คำสั่ง คสช.ตาม ม.44

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560600

โดย ซี.12 11 ม.ค. 2559 05:01

 

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2559 ที่ออกมาประเดิมการเริ่มต้นการทำงานหลังช่วงหยุดยาวปีใหม่นั้นมีผู้เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบมากมายหลายกลุ่มทีเดียว

แยกแยะตามคำสั่งแล้วมีทั้ง 1. ผู้บริหารสถานศึกษา 2 ราย 2.ข้าราชการพลเรือน 2 ราย 3.ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 44 ราย 4.ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ราย และ 5.กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 7 ราย

ที่จริงหนึ่งในจำนวน 4 รายของกลุ่มที่ 4 คือนายยุทธเดช พลอยสังวาลย์ ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญธรรมดาควรจะจับมาไว้ในกลุ่มที่ 2 แต่เข้าใจว่าผู้ร่างคำสั่งเห็นตำแหน่งมีคำว่า ท้องถิ่น อยู่ด้วย ก็เลยเอาไปรวมไว้ตรงนั้น

หรืออย่างลำดับที่ 2 ของกลุ่มที่ 2 นายสมคิด มะธิปะโน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแก่งนาจารย์พิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ นั้น ครูสมคิด เป็นพลเรือนก็จริงแต่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน…เอ๊ะยังไง ก็คือว่าสถานะเขาเป็น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อยู่ใต้กฎหมายคนละฉบับกัน แต่มีจุดยึดโยงอยู่แล้วในมาตรา 5 ที่ระบุว่าบรรดาคำว่า “ข้าราชการพลเรือน” ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นใด ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ดังนั้นเอามารวมไว้ตรงนี้ได้ไม่เป็นไร

อีกชื่อหนึ่งในกลุ่มที่ 5 ที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ระบุในลำดับที่ 6 ว่า รองศาสตราจารย์ประภัทร นิยม นั้นเข้าใจว่าน่าจะเป็นรองศาสตราจารย์ ประภาภัทรนิยม คนเดียวกับที่เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสมัย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ และตอนนี้ พลเรือเอกณรงค์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นประธาน สสส. เลยไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับที่ปรึกษาเก่า

ที่หยิบยกมานี้ไม่ใช่จะจับผิดจับถูกอะไร เพียงแต่อยากจะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ยกร่างคำสั่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคำสั่งที่อ้างอิงมาตรา 44 นั้นออกมาแล้วเป็นเสมือนกฎหมาย วันหน้าวันหลังเกิดจะใช้ ม.44 สั่งจำคุกใครเข้าต้องตรวจสอบชื่อเสียงเรียงนามให้ดีเพราะสมัยนี้มีคนที่ชื่อและนามสกุลซ้ำกันเยอะ จะระบุชื่อใครควรใส่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเอาไว้ด้วยจะได้ไม่ผิดตัว

แล้วสังเกตกันบ้างไหมว่าหลังจากมีคำสั่งมาออกแล้วผู้ที่ต้องคำสั่งต่างก้มหน้ารับสภาพด้วยดีแทบทุกกลุ่ม เว้นแต่กลุ่มสุดท้ายเท่านั้นที่ออกมาโวยวายปานโลกจะแตกสลายไปในบัดดล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นพ.วิชัย โชควิวัฒน ที่ถูกปลดออกจากทั้งตำแหน่ง รองประธานคนที่ 2 ของกองทุน สสส. และกรรมการกองทุน นั้นดูเหมือนจะอาการหนักกว่าคนอื่นมีการออกมาโวยวายตอบโต้ต่างๆนานาโดยไม่ดูคำสั่งที่ระบุออกมาเลยว่า จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงานอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปราชการแผ่นดิน…นี่ยังไม่รู้ตัวอีกว่าแปลว่าอะไร

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือในการปลดครั้งนี้มิใช่ว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ กองทุน สสส. จะถูกปลดออกทุกคนแบบล้างบางก็หาไม่

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 9 คนแต่ถูกปลดไป 7 คน ยังเหลืออีก 2 คน คือ นายชำนาญ พิเชษฐพันธ์ กับ นางทิชา ณ นคร ยังสามารถทำงานต่อไปได้กับกรรมการใหม่ที่จะตั้งเข้ามาเร็วๆนี้

นี่ชี้ให้เห็นว่าคนที่เขาทำหน้าที่โดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นมีตัวตนให้เห็นอยู่จริงๆไม่เหมือนกับคนดีที่ชอบโวยวายกระมัง.

“ซี.12”

ปลัดเป็น ผอ.ส่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559823

โดย ซี.12 9 ม.ค. 2559 05:01

 

นอกจากการโยกย้ายแต่งตั้ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หรือ ปลัดอาวุโส และ ป้องกันจังหวัด จ่าจังหวัดแล้ว

ยังมีการแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วน และ หัวหน้ากลุ่มงาน ของสำนักต่างๆในส่วนกลางด้วยโดยเป็นตำแหน่งที่เท่าเทียมกับปลัดอาวุโสที่มีการโยกสลับกันมาคือ

1.นายมนัส สุวรรณรินทร์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอสัตหีบ ชลบุรี เป็นผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 1 สำนักการสอบสวนและนิติกร 2.นายชวลิต ควรพันธุ์ หัวหน้ากลุ่มงานให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประชาชนด้านการทะเบียนและบัตร ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน เป็น ผู้อำนวยการส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน 3.นายวริศธิ์ เสือทอง จ่าจังหวัดนครพนม เป็นผู้อำนวยการส่วนพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ 4.นายนวน โทบุตร นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานตรวจสอบทุจริตการทะเบียนและบัตร ส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน เป็น ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริต การทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน

5.นายบัณฑิต หิรัญ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กลุ่มงานประสานและคุ้มครองสิทธิคนไทยในต่างประเทศ ด้านการทะเบียนและบัตร ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน เป็น หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมประสิทธิภาพการทะเบียนและบัตร ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน 6.นายสุพร เนาวกูล นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักอธิการวิทยาลัยการปกครอง เป็น หัวหน้ากลุ่มงานให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประชาชนด้านการทะเบียนและบัตร ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน 7.นายอำนาจ โพธิ์สะอาด เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กลุ่มงานบริหารการจัดทำบัตร ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหาร การทะเบียน เป็น หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานและระเบียบบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน

8.นายพัฒนพงศ์ ชื่นชอบ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการกลุ่มงานบริการประชาชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น หัวหน้ากลุ่มงานโรงรับจำนำ ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สำนักการสอบสวนและนิติการ 9.นายนพรุจ ธนาทิพยางกูร เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ส่วนการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็น หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบงานอำนวยความเป็นธรรม ส่วนอำนวยความเป็นธรรม สำนักการสอบสวนและนิติการ 10.นายสุภโชค ศิลปคุณ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กลุ่มการพนัน ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 1 สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น หัวหน้ากลุ่มงานอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย 1 สำนักการสอบสวนและนิติการ 11.นายอดิศักดิ์ ปัญญา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอเสนา พระนครศรีอยุธยา เป็น เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานแผนและการพัฒนาระบบการปกครองท้องที่ ส่วนระบบการปกครองท้องที่

กลุ่มนี้มีพิเศษตรงที่บางคนมีโอกาสได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานตามจังหวัดต่างๆในส่วนภูมิภาคเข้ามาหาประสบการณ์ในส่วนกลางกับเขาบ้าง.

“ซี.12”

ป้องกันจังหวัด–จ่าจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559329

โดย ซี.12 8 ม.ค. 2559 05:01

 

เมื่อเอ่ยถึงตำแหน่ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่เป็นมือสองรองจากนายอำเภอในฐานะ ปลัดอาวุโส ของแต่ละอำเภอแล้ว

ข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ของกรมการปกครองอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีสถานะเท่าเทียมกับปลัดอาวุโสแต่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตัวจังหวัดในตำแหน่ง ป้องกันจังหวัด และ จ่าจังหวัด ซึ่งมีการโยกย้ายคราวเดียวกันด้วยคือ

1.ว่าที่ร้อยตรีนริศ ฤกษ์ดี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอเมืองภูเก็ต เป็น ป้องกันจังหวัดนราธิวาส 2.นายยงยุทธ ถนอมศรีมงคล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอ ท้ายเหมืองพังงา เป็น ป้องกันจังหวัดสตูล 3.นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอห้วยยอดตรัง เป็น ป้องกันจังหวัดสุราษฎร์ธานี 4.นายสุพงษวิณัย ชูยก ป้องกันจังหวัดจันทบุรี เป็น ป้องกันจังหวัดพังงา 5.นายบุญรวม แข็งการ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอเนินสง่า ชัยภูมิ เป็น ป้องกันจังหวัดชัยภูมิ 6.นายปกครอง บุญชูกุศล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี เป็น ป้องกันจังหวัดจันทบุรี 7.สิบเอกสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการกลุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการ ส่วนปฏิบัติการพิเศษ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เป็น ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร 8.นายอภิชาต อารีย์พัฒนไพบูลย์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอ เมืองร้อยเอ็ด เป็น ป้องกันจังหวัดอ่างทอง 9.จ่าสิบตรีฐิติวัชร บุญกิจ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอคลองท่อม กระบี่ เป็นป้องกันจังหวัดระนอง 10.นายรณกร เผ่าวิจารณ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ส่วนกำลังพลและส่งกำลังบำรุง สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เป็น ป้องกันจังหวัดเพชรบุรี 11.นายกล้าณรงค์ พงศ์สิทธิคุณ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กลุ่มงานปกครอง จังหวัดพิษณุโลก เป็น ป้องกันจังหวัดนครสวรรค์ 12.นายทวี ชิณรงค์ นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานปกครอง จังหวัดอุดรธานี เป็น ป้องกันจังหวัดนครราชสีมา

ส่วนตำแหน่ง จ่าจังหวัด มี 1.นายสมบูรณ์ เต็มชื่น ป้องกันจังหวัดพังงา เป็น จ่าจังหวัดภูเก็ต 2.นายวรวิทย์ ยอแสง เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กลุ่มปฏิบัติการ 2 (พื้นที่ส่วนภูมิภาค) ส่วนกำกับและตรวจสอบ สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น จ่าจังหวัดสมุทรสาคร 3.นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอนิคมคำสร้อย มุกดาหาร เป็น จ่าจังหวัดนครพนม 4.จ่าสิบเอกชินวัต ทองปรีชา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองนครพนม เป็น จ่าจังหวัดอำนาจเจริญ 5.นายกิตติพงษ์ รองเดช ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอขนอมนครศรีธรรมราช เป็น จ่าจังหวัดนครศรีธรรมราช 6.นายวุฒิกร คำมา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง เชียงราย เป็น จ่าจังหวัดเชียงราย 7.นายชาญชัย ไกรเสน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอจังหาร ร้อยเอ็ด เป็น จ่าจังหวัดอุทัยธานี 8.นายธงชัย ขิมมากทอง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอทับคล้อ พิจิตร เป็น จ่าจังหวัดพิจิตร 9.ว่าที่ร้อยตรีบัญหาร บุญมี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอคีรีมาศ สุโขทัย เป็น จ่าจังหวัดอ่างทอง

ยังมีการโยกย้ายอีกกลุ่มหนึ่งในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ แต่เป็นผู้อำนวยการส่วนและหัวหน้ากลุ่มงาน ซึ่งจะเสนอให้ครบถ้วนในวันต่อไป.

“ซี.12”

ปลัดอาวุโสที่เหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558654

โดย ซี.12 7 ม.ค. 2559 05:01

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ขอนำเสนอรายการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดอาวุโสหรือผู้ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ให้ครบถ้วนดังนี้

31.นายนพพร หวันสู เป็นปลัดอาวุโสอำเภอท้ายเหมือง พังงา 32.นายธนารัฐ สายเทพ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเถิน ลำปาง 33.นายถนอม เกษมพิทักษ์พงค์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองแพร่ 34.นายวรวุฒิ อินตะมะ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองปทุมธานี 35.นายไพโรจน์ ศรีละมุล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองภูเก็ต 36.นายจักรพรรณ สุวรรณภักดี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอลับแล อุตรดิตถ์ 37.นายชัยวัฒน์ พงษ์บุญ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนนทบุรี 38.นายชูชาติ คำมา เป็นปลัดอาวุโสอำเภอวังชิ้น แพร่ 39.นายมานิตย์ มีศรี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอ บางปลาม้า สุพรรณบุรี 40.ว่าที่พันตรีชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน เป็นปลัดอาวุโสอำเภอสัตหีบ ชลบุรี

41.นางทิพย์วรรณ บุพพาศิรกุล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองมหาสารคาม 42.นายพัชรพล มั่นปาน เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุโขทัย 43.นายณรงค์พล คิดอ่าน เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเวียงป่าเป้า เชียงราย 44.นายสุพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอกระบุรี ระนอง 45.นายชาติชาย ขำชื่น เป็นปลัดอาวุโสอำเภอนางรอง บุรีรัมย์ 46.นายพิศาล เค้ากล้า เป็นปลัดอาวุโสอำเภอลำปลายมาศ บุรีรัมย์ 47.นายสมเดช แสนนาม เป็นปลัดอาวุโสอำเภอประทาย นครราชสีมา 48.นายธวัช จรัสวรภัทร เป็นปลัดอาวุโสอำเภอดอกคำใต้ พะเยา 49.ว่าที่พันตรีโกเมศ พุทโธสาวะโก เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองอุทัยธานี 50.นายกฤชทิพ ชะนิดไทย เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองพิษณุโลก

51.นายยุทธพงศ์ ไชยศร เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 52.นายเฉลิมชัย สระแก้ว เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเสนา พระนครศรีอยุธยา 53.นายอาคม บุญญโส เป็นปลัดอาวุโสอำเภอระแงะ นราธิวาส 54.พันจ่าอากาศเอกทวี บุญช่วย เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนครปฐม 55.ว่าที่ร้อยตรีบุญชู ไตรทิพย์พานิชย์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสมุทรสงคราม 56.นายอิทธิชัย เอกแสงศรี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอประจันตคาม ปราจีนบุรี 57.นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม เป็นปลัดอาวุโสอำเภอหลังสวน ชุมพร 58.นายสุวิทย์ชาติ นวมเพ็ชร เป็นปลัดอาวุโสอำเภอโพธิ์ทอง อ่างทอง 59.นายนพคุณ สุวรรณฤทธิ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอสันป่าตอง เชียงใหม่ 60.นายเลอยศ พุทธชิโน– รสสกุล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอฝาง เชียงใหม่

61.นายสุรัตน์ อวยพรส่ง เป็นปลัดอาวุโสอำเภอน้ำยืน อุบลราชธานี 62.นายทวีศักดิ์ สังข์ชู เป็นปลัดอาวุโสอำเภอยะหริ่ง ปัตตานี 63. นายสุชาติ ดือเร๊ะ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอคลองใหญ่ ตราด 64.นายสมพงค์ ชมชัย เป็นปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ 65.นายต่อศักดิ์ สกุณวัฒน์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอวังสะพุง เลย 66.นายวิสูติ ซื่อพัฒนะ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอบ้านดุง อุดรธานี

ปลัดอาวุโสทุกคนนี้กำลังทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อรอคิวขึ้นเป็นนายอำเภอระดับต้นตามวาระและโอกาสที่จะมาถึงเพราะจบจากโรงเรียนนายอำเภอมาก็นานเกินควรแล้ว.

“ซี.12”

คนเข้าชิงที่ดินจังหวัดระดับสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558244

โดย ซี.12 6 ม.ค. 2559 05:01

 

ตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอำนวยการระดับสูง ที่มีว่างอยู่มากพอสมควรมีคนของกรมที่ดินเองเข้ารับการคัดเลือกในรอบสุดท้าย จำนวน 44 ราย

มีทั้ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดระดับต้น เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ผู้อำนวยการกอง ดังนี้

1.นายกฤษฎิพงศ์ อร่ามรุ่งทรัพย์ ที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สาขาวารินชำราบ 2.นายจิรศักดิ์ สุวรรณพัฒน์ ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาปราสาท 3.นายชัชวาล เชิดไชยศักดา ที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน 4.นายชัยยุทธ ตู้ทองคำ ที่ดินจังหวัดพิษณุโลก สาขาวังทอง ช่วยราชการ สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ 5.นายเชาวลิต สามห้วย ที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาแม่จัน รักษาการที่ดินจังหวัดหนองคาย 6.นายดุสิต บริสุทธิ์ศรี ที่ดินจังหวัดลำปาง สาขาห้างฉัตร 7.นายทศพร มิตรนิโยดม ที่ดินจังหวัดราชบุรี สาขาโพธาราม 8.นายธีระ แก้วไกรสร ที่ดินจังหวัดมหาสารคาม สาขาพยัคฆภูมิพิสัย 9.นายบุญธรรม หอไพบูลย์สกุล ที่ดินจังหวัดลพบุรี สาขาบ้านหมี่ 10.นายบุณยศักดิ์ ปงกาวงค์ ที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาแม่สาย

11.นายประพล ชมเงิน ที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด 12.นายประสาน แสงมณีขจร ที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ 13.นายพจน์ ขาวผ่อง ที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี 14.นายพรชัย สัมมาวุฒธิ ที่ดินจังหวัดระยอง สาขาแกลง 15.นางพัชรี คำภู ที่ดินจังหวัดลำปาง สาขาเกาะคา รักษาการที่ดินจังหวัดแพร่ 16.นายพิมล พูลสง่า ที่ดินจังหวัดหนองคาย สาขาท่าบ่อ 17.ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ ที่ดินจังหวัดจันทบุรี สาขาท่าใหม่ 18.นายพูนไทย รัตตรัตน์ ที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาเทิง 19.นายภูชิสส์ ปิดดำ ที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางขุนเทียน 20.นายมงคล แตงเส็ง ที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี

21.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน 22.นายเรือง จันพลา ที่ดินจังหวัดอุดรธานี สาขาหนองหาน 23.นายโรมรัญ ทองอินทร์ ที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาแก่งคอย 24.นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ ที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขาหนองเรือ 25.นายวัชระ บัวทอง ที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง 26.นางวิภาวี อุไรศิริ ที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาอุทุมพรพิสัย 27.นายศักดิ์ เคารพาพงศ์ ที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม 28.นางสมบัติ จันทรลาวัณย์ ที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดกระบัง 29.นายสมพงษ์ เฮงสุวรรณ ที่ดินจังหวัดพัทลุง สาขาควนขนุน 30.นายสัญญา คงสมบัติ ที่ดินจังหวัดชัยนาท สาขาหันคา

31.นายสาคร รุ่งเรือง ผู้อำนวยการกองการพิมพ์ 32.นายสานิต นิยมดี ที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ 33.นายสุนทร ชาญณรงค์ ที่ดินจังหวัดพิษณุโลก สาขาบางระกำ 34.นายสุนทร วัฒนา ที่ดินจังหวัดตรัง สาขาย่านตาขาว 35.นายสุภกิณห์ แวงชิน ที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาพระพุทธบาท 36.ว่าที่ร้อยตรีสุรทศ วัฒนพันธุ์ ที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาพนมไพร 37.นายสุรวิทย์ นวลแก้ว ผู้อำนวยการกองแผนงาน 38.นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง ผู้อำนวยการกองพัสดุ 39.นายอภิวิชญ์ ปิ่นโต ที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขากระสัง 40.นายอภิเษก อินทรโชติ ที่ดินจังหวัดสุโขทัย สาขาสวรรคโลก

41.นายอมรศักดิ์ นัยวิจารณ์ ที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ สาขาตาคลี 42.นายอารีย์วรรณ จันทร์กระจ่าง ที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ 43.นายอำนวย พิณสุวรรณ ที่ดินจังหวัดครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง รักษาราชการแทนที่ดินจังหวัดปัตตานี 44.นายอำนาจ แจ่มแจ้ง ที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง

กลุ่มนี้ผ่านการสอบสัมภาษณ์รอบสุดท้ายไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ตอนนี้กำลังลุ้นระทึกรอการประกาศผลที่จะออกมาในไม่กี่วันนี้.

“ซี.12”

หน.สนจ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557777

โดย ซี.12 5 ม.ค. 2559 05:01

 

ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีว่างอยู่ในราว 20 จังหวัด ตอนนี้อยู่ในโค้งสุดท้ายของการพิจารณาแต่งตั้ง

มีข้าราชการที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกรอบแรกและเข้าสอบสัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2558 จำนวน 44 ราย เป็นคนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเอง 42 ราย และของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1 ราย กรมการพัฒนาชุมชน 1 ราย

44 รายที่ว่านี้จะได้เข้าป้ายประมาณครึ่งหนึ่ง ใครเป็นใครอยู่ที่ไหนจะเอารายชื่อมาให้ได้ลุ้นกันคือ

1.นางจันทนา แสงนิล สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี 2.นายฉัตรชัย อุสาหะ สำนักงานจังหวัดสตูล 3.นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่) 4.นายชาญชัย คงทัน สำนักงานจังหวัดอุดรธานี 5.นายชาติชาย ไชยพิมล สำนักนโยบายและแผน 6.นางสาวชีวธันย์ ธนพรดิษนันทน์ สำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ 7.นายชูชีพ พงษ์ไชย ศูนย์ ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย 8.นายเชิดพงษ์ จันจะนะ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (เพชรบุรี) 9.นายณัสพนธ์ บุญสิน สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (นครปฐม) 10.นายดำรง มโนรถ สำนักกฎหมาย

11.นายเติมพันธุ์ คำปุ้ย สำนักงานจังหวัดนครนายก 12.นางทิชากร ประไพพิทยาคุณ สำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ 13.นายธนยศ แสนสุขใส สำนักงานจังหวัดชัยภูมิ 14.นายธนเสฏฐ์ สุชามาลาวงษ์ สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี 15.นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 16.นายนราวุฒิ จันทร์ทอง สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร) 17.นางนิทัศนีย์ ฉัตรโชติกวงศ์ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลาง (ฉะเชิงเทรา) 18.นายนิเวศน์ หาญสมุทร์ สำนักงานจังหวัดตราด 19.นางสาวเบญจวรรณ สุดจริง สำนักงานจังหวัดขอนแก่น 20.นางสาวปรียานุช เจริญผล สำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์

21.นางสาวปิยวรรณ ตันติมาภรณ์ สำนักงานจังหวัดตรัง 22.นายพันเทพ วิสิฐคุณากร สำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู 23.นายภูวนัฐ สมใจ สำนักงานจังหวัดปัตตานี 24.นายฤหัส ไชยศักดิ์ สำนักงานจังหวัดชลบุรี 25.นายวรพจน์ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ 26.นางสาววัชรี จิตต์วรจินดา สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช 27.นางวันดี สรรค์ศุภศิริกุล สำนักงานจังหวัดลำพูน 28.นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ สำนักงานจังหวัดนนทบุรี 29.นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ 30.นายสง่า บัวระดก สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

31.นายสถาพร พงษ์นาค สำนักงานจังหวัดสกลนคร 32.นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ 33.นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา สำนักงานจังหวัดกระบี่ 34.นางสาวสว่างศรี สว่างไพร สำนักงานจังหวัดนครปฐม 35.นายสุรกิจ สุวรรณนาคินทร์ สำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ 36.นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา สำนักงานจังหวัดสงขลา 37.นายเสรี แจ่มเจริญสุขศรี สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา 38.นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด 39.นายอภิชัย ชัยชมภู สถาบันดำรงราชานุภาพ 40.นางอรญา เพชรกรรพุม สำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ 41.นายอัสนีย์ เชาว์วาทิน สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา 42.นางสาวเอกรัตน์ นาคาคง สำนักนโยบายและแผน

อีก 2 รายมาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคือ นายสุรพล เจริญภูมิ นักทรัพยากรบุคคล ชำนาญการพิเศษ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น และจากกรมการพัฒนาชุมชนคือ นายราชภูมิ รถวรินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาทุนชุมชน สำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน

รออีกอึดใจเดียวก็จะรู้ผลกันว่าใครไปถึงดวงดาว.

“ซี.12”

ศาลใหม่ๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557436

โดย ซี.12 4 ม.ค. 2559 05:01

 

นับเป็นสัญญาณที่ดีในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกันอย่างจริงจังด้วยการดำเนินการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นเพื่อพิจารณาคดีด้านนี้โดยตรง

ทั้งนี้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ….และเตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติในไม่ช้านี้

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกำหนดให้การจัดตั้งศาลและความเชื่อมโยงกับพระธรรมนูญศาลยุติธรรมโดยยกฐานะแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญาเพื่อจัดตั้งขึ้นเป็นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคขึ้นโดยกำหนดให้เป็นศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มีการกำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจออกไปนั่งพิจารณาที่ศาลชั้นต้นอื่นที่อยู่ในเขตท้องที่ของศาลนั้นได้โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ธุรการของศาลนั้นเองหรือของศาลชั้นต้นที่ไปนั่งพิจารณาทำหน้าที่ช่วยเหลือในการพิจารณาพิพากษาคดีก็ได้

สภานิติบัญญัติควรจะเร่งรัดพิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของชาติ

นอกจาก ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่กำลังดำเนินการจัดตั้งแล้วตอนนี้มีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับศาลที่ผ่านสภาออกมาใช้บังคับแล้วคือ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พ.ศ.2558 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558 อันเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“คดีชำนัญพิเศษ” มี 5 ประเภท คือ 1.คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ 2.คดีภาษีอากร 3. คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน 4.คดีล้มละลาย 5.คดีเยาวชนและครอบครัว ซึ่งมี ศาลชำนัญพิเศษ ด้านนั้นๆอยู่แล้วตามกฎหมาย

ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษขึ้นเป็นศาลชั้นอุทธรณ์ตามพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรม มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชำนัญพิเศษ โดยจัดตั้งแผนกดังต่อไปนี้ขึ้นในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

1.แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

2.แผนกคดีภาษีอากร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลภาษีอากร

3.แผนกคดีแรงงาน มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงาน

4.แผนกคดีล้มละลาย มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลาย

5.แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัว

มีประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ 1 คน และรองประธานศาลอุทธรณ์ 5 คน ดูแลรับผิดชอบคดีชำนัญพิเศษแต่ละด้าน

จุดดีจุดเด่นของเรื่องนี้คือทำให้การพิจารณาคดีชำนัญพิเศษในชั้นอุทธรณ์เกิดความเป็นเอกภาพและส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

“ซี.12”

มุมข้าราชการ 02/01/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556869

โดย ซี.12 2 ม.ค. 2559 05:01

 

พบกันวันแรกหลังจากผ่านช่วงเวลาของการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เปลี่ยนศักราชเป็น 2559 เริ่มด้วยเรื่องราวอันเป็นมงคลคือการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ราชบัณฑิต สาขาต่างเพิ่มเติมขึ้นใน ราชบัณฑิตยสภา ประกอบด้วย สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง 2 คนคือ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ และ ศาสตราจารย์สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ เป็นราชบัณฑิต ประเภทวิชาศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ทางสารัตถะ

สำนักวิทยาศาสตร์ 4 คนคือ ศาสตราจารย์จงรักษ์ ผลประเสริฐ เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ศาสตราจารย์ยง ภู่วรวรรณ เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ ศาสตราจารย์สมชาย วงศ์วิเศษ เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ศาสตราจารย์เกียรติคุณสายชล เกตุษา เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรและสัตวแพทยศาสตร์ สาขาวิชาพืชศาสตร์

สำนักศิลปกรรม 3 คนคือ นายชลิตภากร วีรพลิน เป็นราชบัณฑิต ประเภทวิชาสถาปัตยศิลป์ สาขาวิชาการผังเมือง นายชนก สาคริก เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาดุริยางคกรรม ศาสตราจารย์เกียรติคุณสันติ เล็กสุขุม เป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาสถาปัตยศิลป์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม

ในเวลาใกล้เคียงกันคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการแต่งตั้ง พงษ์ศักดิ์ ศิริวงษ์ จากรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา ขึ้นเป็น เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการคนเดิมได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

อีกชุดหนึ่งเป็นการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการบริหารศูนย์คุณธรรม จำนวน 7 คน โดยมี จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ พลเอก ศรุต นาควัชระ อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ รังสิมา จารุภา ธาดา เศวตศิลา และ นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย

รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ออกประกาศให้ พลตรีหญิง วัฒนา อิ่มเงิน และ นาวาเอกหญิง ศรีศุภรณ์ รุธิรวัฒน์ เป็นกรรมการสภาการพยาบาล วาระ พ.ศ. 2556-2560 แทน พลตรีหญิง สมพิศ พรหมเดช และ นาวาเอกหญิง อาภรณ์ ชูดวง ที่เกษียณอายุราชการลงตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ

ผลการเลือกซ่อม กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 6 ขึ้นไป และมิได้เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่งอยู่แล้ว ได้แก่ ถาวร พานิชพันธ์ กับ สัตยา อรุณธารี และ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทผู้รับบำเหน็จบำนาญ ได้แก่ บดินทร์ เยี่ยมสมบัติ

ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญมี สายทิพย์ เชาวลิตถวิล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และตั้งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3 คน คือ สรศักดิ์ เพียรเวช จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สุกัญญา หอมชื่นชม จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ พรพิศ เพชรเจริญ จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ

แล้วสลับ 2 รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปเป็นที่ปรึกษา คือ อนุวัต ตันติวงศ์ เป็นที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ อภิชาติ คำทอง เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พร้อมกับเลื่อน ประวิช ตั้งใจมั่น ผู้อำนวยการ สำนักประชาสัมพันธ์ เป็นที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ชลลดา กันคล้อย ผู้อำนวยการสำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ เป็นที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ฉัตราภรณ์ วิวัฒนวานิช ผู้อำนวยการสำนักการพิมพ์ เป็นที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ บุษกร อัมพรประภา ผู้อำนวยการสำนักการประชุม เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ประสิทธิ์ อนันตวิรุฬห์ ผู้ตรวจราชการ เป็นที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ

“ซี.12”

 

ย้ายปลัดอาวุโส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554060

โดย ซี.12 26 ธ.ค. 2558 05:01

 

ในแต่ละอำเภอนั้นข้าราชการเบอร์สองที่เป็นรองจากนายอำเภอได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หรือที่เรียกขานกันว่า ปลัดอำเภออาวุโส หรือ ปลัดอาวุโส ซึ่งไม่ใช่ปลัดแก่ๆรอเกษียณ

เพราะข้าราชการกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาอบรมจากโรงเรียนนายอำเภอมาแล้วทั้งสิ้น โดยครองตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ที่กำลังรอคิวเป็นนายอำเภอซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นในรอบแรก

แถมถ้าโชคดีอยู่ในคิวต้นๆอาจจะกระโดดไปเป็นนายอำเภออำนวยการระดับสูงได้เลย

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทางกรมการปกครองได้มีคำสั่งโยกย้ายแต่งตั้ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หรือปลัดอาวุโส 60 กว่าคน เลยอยากเอามาให้ได้รู้จักมักคุ้นกันประกอบด้วย

1.นายธำรง สุจิตตกุล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ 2.นางชลพรรษา ดีมา เป็นปลัดอาวุโสอำเภอพล ขอนแก่น 3.นายทวิช พิมพะ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอภูเวียง ขอนแก่น 4.นายสังคม คัดเชียงแสน เป็นปลัดอาวุโสอำเภอสันทราย เชียงใหม่ 5.นายอนันตศักดิ์ วุฒิสิงห์ชัย เป็นปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง นครราชสีมา 6.พันจ่าโททวี พิมพ์อุบล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอบ้านกรวด บุรีรัมย์ 7.นายพศิษฐ์ อัครวุฒิบวรศิริ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา 8.นายมนตรี ชนะศักดิ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองพังงา 9.นายอนันต์ พรหมเพียรพงศ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอควนขนุน พัทลุง 10.นายสัมพันธ์ นนทสวัสดิ์ศรี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา

11.นายจำลอง แก้วแดง เป็นปลัดอาวุโสอำเภอบ้านแหลม เพชรบุรี 12.นายชุษณิษฎ์ ประจวบวัน เป็นปลัดอาวุโสอำเภอโพธาราม ราชบุรี 13.นายปรีชาพงศ์ ทองมี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอวาปีปทุม มหาสารคาม 14.นายธนาคม กองเพียร เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองยโสธร 15.นายปรีดา อุ่นอุดม เป็นปลัดอาวุโสอำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี 16.นายพีระ พิมพ์ประสาร เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองระยอง 17.นายสมโภชน์ ศรีประพันธ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอแกลง ระยอง 18.ว่าที่ร้อยตรีสมชาย สิริชูทรัพย์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองลำพูน 19.นายชูศักดิ์ สระมุณี เป็นปลัดอาวุโสอำเภอระโนด สงขลา 20.นายจรูญ บุหิรัญ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองอ่างทอง

21.นายกิตติภพ ชนะชนม์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเทพา สงขลา 22.นายอรรถพล พันธุศาสตร์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสิงห์บุรี 23.นางวันเพ็ญ เต็มรัตน์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอคีรีรัฐนิคม สุราษฎร์ธานี 24.นายภิรมย์ ชุมนุม เป็นปลัดอาวุโสอำเภอพนัสนิคม ชลบุรี 25.นายสมเกียรติ บุญประสานติ์ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอห้วยยอด ตรัง 26.นางสุทิศา คงเถลิงศิริวัฒนา เป็นปลัดอาวุโสอำเภอศีขรภูมิ สุรินทร์ 27.นายศักดิ์สิทธิ์ ปักษีสุวรรณ เป็นปลัดอาวุโสอำเภอพิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี 28.นางเบญจวรรณ ฟักแก้ว เป็นปลัดอาวุโสอำเภอพนมทวน กาญจนบุรี 29.ว่าที่ร้อยเอก อานนท์ เชื้อเล็ก เป็นปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นครปฐม 30.นายนิติพร แก้วศรีนวล เป็นปลัดอาวุโสอำเภอลำลูกกา ปทุมธานี

นี่เป็น 30 รายแรก ยังมีอีก 36 รายในวันต่อไป.

“ซี.12”

2 วิทยานิพนธ์ด้านสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/553479

โดย ซี.12 25 ธ.ค. 2558 05:01

 

งานวันกำพล วัชรพล มีกิจกรรมหลากหลายดังที่มีการนำเสนอในพื้นที่ต่างๆของ นสพ.ไทยรัฐวันนี้และก่อนหน้านี้ ที่ตรงนี้จึงขอขีดวงจำกัดตัวเองมาเอ่ยถึงเรื่องราวของวิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน ที่ มูลนิธิไทยรัฐจัดการประกวดเพื่อมอบรางวัลมาทุกปีเป็นปีที่ 19 แล้ว

การดำเนินการเรื่องนี้ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมค้นคว้าและวิจัยวิชาการด้านสื่อสารมวลชนทุกแขนง โดยมีวิธีทางระเบียบวิจัยที่ถูกต้องมีส่วนในการเพิ่มพูนเนื้อหาให้กับองค์ความรู้ทางด้านวารสารศาสตร์ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมและเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ นายกำพล วัชรพล อดีตผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผู้เป็นปูชนียบุคคลของทุกคนชาวไทยรัฐ

คณะกรรมการพิจารณาให้รางวัล “กำพล วัชรพล” ประจำปี 2558 ซึ่งประกอบด้วยกรรมการจากมูลนิธิไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและผู้ทรงคุณวุฒิด้านวารสารศาสตร์และนิเทศศาสตร์ ทั้งจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนได้ร่วมกันพิจารณาวิทยานิพนธ์ที่ส่งเข้าประกวดประจำปี 2558 มีความเห็นว่าวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ส่งเข้าประกวดมีความหลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อสารมวลชนแตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี ในแง่ระเบียบวิธีวิจัยและผลสรุปว่ายังมีความสมบูรณ์ และความลึกซึ้งไม่มากเท่าที่ควร คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่าในปีนี้ยังไม่มีวิทยานิพนธ์เรื่องใดเข้าข่ายสมควรรับรางวัลในระดับ “วิทยานิพนธ์ดีเด่น” ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาของคณะกรรมการฯ อย่างรอบคอบเห็นว่า มีวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี และมีความโดดเด่น สมควรได้รับรางวัลชมเชยอยู่ 2 เรื่อง คือ

1.วิทยานิพนธ์เรื่อง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กับขอบเขตการใช้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวภาพข่าวของสื่อหนังสือพิมพ์” ของ นางสาวเทียนเงิน อุตระชัย นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลการศึกษาวิจัยเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้าใจ เรื่องสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แก่สื่อมวลชนให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลในการกำหนดข้อปฏิบัติที่สามารถส่งเสริมให้การนำเสนอภาพและข่าวของผู้ปฏิบัติงานสื่อมวลชนได้ตระหนักถึงความสำคัญทั้งด้านจริยธรรม และกฎหมายในการรายงานภาพและข่าวทางหนังสือพิมพ์ ความตระหนักรู้ดังกล่าวสามารถช่วยยกระดับการทำงานของผู้ปฏิบัติงานมิให้กระทบต่อความผิดทางกฎหมาย และการละเมิดจริยธรรมวิชาชีพวารสารศาสตร์อีกต่อไป

2.วิทยานิพนธ์เรื่อง พัฒนาการข่าวยอดเยี่ยมรางวัลมูลนิธิอิศรา อมันตกุล กับการกำหนดบทบาทและแนวทางในการรายงานข่าวเชิงสืบสวนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน ของ นายมนตรี จุ้ยม่วงศรี นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ผลการศึกษาวิจัยเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน โดยข้อค้นพบเสนอแนะให้สื่อมวลชนทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดการทำข่าวเชิงสืบสวนให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม เพื่อให้นักข่าวรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญต่อบทบาทหน้าที่ในการทำข่าวประเภทสืบสวนมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

คณะกรรมการฯ จึงได้มีมติเห็นสมควรให้วิทยานิพนธ์ทั้งสองเรื่องข้างต้น ได้รับรางวัลชมเชยเป็นเงินสด เรื่องละ 100,000 บาท พร้อมโล่และประกาศเกียรติคุณ โอกาสเดียวกันนี้ได้มอบโล่ให้แก่ คณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ผู้ได้รับรางวัลทั้งสองด้วย

วันนี้การมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดดังกล่าวจึงเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งในงานวันกำพล วัชรพล.

“ซี.12”