ทำไมเขาคนนี้ถึงเชื่อว่าอเมริกาและนาโตต้องรับผิดชอบสงครามยูเครน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683833

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 18:43 น.ทำไมเขาคนนี้ถึงเชื่อว่าอเมริกาและนาโตต้องรับผิดชอบสงครามยูเครน?

ในโลกตะวันตกดูเหมือนจะมีมติสอดคล้องกันว่ารัสเซียคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อการรุกรานยูเครน แต่นักวิชาการเหล่านี้กลับมองต่างออกไป

ในการดีเบต Munk Debates ซึ่งเป็นงานจัดการอภิปรายที่จัดขึ้นทุกๆ ครึ่งปีในประเด็นนโยบายสำคัญ โดยจัดขึ้นในเมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ แคนาดา ดำเนินการโดยมูลนิธิออเรีย (Aurea Foundation) การจัดดีเบตครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ในหัวข้อ Russia-Ukraine War ผู้ร่วมอภิปรายฝ่ายที่สนับสนุนแนวคิดว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียเป็นปฏิกิริยามาจาก “การรุกตะวันออก” ของนาโตที่แสวงหาสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทับกับพื้นที่อิทธิพลของรัสเซียมาแต่เดิม นักวิชาการที่สนับสนุนแนวคิดนี้คือจอห์น เมียร์ไชเมอร์ (John Mearsheimer) และสตีเฟน วอลท์ (Stephen Walt)

1. จอห์น เมียร์ไชเมอร์ เป็นนักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกันและนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เขาเป็นศาสตราจารย์ แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ถือว่าเป็นนักรัฐศาสตร์สำนักอัตถนิยม (Realism) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคของเขา ซึ่งสำนักคิดทางการเมืองระหว่างประเทศที่เรียกว่า สำนักอัตถนิยม (Realism) มีแนวคิดว่าความเชื่อที่ว่าการเมืองโลกมักจะเป็นสนามแห่งความขัดแย้งระหว่างผู้มีบทบาทในการแสวงหาความมั่งคั่งและอำนาจ และถือแนวคิดเรื่อง “การเมืองเรื่องอำนาจ” (Realpolitik) คือเน้นนโยบายทางการทูตหรือการเมืองโดยพิจารณาจากสถานการณ์และปัจจัยที่กำหนดเป็นหลัก แทนที่จะผูกมัดตัวเองอย่างเข้มงวดกับแนวคิดเชิงอุดมคติหรือข้อศีลธรรมและจริยธรรม

2. จอห์น เมียร์ไชเมอร์มองสถานการณ์ยูเครนจากเรื่องของดุลอำนาจตามความจริงแบบแนวคิด Realpolitik นั่นคือโลกของเราตั้งอยู่สมดุลของอำนาจระหว่างมหาอำนาจ ในยุโรปคือดุลระหว่างนาโต/สหภาพยุโรปกับรัสเซียและพันธมิตรของรัสเซีย แต่คนส่วนใหญ่ในเวลานี้มองว่าสถานการณ์ยูเครนเป็นของเรื่องอุดมการณ์ระหว่างเผด็จการ (รัสเซีย) กับฝ่ายประชาธิปไตย (ยูเครน/สหภาพยุโรป/และนาโต) โดยไม่แตะต้องว่าสิ่งทีเ่กิดขึ้นมาจากการชิงอำนาจระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซีย ซึ่งเมียร์ไชเมอร์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

3. เมียร์ไชเมอร์มองว่า “ปัญหายูเครน” เป็นเรื่องของการปะทะระหว่างนาโตและรัสเซียมาตั้งแต่การรุกรานยูเครนครั้งแรกเมื่อปี 2014 โดยในเดือนกันยายน 2014 เมียร์ไชเมอร์เขียนบทความ “ทำไมวิกฤตในยูเครนจึงเป็นความผิดของตะวันตก ความหลงผิดของพวกเสรีนิยมที่ยั่วยุปูติน” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Foreign Affairs บทความนี้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของสหรัฐ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็นที่มีต่อรัสเซีย และชี้ว่าการแทรกแซงของรัสเซียในไครเมียและยูเครนเป็นเพราะยุทธศาสตร์ที่ขาดความรับผิดชอบของนาโตในยุโรปตะวันออก

4. เขาเปรียบเทียบการขยายตัวของนาโตไปยังยุโรปตะวันออก โดยสมมติว่าจีนบุกเข้ามาสร้างพันธมิตรทางทหารในอเมริกาเหนือ หรือที่จู่ที่หน้าประตูบ้านของสหรัฐ เขาเขียนว่า “ลองนึกภาพความโมโหของอเมริกาหากจีนสร้างพันธมิตรทางทหารที่ไม่เบาเลยและพยายามรวมแคนาดาและเม็กซิโก (มาเป็นพวกตน)” ตามตรรกะนี้ หากสหรัฐและนาโตบุกเข้าไปถึงประตูบ้านรัสเซียเพื่อสร้างพันธมิตรทางทหารบ้าง รัสเวียก็ต้องเกรี้ยวกราดเป็นธรรมดา

5. เมียร์ไชเมอร์แย้งว่าการผนวกไครเมียของรัสเซียได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่ากองเรือทะเลดำของรัสเซียจะไม่สามารถเข้าถึงท่าเรือที่เซวาสโทโพลได้ หากยูเครนยังคงเดินหน้าเป็นสมาชิกนาโตและเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป เมียร์ไชเมอร์สรุปว่านโยบายของสหรัฐฯ ควรเปลี่ยนการยอมรับยูเครนเป็นรัฐกันชนระหว่างนาโตและรัสเซีย แทนที่จะพยายามดูดยูเครนเข้าสู่นาโต

6. ในการบรรยาย 25 กันยายน 2015 ของเมียร์ไชเมอร์ เรื่อง ทำไมยูเครนถึงเป็นความผิดของตะวันตก เมียร์ไชเมอร์ระบุว่านโยบายของสหรัฐและสหภาพยุโรปที่มีต่อยูเครนเป็นคำมั่นสัญญาอันสวยหรูว่ามหาอำนาจตะวันตกกำลังสนับสนุนให้ยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของตะวันตก (แม้ว่าพวกยูเครนจะถูกปฏิเสธก็ตาม) และสนับสนุนให้รัฐบาลยูเครนดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อรัสเซีย เขาบอกในตอนนั้นว่า “ผลลัพธ์คือยูเครนจะต้องพังพินาศ”

7. ในการบรรยายครั้งนั้นเมียร์ไชเมอร์ประกาศว่า “ถ้าคุณอยากจะทำลายรัสเซียจริงๆ สิ่งที่คุณควรทำคือสนับสนุนให้รัสเซียพยายามพิชิตยูเครน ปูตินฉลาดเกินกว่าจะลองทำแบบนั้น” แต่ปรากฏว่าเขาประเมินผิดพลาดไป เพราะปูตินรุกรานยูเครนจริงๆ ในปี 2022 และรุกรานไปถึงเมืองหลวงของยูเครน แต่เฟสแรกของสงครามต้องพบกับความสูญเสียย่อยยับ จนกระทั่งปูตินต้องเบนเข็มทิศไปมุ่งพิชิตที่ภาคใต้ของยูเครน

8. หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 เมียร์ไชเมอร์ได้ย้ำความเชื่อของเขาว่านาโตและสหภาพยุโรปมีส่วนผิดส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดสงครามในยูเครน ในการให้สัมภาษณ์กับ The New Yorker นั้น เมียร์ไชเมอร์กล่าวว่า “ผมคิดว่าปัญหาทั้งหมดในกรณีนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2008 ที่การประชุมสุดยอดนาโตในบูคาเรสต์ ซึ่งหลังจากนั้นนาโตได้ออกแถลงการณ์ว่ายูเครนและจอร์เจียจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนาโต พวกรัสเซียบอกแล้วอย่างชัดเจนว่าการทำเช่นนั้นถือเป็นภัยคุกคามต่อสถานะของรัสเซีย และพวกเขาก็ได้ขีดเส้นเอาไว้ (ไม่ให้ล้ำ)”

9. แต่ชาติตะวันตกก็ไม่ยอมหยุดที่เส้นตายที่ขีดไว้ เมียร์ไชเมอร์กล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับกาลเวลาคือ เราได้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อรวมยูเครนเข้ามาอยุ่กับตะวันตกเพื่อทำให้ยูเครนเป็นป้อมปราการทางตะวันตกที่ชายแดนรัสเซีย… การขยายตัวของนาโตเป็นหัวใจของกลยุทธ์นี้… และรวมถึงการเปลี่ยนยูเครนให้เป็นประชาธิปไตยเสรีที่สนับสนุนอเมริกา และจากมุมมองของรัสเซีย นี่คือภัยคุกคามการดำรงอยู่ของรัสเซีย”

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมกับอาร์ตียอม โชกา (Artyom Zhoga) พ่อของวลาดิมีร์ โชกา (Vladimir Zhoga) ผู้บัญชาการกองพัน Sparta Battalionของรัสเซีย ซึ่งเสียชีวิตในความขัดแย้งในยูเครนหลังจากขบวนพาเหรดในวันแห่งชัยชนะซึ่งเป็นวันครบรอบ 77 ปีของชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่สองในมอสโก รัสเซีย 9 พฤษภาคม 2022 Sputnik/Mikhail Metzel/Pool ผ่าน REUTERS ATTENTION EDITORS

Baristas and librarians: Singapore’s robot pick up slack amid labour crunch

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40016086


From a construction site surveying robot to one that scans library bookshelves and another that rolls around and zaps mosquitoes – many companies in Singapore have been using robotics to fill up jobs amid a labour crunch in the city-state.

Baristas and librarians: Singapore’s robot pick up slack amid labour crunch

Singapore’s Ministry of Manpower told Reuters that “some industries were experiencing personnel shortages due to Covid-related restrictions on the inflow of foreign manpower”. From December 2019 to September 2021, it said non-resident employment declined by 235,700 for the country of around 5.6 million people.

Singapore is highly reliant on the foreign workforce to staff many jobs, especially in the services, hospitality and construction industries, and the ministry said Covid-19 has “accelerated the pace of technology adoption and automation” by businesses to meet this manpower shortage.

At a construction site on the holiday island of Sentosa, robot dog “Spot” — built by Boston Dynamics – was prodding its way through mud and gravel until it came to a stop. It then began running a scan to check on the progress of the construction, with the report being fed back live to construction firm Gammon’s control room.

“There is (a labour shortage), especially during the Covid period we felt that,” said Gammon’s General Manager Michael O’Connell. “I think things have still not got back to pre-Covid, and I don’t think they ever will, so replacing the need for manpower on-site with an autonomous solution is gaining real traction in the industry.”

O’Connell added that the company can now afford to only send one employee to monitor and deploy the robot, instead of sending two workers previously to do the same scans manually. The construction sector employs some 300,000 foreign workers and struggled during the pandemic as many migrant workers were unable to enter the country.

Over at the National Library in Singapore, “Eeebot” rolls along scanning the shelves for misplaced books. It is one of two such shelf-reading robots that can scan 100,000 items, or about 30 per cent of the library’s entire collection, per day, every day. The robots generate a list with specific locations, which helps to cut down time spent by the librarians manually eyeing the shelves, said an assistant director at National Library Board, Lee Yee Fuang.

“Staff need not read the call numbers one by one on the shelf, and this reduces the routine and labour-intensive aspects of this task, which is not sustainable to cope with the escalating manpower cost,” she said.

The Singapore government has been encouraging automation and robotics in the workplace, amid an ageing population and tight foreign worker manpower policies, creating a multi-agency National Robotics Programme in 2014 which aims to develop robotics enablers and solutions in the country.

Hotelier and estate company LHN Group, which manages over 40 properties, has invested about S$100,000 ($72,295) in robots and more than S$50,000 in smart sensor systems and software in the past two years.

It has two cleaning robots and one mosquito-control robot — on a trial basis – that are deployed across its properties, including its Colliwoo hotel.

“During the pandemic where borders are closed, it is harder to get workers, and therefore because we (are) already used to use robots, it does help us to save on manpower,” said the group managing director of LHN Group, Kelvin Lim. He added that the robots are designed to work alongside regular workers and take up some of the more menial tasks, rather than completely replace their work.

Singapore has one of the highest robot densities in the workplace, according to the 2021 World Robot Statistics report by the International Federation of Robotics. The tech-savvy nation has 605 robots installed per 10,000 employees in the manufacturing industry, the second-highest after South Korea’s 932. Japan, Germany and Sweden round up the top five in the world.

The growth in robotics is also leading companies to employ a higher-value workforce.

“We are solving a universal problem within F&B. Not just in Singapore or Japan, but around the world and automation will come in to assist us. So you know, this is the biggest pain point for all F&B operators,” said Keith Tan, CEO of Crown Digital, which created a barista robot that serves commuters lattes and cappuccinos daily, without any human operators.

The robot, which will be rolled out to 30 more metro stations across Singapore, is powered by software which allows customers to order through an app or via a kiosk.

“We are hiring a much more highly paid workforce to automate this industry,” added Tan.

Still, some yearn for more human interaction amid the increase in automation and robotics in the services industry.

“We always want to have some kind of human touch for everything, and the food is the very important part. So whenever we order food, we (would like to) interact with a person (instead of a robot),” said commuter Ashish Kumar, while sipping on a robot-brewed beverage.

Published : May 30, 2022

By : Reuters

As Uvalde tells Biden to ‘do something’; he pledges ‘we will’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40016085


President Joe Biden tried to comfort families in the south Texas town of Uvalde on Sunday after the nation’s deadliest school shooting in a decade as federal officials announced they would review local law enforcement’s slow response to the attack.

As Uvalde tells Biden to 'do something'; he pledges 'we will'

Anger has mounted over the decision by law enforcement agencies in Uvalde to allow the shooter to remain in a classroom for nearly an hour while officers waited in the hallway and children inside the room made panicked 911 calls for help.

The president and first lady Jill Biden wiped away tears as they visited memorials at the Robb Elementary School where the gunman killed 19 students and two teachers, laying white roses and paying respects to makeshift shrines to the victims.

“Do something,” a crowd chanted outside Sacred Heart Catholic Church as Biden exited after attending mass.

“We will,” he answered.

The Bidens are also visiting with victims’ families and survivors for several hours before later meeting with first responders.

Police say the gunman, 18-year-old Salvador Ramos, entered the school on Tuesday with an AR-15 semi-automatic rifle after earlier shooting his grandmother, who survived.

Official accounts of how police responded to the shooting have flip-flopped wildly. The U.S. Department of Justice on Sunday said it would review local law enforcement response at the request of Uvalde Mayor Don McLaughlin.

The Texas visit is Biden’s third presidential trip to a mass shooting site, including earlier this month when he visited Buffalo, New York after a gunman killed 10 Black people in a Saturday afternoon attack at a grocery store.

Published : May 30, 2022

By : Reuters

Flight tracker shows Nepal plane disappearing with 22 people on board

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40016077


A plane operated by a private airline in Nepal went missing on Sunday (May 29) with 22 people on board, airline and government officials told Reuters.

Flight tracker shows Nepal plane disappearing with 22 people on board

The small plane was flying from the tourist town of Pokhara, some 200 km northwest of the capital, Kathmandu, to Jomsom, about 80 km to the northwest, they said. It is operated by Tara Air which mainly flies Canadian-built Twin Otter planes.

An airline official said the plane was carrying four Indians and two other foreigners, though their nationality was not known.

Nepal, home to the world’s highest mountain, does have a record of accidents on its extensive domestic air network, with changeable weather and airstrips in difficult mountain locations.

Published : May 29, 2022

By : Reuters

World longest glass bridge opens to public in Vietnam, receives Guinness record

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40016076


The world’s longest glass-bottom bridge opened to the public in Son La, Vietnam on Saturday, with a dragon dance’s blessings to start the day.

World longest glass bridge opens to public in Vietnam, receives Guinness record

The Bach Long (White Dragon) Bridge is a 632 metres (2,073 ft) long suspension bridge with see-through bottom made from three layers of 40mm thick tempered glass, that can hold 450 people at a time.

It links two mountaintops across a 150 metres (492 ft) deep valley, and is completed with a 342 metres (1122 ft) pathway that hugs around a cliffside.

A Guinness World Record representative was at the official opening ceremony to hand over the plaque certifying its recognition.

China was the previous record holder for the glass bottom bridge in Guangdong, measuring at 526 metres (1,726 ft).

Published : May 29, 2022

By : Reuters

ต้านหยวนดิจิทัล ดันกฎหมาย ‘ปกป้องคนอเมริกันจากเงินดิจิทัลเผด็จการ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684424

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 14:12 น.ต้านหยวนดิจิทัล ดันกฎหมาย 'ปกป้องคนอเมริกันจากเงินดิจิทัลเผด็จการ'

นักการเมืองอเมริกันกำลังผลักดันกฎหมายตัวใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการเงินโลก นั่นคือ Defending Americans from Authoritarian Digital Currencies Act

วุฒิสมาชิกทอม คอตตอน (Tom Cotton), ไมค์ บราวน์ (Mike Braun) และมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ทังหมดจากพรรครีพับลิกันเสนอกฎหมายฉบับใหม่  ‘ปกป้องคนอเมริกันจากเงินดิจิทัลเผด็จการ’ (Defending Americans from Authoritarian Digital Currencies Act) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ห้ามแพลตฟอร์มแอพในสหรัฐอเมริกาจากการโฮสต์แอพที่เปิดใช้งานการทำธุรกรรม โดยใช้ Digital Yuan ซึ่งนักการเมืองกลุ่มชี้จงใจใช้คำว่า “ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (e-CNY)”

กฎหมายฉบับนี้จะห้าม Apple, Google และผู้ให้บริการแอพสโตร์อื่น ๆ จากการโฮสต์แอพที่ยอมรับหยวนดิจิทัลของจีนในรูปแบบการชำระเงิน และห้ามธุรกิจอเมริกันสนับสนุนการทำธุรกรรมผ่าน e-CNY ในร้านแอพ (App store) ในสหรัฐอเมริกา

เว็บไซต์ของทอม คอตตอน ให้เหตุผลของการนำเสนอกฎหมายฉบับนี้ คอตตอนกล่าวว่า “พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อควบคุมและสอดแนมใครก็ตามที่ใช้มัน เราไม่สามารถให้โอกาสจีนได้ สหรัฐฯ ควรปฏิเสธความพยายามของจีนที่จะบ่อนทำลายเศรษฐกิจของเราในระดับพื้นฐานที่สุด” 

“หยวนดิจิทัลของพรรคคอมมิวนิสต์จีนช่วยให้สามารถควบคุมและเข้าถึงชีวิตทางการเงินของบุคคลได้โดยตรง เราไม่อนุญาตให้ระบอบเผด็จการนี้ใช้สกุลเงินดิจิทัลที่รัฐควบคุมเป็นเครื่องมือในการแทรกซึมเศรษฐกิจของเราและข้อมูลส่วนตัวของพลเมืองอเมริกัน” บราวน์ กล่าว

ขณะที่รูบิโอใชเ้ถ้อยคำที่รุนแรงโจมตีจีน โดยกล่าวถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะโยงไปถึงกรณีซินเจียง เขากล่าวว่า “มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะผูกมัดตัวเองกับสกุลเงินดิจิทัลของระบอบการเมืองที่ดำเนินการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกลียดชังเรา และต้องการแทนที่เราในเวทีโลก” รูบิโอกล่าว “นี่เป็นความเสี่ยงทางการเงินและการเฝ้าระวังที่สำคัญซึ่งสหรัฐอเมริกาไม่สามารถจะทำได้”

ทั้งนี้ e-CNY หรือ Digital renminbi เป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่ออกโดยธนาคารกลางของจีน หรือ People’s Bank of China เป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่ออกโดยเศรษฐกิจหลักของโลก โดยอยู่ระหว่างการทดสอบสาธารณะในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 โดย e-CNY หรือ Digital renminbi เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย และมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินหยวนในรูปแบบอื่นๆ หรือที่เรียกว่าหยวนจีน (CNY) เช่น ตั๋วเงินและเหรียญ

หยวนดิจิทัลได้รับการออกแบบให้เคลื่อนไหวได้ทันทีในการทำธุรกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีต้นทุนที่ถูกและเร็วกว่าธุรกรรมทางการเงินที่มีอยู่ โดยมีเทคโนโลยีช่วยให้การทำธุรกรรมเกิดขึ้นระหว่างอุปกรณ์ออฟไลน์

อย่างไรก็ตาม มีบางเสียงระบุว่าหยวนดิจิทัลเป็น “ปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ” ที่คุกคามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐตามคำกล่าวของจอช ลิปสกี (Josh Lipsky) แห่งสถาบัน Atlantic Council นักวิจารณ์บางคนมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทางการจีนสามารถควบคุมและเฝ้าระวังภายในประเทศได้

เจเน็ต เยลเล็น (Janet Yellen) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าพวกเขากำลังศึกษาผลกระทบของสกุลเงินดิจิทัล เช่น Digital renminbi ว่ามีผลกระทบต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไร

เผยฐานลับทัพโดรนอิหร่าน ซ่อนตัวในถ้ำภูเขาลึกหลายร้อยเมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684434

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 16:29 น.เผยฐานลับทัพโดรนอิหร่าน ซ่อนตัวในถ้ำภูเขาลึกหลายร้อยเมตร

สื่อของรัฐบาลอิหร่า อวดฐานโดรนใต้ดิน แต่ไม่ยอทเปิดเผยตั้งว่าอเยู่แห่งใด

สำนักข่าวรอยเตอร์ – กองทัพอิหร่านได้ให้รายละเอียดบางอย่าง (แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่แน่นอน) ของฐานทัพใต้ดินที่เก็บรักษาโดรนทางทหาร สื่อของรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์  ท่ามกลางความตึงเครียดที่เดือดพล่านในอ่าวเปอร์เซีย

สถานีโทรทัศน์ของทางการ ระบุว่า โดรน 100 ลำถูกเก็บไว้ใจกลางเทือกเขาซากรอส (Zagros mountains) รวมถึงโดรนรุ่น Ababil-5 ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธ Qaem-9 ซึ่งเป็นโดรนที่ผลิตในอิหร่านแบบเดียวกับโดรนรุ่น Hellfire ที่โจตีจากอากาศสูพื้นดินของสหรัฐ

“ไม่ต้องสงสัยเลย โดรนของกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านคือกองกำลังที่มีอำนาจมากที่สุดในภูมิภาค” พล.ต.อับดุลราฮิม มูซาวี ผู้บัญชาการกองทัพ กล่าว “ความสามารถของเราในการอัพเกรดโดรนนั้นไม่สามารถหยุดยั้งได้” เขากล่าวเสริม

ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านกล่าวว่าเขาได้บินไปพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์เป็นเวลา 45 นาทีในวันพฤหัสบดีจากเมืองเคอร์มันชาห์  (Kermanshah) ทางตะวันตกของอิหร่านไปยังไซต์โดรนลับใต้ดิน เขาได้รับอนุญาตให้ถอดผ้าปิดตาเมื่อมาถึงฐานลับแล้วเท่านั้น 

ภาพโทรทัศน์แสดงให้เห็นแถวของโดรนติดขีปนาวุธในอุโมงค์ ซึ่งพวกเขากล่าวว่าอยู่ลึกในใต้ดินหลายร้อยเมตร

รายงานทางโทรทัศน์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกรีก 2 ลำในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการตอบโต้ต่อการยึดน้ำมันอิหร่านโดยสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งกรีซ

เมื่อเดือนที่แล้ว ทางการกรีกได้ยึดเรือ Pegas ติดธงชาติอิหร่าน โดยมีลูกเรือรัสเซีย 19 คนอยู่บนเรือ เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ในเวลาต่อมา สหรัฐฯ ได้ยึดสินค้าน้ำมันของอิหร่านที่บรรทุกไว้บนเรือ และวางแผนที่จะส่งไปยังสหรัฐอเมริกาด้วยเรืออีกลำหนึ่ง

ภายหลัง Pegas ได้รับการปล่อยตัว แต่การจับกุมได้จุดชนวนความตึงเครียดในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน โดยอิหร่านและมหาอำนาจโลกต่างพยายามรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ละทิ้งไป และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะราน

ภาพชุดฐานทัพโดรนลับ

(Iranian Army/WANA (West Asia News Agency)/Handout via REUTERS)

รัสเซียแก้เกมส์คว่ำบาตร เล็งใช้คริปโตชำระเงินระหว่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684409

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 11:35 น.รัสเซียแก้เกมส์คว่ำบาตร เล็งใช้คริปโตชำระเงินระหว่างประเทศ

รัสเซียเตรียมอนุญาตให้ใช่คริปโตเคอร์เรนซี่สำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศ จากการรายงานของสำนักข่าว Ifax ในรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ – รัสเซียกำลังพิจารณาอนุญาตให้ใช้สกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี่สำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศ สำนักข่าว Interfax อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อวันศุกร์

อิวาน เชเบสคอฟ (Ivan Chebeskov) หัวหน้าแผนกนโยบายการเงินของกระทรวงการคลังกล่าวว่าแนวคิดในการใช้สกุลเงินดิจิทัลในการทำธุรกรรมเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศกำลังได้รับการพูดคุยกันอย่างแข็งขัน

เจ้าหน้าที่รัสเซียกำลังหาแนวทางอย่างแข็งขันในวิธีการควบคุมตลาดคริปโตของประเทศและการใช้สกุลเงินดิจิทัล โดยกระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องของธนาคารกลางสำหรับการแบนแบบครอบคลุม

การหารือดำเนินไปเป็นเวลาหลายเดือนและแม้ว่ารัฐบาลคาดว่าสกุลเงินคริปโตจะได้รับการรับรองเป็นวิธีการชำระเงินไม่ช้าก็เร็ว แต่ก็ยังไม่มีความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้ 

กระทรวงการคลังกำลังหารือเกี่ยวกับการเพิ่มข้อเสนอล่าสุดเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างประเทศให้กับร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง หนังสือพิมพ์ Vedomosti รายงานเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

การอนุญาตให้สกุลเงินคริปโตเป็นวิธีการชำระการค้าระหว่างประเทศจะช่วยตอบโต้ผลกระทบของการคว่ำบาตรจากตะวันตก ซึ่งทำให้รัสเซียเข้าถึงกลไกการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิมที่ถูก “จำกัด” เชเบสคอฟ กล่าว

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

เตือนเยอรมนีส่งอาวุธช่วยยูเครน อาจต้องรบกับรัสเซียเสียเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684404

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 10:40 น.เตือนเยอรมนีส่งอาวุธช่วยยูเครน อาจต้องรบกับรัสเซียเสียเอง

อดีตหัวหน้าหน่วยความมั่นคงของเยอรมนีเตือน เยอรมนีไม่ได้แค่ส่งเครื่องป้องกันช่วยยูเครน แต่ส่งเครื่องโจมตีไปให้ ซึ่งทำให้อาจตกอยู่ในสถานะคู่สงครามได้

ฮันส์-เกอออร์ก มาสเซน (Hans-Georg Maassen) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานคุ้มครองรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐแห่งสหพันธรัฐซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศของเยอรมนีในช่วงปี 2555-2561 ได้เตือนว่าเยอรมนีกำลังมุ่งสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับรัสเซียโดยไม่รู้ตัวด้วยการส่งอาวุธให้ยูเครน

มาสเซนปรากฏตัวในรายการ ‘Special‘ ของ TV Berlin เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กล่าวว่าเขาคัดค้านการส่งมอบอาวุธของเยอรมันไปยังยูเครน โดยอ้างคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศก่อนหน้านี้ เขาบอกว่า “ผมต่อต้านการส่งมอบอาวุธไปยังยูเครน … จากมุมมองของผม เมื่อเราส่งอาวุธ ไม่ใช่หมวกกันกระสุน ไม่ใช่ผ้าพันแผล หมายความว่าเรากำลังเสี่ยงที่จะเข้าร่วมสงครามโดยอัตโนมัติ ละนั่นคือสิ่งที่ผมเข้าใจนายกรัฐมนตรีชอลซ์ที่พูดในสุนทรพจน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าตอนนี้เป็นคู่สงครามที่ฝ่ายข้างเดียวกับยูเครน” 

เขากล่าวว่า ปูตินได้ยกระดับกองทัพรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เยอรมนีกังวล และควรแล้วที่เยอรมนีแล้วที่จะดำเนินการขั้นต่อไป “คำถามเดียวคือความกังวลนั้นสมเหตุสมผลแค่ไหน?”

เขาเตือนว่า ในการส่งมอบอาวุธให้กับยูเครน เยอรมนีอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของรัสเซียโดยไม่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากยูเครนเอง รัสเซีย หรือสหรัฐฯ

“ผมมีความเห็นว่าไม่ควรส่งอาวุธไปยูเครนเพราะเท่ากับเรายืนยันว่าเราเป็นคู่สงครามจะทำให้เราจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของรัสเซีย และนั่นหมายความว่าเยอรมนีจะถูกดึงเข้าสู่สงครามโดยที่เราไม่มีเป้าหมายในการทำสงคราม” มาสเซน กล่าว “ซึ่งที่ผมเข้าใจทั้งหมด คือความสนใจของปูตินก่อสงครามในยูเครนคือมุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกัน แน่นอนว่าพวกเขามีเป้าหมายในการทำสงครามด้วย นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาให้การสนับสนุนอย่างใหญ่หลวงแก่ยูเครน ส่วนเรามีเป้าหมายใดกันที่จะทำสงคราม”

เขายังบอกว่า “ผมกังวลที่เห็นด้วยกับเกอร์ฮาร์ด ชินด์เลอร์ (Gerhard Schindler หนึ่งในผู้ร่วมรายการ ประธานหน่วยข่าวกรอง Bundesnachrichtendienstes) ที่เขาพูดในตอนเริ่มต้น เราสามารถอยู่บนธรณีประตูของสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าปูตินเห็นว่าเขาจะแพ้การรบในยูเครน สงครามกลายเป็นความพ่ายแพ้ และเป็นไปได้ว่าสงครามอาจขยายไปถึงอาณาเขตรัสเซียด้วย ถ้านาโตส่งกองกำลังเข้ามาร่วม ระดับการยกระดับสุดท้ายจะมาถึงในที่สุด และระดับการยกระดับสุดท้ายคือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ผมอยากจะบอกว่าคุณพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจริงๆ แล้วมันมีมูล แค่พูดอย่างโหดๆ ที่เราบอกว่ายืนบนธรณีประตูของสงครามโลกครั้งที่ 3 และตอนนี้คีย์เวิร์ดสำคัญคือปลดปล่อยอาวุธนิวเคลียร์”

ทีมข่าวต่างประเทสโพสต์ทูเดย์

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว นาซายืนยันร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับเพนตากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684368

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 15:47 น.ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว นาซายืนยันร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับเพนตากอน

ในที่สุดนาซาก็เข้าร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับรัฐบาลสหรัฐอย่างเป็นทางการ

DailyMail รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หลังจากการรายงานผลต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ (UAP) ที่เปิดให้สาธารณชนรับฟังด้วยเป็นครั้งแรกในรอบ 54 ปี เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา องค์การนาซาได้เข้าร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโออย่างเป็นทางการแล้ว

แคเรน ฟ็อกซ์ โฆษกนาซายืนยันว่า นาซากำลังประเมินว่าจะถ่ายทอดความเชี่ยวชาญขององค์การเกี่ยวกับการสำรวจโลกจากอวกาศเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ได้อย่างไร และได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานของรัฐบาลหลายหน่วยงานว่าจะประยุกต์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับธรรมชาติและที่มาของปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างไร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของนาซา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจเกี่ยวกับยูเอฟโอ

แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐและทราบเรื่องการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ของนาซาเผยกับ DailyMail ว่า โครงการนี้รวมถึงการรวบรวมหลักฐานจากนักบินอวกาศที่เคยพบเห็นวัตถุที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ในอวกาศ และตรวจสอบคลิปวิดีโอและข้อมูลจากภารกิจที่ผ่านมาเพื่อค้นหาการเผชิญหน้ากับสิ่งลึกลับนี้

แหล่งข่าวเผยอีกว่า ภารกิจของนาซาจะช่วยเติมเต็มภารกิจตามล่ายูเอฟโอของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งรับผิดชอบโดยสภาคองเกรส เพื่อตรวจสอบภัยคุกคามจากวัตถุแปลกประหลาดในน่านฟ้าของสหรัฐและนอกเหนือจากนั้น

แหล่งข่าวระบุต่อว่า “ฉันว่ามันน่าจะเป็นความพยายามหลายๆ อย่างรวมกัน ซึ่งอาจรวมถึงคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการด้วยตาตัวเองของนักบินอวกาศและพนักงานของนาซา และการตรวจสอบภาพเก่าๆ ที่เก็บไว้ เพื่อประเมินว่ามีการค้นพบบางอย่างในคลังเอกสารสำคัญของนาซาที่สามารถช่วย AOIMSG (คณะทำงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้) ได้หรือไม่”

แหล่งข่าวยังระบุว่า ทีมตามล่ายูเอฟโอของกระทรวงกลาโหมขอวิดีโอจากกล้องกระสวยอวกาศจากภารกิจเยือนอวกาศบางภารกิจของนาซาเพื่อนำมาตรวจสอบ “มีหลายเหตุการณ์ที่นักบินอวกาศของนาซาและภารกิจของนาซาเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้”

Photo by Handout / DoD / AFP