ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
27 ตุลาคม 2560 เวลา 14:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/report/522163

โดย…เอกชัย จั่นทอง
เหล่าจิตอาสาทั่วทุกสารทิศต่างร่วมกันทำความดีเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นครั้งสุดท้าย เช่นเดียวกับ กฤษฏ์ ศรีชนะธัญ อดีตช่างภาพข่าวหนังสือพิมพ์ต่างประเทศและหัวหน้าชุดจุดบริการประชาชนลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ในอดีตเคยได้ทุนเรียนหนังสือในต่างประเทศ และมีโอกาสทำงานจับเลนส์เป็นช่างภาพข่าวของหนังสือพิมพ์ต่างประเทศชื่อดังประจำประเทศไทยอยู่หลายปี ก่อนตัดสินใจออกมาทำงานอื่นแทน
จุดเริ่มต้นจิตอาสาทำความดีของ กฤษฏ์ ครั้งนี้ หลังพบมอเตอร์ไซต์รับจ้างบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ โก่งราคาผู้โดยสารที่จะใช้บริการจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ไปแยกอรุณอัมรินทร์ คิดค่าโดยสาร 400 บาท ตอนนั้นคิดแล้วว่ามันไม่เหมาะสมที่จะใช้โอกาสงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาเอาเปรียญกอบโกยเงินเข้ากระเป๋า
จากนั้นเลยได้ปรึกษากับเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าจะทำอย่างไรดี เลยขันอาสาไปส่งผู้โดยสารคนดังกล่าวโดยไม่คิดเงินนั่นเองกลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของจิตอาสาที่บริการรับ-ส่งประชาชนฟรี แต่เดิมใช้รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับรับ-ส่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากเกิดความแออัด รถมีขนาดใหญ่จึงเปลี่ยนเป็นรถเล็กแทน
“ผมตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซต์คันใหม่ราคา 1 แสนบาท มาขับวิ่งรับ-ส่งประชาชนในงานนี้โดยเฉพาะ ทำด้วยความเต็มใจ ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงทำก็เพราะเราได้รอยยิ้ม ได้คำขอบคุณ คำอวยพรจากประชาชน มันสร้างกำลังใจให้อย่างมาก ในบางครั้งก็ท้อแท้มีคนหาว่าเราสร้างภาพ เกาะกระแสดารา เกาะกระแสงานพระราชพิธีฯ เลยนั่งคิดว่าเราจะไม่สนใจคนพวกนี้ จะขอทำงานปิดทองหลังพระต่อไป” กฤษฏ์ ถอดความรู้สึกเป็นคำพูด
ส่วนการบริการทุกครั้งจะกำชับเพื่อนจิตอาสาทุกคันที่รับ-ส่งประชาชนให้แข่งกันทำความดี ทุกครั้งก่อนเข้าวิน (จุดจอด) ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง ถ้าจะกลับเข้ามาวินต้องเหลือแค่ 2 ขีดนั่นหมายความว่าน้ำมันที่ลดไปใช้รับ-ส่งบริการประชาชนจะทำแบบนี้เพื่อให้ทุกคนร่วมกันทำความดี อย่าไปมองเรื่องผลประโยชน์แม้ก่อนหน้านี้จะมีผู้ใจบุญควักเงินให้จำนวนมากแต่พวกเราไม่รับ เนื่องจากทำด้วยใจจิตอาสามากกว่าผลตอบแทน

อดีตช่างภาพข่าว เล่าอีกว่า แน่นอนว่าเรื่องผลประโยชน์อาจไม่ใช่ตัวแปรสำหรับเรา แต่ตัวแปรคือกำลังใจและคำขอบคุณที่ประชาชนกล่าวบอกคืนให้มาแทนน้ำใจ แม้จะหมดเงินไปจำนวนมากกับการเป็นจิตอาสาก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ทำมาร่วมแล้วกว่า 1 ปี นับตั้งแต่พระองค์ท่านสวรรคต พวกเราไม่คิดย่อท้อเลยแม้แต่น้อย
“การทำความดีครั้งนี้ ไม่ใช่ทำเพียงงานของพระองค์ท่านเพียงงานเดียวแล้วเลิกทำ แต่พวกเราทุกคนจะทำความดีเช่นนี้ต่อไปอีก หากมีโอกาสใดๆพวกเราก็จะรวมตัวกันทำความดีอย่างครั้งนี้เช่นกัน ไม่ใช่ว่ามาทำความดีแค่ครั้งเดียวแล้วเลิก แบบนี้ไม่เอาไม่ดี ต้องทำให้ตลอดจนเป็นนิสัย” กฤษฏ์ ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น
นอกจากนี้ กฤษณ์ ยังเป็นหัวหน้าจุดบริการรับ-ส่งประชาชนบริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร อีกด้วย ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานฯและจัดพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ประชาชนเข้ามาถวายดอกไม้จันทน์ ต้องเข้ามาวางแผนประสานความร่วมมือกับตำรวจ ทหาร กทม. และสำนักพระราชวัง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 เดือนเต็ม หวังให้ทุกอย่างเกิดความสมบูรณ์เรียบร้อยด้วยดีอย่างสมพระเกียรติ
ทั้งนี้ การทำงานจิตอาสาทำให้ได้เห็นความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน จากจำนวนประชาชนที่หลั่งไหลมาจำนวนมหาศาล ที่สื่อสะท้อนให้เห็นว่ามีคนรักพระองค์ท่านมากมายขนาดไหน หลายเหตุการณ์ฝนตกแดดออกร้อนอบอ้าว ประชาชนก็ไม่ยอมท้อถอย ทุกคนตั้งใจรอเพื่อพระองค์ท่านอย่างมุ่งมั่นปราศจากคำว่า “เหนื่อย” ไปปริยาย
“เมื่อครั้งครบ 100 วัน พระองค์ท่านสวรรคตได้บวชให้พระองค์ท่าน ถือว่าเป็นสิริมงคลกับชีวิตและมีความภาคภูมิใจอย่างมาก”
สำหรับเหตุการณ์ที่เสียใจที่สุดในการทำหน้าที่จิตอาสาครั้งนี้ ครั้นเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะขับมอเตอร์ไซต์ส่งผู้โดยสาร รถเกิดอุบัติเหตุชนกับประตูรถยนต์ที่เปิดออกมาพอดี ทำให้ข้อมือข้างขวาหักแตก นิ้วชี้นิ้วนางข้างซ้ายหัก ต้องรีบไปหาหมอทำแผลและไม่สามารถขับรถบริการประชาชนได้ แต่ก็ยังตัดสินใจเข้าบริการประชาชนเหมือนเดิมเพียงไปทำหน้าที่แจกน้ำแจกอาหารแทน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยืนหยัดในการทำความดีนั้น ก็เพราะว่าพระองค์ท่านทรงงานเหนื่อยเพื่อประชาชนมาตลอด 70 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเล็กน้อยกับชีวิตเราแค่นี้ไม่เหนื่อยแน่นอน แม้ว่าร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจะยังไม่หายเป็นปกติก็ตาม

วันดี วิภาตนาวิน
บุญทัน วงศ์ประดิษฐ์

คุณยายจิ๋ม อินยา
พันเอกเกรียงไกร ประจำกิจ
จุไรภรณ์ เอี่ยวสกุล และ กิติยา พานิชนาวา
บุปผา นรินทรางกูร



อโนชา เติมวัชรพงศ์ (คนซ้าย) 


จักรา ชินพงศ์
เขมิกา เชื้อเมืองพาน
ทองด้วง ทองอินท์




บุญนาค บัวสายจันทร์
ฐิตาภา เติบทองสุขสกุล
สุมารี ประพฤติ
จำแลง อัครพันธ์ไพโรจน์
หทัยรัตน์ บุตรเนียร