั้งหรือโยกย้ายทำให้เกิดผลเสียต่อทางราชการก็ไม่มีบทลงโทษหรือกำหนดให้บุคคลใดเป็นผู้รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม

ที่จริงข้อสังเกตในประเด็นที่ 2 นี้มีอีกมากแต่ขอสรุปมาให้จบได้ในวันเดียวเพื่อว่าพรุ่งนี้จะได้ว่ากันในประเด็นต่อไป.

“ซี.12”

 

แก้ระบบอุปถัมภ์ (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 3 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/614213

 

การศึกษาหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ที่สร้างผลเสียหายกับระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรมโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่พลเรือเอกศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานนั้น

ในประเด็นที่ 1 รูปแบบ ลักษณะ พฤติการณ์ของระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในระบบราชการไทย ยังพบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และข้าราชการประจำกล่าวคือ ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจได้พัฒนาก้าวไกลไปมากจนก้าวล้ำกลุ่มข้าราชการ ขณะเดียวกันระบบการเมืองได้เปิดกว้างขึ้นและต้องอาศัยเม็ดเงินเป็นจำนวนมาก

ในสมัยก่อนนักการเมืองมักอาศัยการสนับสนุนทางการเงินจากนักธุรกิจ แต่ปัจจุบันนักธุรกิจกลับกลายเป็นนักการเมืองเสียเอง กลุ่มธุรกิจ กลุ่มการเมืองจึงเริ่มกลืนเป็นกลุ่มเดียวกัน นักการเมืองโดยแท้ที่ไม่มีทุนถูกกีดกันออกจากระบบ

ความสัมพันธ์ระหว่างภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และข้าราชการประจำจึงเป็นไปในลักษณะที่ไม่สมดุล ยิ่งนานวันอำนาจของกลุ่มข้าราชการประจำจะลดลงตามลำดับ ทำให้เกิดวงจรที่ข้าราชการชั้นผู้น้อยวิ่งเข้าหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็จะวิ่งหานักการเมืองในฐานะผู้ที่เข้ามาใช้อำนาจรัฐและมีอำนาจในการพิจารณาเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง และนักธุรกิจวิ่งเข้าหาข้าราชการ เพื่อเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้กับข้าราชการและนักการเมือง โดยแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือสิทธิพิเศษในการลงทุน

การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เมื่อรัฐบาลใดขึ้นมาบริหารประเทศก็มักจะมีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงให้ดำรงตำแหน่งแทนคนก่อนที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นบุคคลของฝ่ายตรงข้ามหรือมีแนวโน้มว่าจะไม่สนองตอบต่อนโยบาย

เมื่อพรรคการเมืองใดได้กำกับดูแลกระทรวงใด ก็จะมีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายหรือการวางตัวข้าราชการในตำแหน่งต่างๆของกระทรวงนั้นๆ โดยผ่านการใช้อำนาจที่มาจากการดำรงตำแหน่งที่เป็นทางการและได้รับความชอบธรรมตามกฎหมาย

ประกอบกับการใช้อำนาจทางการเมืองที่มีเหนือกว่าข้าราชการประจำ เช่น อำนาจในการจัดสรรงบประมาณ อำนาจในการควบคุมและกำกับนโยบายของระบบราชการ หรืออำนาจจากการเป็นผู้แทนของประชาชน เป็นต้น

ส่วนราชการในฐานะหน่วยงานที่เป็นผู้รับนโยบายโดยตรงจากฝ่ายการเมืองไปปฏิบัติ จึงทำให้ตัวข้าราชการต้องมีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง เมื่อฝ่ายการเมืองเข้าครอบครองอำนาจรัฐ อีกทั้งกฎหมายได้ให้สิทธิและให้อำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำ เพื่อให้ฝ่ายการเมือง ในฐานะผู้กำหนดนโยบายได้บุคคลที่เหมาะสมสอดคล้องกับการเข้ามาเป็นไม้เป็นมือในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล จึงเป็นผลให้การใช้ระบบอุปถัมภ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในระบบราชการ

นโยบายประชาสังคมที่ทำให้ประชาชนหวังพึ่งพิงนโยบายอุปถัมภ์ของรัฐมากจนเกินไป และนโยบายประชานิยมเป็นพื้นฐานก่อให้เกิดความหวังเทียมในหมู่คนจน

สำหรับในระบบราชการนั้น นโยบายดังกล่าวเป็นการเปิดช่องโหว่ให้นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน เพราะการนำนโยบายประชานิยมไปปฏิบัติจำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล ประกอบกับวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ย่อมเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผลประโยชน์กระทำการทุจริตคอร์รัปชันได้ง่ายขึ้น

นี่คือความจริงที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน.

ซี.12

 

แก้ระบบอุปถัมภ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 2 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/613927

 

วันนี้มีการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ที่สร้างผลเสียหายกับระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม” โดย คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

จัดขึ้นที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 ในเวลา 08.30-16.00 น. โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสัมมนา จำนวน 150 คน

เมื่อ พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม กล่าวรายงานแล้ว

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นผู้เปิดการสัมมนา จากนั้น พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง บรรยายเรื่อง “ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทย : วิเคราะห์ผลเสียสู่แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม”

แล้ววิพากษ์และอภิปรายร่วมกันใน 4 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ 1 รูปแบบ ลักษณะ พฤติการณ์ของระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในระบบราชการไทย

ประเด็นที่ 2 การวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานบุคคลในระบบราชการไทย

ประเด็นที่ 3 ผลเสียด้านต่างๆ เช่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการทุจริตคอร์รัปชัน และด้านบริการประชาชน ที่เกิดจากการใช้ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทย

ประเด็นที่ 4 แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม

ช่วงนี้ พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายสีมา สีมานันท์ กรรมาธิการวิสามัญและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศาสตราจารย์นิสดารก์ เวชยานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ รวม 3 คนจะช่วยกันดำเนินการบนเวทีเพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปอย่างหลากหลาย

ว่ากันถึงประเด็นที่ 1 รูปแบบ ลักษณะ พฤติการณ์ของระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในระบบราชการไทยเสียก่อนเท่าที่คณะกรรมาธิการศึกษามาพบว่าเงื่อนไขทางความคิดของข้าราชการไทยส่วนใหญ่ คือ ความสำนึกทางชนชั้น ซึ่งยังยึดโยงกับความเชื่อในเรื่อง “ผู้ใหญ่-ผู้น้อย” “การให้ความช่วยเหลือ-ความคุ้มครอง” “การฝากเนื้อฝากตัว” “การทดแทนบุญคุณ” “ข้าเก่าเต่าเลี้ยง” จึงเกิดระบบที่เรียกว่าเจ้านายเก่าลูกน้องเก่าที่ต่างอุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือตอบแทนกัน เจ้านายเก่านั้นก็ย่อมต้องมีเจ้านายเก่าของตน อีกทอดหนึ่งที่จะต้องช่วยเหลือตอบแทน ทำให้เกิดพัวพันไปทั้งระบบราชการและทำให้ระบบอุปถัมภ์ยังเป็นที่แพร่หลายอยู่ในทุกวงราชการ

การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายในระบบราชการไทยยังมีการช่วยเหลือและผลักดันให้บุคคลที่เป็นพรรคพวก ญาติสนิท มิตรสหายได้เข้ามาอยู่ในระบบราชการและมีความเจริญเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงาน โดยไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความอาวุโส ความเหมาะสม และความเป็นธรรม นอกจากนี้ยังได้พัฒนาการจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาเป็นความสัมพันธ์ ในเชิงผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวพัน ทั้งในรูปแบบของเงิน สิทธิด้านต่างๆ ในสังคม การให้สิทธิประโยชน์ การให้บริการ เป็นต้น

วันพรุ่งนี้จะต่อด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และข้าราชการประจำ ซึ่งยังอยู่ในขอบข่ายของประเด็นที่ 1.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 30/04/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 30 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/612975

 

รายการย้ายนอกฤดูกาลสำหรับตำแหน่งเอกอัครราชทูต เพิ่งผ่านมติ ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดย นงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สลับกับ ธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ออกไปเป็นเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมกันนั้นมีการเลื่อน เจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็น เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน…..

กระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง 2 อธิบดีและ 1 ผู้ตรวจราชการกระทรวงคือ ธานินทร์ สมบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นเป็น อธิบดีกรมทางหลวง ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ขึ้นเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กฤชเทพ สิมลี รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม…..

ส่วน วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักนายกรัฐมนตรี โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว เป็นอีกเส้นทางของผู้หญิงเก่งเช่นเดียวกับที่ อุศนีย์ ธูปทอง ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขยับตำแหน่งจากนักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ เป็น นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ…..

บันทึกถึงเส้นทางของ 4 ผู้ว่าฯใหม่ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งด้วยคำสั่ง คสช.นั่นคือ ธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดลำพูน เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก วิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าวให้เรียบร้อยโดยด่วน…..

องค์การสวนพฤกษศาสตร์ รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้คณะกรรมการชุดใหม่มี ปัจฉิมา ธนสันติ อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธาน ส่วนกรรมการที่เป็นคนมีฝีมือในราชการที่เกษียณอายุแล้วอย่างเช่น สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดุสิต เขมะศักดิ์ชัย อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นต้น…..

นอกจากนั้นยังมี ธนิต ธงทอง อดีตรองอธิการบดีจุฬาฯ เยาวนุช วิยาภรณ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและระเบียบการคลัง กรมบัญชีกลาง เข้ามาในฐานะผู้แทนกระทรวงการคลัง จากภาคเอกชนก็มีเช่น จิราพร คูสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งเคยทำงานในเครือซิเมนต์ไทยและเครือชินคอร์เปอร์เรชั่นมาก่อน…..

กรรมการชุดเก่าที่กลับมาใหม่ก็เช่น สิริวรรณ สุวรรณศร และมี สิรินทร์ แก้วละเอียด และ จรูญ อิ่มเอิบสิน 2 ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สำนักพระราชวังในฐานะผู้เชี่ยวชาญการปลูกป่า คนสุดท้าย พลตรีณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ นายทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา…..

หนังสือใหม่ ประเทศโปร่งใส โดย นคร เสรีรักษ์ เรียบเรียงจากงานวิจัยที่นำเสนอต่อวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกฎหมายข้อมูลข่าวสารโดยกลไกประเมินประสิทธิภาพภาครัฐ ซึ่งเท่ากับถ่ายทอดประสบการณ์ออกมาเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างน่าชื่นชม…..

“ซี.12”

 

สิทธิอุทธรณ์หน่วยงานของรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 29 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/612407

 

เรื่องราวที่น่าสนใจรับรู้ไว้สำหรับข้าราชการเพราะเมื่อถึงคราวที่เป็นเหตุการณ์ที่เป็นเรื่องราวในกรมหรือจังหวัดของตัวเองจะได้นำไปเทียบเคียงในการแก้ไขปัญหาได้

นางสาวยุพาพร เสรีวิวัฒนา นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ แจ้งผลการวินิจฉัยเรื่องราวที่ว่าหน่วยงานของรัฐอุทธรณ์ได้หรือไม่

ปกติหากประชาชนไปขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ แล้วหน่วยงานของรัฐปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ประชาชนย่อมสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

ปัญหามีอยู่ว่าถ้า ผู้อุทธรณ์ ไม่ใช่ ประชาชน แต่เป็น หน่วยงานของรัฐ อย่างในกรณีที่หน่วยงานของรัฐขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐด้วยกัน แล้วได้รับการปฏิเสธ อย่างนี้หน่วยงานของรัฐผู้ขอข้อมูลข่าวสารจะใช้สิทธิอุทธรณ์ได้หรือไม่

ตัวอย่างที่เป็นจริงของเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีหนังสือถึง ผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขากำแพงเพชร ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกู้เงิน สถานะบัญชีเงินกู้ การนำส่งเงิน และอื่นๆที่เกี่ยวข้องของนาย ก. พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

แต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขากำแพงเพชร ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรจึงมีหนังสือถึงคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร อุทธรณ์คำสั่งของธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขากำแพงเพชร ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ที่ไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคมการบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายพิจารณาคำอุทธรณ์แล้วเห็นว่า เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ก็เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆของรัฐ เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องกับความเป็นจริง เพื่อพัฒนาระบบประชาธิปไตยให้มั่นคงและจะยังผลให้ประชาชนรู้ถึงสิทธิหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะปกปักรักษาประโยชน์ของตนได้

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 จึงเป็นกฎหมายที่ ให้สิทธิแก่ประชาชน ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ มิได้กำหนดสิทธิหน้าที่ ระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันในเรื่องข้อมูลข่าวสารของราชการ เพราะสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกัน ย่อมเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนและธรรมเนียมการปฏิบัติราชการ รวมทั้งหลักการประสานราชการตามระบบบริหารราชการแผ่นดิน

ดังนั้น ผู้อุทธรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย จึงมิใช่ผู้ทรงสิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาขาสังคมฯ จึงไม่มีอำนาจที่จะรับอุทธรณ์นี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ (สค 1/2558)

กรณีเช่นนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะสิทธิอุทธรณ์เท่านั้น สิทธิร้องเรียนก็ใช้หลักการเช่นเดียวกัน ถ้ามีข้อสงสัย หรือต้องการหารือ ติดต่อได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โทร.02–283–4678 หรือ www.oic.go.th

“ซี.12”

 

ขรก.ดีเด่นวงการศึกษา (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 28 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/611827

 

ข้าราชการพลเรือนดีเด่นชุดนี้ยังเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ

มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มี นางสาวเพ็ญศรี ลียวัฒนานุพงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มี นายกรเพชร เพชรรุ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนิดา ภู่แดง มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มี นางสาวนฤมล ปภัสสรานนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มี นางรัตนา ยังจิรวัฒนชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มี รองศาสตราจารย์พีนาลิน สาริยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มี นางกาญจนา ยลสิริธัม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มี นางพรรณา พูนพิน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พยอม รอตมงคลดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุษณี ศุภวรรธนะกุล

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สกล เกิดผล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พจนารถ บัวเขียว มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มี นางสาวอารมณ์ สมใจ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานิตย์ อัญญะโพธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมประสงค์ เสนารัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อภิรดี เมืองเดช มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มี รองศาสตราจารย์สุนี ศักดาเดช มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มี นายบุญหลง ฝั้นคำอ้าย

มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ครรชิตทิพรส มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มี นางปราณี พงษ์ธนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ศรีกระจ่าง

หาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มี รองศาสตราจารย์ทศวรรษ สีตะวัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำเป็น สังข์มุสิกานนท์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาณัติ ต๊ะปินตา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มี รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ เอกเพชร

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มี นางสาวจรัญญา ไชยเสริฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อุสายพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุพาลัยทองธิราช มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มี รองศาสตราจารย์นพดล จันทร์เพ็ญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี ดุสิตสุทธิรัตน์ นายมงคล พันธ์เขียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มี รองศาสตราจารย์รจนา สุนทรานนท์ นายโสภณ สาทรสัมฤทธิ์ผล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ อารีจงเจริญ นายสายชล พุทธา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มี นางสาวกฤตินี ตรงสิทธิรักษ์ นายวิเชียร โสภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มี รองศาสตราจารย์เยาวพา ณ นคร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประกอบ ศรีจันทร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มี นายธานี สมวงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุกัลยา ปริญโญกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มี รองศาสตราจารย์ประมวล เติมสมบัติถาวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิอร โฉมศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มี นายประสาท ภูปรื้ม นายสุทธิศักดิ์ แก้วแกมจันทร์

ทั้งหมดนี้ที่เป็นอาจารย์ต้นแบบในสังคมในการวางรากฐานให้เยาวชนจนมีคนมองเห็นคุณค่ายกย่องให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น.

“ซี.12”

 

ขรก.ดีเด่นวงการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 27 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/611167

 

การยกย่องคนดีคนเก่งในวงราชการนั้นไม่มีคำว่าล่าช้าเพราะคุณงามความดีที่ปรากฏนั้นย่อมอยู่ยั้งยืนยงไปตลอด

เหมือนกับผู้ได้รับเลือกเป็น ข้าราชการดีเด่น ใน วันข้าราชการพลเรือนเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 ล่วงเลยมาเกือบครบเดือนแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะนำเสนอได้ครบถ้วน ต้องคอยจัดกลุ่มมาเสนอในโอกาสอันควรเพราะมีเรื่องราวอื่นๆที่เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าอันจะละเลยไม่เอ่ยถึงไม่ได้

รู้สึกว่าได้แจ้งให้ทราบถึงข้าราชการดีเด่นในส่วนภูมิภาคจนครบถ้วนทุกจังหวัดไปแล้ว แต่ในส่วนกลางนั้นยังขาดหายไปอีกมาก มาวันนี้จึงขอนำเอาส่วนที่เป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมาให้ได้รับทราบเป็นรายหน่วยงานดังนี้

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มี นายพล ศรีกัลยา นางสุภัทรา ทูลฉลอง นายทวีศักดิ์ เครือสาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี นางสาวณัฏฐนันท์ ปั้นลายนาค นายวิสิทธิ์ ใจเถิง นายวสันต์ สุทธาวาศ นายกัญยา มูลเหลา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มี นายมงคลชัย สมอุดร นายชัยฤทธิ์ แสงสว่าง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มี นางกันยา แสนวงษ์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มี นางอุษา เผื่อนด้วง นางวัฒนาโสภี สุขสอาด

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล นางนภาลัย ทองปัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี รองศาสตราจารย์จงจิตร อังคทะวานิช นายรชฎ ตันติเลิศเจริญ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มี รองศาสตราจารย์กิตติพงษ์ ตันมิตร รองศาสตราจารย์กุลนภา ฟู่เจริญ นางดวงฤดี จังตระกูล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มี รองศาสตราจารย์พรรณพิไล ศรีอาภรณ์ นายบุญส่ง ปันทะศรีวิชัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มี นางสาวนวลฉาย เอี่ยมรักษา นายสมใจ พิทักษ์กลยุทธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มี รองศาสตราจารย์เมธา รัตนากรพิทักษ์ รองศาสตราจารย์พัชรินทร์ สิรสุนทร

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มี นางนัชชา ทองประเสริฐ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มี รองศาสตราจารย์สาลี่ สุภาภรณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุดมศรี โชว์พิทธพรชัย มหาวิทยาลัยบูรพา มี นางสาวจิตสวาท ปา–ละสิงห์ นางสาวจันทร์เพ็ญ สุนารักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์รณชัย ศิโรเวฐนุกูล ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี เกียรติเสวี นายมนูญ อิ่มโต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เมธิน ผดุงกิจ นางสาวชลทิชา นารอง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มี รองศาสตราจารย์เกรียงศักดิ์ เม่งอำพัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรารถนา ยศสุข

มหาวิทยาลัยรามคำแหง มี นางผ่องศรี เสียมไหม มหาวิทยาลัยศิลปากร มี รองศาสตราจารย์เสริม จันทร์ฉาย นายอาคม ก๋ำนารายณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์นลินี โกวิทวนาวงษ์ นางกัณฐมาศ อโณทัยสุขวิเศษ นายพลวัฒน์ คงสม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ จุลเอียด มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มี รองศาสตราจารย์สมใจ พุทธาพิทักษ์ผล นายชัยวัฒน์ น่าชม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มี รองศาสตราจารย์จีรสุดา โกษียาภรณ์ นายทัศนะ ธัญญเจริญ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มี นายสราวุฒิ หมื่นนพคำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยณรงค์ ศรีกุลวงศ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มี รองศาสตราจารย์เมชฌ สอดส่องกฤษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตรา สิงห์ทอง มหาวิทยาลัยนครพนม มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาทิพย์ ตั้งตรีจักร มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จุไรรัตน์ ประเสริฐสนิท มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยยนต์ เพาพาน มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มี รองศาสตราจารย์ทวนทอง เชาวกีรติพงศ์

ข้าราชการดีเด่นของมหาวิทยาลัยต่างๆและหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการยังมีพรุ่งนี้อีกวัน.

“ซี.12”

 

หน.คณะศาล ปค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 26 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/610681

 

การแต่งตั้งโยกย้ายตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั้งในตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะและตุลาการธรรมดามีออกมาพร้อมกันจึงนำมาบันทึกไว้ดังนี้

นายอาจินต์ ฟักทองพรรณ หน.คณะศาลปกครองกลางเป็น หน.คณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นางชนิตา วรพงศ์ หน.คณะศาลปกครองสงขลาเป็น หน.คณะศาลปกครองกลาง นางดุษณีย์ ตยางคานนท์ หน.คณะศาลปกครองอุบลราชธานีเป็น หน.คณะศาลปกครองนครราชสีมา นายภิรัตน์ เจียรนัย หน.คณะศาลปกครองอุดรธานีเป็น หน.คณะศาลปกครองอุบลราชธานี นายเกียรติภูมิ แสงศศิธร หน.คณะศาลปกครองระยองเป็น หน.คณะศาลปกครองนครสวรรค์ นายสิทธานต์ สิทธิสุข หน.คณะศาลปกครองอุบลราชธานีเป็น หน.ศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นายอาทร คุระวรรณ หน.ศาลปกครองนครศรีธรรมราชเป็น หน.ศาลปกครองสงขลา นายอุดมศักดิ์ อังศุพิสิฐ หน.คณะศาลปกครองพิษณุโลกเป็น หน.คณะศาลปกครองระยอง นายวุฒิชัย ไทยเจริญ หน.คณะศาลปกครองนครศรีธรรมราชเป็น หน.คณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด

ตุลาการศาลปกครองที่ได้เลื่อนขึ้นเป็นตุลาการหัวหน้าคณะ 22 รายคือ นายวิจิตต์ รักถิ่น ตุลาการศาลปกครองกลางเป็น หน.คณะศาลปกครองกลาง นายธนกฤต กิตติวัฒน์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เป็น หน.คณะศาลปกครองกลาง นางสาวผึ้งรวง ประเสริฐพานิชการ ตุลาการศาลปกครอง อุบลราชธานีเป็น หน.คณะศาลปกครองกลาง นายประเวศ รักษพล ตุลาการศาลปกครองสงขลาเป็น หน.คณะศาลปกครองกลาง นายอิทธิพร จิระพัฒนากุล ตุลาการศาลปกครองระยองเป็น หน.คณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นายชยิน แสงจันทร์ ตุลาการศาลปกครองสงขลาเป็น หน.คณะศาลปกครองอุดรธานี นายวิชญ์ชัย ธรรมประดิษฐ์ ตุลาการศาลปกครองสงขลาเป็น หน.คณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช
เป็น หน.คณะศาลปกครองพิษณุโลก นายศรัณยู โพธิรัชตางกูรตุลาการศาลปกครองสงขลาเป็น หน.คณะศาลปกครองพิษณุโลก นายวิสูตร วัจนะเสถียรกุล ตุลาการศาลปกครองระยองเป็น หน.คณะศาลปกครองอุบลราชธานี นางสาวสิรภัทร โชควิเศษชัยสิทธิ์ ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราชเป็น หน.ศาลปกครองนครศรีธรรมราช นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย ตุลาการศาลปกครองกลางเป็น หน.คณะศาลปกครองนครศรีธรรมราช
การย้ายสับเปลี่ยนตุลาการศาลปกครองชั้นต้นมีดังนี้ นางสาวอมรา สัจจาสัย ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก นายไพรัช โตสวัสดิ์ ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราชเป็นตุลาการศาลปกครองกลาง นางมาเรียม วิมลธร ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครองเชียงใหม่ นายตระหง่าน เกียรติศิริโรจน์ ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครองเชียงใหม่ นายสมเกียรติ แสงรุ่ง ตุลาการศาลปกครองสงขลา เป็นตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช นายสุทธิพงศ์ เชาวนาดิศัย ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม่เป็นตุลาการศาลปกครองสงขลา นายวัชรพงษ์ เลิศวุฒิ ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลกเป็นตุลาการศาลปกครองสงขลา นายมนูญ พิบูลรัตนากุล ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา นางอุษณีย์ ลี้วิไลกุลรัตน์ ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครอง พิษณุโลก นายทศพร โต๊ะบุรินทร์ ตุลาการศาลปกครองกลางเป็นตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา นางนัทธมน อิ่มสะอาด ตุลาการศาลปกครองอุดรธานีเป็นตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา นายพีระพันธ์ วัฒนศิริ ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม่เป็นตุลาการศาลปกครองนครสวรรค์ นายสุรเดช สุขถาวรตุลาการศาลปกครองนครราชสีมาเป็นตุลาการศาลปกครองอุดรธานี นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมาเป็นตุลาการศาลปกครองกลาง นายวันชัย กนกอังกูร ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมาเป็นตุลาการศาลปกครองระยอง นายคะนึง จันทร์สงเคราะห์ ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลกเป็นตุลาการศาลปกครองนครสวรรค์ นายวัชระชัย อารยรุ่งโรจน์ ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลกเป็นตุลาการศาลปกครองนครสวรรค์

ทั้งหมดนี้มีผลในวันที่ 17 พฤษภาคม 2559.

“ซี.12”