ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
26 ตุลาคม 2560 เวลา 19:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/report/522051

โดย..นิติพันธุ์ สุขอรุณ
ทันทีที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช บรมนาถบพิตร เคลื่อนเข้าสู่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง น้ำตาของปวงประชาจำนวนกว่าแสนคนที่มาเฝ้ารอได้ไหลรินออกมา ท่ามกลางเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ครั้งหนึ่งในชีวิตซึ่งจะจดจำไม่รู้ลืม
ทับทิม ตอนศรี อายุ 49 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยความรู้สึกหลังจากได้เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อนผ่านไปตรงหน้า จึงเกิดความรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสมาอยู่ใกล้เช่นนี้ เป็นการเฝ้ารอเห็นพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรณคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย และเพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระองค์ท่านจากความอดทนอันนับได้ว่า เล็กน้อยยิ่งนักของประชาชนคนหนึ่ง
“ที่ผ่านมาได้เดินทางมากราบพระบรมศพหลายครั้ง เรียกว่านับครั้งไม่ถ้วน พอมาถึงวันนี้เมื่อได้เห็นริ้วขบวน น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ไม่อยากอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้จึงร้องไห้ออกมาเต็มที่เลย ยิ่งเมื่อรู้สึกว่าจะไม่ได้เจอพระองค์อีกแล้ว ยิ่งเกิดความรู้สึกปลื้มใจและเสียใจเหลือเกินปะปนกัน ซึ่งต่อจากวันนี้จะอยู่จนกว่าเสร็จสิ้นพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ และเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พร้อมด้วยพระบรมราชสรีรางคาร เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง จึงจะเดินทางกลับบ้าน” ทับทิม กล่าวพร้อมกับร้องไห้
จักรี ภวาภิรมย์ อายุ 38 ปี ข้าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ภาพริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่เห็นผ่านสายตาของตัวเองในวันนี้ นับว่าสมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชนมาตลอด 70 ปี จึงรู้สึกภาคภูมิในที่เห็นว่าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ส่วนประชาชน ก็เชื่อฟังและทำตามกฏระเบียบพร้อมเพรียงได้ดีเช่นกัน
ทั้งนี้ตลอดเวลา 1 ปีเต็มที่ผ่านมาได้นั่งสวดมนต์ให้พระองค์ท่านทุกวัน และเมื่อถึงวันนี้ได้เดินทางมาตั้งแต่ 03.00 น. โชคดีที่ได้เห็นขบวนเคลื่อนผ่านไปตรงหน้า นับเป็นความโชคดีมากๆ แม้จะรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อยากให้วันนี้มาถึง เพราะรู้สึกว่าได้มาส่งพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ
“ภาพความทรงจำในวันนี้จะอยู่ในหัวใจไปตลอด ส่วนตัวได้เห็นพระองค์มาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่สอนเสมอว่าให้มาดูในหลวงผ่านทีวี ดูให้เห็นว่าท่านทำงานเพื่อประชาชนของท่าน ซึ่งคำสอนเรื่องขยัน อดทน การทำงานอะไรมันต้องมีอุปสรรคและลำบากเราต้องฟันฝ่าเพื่อทำให้คนดีมีที่ยืน คำสอนนี้ผมยึดถือนำมาปฏิบัติในฐานะของข้าราชการคนหนึ่ง” จักรี กล่าว
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า ต่อจากนี้ไปจะสอนลูกหลานให้รู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำอะไรมาบ้าง และจะพาลูกไปยังสถานที่ต่างๆที่พระองค์ท่านไปพัฒนา เพื่อเรียนวิถีชีวิตที่แท้จริงว่า ไม่ต้องมากไป ไม่ต้องน้อยไป เอาแค่พอดี อยู่อย่างพอเพียงก็พอแล้ว
วันดี วิภาตนาวิน
เช่นเดียวกับ วันดี วิภาตนาวิน อายุ 65 ปี แม่ค้าจากจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ยอมรับว่ายังอาลัยพ่อหลวงอยู่ เพราะในหัวใจอยากให้พ่ออยู่กับเราไปนานๆ จึงไม่อยากให้วันนี้มาถึง ทว่าการจัดพิธีถือว่าสมพระเกียรติมาก เป็นประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ บรรยากาศนั้นยิ่งใหญ่ และแปลกเมื่อริ้วขบวนมาถึงท้องสนามหลวงได้มีเมฆบดบังแสดงอาทิตย์ อากาศไม่ร้อนและฝนก็ไม่ตกลงมาระหว่างที่มีพิธีด้วย
เธอเล่าพร้อมกับชี้นิ้วไปรอบกายว่า ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ร้องไห้กันหมด เธอจึงปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกออกมาสุดอดกลั้น ทำให้บรรยากาศมีทั้งเศร้าเสียใจและปลาบปลื้ม ซึ่งภาพความทรงจำในวันนี้จะตราตรึงใจไปตลอดชีวิต ส่วนตัวได้เคยมากราบพระบรมศพแล้วจำนวน 9 ครั้ง ดังนั้นงานในวันนี้จะนำไปบอกเล่าสู่ลูกหลาน บอกประชาชนที่ไม่ได้มาว่าเป็นอย่างไร พร้อมทั้งบอกเล่าถึงคำสอนของพ่อที่ให้ปฏิบัติตัวเป็นคนดี เพราะทุกวันนี้ก็ทำดีเพื่อพ่อมาโดยตลอด
ด้าน บุญทัน วงศ์ประดิษฐ์ อายุ 68 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจมาก ถือเป็นบุญที่มีโอกาสได้มาในงานพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ และทันทีที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านหน้าไปรู้สึกใจหาย ด้านหนึ่งก็ตื้นตันใจ เชื่อว่าเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทุกคน
อย่างไรก็ตาม ตั้งใจมาส่งเสด็จในหลวง ร.9 เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ที่ทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรอยู่ดี กินดี ซึ่งไม่ใช่มีฐานะร่ำรวย แต่ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะพระองค์ท่านทรงเสด็จฯ ไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อแก้ปัญหาความยากไร้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้เห็นอยู่เสมอ ทุกครั้งที่มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 จะรู้สึกตื้นตันใจ น้ำตาไหล ด้วยความปีติในพระบารมี ถึงจะผ่านไป 1 ปีแห่งความสูญเสีย ก็ยังรู้สึกใจหายไม่ลดน้อยลง จึงอยากใช้เวลาเข้ามาอยู่ให้ใกล้พระองค์ท่านให้มากที่สุด แต่พระองค์ไม่เคยหายไปไหน ท่านอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไปกาล
บุญทัน วงศ์ประดิษฐ์


คุณยายจิ๋ม อินยา
พันเอกเกรียงไกร ประจำกิจ
จุไรภรณ์ เอี่ยวสกุล และ กิติยา พานิชนาวา
บุปผา นรินทรางกูร



อโนชา เติมวัชรพงศ์ (คนซ้าย) 


จักรา ชินพงศ์
เขมิกา เชื้อเมืองพาน
ทองด้วง ทองอินท์




บุญนาค บัวสายจันทร์
ฐิตาภา เติบทองสุขสกุล
สุมารี ประพฤติ
จำแลง อัครพันธ์ไพโรจน์
หทัยรัตน์ บุตรเนียร 

น.ส.สารภี ชุมรัศมี
นายสำรวย คำพันธ์
นางพวงพกา พิชวงศ์
ประชาชนเริ่มมาจับจองพื้นที่เพื่อรอผ่านจุดคัดกรองเข้าร่วมงานพระราชพีธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดเส้นทางถนนอัษฎางค์ 

ภายนอกจุดคัดกรองบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถือเป็นจุดที่มีผู้คนมาเฝ้ารอมากที่สุดขณะนี้
ภายนอกจุดคัดกรองบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถือเป็นจุดที่มีผู้คนมาเฝ้ารอมากที่สุดขณะนี้ 
เวลา 15.30 น. บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์
เวลา 15.30 น. บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์
สนามหลวง ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้คนไปหลบเเดด หลบฝนบริเวณป้ายรถเมล์ 
