ผู้บริหารศาลปกครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 25 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/610290

 

การเปลี่ยนแปลงในศาลปกครองเกี่ยวกับตัวผู้บริหารเกิดขึ้นรวดเร็วติดต่อกันจนแทบตามไม่ทัน

หลังจาก นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล พ้นจากตำแหน่ง ก็ได้ นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่ 1 ขึ้นมาเป็นประธานศาลปกครองสูงสุดคนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศ.ป. ได้ประชุมแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆที่ว่างอยู่ใน ศาลปกครองสูงสุด และ ศาลปกครองชั้นต้น หลายตำแหน่งด้วยกัน

ว่ากันในศาลสูงก่อนเริ่มด้วย นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ 2 เป็น รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ 1 แล้วได้ นายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีบริหารงานบุคคลในศาลปกครองสูงสุด ขึ้นมาเป็น รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ 2

จากนั้น นายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ได้ขยับมาเป็น ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีบริหารงานบุคคลในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า รองประธานศาลปกครองสูงสุด

ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ได้เลื่อนขึ้นเป็น ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด 5 รายคือ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ นายสมชาย งามวงศ์ชน นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ นายสุชาติ มงคลเลิศลพ นายมนูญ ปุญญกริยากร

ตำแหน่งอธิบดีในศาลปกครองชั้นต้นได้บอกไปแล้วเมื่อวันเสาร์แต่ขอนำมาบันทึกไว้รวมกันอีกครั้งคือ

นายไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี นายโสภณ บุญกูล อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช เป็น อธิบดีศาลปกครองสงขลา นายถาวร เกียรติทับทิว อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช นายจักริน วงศ์กุลฤดี รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น นางศิริวรรณ จุลโพธิ์ รองอธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ นายประวิทย์ เอื้อนิรันดร์ รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองระยอง และ นายอดุล จันทรศักดิ์ รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก เป็น อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี

ตำแหน่งรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น มีการโยกย้าย 5 รายคือ นายกุศล รักษา รองอธิบดีศาลปกครองขอนแก่น เป็น รองอธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ นายณัฐ รัฐอมฤต รองอธิบดีศาลปกครองระยอง เป็น รองอธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี นายไชยเดช ตันติเวสส รองอธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี เป็น รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นายภานุพันธ์ ชัยรัต รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา เป็น รองอธิบดีศาลปกครองกลาง นายสุจินต์ จุฑาธิปไตย รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช เป็น รองอธิบดีศาลปกครองระยอง

ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นได้เป็นรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น 7 ราย คือ นายธีระเดช เดชะชาติ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองพิษณุโลก เป็น รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก นางสาวพยุง พันสุทธิรางกูร ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เป็น รองอธิบดีศาลปกครองกลาง นายสุเมธ เดียวอิศเรศ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด เป็น รองอธิบดีศาลปกครองกลาง นายไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด เป็น รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา นายสุรัตน์ พุ่มพวง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เป็น รองอธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี นายศรศักดิ์ นิยมธรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เป็น รองอธิบดีศาลปกครองขอนแก่น นายสมยศ วัฒนภิรมย์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองนครราชสีมา เป็น รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช

ส่วนที่เหลือเป็นการย้ายสับเปลี่ยนและตั้งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 23/04/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 23 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/609544

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเขียนถึงเรื่องราวใน ศาลปกครอง ว่ากำลังมีตำแหน่งผู้บริหารว่างอยู่ 3-4 ตำแหน่งเป็น อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยพร้อมทั้งไล่เรียงจำนวนศาลปกครองในภูมิภาคว่ามีอยู่แล้ว 10 แห่งและกำลังจะเปิดใหม่อีกเป็นแห่งที่ 11 ที่นครสวรรค์โดยเอ่ยชื่อศาลปกครองในภาคใต้ว่ามี ศาลปกครองสุราษฎร์ธานี เป็นชื่อสุดท้าย

ปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะรู้ทั้งรู้ว่า ศาลปกครองในภาคใต้นั้นมีเพียง 2 แห่งคือ ศาลปกครองสงขลา และ ศาลปกครองนครศรีธรรมราช แต่เวลาเขียนเข้าจริงๆทำไมถึงไปเขียนว่า ศาลปกครองสุราษฎร์ธานี ไปได้ ต้องขออภัยที่ทำให้เสียความรู้สึก

สำหรับการแต่งตั้งวางตัว อธิบดีใหม่ ก็มีทั้งหมุนเวียนและเลื่อนขึ้นกล่าวคือให้ โสภณ บุญกูล อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็น อธิบดีศาลปกครองสงขลา ที่ว่างอยู่แล้ว ถาวร เกียรติทับทิว อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี และเลื่อน อดุล จันทรศักดิ์ รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก ขึ้นเป็นอธิบดีศาลปกครองอุดรธานี นี่ชุดแรก

ชุดต่อมา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ที่ขึ้นมาใหม่ อีก 3 แห่งก็เป็นการเลื่อนขึ้นมาจากรองอธิบดีเช่นกันคือ จักริน วงศ์กุลฤดี รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น ศิริวรรณ จุลโพธิ์ รองอธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ และ ประวิทย์ เอื้อนิรันดร์ รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองระยอง ทั้งหมดนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป

ที่จริงรายการโยกย้ายในศาลปกครองคราวนี้มีทั้งในศาลสูงและศาลต้นรวมทั้ง รองอธิบดี และ ตุลาการหัวหน้าคณะ ด้วยซึ่งจะได้นำมาเสนอทั้งหมดในวันจันทร์สัปดาห์หน้า วันนี้เป็นเพียงการบันทึกถึงการย้ายอธิบดี 3 ราย เลื่อนรองอธิบดีเป็นอธิบดี 4 ราย โดยคนที่น่าสนใจที่สุดควรจะเป็น อธิบดีอดุล จันทรศักดิ์ ที่ใครๆก็คาดหวังว่าจากนี้ไปคงได้สัมผัสบทกวีที่งดงามจากแผ่นดินอีสานกันบ้างถ้าหากงานบริหารไม่รัดตัวจนเกินไป

การโยกย้ายแต่งตั้งราชการตำแหน่งอื่นที่เป็นเรื่องฮือฮาแบบฟ้าผ่าน้อยๆก็คือการที่มีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ วิมล จันทรโรทัย พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมประมง ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วให้ อดิศร พร้อมเทพ จากรองอธิบดีขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมประมงคนใหม่ ซึ่งใครๆก็คาดคิดได้ไม่ยากว่าเห็นจะไม่พ้นเรื่องการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในเรือประมงไทยที่อาจล่าช้าไม่ทันกับสถานการณ์ หรือไม่ทันใจผู้เกี่ยวข้อง

แต่ต้องไม่ลืมว่า อธิบดีวิมล คนนี้เคยเป็นอธิบดีกรมประมงมาแล้วหนหนึ่งเมื่อปี 2554-2556 ก่อนย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การกลับมาสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมประมงอีกครั้งเมื่อ 1 ตุลาคม 2558 เป็นการกลับมาครั้งที่ 2 ที่ค่อนข้างทุลักทุเลคือได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเกิดการขัดข้องทางเทคนิคจนต้องยกเลิกมติแต่แล้วก็กลับมาจนได้แต่ได้ใช้เวลาในตำแหน่งนี้รอบสองเพียงหกเดือนครึ่งก็ต้องลุกจากไปอีกแล้ว นี่คือวิถีชีวิตของบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดลจบปริญญาโทและปริญญาเอกทางการประมงจากสหรัฐอเมริกา

ระดับอธิบดีที่เข้า ครม.ด้วยกระบวนการปกติคราวนี้มีอยู่คนหนึ่งคือ สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ จากรองเลขาธิการได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่ได้รักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว ในขณะที่ สมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นจะด้วยเหตุผลกลใดขออนุญาตที่จะไม่เขียน

“ซี.12”

 

ปราชญ์ชาวบ้านหญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608828

โดย ซี.12 22 เม.ย. 2559 05:01

 

ปราชญ์ชาวบ้าน ในหนังสือ SMART FARMER รู้ไว้…ทำได้จริง คัมภีร์ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่แจกจ่ายเป็นแนวทางการสู้ชีวิตของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จนั้น

มีบุคคลต้นแบบด้านการทำการเกษตรที่เป็นสตรีซึ่งนับได้ว่าเป็น ปราชญ์ชาวบ้านหญิง จำนวนไม่น้อยที่น่าสนใจเรียนรู้ชีวิตการต่อสู้ของพวกเธอ

ทางภาคเหนือมี นางออม โกฏิกุล 174/1 ซอยออมโชค กม.ที่ 71.5 ถนนหางดง-ฮอด ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160 โทรศัพท์ 081-844-3788 มีความชำนาญในการทำสวนออมโชค เป็นสวนแห่งแรกที่ทดลองการปลูกลำไยนอกฤดู มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางของการผลิตลำไยที่ดีที่สุดของโลกจึงถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการผลิตลำไยคุณภาพดีให้กับผู้ที่สนใจ โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ทักษะและประสบการณ์ จัดตั้งศูนย์ออมโชคฝึกอบรมหลักสูตรแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทำบัญชีครัวเรือน บัญชีฟาร์ม การทำอาชีพเสริม เช่น สาธิตการเผาถ่าน การทำน้ำหมักชีวภาพ การเลี้ยงหมู การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงปลา เทคนิคการวางแผนการผลิตลำไยให้ประสบความสำเร็จให้ได้ลำไยคุณภาพ และการลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภาคอีสาน นางสาวดาวพร ชาวหินฟ้า 99 หมู่ 10 หมู่บ้านราชธานีอโศก ตำบลบุ้งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 34190 โทรศัพท์ 085-008-6174 เป็นผู้รู้ด้านเกษตรกรรมไร้สารพิษ และด้านพุทธศาสนา กับการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการของการเป็นชุมชนเข้มแข็ง และชุมชนที่พึ่งตัวเอง มีวัฒนธรรมชุมชนที่ผู้เข้าอบรมต้องถือปฏิบัติคือการถือศีล 5 การลดละเลิกอบายมุขทุกชนิด การไม่บริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด รับประทานอาหารวันละ 2 มื้อ การไม่สวมรองเท้า ตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2547 ได้มีโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตเกษตรกรหลักสูตรสัจจะธรรมชีวิต ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สถาบันเพื่อการพัฒนาการเกษตรและชนบท และเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานองค์กร และศึกษาต่างๆ รวมทั้งการจัดทำสื่อเพื่อประกอบการอบรม และเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้มาศึกษาดูงานและประชาชนทั่วไปที่สนใจ

ภาคกลาง นางสาวอุษา เขียววิลัย 165 หมู่ 1 ตำบลสะพานหิน อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท 17120 โทรศัพท์ 084-886-8296 เริ่มดำเนินการอาชีพเกษตรกรผสมผสานจากการทำนา ทำไร่ ปลูกผักสวนครัว และเข้าร่วมโครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน นำความรู้ที่มี การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหาความรู้เพิ่มเติมในการทำน้ำหมักชีวภาพ การเลี้ยงหมูหลุม และได้นำความรู้ไปปรับใช้ในแปลงของตน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและมีอาชีพเสริม จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ร่วมใจหนองมะโมง ฝึกอบรมหลักสูตรการทำน้ำยาปลอดสารเคมี การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ สารสกัดชีวภาพ แปรรูปอาหาร การทำน้ำส้มควันไม้ การทำนาโดยไม่ใช้สารเคมี การผลิตแก๊สชีวภาพ การผลิตเห็ดแบบธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ท้องถิ่น การผลิตพืชพลังงานทดแทน และการบัญชีครัวเรือน

ภาคใต้ นางไพจิตร จิตรวงษา 67/147 หมู่ 2 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ 086-724-1856 ในอดีตนางไพจิตรทำงานด้านคอมพิวเตอร์ และได้ลาออกมาทำการเกษตรแบบผสมผสานเป็นเวลา 10 ปี โดยรวมกลุ่มคนในชุมชน 25 คน ครอบครัวเพื่อทำการเกษตร ในพื้นที่ 38 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารพิษเพื่อจัดจำหน่ายในจังหวัดภูเก็ต จนมีความชำนาญในการทำแปลงเกษตรผสมผสานปลูกผักปลอดสารพิษ และสามารถจัดจำหน่ายซึ่งผู้บริโภคในจังหวัดให้ความเชื่อถือและเป็นลูกค้าประจำ จัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต ฝึกอบรมหลักสูตรการเกษตรผสมผสานปลอดสารพิษ การบริหารจัดการด้านการตลาดผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอัดเม็ดโดยเครื่องจักร (มีโรงงานปุ๋ยสาธิต) การปลูกผักแบบไร้ดิน การปลูกพืชสมุนไพร การเลี้ยงปลาน้ำจืด การศึกษาดูงานเครือข่ายด้านการเพาะเห็ด หัตถกรรม และการเลี้ยงแพะ
นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่สามารถติดต่อสอบถามเพื่อการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา.

“ซี.12”

ปราชญ์ชาวบ้าน (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608248

โดย เซีย 21 เม.ย. 2559 05:01

 

ปราชญ์ชาวบ้านของทางภาคกลางและภาคใต้เป็นคนที่สังคมไทยได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่านกันมากพอสมควร

หนังสือ SMART FARMER รู้ไว้…ทำได้จริง คัมภีร์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จัดทำโดยกรมประชาสัมพันธ์ได้บันทึกเรื่องราวของชีวิตท่านทั้งสองเอาไว้ว่า

ภาคกลาง มี นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ 1 ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160 โทรศัพท์ 038-597-441 Email : vana_Kaset@hotmail.com ความชำนาญพิเศษ มีแนวทางในการปฏิบัติและแนวคิดการพึ่งตนเองและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน จนประสบความสำเร็จ จัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาการเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันได้เป็นหัวหน้าโครงการแก้ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมจากกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นกรรมการในภาครัฐและเอกชน เช่น กรรมการมูลนิธิภูมิปัญญา กรรมการตัดสินรางวัลลูกโลกสีเขียว ปตท. กรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศึกษาดูงานในต่างประเทศ โดยมีแนวความคิดพึ่งตนเอง ที่เสนอต่อสาธารณะเกิดจากแนว
ความคิดที่ต้องการทำขยายผลกับคนใกล้บ้านและเริ่มออกไปที่ทำงานกับชาวบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ป่าตะวันออกหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม หลักสูตรวนเกษตรกับการพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อหาประกอบการเข้าใจปัญหาและเข้าใจหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ธรรมชาติของมนุษย์ และสรรพสิ่งในวนเกษตร และความรู้เกี่ยวกับพืชพันธุ์ที่เป็นประโยชน์กับชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ทางด้านภาคใต้ คือ นายประยงค์ รณรงค์ อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 9 ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80260 โทรศัพท์ 081-956-0865 และ 081-258-9432 เดิมนายประยงค์ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และได้เห็นปัญหาด้านต่างๆของชาวสวนยางพาราในชุมชน มีความชำนาญด้านเกษตรอินทรีย์แผนแม่บทชุมชน การบริหารจัดการและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กระบวนการจัดการเรียนรู้ชุมชนทั้งใน/นอกระบบ โดยศูนย์
ไม้เรียงมีจุดเด่นที่เกษตรกรสามารถรวมตัวกันจัดตั้งโรงงานแปรรูปยางพารา มีการบริหารจัดการภายในกลุ่มอย่างเป็นระบบ และพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในจังหวัดอื่นๆด้วย จัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง ฝึกอบรมหลักสูตร การฝึกอบรมประกอบด้วย 1.หลักสูตรการจัดทำแผนแม่บทชุมชน 2.หลักสูตรการพัฒนาอาชีพหลักและสร้างอาชีพเสริม 3.การจัดศูนย์เรียนรู้ชุมชน 4.หลักสูตรการพัฒนาองค์กร และ 5.หลักสูตรการวางระเบิดวิสาหกิจชุมชน (การแปลงแผนสู่การปฏิบัติ)

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของ ปราชญ์ชาวบ้าน ที่หยิบยกมาจากจำนวนหลายสิบคนในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

กิจกรรมและผลงานของท่านที่นำมาเอ่ยถึงเป็นเพียงส่วนเดียวของผลงานที่ได้รับการยกย่อง

การก้าวเดินตามรอยปราชญ์ชาวบ้านในภาคเกษตรกรรมเป็นหลักประกันความสำเร็จที่ผ่านการทดลองแล้วทดลองอีกจนมั่นใจ

ห่วงแต่การเผยแพร่ความรู้อันคุ้มค่าเช่นนี้น่าจะมีวิธีทำให้แพร่หลายกว้างขวางกว่านี้.

“ซี.12”

ปราชญ์ชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607653

โดย ซี.12 20 เม.ย. 2559 05:01

 

ในหนังสือ SMART FARMER รู้ไว้…ทำได้จริง คัมภีร์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี แจกจ่ายเป็นแนวทางการสู้ชีวิตของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จนั้น มีอะไรดีๆที่น่าสนใจมากทีเดียว

ผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้คือ นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการอำนวยการ ได้ระดมสรรพกำลังของกรมรวมทั้งงบประมาณที่มีอยู่จำกัดจัดพิมพ์นำร่องขึ้นมา

มีอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งรวบรวมเอาผลงานย่อๆของบรรดา ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบด้านการทำการเกษตรมานำเสนอเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรได้เรียนรู้และยึดถือเป็นแบบอย่าง

ปราชญ์ชาวบ้าน เหล่านี้มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศในทุกภาคจึงอยากจะหยิบยกมานำเสนอเป็นตัวอย่าง บางคนกลายเป็นคนดังระดับชาติ ระดับภูมิภาคอาเซียน ไปจนถึงระดับนานาชาติก็มี

ทางภาคเหนือ เรามี นายยรรยง ยาดี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 2 บ้านนาเติง ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58130 หมายเลขโทรศัพท์ 08-9262-2282 และ 0-5306-5049

มีความชำนาญพิเศษ ในการทำการเกษตรอินทรีย์ผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สารไล่แมลง และน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อการอุปโภคสำหรับดำรงชีวิตประจำวัน เป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอ สถานีพัฒนาที่ดิน เป็นหมอดินอาสา และเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีล้านนา และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดตั้งศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอำเภอปาย ฝึกอบรมหลักสูตรการพึ่งพาตนเอง การวิเคราะห์ตนเองโดยปรับทัศนคติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การทำการเกษตรอินทรีย์ การทำน้ำยาอเนกประสงค์ และแผนการใช้ดิน

ส่วนทางอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี นายสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 บ้านปากช่อง ตำบลสนามชัย อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 31150 หมายเลขโทรศัพท์ 086-460-4775

เป็นนักวิจัยชาวบ้านด้านการเกษตร นักพัฒนาในการถ่ายทอดความรู้ และสร้างแนวคิดการพึ่งตนเอง และพึ่งพากันเองให้กับเกษตรกร การจัดการด้านการแปรรูปและธุรกิจชุมชน มีการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรพึ่งตนเอง ด้านอุตสาหกรรมชุมชน ด้านธุรกิจชุมชน รวมทั้งการปฏิรูปการศึกษา และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง อัตตาหิ อัตตโนนาโถ และหลักธรรมของท่านพุทธทาสคือ การทำงานเพื่อเงินนั้นต้องรอจนกว่าได้เงินเสียก่อนจึงจะรู้สึกพอใจและมีความสุข แต่การทำงานเพื่องานพอลงมือทำก็พอใจแล้วจะเป็นสุขในทันที จัดตั้งมหาชีวาลัยอีสาน จัดฝึกอบรม หลักสูตร เศรษฐกิจชุมชนระดับครัวเรือน เพื่อเรียนรู้และแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรไทยถ้าคิดได้นอกจากการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้แล้ว ยังสามารถไปพัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาคให้อยู่ในระดับแนวหน้าและยั่งยืนได้ นอกจากนี้ ยังทำหลักสูตร การจัดทำความรู้แบบธรรมชาติ หรือ KM (Knowledge Management) ธรรมชาติเพื่อฝึกปฏิบัติ

ปราชญ์ชาวบ้าน ทั้งสองท่านในภาคเหนือและภาคอีสานนั้นเป็นตัวอย่างของผู้นำทางการเกษตรที่แท้จริง

ที่สำคัญท่านไม่ขัดข้องในอันที่จะขยายความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรให้แก่ผู้สนใจที่จะเดินในแนวทางเกษตรสร้างชาติอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดในประเทศนี้.

ซี.12

อธิบดีใหม่ศาลปกครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607201

โดย ซี.12 19 เม.ย. 2559 05:01

 

ใจหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยะกุล ผู้เคยเป็นประธานศาลปกครองสูงสุดในลำดับที่สอง

ทั้งการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระอันควร และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรหลังจากมีเหตุการณ์ขัดแย้งทางความคิดในศาลปกครองสูงสุด

ศาลปกครอง เป็นองค์กรตุลาการที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็วและกำลังจะเป็นหลักที่เข้มแข็งอันหนึ่งในสังคม

มาถึงตอนนี้กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่งตั้งผู้บริหารในศาลปกครองชั้นต้นที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆทั่วทุกภูมิภาคที่มีเขตอำนาจศาลครอบคลุมไปทั่วประเทศอีกหลายแห่ง

ศาลปกครองชั้นต้น นอกจาก ศาลปกครองกลาง ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครแล้วยังมีอยู่อีก 10 แห่งคือ ทางภาคเหนือมี ศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองพิษณุโลก ทางภาคอีสานมี ศาลปกครองนครราชสีมา ศาลปกครองขอนแก่น ศาลปกครองอุบลราชธานี ศาลปกครองอุดรธานี

ส่วนภาคกลางมี ศาลปกครองระยอง ศาลปกครองเพชรบุรี และภาคใต้มี ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองสุราษฎร์ธานี

กำลังจะมีศาลปกครองในภูมิภาคเพิ่มขึ้นเป็นแห่งที่ 11 คือ ศาลปกครองนครสวรรค์ ซึ่งจะเปิดทำการในวันที่ 17 พฤษภาคม 2559

ประกอบกับมีอธิบดีศาลปกครองในภูมิภาค 3 คน ลาออกจากราชการไปดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 3 รายคือ นายบุญอนันต์ วรรณพานิชย์ อธิบดีศาล ปกครองสงขลา นายประสาท พงษ์สุวรรณ อธิบดีศาลปกครองระยอง นายกมล สกลเดชา อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น

ทำให้ตอนนี้มีตำแหน่ง อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ว่างรอการแต่งตั้งอยู่ถึง 4 แห่งรวมทั้ง อธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ ที่ตั้งขึ้นมาใหม่

การพิจารณาแต่งตั้งวางตัวอธิบดีศาลปกครองทั้ง 4 แห่งนี้ทราบว่าจะมีการดำเนินการในวันนี้พรุ่งนี้ โดยมีการพิจารณาโยกย้าย อธิบดีศาลปกครอง จากที่อื่นที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีอยู่แล้วมาลงในตำแหน่งที่ว่าง

จากนั้นจะได้เลือกสรร รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ที่มีอาวุโสและความเหมาะสมขึ้นมาดำรงตำแหน่ง อธิบดีศาลปกครอง ในตำแหน่งที่ว่างหลังการโยกย้าย

ใครเป็นใครนั้นเข้าใจว่าคนในแวดวงศาลปกครองเองก็คงจะรู้ตัวกันอยู่แล้ว

แต่เอาไว้ให้มีการกำหนดออกมาอย่างเป็นทางการตามระบบเสียก่อนจะได้นำมาทำบันทึกไว้ให้เป็นที่รับทราบทั่วกัน.

ซี.12

หัวหน้าศาลจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606839

โดย ซี.12 18 เม.ย. 2559 05:01

 

เขียนถึงข้าราชการตุลาการที่ได้รับการวางตัว เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด ว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญ และเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในจังหวัดเป็นอันมากเมื่อมีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนี้ย่อมเป็นที่ต้องการรับรู้ทั่วกันซึ่งได้แจ้งให้ทราบมาแล้วชุดใหญ่แต่ยังไม่ครบถ้วนจึงขอรวบรวมไว้อีกครั้งในวันนี้ คือ

1.นายศักดิ์สิทธิ์ สุขสาคร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพังงา เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนครราชสีมา 2.นายจุมพล รัตธนภาส หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ แขวงดุสิต เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระแก้ว 3.นายจุฬา อินอิว หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ตลิ่งชัน เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกำแพงเพชร 4.นายทรงฤทธิ์ โพธิ์ศรี หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ร้อยเอ็ด เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ 5.นายชาญคณิต ตันพิริยะกุล หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ลำพูน เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน 6.นายเชาวน์ ถวัลย์ธัญญา หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ เพชรบุรี เป็น ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดระนอง 7.นายพัฐวิศ สังข์วงษา หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ สิงห์บุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหล่มสัก 8.นายอนันต์ ลิขิตธนสมบัติ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ พระโขนง เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุรินทร์ 9.นางวิภารัตน์ ปราบปราม สุขสุวรรณ์ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ปากพนัง เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทลุง 10.น.ส.ศิริพร ปาริยะวุทธิ์ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ สุพรรณบุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร

11.นางฉันทนา วาพันสุ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ อยุธยา เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเดชอุดม 12.นางอัญชลี อริยะนันทกะ หัวหน้าคณะฯ เยาวชนฯ นนทบุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปากพนัง 13.นายนนท์ ทันตพงษ์ เลขานุการศาลแรงงานภาค 7 เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ 14.นางสุพัตรา สืบสม อนันตพงศ์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกอง ผช.ฎีกา เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเลย 15.นายวิพัศวัชร พึ่งชลารักษ์ หัวหน้าคณะฯ แขวงนนทบุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์ 16.นายธีรวัฒน์ กล้าการรบ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ แขวงพระนครเหนือ เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสว่างแดนดิน 17.นายกิตติพันธุ์ เกียรติสุนทร หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ชลบุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบัวใหญ่ 18.นายชยกมล เกษมสันต์ ณ อยุธยา รองเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสตูล 19.นายปราโมทย์ ศรีสุข หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ แขวงดุสิต เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหลังสวน 20.นายทวีเกียรติ ดุริยะประพันธ์ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ เกาะสมุย เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดทุ่งสง

21.นายกิตติ บุญธรรม หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ มีนบุรี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดไชยา 22.นางเปี่ยมพร้อม สุขภิมนตรี หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ปทุมธานี เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเกาะสมุย 23.นายสถาบัน บุญเติม หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ มหาสารคาม เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ 24.นายปรีชา พันธไชย หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ มหาสารคาม เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเวียงสระ 25.นายชาตรี รักข์กฤตยา หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ขอนแก่น เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบึงกาฬ 26.นายพรพล เลาวกุล หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ชัยนาท เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดรัตนบุรี 27.นายศักดิ์เทวินทร์ โมราชาติ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ สุรินทร์ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเขียว 28.นางเจิดจันทร์ แก้วอำไพ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกอง ผช.อุทธรณ์ภาค 8 เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตะกั่วป่า 29.นายสุกิจ ศรีสุวรรณ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ ลำปาง เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกันทรลักษ์ 30.นายสหรัฐ สิริวัฒน์ หัวหน้าคณะชั้นต้นฯ แขวงปทุมวัน เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส

ขณะนี้ทุกท่านไปประจำจังหวัดที่ระบุแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป.

ซี.12

มุมข้าราชการ 16/04/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606108

โดย ซี.12 16 เม.ย. 2559 05:01

 

ช่วงของการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนผ่านในวงการต่างๆก็คืบคลานเข้ามาตามวัฏจักร ในทางการเมืองการร่าง รัฐธรรมนูญ แล้วเสร็จในระดับหนึ่งกำลังก้าวไปสู่การทำ ประชามติ และเป็นประชามติที่พิลึกพิลั่นเอาการ เพราะมี คำถามพ่วง ปรากฏตัวขึ้นมาแบบ สามล้อพ่วงข้าง ถ้าใครๆเป็นแฟนหนังสงครามเก่ายุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คงจะจำได้ว่าเจ้าสามล้อพ่วงข้างนี้เป็น พาหนะสำคัญ ของผู้นำทางทหารในหนังในอันที่จะบรรลุเป้าหมายที่จะไปถึงในระยะสั้นๆ เพราะฉะนั้นเมื่อลองตรองดูแล้วบทบาทของ สปท. ก็ดี หรือ สนช. ก็ดีก็เป็นแค่เพียง สารถี-คนขี่สามล้อ เท่านั้นเอง

สำหรับตัวหัวขบวนอย่าง ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. รวมทั้ง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.นั้น บทบาทที่ให้แสดงอย่างมากก็คือ นายท่า–คนปล่อยรถ อย่าฝันหวานเกินเลยไปว่าจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีนอมินี หลังเลือกตั้ง

ทางด้าน ศาลยุติธรรม เพิ่งได้ตัว กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับเลือกตั้งจากชั้นศาลต่างๆ ดังนี้ กรรมการ ก.ต. ในชั้นศาลฎีกา 6 คน ได้แก่ ชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา สมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา วิรุฬห์ แสงเทียน รองประธานศาลฎีกา วิรัช ชินวินิจกุล รองประธานศาลฎีกา ทวีศักดิ์ ทองภักดี ผู้พิพากษาศาลฎีกา เกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา

กรรมการ ก.ต. ในชั้นศาลชั้นอุทธรณ์ 4 คนได้แก่ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 วิบูลย์ แสงชมภู ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศิริชัย ศิริกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ธงชัย เสนามนตรี ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4

กรรมการ ก.ต. ในชั้นศาลชั้นต้น 2 คนได้แก่ ณรัช อิ่มสุขศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง จริญ ดวงสุวรรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค 8 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป

มาถึงเรื่องการขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ พิษณุ สุวรรณะชฎ ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2560 แล้วแต่งตั้ง เรือโท โกเมศ กมลนาวิน กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ กอ.รมน.จักเสนอแต่งตั้ง นาวาเอกหญิง พงศ์พรพร ศรีสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

ส่วน รศ.ศักรินทร์ ภูมิรัตน เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์แทน รศ. คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2559

ศูนย์คุณธรรม องค์กรมหาชน ในกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม กำลังเร่งผลงานที่จับต้องได้เป็นรูปธรรม วันก่อน ธาดา เศวตศิลา ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารองค์กร ขอความร่วมมือผลักดันงานดีๆของศูนย์คุณธรรม ออกสู่สายตาโลกภายนอก

ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม เขียนเรื่องมหัศจรรย์เคนยา ได้สนุกสนานใน ต่วย’ตูน เมษายน เล่มเดียวกับที่ สุขุม นวลสกุล เขียนเรื่องสงกรานต์เลือด ได้เฮฮาไม่น่าหวาดเสียว

ซี.12

บทสรุปที่สมุทรสาคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605731

โดย ซี.12 15 เม.ย. 2559 05:01

 

เขียนถึงมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันจันทร์เกี่ยวกับกรณีที่มีเรื่องมีราวกันระหว่างข้าราชการในตำแหน่งป้องกันจังหวัดกับ อส.ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ ขอนำเสนอบันทึกเหตุการณ์ที่ทางจังหวัดสมุทรสาครรวบรวมไว้ดังนี้

ลำดับเหตุการณ์ สมาชิก อส.จังหวัดสมุทรสาคร แจ้งความว่าถูก ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร ทำร้ายร่างกาย

1.วันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 08.00 น. อส.อ.ศิริวัฒน์ ร้อยอำแพง แจ้งว่าถูก นายกองตรีสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย ป้องกันจังหวัดสมุทรสาครใช้กรวยยางฟาด และใช้ฝ่ามือตบที่กกหูมีอาการเจ็บช้ำ แพทย์วินิจฉัยว่า เยื่อแก้วหูซ้ายฉีกขาด ให้พักรักษาตัว 3 วัน จึงได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.อ.สมุทรสาคร ต่อมา ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้เรียก ป้องกันจังหวัด มาสอบถามข้อเท็จจริง และแจ้งกับ อส.อ.ศิริวัฒน์ ว่า จะดำเนินการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมต่อไป

2.วันอังคารที่ 5 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 09.00 น. อส.หญิง สายชล งามเนตร ได้ไปขอสำเนาภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจร ปิดของห้องควบคุม สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร โดยอ้างว่าจะนำไปให้ผู้บังคับบัญชา แต่ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการนำภาพดังกล่าวเผยแพร่ไปในสื่อทางโทรศัพท์ และโทรทัศน์ทั่วไป

3.วันพุธที่ 6 เมษายน 2559 นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้มีคำสั่งย้ายบุคคลดังกล่าวทั้งสามคนดังนี้ ป้องกันจังหวัดไปช่วยราชการ อ.เมือง ย้าย อส.อ.ศิริวัฒน์ ไปประจำ อ.บ้านแพ้ว ย้าย อส.สายชลฯ ไปประจำ อ.กระทุ่มแบน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน

4.วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559 ญาติของ อส.ทั้งสองรายมาสอบถามข้อเท็จจริงที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ โดย ผวจ.ได้เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

5.วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2559 อส.อ.ศิริวัฒน์ พร้อมบิดา ได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรีฯ และปรากฏเป็นข่าวในสื่อโทรทัศน์

มีเป็นเหตุการณ์ที่สรุป ณ วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2559 เวลา 21.30 น. ต่อจากนั้นก็เป็นกระบวนการสอบสวนทวนความเพื่อให้ความจริงกระจ่างชัด

มองด้วยสายตาของบุคคลภายนอกถึงการดำเนินการในกรณีนี้โดยเฉพาะในข้อ 3 นั้นเป็นเจตนาที่ดีของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการจะแยกไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญหน้ากันอีก เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุบานปลายขึ้นมาซ้ำซ้อนอีกหรือไม่

แต่ผลที่ออกมานั้นคนที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่าคือ ฝ่ายที่ถูกกระทำ ซึ่งต้องเดินทางไปไกลจากที่ตั้งดั้งเดิม ไปประจำ ที่อำเภอแห่งใหม่ ในขณะที่ ฝ่ายผู้กระทำ คือคนลงไม้ลงมือนั้นมีผลกระทบเพียงย้ายที่ทำงานจากศาลากลางจังหวัด ไปช่วยราชการ ที่อำเภอเมือง ซึ่งก็ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่ทำงานเดิม เป็นใครก็อดคิดไม่ได้ว่าไม่ค่อยจะเป็นธรรมสักเท่าไหร่และเมื่อมีข้อกังขาเช่นนี้แล้วเรื่องราวเลยบานปลายไปถึงส่วนกลางคือสำนักนายกรัฐมนตรีโดยใช่เหตุ

การใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นนั้นย่อมมีความผิดอยู่แล้ว และยิ่งเป็นเจ้านายทำกับลูกน้องแล้วสังคมยิ่งรับไม่ได้ แม้แต่ทางทหารเขายังไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวกันด้วยซ้ำไปในการลงทัณฑ์

ขอเตือนด้วยความปรารถนาดีว่าผลการสอบสวนที่กำลังจะออกมาภายใน 15 วันนั้น ถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีมันจะไม่ส่งผลกระทบแค่คนสองคนในเหตุการณ์นี้เท่านั้นหรอกนะ.

ซี.12

ข้าราชการดีเด่นต่างจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605367

โดย ซี.12 14 เม.ย. 2559 05:01

 

ชุดสุดท้ายของข้าราชการพลเรือนดีเด่นเป็นของสุโขทัยถึงอำนาจเจริญดังนี้

สุโขทัย นายสมชาย กิจสนาโยธิน โรงพยาบาลสุโขทัย นางสาวปราณี เพ็งจันทา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 นายสมชาย แช่มชื่น วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย นายสมพร สุขอร่าม โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา สุพรรณบุรี นายชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช นางวิภารัตน์ มีพันธ์ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออู่ทอง นายธีรวัจน์ เล็กผลา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด พันตำรวจเอก สกล สิทธิวิชัย สถานีตำรวจภูธรบางปลาม้า

สุราษฎร์ธานี นายเอกชัย มุกดาพิทักษ์ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ นายจักรกฤษณ์ เอ่งฉ้วน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายประยุทธ์ เพ็ชรศิริ ที่ทำการปกครองอำเภอไชยา นางกรุณา แพพัฒโนทัย โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี สุรินทร์ นางสาววราภรณ์ ลิ้มทรัพย์ สำนักงานคลังจังหวัด นายประวีณ ตัณฑประภา โรงพยาบาลสุรินทร์ นายสุรชาติ วงเวียน โรงเรียนบ้านสะโน พันตำรวจเอก ประภาส ปิยะมงคล ตำรวจภูธรจังหวัด

หนองคาย นางเตียง ศรีหาปัญญา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ นางเสาวลักษณ์ สัจจา โรงพยาบาลหนองคาย นายอนันต์ พันนึก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 หนองบัวลำภู นางนิภาภรณ์ อินทสิทธิ์ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร นางสาวสาวิตรี เชื้อแก้ว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านซำเสี้ยว นางถิราพร พูนสูงเนิน สำนักงานจังหวัด อ่างทอง พันตำรวจเอก กิตติธัช พิมพ์ทนต์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายสมปอง คงอ่อน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง นายประกิต ชัยกิจอุราใจ โรงพยาบาลโพธิ์ทอง

อุดรธานี นางสายสุนีย์ นาคะวัจนะ โรงพยาบาลกุมภวาปี นางบุษบา ช่วยแสง โรงเรียนบ้านหมากตูมดอนยานาง พันตำรวจเอก ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง สถานีตำรวจภูธรกุดจับ นายณรงค์เดช คำภูนอก ที่ทำการปกครองอำเภอเพ็ญ อุทัยธานี นายศิรินนท์ โพธาวนานนท์ โรงพยาบาลอุทัยธานี นายไชยโพธิ์ ร่มโพธิ์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม นางสาวกัญญ์วริศดา คำคม สำนักงานคลังจังหวัด อุตรดิตถ์ นายมนต์ชัย ปาณธูป โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี นางนฤมล เรือนคำ โรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ นายประจักษ์จิตร สายนะที สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าปลา

อุบลราชธานี นายเศวต ศรีศิริ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ว่าที่ร้อยตรีหญิง กอบสมุทร ศรีดา โรงเรียนบ้านกวางดีด นางปารดา ไชยรักษ์ โรงเรียนนารีนุกูล นายครรชิต ชิงจันทร์ สำนักงานจังหวัด อำนาจเจริญ นายสมัย บุตรภักดิ์ โรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม นางวัชราภรณ์ นาท้าว ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองอำนาจเจริญ นายยงยุธ หินอ่อน โรงเรียนเมืองอำนาจเจริญ

หมดจากข้าราชการดีเด่นแล้วยังมีพื้นที่ให้ต่อข้าราชการดีเด่นของหน่วยงานในส่วนกลางอีกเล็กน้อยคือของ กระทรวงการคลัง ดังนี้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายชาตรี อัฏฐปฏิพันธ์ กรมธนารักษ์ นางสาวประไพ ตั้งมงคลสุข นางสาวณัฐชานันท์ อภิรักษ์ธนกุล กรมบัญชีกลาง นางนภาภรณ์ น้อยบุญเติม นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ กรมศุลกากร นางสาวณฐินี สุรกาญจน์กุล นางสาวน้ำทิพย์ ปองเสงี่ยม นางสาวจันทมาส เติมพรวิทิต กรมสรรพสามิต นายประดิษฐ์ ศรีกองหนุน นางสาววิภาพร วงษ์เส นางสาวประภัสสร เสนาพล กรมสรรพากร นางอาภรณ์ เมฆโสภณ นายอำนาจ เรืองแสง นายโสภณ นิจศรีวงษ์ นายทรงกฤษณ์ วงศ์วิวัฒน์ไชย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นายชวเจต สุนทรวิทย์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นางสาวเสาวนีย์ จันทพันธ์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายวิธีร์ พานิชวงศ์

ยังมีอีกหลายกระทรวงที่มีข้าราชการดีเด่นที่จะนำเสนอในสัปดาห์หน้า.

“ซี.12”