จีนดุ! เตือนไต้หวัน ‘เอกราชเท่ากับสงคราม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643922

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.จีนดุ! เตือนไต้หวัน ‘เอกราชเท่ากับสงคราม’กลาโหมจีนใช้คำรุนแรงเตือนไต้หวันว่าการแยกตัวเป็นเอกราชเท่ากับการก่อสงคราม

ทางการจีนเริ่มแสดงท่าทีขึงขังกับไต้หวันมากขึ้น หลังจากเพิ่งยกระดับปฏิบัติการทางทหารด้วยการส่งเครื่องบินรบ 15 ลำบินป้วนเปี้ยนในเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังประกาศชัดว่ากองทัพจีนพร้อมตอบโต้การยั่วยุและการแทรกแซงจากต่างประเทศ

อู๋เชียน โฆษกกระทรวงกลาโหมจีนกล่าวระหว่างแถลงข่าวกิจการของกองทัพอากาศประจำเดือนว่า “การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในช่องแคบไต้หวันถือเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน และเพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ”

อู๋เชียนยังกล่าวอีกว่า “เราขอเตือนคนพวกที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระว่าพวกที่เล่นกับไฟจะถูกไฟนั้นเผาเอง และอิสรภาพของไต้หวันเท่ากับสงคราม”

ทั้งนี้ ทางการจีนเชื่อว่ารัฐบาลของไต้หวันกำลังนำพาไต้หวันไปสู่การประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ แต่ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน ย้ำมาตลอดว่า ไต้หวันเป็นประเทศเอกราชแล้วและมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐจีน

AFP PHOTO/Greg BAKER

ไทยรั้งที่ 4 ประเทศที่รับมือโควิดได้ดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643912

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 18:30 น.ไทยรั้งที่ 4 ประเทศที่รับมือโควิดได้ดีที่สุดในโลกสถาบันวิชาการของออสเตรเลียยกให้ไทยอยู่ในท็อป 5 ประเทศที่จัดการกับ Covid-19 ได้ดีที่สุดในโลก  

สถาบันโลวี (Lowy Institute) ของออสเตรเลียเผยการจัดอันดับประเทศที่รับมือการแพร่ระบาดของ Covid-19 ได้ดีที่สุดในโลกจากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 98 ประเทศ โดยนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่รับมือได้ดีที่สุดในโลกด้วยคะแนน 94.4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100  

อันดับสองเป็นของเวียดนาม 90.8 คะแนน ตามด้วยไต้หวัน 86.4 คะแนน และไทยในอันดับ 4 ที่ 84.2 คะแนน ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ ไซปรัส 83.3 คะแนน 

ขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ออสเตรเลียในอันดับ 8 ด้วยคะแนน 77.9 เกาหลีใต้อยู่ในอันดับ 20 ได้ 69.4 คะแนน อังกฤษซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตเกิน 100,000 คน อยู่ในอันดับ 66 ด้วยคะแนน 37.5 และสหรัฐที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกรั้งอันดับ 94 ด้วยคะแนน 17.3 และบราซิลอยู่ท้ายตารางที่คะแนน 4.3  

การจัดอันดับยังแสดงให้เห็นว่า ประเทศในเอเชียแปซิฟิกประสบความสำเร็จในการรับมือ Covid-19 มากที่สุด ในขณะที่ยุโรปและสหรัฐกลับเต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อหลัง Covid-19 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว  

ทางสถาบันโลวีใช้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนในการประเมินและจัดอันดับประเทศต่างๆ ในรอบ 36 สัปดาห์หลังจากแต่ละประเทศยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 100 คน โดยคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 14 วันโดยใช้หลักเกณฑ์ 6 ข้อคือ จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ติดเชื้อต่อประชากร 1 ล้านคน จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร 1 ล้านคน จำนวนผู้ติดเชื้อต่อสัดส่วนการตรวจหาเชื้อ และการตรวจหาเชื้อต่อประชากร 1,000 คน  

ทว่าประเทศจีนไม่ได้อยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยสถาบันระบุว่าจีนไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน  

สถาบันโลวีระบุว่า โดยภาพรวมแล้วสถานะทางเศรษฐกิจมีผลกับการรับมือ Covid-19 ของแต่ละประเทศเพียงเล็กน้อย แต่ปัจจัยสำคัญกลับเป็นจำนวนประชากร โดยประเทศที่มีประชากรน้อยกว่า 10 ล้านคนรับมือกับ Covid-19 ได้ดีกว่าประเทศที่มีประชรกรมาก 

และแม้ประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงจะมีทรัพยากรในการต่อสู้กับเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า แต่ประเทศกำลังพัฒนาก็ได้เปรียบในเรื่องระยะเวลาในการบังคับใช้มาตรการป้องกันต่างๆ

“โดยสรุปแล้วประเทศที่มีประชากรน้อย สังคมมีความเหนียวแน่น และองค์กรที่มีศักยภาพจะได้เปรียบกว่าในการรับมือกับวิกฤตระดับโลก อาทิ โรคระบาด” สถาบันโลวีระบุ

จีนนำร่องตรวจโควิดทางทวารหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643899

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 17:30 น.จีนนำร่องตรวจโควิดทางทวารหนักประเทศจีนเริ่ม Swab ทางทวารหนัก เชื่อตรวจโควิด-19 ผ่านอุจจาระได้ผลแม่นยำกว่าสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจ

รอยเตอร์สรายงานว่าบางเมืองในประเทศจีนเริ่มใช้วิธีการ Swab หรือเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางทวารหนักกับประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อเล็ดรอดออกไปในช่วงเทศกาลตรุษจีน

โดยนายแพทย์หลี่ ถงเซิง แพทย์โรคทางเดินหายใจและโรคติดเชื้อในเมืองปักกิ่งยืนยันว่าการ Swab ทางทวารหนักเพื่อเก็บตัวอย่างอุจจาระจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้อและแม่นยำกว่าการตรวจสารคัดหลั่งที่นำมาจากทางเดินหายใจส่วนบน เพราะเชื้อไวรัสจะค้างอยู่ในอุจจาระนานกว่าสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจ อาทิ น้ำมูก และน้ำลาย

การ Swab ทางทวารหนักจะนำก้านหุ้มสำลีสอดเข้าไปทางทวารหนักลึกประมาณ 3 ถึง 5 เซนติเมตร หรือ 1.2 ถึง 2 นิ้ว และหมุนเบาๆ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเจ้าหน้าที่เมืองปักกิ่งกล่าวว่าได้ทำการตรวจในลักษณะนี้ไปแล้วกว่า 1,000 ครั้ง

ยกตัวอย่างชายวัย 52 ปีคนหนึ่งในเมืองเว่ยหนาน มณฑลส่านซี มีอาการไอและเบื่ออาหารก่อนที่จะได้รับการตรวจหาเชื้อโดยการ Swab ในช่องคอแต่มีผลออกมาเป็นลบ ภายหลังจึงได้ทำการตรวจอีกครั้งทางจมูกและทวารหนักซึ่งให้ผลออกมาเป็นบวก

ทั้งนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงระบุว่าการตรวจอุจจาระอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจระบบทางเดินหายใจในเด็กและทารกเนื่องจากมีปริมาณไวรัสในอุจจาระมากกว่าผู้ใหญ่

Photo by Christof STACHE / AFP

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นธรรมดาๆ อย่าง GameStop ที่มูลค่าพุ่งถึง 1,700% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643891

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 16:00 น.เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นธรรมดาๆ อย่าง GameStop ที่มูลค่าพุ่งถึง 1,700%เปิดปรากฏการณ์ที่ทำให้หุ้นของร้านจำหน่ายวิดีโอเกมที่กำลังซบเซากลับมาทะยานขึ้นอีกครั้งราวกับได้ยาชุบชีวิต

ถือเป็นเรื่องที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อจู่ๆ หุ้นของ GameStop ร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐที่ไม่น่าจะเติบโตได้อีกแล้วในสายตาของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ กลับทะยานขึ้นถึง 1,700% ภายในเวลา 1-2 เดือน จากที่เคยมีมูลค่าเพียง 6 เหรียญสหรัฐ หรือ 180 บาทต่อหุ้น

วันนี้โพสต์ทูเดย์จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ให้อ่านกัน

1.GameStop เป็นบริษัทร้านขายวิดีโอเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีสาขากว่า 5,509 แห่งกระจายอยู่ในสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป บริษัท GameStop เคยมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 150,000 ล้านบาทในปี 2013  และในช่วงที่รุ่งเรืองเคยทำรายได้ทะยานขึ้นจาก 190 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2011 เป็น 600 ล้านเหรียญในปีต่อมา

2.ทว่าเมื่อยุคสมัยและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ไม่มีใครซื้อแผ่นเกม และปัจจุบันก็มีเกมออนไลน์สารพัด กิจการก็ซบเซาลงเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้บรรดานักลงทุนจากกองทุนเก็งกำไรเฮดจ์ฟันด์จึงพากันทำนายว่าบริษัทนี้ต้องล้มแน่นอน ซึ่งหมายความว่าหุ้นจะต้องตกลงด้วย กองทุนเฮดจ์ฟันจึงทำการชอร์ตเซลเพื่อทำกำไร

3.การชอร์ตเซลก็คือ การที่นักลงทุน A (ซึ่งคาดว่าราคาหุ้นจะตกลง) ยืมหุ้น GameStop จาก B มา 1 หุ้นในราคา 100 เหรียญสหรัฐ โดยสัญญาว่าจะคืนหุ้น GameStop 1 หุ้นที่ยืมมาในอีก 10 วันต่อมา เมื่อได้หุ้นมาแล้ว A ก็จัดการขายหุ้นนั้นทันทีในราคา 100 เหรียญสหรัฐในวันเดียวกัน

4.หากถึงกำหนดคืนหุ้นแล้วราคาหุ้น GameStop ตกลงจริงๆ อย่างที่คาดไว้ A ก็จะซื้อหุ้น GameStop ได้ในราคาต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐเพื่อนำมาคืนให้ B แล้วตัวเองจะได้ส่วนต่าง

5.แต่หากราคาหุ้นขึ้น A ก็จะขาดทุน ด้วยเหตุนี้ A จึงต้องรีบเข้าซื้อหุ้น GameStop เพื่อนำกลับไปคืน B ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นจนขาดทุนหนัก จากนั้นก็เป็นไปตามกลไกตลาดคือ เมื่อหุ้นเป็นที่ต้องการ ราคาก็จะพุ่งสูงขึ้น คนที่ทำชอร์ตเซลไว้ก็ต้องรีบซื้อหุ้นอีก เพื่อตัดการขาดทุน

6.กลไกนี้แหละที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์กับหุ้น GameStop โดยมีเว็บบอร์ดยอดฮิตที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกอย่าง Reddit ซึ่งมีบอร์ดย่อยเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นที่เรียกว่า WallStreetBets ที่มีสมาชิกกว่า 3 ล้านคน อยู่เบื้องหลัง

7.นักลงทุนรายย่อยที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้รวมตัวกันซื้อหุ้น GameStop เพื่อดัดหลังนักเก็งกำไรในวอลล์สตรีท จนราคาหุ้นพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันนักเก็งกำไรก็ขาดทุนหนักขึ้น

8.สำนักข่าว CNBC รายงานว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าในตลาดของบริษัท GameStop ทะยานจาก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐสู่ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้วหุ้นของ GameStop พุ่งขึ้นกว่า 1,700% และระหว่างวันอังคารและวันพุธตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

9.หากนับเฉพาะสัปดาห์นี้ หุ้น GameStop พุ่งกว่า 400% มาอยู่ที่ 347.51 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ทั้งที่เมื่อ 4 เดือนที่แล้วราคายังอยู่ที่ 6 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นอยู่เลย

10.นอกจากนี้ จิม รีด นักยุทธศาสตร์ของธนาคารดอยช์แบงก์ระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา GameStop ยังสร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐที่ราว 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้า Tesla และ Apple ที่มูลค่าของบริษัทสูงกว่าถึง 81 และ 233 เท่าตามลำดับ

11.สำหรับวอลล์สตรีท นักลงทุนรายย่อยซึ่งมักจะถูกมองว่าเป็น dumb money หรือแมงเม่าตามที่คนไทยคุ้นชิน ไม่เคยชนะบรรดานักวิเคราะห์หรือนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นกันเป็นอาชีพหลัก แต่ครั้งนี้นักลงทุนรายย่อยจากชุมชน Reddit แสดงให้เห็นแล้วว่ายักษ์ก็ถูกมดล้มได้ถ้ามดรวมพลังกัน

12.พลังของมดในการดันราคาหุ้น GameStop ทำให้เฮดจ์ฟันด์รายใหญ่อย่าง Melvin Capital และ Citron Research ที่บอกว่า GameStop จะไปไม่รอด ขาดทุนเป็นหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ โดย S3 Partners บริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน บรรดานักลงทุนที่ทำชอร์ตเซลหุ้น GameStop ขาดทุนรวมกันแล้วกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งขาดทุน 917 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อวันจันทร์ และ1,600 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

13.และที่ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจ GameStop กันมากกว่าเดิมคือ อีลอน มัสก์ ที่ไม่ว่าจะพูดถึงบริษัทไหนหุ้นบริษัทนั้นก็พุ่งพรวดๆ รอยเตอร์สรายงานว่า มูลค่าหุ้นของ GameStop เพิ่มขึ้น 50% ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมัสก์แชร์ลิงค์ของกลุ่ม WallStreetBets ใน Reddit บนทวิตเตอร์ส่วนตัว

14.อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าในที่สุดแล้วหุ้นของ GameStop จะปรับลดลงตามประสิทธิภาพของบริษัทและผลประกอบการที่ขาดทุน

15.ขณะที่คณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์สหรัฐก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเผยว่า กำลังจับตาความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นกับหุ้น GameStop อย่างใกล้ชิด

รัฐบาลไบเดนลั่นเคียงข้างประเทศอาเซียนสู้จีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643889

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 14:31 น.รัฐบาลไบเดนลั่นเคียงข้างประเทศอาเซียนสู้จีนรัฐบาลชุดใหม่ของไบเดนยังเดินหน้ากดดันจีนไม่ต่างจากทรัมป์ ด้านจีนขออย่ามองเป็น ‘คู่แข่งทางยุทธศาสตร์’

แอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐไม่เห็นด้วยกับการอ้างสิทธิ์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้ที่เกินขอบเขตภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมจะยืดหยัดเคียงข้างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากจีน พร้อมเน้นย้ำถึงการพัฒนากลไกพหุภาคี

นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังเผยว่าบลินเคนได้พูดคุยกับมาริส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลีย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

อีกทั้งยังต่อสายถึง ทิโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์เพื่อเน้นย้ำถึงการเป็นพันธมิตรทวิภาคีที่แข็งแกร่ง และให้ความสำคัญต่อเสรีภาพและการเปิดกว้างในอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางอิทธิพลของจีนที่กำลังแผ่ซ่านในภูมิภาคนี้

การดำเนินการดังกล่าวของฝ่ายบริหารชุดใหม่ที่นำโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดนยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้ต่อต้านการอ้างสิทธิ์ของจีนในทรัพยากรนอกชายฝั่งบริเวณน่านน้ำพิพาทดังกล่าวเช่นกัน

ทั้งนี้ ประเทศที่มีกรณีพิพาทในพื้นที่ทะเลจีนใต้ร่วมกับจีน ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไต้หวัน ซึ่งเชื่อกันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งก๊าซและน้ำมัน

ด้านชุย เทียนไข่ เอกอัคราชทูตจีนประจำสหรัฐได้ออกมากล่าวต่อฝ่ายบริหารของไบเดนว่าอย่ามองประเทศจีนเป็น “คู่แข่งทางยุทธศาสตร์” เช่นเดียวกับที่ทรัมป์เคยทำเพราะมันทำให้ทั้งสองประเทศมีการปะทะกันมาตลอด

อย่างไรก็ตามเขาคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่ของไบเดนก็จะยังคงกดดันจีนต่อไป และนั่นเป็นทางเลือกที่ผิดอย่างยิ่ง พร้อมกล่าวว่าจีนต้องการความร่วมมือไม่ใช่การเผชิญหน้าและเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเจรจา โดยเน้นย้ำว่าจีนจะไม่ยอมทำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตยของแผ่นดิน

Photo by CARLOS BARRIA / POOL / AFP

รวบเภสัชอเมริกันแอบทำวัคซีนบูดก่อนฉีดให้ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643871

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 13:00 น.รวบเภสัชอเมริกันแอบทำวัคซีนบูดก่อนฉีดให้ประชาชนเภสัชกรชาวอเมริกันทำวัคซีนต้านโควิด-19 เสียหลายร้อยโดส ฉีดให้ประชาชนไปแล้วกว่า 50 คน

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยว่าสตีเวน อาร์. บรันเดนเบิร์ก เภสัชกรในรัฐวิสคอนซิน วัย 46 ปี สารภาพผิดในข้อหาพยายามยุ่งเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่บุคคลอื่นจะตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งสิ้น 2 กระทง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดกระทงละ 10 ปี หลังจากที่เขาพยายามทำลายวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นา (Modena) หลายร้อยโดส

เนื่องจากบรันเดนเบิร์กไม่เชื่อมั่นในวัคซีนและเขาแสดงจุดยืนนี้ต่อเพื่อนร่วมงานมานานกว่า 2 ปีแล้ว ทั้งยังเชื่อว่าวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมถึงส่งผลให้ดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะวัคซีนของโมเดอร์นา แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาจะรับรองแล้วว่าวัคซีนของโมเดอร์นาปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ตามบันทึกของศาลระบุว่าบรันเดนเบิร์กทำงานเป็นเภสัชกรในศูนย์การแพทย์ออโรรา รัฐวิสคอนซิน โดยในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเขาจงใจแอบนำกล่องบรรจุวัคซีนต้านโควิด-19 ของโมเดอร์นาออกจากตู้เย็นถึง 2 ครั้ง โดยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานหลายชั่วโมงจนมั่นใจว่าวัคซีนเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว ก่อนที่จะนำกลับไปแช่ตู้เย็นอีกครั้งเพื่อให้ทางศูนย์การแพทย์นำไปใช้ในวันรุ่งขึ้น

ทั้งนี้ มีประชาชนอย่างน้อย 57 คนได้รับการฉีดวัคซีนเหล่านั้นไปแล้ว

Photo by Patrick T. FALLON / AFP

นายกญี่ปุ่นขอโทษ หลังส.ส.แอบเทียวกลางคืนไม่แคร์มาตรการฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643857

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 11:30 น.นายกญี่ปุ่นขอโทษ หลังส.ส.แอบเทียวกลางคืนไม่แคร์มาตรการฉุกเฉินเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อนักการเมืองญี่ปุ่นออกท่องราตรีขณะที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้าน

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่านายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ แถลงขอโทษประชาชนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหลังมีรายงานว่าส.ส. ของพรรคร่วมรัฐบาลออกไปสังสรรค์ที่ไนต์คลับในย่านกินซ่า ของกรุงโตเกียว แม้ว่ารัฐบาลจะขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์และงดออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

ซูกะกล่าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เนื่องด้วยรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดออกจากบ้าน และผมเสียใจอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตามตัวเขาเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากที่ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำถึง 2 ครั้งเมื่อกลางเดือนธ.ค. ที่ผ่านมาในขณะที่รัฐบาลขอให้ประชาชนงดสังสรรค์และรับประทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อป้องกันการแร่ระบาด

ด้านจุน มัตสึโมโตะ สมาชิกรัฐสภาอาวุโสจากพรรคเสรีประชาธิปไตย และคิโยฮิโกะ โทยามะ รักษาการเลขาธิการพรรคโคเมอิโตะ ก็ออกมายอมรับว่าพวกเขาไปเที่ยวไนต์คลับจริงเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าเขาออกจากร้านอาหารในเวลาประมาณ 21.00 น. จากนั้นไปต่อที่ไบต์คลับจนถึง 23.00 น. ทั้งที่รัฐบาลให้ประชาชนงดออกจากบ้านและสั่งให้ร้านอาหารปิดในเวลา 20.00 น.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในโตเกียวและอีก 3 จังหวัดใกล้เคียงก่อนที่จะขยายไปอีก 7 จังหวัดใน 6 วันต่อมา และกำลังพิจารณาขยายระยะเวลารวมถึงขอความร่วมมือให้ร้านอาหารและผับบาร์ลดเวลาเปิดทำการไปอีกประมาณ 1 เดือนนับตั้งแต่กำหนดเก่าจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 ก.พ.

โดยแหล่งข่าวเผยว่าภาวะฉุกเฉินอาจมีไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. ในพื้นที่ต่างๆ ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

Photo by Kiyoshi Ota / POOL / AFP

สหรัฐประกาศเตือนภัยก่อการร้ายหวั่นกลุ่มต้านไบเดนลุกฮืออีก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643856

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 10:07 น.สหรัฐประกาศเตือนภัยก่อการร้ายหวั่นกลุ่มต้านไบเดนลุกฮืออีกความแตกแยกในสหรัฐยังรุนแรงต่อเนื่องแม้ผู้นำคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่เรียบร้อยแล้ว

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐประกาศเตือนภัยก่อการร้ายทั่วประเทศ โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ในการเกิดภัยคุกคามภายในจากกลุ่มหัวรุนแรงที่ต่อต้านการเป็นประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน

แถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มหัวรุนแรงที่ได้รับแรงกระตุ้นจากการบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาของกลุ่มคนที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจลงมือจู่โจมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือโจมตีสถานที่ของรัฐบาล

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางการรัฐแคลิฟอร์เนียจับกุมผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้สนับสนุนของทรัมป์และยังเป็นสมาชิกของกลุ่มหัวรุนแรงขวาจัด โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ครอบครองระเบิดขวด 5 ลูก คาดว่ามีเจตนาจะโจมตีฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับพรรคเดโมแครต

ประกาศของระบบการเตือนภัยกการก่อการร้ายแห่งชาติ (NTAS) ระบุว่า เหตุโจมตีต่างๆ อาจคงอยู่ไปอีกหลายสัปดาห์หลังจากการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี โจ ไบเดน และการบุกอาคารรัฐสภา และยังมีความกังวลว่าอาจเกิดความวุ่นวายในช่วงที่สภาเตรียมถอดถอนทรัมป์ในเดือนหน้าด้วย

Photo by Joseph Prezioso / AFP

HUD nominee Fudge to push for rental assistance, affordable housing amid coronavirus crisis #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

HUD nominee Fudge to push for rental assistance, affordable housing amid coronavirus crisis

InternationalJan 29. 2021Rep. Marcia Fudge, D-Ohio, speaks in December after being formally nominated by President-elect Joe Biden to lead the Department of Housing and Urban Development. MUST CREDIT: Washington Post photo by Joshua Lott.Rep. Marcia Fudge, D-Ohio, speaks in December after being formally nominated by President-elect Joe Biden to lead the Department of Housing and Urban Development. MUST CREDIT: Washington Post photo by Joshua Lott.

By The Washington Post · Tracy Jan

WASHINGTON – If confirmed as secretary of housing and urban development, Rep. Marcia Fudge, D-Ohio, will confront the immediate challenge of keeping millions of Americans from losing their homes during the coronavirus pandemic while ending discriminatory housing policies as part of President Joe Biden’s push to dismantle systemic racism.

Fudge, 68, appeared remotely before the Senate Committee on Banking, Housing and Urban Affairs for her confirmation hearing Thursday, from Cuyahoga Community College in Cleveland with her family, including her 89-year-old mother, behind her.

During the 75-minute hearing, Republican senators chastised Fudge on what they called her past “intemperate” comments about race and the GOP over policy disagreements, accusing her of dismissing the party’s concern for Black Americans and other communities of color.

Sen. Tom Cotton, R-Ark., mentioned the Biden administration’s focus on examining domestic policy through the lens of racial equity, asking Fudge to define the difference between racial equity and racial equality,

“From my own perspective, the difference is one just means you treat everybody the same. Sometimes the same is not equitable,” Fudge said. “Equity means making the playing field level. . . . The same is not always fair.”

The long history of discriminatory housing policies – such as “redlining,” a policy under which the federal government and banks denied mortgages to people in minority neighborhoods or charged those borrowers more – have directly contributed to the gap between White and Black Americans in wealth, income, homeownership and other economic measures.

The government should directly address the racial wealth gap by offering down payment assistance to residents of previously redlined neighborhoods, given that coming up with cash for down payments is the biggest impediment for Black homeownership, Fudge said. “It’s like us being in a race with people who already have a head start.”

Fudge said she expects to make homeownership – and the wealth creation that comes along with it – a reality for more Americans. Forty-six percent of Black families owned homes, compared with 75% of White families in 2020. That homeownership gap has widened since 1976, according to Pew Research Center.

Boosting Black homeownership, she said, “will require us to end discriminatory practices in the housing market, and ensure that our fair housing rules are doing what they are supposed to do: opening the door for families, especially families of color who have been systematically kept out in the cold across generations, to buy homes and punch their ticket to the middle class.”

Fudge, the former chairwoman of the Congressional Black Caucus who served as Warrensville Heights’s first African American and first female mayor, said that in addition to bolstering fair housing protections and expanding access to affordable housing, her most urgent task is providing rental assistance to households at risk of eviction.

“My first priority as secretary would be to alleviate that crisis and get people the support they need to come back from the edge,” Fudge told committee members.

Tens of millions of Americans are behind on rent, according to Fudge, and almost 3 million homeowners are in forbearance; another 800,000 borrowers are delinquent. Fudge said the $25 billion that Congress has provided in rental assistance and the government’s extension of the eviction moratorium are not enough. Latinos and Black Americans are more likely than White people to have reported job losses during the recession induced by the coronavirus pandemic, and people struggling to pay rent continue to be served with eviction notices despite moratoriums.

Cecilia Rouse, Biden’s nominee to head the Council of Economic Advisers, appeared jointly with Fudge during Thursday’s confirmation hearing,

Sen. Pat Toomey, R-Pa., the acting committee chairman who presided over the hearing, said he hopes Congress will be able to work with Fudge and Rouse to develop appropriate responses to help those suffering the most from the pandemic-induced economic crisis.

“We are in a different place in our economy than we were back in March,” he said, adding that it’s become clear “targeted” groups are being hit much harder by the recession than the “universal catastrophe” in the spring.

Toomey expressed concern about Fudge’s intent to undo HUD regulations put in place by the Trump administration that Republicans said addressed costly and time-consuming Obama-era fair-housing requirements and that Toomey said also discouraged the construction of much-needed affordable housing.

Biden, in executive orders pertaining to racial equity this week, sought to strengthen these anti-discrimination housing policies that the Trump administration had rolled back.

Fudge, as HUD secretary, would be expected to reinstate a 2013 rule aimed at barring the housing industry from enacting policies that, while seemingly race-neutral, have an adverse effect on Black and Latino Americans. The rule had codified a decades-old legal standard known as “disparate impact,” but the Trump administration issued a new rule in September that housing advocates said would make it harder to prove such forms of bias.

Biden is also pushing for the reinstatement of another Obama administration regulation that required communities to identify and address barriers to racial integration and disparities in access to transportation, jobs and good schools – or risk losing federal funds.

Housing advocates say they expect Fudge to do more than reverse the Trump administration’s evisceration of President Barack Obama’s housing policies.

Julián Castro – the housing secretary under Obama who recently helped prepare the “New Deal for Housing Justice,” a playbook for federal policy change focused around racial equity – said in an interview that the new administration should invest in boosting the agency’s fair-housing staff and funding local housing and civil rights nonprofit organizations so reports of housing discrimination can be investigated and fair-housing laws better enforced.

Black homeownership and net wealth were devastated during the Great Recession of 2007-2009, in part because of predatory lending practices, and have yet to recover.

“If we can create greater homeownership for everybody, but particularly for people of color that have lagged behind, then we can close that wealth gap,” Castro said. “I’m confident that it is more realistic today than it was 10 years ago to get big things done on housing, because more people are feeling the pinch right now.”

Other recommendations for the first 200 days of the Biden administration include reinstating protections for transgender homeless people, solidifying the right of families of mixed immigration status to access federally subsidized housing, expanding access to housing vouchers, considering the treatment of people with criminal records who seek federal housing assistance, creating a refundable renter’s tax credit, and establishing a presidential commission on reparations to Black Americans for the legacy of discriminatory federal housing policy.

The spread of covid-19 led to a surge in orders for factory robots #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

The spread of covid-19 led to a surge in orders for factory robots

InternationalJan 29. 2021A robot assembles a string trimmer power tool at the Stihl Inc. manufacturing facility in Virginia Beach, Va., on Jan. 11, 2018. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Luke Sharrett.A robot assembles a string trimmer power tool at the Stihl Inc. manufacturing facility in Virginia Beach, Va., on Jan. 11, 2018. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Luke Sharrett.

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Thomas Black

Orders for robots soared in North America at year-end as manufacturers attempted to grapple with the rising toll of covid-19 and avoid putting employees at risk.

Companies ordered 9,972 robots in the fourth quarter, up 64% from a year earlier. That lifted the annual total to 31,044 units, up 3.5%, the Association for Advancing Automation reported Thursday. And for the first time, automakers didn’t lead demand.

“The pandemic has created a sense of urgency for manufacturing companies to invest in automation like never before,” said Mike Cicco, chief executive officer of the Americas unit of Fanuc Corp., a Japanese robot maker.

The need for automation became apparent outside the auto industry as workforces were hobbled by coronavirus infections, making it difficult to keep up with demand. Sales rose in some industries as household income that would have been spent on restaurants and entertainment went instead to consumer goods. Robot orders in food and consumer goods, life sciences, and plastics and rubber industries all rose more than 50% last year.

Technological advances — such as improved vision, mobility and end-of-arm tools for grabbing objects — have expanded the uses for automation. Machine learning, meanwhile, has made it much easier to program robots for complex tasks that couldn’t be done before, such as preparing food.

It wasn’t long ago that almost all robots were fenced in to keep humans safe. Now, with sensors that stop the machines when people approach, more robots are working alongside employees.

“The automation competence level in general industry has grown, and that matured into greater demand,” said John Bubnikovich, chief regional officer for North America at Germany’s Kuka.

Most of last year’s gain in orders came in the second half. In the first, North American robot orders dropped 18% as companies struggled to understand the impact of the lockdowns. Then demand accelerated, with the final three months of the year registering the second strongest quarter ever, behind the fourth quarter of 2016.

FedEx Corp. in March installed four robots in a pilot program at its Express unit in Memphis, Tennessee, to pick small packages of different sizes and shapes from a bin and put them on a conveyor for sorting.

With the robots handling as many as 1,300 packages an hour, FedEx workers are freed up to do more complex work, such as correcting addresses and dealing with delays, Aaron Prather, senior technical adviser at FedEx Express, said in an October presentation. FedEx plans to add more robots this year, he said.